Fic Far cry 4 : Never alone

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 เม.ย. 58

               อึก!! เจ็บเป็นบ้าเลยโมฮันที่พึ่งรู้สึกตัวกุมหัวตัวเองนั้น สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือท่าโบกมือของไอ้บ้านั้น ถ้าจะเจอกันจากกันเขาต้องโดนทำให้สลบแบบนี้ทุกครั้ง เขาอาจได้นอนหลับแบบไม่ตื่นจริงๆแน่

               แล้วนี่มันอะไร...โมฮันคลี่ดูกระดาษในมือที่ถูกยัดแบบส่งๆ แต่เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจในความหมายมันสักเท่าไหร่

               สู้เพื่อสิ่งที่ต้องการ

                       “สู้กับใครละโว้ย เขียนบอกมาเลยดีกว่าว่าจะให้ทำไร ไม่ต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากได้มั้ย ไอ้ราชาวิปริต!!” โมฮันตะโกนด่าอีกฝ่ายเสียงดังลั่น

               **เฮ้ๆ ด่าคนอื่นลับหลังแบบนั้นไม่ดีนะ** โมฮันขมวดคิ้วสงสัย และมองหาที่มาของเสียงแต่เขาก็ไม่พบใครเลย

               **ถ้านายกำลังทำท่าโง่ๆอยู่เลิกทำเถอะ หัดใช้หูมากกว่าสมองลิงๆของนายดีกว่านะ** โมฮันกัดฟันกรอด แต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์ไว้และลองหาต้นเสียงอีกครั้งก็พบวิทยุที่ถูกเอามาเหน็บข้างเอวตอนไหนก็ไม่ทราบ

               เพแกน!! นายไม่มีสิทธิ์ว่าฉันแบบนั้นแล้วก็เอาลูกเมียฉันคืนมา!!” โมฮันหยิบวิทยุขึ้นมาและตะโกนกรอกลงไป เพแกนที่เหมือนรู้ทันก็เอาวิทยุออกห่างหูอย่างรวดเร็ว

               **เบาๆหน่อยสิ แล้วก็บอกแล้วไงว่าเราเล่นเกมส์ นายก็ทำตามคำบอกใบ้ไปละกัน อ่า ฉันขอไปทำธุระก่อนนะ เดี๋ยวมาคุยด้วยใหม่ ตื๊ด....** ก่อนที่โมฮันจะได้ถามอะไรต่อ สัญญาณก็หายไปอย่างรวดเร็ว

               แล้วฉันต้องทำไงเนี่ย...- -โมฮันที่คิดอะไรไม่ออกจึงเดินเลียบป่าไปเรื่อยๆ จนพบหมู่บ้านตัวเอง

               ท่านโมฮันนนนเด็กชายคนหนึ่งที่เหลือบเห็นโมฮันวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

               เฮ้ยยยโมฮันที่ตกใจกับการวิ่งโผเข้ามาของเด็กหนุ่ม ทำให้เผลอร้องเสียงหลงก่อนที่จะพยายามประคองตัวเองและอุ้มเด็กหนุ่มคนนั้นขึ้นมา

               ท่านโมฮันหายไปไหนตั้งนาน แล้วพบท่านอิชวาริกับอาเจย์รึยัง ผมอุตส่าห์ทำสร้อยเขาสัตว์มาให้อาเจย์เป็นของขวัญเด็กหนุ่มผิวสีแทนที่ถูกอุ้มอยู่ยังพูดเจื้อยแจ้วต่อไปและชูสร้อยคอที่มีจี้เป็นลูกปัดและเขาสัตว์ของตนเองอย่างภูมิใจ

               เอ่อ..พบแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขาไป...ไปพักกับเพื่อนฉันน่ะโมฮันพูดพร้อมกับนึกคำโกหกไปด้วย แต่มันก็จริงที่พวกอิชวาริพักกับคนอื่นแต่มันก็ไม่ใช่เพื่อนเขานั่นแหละ

               หืม...เด็กหนุ่มวัยสิบขวบจ้องหน้าโมฮันเขม็งอย่างจับผิด

               อะไร แล้วซาบาลถ้านายว่าง ทำไมไม่ไปช่วยแม่นายทำงานล่ะโมฮันถามเด็กชายเพื่อเบี่ยงประเด็น

               ผมก็แค่จะแวะเอาของมารับขวัญอาเจย์ แล้วจะไปช่วยต่อนั่นแหละซาบาลพูดพร้อมกับขยับตัวลงมาจากการอุ้มของโมฮัน ก่อนจะเตรียมวิ่งไปหาแม่

               ฝากฉันเอาไปให้แทนมั้ยโมฮันตะโกนถามออกไปเพราะไม่อยากให้เด็กน้อยเสียความรู้สึก

               ไม่เอาล่ะ ผมอยากเป็นคนใส่ให้กับอาเจย์เองซาบาลหันกลับมาพร้อมมองสร้องที่ถือในมือ ใบหน้าคมเข้มมองสร้อยในมือและยิ้มออกมาอ่อนๆ ก่อนจะวิ่งไป

               ถ้าอาเจย์เกิดมาเป็นผู้หญิง ฉันคงจะให้แต่งกับนายมั้งโมฮันพูดขำๆออกมาเบาๆ

               ถึงไม่ได้เป็นแต่ผมว่าโตขึ้นต้องเป็นเด็กที่น่ารักแน่ๆ ก็ลูกท่านนี่นา!!” โมฮันสะดุ้งเฮือกก่อนจะมองไปที่ต้นเสียง

               ลูกฉันแล้วทำไมต้องน่ารัก!!” โมฮันตะโกนกลับไปหาซาบาลที่ยืนทำหน้าทะเล้นอยู่

               คิดเอาเองสิครับ!!” ซาบาลบอกก่อนจะวิ่งกลับบ้านจริงๆเสียที เขาไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ฟังแต่พอมันได้ยินที่โมฮันพูดออกมา ทำให้เขาอยากตอบกลับไป ไม่รู้ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น ทั้งดวงตากลมโต ทั้งผิวสีขาวที่ต่างกับเขาโดยสิ้นเชิง ถึงอาเจย์จะยังเล็กแต่เขากลับรู้สึกเอ็นดูมากๆ อยากดูแลเด็กน้อยคนนั้นให้ดีที่สุดเหมือนน้องตัวเอง

               เฮ้อ...เด็กบ้าโมฮันสบถเบาๆก่อนจะเดินกลับบ้านตัวเอง ระหว่างทางก็มีคนถามเขาตลอดว่าเจอภรรยาเขามั้ย เขาก็ตอบเหมือนเดิม จนทุกคนคิดว่าอิชวาริแค่ไปนอนค้างที่หมู่บ้านอื่นเท่านั้น

               แล้วเราต้องเริ่มจากไหนล่ะเนี่ย...โมฮันที่ถึงบ้านก็เดินครุ่นคิดไปมาพร้อมมองแผนที่ไปด้วย

               อีกด้าน...

               เฮีย วันนี้จะลงไปดูโรงฝิ่นด้วยตัวเองมั้ยยูมะเดินเข้ามาถามขึ้นหลังจากเห็นว่าเพแกนวางสายวิทยุไปแล้ว

               ฉันขี้เกียจอะยูมะ เธอทำแทนหน่อยสิเพแกนพูดพร้อมบิดขี้เกียจไปมา ทำให้ยูมะต้องทำหน้าอ่อนใจอย่างเสียไม่ได้

               ฉันไม่เห็นเฮียทำไรเลยนะ เห็นวันๆเอาแต่กินนอน แล้วก็...เล่นกับของเล่นยูมะพูดพรัอมกับเหล่มองวิทยุที่โต๊ะ

               ไม่เอาน่า ฉันเซ็งนี่ เมื่อสามวันก่อนก็พึ่งไปมาเอง เธอไม่รักเฮียหรอ...เพแกนพูดเสียงอ่อยๆพร้อมกับทำตาน่าสงสาร ทำให้ยูมะต้องถอนหายใจอีกรอบ

               รักสิ...ยูมะพูดออกมาเบาๆ

               งั้นก็...เพแกนกำลังจะพูดต่อ แต่ยูมะก็ยกมือขึ้นมาห้ามไว้

               ฉันจะไปทำแทน แต่ฉันจะยึดวิทยุเอาไว้ ตกลงนะยูมะพูดพร้อมทำท่าจะเดินไปหยิบวิทยุ เพแกนจุงรีบคว้าวิทยุมาไว้ที่ตัวอย่างรวดเร็ว

               ไม่เอา!! ฉันต้องเอาไว้ติดต่อกับขงเล่น เกมส์นี้ฉันยังเล่นไม่จบเพแกนเถียงออกมา

               ถ้าไม่เอาก็ไปทำงาน เดี๋ยวนี้!! ไม่งั้นนอกจากจะไม่ได้คุย ฉันจะเปลี่ยนเสื้อพี่เป็นสูทปกติให้หมด!!” ยูมะพูดคำขาดออกมา เพแกนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจนัก

               ไปทำงานก็ได้!! ขอเวลาเปลี่ยนชุดแปปนึงเพแกนพูดเสียงเข้มก็จะเดินกระแทกเท้ากลับห้องไป ยูมะมองภาพนั้นอย่างเหนื่อยใจพลางคิดว่าทำไมตอนเด็กคนแบบนี้ถึงเป็นไอดอลของเธอได้นะ

               ชักอยากย้อมสีผมคืนแล้วสิ...ยูมะพูดพึมพำออกมาพร้อมกับจับผมที่ย้อมเป็นสีชมพูเบาๆ เธอยอมย้อมเพราะคำขอของพี่ชาย ตอนแรกก็จะไม่ยอมเพราะเธอไม่ค่อยชบสีที่หวานแบบนี้เท่าไหร่ แต่เพราะเพแกนบอกว่าแสดงถึงความเป็นพี่น้องเธอจึงยอม

               ถ้าเธอย้อม ฉันโกรธ!!” เพแกนตะโกนกลับมา ทให้ยูมะถอนหายใจอีกครั้งเมื่อพบว่าเพแกนแอบฟังอยู่ตรงประตู

               อย่ามางี่เง่ากับฉันนะเฮีย รีบไปแต่งตัว!!” ยูมะพูดย้ำเสียงเข้มอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าเพแกนเดินกลับห้องไป

                    ตอนนี้ทั้งเพแกนและยูมะกำลังนั่งเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปยังโรงฝิ่นเพื่อต่อรองกับลูกค้าและดูการทำงาน ไม่บ่อยครั้งนักที่ทั้งสองจะมาพร้อมกับแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่เพแกนจะสั่งให้ยูมะไปทำงานแทนกับตน ยูมะเป็นคนที่มีความสามารถมากเป็นเหมืนมืขวาของเขา เขาจึงไว้ใจให้ทำงานแทนเขาได้ แต่เมื่อไม่มีงานหรืองานที่อันตรายมากและสำคัญมาก ยูมะก็จะมาเป็นองครักษ์ให้เขา

               ไหนขอฉันดูผลผลิตปีนี้หน่อยเพแกนหันไปสั่งลูกน้องที่คุมโรงงาน ลูกน้องคนนั้นรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วเพราะหากทำอะไรช้า ขัดใจเจ้านายเขาอาจกลายเป็นปุ๋ยแทนก็ได้

               ...ยูมะที่เดินประกบเพแกนไม่พูดอะไร ยืนมองพี่ชายตนเองเงียบๆ เธอชอบช่วงเวลาแบบนี้มากถึงแม้พี่ชายเธออาจดูไม่สมประกอบบ้างในเวลาปกติ แต่พอเป็นเรื่องงานและการคุมคนกลับเด็ดขาดและสุขุมเยือกเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ

               ใครเป็นคนคุมสต๊อก?” เพแกนเอ่ยถามเสียงเย็นขึ้นมา ทำให้ลูกน้องต่างมองหน้ากับอยากเลิ่กลั่กแล้วเกี่ยงกันไปมา

               ได้ยินคำถามแล้ว ตอบ!!” ยูมะที่ยืนมองตะโกนถามขึ้นมา และจ้องเขม็งจงในที่สุดก็มีคนเดินออกมา

               มีอะไรจะบอกฉันมั้ย...เพแกนเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง

               ม...ไม่มีครับ..ชาบหนุ่มพูดตะกุกตะกักและหลบสายตาเพแกนที่มองมาไปด้วย

               หรอ...แล้วไอ้นี่หมายความว่าไง...เพแกนปาสมุดบันทึกลงกับพื้นทำเอาคนนั้นสะดุ้งสั่นไปด้วยความกลัว ยูมะมองด้วยความสงสัยจึงก้มลงไปหยิบขึ้นมาดู

               ของหายไปกรัมหนึ่งนิ เฮียยูมะเลิกคิ้วถามขึ้นมา

               อืม..มีไรจะพูดมั้ย ก่อนที่จะไม่มีโอกาสพูดเพแกนควักปากกาสีชมพูสวยขึ้นมา ยูมะเองก็มองอย่างไม่เข้าใจว่าพี่หยิบออกมาทำไม

               ค..คือ ผมคิดว่าจะขอไปใช้..นิดหน่อย..ผ...ผม..ชายหนุ่มพูดอย่างเสียงสั่นๆพร้ออมเหลือบมองเพแกนที่เดินเข้ามาใกล้อย่างหวั่นๆ

               แกจะบอกว่า แกติดฝิ่น??” เพแกนเดินวนถามชายคนนั้น ชายคนนั้นจึงพยักหน้าช้าๆ

               เหอะ...ช่วยไม่ได้เนอะเพแกนสูดหายใจช้าๆอย่างผ่อนคลายทีนึง ชายหนุ่มคนนั้นลอบถอนหายใจนึกว่าตัวเองรอดแล้ว...

               ฉันบอกแล้วไง!! ใครทำงานกับฉัน!! ห้ามตุกติก!! ฉันเกลียดคนแบบนี้ที่สุด!!” เพแกนพูดกระแทกเสียงพร้อมกับเอาปากกาเสียบลงร่างคนนั้นย้ำๆ จนคนนั้นสลบไปด้วยความเจ็บปวดด้วยเลือดที่ไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ยูมะเองก็มองด้วยความอึ้งไม่คิดว่าพี่ตัวเองจะใช้สิ่งนั้นเป็นอาวุธ และลูกน้งคนอื่นๆก็ยืนเงียบกันด้วยความหวาดกลัว

               เอาผ้าเช็ดหน้ามาสิ...เพแกนบอกยูมะ ยูมะจึงยื่นผ้าที่เตรียมมาให้ด้วยความที่เพแกนเป็นคนรักสะอาดมาก เธอจึงมักต้องเตรียมผ้าไปเช็ดมือเช็ดหน้า เผื่อเกิดการสั่งสอนแบบนี้ของพี่ชายตัวเอง เพแกนเองหลังรับมาก็นำมาเช็ดหน้า ปากกาและถอดถุงมือหนังสีดำกับสูทคลุมสีดำทิ้ง เหลือเพียงเสื้อเชิ๊ตสีชมพูดอ่อนกับกางเกงสีแดงเลือดหมูเท่านั้น

               เอาล่ะ คงเห็นแล้วนะเจ้าพวกลิง!! ฉันขอเตือนอีกครั้ง ใครก็ตามที่เล็กตุกติกกับฉัน มันต้องเจอหนักกว่านี้และคนที่จะทำงานกับฉันห้ามติดฝิ่น..ของพวกนี้ใช้ค้าขายกับพวกลิงโง่และฉันจะไม่ปล่อยให้ลิงโง่มาอยู่ในโรงงานฉัน!!” เพแกนพูดคำขาดก่อนจะเดินออกไป ลูกน้องเองทุกคนก็ยืนตัวสั่นไม่กล้าทำอะไรนอกจากพยักหน้าเงียบๆ

               เอาล่ะ...ที่นี้ตาฉันสั่งสอนสินะยูมะพูดเสียงเย็น ก่อนจะเหลือบไปมองทางคนที่นอนสลบจมกองเลือดอยู่

               เฮีย ฉันสั่งพวกนั้นเสร็จแล้วยูมะเดินมานั่งในเฮลิคอปเตอร์ข้างๆพูดขึ้น และส่งสัญญาณให้คนขับบินขึ้น

               คนที่ไม่รักตัวเอง แล้วใครจะมารักตัวเองได้อีก...เพแกนพูดพึมพำคนเดียวแต่ยูมะเองก็ได้ยิน

               อารมณ์เสียไม่หายรึไงเฮียยูมะเลิกคิ้วถาม

               นิดหน่อย ตอนแรกฉันแค่จะขายให้พวกโรงพยาบาลใช้ทำยา แต่ดันมีพวกโง่มาซื้อเพื่อทำเรื่องไร้สาระ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่มันก็ดันเป็นงานนิเพแกนบ่นออกมา

                    “ทำไมต้องเกลียดขนาดนั้นด้วยยูมะถามอย่างไม่เข้าใจ

               เหอะ ฉันแค่ไม่ชอบลิงโง่น่ะ คนที่เสพก็เหมือนลิงโง่ที่เอามีดกรีดลงบนตัวเอง ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราหรอกเพราะทุกคนตั้งแต่เกิดมาก็ล้วนโดดเดี่ยวทั้งนั้น...เพแกนพูดทิ้งท้ายด้วยเสียงอ่อนลงพลางคิดถึงอดีตตัวเองไปด้วย

               อืม...ฉันเห็นด้วยกับพี่เรื่องลิงโง่ แต่โดดเดี่ยวฉันว่า...ช่างมันเถอะยูมะพูดก่อนตัดบททิ้งเธออยากบอกว่าพี่ชายไม่โดดเดี่ยวเพราะเธอจะอยู่กับพี่เสมอแต่ถ้าเธอพูดไปคงโดนล้ออีกนาน

               อะไร จะพูดอะไรเพแกนหันไปทำหน้าสงสัย พร้อมกับเค้นถามแต่ยูมะก็ไม่ยอมปริปากออกมา

               อย่ามากวนฉันนะ!! แล้วพี่นั้นแหละไปเรียนใช้ปากกาจ้วงคนจากไหนกันยูมะเบี่ยงประเด็นทันที

               จากใครบางคนที่ฝากแผลฉันไว้น่ะ ฉันชักชอบมันแล้วสิเพแกนชูปากกาไปมาพร้อมยิ้มและนึกถึงใครบางคน

                    “ถ้าจะใช้ก็ไปเปลี่ยนหัวดีกว่า ฉันจะสั่งหัวแบบพิเศษให้ยูมะพูดเสนอขึ้นมา เพราะของแบบนี้ฆ่าใครไม่ได้หรอก เมื่อกี้ถึงแม้จะจ้วงไปหลายทีแต่ก็ยังไม่ลึกมากแค่ทำให้เลือดไหลได้เฉยๆเธอจึงเข้าไปยิงซ้ำอีกรอบถึงได้ออกมาช้า

               เอาสิๆ ถ้าเปลี่ยนหัวให้คมขึ้นมันคงเป็นอาวุธสุดวิเศษเลยเนอะเพแกนพูดและยิ้มอย่างพอใจสุดๆ ของนี้ชักกลายเป็นขงสำคัญสำหรับเขาซะแล้ว

               “…” ยูมะมองเพแกนอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่คิดถามอะไรปล่อยให้เพแกนนั่งมองปากกาแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าอย่างนั้น

               หลังจากที่กลับมาถึงยูมะเองก็ต้องรีบไปอีกที่เพื่อยึดพื้นที่เพิ่มจากกลุ่มพวกต่อต้าน ส่วนเพแกนเองหลังกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดก็เดินไปที่ห้องอิชวาริ เพื่อพูดคุยทันที เพราะเขามีเรื่องที่อยากรู้หลายเรื่อง...

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กลับมาแล้วจ้าาา คิดถึงกันมั้ยเอ่ย ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าเฮ้ยอีกคู่ก็น่าสนนะ มีคู่ที่อยากเขียนเต็มไปหมดเลยให้ตายสิ!! แถมชอบโมเมนต์พี่น้องคู่นี้ดีมันดูมุ้งมิ้งเพิ่มดีกรีมุ้งมิ้งป๋าได้อีก 555 ขอให้ฟินกันนะคะ บายบีปิเอโร่ ชูเร็นจะพยายามหาเวลามาลงต่อให้

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #23 jira (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 06:27
    อ้รั้ยยยยยย อาเจย์น่ารักแน่นอนสิ ////3/// ป๋าเพนี้ล่ะก้55555
    #23
    0
  2. #21 SeiNook (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 20:32
    ซาบาลxอาเจย์ก็น่าสนนะคะ ฟฟฟฟฟ=w= //โดนป๋าเพจ้วง

    นับวันป๋าเพยิ่งโหดขึ้นเนอะ 555
    #21
    0
  3. #19 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 17:05
    นี่เองคือจุดเริ่มต้นของอาวุธพิฆาตปากกามหาประลัยของป๋าเพ โอ้วววว =A=

    และต่อมาก็เป็นปากกามาสคาร------------------//สัญญาณขาดหาย

    ยูมะนัลร๊ากกกกกกกก ซาบาลก็กรุบกริบ(??)
    #19
    0