MINI STORE ; ROOM (ห้องลับ)

ตอนที่ 31 : Beauty & the white tiger - chapter 00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 พ.ค. 59

S
N
A
P



I don't want to let you down

I don't want to lead you on

I don't want to hold you back

From where you might belong


ฉันไม่อยากจะทำให้เธอผิดหวัง

ฉันไม่อยากจะชี้นำเธอ

ฉันไม่อยากจะรั้งเธอไว้

จากจุดที่เธอควรอยู่

(เพลงGoodbye ของ Air Supply)


00 

Prologue


 

ผู้หญิงคนนี้เธอมีดวงผูกพันธุ์อยู่กับนาย เช่นเดียวกับนายที่มีดวงผูกอยู่กับเธอเช่นกัน นายและเธอคนนั้นต่างมีชะตาต้องกัน หากนายตายเธอจะตาย หากนายเจ็บเธอจะเจ็บ หรือไม่นายอาจจะต้องรับเคราะห์แทนเธอพูดง่ายๆคือไม่นายก็เธอคนใดคนหนึ่งจะต้องรับผลที่อีกฝ่ายเป็นคนกระทำ ที่นายรู้สึกเจ็บปวดอาจเพราะเธอกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่เป็นได้ เสียงหวานดังขึ้นภายในห้องนั่งเล่นห้องหนึ่งของหอพักสุดหรูในมหาวิทยาลัยชื่​ดังแห่งหนึ่งที่ประเทศอังกฤษ 


เจ้าของเสียงนั้นนั่งอยู่บนโซฟาหรูภายในห้องและมีสายตาของบุคคลทั้งสามจับจ้องมา บนตักของเธอมีลูกแก้วสีใสขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นักและตอนนี้มันกำลังเรืองแสงสีขาวออกมาโดยที่มีมือของเจ้าของลูกแก้วนั้นอังไว้ทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองของเธอจากที่เคยเป็นสีเขียวประกายแวววาวบัดนี้ได้กลายเป็นสีฟ้าซีดจนเกือบขาว ข้างกันนั้นมีผู้หญิงหน้าตาสระสรวยอีกคนนั่งอยู่ 


หมายความว่ายังไง? เจ้าของใบหน้าหล่อเหลา มีผมและนัยตาสีน้ำตาลดุร้ายราวกับสัตว์ป่า เอ่ยถามขณะที่ตัวนั้นยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าระเบียงของห้องที่ถูกปิดไว้ด้วยกระจกใส 


ตามที่ฉันพูด โอเว่นนายกับผู้หญิงคนนี้จะต้องผ่านเรื่องราวต่างๆด้วยกันอีกมากมายทั้งดีและร้าย แต่ต้องระวังเอาไว้ ก่อนที่นายจะทำอะไรต้องคิดให้ดี คิดให้มากๆเพราะการที่นายทำเรื่องเสี่ยงอันตรายผู้หญิงคนนั้นก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและเธออาจได้รับผลกระทบจากเรื่องนั้นมากมายนัก 


ทำไมต้องระวังล่ะเฟียร์ ผู้หญิงคนนั้นสำคัญขนาดนั้นเลย? ผู้ชายอีกคนและเป็นอีกคนสุดท้ายในห้องกล่าวขึ้นถามโซเฟียหมอดูจำเป็นของเหล่าเพื่อนๆอย่างสงสัย 


สำคัญสิ สำคัญ​มากๆ แต่พวกนายอย่าถามอะไรมากเลย ฉันก็บอกได้แค่นี้ล่ะ เมื่อถึงเวลาก็จะรู้เอง โซเฟียกล่าวขณะที่ดวงตาทั้งสองของเธอค่อยๆกลับมาเป็นสีเขียวอีกครั้ง แม้แต่ลูกแก้วบนตักเธอจาดที่เคยเรืองแสงออกมาอย่างชวนมองก็กลับเป็นเพียงลูกแก้วสีใสธรรมดาๆ 


ที่โซเฟียต้องมาเป็นหมอดูจำเป็นให้แก่เพื่อนๆของเธอนั้นก็เพราะโอเว่น หนึ่งในเพื่อนสนิทของเธอรู้สึกถึงสัมผัสอะไรบางอย่าง บางครั้งก็รู้สึกยินดีบางครั้งก็รู้สึกทุกข์ เจ็บปวด หรือโกรธแค้น เขาเริ่มมีความรู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่วันเกิดอายุครบสิบเก้าปีของเขา ซึ่งนั่นก็ผ่านมาเป็นปีจนเขาทนไม่ไหวกับมันแล้ว จนเขารู้สึกว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างกับมัน 


โอเว่นผู้หญิงคนนั้นเธอเป็นคนไท จบประโยคโอเว่นก็ผละออกมาจากระเบียงเดินมานั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งเรียงกันรอบโต๊ะกลมกลางห้องข้างๆกันก็มีเรนเดลนั่งอยู่ บอกไว้ก่อนน่ะเผื่อว่านายจะสนใจ 


คนไทยแล้วยังไงทำไมโอเว่นต้องสนใจ ผู้หญิงที่นั่งข้างๆกันกับโซเฟียพูดขึ้นเนื่องจากพี่สาวเธอคนนี้พูดจาดูมีความนัยเหลือเกิน 


เพราะว่าแม่ของโอเว่นเป็นลูกครึ่งไทยไงล่ะโซอี้ นายคงจะไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าฉันบอกเธอ? เสียงห้าวตอบคำถามโซอี้เสร็จก็หันไปพูดกับบุคคลที่มีมารดาที่มีเชื้อชาติไทย แต่ขอโทษทีเถอะ...ถ้าจะถามหลังบอกไปแล้วก็ไม่ต้องถามก็ได้ 


หรอแปลกใจนะทำไมฉันถึงเพิ่งรู้ โซอี้พูดด้วยโทนเสียงปกติราวกับเป็นเรื่องธรรมดาแต่ภายในใจแล้วเธออาจจะกำลังเสียใจ กระวนกระวายอยู่ก็เป็นได้ที่เป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ไม่รู้เรื่องนี้ 


เธอไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของโอเว่นนะโซว์ คนเป็นพี่พูดพลางลุกขึ้นถือลูกแก้วพร้อมนำไปเก็บที่ตู้กระจกมีหมอนรองรับอย่างดี 


... 


ฉันจะไปไทย จู่ๆคนที่พูดไม่กี่ประโยคและนั่งฟังมาตลอดอย่างโอเว่นก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปรี่มีขลุ่ย ทำให้ทั้งสามคนที่เหลืออยู่ในห้องต้องหันมามองหน้าเจ้าของประโยคนั้นอย่างอดไม่ได้ และถ้าสังเกตุดีๆก็อาจจะได้เห็นว่าโซเฟียเองก็แอบยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่มีใครเห็น หาทางทำยังไงก็ได้ให้ฉันได้ไปที่ประเทศไทยอย่างน้อยต้องหนึ่งเดือน เตรียมพาสปอร์ดไว้ให้ด้วย ต้องเรียบร้อยภายในอาทิตย์นี้ฝากด้วยนะ 


รับคำสั่งครับ นายเก็บกระเป๋ารอไว้ได้เลย เรนเดลพูดออกมาเป็นคนแรกพร้อมยิ่มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เรื่องนี่ให้ลูกชายคนเดียวของผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยอย่างเขาจัดการเอง 


เมื่อเพื่อนสนิทรับปากจะจัดการให้เขาจึงบอกลาขอตัวออกไปจากห้อง เมื่อโอเว่นออกไปจากห้องและปิดประตูให้อย่างเรียบร้อยโซเฟียก็เปิดปากพูดประโยคที่ทำให้สองคนที่เหลือในห้องต้องงงไปตามๆกัน 


เรนเดลนายช่วยหาตั๋วและใบผ่านทางให้อีกซักที่สิ ได้ไหม? 


แน่นอน ถ้าเป็นเธอล่ะก็ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟลำบากแค่ไหนเพียงแค่เธอต้องการฉันก็จะหามาให้ เรนเดลพูดพลางทำสายตาแพรวพราวใส่โซเฟียที่เดินมานั่งบนโซฟาตัวเดิมจนเธอต้องส่ายหัวและยิ้มอย่างอ่อนใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอโดนเรนเดลทำกริยาแบบนี้ใส่เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอชินแล้ว 


ว่าแต่เธอจะเอาใบผ่านทางอีกใบไปทำอะไรกันเฟียร์? 


นั่นสิ ฉันเองก็สงสัยเหมือนกัน โซอี้ว่าพลางมองหน้าพี่สาวจนเจ้าตัวที่ถูกจ้องหน้าต้องหันมาจ้องหน้าผู้เป็นน้องสาวของตนเองกลับ 


ให้เธอไงโซอี้ 


ให้ฉันพี่หมายความว่ายังไงฉันไม่เข้าใจ 


ฉันจะให้เธอไปประเทศไทยกับโอเว่น เธอจะต้องเป็นคนคอยเตือนสติไม่ให้เขาทำอะไรบ้าๆลงไปจนตัวเองต้องเดือดร้อนหรือเป็นอันตรายกับตัวหมอนั่นเอง ที่ฉันเลือกเธอให้ทำหน้าที่นี้ฉันเองก็มีเหตุผลของฉัน หวังว่าเธอจะเข้าใจและยอมเก็บกระเป๋าเดินทางเตรียมตัวไปไทยโดยดีนะน้องรัก 


โซเฟียร่ายยาวให้โซอี้และเรนเดลฟัง ถึงจะดูไม่มีเหตุผลไปบ้างแต่ทั้งสองคนย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเธอเป็นคนทำอะไรจะต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว ก็ใครจะไปรู้กันล่ะว่าเธอรู้เธอเห็นอะไรบ้างสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ ตระกูล​ของโซเฟียและโซอี้เป็นตระกูลของผู้ที่มีพลังในการทำนายอนาคต เธอซึ่งเกิดมาเป็นลูกคนโตจึงได้รับพลังของนักทำนายไปแทบหมดจนเธอได้เป็นนักทำนายหรือหมอดูที่เก่งกาจและเยาว์วัย และการทำนายของเธอไม่ใช่แค่กะโหลกกะลาเหมือนคำที่ว่าหมอดูก็คือหมอเดา แต่มันกลับแม่นยำราวกับว่าเธอสามารถเห็นอนาคตได้ 


แต่...ถ้าฉันไปด้วยโอเว่นจะไม่โกรธหรอหมอนั่นไม่ชอบให้ใครล้ำเส้นพวกพี่ก็รู้ 


คิดดีๆก่อนจะพูดออกมานะโซอี้ ตั้งแต่เด็กแล้วหมอนั่นเคยโกรธเธอด้วยเหรอ โซเฟียตอบเสียงนิ่งราวกับเตือนสติว่าเธอไม่ควรน้อยใจกับเรื่องไร้สาระรู้ทันกันตลอดเลยนะว่าคิดอะไรอยู่ 


เห็นด้วยกับเฟียร์นะ เจ้าบ้าโอเว่นมันเคยโกรธเธอที่ไหนกัน กลับกันมันโอ๋เธอจะตายไปเผลอๆจะยิ่งกว่าพี่สาวแท้ๆซะอีก เรนเดลว่าพลางเดินมานั่งตรงขอบเก้าอี้ข้างๆโซเฟียและโอบไหล่เธอไว้อย่างแนบเนียนเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกแน่ๆที่เขาทำตัวรุ่มร่ามถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ แถมคนที่โดนทำตัวรุ่มร่ามใส่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยทำให้ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ 


เดี๋ยวเย็นนี้ฉันกลับไปเตรียมตัวก็แล้วกัน ภายในอาทิตย์นี้ใช่ไหม? 


ว่าไงเรนเดล โซว์ถามน่ะ 


อืม เตรียม​ตัวฝึกพูดภาษาไทยได้เลยสาวน้อย 

 


หนึ่งอาทิตย์ถัดมา 


@มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย 


เธอๆ สองคนนั้นไงที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากอังกฤษ 


โห หล่ออ่ะหน้าตาดีมากราศีก็จับ ลูกคนมีฐานะแน่เลยเชื่อฉันสิ 


ไม่บอกฉันก็เชื่อเถอะ ผู้หญิงคนนั้นก็สวยนะ ดูสิเวลาเดินคู่กันดูเหมาะสมกันมากเลย อย่างกับเจ้าชายกับเจ้าหญิงแน่ะ! 


เสียงพูด​คุยกันถึงบุคคลสองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ใต้ต้นสนต้นใหญ่ ท่วงท่าการนั่น การจับหนังสือหรือแม้แต่เวลาอ่านก็ชวนน่าหลงไหลและหน้าจับตามองเป็นที่สุด ทั้งสองพูดคุยกันถึงเรื่องอะไรอยู่คนอื่นมิอาจทราบได้เพราะบริเวรที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกดึงเข้าไปในรัศมีที่เทียบไม่ถึงหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ 


ได้ประวัติมาแล้วใช่มั้ย? เสียงนุ่มทุ้มมีสเน่ห์ของนักเรียนแลกเปลี่ยนคนหนึ่งที่เป็นผู้ชายเอ่ยถามนักเรียนแลกเปลี่ยนอีกคนที่เดินทางมากับตน 


ชื่อเอวา อชิรญา ภักดีพิศุทธิ์ เรียนอยู่ปีสามคณะนิเทศศาสตร์สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง ที่เหลือพี่ไปอ่านเองก็แล้วกัน โซอี้พูดพลางส่งใบประวัติให้ 


อืม ขอบใจเธอมาก เจ้าตัวรับมาพร้อมกับยิ้มอ่อนๆให้เป็นการขอบคุณ สายตาเขาในตอนนี้จะดูเป็นประกายเป็นพิเศษเนื่องจากอนนี้ได้พุ่งความสนใจแทบจะทั้งหมดไปที่ผู้หญิงที่ชื่อเอวา อชิรญา ภักดีพิศุทธิ์ นามสกุลนี้ล่ะที่ทำให้มันน่าสนใจ มันเป็นนามสกุลของเขาคนนั้นและเธอคนนี้ก็คือทายาทคนเดียวของเขา


การรอคอยสิ้นสุดลงและในที่สุด...เราก็จะได้พบกันเสียที ทั้งความสุข ความเศร้าความเสียใจที่คอยรบกวนจิตใจเขามาตลอดหนึ่งปีมาจากผู้หญิงคนนั้นคนเดียว

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น