MINI STORE ; ROOM (ห้องลับ)

ตอนที่ 25 : my master dear - Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 เม.ย. 59

01 

เจ้าหนี้ของ(เพื่อน)ฉัน 

 


 

   หลังจากที่บอกลากับสาวน้อยน่าตาน่ารักคนนั้นเสร็จฉันก็รีบตรงมาที่โรงเรียนอย่างสุดชีวิตแถมมาได้ทันก่อนเวลาเข้าเรียนอย่างเฉียดฉิวและเข้าไปเคารพธงชาติได้ทันเวลพอดีเดะด้วยสภาพร่างกายที่ครบสามสิบสองแต่ไม่ค่อยจะโอเคซักเท่าไหร่เนื่องจากมีแผลถลอกที่เท้าจากเหตุการ์ณเมื่อเช้านี้ 

 

   “ยัยเนธ! มานั่งเร็วๆเลย” 

 

   ฉันเปิดประตูและย่างเท้าเข้ามาในห้องเรียนได้เพียงแค่ก้าวเดียวก็มีเสียงของเพื่อนสนิทฉันนามว่าใยไหมดังขึ้นมาเรียกชื่อฉันทำให้แทบจะทุกคนในห้องเรียนหันมามองฉันกันหมด แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ คือจะว่ายังไงดีล่ะ อืม…ชินแล้วเพราะเป็นแบบนี้แทบทุกเช้า 

 

   อีกเรื่องคือชื่อที่ใยไหมใช้เรียกฉันก็คือ ‘เนธ' แต่ฉันก็ยังชื่อเนเธอร์อยู่นะเพียงแต่ว่าเนธตือชื่อย่อที่ใยไหมตั้งให้ เพราะปกติชื่อย่อของชื่อเล่นฉันก็คือ ‘เน' แต่มันยังเหลือคำว่าเธอร์อยู่ใยไหมก็เลยยก ทอธงเข้ามาเติม เนก็เลยกลายเป็นเนธ แต่ชื่อเนธใยไหมเรียกได้คนเดียวนะ เพราะจะได้สนิทๆกัน ทั้งหมดทั้งมวนที่ว่ามานี้ใยไหมกล่าวไว้ ฟันธง!(เริ่มไม่ใช่ละ -_-) 

 

   “ดีจ๊ะไหม” ฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับทักทายใยไหมไปด้วย เนื่องจากเราสองคนโชคดีมากที่จับฉลากได้ที่นั่งติดกัน เวลาคุยกันก็เลยง่ายหน่อย 

 

   “ไม่ต้องมาดีจ๊ะเลย เป็นหนูน้อยอาลาเล่หรือยังไงยะ ดีจ๊ะได้ทุกเช้าแบบนี้” แล้วใยไหมก็ทักทายฉันด้วยประโยคเดิมทุกวันไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือแปลเปลี่ยนไปเป็นอื่นใด “ว่าแต่เข่าไปโดนอะไรมาทำไมถลอกแบบนี้ แถมชุดนักเรียนก็เละเทะชะมัด ยับด้วย นี่เธอไปทำอะไรมาเนี่ยยัยเนธ 

 

   “อ๋อออ~ คือฉันปีนไปช่วยลูกแมวที่ติดอยู่บนต้นไม้มาน่ะ แต่โชคไม่ค่อยดีเลยตกต้นไม้” 

 

   “ตกต้นไม้!!! O_O!” ใยไหมว่าเสียงดังพร้อมกับทำตาโตอย่างตกใจ ก็ไม่แปลกหรอกที่จะตกใจจนคนแทบทั้งห้องต้องหันมามองอีกรอบอย่างอดไม่ได้ แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่ใยไหมจะตกใจขนาดฉันที่ตกลงมาเองยังตกใจเลย 

 

   “อื้ม! แต่ว่ามีคนมาช่วยไว้ทันเลยไม่ได้เป็นอะไรมาก” 

 

   “โชคดีแล้วนะเธอหน่ะ! แล้วก็เลิกซักทีเถอะได้การเป็นคนดีเกินเหตุแบบนี้ ครั้ฝนี้ถือว่าโชคดีมากๆเลยนะที่ไม่ได้เป็นอะไรหนักมากเพราะมีคนมาช่วย แต่ใช่ว่าเธอจะมีความโชคดีในความโชคร้ายแบบนี้ทุกครั้งนะ” ใยไหมเทศฉันยาวเหียด ก็เข้าใจนะว่าเป็นห่วง แต่พอเห็นคนหรือสัตว์กำลังเดือดร้อนก็อดเข้าไปช่วยไม่ได้เลย T_T 

 

   “จะพยายามก็แล้วกันนะ ไหมจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก” ฉันว่าพร้อมกับยิ้มกว้างจนตาแทบจะปิดให้ใยไหม 

 

   ฉันกับใยไหมเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มอต้นพอขึ้นมอปลายก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันมาตลอด ใยไหมน่ะเป็นคนที่นาารักสดใส ถึงบางทีจะขี้เหวี่ยงไปบ้างก็เถอะ แต่เธอจะไมาออานิสัยนี้มาใช้กับเพื่อนสนิทหรือครอบครัวเด็ดขาด ส่วนเพื่อนสนิทใยไหมก็คือฉันเพียงคนเดียวนี่ล่ะ ใยไหมเป็นคนเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยเก่งเพราะค่อนข้างจะขี้อายเป็นบางที แต่เว้นไว้สำหรับผู้ชายหล่อๆนะ เนื่องจากเธอค่อนค่างจะถูกโฉลกกับผู้ชายหล่อๆ เห็นแล้วพุ่งเข้าใส่ทุกที 

 

   แต่เห็นแบบนี้ใยไหมก็เรียนเก่งมากเนื่องจากเธอเป็นเด็กทุน ครอบครัวของใยไหมฐานะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ที่บ้านก็มีพี่สาวอายุยี่สิบห้าปีที่พิการเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีที่แล้ว และยายที่อายุมากแล้ว ส่วนแม่ใยไหมก็เสียไปตั้งแต่เธอยังเด็ก พ่อก็แต่งงานใหม่และย้ายออกไปจากบ้านไม่เคยกลับมาหาครอบครัวอีกเลย เสาหลักของครอบครัวเลยต้องตกมาอยู่ที่ใยไหม 

 

   “ดีแล้ว ชอบทำให้เป็นห่วงตลอดเลยนะ” ใยไหมว่าพลางส่ายหัว “เอ้อ แล้วเมื่อกี้นี้ประชาสัมพันธ์ประกาศเรียกน้องเธอด้วย -O- หลายครั้งแล้วนะน้องเธอเนี่ย” 

 

   “อีกแล้วหรอ?” นันตาก่อเรื่องอีกแล้วหรอ ครั้งนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ ทะเลาะวิวาท เถียงครู แหกกฎ!? แต่ก็เอาเถอะ ยังไงพี่นิวตั้นก็เป็นคนไปจัดการยัยน้องสาวจอมซ่าอยู่ดี 

 

   ครอบครัวฉันมีพ่อราชหรือราชตะ แม่จินหรือแม่จินตนาการ พี่สาวชื่อนิวตั้นและน้องสาวชื่อนันตา อีกหนึ่งตัวก็คือเฉโปน้องหมาของฉันเอง >_< มาพูดถึงเรื่องพี่น้องของฉัน พี่นิวตั้นพี่ใหญ่ของบ้านที่นันตาน้องสาวจอมแสบชอบเรียกว่าเจ้ พี่นิวเป็นพี่ที่มีความเป็นผู้ใหญ่ รักน้องและครอบครัวมากถ้าใครมาว่าร้ายก็ด่ากลับทุกราย แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวคนนี้ก็มีความซุ่มซ่ามอยู่มาก ส่วนนันตา น้องสาวคนนี้ค่อนข้างจะดื้อและแสบมาก! คติของเธอคือต้องแหกกฎ กฎมีไว้ให้แหก นันตาได้กล่าวเอาไว้ 

 

   “ถ้าฉันได้ยินมาไม่ผิดครั้งนี้น่าจะเป็นทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในห้องนะ” 

 

   “เดี๋ยวพี่นิวตั้นก็ไปจัดการเหมือนเดิม ส่วนฉันค่อยกลับไปสอนที่บ้าน นันตาจะได้ไม่ก่อเรื่องให้มากนัก” ฉันพูดยิ้มๆอย่างไม่ค่อยเป็นห่วงเพรารู้ว่าพี่นิวตั้นเอาอยู่ 

 

   “ครอบครัวเธอนี่สุดยอดไปเลย พี่สาวเป็นผู้พดุงความยุติธรรมส่วนน้องสาวเป็นผู้ก่อเรื่องเก่งตัวแม่ นับถือๆ” ใยไหมเอามือที่กำข้างแบข้างมาแตะกันแล้วไว้ตรงอกแบบคนในหนังจีนชอบทำกัน “เพราะงั้นฉันมีเรื่องอยากจะให้ผู้พดุงความยุติธรรมช่วยหน่อย ^O^” 

 

   “ไม่! ไม่มีทาง” ฉันรีบตอบปฎิเศษใยไหมไปอย่างเร็วไว อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลยนะ เพราะแต่ละเรื่องที่ใยไหมให้ฉันช่วยมันไม่เคยจะธรรมดาเลยซักที 

 

   “ใจร้ายยยย! ทีคนอื่นล่ะช่วยได้ แล้วพอเพื่อนตัวเองกำลังเดือดร้อนดันไม่ยอมช่วย -^-!” 

 

   “เดือดร้อน?” 

 

   “ใช่ ฉันกำลังเดือนร้อนมากๆเลย ถ้าเธอไม่ยอมช่วยฉันกับครอบครัวต้องแย่แน่ๆ” ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ…ชักจะใจอ่อนแล้วสิ T^T 

 

   “แล้วไหมจะให้ฉันช่วยเรื่องอะไรล่ะ แต่ฉันยังไม่ตกลงนะ ต้องขอดูก่อนว่าสมควรช่วยหรือปล่าว” ฉันว่าอย่างยอมจำนน ยังไงก็เพื่อนนี่นะ เพื่อนสนิทซะด้วย 

 

   “โอเค! คือเรื่องมันเป็นบะ…” 

 

   ใยไหมที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างชะงักกึกและรีบย้ายตัวเองไปนั่งดีๆอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นเดียวกัยคนอื่นๆที่กำลังเกาะกลุ่มกันก็สลายตัวอย่างเร็วไวเนื่องจากอาจารย์ป้า อาจารย์ประจำชั้นเปิดประตูเข้ามาในห้องและเดินไปหน้ากระดานด้วยท่าทางที่สุขุมสุดๆ 

 

   “เดี๋ยวเที่ยงนี้เล่าให้ฟังนะ” ใยไหมอาสัยจังหวะที่อาจารย์ก้มหน้าหันมากระซิบบอกฉัน จากนั้นหัวหน้าห้องก็สั่งความเคารพ 

 

 

   พักเที่ยง 

 

   “เนธเอาน้ำอะไร?” 

 

   “เอาเป็นน้ำลิ้นจี่ปั่นก็แล้วกัน แล้วไหมจะกินอะไรฉันจะไปซื้อให้ เดี๋ยวฉันเลี้ยงมื้อนี้ด้วย” ฉันว่าพลางหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาเตรียม ส่วนเลี้ยงข้าวก็ปกติค่ะ เพราฉันชอบเลี้ยงข้าวใยไหมประจำ ตอนแรกเธอก็เกรงใจเหมือนกันนั่นล่ะ แต่พอบ่อยๆเข้าก็เหมือนว่าจะชินซะแล้ว

 

   “ข้าวผัดก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำแล้วไปรอที่โต๊ะนะ” 

 

   ฉันพยักหน้าและเดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกับข้าวผัด พอได้มื้อเที่ยงแล้วฉันก็เดินไปที่โต๊ะประจำของฉันกับใยไหมที่ตอนนี้มีเพื่อนสนิทนั่งรอพร้อมกับน้ำลิ้นจี่ปั่นสองแก้วอยู่แล้ว เห็นอย่างนั้นฉันจึงวางจานข้าวผัดไว้ตรงหน้าใยไหมก็ได้คำขอบคุณตอบกลับมา และวางจานก๋วยเดี๋ยวไว้ตรงข้ามถึงได้เดินไปนั่ง 

 

   “ว่าแต่เรื่องที่เธอบอกจะให้ช่วยนี่เรืองอะไรหรอ?” ฉันถามหลังจากเราสองคนเริ่มจัดการกับอาหารตรวหน้าได้ซักพัก 

 

   “คือเรื่องมันค่อนข้างจะยาวอ่ะ” ใยไหมรวบช้อนซ่อมแล้ววางไว้บนจาก แล้วดูดน้ำอีกประมาณสองอึก “เนธก็รู้ใช่ป่ะว่าตอนนี้ฉันทำงานอยู่ที่บ้านของเศษฐีคนนึงอยู่ ทุกอย่างดีมากเงินดี เพื่อนร่วมงานดี เจ้านายถึงจะเอาแต่ใจแต่โดยรวมคือดี ทุกอย่างมันโอเคหมดเลยนะ” 

 

   จากที่ฉันฟังมาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สิ่งที่ดูเป็นปัญหามากที่สุดในรูปประโยคนั้นก็น่าจะเป็นเจ้านายที่ค่อนข้างจะเอาแต่ที่ใยไหมว่า 

 

   “ทุกอย่างกำลังไปได้ดีถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นมาก่อน วันนั้นฉันกำลังยกขนมนมเนยไปให้คุณหนู แต่ระหว่างทางก็มีตัวอะไรก็ไม่รู้โผล่มาจากซอกโต๊ะ แน่นอนว่าฉันตกใจมาก ตกใจจนไปชนแจกันที่เป็นของรุ่นสู่รุ่นสู่รุ่นของตระกูลคุณหนู เป็นแจกันที่สำคัญมาก!” 

 

   โห…เรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย 

 

   “แล้วไหมจะทำยังไงล่ะ” 

 

   “นี่ล่ะประเด็น คุณหนูบอกว่าแจกันใบนั้นไม่สามารถตีมุลค่าเป็นเงินได้ก็คือจะใช้หนี้เป็นเงินไม่ได้นั่นเอง ถ้าไม่อยากให้เอาเรื่องก็ต้องทำงานชดใช้โดยที่ไม่ได้รับเงินเดือน ซึ่งถ้าฉันไม่ได้รับเงินเดือนแล้วที่บ้านฉันจะเอาอะไรกินล่ะ! ข้าวสารก็จะหมดแล้วด้วย นี่ก็จะสิ้นเดือนแล้วไหนจะค่าน้ำค่าไฟ ค่าบ้าน นี่ฉันก็ต้องไปหางานพาร์ททามทำอีกนะ T_T” 

 

   “แล้วไหมจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ?” 

 

   “เธอช่วยไปทำงานที่บ้านคุณหนูแทนฉันหน่อยได้มั้ย ฉันลองถามคุณหนูแล้วแน่นอนว่าได้ เพราะงั้นฉันขอร้องเธอ ช่วยฉันหน่อยนะ” 

 

   “มะ…ไม่ต้องถึงขนาดขอร้องหรอก เอาเป็นว่าตกลงฉันจะช่วยเธอ” ก็เพื่อนกันนี่นา และฉันก็รู้ดีด้วยว่าใยไหมลำบากมาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้ก็อายุแค่สิบเจ็ดก็ต้องทำงานนู่นงานนี่หาเงินเลี้ยงครอบครัว “ส่วนเรื่องงานพาร์ททามฉันรู้จักกับพี่คนนึงที่เปิดร้านเบเกอรี่ ฉันจะลองไปคุยกับพี่เค้าดูให้” 

 

   “ขอบคุณมากเพื่อนรักกก” 

 

   “ไม่เป็นไรๆ แล้วฉันต้องเริ่มงานวันไหน?” 

 

   “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่คุณหนูบอกว่าเย็นนี้ให้เธอไปหาที่โรงเรียนนานาชาติวิลตันที่ห้อง M5/1 ห้องของพวกหัวกระทิของโรงเรียน” เรียนมอห้าเท่าฉันกับใยไหมเลย แถมอยู่โรงเรียนเดียวกับกับสุภาพบุรษที่ช่วยฉันไว้อีก “ส่วนชื่อของคุณหนูก็คือคิมหันต์ ชื่อจริงนามสกุลคือฑีพายุ อัทรารัตย์ 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

 

   เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 

 

   ตอนนี้ฉันกับใยไหมยืนอยู่หน้าโรงเรียนนานาชาติวิลตัน พอเราเลิกเรียนใยไหมก็ลากฉันออกจากโรงเรียนและขึ้นมาบนรถแท็กซี่ตรงดิ่งมาที่โรงเรียนนานาชาติวิลตัน แทบจะไม่มีเวลาคว้าโทรศัพท์โทรบอกพี่นิวตั้นไม่ทันว่าวันนี้ฉันจะกลับบ้านช้าหน่อย 

 

   ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียน นักเรียนของที่นี่บางส่วนก็ทยอยกันกลับบางส่วนก็ยังอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนส่งไหนของโรงเรียนก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นฉันกับใยไหมก็จะหันหน้ามามองดู บางคนก็มองเฉยๆ บางคนก็มองแล้วซุบซิบนินทากับเพื่อนตัวเอง ส่วนบางคนก็เมิน ก็นะ นักเรียนของโรงเรียนอื่นมายืนอยู่อยู่หน้าโรงเรียนตัวเอง เป็นฉันก็มองเหมือนกัน 

 

   “เนธ เดี๋ยวเธอเข้าไปเลยนะ อยู่ตึกนั้นอ่ะ ห้อง M5/1 ถ้าไม่เจอก็ลองถามจากคนในโรงเรียนดู” ใยไหมว่าพลางชี้ให้ฉันดูที่ตึกสูงประมาณห้าชั้นสีขาวที่้เด่นสง่า “เป็นตึกของพวกมอห้าอ่ะ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนคนรวย เธอไม่ต่องสงสัยว่าทำไมมันถึงหรู” 

 

   “อ้อ แล้วไหมไม่เข้าไปกับฉันหรอ?” 

 

   “ไม่ดีกว่า เธอเข้าไปเองเหอะ คุณหนูน่ากลัวโหดด้วยถึงจะแม้ว่าจะหล่อก็เถอะ แต่ถ้าจะโหดขนาดนี้ใยไหมคนนี้ก็ขอบายดีกว่า” แล้วก็ยกมาเป็นภาระหน้าที่ของฉันคนนี้งั้นสินะ 

 

   “งั้นฉันไปก่อนนะ ได้ข่าวยังไงแล้วจะไลน์ไปบอก เจอกันพรุ่งนี้จ๊ะ” 

 

   “บาย~” 

 

   ฉันกับใยไหมบอกลากันเสร็จเรียบร้อยก็เดินเข้ามาในโรงเรียนตรงไปทางตึกที่ใยไหมชี้ให้ดู โรงเรียนนี้สวยจริงๆนะ ต้นไม้ใบหญ้ามากมายโดยเฉพาะไม้ดอกตกแต่งตามทางเดิน มีสวนในโรงเรียนด้วยนะ เป็นสวนที่ไม่ใหญ่มากไม่เล็กมากแต่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้มาก มองจากจุดที่ฉันยืนอยู่เห็นต้นเมลอน ออกผลแล้วด้วย~ น่ากินสุดๆ >_< 

 

   หลังจากที่ฉันเอ้อระเหยตามทางเสร็จเรียบร้อยก็มาถึงตึกที่หมายและยืนลังเลอยู่ตรงบันได ว่าแต่ห้องเรียน M5/1 มันอยู่ชั้นไหนกัน ใยไหมก็ไม่ได้บอกมาด้วย แล้วฉันจะไปถูกมั้ยเนี่ย จะให้ไล่ทีละชั้นก็คงจะไม่ไหวเนื่องจากตึกนี้กว้างมาก ถ้าเดินจนครบขารากแน่ๆ 

 

   “มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ?” จังหวะนั้นเองก็มีเสียงหล่อของใครคนหนึ่งดังขึ้นอยู่ด้านหลังฉัน พอฉันหันหลังไปมองก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งหล่อมาก! วันนี้เนเธอร์คนนี้เจอผู้ชายหน้าตาระดับดารานายแบบมาสองคนแล้วค่ะ! แต่คนนี้แตกต่างจากคนเมื่อเช้า สุภทพบุรุษคนนั้นหล่อแบบแบดบอย เท่ๆแบบเอาแต่ใจเป็นเหมือนกับไฟ ส่วนคนนี้หล่อแบบอบอุ่น ใจดี อ่อนโยนเหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ ผู้ชายสองคนนี้เล่นเอาฉันนิ่งค้างไปเลย! 

 

   “คะ? เมื่อกี้นี้พูดว่าอะไรนะคะ?” 

 

   “ฉันถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย? เห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้มาซักพักแล้วน่าจะมีปัญหาอะไรหรือปล่าว” ผู้ชายคนนั้นพูดอย่างใจดี “อ้อ ฉันชื่อสีน้ำเงินนะ เรียนอยู่ชั้นมอห้า” 

 

   “ฉันเนเธอร์ อยู่มอห้าเหมือนกัน” 

 

   “แล้วเนเธอร์มีปัญหาอะไร อยากรู้อะไรมั้ย ถามฉันได้นะ” สีน้ำเงินว่ายิ้มๆ ใจดีจัง อย่างกับเทวดาเลยทั้งหล่อทั้งใจดี 

 

   “ฉันจะไปห้อง M5/1 นายรู้มั้ยว่าอยู่ชั้นไหน? แล้วรู้จักคิมหันต์ ฑีพายุ อัทรารัตย์หรือปล่าว เขาอนู่ในห้องเรียนมั้ย” ถามให้แน่เพื่อความชัวร์ จะได้ไม่ต้องไปแล้วเสียเที่ยว 

 

   “เธอ…รู้จักคิมหันต์?” เขาดูนิ่งไปนิดนะ 

 

   “ก็ไม่เชิงหรอกจ๊ะ ^^; ตกลงนายรู้จักห้องเรียนนั้นมั้ย?” ฉันเปลี่ยนเรื่องเนื่องจากไม่รู้จะตอบยังไงดี ก็ไม่ไดรู้จัก้ป็นการส่วนตัว แค่จะมาทำงานด้วย 

 

   “รู้สิ ฉันเรียนอยู่ห้องนั้นจะไม่รู้ได้ไง ^^ ส่วนคิมหันต์ฉันไม่แน่ใจนะว่าจะอยู่มั้ย” 

 

   “จริงหรอ! O_O โห บังเอิญจังเลยนะ” 

 

   “นั่นสิ งั้นเราไปกันเถอะฉันจะพาไปส่ง อยู่ชั้นสามนะ” สีน้ำเงินว่าพลางเดินนำฉันไป ใจดีจังเดินไปส่งคนที่เพิ่งเจอกันเลยอ่ะ “รออะไรล่ะ ตามมาสิ” 

 

   “อะอื้ม 

 

   ฉันกับสีน้ำเงินเราเดินไป ณ ห้องที่คิมหันต์อยู่ใช้เวลาไม่นานก็ถึง พออยู่หน้าห้องมอห้าทับหนึ่งแล้วสีน้ำเงินก็ขอตัวและลงไปชั้นล่างอีกที นี่ฉันทำให้เขาลำบากหรือปล่าวเนี่ย ฉันยืนทำใจอยู่หน้าห้องซักพักแล้วค่อยๆแง้มประตูเข้าไป และก็เจอกับ…. 

 

   นักเรียนชายหญิงอยู่กันแทบเต็มห้อง! -O- นี่พวกเขาและพวกเธอไม่คิดจะกลับบ้านกลับช่องกันเลยใช่มั้ย เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไปผู้คนในห้องก็หันมามองฉันกันแทบหมด มองอีกแล้วหน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นหรอ 

 

   “คือ…คิมหันต์อยู่มั้ยคะ” 

 

   “ไอ้คิมหันต์? ไม่อยู่หรอก มันอยู่ในห้องวิทย์น่ะสงสัยไปแอบงีบ ถัดจากห้องนี้ไปอีกสามห้องถ้าเจอแล้วเปิดประตูเข้าไปได้เลย” มีเสียงผู้ชายคนนึงตอบกลับมาฉันเลยบอกขอบคุณเขาไปและปิดประตูตรงไปห้องวิทย์ที่ว่า 

 

   พอฉันมาถึงห้องวิทย์ก็ยืนทำใจอยู่หน้าห้องอีกรอบแล้วค่อยๆเปิดประตูเข้าไปเหมือนเดิม ภายในห้องวิทย์ก็เหมือนห้องวิทย์ทั่วไป มีโต๊ะ มีหลอดทดลอง มีโครงกระดูกและสิ่งอื่นๆอีกมากมายที่ห้องวิทย์ควรจะมี แต่สิ่งที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นใดก็คือผู้ชายคนหนึ่งกำลังฟุบอยู่บนโต๊ะตรงหน้าต่าง คงจะเป็นคิมหันต์สินะ 

 

   “เอ่อ…คุณใช่คุณหนูคิมหันต์ ฑีพายุ อัทรารัตย์ใช่มั้ยคะ” ฉันถามไปอย่ากล้าๆกลัวเนื่องจากใยไหมเคยบอกว่าคนคนนี้เอาแต่ใจมาก โอ๊ะ! เขาเริ่มขยับตัวและผงกหัวขึ้นมาแล้ว 

 

   “เธอเป็นใคร กล้าดียังไงมารบกวนการนอนของฉัน” เขาเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองฉันนั่นทำให้ฉันอึ้งมากเพราะเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาจากทางด้านหลังของเขาทำให้เขาดูดีมากอย่างหน้าโมโห และอีกเรื่องที่ทำให้ฉันต้องตาโตด้วยความตกใจก็คือคุณหนูคิมหันต์ที่ฉันจะมาทำงานใช้หนี้คือคนคนเดียวกับสุภาพบุรุษที่ช่วยฉันไว้เมื่อเช้านี้! 

 

   นี่มันบังเอิญเกินไปมั้ยเนี่ย…. แต่บางทีคนนี้อาจจะไม่ใช่คิมหันต์แสนเอาแต่ใจคนนั้นก็ได้มั้ง เพราะเขาก็ยังไม่ตอบว่าใช่หรือไม่ 

 

   “…” 

 

   “ตกลงเธอเป็นใคร แล้วรู้ชื่อฉันได้ยังไง?” 

 

   ไม่ผิดแน่ๆ เจ้าตัวเล่นพูดออกมาขนาดนี้ นี่สินะคิมหันต์ ฑีพายุ อัทรารัตย์ เจ้าหนี้(เพื่อน)ฉัน!




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อะแฮ่มๆ! รีไรท์ตอนที่หนึ่งเสร็จแล้วววว เป็นยังไงกันบ้าง

ดูมันโอเคขึ้นมั้ย? คือพล็อตเรื่องจะเหมือนเดิมค่ะ แต่รายละเอียด

แบบเล็กๆน้อยๆ การบรรยายและคำพูด จะเปลี่ยน

และที่สำคัญเนเธอร์นะพูดมากขึ้น แถมเราจะได้เห็นฉากหวานๆ

ระหว่างพระนางมากขึ้นน้าาา~




1คอมเม้น+1โหวด+1แฟบ = กำลังใจเกินร้อยของไรท์เตอร์



(c)              Chess theme

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น