MINI STORE ; ROOM (ห้องลับ)

ตอนที่ 22 : From your passion - chapter 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.พ. 59

01

make merit for kids



ฉันเดินผ่านเหล่ากลุ่มเสียงซุบซิบของบุคคลที่ชอบนิทาทั้งหลายเข้าไปในคณะ ตรงไปยังโต๊ะที่เป็นที่นั่งประจำของฉันและเพื่อนสนิทอีกสองคน


เมื่อถึงที่หมายฉันก็เจอเพื่อนๆทั้งสองกำลังก้มหน้าก้มตาทำกิจกรรมของตัวเองอย่างตั้วอกตั้งใจ ฉันเลือกพาตัวเองมานั่งข้างยะหยาส่วนเก้าอี้ด้าาตรงข้ามก็ถูกจับจองไว้ด้วยละอองฝนที่กำลังก้มหน้าจดอะไรยุกยิกลงบนกระดาษโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างไม่ต่างจากยะหยาที่ทุ่มสมาธิให้กับหนังสือเล่มหนาตรงหน้าเธอ จนฉันต้องกระแทกกระเป๋าแบรนด์แนมลงบนโต๊ะทั้งคู่ถึงได้เงยหน้ามาสนใจฉัน


"นัดตอนเช้าแต่มาซะบ่ายเลยนะซิลเวีย"ยะหยาพูดเสียงนุ่ม ขัดกับหน้าตาของเธอตอนนี้ที่แทบจะเขมือบหัวฉันอยู่แล้ว


"ขอโทษที พอดีฉันเครียดๆน่ะเลยไปขับรถเล่นมา"


"เครียด? เรื่องข่าวลือนั่นรึป่าว?"


"ข่าวลือ?"


ตอนฉันไม่อยู่มันเกิดเรื่องบ้าๆอะไรกันอีกล่ะเนี่ย ข่าวลือนั่น...มันคงจะเกี่ยวกับฉันอีกแล้วสินะ?  ป่านนี้ก็คงจะไปถึงหูของเอเรียลและมิคเคลแล้ว งานนี้คงจะต้องเคลียร์กันยาว


"ใช่! ข่าวลือ ตอนเธอเดินเข้ามาในคณะเราไม่รู้สึกแปลกๆเหมือนกำลังโดนนินทามั่งเลยหรอ" ละอองฝนนั่งเท้าคางตอบด้วยน้ำเสียงรื่นเริงราวกับข่าวลือพวกนี้ทำให้เธอพบเจอเรื่องสนุกเข้า


"รู้สึกมั้ง"ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะทุกๆวันนักศึกษาของพาราไดซ์ก็มีเรื่องให้พูดคุยกันมากมายไปหมด จะให้มานั่งติดตามข่าวหน่ะไม่ไหวหรอกนะ โดยเฉพาะข่าวลือ อีกอย่าง...นี่ก็ไม่ใล่ข่าวลือแรกของฉันซักหน่อย ไม่เห็นต้องสนใจเลยว่ามั้ย "แล้วครั้งนี้ลือกันเรื่องอะไรอีกล่ะ? เล่าให้ฟังหน่อยสิฉันอยากรู้"


"เขาว่าเธอไปมีเรื่องกับยัยแองเจิล ดาวคณะนิเทศเมื่อเช้านี้ที่โรงจอดรถคณะเราเพราะแย่งผู้ชายกัน และชายผู้โชคดีคนนั้นก็คืออลัน เดือนคคณะสถาปัต" ว้าว! อยู่คณะเดียวกับลินเน็ตด้วย "แถมยังหาว่าเธอไปเป็นมือที่สามด้วยนะเพราะสองคนนั้นน่ะคบกันมาตั้งปีหนึ่ง และฝ่ายชายเองก็ไม่เคยนอกใจฝ่ายหญิงเลย"


"แต่เธอก็ไม่ได้เป็นมือที่สามไปแย่งของๆใครอย่างที่คนพวกนั้นกล่าวหา ใช่มั้ยซิลล์?" ยะหยาถาม


"ถึงฉันจะใจร้อน ขี้โมโห แต่ฉันก็ไม่ได้สิ้นคิดนะ อีกอย่างฉันจะไปเป็นมือที่สามได้ยังไง เคยเห็นแต่หน้าแต่ยังไม่เคยคุยกันเลยซักประโยค"


"เห็นด้วยกับซิลล์ อย่างยัยคุณหนูซิลเวียเนี่ยนะจะไปเป็นมือที่สามของใคร เป็นเพื่อนกันมาสี่ปีขอบอกเลยว่าไม่มีทาง ละอองฝนฟันธง!"


"แต่เพื่อนฉันที่เรียนอยู่คณะนิเทศบอกว่าแองเจิลเสียใจมากแถมร้องไห้หนักมากเลยนะ" ยะหยาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล "คนที่ไม่ชอบเธออยู่แล้วก็จะยิ่งไม่ชอบเข้าไปอีก แถมเข้าใจเธอไปแบบผิดๆอีก"


"ยัยนางฟ้าจอมปลอมนั่นมันน่าโมโหจริงๆ ฉันว่าที่หล่อนทำเป็นอ่อนแอร้องไห้ให้คนสงสารน่ะแสดงละครชัวร์เลย ได้ข่าวมาว่าเอกการแสดงด้วยหนิ ร้ายจริงๆ สู้นางฟ้าตัวจริงอย่างน้องเอเรียลก็ไม่ได้"


ถ้าถามความคิดฉันนะ ยัยแองจี้แองเจิงอะไรนั่นยังร้ายไม่ได้ครึ่งของเอเรียลเลยซักนิด แต่คนของพาราไดซ์ส่วนมากจะเรียกเอเรียลว่านางฟ้า และคำว่านางฟ้านั้นมาจากการตั้งฉายาที่นิตยสารมหา'ลัยที่ตั้งให้คิงและควีนรุ่นปัจจุบัน เอเรียลได้รับฉายาว่า 'Angal' แต่เพราะถ้าเรียกเป็นภาษาอังกฤษก็จะไปทับชื่อใครอีกคนเข้า ก็เลยกลายมาเป็นางฟ้าจนถึงทุกวันนี้ แต่ฉันก็มักจะเติมคำว่า evil ลงท้าย angal เสมอ


"เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ พูดไปก็เครียดปล่าวๆ"ฉันพูดขึ้นแต่ทั้งสองคนก็ยังไม่เลิกมำหน้าเครียด"เอาเป็นว่าฉันจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นอีกก็แล้วกัน"


"เอางั้นก็ได้ ว่าแต่เธอจะไปค่ายอาสาครัังนี้มั้ย?"


"ค่ายอาสา? พวกเธอไปมั้ยล่ะ" อันที่จริงฉันก็ไม่น่าถามคำถามบ้าๆแบบนี้เลย เพราะสองคนนี้เป็นเด็กกิจกรรม ไม่มีทางพลาดกิจกรรมที่ทางชมรมจัดขึ้นแน่ๆ ไม่เหมือนฉันที่พลาดกิจกรรมของชมรมตลอด อ้อ ลืมบอกสินะว่าเราสามคนอยู่ชมรมค่ายอาสา อันที่จริงฉันก็ไม่อยากเข้าชมรมนี้หรอก แต่เพื่อนสนิททั้งสองก็หาวิธีลากฉันเข้ามาจนได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยไปค่ายอาสาเลยซักครั้ง และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าขัดฉันซักคน ใครจะกล้าล่ะเนอะ?


"พวกเราสองคนไป เธอก็ควรไปนะซิลล์เพราะพวกนี่ก็ปีสุดท้ายแล้ว" ยะหยาว่าพลางยื่นมือมาเกาะแขนฉันแล้วเขย่าเบาๆ


"ไปทำบุญด้วยกันเถอะ จะได้ห่างๆจากเรื่องร้ายๆซะบ้าง" ละอองฝนพูดเสริมขึ้น


อืม...ค่ายอาสาอย่างงั้นหรอ? จะว่าไปก็ยังไม่เคยไปเลยซักครั้ง จะว่าไปก็น่าสนุกดีเหมือนกัน ลองไปซักหน่อยก็ไม่เสียหาย


"ตกลง ฉันจะไป"


"เยี่ยม!" ผลที่ได้รับคือเสียงที่ประสานกันสองเสียงและรอยยิ้มของทั้งคู่ก่อนที่ยะหยากับละอองฝนจะเทคมือกัน ฉันเลยต้องหยุดอาการดีใจเวอร์ของเพื่อนทั้งสองไว้ด้วยคำถามต่อไป


"แล้วครั้งนี้ไปอาสากันที่ไหน ไปเมื่อไหร่ ไปทำอะไรบ้าง? ขอมือโปรทั้งสองช่วยแนะนำน้องใหม่คนนี้ด้วย"


"ได้ๆ เดี๋ยวโปรอย่างพวกฉันสองคนจะแนะนำเธอเอง รับรองว่าเธอต้องชอบ" ละอองฝนยิ้มกว้าง ดูเธอจะมีความสุขจริงๆสำหรับเรื่องที่ฉันจะไปค่ายอาสาในครั้งนี้ ยะหยาเองก็เช่นกัน


อันที่จริงสองคนนี้เคยมาชวนฉันไปค่ายแล้วหลายครั้ง เรียกได้ว่าทุกคคั้งที่มีการจัดกิจกรรมเลยก็ว่าได้ แต่ทุกครั้งที่ถูกชวนฉันก็ปฏิเสธตลอด พอมาครั้งนี้ฉันตอบตกลงที่จะไปทั้งสองคนเลยดีใจเป็นอย่างมาก


แต่ก่อนอื่นฉันคงต้องกลับไปเคลียร์กับผู้ปกครองคนที่สามคนที่สี่ก่อนสินะ!


@penn Imperial

เสียงดนตรีดังขึ้นจากลำโพงราคาแสนแพงภายในห้องนั่งเล่นของโรงแรมเพนน์ อิมเพอเรียลชั้นบนสุดเป็นทำนองอันไพเราะปนเศร้าสร้อยก่อนจะต่อด้วยเสียงร้องของนักร้องหญิงคนหนึ่ง...


Where'd you go? I miss you so

Seem's like it's been forever

That your've been gone

คุณหายไปไหน? ฉันคิดถึงคุณนะ

เหมือนกับว่าเวลามันผ่านมานานแสนนาน

ตั้งแต่คุณจากไป



She said some days it feel like x

Some days I wanna quit and just be normal for a bit

I don't understand you have to always be gone

I get along but the trips always feel so long

And I find myself tryna stay by the phone

Cause your voice always helps my when I feel so alone

But I feel like an idiot work in my day around the call

But when I pick up I don't have much to say

So I want you to know it's a little xed up

That'm stuck here waitin at time debatin

Tellin you that I've had it with you and your career

Me and the rest of the family hear singing 'where'd you go'

เธอเคยบอกฉันว่า ซักวันฉันรู้สึกแย่

ซักวันเธออยากจะเลิกและทำตัวเหมือนคนทั่วไป

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอต้องจากฉันไปอยู่เสมอ

ฉันเข้าใจนะ แต่การเดินทางของเธอช่างยาวใกลเหลือเกิน

และฉันพบว่าตัวเองคอยแต่อยู่ใกล้โทรศัพท์เสมอ

เพราะเสียงของเธอทำให้ฉันไม่รู้สึกเดียวดาย

ฉันรู้สึกเหมือนไอ้งั่ง ที่คอยวนเวียนอยู่แถวโทรศัพท์ทั้วัน

แต่เมื่อฉันยกหูโทรศัพท์ ก็ไม่รู้จะพูดอะไร

เลยอยากให้เธอรู้ว่ามันเป็นอะไรที่โง่เง่า

ที่ต้องคอยอยู่ตรงนี้ทั้งวัน เพื่อเวลาที่จะได้โต้ตอบกัน

เฝ้าบอกว่าฉันเข้าใจเธอ และหน้าที่การงานของเธอ

ฉันและครอบครัวต่างเรียกร้องว่า 'เธออยู่ไหน'



"นอนฟังเพลงสบายอารมณ์จังนะ"


เสียงแร็ปของบทเพลง where'd you go ซึ่งเป็นเพลงโปรดของฉันถูกขัดด้วยเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันสนิทด้วยมากๆ


"แล้วสบายไม่ได้หรอ?"


"ก็ปล่าว แต่ไม่คิดจะอธิบายอะไรหน่อยเลยหรือไง" ยัยนั่นว่าพลางเดินมานั่งไขว่ห้างเชิดเป็นนางพญาบนโซฟาอีกตัวใกล้ๆกับที่ฉันนอนเล่นอยู่


Penn Imperial เป็นโรงแรมสุดหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ ภานนอกของโรงแรมดูหรูหราคล้ายปราสาทราชวังสมชื่อ ส่วนภายในก็ได้รับการตกแต่งที่หรูหราไม่แพ้ภายนอก ให้บริการระดับ Hi-end เช่น ห้องน้ำปูด้วยหินอ่อน ติดตั้งจอพลาสม่าทุกห้องและอื่นๆอีกมากมายที่จะให้บริการคนที่จะมาพักอยู่ที่ penn Imperial ได้จะต้องเป็นระดับท็อปเท่านั้น รวยอย่าเดียวไม่มีสิทธิ์


สำหรับชั้นบนสุดของโรงแรมเป็นชั้นที่ถูกสร้างไว้สำหรับผู้บริหารและตระกูลหรือบุคคลที่สนิทด้วยเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของคิงและควีนรุ่นปัจจุบันอย่างฉันและอีกสี่คนที่เหลือ และแน่นอนว่าเอเรียลเองก็เป็นหนึ่งในสี่คนที่เหลือที่ฉันได้กล่าวไป นอกจากนี้ก็ยังมีมิเคล ลินเน็ต ส่วนอเล็กเซหลังจากที่จบปริญญาตรีที่พาราไดซ์ก็บินไปต่อโทที่ต่างประเทศพร้อมกับบริหารงานในเครือไปด้วย แน่นอนว่าเพนน์อิมเพอเรียลเองก็เป็นหนึ่งในกิจการของคนอบครัวอเล็กเซด้วยเช่นกัน


"ไม่มีอะไรจะอธิบาย อันที่จริงเธอก็รู้เรื่องอยู่แล้วนะเอเรียล ไม่เห็นจะต้องถามให้มากความ" ฉันพูดอย่างเบื่อหน่ายเพราะรู้ว่าเธอคงไปตามสืบเรื่องราวและความจริงของข่าวลือทั้งหมดแล้ว


"ฉันแค่อยากจะมาเตือนเฉยๆ จริงอยู่ที่ทุกครั้งที่เกิดเรื่องหรือข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับพี่ฉันกับมิคเคลก็ตามแก้หรือทำให้ข่าวเงียบได้ตลอด แต่ฉันก็อยากให้พี่ห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองบ้าง ไหนจะอาการใจร้อน ขี้โมโหเกินเหตุเนี่ยลดซะบ้างเถอะ "


"แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้เริ่มก่อนนะเธอก็รู้"


"รู้ แต่ระยะนี้ช่วยลดดลงหน่อยเถอะ อเล็กเซใกล้กลับมาแล้วนะ ซิลล์คงไม่อยากได้คดีเพิ่มหรอกเนอะ?" พูดเสียงหวานพร้อมกับสวมหน้ากากนางฟ้าแสนบริสุทธิ์


เอเรียลเด็กกว่าฉันหนึ่งปีแต่ตอนนี้เธอเรียนอยู่ที่คณะบริหารอินเตอร์ปีสี่มหา'ลัยเดียวกับฉัน ยัยนี่น่ะจริงๆแลเวเป็นคนที่เรียกได้ว่าร้ายกาจ เป็นบุคคลที่น่ากลัวมากๆและต้องคอยระวังอย่าได้อยู่ใกล้ แต่เพราะตั้งแต่เด็กเธอมักจะสวมหน้ากากและแสดงละครเข้าหาคนอื่นอยู่เสมอ และทุกๆครั้งที่ฉันมีเรื่องก็จะได้ยัยน้องสาวคนนี้และมิคเคลคอยแก้ให้ตลอด


"ไม่รับปากนะ แต่จะพยายามก็แล้วกัน" อันที่จรืงถึงเอเรียลไม่มาพูดฉันก็ว่าจะลดๆบ้างเหมือนกัน ยัยเพื่อนสนิททั้งสองจะได้เลิกเป็นห่วงซักที


"แล้วนี่ฉันได้ข่าวมาว่าพี่จะไปค่ายอาสาพัฒนาของชมรม" รู้จริงอะไรจริงแฮะยัยนี่ รู้ดีซะจนฉันอยากจะปรึกษาเรื่องที่ทำให้ฉันตกใจได้เมื่อเช้านี้ แต่สัญชาตญาณก็บอกให้เงียบไว้ก่อน "ทำไมอยู่ดีๆถึงไป ปกติซิลล์ไม่เคยไปเลยนะ"


"ก็เพราะว่าไม่เคยน่ะสิถึงอยากไป เธอคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ?"


"ฉันจะไปว่าอะไรพี่ได้ จริงมั้ย?"ไม่จริง! สำหรับเรื่องนี้ฉันขอเถียง "เอาหนังสือไปบริจากด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะให้คนเตรียมไว้ อ้อ...มีอีกเรื่อง ถ้าไปแล้วห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด ถ้ามีเรื่องฉันจะไปลากพี่กลับกรุงเทพแน่"



@วันออกเดินทาง

8.00 A.M


รถ Mercedes Benz สีขาวคันหรูขับมาจอดเทียบที่หน้ามหา'ลัยพาราไดซ์ ภายในรถประกอบด้วยมิคเคลนั่งอยูที่เบาะคนขับพ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าของรถ เอเรียลที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ และฉันที่นั่งอยู่เบาะหลังมีกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบไม่เล็กไม่ใหญ่วางอยู่ข้างๆกัน จากที่ถูกชวนให้มาค่ายอาสาตอนนั้นก็ผ่านมาแล้วหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งวันนี้ก็คือวันออกเดินทาง


"ขอย้ำอีกซักรอบว่าห้ามก่อเรื่อง" เอเรียลพูดย้ำฉันเป็นรอบที่สิบตั้งแต่ขึ้นรถมา


อันที่จริงวันนี้ฉันจะให้คนขับรถจากที่บ้านมารับที่โรงแรมแล้วมาส่งที่มหา'ลัยแต่พอฉันเปิดประตูออกมาจากห้องก็เจอเอเรียลกับมิคเคลยืนดักรออยู่และบอกว่าจะไปส่ง ฉันเลยต้องมามหา'ลัยซึ่งเป็นสถานที่นัดพบอย่างเลี่ยงไม่ได้


"ฉันจะเป็นเด็กดีที่ไปทำบุญ เป็นพี่ที่ดีให้น้องๆบนยอดดอยเห็น โอเคมั้ย?" ฉันพูดขึ้น เอเรียลก็พยักหน้ารับรู้ แต่ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อหรอกเพราะขนาดฉันยังไม่เชื่อตัวเองเลย


"เธอรีบไปเถอะเดี๋ยวจะสาย" มิคเคลว่าก่อนจะส่งลอยยิ้มหล่อๆที่สาวๆเห็นแล้วต้องใจละลาย บางรายก็อาจจะยอมกระโดดขึ้นเตียงไปคอยหมอนี่เลยก็ว่าได้ แต่ขอบอกว่ามันไม่ได้ผลกับฉันหรอกนะ


ฉันบอกลาทั้งสองคนแล้วเปิดประตูออกจากรถคันหรูของมิคเคลและเดินตรงไปที่สนามหญ้าหน้ามหา'ลัย สิ่งที่ได้เห็นคือน้องๆปีหนึ่ง สองและสามทั้งหลายนั่งหน้าสลอนกันอยู่ที่พื้น ส่วนพวกปีสี่บางส่วนก็ยืนอยู่ด้านหน้า บางส่วนก็ยืนอยู่ด้านข้างคอยคุมพวกน้องๆ แน่นอนว่ายะหยากับละอองฝนคือหนึ่งในนั้น สุดท้ายคืออาจารย์ที่ยืนอยู่เฉยมองพวกปีสี่ที่คอยคุมน้องๆโดยไใม่มีปากเสียงอะไร 


ต้องขออธิบายก่อนว่า paradise university เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและทั่วโลกให้การยอมรับ ที่นี่เป็นมหา'ลัยระดับ Hi-end เช่น ทางเดินยังปูด้วยหินอ่อน ห้องสมุทรวบรวมหนังสือมาจากทั่วโลกและยังได้เห็นวิวจากสวนขนาดกลางที่ตั้งอยู่ด้านข้างห้องสมุทเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิทที่ได้รับการดูแลอย่างดี สมค่าเทอมที่เหยียบหกหลัก


"ซิลเวีย! ฉันนึกว่าเธอจะเบี้ยวซะแล้ว เล่นมาซะตรงเวลาเป๊ะ" ละอองฝนที่วิ่งมาหาฉันว่าพลางลากฉันไปหายะหยาที่ยืนคุมน้องๆอยู่ด้านข้าง พอเธอเห็นฉันก็ทักขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส


"อ้าว มาแล้วหรอซิลล์" 


"อืม แล้วนี่ยังไม่ขึ้นรถกันอีกหรอ? นี่ก็แปดโมงแล้ว" ฉันถามเพราะยังไม่เห็นว่ายังไม่มีใครขึ้นรถไปเลยซักคน


"รวมตัวตอนแปดโมงออกเดินทางแปดโมงครึ่งน่ะ แีกสิบห้านาทีค่อยขึ้นรถ อีกอย่างนักศึกษายังมาไม่ครบเลย ต้องรอให้ครบก่อนถึงจะขึ้นรถเตรียมตัวออกเดินทาง" ยะหยาอธิบายอย่างยาวเหยียด นี่ฉันว่าฉันก็มาแบบเฉียดฉิวแล้วนะ ยังมีคนมาช้ากว่าฉันอีกหรอเนี่ย


"ใครหรอ? ฉันรู้จักมั้ย"


"ไม่น่าจะรู้จักนะ ก็มีคริสติน ลูคัส จัตวาแล้วก็สายหมอก สี่คนนี้มาจากคณะเดียวกันและเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน"


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น