คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #10 : Round 14
ฉันเริ่มแยกไม่ออกระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับความฝัน…
รึบางที ฉันแค่กำลังฝันวนเวียนอยู่ในวันเดิมๆ รอเวลาที่จะตื่นในไม่ช้า…?
แต่ก็ออกจะเป็นฝันที่สมจริงและน่ากลัวเหลือเชื่อเลยล่ะถ้าเป็นแบบนั้น
…
“เจ๊…. ตื่นยางงงง”
เริ่มต้นวันเดิมๆ ด้วยเสียงปลุกจากนายจิ้งจอก ฉันลุกขึ้นมาได้ไม่ทันไรก็ต้องปิดปากหาวอีกรอบ รู้สึกช่วงนี้เหมือนจะนอนไม่ค่อยพอเลยแฮะ
ไม่นานเสียงประตูก็เปิดออกพร้อมกับร่างของเทย่ากระโดดเข้ามาข้างใน “พอดีเลยเจ๊ ข้าทำมื้อเช้าเสร็จพอดี รีบลงไปกินเถอะ ฟาโก้รอเจ๊อยู่ข้างล่างนะ” ลูกน้องฉันพูดฉอดๆ เสร็จแล้วก็เดินออกไปพร้อมปิดประตูตามดังปัง
พูดถึงฟาโก้ ฉันต้องนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดอยู่พักใหญ่
หลังจากเหตุการณ์ที่ฉันได้พูดคุยกับ “สายลม” ฉันก็ถูกส่งกลับมาที่นี่อีกครั้ง…. ในรอบใหม่ แต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนเดิม เทย่าชวนฉันไปแล่นเรือเหมือนเดิม
ทว่าสิ่งที่แตกต่างคือฟาโก้บิดเบือนปัจจุบันไปอีก หลังเขาพูดคุยกับฉันจนจบเขาก็กระชากร่างฉันเข้าไปและดึงมีดเสียบหัวใจของเขาเอง…. รู้สึกตัวอีกทีฉันก็วนกลับมาอยู่บนเตียงอีกรอบ
รอบต่อไปเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเมื่อเทย่าไม่ชวนเราสองคนไปแล่นเรืออีก แต่บอกว่าพวกเรามีงานที่ไซส์สาม เจ้าปีศาจแดงกับฉันไปทำงานจนเสร็จแล้วจึงถือโอกาสเล่าให้ฉันฟังถึงสิ่งที่ฉันกับเขาสองคน “ต้องทำ” เพื่อให้มีโอกาสรอดพ้นจากวงจรอันไร้ซึ่งจุดสิ้นสุดนี้
หนึ่ง… เราสองคนต้องตามหา “เศษเสี้ยวต้นกำเนิดแห่งพลังฟ้าที่หลับใหล” ให้ครบ โชคดีที่ฟาโก้ได้มันมาแล้วหนึ่งส่วน และมอบมันให้กับฉันเพื่อทำให้ฉันตื่นขึ้นมาช่วยเขา แต่พวกเรายังขาดอีกสองส่วน
สอง…. เราต้องหาวิธีได้มาซึ่ง “หยาดน้ำตาสวรรค์” ที่หลั่งออกมาจากความรู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณเทพารักษ์ สำหรับฉันการพบเจอพวกเขาเป็นเรื่องปกติ แต่การจะได้มันมาคือเรื่องที่ยากมาก แต่ที่ฉันสงสัยคือฟาโก้รู้ได้อย่างไรว่าฉันเชื่อมโยงกับพวกเขา?
สาม… เราต้องการตัว “จอมเวทโบราณ” ผู้รู้วิธีประกอบพิธีกรรมแลกทัณฑ์ ซึ่งจุดนี้ฉันยิ่งสงสัยฟาโก้เข้าไปใหญ่
ก็ไอคนที่รู้พิธีกรรมนั้นดีที่สุด กำลังเล่าเรื่องให้ท่านผู้อ่านฟังอยู่นี่ไง แล้วทำไมเจ้าฟาโก้ถึงยังต้องไปตามหาอีก
จะว่าไปฉันก็ไม่ได้บอกเขานี่นะว่าฉันรู้? แต่เท่าที่ฉันจำได้เจ้านั่นก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นจอมเวทโบราณ ตอนที่มาตามล่าฉันไง
เดี๋ยวสิ…
เป็นลูกน้องของเจ้านั่นนี่นาที่พูดเตือนขึ้นว่าฉันเป็นจอมเวทโบราณ และดูเหมือนว่าเจ้านั่นในตอนนั้นไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วย
แต่ลงถ้าได้รู้จักพิธีกรรมแบบนั้น มันจะเป็นไปได้เชียวหรือที่จะมองฉันไม่ออกว่าฉันก็สามารถกระทำได้
ฉันสามารถ “เชื่อใจ” เขาได้แค่ไหนกันนะ?
เอาล่ะ มาถึงคำถามต่อไปที่ฉันยิงคำถามกลับเจ้านั่นไปว่า “แล้วจะต้องการทำพิธีแลกทัณฑ์ไปเพื่ออะไรกันล่ะ”
พิธีแลกทัณฑ์เป็นเหมือนกึ่งๆพิธีกรรมต้องห้าม ที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องเต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธีกรรมนั้น คำสาป คำแช่ง หรืออะไรก็ตามที่ติดตัวอยู่กับผู้ถูกชำระล้างจะหายไปจนหมด ถ่ายโอนเข้าสู่ผู้รับคำแช่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง… ไม่เว้นแม้แต่ปีศาจภายในจิตใจ หากมันมีน่ะนะ
จอมเวทโบราณที่เชี่ยวชาญมากพอใช้พิธีนี้เพื่อรักษาโรคผู้ป่วยได้หายแบบปลิดทิ้ง โดยถ่ายโอนคำสาปไปสู่ร่างจิตของตนเองซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้โดยเฉพาะ เมื่อคำสาปเหล่านั้นกัดกินร่างจิตจนหมดมันก็จะสลายไปเองตามกาลเวลา เป็นวิธีรักษาที่หมดจดที่สุด
แต่แน่นอน มันไม่อาจกระทำได้บ่อยนัก เพราะนอกจากหยาดน้ำตาสวรรค์จะเป็นสิ่งที่หาได้ยากเสียยิ่งกว่าจะหาคำอื่นมาบรรยายได้แล้ว สิ่งที่ต้องแลกไปกับพิธีกรรมนี้คือ “อายุขัยครึ่งหนึ่งของผู้ประกอบพิธี”
อา…. ใช่ ฉันก็กำลังคิดอยู่ ถ้าทุกชีวิตโลกต้องสิ้นสุดในวันนี้ แล้วฉันประกอบพิธีกรรมนี้ขึ้นมา ผลจะเป็นอย่างไรกันนะ? เพราะอายุขัยฉันคงโดนลดไปได้ไม่มากไปกว่านี้แล้วล่ะมั้ง?
“ข้ายังไม่ควรบอกเจ้า” ฟาโก้พูดกับฉันเช่นนั้น “ข้าต้องลดความเสี่ยงในการบิดเบือนปัจจุบันออกให้มากที่สุด นั่นรวมถึงเจ้าด้วย”
“ถ้าต้องการให้ฉันช่วย ทำไมจึงไม่ให้ฉันรู้?”
“เพราะเจ้าไม่รู้ เจ้าจึงยังมีโอกาสที่จะช่วยข้า” ฟาโก้ตอบฉันพร้อมกับรอยยิ้มแสยะ “
เพราะหากเจ้ารู้แล้ว เจ้าอาจจะตัดสินใจได้ว่าจะช่วย หรือไม่ช่วย ซึ่งการตัดสินใจของเจ้าก็จะส่งผลต่อปัจจุบันที่จะบิดเบือนไปอีก”
“ฉันไม่เข้าใจ….”
“.....ความไม่รู้ชนะทุกสิ่ง นั่นทำให้ทุกชีวิตบนโลกเกลียดและกลัวที่จะไม่รู้ พวกเขาพยายามทุกอย่างเพื่อแสวงหาความรู้ เพื่อขจัดความไม่รู้ออกไปจากตัวพวกเขาให้ได้มากที่สุด" ว่าที่คู่หูของฉันกล่าวเช่นนั้น “้เพราะเจ้าไม่รู้ บลูม่า เจ้าจึงกลัว และเพราะเจ้ากลัว เราจึงมีหวัง”
ความหวัง… ศรัทธา…. สองสิ่งนี้จะชี้นำให้เจ้าเห็นทางเมื่อเจ้าอับจน
“ก็เอาสิ” ในที่สุดฉันก็ตกลงที่จะร่วมงานกับเจ้านั่น “ถ้าคิดว่าการที่ต้องเกิดตายวนเวียนอยู่แบบนี้จะทำให้ฉันนั่งร้องไห้ที่ห้องนอนตลอดไป นายก็คิดผิดแล้วล่ะ”
เศษชิ้นส่วนต้นกำเนิดแห่งพลังฟ้า [ซีนาร์] (ฉันตั้งชื่อให้มันเองแหละ ขี้เกียจเรียกมันยาวๆ) ถูกฉันถือควงไปมาพร้อมกับตัวฉันที่ก้าวเข้ามาในห้องครัว ซึ่งฉันก็เจอผู้ร่วมงานทั้งสามคนในห้องอาหารกันแบบพร้อมหน้า
อ้อ… จะว่าไปไอการวนลูปวันเดิมๆมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือฉันต้องทนกับการกินแซนวิชทูน่ารสชาติเดิมๆไปเรื่อยๆ จนกว่าฉันหรือฟาโก้จะหาวิธีบิดเบือนให้เจ้าเทย่ามันคิดเมนูอื่นออกมาได้
แต่เท่าที่ดูฟาโก้ท่าทางจะเอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อนี้มาก…. ฉันคงต้องหาวิธีคนเดียวสินะ
จะว่าไป เจ้านั่นบอกว่าฉันก็สามารถบิดเบือนปัจจุบันได้เหมือนกันนี่นา ทดลองซักหน่อยก็ไม่เสียหาย
“อ้าวเทย่า ไหนเมื่อวานนายบอกว่าจะทำยำสาหร่ายให้ฉันกิน” ฉันตีหน้าเซ่อ ยกแซนวิซในมือขึ้นมาโบกไปมา “นายก็รู้ฉันไม่ชอบกินเนื้อ”
“เรื่องมากน่าเจ๊ อาทิตย์ที่แล้วใครกันที่รีบซะจนไม่ให้ข้าแวะไปซื้อสาหร่ายมาเอง ในตู้เย็นมีสาหร่ายเหลือซะที่ไหนกันเล่า” เจ้าตัวดีบ่นกลับมาพร้อมขย้ำแซนวิชเข้าปากไปคำโต ส่วนลุชเชอร์เรอออกมาเสียงดังหลังจากเขากินแซนวิชใหญ่พิเศษไปกร้วมเดียวหมดทั้งชิ้น
“ขออีกได้ปะ” เจ้าเพื่อนพุงพลุ้ยหันไปมองพ่อบ้านหางฟูฟ่อง ซึ่งเทย่าก็เลื่อนจานตรงหน้าตัวเองไปให้อย่างอดไม่ได้ “เจ้ากินแล้วเอาไปเก็บที่ท้องเสียหมดน่ะสิลุชเชอร์ ถึงไม่อิ่มซะที”
ลูกครึ่งฉลามตัวอ้วนกลมไม่พูดอะไรอีกนอกจากสวาปามกับอาหารตรงหน้าต่อ ฉันเห็นฟาโก้มองมาทางฉันครั้งหนึ่งแล้วแค่นหัวเราะเบาๆ ฉันจึงรู้สึกเลือดขึ้นหน้า
นายกำลังยิ้มเยาะฉันอยู่หรือไง!?
“สงสัยนายจะทำงานมากจนลืมไปแล้วสินะ” ฉันเดินเข้าไปมะเหงกใส่ลูกน้องตัวเอง “ฉันบอกให้ซื้อตั้งแต่สองอาทิตย์ที่แล้ว แต่นายผัดผ่อนมาตลอด แค่วันนั้นวันเดียวไม่มีเวลาให้ไปซื้อไม่ได้หมายความว่าไม่มีกินจนถึงวันนี้ ดังนั้นนายน่ะผิด!”
“บลูม่าสั่งเจ้าจริงๆนะเทย่า สงสัยคืนนั้นเจ้าดื่มกับข้าหนักไปหน่อย” ตอนนั้นเองที่ฟาโก้พูดกลั้วหัวเราะตามมา แถมยังมีการแอบขยิบตาให้ฉันด้วยนะ “แต่ข้าชอบแซนวิซเจ้ามากกว่านะ”
ความพยายามมองอีกฝ่ายในแง่ดีมลายหายไปในทันใดกับประโยคสุดท้าย ฮาล์ฟบลัดครึ่งจิ้งจอกยืนเกาหัวตัวเองแล้วหยิบบิลล์ขึ้นมาเปิดหา “ซื้อสาหร่ายให้เจ๊…. สงสัยข้าจะลืมจดจริงๆนั่นแหละ” ว่าพลางก็หยิบปากกาลูกลื่นใช้ปากดึงปลอกคาบไว้แล้วจดยิกๆลงไป บ่นพึมพำพร้อมเดินออกห้องครัว ฉันหันมามองฟาโก้ครั้งหนึ่งเจ้านั่นก็ดูเหมือนจะรู้ใจฉันดี เขาลุกขึ้นเดินตามฉันออกมาจากครัว
“คิดว่ามันจะสำเร็จไหม?” ฉันเปิดการสนทนาเมื่อมาหยุดที่ทางเดิน แต่ก็ต้องอดฉงนใจไม่ได้เมื่อเสียงฝีเท้าอีกฝ่ายเงียบไป
ทำไมไม่ตามมาล-
สวบ
“เจ้าอยากรู้นั้นมันเป็นเรื่องง่ายดาย” เสียงเย็นเยียบดังพร้อมกับกรงเล็บที่กระซวกเข้ามาในทรวงอกมากขึ้น “เจ้าก็แค่เริ่มต้นใหม่”
(ต่อจ้า)
เฮือก!
และฉันก็รู้สึกตัวอีกทีบนเตียงตัวเดิมนี่อีกแล้ว! ผู้ชายนี่ชอบใช้กำลังกันทุกคนเลยหรือเปล่านะ?
อย่าถามว่าการตายสิบกว่าครั้งติดต่อกันมันรู้สึกอย่างไร เพราะฉันแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ยิ่งช่วงหลังๆเริ่มจะชินชาจนเข้าขั้นไม่กลัวตาย… ให้ตายสิ พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย
ความรู้เพิ่มเติมสำหรับผู้อ่านทุกท่าน : เมื่อใดก็ตามที่ฉันหรือฟาโก้ตาย ฉันจะถูกส่งกลับมาเริ่มใหม่ที่บนเตียงนี่ทันที เรื่องนี้ฉันสรุปได้หลังจากที่เขาฆ่าตัวตายต่อหน้าฉันสามสี่รอบจนเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
ตรรกะเรื่องความรักชีวิตตัวเองเริ่มจะเพี้ยนๆไปซะแล้วกระมังหมอนั่น?
ลุกขึ้นไปอาบน้ำและแต่งหน้าเป็นรอบที่สิบสี่ติดต่อกัน (อา… ฉันเริ่มจำได้แล้วว่าเหงือกบนใบหน้าตัวเองอยู่ตรงไหนและจะเมคอัพกลบรอยอย่างไรให้เนียนโดยไม่ต้องใช้กระจกช่วย) เหลือบมองดูนาฬิกาครั้งหนึ่งยังพบว่าเป็นเวลาเช้าตรู ฉันจึงเปิดประตูห้องลงไปห้องครัวโดยไม่ต้องรอคนมาปลุก
“อรุณสวัสดิ์เจ๊” เสียงทักทายอันร่าเริงเป็นนิจของเทย่าทักฉันทันทีที่ก้าวเท้าเข้าครัว ฉันยังไม่ทันจะโบกมือทักเขาก็หันกลับไปทำหน้าที่ของเขา… ทำอาหารให้ฉันกิน
และนั่น…. โอ้เทวะ…. ที่อยู่ในกระทะนั่นมันยำสาหร่ายนี่!!
ฉันแทบจะเคาะช้อนส้อมเป็นจังหวะเพลงบัลเลต์แห่งมหาสมุทร แต่ยังดีที่สายเลือดเมอร์เมจที่ไหลเวียนอยู่ในร่างเตือนไว้ได้ทัน ฉันคงดูไม่งามเท่าไหร่ถ้าทำเช่นนั้นไปจริงๆ
“หือ? วันนี้ต้องพายุเข้าแน่ๆ บลูม่าตื่นก่อนข้า” ฟาโก้กล่าวด้วยเสียงงัวเงียพร้อมกับเปิดตู้เย็นหยิบแซนวิชออกมากิน มันเหลือบมามองฉันแวบหนึ่งก่อนจะตั้งต้นกัดคำแรก
สรุปว่าทำได้จริงๆสินะฉัน ไอการบิดเบือนปัจจุบันเนี่ย ผลลัพธ์ออกจะเห็นอยู่ทนโท่เมื่อสองนาทีต่อมายำสาหร่ายที่รักถูกวางเสิร์ฟต่อหน้าแบบพูนๆ พร้อมกลิ่นไอทะเลหอมกรุ่น
“เต็มที่เลยนะเจ๊ ไม่มีใครแย่งแน่นอน” เจ้าเทย่าว่าขณะล้างมือพร้อมเช็ดมือกับหนังปลาดาวตากแห้ง “กินเข้าไปได้ยังไงมื้อเดิมๆตั้งสองอาทิตย์” ประโยคหลังรู้สึกว่าจะบ่นกับตัวเองสินะ แต่ฉันไม่สนใจหรอก ใช้ส้อมม้วนสาหร่ายเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย
“เอาล่ะ จะเริ่มตรงไหนกันก่อนดี” ฉันหันมาถามปีศาจแดงที่ยืนแพ็คของอยู่ข้างๆ ส่งให้ฉันใช้เวทฟองสบู่เพื่อห่อหุ้มอีกชั้น
“เศษชิ้นส่วนอีกส่วนหนึ่งข้าหาเจอนานแล้ว แต่ต้องเป็นเจ้าเท่านั้นที่จะไปเอามาได้” ฟาโก้เอ่ยพร้อมโยนของส่งมาให้ฉัน “มันอยู่ในน้ำลึก น่าจะแถวๆดีปซีเมาท์เทน”
อืม… คงต้องเป็นเผ่าวารีแบบฉันเท่านั้นจริงๆนั่นแหละที่จะเข้าไปหาของอะไรก็ตามที่อยู่แถวนั้นได้ ว่าแต่เจ้าฟาโก้ไปหามันเจอได้ไงกันนะ?
“เจ้ากำลังสงสัยล่ะสิว่าข้าหามันเจอได้อย่างไร” อ่านใจฉันออกเสียด้วย นี่ขนาดไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไปนะ “เศษชิ้นส่วนทั้งสามต่างเรียกหากันเสมอ เมื่อเจ้าไม่แน่ใจเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย จงนำมันออกมาพิจารณา”
สัมภาระทั้งห้าชิ้นพร้อมที่จะถูกขนส่ง ฟาโก้ถอยออกไปอย่างรู้งาน โบกมือเทย่าให้สัญญาณว่าพร้อมแล้ว “อย่าวอกแวกบลูม่า ณ สถานที่แห่งนั้นจะมีผู้พิทักษ์เฝ้าอยู่ ด้วยสติปัญญาของเจ้าข้าเชื่อว่าเจ้าจะผ่านมันไปได้”
“นายเชื่อใจคนอื่นเป็นด้วยหรือไง?”
“เป็นคู่หูกันก็ต้องเชื่อใจกันไม่ถูกรึ?”
ฉันมองคนที่ขี้ตู่ว่าตัวเองเป็นคู่หูพร้อมค้อนใส่ไปทีหนึ่ง ก่อนหลับตาแล้วตัดความคิดฟุ้งซ่านทุกอย่าง พาจิตของตัวเองแฝงไปกับสินค้า ดำดิ่งสู่ท้องทะเลลึก
ของทั้งห้าชิ้นถูกส่งถึงผู้รับอย่างราบรื่น และนั่นคือสัญญาณว่าฉันหมดเวลาเตรียมตัว…
ฉันลืมตาขึ้นมาครั้งหนึ่งยังคงเห็นฟาโก้ยืนอยู่ห่างๆ ยกนิ้วโป้งให้ทีหนึ่งด้วยใบหน้าเฉยชาเป็นนิจของเขา
นั่นเรียกว่าให้กำลังใจ...ใช้มั้ย…?
ทำไมฉันถึงคิดไปเป็นคำว่า “ขอให้ตายสบายๆนะ” แทนล่ะ?
ความคิดเหล่านั้นละลายไปกับฟองอากาศอย่างรวดเร็วเมื่อร่างกายของฉันทะยานลงสู่ผืนวารีอันกว้างขวาง ขาทั้งสองข้างหุบชิดเข้าหากัน และเริ่มเชื่อมสนิทเข้าหากัน... ไม่นานมันก็กลายเป็นหางปลาสีฟ้าเขียว รอยเหงือกที่เป็นเพียงริ้วสีดำๆบนใบหน้าเปิดออกรับอากาศเข้าไปถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา ทั่วร่างฉันรู้สึกโปร่งโล่งสบายเมื่อได้กลับมาสู่ร่างที่แท้จริงของฉัน ….เผ่าพันธุ์นางเงือก
โบกหางไม่ทันเหนื่อยฉันก็เริ่มเห็นจุดหมาย ซีนาร์เมื่ออยู่ในน้ำดูเหมือนมันจะทอประกายแสงสีส้มเหลืองลี้ลับออกมา หรือนี่คือสิ่งที่ฟาโก้บอกว่ามันกำลังเรียกหาชิ้นส่วนอื่นๆอยู่?
ที่อยู่เบื้องหน้าคือแนวหินสีดำทะมึนทอดตัวขวางเบื้องหน้าของฉันไว้ทั้งหมด เป็นดั่งเขตแดนด้านเหนือของมหาสมุทรแอนโกตา ผ่านเขตนี้ไปจะเป็นเขตแดนน้ำตื้นซึ่งเข้าสู่ชายฝั่งทางตอนใต้ของแรลเลียส ซึ่งต้องว่ายน้ำไปต่ออีกสามวันสามคืน
แต่สำหรับตอนนี้ จุดหมายของฉันคือที่นี่
ฉันดำลึกลงไปมากขึ้น เขตติดภูเขาใต้น้ำนี้ค่อนข้างมืดทึบและไร้ซึ่งผู้คนอาศัย มีเพียงเผ่าวารีโบราณซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยเท่านั้นก็ยังหาพบได้ยาก ส่วนใหญ่ที่พบเจอก็จะเป็นอสูรกายน้ำลึกซะมากกว่า
ฉันกลัวพวกมันมั้ย? คิดว่าไม่นะ อย่างน้อยถ้าตายก็กลับไปเกิดใหม่ได้อยู่ ก็เลย...ไม่กลัวเท่าไหร่…. มั้ง…
พูดไม่ทันขาดคำไอที่เห็นว่าเป็นก้อนหินในตอนแรกก็แยกออกเผยให้เห็นสามเหลี่ยมสีขาวเหลืองบวกตะไคร่น้ำนับร้อยเรียงติดกันเป็นพรืด โชคดีที่เผ่าเงือกมีเกียร์ถอยตามธรรมชาติ หางสะบัดวูบเดียวฉันกลับหัวพุ่งหลบปากเจ้าตะกละตัวนั้นได้แบบเฉียดฉิว เสียงปากหุบดังสนั่นแม้ในใต้น้ำลึกดัง ตึบ!
“ไทดอล เวฟ”
อยู่บนบกใช้เวทวารีได้เช่นไร อยู่ใต้น้ำฉันใช้ได้ดีกว่านับสิบเท่า คลื่นกระแทกใต้น้ำไม่ต้องเสียเวลาร่ายหรือใช้มาน่า มันถูกหยิบยืมและชักจูงให้พุ่งเข้าใส่นักล่าใต้น้ำตรงหน้าอย่างรุนแรง แรงกระแทกของมันมากพอที่จะทำให้เกิดอาการ “น็อคน้ำ” ได้เลยล่ะ
ได้ผล… มันพลิกหงายท้องขาวๆกลับหัวกลับหาง ที่ในน้ำลึกความกดอากาศจะมีค่าต่ำ ทำให้แรงดันน้ำสูงมากและมากพอที่จะอัดสมองให้น็อคสลบไปได้นานเลยทีเดียว…. นานพอที่จะทำให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจได้ด้วยซ้ำ
เมื่อจัดการกับตัวรบกวนได้สำเร็จฉันก็เริ่มสำรวจแนวหินเหล่านั้นต่อโดยเพิ่มความระวังมากยิ่งขึ้น ปลาตกเบ็ดตัวใหญ่ยักษ์อีกสองสามตัวพยายามที่จะเขมือบฉันแต่ก็ถูกฉีดน้ำความดันสูงเข้าใส่จนพลิกท้องหงายทั้งหมด แสงจากซีนาร์เริ่มกระพริบและถี่รัวมากขึ้นตามทางที่ฉันเคลื่อนที่ผ่านไป แปลว่าฉันมาถูกทางแล้วสินะ?
ดูเหมือนฟาโก้จะไม่ได้มั่วนิ่ม ความพยายามของฉันประสบผลสำเร็จเมื่อแสงจากซีนาร์ส่องสว่างจ้าท่ามกลางความมืดใต้ทะเลลึกส่องให้เห็นช่องแคบๆ ลึกเข้าไปในแนวสันเขา
ก่อนที่ฉันจะได้ทำอย่างอื่นนอกจากคิดว่าในนั้นมีอะไร เงาดำก็ทอดผ่านร่างฉันและช่องแคบนั้น…. สิบวินาทีต่อมาฉันจำได้แค่เพียงว่าแขนถูกเด็ดออกไปข้างหนึ่งแล้วความรู้สึกก็กลายเป็นฟองอากาศฟองเล็กๆ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จบภายในเดือนนี้จริงๆครับ เรื่องนี้ไม่ยาวอย่างที่ท่านคิด
ความคิดเห็น