POISON รักผมนะครับที่รัก (yaoi)

ตอนที่ 4 : Illusion poison 2 ♜ If you are my man

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    3 ธ.ค. 56

  

Life is a balance of

holding on and letting go.

 

 

 

Illusion poison.2 if you are my man

 

 

 

ผมกำลังรู้สึกเหมือนโลกกำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
 

ไม่ใช่โลกที่มีภาษาอังกฤษว่า earth แต่เป็นโลกของผมนี่แหละที่กำลังจะแตก!
 

เป็นไรวะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” คำทักทายจากท่านชายองศาทำเอาผมอยากจะเบะปากร้องไห้ตรงนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ชาติที่แล้วผมทำกรรมอะไรหนอชาตินี้ถึงได้เกิดมาซวยแบบนี้ ความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกทันที


~I just want to know you better know you better know you better now~


นั่นไงคิดถึงควายควายก็มา แต่ที่จริงแล้วผมเสียอีกที่เป็นควายตัวนั้น -_-


พอหางตาเหลือบเห็นเบอร์แปลกๆที่ไม่ได้เมมไว้โทรมาปฏิกิริยาตอบสนองของผมก็เป็นไปตามธรรมชาติทันทีนั่นก็คือ...กดตัดสายแม่ง


องศาเลิกคิ้วประหลาดใจ ปกติผมเป็นคนรับสายใครง่ายมากครับ เบอร์คอลเซ็นเตอร์ยันพวกโรคจิตผมก็เคยรับมาแล้วทั้งนั้นไม่ใช่ว่าจู่ๆผมเกิดกลัวโทรศัพท์ขึ้นมาตอนนี้เลยไม่รับ ไม่ใช่โทรศัพท์หรอกที่ผมกลัวแต่เป็นเจ้าของเบอร์แปลกๆนี่นต่างหากที่ผมไม่อยากยุ่งด้วย


อย่าเพิ่งถามอะไรกูเลย กูเหนื่อย...” ผมบอกปัดสายตาสงสัยของเพื่อนศา "”


กูว่ากูรู้จักเบอร์ที่โทรเข้าเครื่องมึงนะเจม” มึงจะมาสายตาดีอะไรตอนนี้วะครับ!


เอ่อ...มึงจำผิดล่ะมั้ง” ถ้าเลือกเกิดได้ผมจะขอเลือกเกิดมาเป็นเหมือนองศานี่แหละ คนอะไรวะหน้าตาก็พอดูดีในระดับนึง(ที่สาวกรี๊ดทั้งปีทั้งชาติ) ฐานะพอปานกลาง(บ้าอะไร ไอ้นี่มันรวยชิบหายขนาดผมแอบจิ๊กตังมันประจำยังไม่สะทกสะท้านเลย) เรียนพอใช้ได้(เอช้วนทุกวิชาครับคุณพระคุณเจ้า) วางตัวก็ผู้ดี๊ผู้ดี พูดน้อยกลัวดอกพิกุลจะร่วง และอย่างหนึ่งที่ทำให้องศาเป็นองศาคือการที่มันเดาใจคนเก่งทั้งรู้จักกันมานานแบบผมหรือคนที่เพิ่งรู้จักกันก็เถอะ เดาทางคนออกไปหมด


คิดๆแล้วก็ถอนหายใจ เฮ้อ...


เออศา กูมีเรื่องอยากจะถาม” ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้วโว้ย มือถือในกระเป๋ากางเกงของผมเริ่มสั่นอีกครั้งโชคดีที่ผมปิดเสียงมันไว้ไม่งั้นได้รำคาญตายชัก


ก็ไอ้บ้านั่นเล่นโทรมาเช้าเย็นสามเวลาหลังอาหารอยู่ได้


"ในกลุ่มพี่ชายมึงมีคนที่ชื่อออสตินรึเปล่าวะ” หลังจากทนเก็บความสงสัยมานาน ความอดทนของผมก็ขาดผึงเอ่ยปากถามไอ้ศาเรื่องของคนที่หน้ามืดเอาผมเมื่อคืน


"ออสติน? อ้อ พี่ตินเพื่อนสนิทฟา มึงรู้จักเค้าด้วยหรอวะ" กูถามมึงนะศาไม่ใช่ให้มึงมาย้อนถาม!


เออ ก็เพราะไม่รู้จักเนี่ยแหละถึงได้ถามครับเพื่อนศา


"ก็เปล่า...แค่กูได้ยินเพื่อนในเซคที่ไปคลับพอยชั่นมาอาทิตย์ก่อนว่าจริงๆแล้วคนที่ชื่อออสติน...” มาถึงตรงนี้ผมก็ลากไอ้ศาให้เอาหน้ามาใกล้ๆก่อนจะกระซิบให้ได้ยินกันสองคน "ชอบผู้ชายแถมยังฟันแล้วทิ้ง"


ไอ้ศาเลิกคิ้ว


"พี่ตินดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรอวะ"



สะ แสดงว่าไอ้ที่ผมได้ยินมาก็ถูกอ่ะดิ!!


เฮือก!


"หน้าซีดหยังกะเห็นผี ไม่สบายรึเปล่าวะเจม?"


ผมควรบอกมันไหมว่าผมโดนเพื่อนพี่ชายมันฟัน!


"ปะ เปล่า อากาศมันหนาว" หนาวบ้านผมดิร้อนจะตายครับพี่น้อง แหงล่ะว่าไอ้ศามันไม่เชื่อจริงๆหรอกว่าผมหนาว หลังจากทำร้ายร่างกาย(?)และหนีออสตินมาชีวิตของผมก็ไม่พบกับคำว่าสงบสุขอีกเลย ถึงตรงนี้คงไม่ต้องเดากันแล้วใช่ไหมครับว่าไอ้เบอร์แปลกๆที่พยายามโทรเข้าเครื่องผมนับร้อยๆสายซึ่งผมไม่เคยรับเลยนั่นเป็นใคร ตอนแรกเผลอรับสายมันครั้งนึงมันบอกว่าผมต้องชดใช้ที่ทำมันหัวแตกเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี


นี่ผมแรงเยอะขนาดทำมันหัวแตกเลยเรอะ


บอกตรงๆผมไม่รู้ว่ามันจะให้ผม 'ชดใช้' อะไร ออสตินหัวแตกเพราะลักหลับผมมันก็สมควรแล้วเซ่ ผมซะอีกที่ต้องเป็นฝ่ายเรียกร้องให้มันชดใช้ แต่เพราะผมอยากให้เรื่องน่าปวดหัวนี่จบลงเร็วๆเลยไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับนายออสตินอะไรนั่นอีก


'คนเรามีอดีตไว้เป็นบทเรียนไม่ใช่ให้ยึดติด...อีกอย่างที่ที่มึงควรอยู่ตอนนี้คือที่นี่...อยู่กับปัจจุบันก็พอ'


เสียงของออสตินดังขึ้นในหัว


แต่ถ้้าผมยังไม่พร้อมที่จะปล่อยอดีต...ถ้าผมเลือกที่จะกอดมันเอาไว้ล่ะ?


ที่ที่ผมควรอยู่ตอนนี้คือที่ไหน...


ปริ๊น!


เสียงบีบแตรรถดีงสนั่นก่อนที่รถเฟอร์รารี่สีดำจะแล่นเข้ามาจอดขวางหน้าผมกับองศา ร่างสูงเจ้าของรถลดกระจกลงเผยให้เห็นดวงตาคมกริบของคนที่ผมอยากจะหนีไปให้ไกลที่สุด


พี่ติน?”


ทำไมถึงไม่รับโทรศัทพ์กู” เจ้าของรอยสักรูปแมงป่องถามเสียงเย็น องศาเหลือบสายตามามองผมแล้วก็ทำหน้าเหมือนรู้ว่าเบอร์ที่ผมไม่ยอมรับเป็นเบอร์ของใคร


กูไปก่อนนะ” และเพื่อนรักของผมก็ทำในสิ่งที่เพื่อนดีๆเค้าไม่ทำกันนั่นก็คือทิ้งแกะน้อยน่ารักแบผมให้อยู่กับเสือร้ายที่จ้องตะครุบเหยื่ออย่างนายออสติน!!


เอื๊อก....


ผมกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะค่อยๆเบนสายตาไปสบกับออสตินที่เอาแต่ส่งสายตาเย็นๆมาให้ผมเสียวสันหลังเล่นตั้งแต่มาถึง


มะ...มีอะไร”


อุส่าห์บังคับไม่ให้เสียงสั่นแล้วนะปัดโธ่!


ทำไมไม่รับโทรศัพท์” เขาถามย้ำอีกรอบ


 แบตหมด”


หึ...” แน่นอนว่าออสตินไม่เชื่อคำโกหกของผม โทรศัพท์บ้าอะไรแบตหมดทั้งๆที่ยังสั่นอยู่ในกระเป๋าวะ ร่างสูงเปิดประตูลงจากรถแล้วทำการกระชาก ย้ำนะครับว่ากระชากผมให้ขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับก่อนจะเร่งเครื่องขับออกไปทันที


บอกกันดีๆก็ได้ไม่เห็นต้องกระชากเลย เจ็บชิบ


ผมก้มมองข้อมือแดงที่เกิดจากการบังคับแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อครู่


กูมีเรียน” ผมบอกหลังจากที่เราเพิ่งผ่านรั้วมหาลัยมาหมาดๆ ถ้าจะพาโดดเรียนอย่างน้อยก็ให้ผมโทรไปบอกเพื่อนก่อนดิวะไม่งั้นเกิดเจอแจ็คพอตอาจารย์เช็คชื่อขึ้นมาจะทำไง



เออ เมื่อกี้ผมบอกมันว่าโทรศัพท์แบตหมดนี่หว่า...



โดด” สั้นและง่ายแต่ความหมายครบถ้วน



มึงจะพากูไปไหน” มันเหลือบสายตามองผมแล้วก็หันกลับไปมองถนนข้างหน้าต่อ ความเงียบคือคำตอบที่ไม่น่าพอใจ ผมเลิกสังสัยแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเอง เล่นเหยียบเกือบร้อยสามทั้งๆที่ถนนไม่โล่งนี่มันน่าหวาดเสียวนะครับ



“เดี๋ยวถึงก็รู้เอง”



“...”



และเงียบครับเหมือนนายออสตินจะรู้ว่าผมไม่ถามต่อเขาเลยเปิดวิทยุฟังเพลงดีกว่าปล่อยให้บรรยากาศในรถเงียบฉี่เป็นเดธแอร์ พอมองดีๆผมถึงเห็นรอยฟกช้ำบริเวณข้างแก้มของเขา ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้...



โคมไฟหัวเตียงมันหนักมากขนาดทำให้เป็นปื้นยาวเลยหรอวะ



“แก้มมึง...” อย่าเข้าใจผิด ที่ถามไม่ใช่เพราะเป็นห่วงอะไรแต่เพราะผมเป็นคนทำให้เกิดรอยนั่นขึ้นมาน่ะสิ การทำให้เกิดแผลบนใบหน้าของโฮสต์ที่ต้องใช้หน้าตาเป็นเครื่องมือทำมาหากินเป็นสิ่งต้องห้าม องศาเคยบอกไว้เมื่อนานมาแล้วตอนที่มันทะเลาะกับพี่ฟาเรนไฮแล้วเผลออัดกำปั้นไปที่หน้าของพี่ชายเต็มๆ หลังจากนั้นมาไอ้ศาก็ไม่กล้าลงไม้ลงมืออะไรกับพี่มันอีกเลย



“หึ” คนหน้าเป็นแผลร้องหึในลำคอก่อนจะเอื้อมมือมาแตะหัวแต่ผมเอี้ยวหัวหลบซะก่อน



“อย่ามาแตะ กูไม่ชอบ” ผมเป็นคนหวงตัวในระดับนึง(ยกเว้นตอนที่เหล้าเข้าปาก)ถ้าไม่ใช่เพื่อน คนที่รู้สึกดีด้วยหรือแฟนก็อย่าหวังจะได้สัมผัสเจเรมี่ผู้นี้เลย ฮ่าๆ



ว่าไปงั้นผมเกือบลืม ออสตินไม่ได้ทำแค่แตะแต่มันกดผม!



เพื่อนรึก็ไม่ใช่ ยิ่งไกลจากคำว่าคนรู้สึกดีไปมากโข



มันกับผมตอนนี้ก็เป็นแค่...คนรู้จักที่มีอะไรกัน...



ยิ่งคิดยิ่งน่าโมโห



“ทำไมผัวจะแตะเมียไม่ได้ล่ะครับหืม” มันเลี้ยวรถเข้าไปในอาคารจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หลังจากดับเครื่องเป็นที่เรียบร้อยมันก็ลงไปเปิดประตูรถฝั่งตรงข้ามคนขับและใช้สายตาบังคับให้ผมลงมา



“มึงไม่ใช่ผะ...”



ปัง!!

 
 
ออสตินเตะประตูรถของตัวเองให้ปิดเต็มแรงจนเกิดเสียงดังลั่นหลังจากที่ผมเพิ่งออกมา หวิดโดนประตูหนีบไปไม่กี่เซนต์ ดวงตาของร่างสูงวาววับ



“ถ้าไม่อยากให้กูโมโหก็อย่าพูดว่ามึงไม่ใช่ของกู”



“ขอโทษนะออสติน แค่มึงนอนกับกูคืนเดียวมันไม่ได้หมายความว่ากูจะต้องเป็นของมึง” ผมสวนอย่างเหลืออด ตอนนั้นผมเมาผมจำไม่ได้หรอกว่าทำอะไรไปบ้าง เพราะผมเมานี่แหละคนตรงหน้าถึงได้ฉวยโอกาสทำอะไรแบบนั้น แต่เมื่อผมไม่ได้คิดจะเรียกร้องค่าเสียหายอะไรทำไมต้องมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมด้วยวะ



“มึงเป็นของกูมานานแล้วเจเรมี่” ออสตินพูดย้ำอย่างใจเย็น จงใจปล่อยคำพูดของร่างเล็กให้ลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา



เออ ไอ้บ้านี่ก็พูดแต่อะไรที่ผมไม่เข้าใจ!



“ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วที่มึงพูดเหมือนรู้จักกูนักหนา ถามหน่อยเหอะกูไปรู้จักมึงตอนไหนวะออสติน!”



“มึงไม่รู้จักกู...แต่กูรู้จักมึง”



“...” ผมพยายามสงบสติอารมณ์ ตัดสินใจเดินหนีเข้าห้างไม่สนว่ามันจะเดินตามผมมารึเปล่า ห้างนี่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยของผมเท่าไร นั่งแท็กซี่กลับไปแปปเดียวก็ถึง แต่จากสภาพอารมณ์ของผมตอนนี้คงไม่มีกะจิตกะใจไปนั่งฟังอาจารย์บ่นเล็คเชอร์ตั้งสองสามชั่วโมงหรอก



เฮ้อ...



คิดๆแล้วชีวิตของผมช่วงนี้มันจะซวยอะไรแบบนี้วะ โดนพี่ไนท์บอกเลิกไม่ทันไรก็มีไอ้บ้านี่ตามรังควานแถมชอบพูดจาแปลกๆที่ผมไม่เคยเข้าใจ สองขาก้าวฉับๆเดินมองนั่นมองนี่ไปทั่วแบบไม่รู้จะไปที่ไหน เวลาผ่านไปสักพักอารมณ์ของผมเริ่มเย็นลงแถมหิวอีกต่างหาก



หาอะไรยัดลงท้องก่อนแล้วกัน



“อ้าว เจมนี่นา..” เสียงใสไม่คุ้นหูร้องทัก ผมหันตามเสียงเรียกก็พบว่าผิดถนัดที่หันไป ร่างเล็กของแอล...แฟนใหม่พี่ไนท์กำลังโบกไม้โบกมือมาให้้เหมือนผมกับเขาเป็นเพื่อนสนิทกันมานานทั้งที่ไม่เคยคุยกันเลยสักครั้งแต่ก็พอจะรู้จักกันบ้างเพราะแอลก็อยู่คณะเดียวกับผมด้วย



“บอกให้รอหน้าร้านไง” พี่ไนท์เดินตามแอลมา ผมเค้นรอยยิ้มอย่างยากลำบากโบกมือตอบแอลกับสายตานิ่งๆของพี่ไนท์ที่ฉายแววสงสัย



“มีเรียนไม่ใช่หรอเจม?” ถึงจะเลิกกันไปแล้วแต่สมองของพี่ไนท์ก็ยังจำตารางเรียนของผมได้ดี ผมบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นก่อนจะตอบกลับไปว่า



“โดดน่ะ” เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอเลยแฮะ



“เรากับไนท์จะไปกินข้าวกัน เจมจะไปด้วยกันไหม?” แอลยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้านกับบรรยากาศแปลกๆระหว่างผมกับพี่ไนท์ ผมมองรอยยิ้มฉาบยาพิษนั้นก่อนจะตอบเบาๆว่า



“เอาสิ...” ทำไมจะไม่รู้ว่าแอลเป็นคนยังไง ภายนอกเหมือนจะไร้เดียงสาแต่ไอ้ความไร้เดียงสานี่แหละที่ทำให้ผมกับพี่ไนท์ต้องทะเลาะกันหลายครั้งแล้วสุดท้ายก็จบด้วยคำว่าเลิก



ภาพเขาสองคนเดินยืนจับมือกันต่อหน้าทำเอาผมคิดอะไรไม่ออกจนต้องตอบไปแบบนั้น



“มีนัดกับตินไม่ใช่หรือไงครับ เจม” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหูพร้อมกับสัมผัสอุ่นที่ฝ่ามือ ผมเงยหน้ามองออสติน เป็นครั้งแรกที่ดีใจที่เจอหน้าเขา แม้ก่อนหน้านี้เขาจะทำให้ผมโมโหแต่ตอนนี้ผมบอกได้แค่เพียงว่าผมดีใจที่เขายืนอยู่ตรงนี้



ยืนคั่นพี่ไนท์กับผมที่กำลังจะร้องไห้...



“หรอ...งั้นไว้คราวหน้านะ ไปกันเถอะฮะไนท์” แอลดึงไนท์ให้เดินตามแต่สายตาของคนโดนดึงกลับมองไหล่เล็กที่กำลังสั่นเหมือนเจ้าของกำลังอดทนต่ออะไรบางอย่างสุดความสามารถ ไนท์รู้ดีว่าเจมเป็นคนรักเดียวใจเดียวแค่ไหน เขารู้อีกว่าเจมยังลืมเขาไม่ได้



“แล้วเจอกัน” ไนท์บอกก่อนจะเดินตามแอลไปจนลับสายตาของเจมและออสติน



แปะ...แปะ



ลับหลังแฟนเก่าน้ำตาที่ผมพยายามกลั้นมันไว้สุดความสามารถก็ไหลลงมาเงียบๆ ปกติแล้วผมไม่ใช่คนอ่อนแอที่เจออะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้ แต่มีแค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมพยายามจะเข้มแข็งเท่าไรก็กลับอ่อนแอมากขึ้นเท่านั้น



ก็พี่ไนท์...เคยเป็นคนที่เขารักมาก



ร้องไห้เหมือนเด็กๆ” ออสตินใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้ร่างเล็กที่กำชายเสื้อของเขาไว้แน่น เจมไม่รู้ตัวว่าเขาแอบเดินตามมันมาตลอดที่ลงจากรถแล้ว ไม่คิดว่าแจคพ็อตจะแตกที่อยู่ๆก็เจอกับแฟนเก่ามัน แถมเจมยังอวดเก่งดันไปรับคำชวนนั่นจนเขาทนไม่ไหวต้องออกมาช่วย



กู ฮึก..ไม่ใช่ ฮึก เด็ก” เด็กขี้แยพูดไปสะอื้นไปเรียกร้อยยิ้มขันจากใบหน้าของออสติน



ครับๆ” ออสตินพาผมไปเช็ดหน้าเช็ดตาในห้องน้ำหลังจากทนยืนดูผมร้องไห้มาหลายนาที น่าอายชะมัดที่เผลอแสดงปมของผมให้มันเห็น แต่คิดไปคิดมาถ้าออสตินไม่มาช่วยไว้ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไง เหลือบมองคนที่เอาทิชชู่ไปซับน้ำในก๊อกมาเช็ดหน้าผมแบบเบามือที่สุด



  “ขอบคุณ”



คิ้วของออสตินเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม



ขอบคุณที่ช่วย...” ผมเลยจำเป็นต้องอธิบายใหม่ให้มันเข้าใจ คนได้รับคำขอบคุณกระตุกยิ้มบางๆทำเอาผมที่มองหน้าเขาอยู่แอบคิดไม่ได้ว่ารอยยิ้มของออสตินก็ดูดีเหมือนกัน



เดี๋ยวก่อนนี่ผมร้องไห้จนเสียสติไปแล้วเรอะ



ทีหลังรู้ว่าไม่ไหวก็อย่าทำเป็นเก่ง”



จึ้ก...



โดนครับ เหมือนมีแท่งแหลมๆพุ่งตรงมาปักอกนายเจเรมี่คนนี้เลยครับ



ก็...” อ้าปากพยายามแก้ตัวแต่ก็ต้องหุบลงเพราะสรรหาคำพูดดีๆไปเถียงมันไม่ได้ แค่ช่วยนิดช่วยหน่อยอย่าทำเป็นได้ใจไปนะครับไอ้หน้าหล่อ(ก็มันหล่อจริงนี่) เมื่อรู้ว่าผมไม่เถียงมันต่อออสตินเลยลากผมออกจากห้องน้ำ



มึงจะไปไหน” ผมถาม



หิว...”



โครก...คราก



ตอบพร้อมมีเสียงประกอบ อย่าเข้าใจผิดว่าเสียงนั่นมาจากออสตินนะครับพี่น้อง มันคือเอ่อ...เสียงท้องร้องของผมเองแหละ ร่างสูงหัวเราะเบาๆแบบไม่ต้องการให้ผมได้ยินแต่ขอโทษทีกูได้ยินเต็มสองหูว่ะ ผมกำหมัดชกแขนมันไปทีนึงโทษฐานทำตัวหน้าหมั่นไส้ ออสตินเลือกที่จะกินของหวานมากกว่าอาหารมื้อหนักเพราะตอนนี้มันเลยเที่ยงมาแล้วหลายชั่วโมงแต่ก็ยังไม่ใช่เวลาอาหารเย็นของเขา สรุปผมเลยได้ฝากท้องไว้กับสเวนเซ่นที่กินให้ตายยังไงผมก็ไม่อิ่มอ่ะพูดเลย



รับอะไรดีคะ?” พนักงานจดออเดอร์เดินเข้ามาทันทีที่ออสตินหยิบเมนู ไม่วายส่งสายตาหวานหยดย้อยให้ อี๋ น้ำลายจะหกแล้วนะแม่คุณ



เอิร์ธเควกที่นึงครับแล้วมึงจะเอาไร” ผมสั่งไอศครีมถ้วยยักษ์ตัดหน้า พนักงานเสิร์ฟรีบจดออเดอร์ของผมลวกๆสาบานได้ว่าตอนผมสั่งเธอก็ยังไม่ละสายตาไปจากหน้าใสๆของออสตินเลยแม้แต่วิเดียว สเวนเซ่นสอนพนังานให้จิ้มแทปแลตโดยไม่มองได้ด้วยหรอ เจ๋งว่ะ



เอามึง”



แค่กๆ !” น้ำแทบพุ่ง คำตอบของออสตินทำเอาผมสำลักน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไป เกิดเสียงว้ายเบาๆจากพนักงานสเวนเซ่นคนนั้นตามด้วยเสียงพึมพำว่านิยมไม้ป่าเดียวกันก็ไม่บอกแถมยังพาคู่ขามากินไอติมด้วยกันอีก



หึๆ ขอวานิลามิลค์เชคครับ”



หน้ากูแดงเพราะสำลักน้ำหรือเพราะอะไรวะ...ชักไม่แน่ใจ



พูดเล่นแค่นี้หน้าแดงเลยหรอวะ J”



เปล่า กูร้อนต่างหาก” เกลียดรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ของออสตินชะมัด คนอะไรขี้แกล้ง มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นตลอด ไม่รู้ว่าพนักงานนั่นจะเข้าใจผิดไปถึงไหนแล้วผมไม่ใช่คู่ขาของออสตินสักหน่อย ผมส่งสายตาคาดโทษไปยังคนที่กำลังเท้าแขนมองผมอยู่ เราสบสายตากันพอดีแล้วก็เป็นผมที่เบนสายตาไปทางอื่น



คิดอะไรอยู่หืม?”



ทำไมถึงต้องเป็นกู” คำถามนี้มันติดในใจผมมาตั้งแต่เกิดเรื่อง “มึงมาตามตื๊อกูทำไมในเมื่อกูก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น อันที่จริงคนที่ทำงานในพอยชั่นอย่างมึงไม่จำเป็นต้องคอยดูแลลูกค้าหลังการบริการนี่?”



สีหน้าของคนโดนถามเปลี่ยนไป ถึงจะแค่แวบเดียวแต่ผมก็เดาได้ไม่ยากว่าออสตินกำลังจะโมโหอีกรอบ



มันเป็นความจริงไม่ใช่หรอวะ? วันนั้นที่หน้าคลับผมยังเห็นเขาสลัดลูกค้าหน้าตาน่ารักคนนึงอยู่เลยแล้วนับประสาอะไรกับคนหน้าตาธรรมดาที่พอดูดีหน่อยแบบผม?



กูไม่ได้เป็นโฮสต์และกูบอกมึงไปแล้วว่ามึงเป็นของกู”



งั้นกูจะบอกมึงอีกรอบว่ากูไม่ใช่ของมึง”

 

ผมไม่ชอบเลยเวลาได้รับสายตาเย็นชาจากออสตินแต่ผมพูดความจริง ออสตินเอาแต่บอกว่าผมเป็นของเขา ถ้าไอ้การที่นอนกับใครแล้วต้องกลายเป็นของคนๆนั้นน่ะมันเป็นตรรกะที่นอนเซนส์มาก



ออสตินเงียบไปผมเงียบตาม เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนพนักงานคนเดิมยกไอติมมาเสิร์ฟ ผมนั่งตักไอติมเข้าปากเช่นเดียวกับเขาที่ดื่มมิลค์เชคของตัวเอง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลยจนกระทั่งผมละเมียดละไมตักไอติมช้อนสุดท้ายเข้าปาก



ฮ้า~ นานๆทีได้กินไอติมมันก็ดีเหมือนกัน



เจม”



หืม?” ผมมองออสตินที่กำลังมองมา หน้าผมมีอะไรติดหรอ? ไอติมเลอะปากก็ไม่ใช่เพราะผมเพิ่งเช็ดปากไปเมื่อกี้ หรือมันเรียกชื่อหาเรื่องผมวะ



มึงเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า”



“...”



ถ้าเป็นกู กูจะไม่ทำให้มึงเสียน้ำตา”



“...”



ถ้าเป็นกู ทุกครั้งที่มึงเสียใจ ทุกครั้งที่มึงต้องการใครสักคนกูจะไปหา”



“...”



ถ้าเป็นกู กูจะทำให้มึงภูมิใจในฐานะที่ได้เป็นคนของกู”



“...”



กูพูดไม่ได้ว่ามึงจะอยู่กับมึงตลอดไปหรือทำให้มึงกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ที่กูทำได้มีแค่จะพยายามดูแลให้ดีที่สุดและ...กูจะไม่มีวันนอกใจมึง”



ตึกตัก...ตึกตัก



เป็นคนของกูมันก็ไม่ได้แย่มากขนาดนั้นนะครับ” เหมือนมีใครมากดปุ่มหยุดไว้ ผมอึ้งไม่คิดว่าอยู่ๆผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในห้าพอยชั่น กลุ่มคนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมาบอกว่าให้ผมกลายเป็นคนของเขา ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าออสตินลุกไปจ่ายตังหรือเดินออกจากร้านตอนไหน เสียงทุ้มดังก้องไปก้องมาในหัว ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่เขายอมอยู่ข้างๆผมโดยไม่พูดอะไรจนหยุดร้องไห้ กุมมือผมไว้ เช็ดหน้าให้โดยที่เจ้าตัวเอาแต่ยิ้ม



ผมกำมือแน่น



รีบวิ่งออกจากร้านตามหลังร่างสูงไปเหมือนคนไม่รู้ตัว



หลังจากเลิกกับพี่ไนท์ผมไม่อยากรักใครอีกเพราะผลจากการรักเขาแต่เขาไม่รักเราตอบมันเจ็บเกินรับไหว ไม่อยากรับใครเข้ามาเพื่อที่วันนึงพอผมรักเขาหมดใจเขาจะได้เขี่ยผมทิ้งอย่างไม่ใยดี



บนโลกนี้จะมีไหมสักคนที่จะเป็นของผมจริงๆ?



มีไหมสักคนที่อยู่ข้างผมเสมอเวลาที่ผมต้องการเขา?



สักคนที่ถึงมีคนที่ดีกว่าผมยังไงเขาก็จะเลือกผมจะไม่ทิ้งกันไปไหน?



ตึกตัก...ตึกตัก



บางอย่างในอกมันเต้นแรงตั้งแต่ได้ยินคำพูดของออสติน ผมไม่พร้อมจะเริ่มใหม่ บอกตามตรงว่าผมยังลืมพี่ไนท์ไม่ได้แต่สายตาของออสตินที่มองผมก่อนจะเดินออกจากร้านนั่นเหมือนสายตาของใครบางคนที่ผมรู้จักดี...



สายตาของคนที่เจ็บจนพูดไม่ออก



ออสติน!”



ผมตะโกนเรียก สองขาวิ่งไปทั่วแต่แผ่นหลังที่เคยเห็นอยู่ลิบๆนั่นหายไปซะแล้ว ผมวิ่งวนรอบห้างเผื่อจะโชคดีเจอออสตินที่ไหนสักที่ ไม่สนใจสายตารอบข้าง ไม่สนใจว่าใครเขาจะคิดว่าผมบ้า



ออสติน!” ตะโกนครั้งสุดท้ายก่อนยันตัวกับเข่าหอบหายใจแฮ่ก คนอะไรแม่งเดินเร็วหยังกะติดจรวด ขาผมก็ไม่ได้สั้นอะไรขนาดนั้น ผมสอดสายตาหาร่างสูงอีกที มันง่ายถ้าจะมองหาออสตินแค่มองคนที่สูงๆดูมีออร่าหน่อยก็จะเจอแล้ว ผมวิ่งไปลานจอดรถเห็นเฟอร์รารี่สีดำจอดอยู่ที่เดิมก็โล่งใจแต่เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ทำให้ผมตัดสินใจทำอะไรที่เสี่ยงที่สุดในชีวิต



นั่นก็คือวิ่งเข้าไปตัดหน้ารถขณะที่เจ้าของมันเหยียบคันเร่ง!



เอี๊ยดดด!!



เสียงล้อบดกับพื้นคอนกรีตดังลั่นไปทั่วลานจอด ผมหลับตาปี๋ขาสั่นเล็กๆ ทำใจกล้าสู้เสือเปิดตาขึ้นมอง โชคดีที่ออสตินหักรถหลบผมเหยียบเบรคไว้ทันแทนที่จะชนร่างอันบอบบางของผม(?)กลายเป็นพุ่งเข้าไปเฉี่ยวหัวเสาแทน



ทำบ้าอะไร!” ออสตินตวาดอย่างเหลืออด ถ้าเขาหักหลบไม่ทันตอนนี้เจมไม่ต้องไปโรงพยาบาลเพราะถูกอัดเข้ากับกระโปรงหน้ารถเต็มๆหรือไง ทำไมไม่รู้จักคิดก่อนจะทำอะไร มีหรือผมจะสำนึกผิดคว้าข้อมือออสตินไว้เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้



“...จีบกู” มันน่าอายที่ต้องพูดประโยคนี้แต่ในเมื่อผมตัดสินใจแล้วก็ต้องพูดมันออกไป



“...” ออสตินทำหน้าเหมือนเห็นผี



กูรู้ตัวว่ายังลืมพี่ไนท์ไม่ได้แต่การจะทำให้กูกลายเป็นคนของมึงได้...มึงต้องจีบกูก่อน” ผมมันเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่ยอมปล่อยความรู้สึกที่มีต่อพี่ไนท์ไปแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธมือของคนตรงหน้าที่ยื่นเข้ามาให้ผมจับและรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต



จีบกูให้ติดแล้วกูถึงจะกลายเป็นคนของมึง!” 

 

  










เจมหนูกล้ามากลูกที่ต้องพูดประโยคนี้ =v=b 
ตอนที่แต่งไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาดราม่าขนาดนี้5555555
มาลุ้นกันต่อไปว่าออสตินของเราจะจีบหนูเจมติดอย่างที่ท้าไว้รึเปล่า
เจอคำผิดตรงไหนบอกไรทเตอร์ได้เสมอค่ะ
เนื้อหาตอนนี้สั้นกว่าตอนที่แล้วสามสี่หน้าเอสี่เลยทำให้มีการนับ%การอัพคลาดเคลื่อนยังไงก็ขออภัยด้วยค่ะ -/\-
สุดท้ายนี้อย่าลืมมาเม้นให้กำลังใจกันนะ




 


จิ้มจิ้กนะตัว <3






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

343 ความคิดเห็น

  1. #284 Venu$ Ver$us Viru$... (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 19:40
    เค้าเรียกว่าอ่อยปะเนี่ย เดี๋ยวๆ
    #284
    0
  2. #277 mdmy_mmmh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 16:27
    โอ้ยยยยยย เจมน่ารักมากก-/-
    #277
    0
  3. #265 Think_out (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 13:51
    จีบกู เจอประโยคนี้คือตั้นแปป 5555
    #265
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #225 JUSTAEM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 18:47
    กรี้สสสออสตินของเค้าาาาา -,.- (โดนตบ)
    #225
    0
  6. #181 manat's (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 12:04
    ยังดีที่คิดได้น่าาาา//
    #181
    0
  7. #173 snow_crystal (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 23:58
    ออสตินน่ารักเชียวแต่เจเรมี่ไม่ไหวแล้วค่าาาาาาาาา

    แอบปันใจไปนิดแล้วใช่ไหม
    #173
    0
  8. #165 tjmany (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 20:35
    0^0 คิดนานไหม.....จีบกู 55555
    #165
    0
  9. #160 yume (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 22:11
    ออสตินคนดีโคตร เจมกล้าดี
    #160
    0
  10. #154 เจเมย์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 15:17
    เจมแม่งเจ๋ง.
    #154
    0
  11. #145 giai05 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 12:05
    อ้ายยยยย   ชอบออสตินอ่ะ แบบว่าเป็นคนดีมาากกก น่ารักที่สุดดด
    #145
    0
  12. #131 shshshx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 23:27
    เจเรมี่รู้แล้วใช่ไหมว่าพี่ตินคือใคร ?
    จีบให้ติดนะ อิแอลน่าตบว่ะ
    #131
    0
  13. #121 ฺbbto (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 14:03
    จีบกู . . . เฮ้ย น่ารักกกกก เจมมมม -////-5555555
    #121
    0
  14. #77 phat-palm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2556 / 16:47
    จีบกู...ชอบประโยคนี้จัง
    #77
    0
  15. #65 memo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 18:59
    จัดไปนายติณ
    #65
    0
  16. #60 Sky Ami (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 14:54
    จีบติดชัวร์ค้าาา
    #60
    0
  17. #53 liuyue06 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 23:13
    ย๊ากกก ให้จีบก่อนออกตัวเเรงค่ะ เจเรมี่ ลืมๆพี่ไนท์ไปแล้วเริ่มต้นใหมกับพี่ออสติน เราเห็นด้วยที่สุด
    #53
    0
  18. #46 NimeJung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 16:13
    ต้องอย่างน้านนนน พูดตรงๆไปเลย อย่าอ้อมค้อมให้เสียเวลาเน้อ เหอะๆ เดี๋ยวจะโดนแซะซะอายกว่าเดิมมากกว่า 55555555555555555
    #46
    0
  19. #38 samakongdong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2556 / 22:15
    โอ้แม่เจ้านายเอกเราตรงมากจีบๆสู้ๆนะออสติน
    #38
    0
  20. #18 เซซิเลีย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 21:44
    จีบให้ตืดนะออสตินเจมจะได้กลายเป็นคนของออสตินเร็วๆๆ
    #18
    0
  21. #15 Worada Ray Chaisaen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 22:05
    นายเอกน่าสงสารอ่ะ
    #15
    0
  22. #14 Worada Ray Chaisaen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 22:05
    นายเอกน่าสงสารอ่ะ
    #14
    0
  23. #12 Worada Ray Chaisaen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 18:09
    ออสติน รืบๆๆๆ เจม เร็้วเข้า ^o^
    #12
    0