POISON รักผมนะครับที่รัก (yaoi)

ตอนที่ 16 : Forbidden poison 4 ♚ I don't wanna hurt again (130%)complete!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 ม.ค. 58

Forbidden poison 4. I don't wanna hurt again

 


 

 

 

ผมเดินออกมาโบกแท็กซี่กลับบ้านหลังเคลียร์ตัวเองเสร็จ ปกติผมจะอยู่คอนโดที่ฟาเรนไฮซื้อไว้ให้เพราะมันใกล้มหาลัยและคลับมากกว่าบ้าน แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากกลับบ้าน อาจเป็นเพราะอยากจะหนีจากความรู้สึกเดิมๆ หรือเป็นเพราะผมอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ มากกว่าฟังคำบ่นยืดยาวของฟาเรนไฮ



บ้านของผมเป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ รอบข้างไม่มีอะไรนอกจากสนามหญ้าที่กินพื้นที่สามส่วนสี่ของตัวบ้าน เมื่อก่อนฟาเรนไฮชอบพาเพื่อนมาสังสรรค์ที่นี่ เหตุผลคงเป็นเพราะบ้านผมไม่มีใครนอกจากผมกับมันและสนามของเราก็ใหญ่ซะเหลือเกิน



ข้าวของในบ้านยังคงเหมือนเดิมยกเว้นฝุ่นหนาเตอะ ถึงแม้ผมจะจ้างให้แม่บ้านเข้ามาทำสะอาดบ่อยๆก็ตาม ผมเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนทรุดตัวลงบนเตียงแบบหมดแรงก่อนจะพลอยหลับไปในไม่กี่วินาทีโดยไม่สนสายเรียกเข้าของฟาเรนไฮกับเจเรมี่



หลายวันต่อมาผมตื่นเพราะเสียงกดกริ่งหน้าบ้าน เลยจำต้องฝืนสังขารลุกขึ้นมาเปิดประตูก่อนที่กริ่งบ้านผมจะพังไปซะก่อน นี่เพิ่งหกโมงเช้าเองนะ ใครมาเอาป่านนี้



ศามาเปิดประตูให้พี่ที” ทันทีที่ผมชะโงกหน้าออกไปไขความสงสัย ร่างสูงของอดีตไวท์อายส์ก็หยุดกระแทกปุ่มกดออดมาเขย่าประตูบ้านแทน เฮ้ยๆ เดี๋ยวบ้านผมก็พังพอดี



พี่...เพทาย?” ผมติดสถานะสตั้นไปครู่หนึ่ง เดี๋ยวนะทำไมเขารู้จักบ้านผมล่ะ ความจริงเรื่องที่อยู่ของผมออกจะเป็นความลับที่รู้กันในหมู่พอยซั่นหรือพวกเจเรมี่มากกว่า ไม่มีทางที่คนแบบพี่เพทายจะรู้ได้ถ้าไม่มีใครคนใดคนหนึ่งบอก



เปิดประตูก่อน พี่มีเรื่องจะพูดด้วย”



พี่รู้จักบ้านผมได้ยังไง” พี่แกคงไม่ได้เปิดกูเกิ้ลแมพหรือเครื่องจีพีเอสเพื่อหาบ้านผมชัวร์ๆ เอ้ะ หรือผมมีเครื่องติดตามอยู่วะ?



เรื่องนั้นไม่สำคัญมาเปิดประตูก่อนเร็ว!” เพทายเร่ง หันซ้ายหันขวาเหมือนหนีอะไรมา ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นเหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมลงมาข้างลำคอ ผมเปิดประตูให้เขาเข้ามา ยังไม่ทันได้ลงกลอนพี่เพทายก็ลากผมกลับเข้ามานั่งทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกในบ้านก่อนที่เจ้าตัวจะไล่ปิดม่านทุกที่ภายในบ้าน



นี่มันเรื่องอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้ว พอจะอ้าปากถามอีกคนก็พูดแทรกขึ้นมาราวเดาความคิดของผมได้



ฟามันบอกที่อยู่ของเรากับพี่ ก่อนหน้านี้พี่ไปหาเราที่คอนโดแต่ก็ไม่เจอฟาเลยบอกว่าศาน่าจะมาค้างอยู่ที่นี่แทน” นั่นไงว่าแล้วเชียว พี่เพทายสูดลมหายใจก่อนอธิบายต่อ “ที่พี่ไปหาเราก็เพราะว่าตอนนี้เจย์มันไปมีเรื่องกับกลุ่มของจินโทนิค เราจำได้ใช่ไหมว่าเมื่อวานวิกเตอร์ทำอะไรกับจินมันไว้”



ผมพยักหน้าแค่เสยคางกับยกปืนขู่เอง ทำไมพี่เพทายถึงทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่



คนแบบจินโทนิคน่ะฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ มันไม่พอใจที่วิกเตอร์ทำกับมันแบบนั้นเลยหาโอกาสจะแก้แค้น” เรื่องมันเพิ่งผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงทำไมผมรู้สึกเหมือนจินแค้นวิกเตอร์มาสิบชาติเศษถ้าฟังจากที่พี่เพทายเล่า แล้วก็ไม่มีใครคิดสั้นขนาดมาจัดการกับวิกเตอร์ตรงๆ ลางสังหรณ์บอกผมว่านี่ไม่ใช่เรื่องดีแน่



ปกติวิกเตอร์จะเป็นคนที่ไม่ยุ่งเรื่องของใครถ้าคนคนนั้นไม่ไปทำอะไรกับเขาก่อน แต่เมื่อวานวิกเตอร์กลับสอดมือเข้าไปยุ่งกับธุระของมัน มันเลยเดาได้ไม่ยากว่าเราต้องเป็นคนสำคัญสำหรับวิกเตอร์แน่”



พี่คิดผิดแล้ว ผมไม่ได้สำคัญกับเขาสักหน่อย อีกอย่างที่วิกเตอร์เข้ามาช่วยผมเพราะผมเป็นน้องของฟาเรนไฮ เพื่อนของเขาต่างหาก” ผมแย้ง เมื่อไหร่เรื่องวุ่นวายจะหมดไปจากชีวิตของผมสักที ครั้งที่แล้วก็พวกไวท์อายส์มาครั้งที่ผมยังจะต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะวิกเตอร์อีกแล้วหรือไง



สำหรับคนที่บอกให้ผมลืมเรื่องของเขาไป ผมสำคัญกับเขาตรงไหนวะ



ผิดไม่ผิดไม่รู้แต่ที่แน่ๆ จินโทนิคตั้งใจจะเล่นงานเราพี่เลยต้องมาหาเพราะถ้าให้พอยซั่นมาเองอีกฝ่ายจะไหวตัวก่อนที่จะรวบหางมันได้”



พี่รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง” มันน่าจะเป็นความลับไม่ใช่หรอครับ จากที่งงอยู่แล้วผมยิ่งงงเข้าไปอีก พี่เพทายเงียบไปก่อยเอ่ยเสียงเบาว่า



เพราะจินโทนิคก็เป็นเพื่อนของพี่เหมือนกัน”



วงการนี้เป็นเหมือนกับโลกสีดำใบหนึ่ง หากมีใครคนใดคนนึงทำอะไรไม่ดีหรือไปมีเรื่องกับใครก็จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างเพราะโลกนี้มันแคบ คนในวงการย่อมรู้จักกันและแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ผมมองหน้าพี่เพทาย เขากลับใจกลายเป็นพันธมิตรกับพอยซั่นก็จริงแต่ผมไม่รู้ว่าในใจของเขาจะคิดอะไรอยู่ อาจจะรอโอกาสตลบหลังพวกพี่ๆของผมเพื่อแก้แค้นให้กับไวท์อายส์อยู่ก็ได้



ผมบอกแล้ว โลกนี้มันแคบเราต้องทำลายคนที่คิดเป็นศัตรูก่อนที่จะถูกทำลายเสียเอง



พี่ต้องการให้ผมทำอะไร” ฟาคงหาทางออกให้ผมไม่ต้องไปพัวพันกับเรื่องยุ่งชวนปวดหัวอีกเลยส่งพี่เพทายมาให้เป็นคำตอบ



เก็บของไปอยู่กับพี่ที่บ้าน”



นึกว่าอะไรที่แท้ก็...ห้ะ!!” ผมเผลอร้องเสียงหลง หูฝาดคงไม่ใช่เพราะพี่เพทายทำหน้าจริงจังจนผมไม่กล้าล้อเล่น ฟาเรนไฮคิดมาแบบนี้จริงดิ เขาคิดว่าผมจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับพี่เพทายงั้นหรอ ผมบอกปัดทันที



ไม่ครับผมจะไม่ไปอยู่กับพี่”



มันปลอดภัยกว่าถ้ามีพี่อยู่ด้วย” แล้วก็เป็นอย่างที่ผมนึก พี่เพทายเป็นหลุมหลบภัยชั้นยอดที่พี่ชายแท้ๆส่งมาให้ แบบนั้นก็เหมือนหลบอยู่หลังคนอื่นโดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ครั้งก่อนก็เพราะเอาแต่หลับพี่ตินเลยโดนยิงไม่ใช่หรอไง ผมขมวดคิ้วพลางคิดทางออกแบบที่โอเคที่สุด



งั้นพี่ก็ไปอยู่กับผมที่คอนโด” คอนโดผมมีสองห้องครับวางใจได้ แม้จะรู้ลางๆว่าพี่เพทายเอ็นดูผมมากกว่าน้อยชายแต่ผมก็เลือกที่จะไม่พูดถึงความรู้สึกของเขา มันจะดีกว่าเพราะผมเองยังเอาตัวไม่รอดเลย ผมไม่อยากขาดเรียนใกล้ช่วงสอบแล้ว อีกอย่างผมรู้สึกว่าผมสามารถทำอะไรให้กับพอยซั่นได้มากกว่าถ้าอยู่ใกล้ๆ คอนโดของผมเลยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดตามคำที่ว่าที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือที่ที่อันตรายที่สุด



แต่ดูเหมือนพี่เพทายจะไม่เห็นด้วยกับผม เขาทำหน้าเหมือนเห็นผี



คอนโดผมไม่ใช่ถ้ำเสือนะพี่ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้



แต่ว่า...”



พี่มาอยู่กับผมหรือผมไปอยู่กับพี่มันก็เหมือนกันไม่ใช่หรอครับ”



พี่ขอปรึกษากับไอ้ฟามันก่อนแล้วกัน” เพทายถอนหายใจ เพิ่งรู้ว่าองศาเป็นเด็กดื้อก็วันนี้ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฟาเรนไฮไม่นานพี่ชายผมก็รับ พวกเขาคุยกันสองสามประโยค ถึงแอบฟังไปผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุยอะไรกันได้ยินแค่คอนโดผม เขา กับจินโทนิค คอนโดกับจินยังปกติแต่เขาในบทสนทนานี่ใคร



สรุปแล้วผมก็ชนะ พี่เพทายยอมเก็บของมาอยู่ที่ห้องผมชั่วคราวจนกว่าพวกพอยซั่นจะหาทางทำอะไรสักอย่างกับจินโทนิคได้ ถ้าอยากรวบหัวรวบหางทีเดียวใช้ผมเป็นเหยื่อล่อก็ได้ อย่าหาว่าหลงตัวเองเลยนะครับ ลองเห็นสายตาที่มันมองผมเมื่ิอวานสิ เป็นปลากัดคงท้องไปแล้วแหง



หลังจากเถียงกันอยู่นานสองนานผมกับพี่เพทายเลยได้ฤกษ์ย้ายก้นออกจากบ้านสักที เมื่อเปิดรถพี่แกออกดูผมก็เจอกระเป๋าเดินทางใบใหญ่คาดว่าเขาคงเตรียมพร้อมที่จะพาผมหนีไปโดยเฉพาะ เราตัดสินใจแวะห้างใกล้ๆเพื่อซื้อของใช้บางอย่างกับพวกของสดด้วยว่าพี่เพทายไม่อยากให้ผมออกไปไหนมาไหนมากนัก



เราชอบเส้นแบบไหน” คงเป็นภาพตลกน่าดู ผู้ชายร่างสูงที่จัดอยู่ในเกณฑ์หน้าตาดีกำลังถือเส้นสปาเกตตี้สองถุงด้วยมือคนลพข้างพลางยกขึ้นมาพินิจดูทีละห่อก่อนจะวางไว้ที่ชั้นเหมือนเดิม เดินไปเดินมาสักพักก็หยิบมันขึ้นมาดูใหม่ก่อนจะหันมาถามผมเหมือนคนตัดสินใจไม่ได้



หัวเราะอะไร” เขาหันมาแห้วใส่ แก้มแดงนิดๆด้วยล่ะ พี่เพทายก็มีมุมน่ารักกับเขาเหมือนกันแฮะ ผมส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนชี้เลือกเส้นส่งๆ ผมไม่ค่อยเรื่องมากนักเรื่องของกิน ขอให้อร่อยเป็นพอ



ไม่ต้องทำหน้าล้อพี่แบบนั้นเลย ลืมๆมันไปซะนะ”



'ลืมมันไปซะ'



ภาพของใครคนหนึ่งซ้อนทับกับพี่เพทายจนหัวใจกระตุก ผมกำมือแน่น เรื่องเมื่อวานเหมือนมันเกิดขึ้นมานานแสนนานแล้วในความรู้สึกของผม ทั้งที่เผื่อใจไว้เยอะ ตั้งใจมานานแล้วว่าจะไม่นึกถึงเขาแต่พอเจอเข้าจริงๆ ผมอดยอมรับไม่ได้ว่าผมคิดถึงวิกเตอร์ ถ้าบอกใครว่าผมยังคงคิดถึงทั้งที่เขาทำร้ายผมซะขนาดนี้คงมีแต่คนหัวเราะ สงสาร หรือบางทีอาจจะสมเพช ผมยังอดสงสารตัวเองไม่ได้เลย



ผมส่ายหัวไล่ภาพวิกเตอร์ออกไป ที่ต้องทำตอนนี้คือห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับกลุ่มพอยซั่น จะว่าไปแล้วอยู่กับพี่เพทายก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้ไม่คิดมากฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว



จริงสิโทรศัพท์เราเป็นอะไร เห็นฟาบอกว่าติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนมันเลยเร่งยิกๆ ให้พี่ไปหาเราที่บ้าน” รถเข็นของเราเต็มไปด้วยส่วนประกอบทำอาหารแล้วก็ขนมขบเค้ียว ไม่รู้ต้องหลบๆซ่อนๆไปนานแค่ไหน ตุนไว้ก่อนดีที่สุดครับ



แบตหมดน่ะครับ” ผมตอบเลี่ยงๆ ที่จริงยังมีแบตเหลือกว่าห้าสิบเปอร์เซนต์ ไม่อยากรับสายใครให้เขามาซักผมเรื่องเมื่อคืนเลยปิดมันซะเลย ถึงจะรู้ว่าจะโดนทั้งพี่ชายผมกับเจเรมี่บ่นจนหูชาก็เถอะ



กลับคอนโดอย่าลืมชาร์จซะล่ะ ฟามันจะอกแตกตายเอา” ผมพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนแย่งรถเข็นมาเข็นเอง ปล่อยให้พี่เพทายเข็นนานๆเขาจะหยิบเอาแต่พวกของกินไม่มีประโยชน์น่ะสิครับ



ปึ้ก!



ขอโทษครับเป็นอะไรมากหรือเปล่า” คงเพราะผมเหม่อไปหน่อยเลยเผลอดันรถไปชนใครเข้า ผมรีบหันไปขอโทษก่อนจะรับเข็นตามหลังพี่เพทายที่ก้าวเท้ายาวๆไปจ่ายตังที่แคชเชียร์แล้ว



ลับหลังร่างโปร่งขององศา คนที่เขาชนมองตามเด็กหนุ่มไปเผยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา ดวงตาระยิบระยับเหมือนเจอเรื่องสนุก เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายถึงใครอีกคน



“...นี่กูเอง รู้ไหมว่าเมื่อกี้กูเดินชนใคร”






 

แล้วก็เป็นแบบที่คิดผมโดนฟาเรนไฮสวดยับจนหูชา ไม่นับเจเรมี่ที่ทำหน้าบูดเมื่อเห็นผม ตอนนี้คอนโดอันแน่นไปด้วยพอยซั่นสองคน เพื่อนผมหนึ่งและพี่เพทาย ห้องเลยดูเหมือนเล็กลงถนัดตา



ไม่ต้องทำหน้าเบื่อโลกเลยไอ้ศา!” เพื่อนตัวเล็กแห้วใส่ ลองมาเป็นกูดิแล้วจะรู้ว่าการโดนเทศน์ยาวจบแล้วต่อด้วยฟังคำบ่นยาวเหยียดมันน่าเบื่อแค่ไหน ผมโตแล้วน่า -_-;



เงียบน่า” ทันทีที่พูดจบพี่ติณตวัดสายตาน่ากลัวมาทางผมทันทีเพราะเจเรมี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้



พูดให้มันดีๆหน่อย” แต่เป็นฟาเรนไฮที่ดุผมแทน



ผมไม่ใช่เด็กห้าขวบเหมือนเจเรมี่ที่ไม่รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำนะ



หาทางระบายไม่ได้เลยโบ้ยความผิดไปที่เพื่อนแทนนี่แหละที่ทำให้เจมมันตาเขียวปั๊ดเหมือนเดาความคิดผมได้ ก็คบกันมาหลายปีเรื่องนิสัยด้านลบของผมเจเรมี่นี่รู้ทุกซอกทุกมุม



เฮ้อ ต่อไปนี้จะไม่ปิดโทรศัพท์แล้วครับ...”



เหมือนมีใครมาผลักสวิตช์ไฟให้โลกทั้งใบมันสว่างไสวทันทีที่พูดจบ ฟาเรนไฮกลับมาดี๊ด๊าเหมือนเดิมส่วนเจเรมี่ก็หันไปอ้อนพี่ติณ ถึงว่าทำไมพี่ติณขับรถมาหาผมเร็วปานติดจรวด สงสัยแฟนตัวน้อยคงกังวลเรื่องผมไม่เลิกจนเผลอทำลายบรรยากาศคู่รักข้าวใหม่ปลามันเข้า



คิดดูแล้วผมอิจฉาเพื่อนผมชะมัด



ได้เป็นแฟนกับคนที่ชอบ...เจเรมี่คงเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วล่ะครับตอนนี้



เวลาผ่านเลยไปจนถึงเย็น ฟาเรนไฮก็ขอตัวกลับเพราะยังเคลียร์งานที่ร้านไม่เสร็จบวกกับใกล้เวลาเปิดของคลับแล้วพี่ติณเลยได้โอกาสลากเจเรมี่กลับไปสวีทที่บ้านตัวเองต่อ ห้องผมเลยเงียบลงทันตา ยังไม่ทันจะเก็บซองขนมที่เพื่อนทิ้งไว้ให้ผมก็ได้ยินเสียงก๊องๆแก๊งๆดังมาจากครัว



บางทีการมีพี่เพทายอยู่ก็อาจทำให้ผมเป็นคนโชคดีที่มีเพื่อนในเวลาที่รู้สึกต้องการใครสักคนเหมือนกัน



ทำข้าวเย็นหรอครับพี่” ผมโผล่หน้าไปมองหลังเคาน์เตอร์บาร์ กลิ่นหอมฉุยของซอสสปาเกตตี้ลอยฟุ้งแทบทำเอาน้ำลายไหล ถ้าพี่เขาโกหกว่าเป็นเชฟมือหนึ่งผมก็เชื่อ ท่าทีคล่องแคล่วในการจับกระทะ ควงตะหลิวทำเอาพี่เพทายดูเท่ขึ้นเป็นกอง ถ้าผมเป็นผู้หญิงป่านนี้คงกรี๊ดเป็นลมสลบตอนพี่แกเช็ดเหงื่อหันมายิ้มให้



แหม่...พี่นี่พระเอกซีรี่ย์ดีๆนี่เอง



พี่คิดว่าเราคงหิวเลยทำเลยดีกว่า กินข้าวเย็นตอนดึกๆมันไม่ดีเดี๋ยวลงพุงหมด” พูดเสร็จพี่เพทายก็หัวเราะเบาๆอ่อร่าหล่อวิ้งเลยแผ่กระจายขึ้นไปอีก



พี่ครับพี่หัดหล่อเกรงใจผมบ้างเถอะครับ



มีอะไรให้ผมช่วยไหม” หลังด้อมๆมองๆอยู่นานผมเลยตัดสินใจไปช่วยเขาเตรียมจานแทน เพราะอย่างอื่นพี่เพทายคงทำเสร็จหมดแล้วดูจากสภาพวัตถุดิบหลายแหล่ที่เตรียมไว้เป็นอย่างดี



เราดื่มไวน์ได้ไหม?” เขาถาม หันหน้ามามองผมเหมือนเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ



ได้สิพี่” ผมตอบเขาแล้วเดินเลยไปหยิบแก้วไวน์มาสองแก้ว ได้ยินเสียงหัวเราะหน่อยๆ ก่อนเดินกลับมาที่โต๊ะผมเหลือบเห็นเทียนหอมเลยหยิบมันติดมือมาด้วย



ว้า พี่ลืมซื้อออริกาโน่มา รอแปปนะครับ ข้างล่างคอนโดเรามีร้านสะดวกซื้อใช่ไหม” เขาเดินไปหยิบกระเป๋าตังก่อนเดินออกจากห้องลงไปร้านสะดวกซื้อข้างล่าง ว่างๆผมเลยชะโงกหน้าไปดูสปาเกตตี้ที่ถูกทิ้งอุ่นให้อยู่ในเตา



หอมใช้ได้ ผมน่าจะทาบทามเขาให้ไปเป็นพ่อครัวของคลับ



ปิ๊งป่อง!



หืม...เร็วจังพี่แกติดล้อไว้ที่เท้ารึเปล่าวะ



ผมขมวดคิ้ว ร้านสะดวกซื้อไม่ได้อยู่ใต้คอนโดผมแต่ต้องเดินเลยไปประมาณหนึ่งซอย นี่ยังไม่ถึงสามนาทีเลยด้วยซ้ำที่พี่เพทายออกไป สงสัยเกิดเปลี่ยนใจกระทันหันมั้ง



ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง!



พี่เพทายเป็นโรคชอบกดกริ่งชาวบ้านเล่นหรือไง ผมขานรับก่อนจะล้มสะดุดของที่ยังเก็บไม่เรียบร้อยดี ยิ่งทำให้คนหน้าประตูกดรัวจนกริ่งผมแทบค้าง



มาแล้วๆ กดกริ่งทำไมครับพี่เพทาย เอากุญแจไปแล้วไม่ใช่หร....”



หึ แค่บอกให้ลืมถึงกับแจ้นไปหาคนใหม่เลยหรือไง”

 

ผู้ชายร่างสูงคุ้นตายืนพิงกรอบประตูพร้อมแค่นเสียงหัวเราะกับใช้ถ้อยคำบาดลึกถึงจิตใจอย่างที่เขาชอบทำ



ผมตะลึงค้างอยู่กับที่



นี่ไม่ใช่ความฝัน



วิกเตอร์กำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องของผม!










 

(Victor's Talk)



ผมถูกเรียกตัวด่วนโดยคู่ค้าที่อยู่ต่างประเทศเพื่อไปจัดการกับแก๊งค้าของเถื่อนที่เมืองนอกแบบกระทันหันเลยไม่มีเวลามามัวคิดเรื่องของตัวเองหรือเรื่องของคนที่ผมเห็นเป็นน้องชายและเริ่มรู้สึกว่าเขาอาจจะไม่ใช่แค่น้อง คำเตือนของไอ้หนาวทำให้ผมรู้สึกเหมือนเขากำลังหนีผมไปกลายเป็นอีกคนที่ไม่เห็นผมในสายตา



องศาเป็นแค่น้องชายของเพื่อน



...ไม่มีอะไรมากกว่านั้น



ผมคิดแบบนี้เสมอทว่าหลังจากได้คิดตามคำพูดของลมหนาวก็อดรู้สึกโหวงๆในอกไม่ได้ว่าผมอาจจะเสียเขาไปจากการกระทำของตัวเอง



โอเค...ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดีแม้ใครจะพากันบอกว่าผมฉลาด น่ากลัวและแข็งแกร่ง ทุกคนเลยเว้นช่องว่างระหว่างตัวเองกับผม ให้ผมเป็นหนึ่งในคนที่พวกเขาเคารพยำเกรง ยกเว้นกลุ่มพอยซั่นที่เห็นผมเป็นแค่คนธรรมดา ดังนั้นคนที่สามารถก้าวเข้ามามีบทบาทในโลกของผมจึงมีแต่พวกเขาเท่านั้น...แต่มันมักจะมีคนคนนึงที่คอยเดินตามผมตลอดเวลา



ผมรู้ว่าเขาก็นับถือผมเหมือนคนอื่นๆเลยไม่ได้สนใจเพราะยังไงมันก็เหมือนกันหมด ปัญหามันอยู่ที่เขาดันเป็นน้องชายคนสำคัญของฟาเรนไฮและเขาดันรู้สึกกับผมมากกว่าเพื่อนของพี่ชาย



ใครล่ะครับจะไม่รู้ว่าองศาคิดยังไงกับผม



เขาว่ากันว่าสายตาของคนมักจะไม่โกหกยิ่งเป็นเรื่องของความรู้สึกพิเศษด้วยแล้วเพียงแค่มองตาผมก็รู้ได้ทันทีว่าองศาตกหลุมรักผม แม้เจ้าตัวจะพยายามทำเฉยๆเวลาอยู่กับผมก็ตาม



พอยซั่นทำแต่เรื่องที่เป็นอันตราย ทั้งพันธมิตร ศัตรู การค้า คู่แข่ง ทุกอย่างล้วนไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น การที่เขาจะมาอยู่กับผมเลยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ องศาเป็นเด็กดีเขาไม่ควรมีชีวิตแย่ๆเพราะผม



ดังนั้นผมจึงผลักเขาออกไปให้ไกล ทำร้ายเขาเพื่อที่เขาจะได้เกลียดผมเหมือนที่ผมทำกับคนอื่นๆ พอผมทำร้ายพวกเขา พวกเขาก็จะจำและปล่อยผมไว้ตามลำพัง ไม่มีใครกล้ายุ่งเพราะไม่อยากเจ็บตัวรอบสอง



แต่กับองศายิ่งผมทำร้ายเขามากเท่าไหร่ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งไม่ปล่อยผมไป



เขายังยื่นอยู่ที่เดิมตลอดเวลา



ผมเลยติดนิสัยเสียชอบพูดจาแรงๆทำให้เขาเสียใจ ถามว่าผมรู้สึกผิดไหมผมตอบได้เลยว่าไม่ในเมื่อเขาเลือกที่จะให้ผมทำร้ายเอง



'...ของมันไปไหนไม่ได้ก็จริงแต่ใช่ว่าวันนึงมึงจะไม่ทำมันหายไป'



'ของที่มันเต็มใจจะหายไปมึงก็อย่าหวังเลยว่าจะได้มันคืน'



ผมทำเหมือนไม่สนใจลมหนาวก็จริงแต่กลับเก็บเอาทุกคำเตือนของมันมาคิิด มันต้องการบอกผมเป็นนัยๆว่าวันนึงองศาจะเต็มใจหายไปจากผมและไม่ว่าผมจะอ้อนวอนยังไงองศาก็จะไม่กลับมา



คิดถึงตรงนี้หัวใจผมมันเต้นผิดจังหวะ



ผมไม่รู้ว่าผมเป็นบ้าอะไร เวลาเห็นเขาอยู่กับคนอื่นมันรู้สึกขัดหูขัดตา เวลาเขายิ้มให้คนอื่นผมอยากจะจัดการกับคนที่เขาคุยด้วย เวลาเขาเอ่ยชื่อคนอื่นอยากจะเข้าไปดึงเขาเข้ามากอดแน่นๆ



และไม่ชอบความคิดบ้าๆอย่างวันนึงถ้าเขารักใครนอกจากผมจะทำยังไง



หรือ



วันนึงถ้าเขาจากผมไปจริงๆผมจะคอยห่วงใครเวลาที่ฟาเรนไฮไม่อยู่



แล้วไอ้อาการวูบในช่องท้องเวลาเห็นเขาบอกว่าจะลืมผม...



ผมไม่ชอบมันเลย



เพื่อที่จะจัดการหาทางออกในเรื่องนี้ผมเลยรีบจัดการธุระน่ารำคาญแล้วกลับมาที่พอยซั่น เมื่อเห็นองศาโดนไอ้หน้าจืดกำลังจะลากขึ้นรถ ผมก็รู้สึกเหมือนมีใครมาตีกลองในหัว ทันที่ที่คิดได้ผมก็ซัดไอ้จืดนั่นซะเละ พอหันกลับมามององศาที่กำลังหน้าซีดเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างหวาดๆเหมือนคนไม่รู้จักกันนิ้วมือผมก็เย็นเฉียบทั้งที่มันเพิ่งร้อนหลังออกกำลังกายมาหมาดๆ



ใบหน้าเกลีี้ยงเกลาได้รูปของเขาตอนกลัวผม...มันช่างไม่น่ามอง ไม่น่าจริงๆ



ในที่สุดเขาก็กลัวผมเหมือนคนอื่นๆ ผมถอดใจ อย่างน้อยมันก็ดีกว่าถ้าจะให้เขาอยู่ห่างจากชีวิตผม ผมตัดสินใจแบบนี้มานานแล้ว



“...ลืมมันไปซะ” ผมบอกเขาก่อนเดินออกมาไม่สนใจร่างเล็กเลยว่าจะเป็นยังไงเจ็บตรงไหน ยังไงคำพูดของผมคงทำให้เขาเจ็บกว่าหลายเท่า



ลืมมันไปให้หมด...ทุกความรู้สึกที่มึงมีให้กู



ลืมให้หมด...ทุกเรื่องดีๆ ทุกเรื่องร้ายที่กูทำกับมึง



ลืมให้หมด...ทุกสิ่งทุกอย่าง



เพื่อที่ว่าวันนึงมึงจะไม่ต้องก้าวเข้ามาในเส้นทางอันตรายที่ผมเลือกเดิน เพื่อที่เขาจะได้มีชีวิตที่ดี



ผมเดินเข้าไปในซอกเล็กๆ ระหว่างลานจอดรถ พิงตัวเองกับผนัง ก่อนจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ทำไมผมถึงหยุดอยู่ตรงนี้ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่แล้วเสียงสะอื้นเล็กๆของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่กับพื้นก็ทำให้หัวใจผมสั่นคลอนอย่างรุนแรง



...ราวกับมันกำลังจะแตกสลาย
 


หลายชั่วโมงต่อมาผมกลับที่พักด้วยความรู้สึกเหมือนมีใครเอาหินมากองไว้บนบ่า ภาพที่องศานั่งร้องไห้ยังติดอยู่ในใจของผม แม้จะมองไม่เห็นแต่ผมก็รับรู้ได้ตามสัญชาตญานว่าคนตัวเล็กคงจะปวดใจมากแน่ๆ



ผมอาบน้ำพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ทำยังไงองศาก็ยังปวนเปี้ยนอยู่ในความคิดไม่ขาด ตอนหยิบแชมพูก็นึกได้ว่าเป็นกลิ่นที่เขาชอบใช้ พอเปิดตู้เย็นกินน้ำเห็นอุณหภูมิข้างตู้เย็นก็พลอยคิดถึงเขาอีก



ใครมันเล่นของกับผมรึเปล่าวะ



เกือบๆตีสามผมทนไม่ไหวเลยขับรถออกไปหาออสติน เพื่อนคนนี้ของผมรู้ว่าจะทำอย่างไรเสมอในเรื่องของหัวใจ ดูจากการที่มันตามตื๊อเด็กเจเรมี่เพื่อนขององศานั่นจนได้เป็นแฟนกัน บอกตรงๆว่าผมแอบอิจฉาเขาที่มั่นใจว่าจะปกป้องเจเรมี่จากงานที่พวกเราทำอยู่ได้



แตกต่างจากผมที่แทบไม่มีความมั่นใจสักนิดถ้าหากเรื่องนั้นเป็นเรื่องขององศา



องศา...มีค่ามากเกินกว่าที่ผมจะปกป้อง



ผมไม่อยากเสียเขาไป



มาทำไมเกือบเช้าแบบนี้วะ” ออสตินงัวเงียมาเปิดประตูให้ผมด้วยสภาพที่ไม่เรียบร้อนเท่าไหร่ ผมยืนอยู่หน้าห้องของมันไม่มีความตั้งใจจะเข้าไปเพราะเด็กเจเรมี่นอนอยู่ในนั้น อ้อ ห้องของออสตินเป็นห้องสตูดิโอน่ะครับ ขืนเปิดเข้าไปเจอเมียมันนอนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยมีหวังมันได้ต่อยผมพอดี



กูมีเรื่องอยากถาม...” พอเห็นผมทำสีหน้าเครียดมันเลยบอกแปปนึงแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องก่อนออกมาพร้อมเสื้อผ้าเหมือนจะไปวิ่งจอกกิ้ง มันพาผมมานั่งสูบบุหรี่ที่โล่งๆ เพื่อที่เราจะได้คุยกันถนัดไม่ไปรบกวนเมียแสนรักของมัน



ถ้ามึงจะมาถามกูเรื่ององศาแสดงว่าเริ่มรู้สึกอะไรกับน้องเขาแล้วใช่ไหม?” มันยิงคำถามแบบพุ่งตรงเข้าโกใส่ผม



กู...ไม่รู้”



หึหึ วิกเตอร์จอมวางแผนไปไหนซะล่ะ ไหงกลายเป็นเหมือนคนอมทุกข์เพราะเด็กคนนึงที่มึงไล่เขาออกไปจากชีวิตนักหนา”



ถ้าไม่รู้จักมันผมว่ามันคงเป็นนักดูดวงแหง อะไรจะแม่นขนาดนั้น



“...” ผมเงียบไม่ตอบเพราะตัวเองก็หาคำตอบของคำถามนี้ไม่ได้เหมือนกัน



สิ่งที่มึงถนัดคือการใช้สมองแต่เรื่องแบบนี้...คนเค้าใช้ตรงนี้กันว่ะ” พ่อนักรักออสตินชี้มาที่อกข้างซ้ายของผม



“...นม?”



มันตบหัวผมดังป้าป



กูหมายถึงหัวใจ!”



ผมตีสีหน้ายุ่งๆถ้ามันไม่ใช่เพื่อนผมป่านนี้ผมเป่ามันกระเด็นไปแล้ว ออสตินถอนหายใจเหนื่อยแทนองศาที่ต้องมารับมือกับเพื่อนที่ฉลาดไปซะทุกเรื่องยกเว้นเรื่องหัวใจอย่างวิกเตอร์



ที่กูต้องการบอกก็คือมึงชอบใช้สมองคิดหาเหตุผลถูกไหม” พอเห็นผมทำหน้าเหมือนยอมรับมันก็พูดต่อว่า “แต่เรื่องขององศามันต้องใช้หัวใจในการคิด...บางทีมันก็ไม่มีเหตุผลหรอกว่าเรากำลังรู้สึกแบบนี้เพราะอะไร”



หัวใจผมเจ็บทุกครั้งที่ทำร้ายเขา ผมไม่สนุกที่เห็นเขาเป็นทุกข์เหมือนที่ทำกับคนอื่น ใครจะล้มละลายจะหายไปจากครรลองธุรกิจผมก็ไม่เคยใส่ใจ ทว่าหากองศาหายไปเมื่อไหร่ในอกผมก็จะวูบโหวงทันที



แบบนี้...มันเรียกว่าอะไร



ชอบ?



รู้สึกดี?



หรืออาจจะเป็น...รัก?



ตอบคำถามกูไม่ต้องทำหน้ายุ่งขนาดนั้น” เสียงทุ้มต่ำของเพื่อนเรียกความคิดผมไว้ก่อนมันจะเตลิดไปไกล



คำถามอะไร”



สมมติว่าองศาชอบคนอื่นมันรู้สึกยังไงระหว่างเฉยๆกับต้องไปอัดหน้าคนที่น้องมันชอบ?”



กูไม่อยากให้องศาอยู่กับใครนอกจากกู”



ถ้าน้องมันยิ้มเพราะคนอื่นดีใจเพราะคนอื่น...?”



มันจะไม่มีทางได้อยู่อย่างสงบ”



แล้วถ้าน้องเค้ายิ้มเพราะมึงหัวเราะเพราะมึงทำทุกๆอย่างเพราะมึงล่ะวิก?”



กู...” ก้อนแข็งๆจุกอยู่ที่คอ คำถามแรกๆของออสตินทำเอาผมนั่งไม่ติดที่ แค่จินตนาการว่าองศาทำแบบนั้นกับใครผมก็อยากจะไปเก็บมันแล้ว แต่ถ้าเขาทำทั้งหมดนั่นกับผม...



ผมยอมรับว่าผมดีใจ



คงรู้คำตอบแล้วใช่ไหม” ออสตินคลี่ยิ้ม ให้ตาย...ทำไมผมถึงได้เป็นแบบนี้นะ



ขอบใจ” ผมยิ้มบางๆ เรื่องหัวใจเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัวของผมเลยแม้แต่นิดเดียวแต่คนตัวเล็กคนนั้นเข้ามาทำให้ชีวิตของผมไม่เหมือนเดิม ผมไม่อยากเสียเขาไปผมต้องทำยังไง



เริ่มจากไปหาน้องแล้วพูดดีๆกับเค้า ห้ามทำร้ายหรือเย็นชาใส่ล่ะ” เพื่อนรักสั่งสอนผมต่อ กว่าจะออกจากคอนโดมันมาได้ก็ปาเข้าไปเกือบเช้านอกจากเรื่องขององศาแล้วผมยังปรึกษากับมันเรื่องของแก๊งของเถื่อนที่ผมไปจัดการมาด้วย เจ้าเด็กเจเรมี่ตีสีหน้าไม่พอใจเมื่อออสตินไม่อยู่บนเตียงตอนตื่นเลยลงทุนออกจากห้องมาลากแฟนตัวเองกลับไปทันที แถมพอเขาเห็นผมก็ทำสีหน้าขยาดทันที ผมได้แต่หัวเราะขนาดเพื่อนขององศายังไม่ชอบผม ตอนนี้เขาจะไม่เกลียดผมไปแล้วหรอ



ผมขับรถต่อมาที่คลับ เวลาเช้าๆองศามักจะมาตรวจความเรียบร้อยก่อนออกไปเรียน เมื่อเท้าเหยียบห้องทำงานผมถึงนึกได้ว่าวันนี้มันวันเสาร์เลยตัดสินใจบุกไปที่คอนโดแทนแต่กลับไม่มีใครอยู่ดูจากสถานการณ์แล้วเดาได้ว่าเมื่อคืนองศาไม่ได้กลับห้องผมเลยนั่งรอเขาที่ล็อบบี้แทน



หลายชั่วโมงผ่านไปยังไม่มีวี่แววว่าองศาจะกลับมาที่คอนโดผมเลยตัดใจกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนจะกลับไปที่คลับเพื่อดูแลความเรียบร้อยรวมถึงหาข่าวขององศาไปด้วย แต่ไม่ว่าจะถามใครก็มีแต่คนบอกไม่รู้ว่าองศาไปไหน



ราวกับเขาหายตัวไปดื้อๆอย่างไรอย่างนั้น



ผมไม่ใช่คนมีความอดทนสูง ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายวันเข้าก็เริ่มอยู่ไม่สุขร้อนจนถึงเจย์ต้องหาคนช่วยออกตามหาเพราะกลัวผมเป็นบ้าไปซะก่อน



ครืด...ครืด...



ตอนบ่ายมีเบอร์แปลกๆโทรศัทพ์เข้ามาผมเลยกดรับด้วยความหงุดหงิด ปกติก็มีลูกค้าที่ไม่ต้องการใช้เบอร์ปกติโทรมาหาผมอยู่แล้วเลยคิดว่ารับงานเข้ามาเบนความสนใจไปจากเรื่องของคนตัวเล็กบ้างก็ดี



แต่ทว่ามันคงไม่ใช่แบบที่ผมคิดเอาไว้



“...นี่กูเอง รู้ไหมว่าเมื่อกี้กูเดินชนใคร” เสียงที่ผมจำได้ทันทีว่าคือหุ้นส่วนคนนึงของเจย์ดังมาตามสายโทรศัพท์ เสียงโอเปอร์เรเตอร์ประกาศจากปลายสายทำให้ผมรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า



อย่ามาเล่นลิ้นกูไม่มีอารมณ์ มีอะไรก็รีบๆพูดมา”



หึหึ จำเพทายแห่งไวท์อายส์ที่มึงเคยไปถล่มรังมันได้ไหม”



เพทาย...หรือว่า



ตอนนี้กูเห็นมันกำลังอี๋อ๋อกับเด็กของมึงที่เจย์วานให้กูช่วยตามหาว่ะชื่ออะไรนะองศาใช่ไห....” ไม่รอให้มันพูดจบผมก็รีบแทรกก่อนมันจะสาวความยาวให้ผมหงุดหงิดมากไปกว่าที่



ที่ไหน”



ห้าง M อ้อ เร็วๆด้วยล่ะ เหมือนว่าจะพากันกลับไปที่ห้องแล้วเห็นซื้อของสดซะเพียบเชียว เอ...กูว่าพวกเขาอยู่ห้องเดียวกันว่ะ”



ตึ๊ด!



ผมกดวางหูทันที พอผมไล่ให้เขาไปเขาก็จะไปจากผมหาอีกคนใช่ไหม ชั่วพริบตาผมก็ขับรถมาถึงห้าง M แบบที่สายของเจย์บอกทว่ารถคันคุ้นตาของเพทายก็ขับผ่านหน้าผมไป เงาลางๆในกระจกสะท้อนให้เห็นใบหน้าคุ้นเคยของใครบางคน



damn!! นี่ผมชักจะโกรธแล้ว



ไวเท่าความคิดผมขับรถตามเพทายไปในทันที เมื่อถึงคอนโดขององศาผมก็สบโอกาสตอนที่เพทายออกจากห้อง ผมรอจนกว่าเค้าจะลงลิฟท์และเดินออกจากคอนโดไป ผมเคาะห้องขององศาได้ยินเสียงขวดเหล้ากระทบกันจากในห้องกับเสียงเหมือนอะไรหล่น สักพักก็มีเสียงใสๆลอดออกมาก่อนเจ้าของห้องก็เปิดประตูพร้อมกับหน้าซีดเมื่อเห็นผม



มาแล้วๆ กดกริ่งทำไมครับพี่เพทาย เอากุญแจไปแล้วไม่ใช่หร....”



หึ แค่บอกให้ลืมถึงกับแจ้นไปหาคนใหม่เลยหรือไง” องศายิ่งหน้าซีดเข้าไปอีก ผมถือวิสาสะดันประตูเข้าไปกวาดตามองรอบห้องก่อนจะเห็นแก้วไวน์สองแก้วที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารกับแสงเทียนที่จุดสร้างบรรยากาศราวกับคู่รัก



ทันใดนั้นสติของผมก็ขาดผึงทันที



มานี่” ผมคว้าร่างเล็กไว้ก่อนเหวี่ยงเขาไปที่โซฟา องศาสะดุ้งตอนผมใช้แขนกดเขาไม่ให้ดิ้นหรือหนีไปไหน อย่างนั้นกลับทำใจดีสู้เสือโดยการดิ้นพร้อมกับเตะผมไปด้วย



มาที่นี่ทำไม ปล่อย!” เขาร้อง ใบหน้านวลแดงก่ำ



มาตามมึง...” ผมตอบก่อนก้มหน้าลงไปจูบที่ขมับของคนตัวเล็ก เขาชะงักไปนิดหน่อยก่อนดิ้นต่อ ปากก็ร้องเรียกหาเพทายไม่หยุด เหมือนมีอะไรตีแสกหน้า ผมที่เป็นทุกอย่างของเขาตอนนี้กลายเป็นอะไรไปแล้ว ทำไมต้องเรียกหาเพทาย ปากเล็กๆนั่น
ควรจะเรียกชื่อของผมคนเดียว



ช่วยด้วย! พี่เพทาย ช่วยผมด้วย พี่...” เสียงเล็กกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อร่างสูงบดขยี้จูบลงมา องศาพยายามดิ้น ทั้งผลักทั้งตีทั้งเตะแต่ผมก็ยังไม่ปล่อยแถมยังเพิ่มแรงกดกับบดจูบจนร่างเล็กกว่ารู้สึกแสบที่ปาก



ผมกำลังโมโห



องศาต้องเป็นของผมคนเดียว...คนเดียวเท่านั้น



เพราะอารมณ์ที่พุ่งสูงทำให้ผมไม่รับรู้อะไรนอกจากกลิ่นหอมของสบู่กับความนุ่มลื่นจากผิวขาวเนียนเท่านั้น มาตอนนี้ผมเพิ่งได้จะรู้ว่าผมต้องการเขามากเหลือเกิน ผมสอดมือเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังบาง ริมฝีปากก็ค่อยๆเปลี่ยนรสจากเร่าร้อนเป็นอ่อนหวานให้อีกคนคล้อยตาม



อย่า!” องศาขัดขืนเมื่อผมทำท่าจะถอดเสื้อผ้าเขาออก ผมสนใจแค่ความปรารถนา โดยลืมสิ่งที่ออสตินสอนไว้ว่าให้ทำตัวดีๆกับน้อง ผมมองข้ามเสียงอ้อนวอนของเขา มองข้ามหยดน้ำตาที่ค่อยๆไหลลงมาจนอาบแก้ม รวมทั้งเสียงครวญครางราวจวนจะขาดใจของคนอีกคน



ตอนนี้...ผมต้องการแค่เขาเท่านั้น
 


เวลาผ่านไปจนถึงเช้าของอีกวันไม่รู้ว่าผมทำอะไรกับเขาไปบ้าง ทำไปกี่ครั้งผมเองก็จำไม่ได้ ผมตื่นขึ้นมาคนเดียวบนเตียง ไม่มีแม้ร่างของคนที่ควรจะนอนหมดแรง ผมขมวดคิ้วพลางส่งเสียงเรียกแต่ห้องทั้งหมดกลับตกอยู่ในความเงียบกริบ ข้าวของกระจัดกระจายจากอารมณ์ของผมเมื่อคืน พลันสายตาผมก็เหลือบไปเห็นผ้าสีขาววางกองอยู่หน้าห้องน้ำ ผ้าที่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อนเป็นวง ไม่มีแม้กระทั่งวี่แววขององศา สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้คือเสียงร้องไห้อ้อนวอนขอให้ผมอย่าทำกับเขาแบบนี้



นี่ผม...ทำอะไรลงไป

 









 จบตอนจ้า! ตอนแรกไม่ตั้งใจเขียนให้ดราม่าขนาดนี้เขียนไหงเขียนไปเขียนมากลับกลายเป็นแบบนี้ได้ก็ไม่รู้ T T

จริงๆแล้ววิกเตอร์ก็เป็นคนดีคนนึง ที่ทำร้ายองศาไปก็เพราะไม่อยากให้น้องต้องมาเสี่ยงเหมือนตอนที่โดนไวท์อายส์จับตัวไป
พอรู้ตัวว่าอาจชอบน้องก็ทำอะไรไม่ถูกคิดไม่ออกเอาเรื่องตัวเองไม่รอด
พอเห็นน้องอยู่กับคนอื่นเลยสติขาดเผลอทำร้ายองศาซะงั้น T T อย่าเพิ่งเกลียดเฮียแกตอนนี้กันเลยนะคะรับรองว่าเฮียแกต้องได้ชดใช้กรรมแน่ๆ 55555555555555555 

ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามและอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ 

ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกกำลังใจแล้วเจอกันใหม่น้า :) 


 








 







 
 

       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

343 ความคิดเห็น

  1. #323 G-Demon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 10:37
    วิกทำไมทำแบบนี้กับศาอ่ะ โกรธหรอโกรธทำไมไล่เขาไปไม่ใช่หรอ เหอะ!!
    #323
    0
  2. #315 Nananie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 19:47
    ไรท์อ่าาาาาา ;-; ใจร้ายย
    #315
    0
  3. #314 Issararat Fang (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 11:07
    ไรท์มาอัพต่อนะ สนุกมากกก สงสารองศา T^T
    #314
    0
  4. #313 Miyuki (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 22:50
    ใจจะขาดแล้ววววววววมาต่อเร็วๆนะ
    #313
    0
  5. #312 Bambaby (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 13:25
    โอ้ยยยยยยย ปวดใจจ ทำไมวิกเตอร์โง่แบบนี้ค่ะลูก องศาหนีไปแล้วมั้ง? รีบๆไปตามกลับมาเลยนะ
    #312
    0
  6. #311 sissi1968 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 12:37
    เช้ดดดด...วิกเตอร์ผู้เย็นชา งานเข้าละซี้ทีนี้ คามหาน้องจนพลิกแผ่นดินไปเลอ ทำน้องเสียใจดีนัก สมน้ำหน้า ชริ
    #311
    0
  7. #310 l3lack-lolipopz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 09:38
    แล้วอิพี่เพทายมันหายไปไหนนนน -_-;
    #310
    0
  8. #309 Zyse Chanaphongmanon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 07:28
    วิกเตอร์ฉลาดแต่โง่นะ ว่าแต่อิพี่เพทายไปตายที่ไหนทั้งคืนฟร่ะ
    #309
    0
  9. #307 Yugiko_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 22:09
    มาต่อเร็วๆๆๆเลยแงงง
    #307
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #305 tewi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 19:13
    ใจจะขาดแล้ววว สงสาร อยากให้องศาสมหวังสักที
    #305
    0
  12. #304 fom'fann (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 00:37
    รีบมาอัพต่อนะตัว มันค้างๆ 555 เค้าจะรอ
    #304
    0
  13. #303 fom'fann (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 00:36
    พี่วิคแม่มใจร้ายอ่ะ ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจมากอ่ะ
    #303
    0
  14. #302 fom'fann (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 00:36
    เพทายนี่ดูยังไงๆนะ หลอกน้องศาของเรารึเปล่า? 555
    #302
    0
  15. #301 fom'fann (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 00:35
    อะหือ พึ่งรู้ว่าตามอ่านมาทันแล้ววว ขอโทษที่ไม่ได้เม้น จากนี้จะเม้นให้บ่อยๆเลยค้าบ
    #301
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #299 YLP Yo-Yo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 07:56
    รอนะค่าาาา ติดเรื่องนี้มากเลย
    #299
    0
  18. #298 satita (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 11:57
    อ่าวว ไมทำงี้อ่ะวิกเตอร์ ไม่จับแต่ก็ไม่ปล่อย ชอบพี่เพทายยยยย อ๊ายยย
    #298
    0
  19. #297 lEyeee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 10:20
    รอออออออออออ > <
    #297
    0
  20. #296 Yugiko_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 09:32
    อ๊ากกก ค้าฃง่ามาต่อเร็วๆๆๆๆ
    #296
    0
  21. #295 MeniEnz. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 23:16
    วิคเตอร์ ฉันละเกลียดนางจริงๆ-_-
    #295
    0
  22. #294 lEyeee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 22:31
    รออออออออ
    #294
    0
  23. #293 jasuhimo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 22:12
    วิคเตอร์ใจร้ายเกินไปน่ะ พี่เพทายนี่มีแผนอะไหรือเปล่า
    #293
    0
  24. #292 Yugiko_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 15:14
    จะรอนะค้าาาา
    #292
    0