POISON รักผมนะครับที่รัก (yaoi)

ตอนที่ 14 : Forbidden poison 2 ♚ You are my pain (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.ย. 57



Forbidden poison 2. You are my pain

 

 

ผมยิ้มให้กับเจเรมี่ก่อนที่เราสองคนจะเงียบไปพักหนึ่งราวกับต่างคนกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เรื่องของผมกับวิกเตอร์มันจบไปนานแล้ว จบลง...ทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มซะด้วยซ้ำ



จบไปกับคำพูด...ที่สร้างรอยแผลเป็นเหวอะหวะให้กับผม



ผมมันโง่เอง



แต่วิกเตอร์...”



มันจ้างมึงมาเป็นหน้าม้าพูดกับกูรึไงวะเจม ผมคิดพลางคิ้วกระตุก หวนคิดไปถึงเรื่องเมื่อเช้าอีกครั้ง อยากจะบ้า กัดลิ้นตายให้มันรู้แล้วรู้รอด ทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจความรู็สึกของผมเลยสักนิด รู้ทั้งรู้ว่าผมคิดยังไง ทำไมถึงมาทำแบบนี้ให้ผมสับสนอีก



วิกเตอร์กำลังปั่นหัวผมเล่น



บางทีหากเขาทำสำเร็จคนที่เสียใจที่สุดก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากองศาคนนี้



พอเถอะว่ะ” ผมชิงตัดบทก่อนมันจะพูดจบ ในเมื่อตัดสินใจจะเดินหน้าไปแล้วการขุดคุ้ยอดีตกับพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้น ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เราเดินถอยหลังจมปลักอยู่ที่เดิมมากกว่า



มึงอยากไปเดินเที่ยวในตัวเมืองไม่ใช่หรือไง ไปเตรียมตัวได้แล้วไป” ผมยกมือขึ้นขยี้หัวร่างเล็ก มันตีสีหน้ายุ่งๆ ยอมเดินกลับไปที่ตัวบ้านแต่โดยดี แอบได้ยินเสียงออสตินโวยวายตามมาด้วย



ผมดูดอกไม้อีกหน่อย ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกสักพักลุงแมนบอกว่าจะขับรถพาพวกเราไปเที่ยวในตัวเมืองกันต่อด้วยถนนคนเดินที่มักจะจัดขึ้นตอนเย็นๆ จุดประสงค์ของทริปนี้คือเที่ยวปลอบใจผมกับออสตินที่โดนไวท์อายส์ลักพาตัว แต่ถามว่าผมอยากเที่ยวมั้ย? ไม่...ผมอยากนอนอยู่บ้านแบบทั้งวันมากกว่า



ไอ้ศาาา กูอยากกินสายไหม” เจมวิ่งมาเกาะแขนผมพร้อมเขย่าเบาๆ ชี้ไปที่ร้านขายสายไหมหน้าตาหน้ากิน



ไปขอพี่ติน มาขออะไรกูล่ะ” ผมลืมหยิบกระเป๋าตังมาแหละ ฮ่าๆ ไอ้เจมมันยู่ปากนิดนึงพอเป็นพิธีเวลาโดนขัดใจ สงสัยผมจะตามใจมันจนเคยตัว เวลาอยู่ในกลุ่มไอ้กั้วกับไอ้พายมันชอบแกล้งเจเรมี่ ผมเลยต้องรับหน้าที่เป็นคนโอ๋มันไปโดยปริยาย ขืนผสมโรงแกล้งมันอีกคนพี่ตินได้มาแหกอกผมตายพอดี



มันด่ากูว่าปัญญาอ่อน...”



ก็จริงแบบที่พี่ตินบอก”



ไอ้ศา!”



ผมหัวเราะ ได้สายตาค้อนขวับมาแทบจะทันที เจเรมี่ไม่ยอมแพ้จะซื้อขนมหวานน้ำตาลเรียกพี่นั่นให้ได้ ผมเป็นโรคเกลียดของหวานพอๆกับที่มันเกลียดน้ำทะเลนั่นแหละครับ



องศา?” เสียงคุ้นหูดังขึ้นข้างหลังผมชะงักมือที่กำลังจะรับตังทอนจากพ่อค้าขายสายไหม เอ่อ เงินพี่ตินน่ะครับพอผมบอกว่าลืมเอากระเป๋าตังมาเจเรมี่ก็วิ่งแจ้นไปขอตังพี่ตินมาให้



พี่ทาย...” นึกว่าใครที่แท้ก็พี่เพทาย...อดีตสมาชิกไวท์อายส์กลุ่มที่เคยลักพาตัวผมไปต่อรอง



พี่ทายเดินล้วงกระเป๋ากางเกงมาหาผมพร้อมกับเอื้อมมือมาขยี้หัวเบาๆ พี่ครับผมไม่ใช่หมา =_=



ไม่นึกว่าจะเจอศาที่นี่นะเนี่ย...เป็นไงมาไงหืมเรา?” เจเรมี่เกาะแขนผมมองพี่เพทายแบบไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ ถึงเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงด้วยดีแต่พี่ทายก็มาป้วนเปี้ยนแถวพอยชั่นคลับบ่อยๆ วิกเตอร์เลยจับตามองพี่เค้าเป็นพิเศษ แต่ถ้าถามความคิดผม ผู้ชายคนนี้ไม่มีพิษสงอะไรมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว



มาเที่ยวพักผ่อนน่ะครับ แล้วพี่?”



มาธุระนิดหน่อยครับ แต่ตอนนี้พี่ทำธุระที่ว่าเสร็จแล้วเลยถือโอกาสอยู่เที่ยวต่อซะหน่อย”



คิดรึยังครับว่าจะไปเที่ยวที่ไหน...ถ้ายังไม่มีไปกับผม...โอ้ย!”



แรงกระชากจากข้างหลังทำให้ผมอุทานออกมาด้วยความเจ็บปนตกใจ เจเรมี่ถูกออสตินดึงออกไปเพราะกลัวโดนลูกหลง วิกเตอร์กำรอบข้อมือผมไว้แน่น เขาบีบมันแรงจนผมนิ่วหน้า



มาทำไม” ร่างสูงดึงผมไปหลบข้างหลังก่อนยืนประจันหน้ากับพี่เพทาย สายตาของวิกเตอร์แสดงความไม่เป็นมิตรออกมาอย่างเห็นได้ชัด เพทายเห็นองศาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้จึงถอนหายใจออกมาเบาๆ



กูมาทำธุระ...”



ถ้าทำเสร็จแล้วก็เชิญ”



หึ บังเอิญว่าตอนนี้กูมีธุระใหม่ซะแล้วสิ” เพทายส่งยิ้มยียวนกลับไป ราวโยนเชื้อเพลิงเข้ากองไฟ วิกเตอร์ขบฟันแน่น เขากำลังโกรธแต่หากถามว่าโกรธอะไรเจ้าตัวก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้แค่เขาไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายไวท์อายส์นี่เอาซะเลย ยิ่งตอนมันถูกตัวองศา เขายิ่งไม่ชอบ



วิกเตอร์...ปล่อยกูเจ็บ” ผมร้อง มือข้างที่ถูกเขาจับไว้ตอนนี้เริ่มชาขึ้นมาแล้ว



ไม่”



ไม่บ้าอะไรกูเจ็บจะตายแล้วไอ้บ้า!



มือคนนะครับไม่ใช่ขาไก่ ออกแรงอีกนิดเขาคงจะหักข้อมือผมดังเป๊าะได้ง่ายๆ ผมออกแรงชักมือกลับซึ่งก็ได้ผลเพราะวิกเตอร์มัวแต่สนใจเพทายจนเผลอผ่อนแรงที่กุมมือไว้อยู่ ผมเบิกตากว้างมองข้อมือขาวๆของตัวเองที่บัดนี้ปรากฏรอยแดงจางๆ



เขา...จะเอาอะไรกับผมอีก



แกล้งผมแบบนี้มันสนุกนักหรือไง



หือ..” วิกเตอร์หันหน้ามามองเมื่อผมออกแรงกระชากดึงมือของตัวเองกลับมาได้สำเร็จ มันจะแดงจะเจ็บแค่ไหนผมก็ไม่สน



เพราะตอนนี้ 'ใจ' ของผมกำลังเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่า



ศา..” พี่ทายเรียกชื่อผมเบาๆ เอื้อมมือหวังจะลูบหัวปลอบเพราะเห็นไหล่บางสั่นน้อยๆ แต่ร่างขององศาก็โดนวิกเตอร์คว้าหลบพ้นรัศมีไปซะก่อน



มานี่” ร่างสูงกดเสียงต่ำ เส้นอารมณ์เริ่มตึงใกล้จะขาดเต็มที วิกเตอร์กระชากองศาให้เดินตามตัวเองไปขึ้นรถของลุงแมนที่จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกตอนโดนจับโยนเข้าไปในรถพร้อมกับเสียงประตูปิดดังปัง นัยน์ตาสองข้างฉายแววตื่นตระหนกแต่เจ้าตัวก็พยายามควบคุมไม่ให้วิกเตอร์เห็น



จะไปไหน..” ก้อนเนื้อในอกเต้นตุบตับไม่เป็นจังหวะ เหลือบมองกระจกหลังเห็นเจเรมี่กับออสตินมองตามมาด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาขัด



เงียบ แล้วนั่งนิ่งๆ”



แต่..”



กูบอกให้เงียบ!”



..กูไม่ไป จอดรถ!! กูไม่ไป!!”



องศา!!!” เส้นบางๆ ที่วิกเตอร์พยายามตรึงมันไว้ขาดออกจากกันดังผึง ยิ่งเห็นองศาหน้าซีดเพราะความกลัวด้วยแล้ว ความรู้สึกร้อนรุ่มในอกก็โหมกระหน่ำจนเขาเริ่มควบคุมมันไม่อยู่



รู้แต่ว่าตอนนี้เขากำลังโมโห



ไม่ชอบใจ...เวลาคนตรงหน้าขัดคำสั่ง



ไม่ชอบ...เวลาคนตรงหน้าแสดงออกว่าเกลียดเขามากเท่าไร



และยิ่งไม่ชอบ...เวลาองศาทำท่าเหมือนจะหนีเขาไปแสนไกล



จอดรถ!!” ผมเบนหน้าหนี พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ทุกสัมผัสที่อีกคนมอบให้ไม่ต่างอะไรกับเข็มแหลมๆนับสิบที่ค่อยๆแทงหัวใจของผมทีละน้อย



ผมต้องหนี...ก่อนที่มันจะถูกทำลายจนไม่เหลืออะไร



จอดรถ” ผมบอกเขาก่อนที่หยดน้ำตาใสจะร่วงแหมะ วิกเตอร์ชะงักไปเมื่อเห็นน้ำใสไหลลงอาบแก้ม ไม่ใช่วิกเตอร์คนเดียวที่ตกใจแต่องศาก็ตกใจเช่นกัน เขาไม่ใช่คนขี้แย ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น ไม่มีใครทำให้เขาร้องไห้ได้



ยกเว้น...คนใจร้ายคนนี้คนเดียว



มองหน้ากู” ผมก้มหน้าลงเช็ดน้ำตาที่ไม่ว่าจะปาดออกยังไงมันก็ยังไหลออกมาไม่หยุด วิกเตอร์กำหมัดแน่นพลางนับหนึ่งถึงสิบในใจ



กูบอกให้มองหน้ากู” มือหนาเชยใบหน้าอีกคนขึ้น ดวงตาคมเรียวมองหยดน้ำเล็กที่หางตาอย่างไม่ชอบใจ มือหนาเกลี่ยมันออกไปให้พ้นๆ ก่อนมองดวงหน้าเรียวนั้นอย่างสำรวจ ดวงตาเล็กมองมาที่เขาอย่างไม่เขาใจ จมูกรั้นนิดๆ แดงจากการร้องไห้ แก้มสองข้างซีดขาว ริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าหากัน



โดยรวมแล้ว...วิกเตอร์คิดว่าภาพตรงหน้าเป็นภาพที่น่ามองไม่น้อย



ร้องไห้ทำไม”



กระแสความอบอุ่นในน้ำเสียงทำให้หัวใจดวงเดิมที่เคยเต้นแรงเพราะความกลัวกลับสงบลงอย่างน่าประหลาดแถมยังเต้นผิดจังหวะแบบไม่น่าให้อภัย



องศากัดริมฝีปากตัวเองแน่น



ยิ่งวิกเตอร์พยายามทำดีกับเขา มันก็ยิ่งเจ็บ ที่เขาทำเป็นเพราะความสงสารไม่ใช่ความรู้สึกอยากทำจริงๆ ที่เขาทำแบบนี้เป็นเพราะองศาเป็นน้องชายของเพื่อนสนิท เป็นน้องที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด



...เท่านั้นเอง



ปล่อย” ผมดึงตัวเองออกมาจากหลายความคิดที่ผุดขึ้นมาตีกันจนยุ่ง จากนั้นก็พูดประโยคถัดไปโดยไม่มองหน้าคนที่กำลังค้างมือเช็ดน้ำตาให้อยู่ที่แก้มของผม “ถ้าไม่รู้จะไปไหนไปส่งกูที่บ้านเปลือกหอย กูเหนื่อย อยากนอนพัก”



“...”



ไม่อยากเป็นภาระให้มึงต้องแบกถ้าเกิดกูเป็นลมขึ้นมา..รับผิดชอบเรื่องเมื่อเช้าโดยการไปส่งกูนะวิกเตอร์”



“...”



ถือว่ากูขอร้อง”

 
วิกเตอร์เงียบไปแต่เขาก็รับปากจะไปส่งผมที่บ้าน ผมนั่งเงียบมาตลอดทางแต่ที่ไม่เงียบไปกับผมก็คือหัวใจที่มันกำลังเต้นเพราะเขา ตบหัวแล้วลูบหลังแบบนี้ไม่ดีเลย



 ไม่ดีต่อหัวใจของผมเลยจริงๆ

           

ตกเย็นหากคนข้างนอกมองเข้ามาในบริเวณสวนคุณจะเห็นเด็กหนุ่มรูปร่างโปร่งกับเด็กหนุ่มหุ่นบางน่าทะนุถนอมกำลังช่วยกันก่อไฟในเตาถ่านอย่างทุลักทุเล
ใช่ครับ เตาถ่าน และคนสองคนที่มัวหน้าดำคร่ำเครียดกับไฟที่จุดเท่าไหร่ก็ไม่ติดสักทีก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากผมและเจเรมี่

           

“มึงเป่าเร็วๆดิวะศา โธ่ ไฟมันมอดหมดแล้วเห็นมั้ย” เจมหันมายื่นแก้มป่องที่ตอนนี้มีคราบสีดำติดเป็นปื้นใส่ผม มึงคิดว่าทำหน้าแบบนี้แล้วน่ารักหรอวะ ผมขมวดคิ้วยุ่งพลางสูดลมเข้าเต็มปอดแล้วเป่าไปที่ก้นถ่าน

           

“แค่กๆ มึงเลิกบ่นแล้วมาช่วยกันเป่าสิเจม” ผมยกมือขึ้นเช็ดจมูกโดยลืมไปว่ามือทั้งสองข้างดำปี๋ หลังจากที่วิกเตอร์ขับรถมาส่งเขาก็แทบจะเหยียบคันเร่งกลับรถออกไปในทันทีที่ผมเปิดประตูบ้าน ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหนและไม่คิดอยากจะรู้ด้วยซ้ำ เรื่องของพอยชั่นจอมวางแผนหายวับไปจากหัวของผมเมื่อลุงแมนโทรมาบอกว่าเย็นนี้จะปิ้งปลากินกัน

           

โบราณเค้าบอกไว้
เด็กๆกินปลามักจะฉลาด

           

ผมอายุแค่สิบเก้ายังไม่ยี่สิบเพราะงั้นถือเป็นเด็ก

           

“เฮ้ยๆ ติดแล้วเว้ยครับเพื่อนศา
!” คนข้างๆโวยวายเสียงดังเมื่อเห็นแสงสว่างริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ก่อนมันจะหันหน้ามาหาผมและระเบิดเสียงหัวเราะชุดใหญ่ “ฮ่าๆๆ นี่คนหรือหมีแพนด้าวะ ปกติใต้ตามึงก็คล้ำอยู่แล้ว ดูดิวันนี้จมูกดำเหมือนหมาเลย”

           

“ตกลงหมีหรือหมาวะ” ผมยิ้ม เจมชะงักไป ผมสนิทกับมันมากพอที่มันจะรู้ว่ายิ้มแบบไหนคือ
ยิ้มตอนอยู่ในโหมดหงุดหงิดกระนั้นมันก็ยังไม่วายหันมาแลบลิ้นใส่ผม

           

“ก็หมาแพนดี้
หมีแพนด้าไงมึง กูไปตามออสตินก่อนนะ”

           

ฟิ้ว

           

และแล้วไอ้คนกวนตีนก็เผ่นแนบเข้าบ้านทิ้งให้ผมนั่งพัดเตาถ่านอยู่คนเดียว 
ขืนอยู่ต่อมีหวังอดใจไม่ไหวต้องหาอะไรมาอุดปากให้มันหยุดพูดแหงๆ ใครบอกว่าผมใจร้ายกับเจมไม่เป็นครับ หึๆ



หลังจากที่เราต่างอิ่มหนำสำราญกับเนื้อปลาย่างหอมๆ กับรสน้ำจิ้มสูตรเด็ดของลุงแมนแล้วก็พากันเก็บของเตรียมตัวเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับกันแต่เช้า พี่ตินบอกว่าผมกับเจมไม่ควรขาดเรียนนานจนเกินไปเพราะใกล้ช่วงสอบแล้ว เหลือเชื่อเลย ปกติผมเป็นคนไม่ค่อยโดดเรียนถ้าไม่จำเป็น ตั้งแต่ที่พวกไวท์อายส์ลักพาตัวผมไปต่อรองกับพอยซั่นผมก็จำไม่ค่อยได้ว่าขาดเรียนไปเท่าไหร่ รู้แค่พวกไอ้กั้วช่วยแก้ต่างกับอาจารย์ให้ว่าผมกับเจมต้องไปต่างประเทศซักระยะแถมทำเรื่องลาไว้เรียบร้อย



ฮัลโหล ไอ้วิก...” พี่ตินสไลด์หน้าจอไอโฟนกดโทรศัพท์รับสายก่อนจะหันมามองหน้าผมแวบนึงจากนั้นก็เดินเลี่ยงออกไปคุยธุระกับคนในสายที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครเพราะพี่ตินเล่นพูดชื่อออกมาซะดัง



เฮ้อ” ผมถอนหายใจ สามทุ่มแล้ววิกเตอร์ก็ยังไม่กลับมา ขับรถออกไปแบบนั้นจะไปชนใครบ้างก็ไม่รู้ วิกเตอร์เป็นพวกชอบวางฟอร์ม เจ้าความคิด เขาสามารถคิดได้หลายเรื่องพร้อมกันไม่รู้สมองทำด้วยอะไร ทุกแผนการของวิกเตอร์แทบจะไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ กล้าเสี่ยง กล้าลองทุกอย่าง ถ้าให้เปรียบก็คงเหมือนรถแข่งที่สามารถทำทุกอย่างเพื่อพุ่งเข้าเส้นชัยโดยไม่สนวิธีการ



คนแบบนี้ไม่มาเสียเวลานั่งแคร์ความรู้สึกของตัวเองหากขัดกับผลประโยชน์เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าถ้าเทียบกับผลตอบแทนที่ได้



และ...คนแบบนี้ที่น่าเป็นห่วง



ทำหน้าเป็นหมาหงอยทำไม ห่วงวิกเตอร์หรอไง” เพื่อนตัวบางของผมถามพร้อมเท้าคางมองอย่างจับผิด



ตลกน่าเจม กูจะห่วงเขาทำไมวะ...”



ผมเป็นห่วงวิกเตอร์หรอ



ใช่...ผมจะห่วงเขาทำไม



ห่วงก็บอกสิว่าห่วง ปากแข็งทำไม”



“...”



รู้สึกอะไรก็พูดมันออกมานะเว้ยศา”



“...”



ถึงจะเสียใจภายหลังแต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีโอกาสได้พูดมันออกมาไม่ใช่หรอไง”



ก็เพราะพูดมันออกไป...กูถึงต้องเป็นแบบนี้ไงเจม



ผมเคยคิดแบบที่เจเรมี่บอก พูดออกมาดีกว่าเก็บไว้กับตัวแล้วไม่มีโอกาสได้บอกในสิ่งที่คิด แต่บางทีผลลัพธ์มันก็ไม่ได้เป็นแบบที่เราหวัง ในเมื่อผมกล้าพูดผมก็กล้ารับผลที่ตามมา หลายปีที่ผมต้องทนอยู่กับความรู้สึกข้างเดียว ต้องคอยยิ้ม คอยอดทน ทำเหมือนว่าสบายดี



ทั้งที่ข้างใน...ไม่โอเคเลยสักนิด



เห็นกูเงียบหน่อยเอาใหญ่เลยนะมึง” มือเรียวเอื้อมโยกหัวเพื่อนซี้ ขยี้จนมันยุ่งได้รับเสียงโวยวายตามมา ผมขยับรอยยิ้มเล็กน้อย มันเป็นยิ้มบางๆ รอยยิ้มเศร้าที่แปปเดียวก็หายไป



ตอนนี้ผมจะไม่หยุดอยู่ที่เดิมแล้ว



เมื่อวิกเตอร์หันมาเขาจะเห็น...



ว่าผมไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป



นานๆทีมึงจะเปิดโอกาสให้กูว่าบ้างนี่นา ปกติมีแต่มึงที่ชอบด่ากู”



ด่าอะไรใครจะกล้าด่าน้องเจเรมี่ของพี่ติน”



องศา! แซวกูหรอเดี๋ยวเหอะๆ” จบคำเจมก็จับหมอนฟาดลงมาที่ไหน เห็นตัวเล็กๆงี้แรงมันน้อยตามไซส์ซะที่ไหนล่ะครับ -_- ผมมีหรอจะยอมขว้าอะไรนุ่มๆที่อยู่ใกล้มือมากที่สุดฟาดมันกลับ สักพักผมกับเจเรมี่เลยได้ฤกษ์ก่อสงครามหมอนย่อมๆ ในห้องจนพี่ตินต้องจับแยกไม่งั้นมีหวังไม่ผมก็เจมที่ต้องชำ้กันไปข้าง



มาห้ามทำไมออสตินกำลังสนุกเลย!” เจ้าคนเริ่มแห้วใส่แฟนของตัวเอง พี่ตินดุเสียงเบาแต่ผมก็ยังได้ยิน



ถ้าไม่หยุดกูจะจับถอดตรงนี้เลยนะเจเรมี่”



บ้า! ทะลึ่ง! พูดอะไรดูด้วยออสติน องศายังอยู่ตรงนี้นะ หัดอายบ้างดิ”



มึงอายแต่กูไม่อายนี่นา...เอ หรือว่าจะตรงนี้ดี” ออสตินยิ้มกริ่ม



ฝันไปเหอะ!”



งั้นไปนอนกันจะได้ฝัน กูจะได้ถอดมึงสักทีครับแฟน”



เอ่อ...ผมไปนอนก่อนนะครับ เชิญพี่ตินตามสบาย”



เฮ้ย อย่าทิ้งกันดิองศา!” ผมจรลีออกมาทิ้งเจเรมี่ให้อยู่กับพี่ตินสองคน ดึกแล้วผมไปนอนดีกว่า อยู่เป็นก้างพี่ตินเดี๋ยวจะซวยได้เห็นหนังสดโดยไม่รู้ตัวพี่แกยิ่งมือไวอยู่ ผมได้ยินเสียงเจมโวยวายตามมาสักพักก่อนจะเงียบหายไป



ได้เป็นแฟนกับคนที่ตัวเองรักมึงโชคดีนะเจเรมี่”



ผมขึ้นไปบนห้องคิดจะเอนตัวลงนอนแต่ดันเหลือบไปเห็นของใช้ของคนที่หายหัวไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนวางอยู่ปลายเตียง



ไม่ต้องกลับมานั่นแหละดี” ถีบๆเขี่ยๆ ของของวิกเตอร์ได้สักพักพวกมันก็หายวับไปจากสายตาของผม มุดผ้าห่มหัวถึงหมอนไม่นานสักพักผมก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย วันนี้เกิดเรื่องขึ้นเยอะเหลือเกิน เรื่องที่ผมต้องการจะหนีแต่เขาก็ทำให้ผมหนีมันไม่พ้น



ไม่สิ...ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเขาผมไม่เคยหนีพ้นต่างหาก



แต่ต่อไปผมจะหนีมันพ้น



เมื่อตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่รู้สึกอะไรกับผู้ชายที่ชื่อ 'วิกเตอร์' อีก
 

แอ๊ด...



เสียงเปิดประตูห้องทำให้คนที่กึ่งหลับกึ่งตื่นขมวดคิ้วนิดๆ น้ำหนักที่ยุบลงบนเตียงข้างหนึ่งบ่งบอกว่าคนที่หายไปเกือบค่อนวันกลับมาแล้ว ถึงอย่างนั้นเพราะความง่วงที่มีมากกว่าองศาจึงเผลอหลับไปโดยไม่รู้เลยว่าบุคคลที่เจ้าตัวพยายามผลักไสออกไปมีสีหน้าแบบไหนตอนที่มองเขา



กูขอเวลาแค่ช่วงนี้...ช่วงนี้เท่านั้นอย่าเพิ่งหายไปจากกูเลย” คนตัวใหญ่กว่าก้มลงจูบที่ข้างแก้มแผ่วเบา



"ขอโทษที่กูมันเห็นแก่ตัว”





 

(Victor's Talks)



หน้าเหมือนไปโดนใครเหยียบมาเลยนะคุณชาย” ไอ้หนาว เพื่อนรักของผมที่เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพกล่าวทักทายเมื่อผมดับเครื่องยนต์เตรียมก้าวลงจากรถ หลังขับรถกลับไปส่งองศาที่บ้านผมก็บึ่งมารับไอ้้หนาวที่อยู่ดีไม่ว่าดีโดนเรียกตัวมาที่นี่เพื่อทำธุระให้ครอบครัว



ครอบครัวของไอ้หนาวทำธุรกิจเกี่ยวกับการพนัน เปิดบ่อน สนามแข่งรถ ทั้งถูกกฏหมายและผิดกฏหมาย มันบอกว่าที่พ่อเรียกตัวมาด่วนคงไม่มีอะไรนอกจากสนามเถื่อนในสังกัดก่อเรื่องอีกตามเคย ถึงครอบครัวของมันจะทำอาชีพไม่ค่อยสุจริตแต่ความซื่อสัตย์กลับเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับมัน



คนแบบกูแม้แต่เงาก็อย่าหวังว่าใครจะได้เหยียบ” ผมตอกมันกลับไป ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่



คนอย่างผมอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่มีใครกล้ามาขวางทางเพราะทุกคนรู้จักกิตติศัพท์ด้านลบของผมดี



ผมมักรับมือกับปัญหาทุกอย่างได้ดีเยี่ยมเสมอแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากแค่ไหนก็ตาม



แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่ผมมักจะรับมือกับมันไม่ถูก...นั่นคือเรื่องขององศา เด็กน้อยที่คอยวิ่งตามผมตั้งแต่เกิด คนที่เปรียบเสมือนสิ่งล้ำค่าสำหรับผมในวัยเด็ก คนที่ผมทำลาย คนที่โดนผมทำร้ายความรู้สึกไปมากเท่าไหร่แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่าเขายังอยู่ข้างผมเสมอ



...นั่นทำให้ผมเคยตัว คิดว่าจะทำอะไรกับองศาก็ได้เพราะยังไงศาก็ยังจะอยู่กับผมอยู่ดี แต่สายตาที่เขามองผมตอนกลางวันทำให้ผมเริ่มชักจะไม่มั่นใจ



คิ้วจะผูกเป็นโบว์อยู่แล้ว” ไอ้หนาวถือวิสาสะยืนมือมาดีดหน้าผากผมดังเพี้ยะ ก่อนจะยกมือรับหมัดที่ผมสวนกลับไปแทบจะในทันที



อย่ามากวนตีน กูยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”



ถ้าให้กูเดา...ไม่สิ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครทำให้มึงเป็นแบบนี้ เพราะคนที่มีอิทธิพลกับมึงมากจนขนาดทำให้โมโหได้ก็คงไม่พ้นน้องศา”



“...” ผมดูออกง่ายขนาดนั้น?



กูแอบสงสัย ทั้งที่มึงก็รักเขา เขาก็รักมึงทำไมไม่ลงเอยกันสักทีวะจะได้จบๆ”



กูไม่ได้รักองศาแบบนั้น” ผมปฏิเสธ เดิมทีผมก็ไม่เคยคิดกับองศาในแง่นั้นอยู่แล้ว องศาเป็นน้องชายแท้ๆของไอ้ฟาเรนไฮ ผมจะเอาน้องเพื่อนมาทำเมียก็ยังไงอยู่



งั้นตอบคำถามกู ทำไมมึงไม่ปล่อยน้องเขาไปวะใครๆ ก็รู้ว่าน้องเขาคิดกับมึงเกินคำว่ารักแบบพี่ชายน้องชายไปนานแล้ว”



ฟาเรนไฮฝากกูดูแลองศาเพราะมันเดินทางบ่อย”



กล้าตอบกูไหมเกิดไอ้ฟามันไม่ได้ฝากองศาไว้กับมึง มึงจะไม่ดูแลมัน”



ผมเงียบไปพักนึงก่อนตอบ “ต้องดู รู้จักกันตั้งแต่เด็ก”



แต่วิกเตอร์ที่กูรู้จักไม่เคยดูแลใครไม่ว่าจะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กหรือทำบุญร่วมโลงกันมาแต่ชาติปางก่อน ขนาดไอ้เจย์ที่เรียนกับมึงมาตั้งแต่ก่อนไฮสคูล มึงยังไม่ดูแลมันเลย”



“...”



วิกเตอร์ที่กูรู้จัก...ไม่เก็บความรู้สึกใครมาใส่ใจจนทำให้ตัวเองโมโหหรอก”



“...”



มันเป็นเรื่องของมึงกูไม่อยากยุ่ง แต่จะทำอะไรคิดให้ดี ของมันไปไหนไม่ได้ก็จริงแต่ใช่ว่าวันนึงมึงจะไม่ทำมันหายไป”



“...”



ของที่มันเต็มใจหายไปมึงก็อย่าหวังเลยว่าจะได้มันคืน”


 “พูดมาก รีบลงไปได้แล้ว” ไอ้หนาวส่ายหัวอย่างระอากับความคิดของผม มันเอานิ้วแตะที่ปลายคิ้วแล้วสะบัดออกเป็นทำนองว่าแล้วค่อยเจอกัน จากนั้นผมก็ขับรถตะลอนไปเรื่อยๆ จมอยู่กับห้วงความคิดของตัวเองกับคำพูดของไอ้หนาวที่ดังก้องไปก้องมาในหัว



บรื๊น!



จนเมื่อมีรถสีขาวคนหนึ่งขับขึ้นมาเทียบกับผมบีบแตรเชิงท้าแข่ง เมื่อผมเหยียบคันเร่งเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความเร็ว สิ่งรอบตัวเหมือนจะหลุดออกไปทีละนิด เสียงของลมหนาวเริ่มเบาลง และในท้ายที่สุดเรื่องขององศาก็ไม่ได้อยู่ในหัวของผมอีกต่อไป




 





 










--------------------------------- 100% ครบแล้วว




หลายคนคงสงสัยว่าสรุปแล้ววิกเตอร์รักหรือไม่รักองศากันแน่
ในความคิดของชีสวิกเตอร์เป็นคนที่รู้ทุกอย่างจัดการทุกอย่างได้ยกเว้นเรื่องของตัวเองอย่างที่องศาบอกไป
เฮียแกไม่รู้หรอกว่าที่ทำอยู่มันคือความรักรึเปล่า แต่ก็เฝ้าบอกว่าไม่ใช่ เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปติดตามนะคะ <3

ขอบคุณนักอ่านทุกคน ทุกเม้น ทุกเฟบ ทุกกำลังใจ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ~   





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

343 ความคิดเห็น

  1. #274 Poaceae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 21:30
    รอนะคะ >< รีบมาต่อนะตัวเองงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #274
    0
  2. #263 Skullnoonn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 22:06
    สงสารองศาาาาาา
    #263
    0
  3. #262 yatinee1827 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 19:50
    สนุกมากค่ะ มาอัพไวไวนะค่ะ
    #262
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #257 MeniEnz. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 23:34
    คิดถึงเรื่องนี้ T^T อัพบ่อยๆนะไรท์
    #257
    0