[BTS] Nice day, isn’t it? | Monhope, Jinga

ตอนที่ 6 : Day 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    16 ก.ย. 61



'Day 5'

MONHOPE

Author: RUNzPACA

Genre: Romantic Comedy











               วันนี้อากาศดี

     

               ดีแบบว่า ดีมาก ดีจนโฮซอกอยากให้สักสิบดาวสำหรับเรทติ้งสภาพอากาศประจำวันในเว็บกรมอุตุ ดีจนลืมไปเลยว่านี่เป็นหน้าฝน และใช่ เขากำลังเก็บผ้าที่ตากอยู่นอกระเบียงอย่างมีความสุขในรอบสัปดาห์


               จองโฮซอกเปิดประตูระเบียงให้ไอแดดอ่อนๆส่องเข้ามาภายในห้อง ขณะที่ตัวเขานั้นบรรจงเก็บผ้าที่ต้องรีดแขวนเข้าตู้ไปก่อน ส่วนผ้าที่จะพับก็เอามาพาดกองไว้บนเตียง นอกจากกลิ่นของผ้าสะอาด ก็มีกลิ่นของข้าวผัดหอมๆอีกอย่างที่อวลอยู่ในห้อง


               คนตัวผอมเดินไปตักข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นเข้าปากคำนึง หยิบจานขึ้น แล้วค่อยเดินอมข้าวเต็มแก้มกลับมาวางจานข้าวร้อนๆไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ผ้าบนเตียงถูกดึงออกจากไม้แขวนเพื่อพับขณะเคี้ยวข้าว เขาทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน


               วันนี้คุณครูสอนเต้นไม่มีสอนตอนเช้า เขาได้เข้าสตูอีกทีตอนบ่ายๆแล้วเลิกงานสี่ทุ่ม เพราะอย่างนั้นวันนี้เขาจึงตื่นแต่เช้ามาซักผ้า พยากรณ์อากาศที่ดูในแอปตั้งแต่เมื่อคืนไม่ทำให้ผิดหวัง โฮซอกถึงได้เอาผ้าที่กองในตะกร้าไปลงซักแบบไร้ความกังวล


               ก๊อกๆ


               “ครับ?”


               เสียงเคาะประตูห้องทำให้มือผอมละออกจากผ้าบนเตียง นึกสงสัยว่าใครกันนะที่มาเคาะประตูก่อนเที่ยงแบบนี้ ไม่มีทางเป็นยุนกิฮยองแน่นอน


               บอกตามตรงเลยว่าบุคคลที่ยืนอยู่หน้าห้องในสภาพพร้อมออกไปข้างนอกเกินคาดของเขาไปมาก คิมนัมจุนยืนทำหน้าเฉยๆตามปกติของเจ้าตัว รูปร่างสูงใหญ่นั้นค้ำหัวเขามิด โฮซอกทำหน้าสงสัย แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยถามอะไร อีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน


               “ผม” เจ้าของห้อง 703 เว้นคำพูดนิดหน่อย “เอาร่มมาคืนครับ”


               ในมือของนัมจุนมีร่มที่โฮซอกจำได้ว่าเคยให้ยืมไปเมื่อหลายวันก่อน ตอนแรกเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำเพราะมีร่มอยู่หลายคันในห้อง อีกอย่างตั้งแต่วันที่รู้ว่าคิมนัมจุน นักเรียนจำเป็นที่เขาต้องสอนเต้นเป็นเพื่อนข้างห้องกัน เขาก็ยังไม่ได้เจออีกฝ่ายเลยจนถึงเมื่อครู่นี้นี่แหละ


               โฮซอกรับร่มที่อีกฝ่ายยื่นให้มาถือไว้ กระพริบตาปริบๆมองเพื่อนบ้านๆที่จู่ๆก็มาเคาะประตูหน้าห้อง จริงๆเขาคงไม่ต้องถามเหตุผลแล้วเพราะมันก็อยู่ในมือ แต่ปากดันเผลอพูดออกไปว่า “แค่นี้?”


               คิมนัมจุนทำหน้าเลิกลั่ก ไม่คิดว่าคุณครูตัวผอมจะย้อนถามกลับมาแบบนี้


               โฮซอกมองคนเด็กกว่าทำหน้านิ่งแต่กลอกตาไปมาแล้วคิดว่าคงผิดที่คำถามของตัวเองเลยตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง


               “แล้วนี่จะไปเรียนหรอ?” คนตัวผอมมองการแต่งกายของอีกฝ่ายสลับกับตัวเองที่ยังอยู่ในชุดนอนที่เป็นเสื้อยืดย้วยๆกับกางเกงวอร์มขาสามส่วน “จริงๆเอาไปคืนที่สตูก็ได้แท้ๆเลยน้า”

\

               “ออ -- เปล่าครับ ออกไปทำธุระนิดหน่อย” คิมนัมจุนกลอกตารอบนึงเหมือนคิดเหตุผล ก่อนจะก้มมองผมชี้โด่ไปคนละทิศคนละทางของคุณครูแล้วเผลออมยิ้มมุมปาก “นึกขึ้นได้พอดี เลยคิดว่าเอามาคืนตอนนี้เลยน่าจะดีกว่าครับ เผื่อขาไปฝนตก”


               ได้ยินแบบนั้นโฮซอกก็หัวเราะ “วันนี้อากาศดีจะตายไป”


               ใบหน้าของเด็กข้างห้องที่มีรอยยิ้มบางเบานั้นดูน่าสนทนาด้วยมากกว่าหน้าอึนๆตามปกติตั้งเยอะ


               แล้วถ้าเอาหน้าปกติแบบนั้นไปจีบสาว เขาจะอยากคุยด้วยไหมล่ะนั่น?


               คุณครูจองคิดแล้วโคลงหัวยิ้มๆ “ยังไงก็ขอบใจที่เอามาคืนนะนัมจุน”


               “ครับ” มุมปากอิ่มหนากระตุกขึ้นอย่างที่โฮซอกเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้ม “ขอบคุณที่คราวก่อนให้ยืมด้วยนะครับ อ่า โฮซอกฮยอง”


               เจ้าของชื่อพยักหน้ารับนิดๆ โฮซอกยกร่มที่อยู่ในมือขึ้นโบกๆนิดหน่อย “ไม่เป็นไรๆ งั้นฮยองไปทำงานต่อนะ”


               คนตัวผอมกำลังจะหันตัวกลับเข้าห้องไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าประโยคเบาๆของผู้ชายยิ้มยากจะทำให้เขาต้องหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มขบขันปนเอ็นดู


               “ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับโฮซอกฮยอง”

 











               


               มินยุนกิจำไม่ได้ว่าตัวเองนั่งอยู่หน้าแล็ปท็อปมากี่ชั่วโมง แต่ที่แน่ๆคือเขายังไม่ได้นอน และตอนนี้แสงอาทิตย์ของวันใหม่ก็ส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทเข้ามาในห้องได้หลายชั่วโมงแล้ว


               เขากดเซฟงานซ้ำเป็นรอบที่สาม -- หรือสี่ ตอนนี้สมองเขาเบลอไปหมด เหมือนจะหูอื้อๆ แถมตายังปิดลงมาเกือบครึ่งแล้ว ร่างเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ หมุนคอไปกลับหนึ่งรอบ ได้ยินเสียงลั่นกร๊อบแต่ก็คลายเมื่อยไปได้บ้าง


               นาฬิกาที่หัวเตียงบอกว่าเป็นเวลาเก้าโมงสิบห้า มิน่าถึงได้ท้องร้องไม่หยุดแบบนี้ เพราะตั้งแต่สี่ทุ่มของเมื่อคืน เขาก็ไม่ได้กินอะไรนอกจากกาแฟที่ชงไว้กินแก้ง่วง เพราะอย่างนั้นจะหิวก็คงไม่แปลก


               คุณนักเขียนอิสระตัดสินใจเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันให้สดชื่นก่อนแล้วค่อยลงไปซื้อของที่มินิมาร์ทชั้นล่าง ดีที่เขาไม่ได้ใส่ชุดนอนแบบเป็นปาจามา แต่เป็นเสื้อคอเต่ากับกางเกงวอร์มแก้หนาวเพราะเปิดแอร์ในห้อง ถ้าจะลงไปทั้งสภาพแบบนี้ก็คงไม่ได้ดูแย่เท่าไหร่


               การทำงานโต้รุ่งช่วงที่ต้องปิดเล่มให้ทันโรงพิมพ์เป็นอะไรที่ทำให้มินยุนกิรู้สึกเสียสุขภาพพอสมควร แต่ก็นั่นแหละ -- เขาชินแล้ว ในเมื่อเลือกทำงานแบบนี้ ก็ต้องจัดการตัวเองให้ได้ อย่างการทำงานโต้รุ่งก็เหมือนกัน กลางวันมันไม่สงบเท่ากลางคืน จะให้นั่งเขียนนั่งพิมพ์ตอนที่ไม่ได้รู้สึกสงบมันก็ทำไม่ได้อยู่ดี


               เลยไม่แปลกถ้าเวลาชีวิตของมินยุนกิจะสลับกับมนุษย์ปกติไปหมด ใช้ชีวิตแบบค้างคาวจนชิน อยู่และดูแลตัวเองเพราะคงไม่มีใครมาโต้รุ่งงานข้ามวันสองวันด้วยกันได้บ่อยๆ


               รองเท้าแตะสภาพกากๆแต่ราคาแพงหูฉีกของคนตัวขาวลากกับพื้นแปะๆไปตามทางเดิน อพาร์ทเม้นของเขาช่างเงียบสงบ ทั้งบรรยากาศและเพื่อนบ้านจัดว่าดีทีเดียว  ส่วนใหญ่ก็เป็นคนทำงานกับเด็กมหาลัย ดังนั้นนอกจากเสียงเกมที่อาจมีมาให้ได้ยินแว่วๆ ทุกคนก็รักษากฎระเบียบกันดี


               แต่ช่วงนี้มันก็มีเรื่องแปลกๆ


               ยุนกิไม่ใช่คนกลัวผี ไม่สนใจเรื่องลี้ลับ อีกอย่างสิ่งที่เขากลัวก็มีน้อยมากจนเรียกได้ว่าอาจจะไม่มีเลยก็ได้ แต่หมู่นี้เซนส์ด้านการระแวดระวังรอบตัวของเขารู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาบ่อยๆ -- ฟังดูเฮอเร่อ แต่คนตัวขาวไม่คิดว่าจะเป็นผี หรืออะไรเถือกๆนั้นหรอก เขาบอกตัวเองว่าคงเป็นเพราะช่วงนี้ทำงานหนักไปหน่อย นอนน้อย เลยหลอนๆบรรยากาศไปหมดเพราะตาเบลอหูอื้ออะไรแบบนั้น


               หวังว่าน่ะนะ


               คุณนักเขียนเอียงหัวพิงพนังลิฟต์ขณะที่รอลิฟต์ลงชั้น1 เขาหลับตาครู่หนึ่งแล้วลืมขึ้น จู่ๆเหมือนสายตาเขาจะเบลอแปลกๆจนต้องกระพริบตาอีกหลายครั้ง


               เขาไม่น่าลืมแว่นไว้ข้างอ่างล้างหน้าเลย เพราะแบบนี้ถึงได้เบลอไปหมดเลยสินะ?


               “สวัสดีค่ะคุณมิน ลงมาทานข้าวหรอคะ?”


               “ครับ” ยุนกิได้ยินเสียงของเจ้าหน้าที่ที่ล็อบบี้อพาร์ทเม้นเอ่ยทักเขาเบากว่าปกติ นอนน้อยทีไรหูอื้อทุกที เขาพยักหน้าให้อีกฝ่ายนิดๆโดยที่ไม่รู้ว่าสายตายังโฟกัสอยู่ที่หน้าคนถามหรือเปล่า


               “คุณมิน? หน้าคุณซีดมากเลย ไหวไหมคะ?”


               “ผม-- ไหว ใช่ เขากำลังจะพูด


               ไหวก็บ้าแล้วมินยุนกิ


               เสียงของเจ้าของห้อง 505 ขาดกะทันหัน มือขาวคว้าขอบประตูขณะที่ขาเริ่มซวนเซ เขารู้ตัวว่ากำลังจะล้มแน่ๆ ในหูส่งเสียงวิ้งไม่หยุด สุดท้ายแล้วภาพเบื้องหน้าของเขาก็เหมือนถูกจอซ่าๆของทีวีที่ไม่มีสัญญาณเข้าแทรก ก่อนจะดับวูบไปในที่สุด


               “ว้าย! คุณมินคะ?!

 

               

               “ยุนกิ!

 

 








               

 

               คิมซอกจินคนเสน่ห์แรงเพิ่งกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ห่างออกไปสองบล็อก สองมือหิ้วถุงของสดจำนวนหนึ่ง เหตุเพราะน้องชายตัวดีบอกว่าอยากทานแกงกิมจิกับบุลโกกิเป็นมื้อเย็น แล้วคนอาศัยอย่างเขาจะขัดใจอะไรได้


               ก่อนเข้าถึงในตัวตึก เจ้าของไหล่กว้างหันมองเข้าไปมินิมาร์ทใต้อพาร์ทเม้นด้วยความเคยชิน หลายๆครั้งที่เดินผ่าน เมื่อเขามองเข้าไปก็จะเห็นเจ้าของเส้นผมสีฟ้าที่เด่นสะดุดตาจนแทบไม่ต้องกวาดสายตานาน คนคนนั้นมักลงมาซื้อขนมกับข้าวกล่องสำเร็จรูปกลับขึ้นไปทานที่ห้อง คิมซอกจินโคตรอยากจะบ่นใส่ว่าเสียสุขภาพสุดๆ แต่ก็นั่นแหละ -- ตอนนี้อยู่ในสถานะที่พูดได้เสียที่ไหน


               อีกฝ่ายอาจจะยังไม่ตื่น หรือวันนี้อาจจะไม่อยู่ห้องก็ได้ ใครจะรู้ เขาส่ายหัวกับตัวเองนิดหน่อย รู้สึกเป็นเอามาก นอกจากจะลงทุนย้ายมาอยู่ที่เดียวกันแล้ว ยังจะทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์อยู่บ่อยครั้งอีก


               เอาจริงๆนะถ้ามินยุนกิไม่สงสัยว่ามีคนตามก็แปลกแล้ว


               พูดถึงมิน มินก็มา -- เขาเห็นเส้นผมสีโดดเด่นแต่เข้ากันดีกับใบหน้าขาวจนซีดของอีกฝ่ายออกมาจากลิฟต์ ซอกจินรีบมูฟตัวเองไปอยู่หลังเสาหน้าทางเข้าอพาร์ทเม้น อีกฝ่ายคงไม่ทันเห็นแน่ๆเพราะเอาแต่ก้มมองพื้น พอเดินพ้นประตูคีย์การ์ดหน้าลิฟต์ออกมาก็โดนพนักงานทักอีก


               คิ้วเข้มบนใบหน้าหล่อขมวดมุ่น เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ว่าใบหน้าของคุณนักเขียนดูไม่ดีเอาเสียเลย ยังไม่ทันคาดเดาไปต่างๆนานา ก่อนจะพ้นประตูกระจกด้านหน้า ร่างเล็กๆนั้นก็ทรุดฮวบลงกับขอบประตูที่เจ้าตัวใช้ค้ำยัน


               คิมคนพี่ทิ้งของในมือลงข้างเสา เขาโผไปรับร่างที่นั่งพับกับพื้นโดยไม่ต้องคิด ดีที่แขนของซอกจินเกี่ยวตัวท่อนบนไว้ทัน ไม่อย่างนั้นนักเขียนคนเก่งคงได้หัวฟาดพื้นแน่


               เจ้าหน้าที่หลังเคาท์เตอร์ที่ล็อบบี้วิ่งออกมาดู หล่อนมีสีหน้าตื่นตกใจขณะที่เขาช้อนตัวเจ้าของห้อง 505 ขึ้นอุ้ม


               “ผมฝากถุงซุปเปอร์ไว้ที่เคาท์เตอร์ได้ไหมครับ เดี๋ยวลงมาเอา”


               “พาไปโรงพยาบาลไหมคะ? ฉันจะเรียกรถให้”


               ซอกจินยิ้มรับความมีน้ำใจของหล่อน ส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วให้เหตุผล “เขาวูบเพราะนอนน้อยครับ เมื่อก่อนเป็นบ่อย เดี๋ยวผมไปส่งเขาที่ห้องดีกว่า”


               “อ๋อ ได้ค่ะ ดิฉันเปิดลิฟต์ให้นะคะ”


               “ขอบคุณครับ”


               เจ้าหน้าที่สาวกดลิฟต์ให้ชายหนุ่มสองคน คนนึงเธอรู้ว่าอยู่ห้อง 505 ส่วนอีกคนก็เป็นพี่ชายของคุณเจ้าของห้อง 703 แต่สองคนนี้รู้จักกันอยู่แล้วหรอกหรอ?


               ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้น 5 หล่อนพึมพำเบาๆขณะเดินเอาถุงซุปเปอร์ของคิมซอกจินมาไว้ที่หลังเคาท์เตอร์ล็อบบี้ก่อน


               “ไปรู้จักกันตอนไหนนะ?”



 

               ซอกจินเปิดประตูห้อง 505 อย่างทุลักทุเลนิดหน่อย มินยุนกิน็อคแบบไม่รู้สึกตัวเลย เพราะอย่างนั้นเขาเลยต้องถือวิสาสะล้วงมือเข้าไปหยิบกุญแจห้องจากในกระเป๋ากางเกงอีกฝ่ายด้วยตัวเอง


               เกือบถูลู่ถูกังไปที่เตียงแล้ว ดีที่เจ้าของไม่ได้ตัวหนักเท่าไหร่ ออกจะเบากว่าที่คิดไปด้วยซ้ำ ก็เพราะว่ากินแต่ของแบบนั้นอย่างไรล่ะ ถึงได้แคะแกรน ไม่สูงไม่โตไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยสักนิด


               ฝ่ามือใหญ่ทาบบนหน้าผากเนียน แล้วค่อยไล่มาแตะที่ซอกคอสองข้าง ตัวอีกฝ่ายรุมๆอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่ต้องจับเช็ดตัว หลังจากที่จับนอนดีๆ ห่มผ้าผ่อนให้เรียบร้อย คิมคนพี่ก็ตัดสินใจกลับลงไปเอาถุงซุปเปอร์ที่ทิ้งไว้ข้างล่าง และแวะซื้อเครื่องดื่มวิตามินกับนมมาให้อีกฝ่ายด้วย


               ซอกจินปล่อยมินยุนกิให้นอนที่ห้องไปก่อน เขารีบกลับไปห้อง 703 ตั้งใจแล้วว่าจะทำแกงกับบุลโกกิเผื่อคนตัวเล็กไว้อีกชุดนึง แล้วค่อยแอบเอาไปแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูห้อง 505


               เจ้าของไหล่กว้าครุ่นคิดถึงคนที่แอบตามดูมาได้สักพักหนึ่ง อีกฝ่ายแทบไม่เปลี่ยนไปเลย แถมลักษณะภายนอกยังดูซูบผอมลงด้วยซ้ำ แต่เรื่องนิสัย ถ้านอกจากที่เห็นว่าไม่ค่อยคุยกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ เขาก็ไม่รู้แล้วว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง


               ป่านนี้จะมีคนคุยแล้วหรือยัง?


               หรือว่ามีแฟนไปแล้ว


               แล้วสำหรับตำแหน่งแฟนเก่าคนนี้ -- จะมีวันที่อีกฝ่ายยอมให้อภัยบ้างหรือเปล่านะ?

 

 












               


               “ไฟว์ ซิกส์ เซเว่น เอท!


               พอครูจองเริ่มนับจังหวะ นักเรียนก็ขยับร่างกายตามจังหวะเพลงที่เปิดในห้องซ้อม โฮซอกมองเด็กแต่ละคนผ่านกระจกบานใหญ่ คนที่เต้นแข็งกว่าคนอื่นก็จะอยู่ด้านหน้า ลดหลั่นกันไปตามแถว และตรงมุมห้องนั้นคือคิมนัมจุนที่ขยับตัวตามเรื่อยๆ ถึงจะยังไม่ดูคล่องเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ดีขึ้นกว่าสัปดาห์แรกเยอะ


               โฮซอกเดินไปรอบๆห้องซ้อมพร้อมปรบมือเป็นจังหวะ พอมาหยุดอยู่ข้างๆนัมจุนก็ยืนมองอยู่สักพัก ดวงตาเรียวรีมองเด็กข้างห้องที่มีท่าทีประหม่า เพราะวันนี้ต้องใช้ห้องซ้อมร่วมกับอีกทีมหนึ่งที่ครูฝึกไม่อยู่ คิมคนน้องถึงต้องมาเต้นรวมกับเด็กคนอื่นๆเป็นครั้งแรก ถ้าจะเขินก็ไม่แปลกเท่าไหร่


               โฮซอกมองอีกฝ่ายที่พยายามทำหน้านิ่งๆ แต่สายตานั้นปิดไม่มิด อีกฝ่ายดูกังวลที่เต้นได้ไม่ดีเท่าคนอื่นๆ แต่คุณครูจองก็เข้าใจว่าเด็กตัวสูงไม่ได้มีพื้นฐานด้านนี้มาตั้งแต่แรก เพราะอย่างนั้นโฮซอกจึงมายืนดูอยู่ใกล้ๆเพื่อที่จะได้ช่วยแนะนำ


               “ยกไหล่หน่อยนัมจุนอา อย่าหลังค่อม”


               ฝ่ามือของคนตัวผอมแตะเข้าที่แผ่นหลังกว้าง ไม่ต้องกดแรงมาก หลังของนัมจุนก็ตรงแหน่วขึ้นมาทันควัน ท่าทางดูเกร็งจนน่าขัน จองโฮซอกอมยิ้มพร้อมเต้นนำอยู่ข้างๆ ไม่นานในจังหวะที่ดนตรีสโลว คนแก่กว่าก็เริ่มชวนคุยก่อน


               “ได้ไปเต้นให้สาวคนนั้นดูหรือยัง?”


               คำถามของคุณครูสอนเต้นทำเอานัมจุนขาขวิดไปหนึ่งจังหวะ คนเด็กมุ่นหัวคิ้วนิดๆแล้วค่อยตอบ “ยังเลยครับ”


               พอได้ยินแบบนั้นจองโฮซอกก็หลิ่วตามองคนข้างตัว แล้วว่าด้วยน้ำเสียงสบายๆ


               “จริงๆถ้าไปปาร์ตี้อะไรแบบนั้น ตอนนี้นายก็เต้นกลางฟลอร์ได้อยู่นะ”


               “ผมไม่สันทัดแดนซ์ปาร์ตี้อยู่แล้ว”


               “ถ้าอย่างนั้นถนัดแบบไหน นักดริ๊งหรอ?” โฮซอกหัวเราะเบาๆ ส่วนคนถูกกล่าวหาว่าเป็นนักดริ๊งก็ยังคงทำหน้านิ่งอยู่เหมือนเดิม


               “ครับ ผมชอบนั่งดื่มเฉยๆมากกว่า”


               “ได้ไงล่ะ รู้ไหมว่าไปปาร์ตี้แล้วได้วาดลวดลาย มันทำให้มีเสน่ห์นะ”


               ถ้าหมายถึงแบบที่เต้นแล้วดูดึงดูดอะไรแบบนั้นล่ะก็ จองโฮซอกเองก็คงเป็นอย่างที่เจ้าตัวว่านั่นแหละ


               คิมนัมจุนมองคนตัวผอมแล้วตัดสินใจว่ายังไม่พูดดีกว่า คนแบบนี้ขืนพูดอะไรแปลกๆออกไปคงได้ตั้งการ์ดระแวงทันควันแน่นอน


               ดูอย่างตอนเจอกันครั้งแรกนั่นสิ --


               “โอ๊ย” ยังคิดไปไม่ถึงไหน เด็กมหาลัยก็ร้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น


               เวรเอ๊ย เหงื่อเข้าตา


               ไม่มีวันไหนที่ไม่กากใช่ไหมเนี่ยคิมนัมจุน


               “เอ้า อะไรเข้าตาอ่ะ? อย่าขยี้ตาๆ” คุณครูตัวผอมทำตาโตขณะที่ก้มลงช้อนใบหน้ามองนักเรียนที่ก้มหน้าก้มตาขยี้ตาแรงๆ รีบจับมือใหญ่ออกจากใบหน้าชุ่มเหงื่อแล้วรีบไปหยิบผ้าขนหนูที่เก้าอี้มาให้


               “เช็ดหน้าก่อน ถ้าไม่หายแสบก็ไปล้างหน้า”


               ผ้าขนหนูเนื้อนิ่มซับลงบนใบหน้าของนักเรียนจำเป็น คิมนัมจุนตัวแข็งค้างด้วยความช็อค ใครจะไปทันตั้งตัวว่าอยู่ดีๆอีกฝ่ายจะถึงขั้นเอาผ้ามาเช็ดให้ขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เพราะมือผอมที่เป็นคนซับหน้าให้อย่างเดียว ยังมีใบหน้าน่ารักๆที่ขยับเข้ามาใกล้จนเขาแทบผงะด้วย


               จนกระทั่งจองโฮซอกหันไปบอกพักซ้อมกับคนอื่นๆในห้อง นัมจุนก็ยังคงค้างอยู่ในท่าเดิม


               “นัมจุนอา เป็นอะไร? หายแสบตายัง?”


               หยุด! หยุดเอียงหน้ามามองแบบนั้นเดี๋ยวนี้!


               คิดสภาพที่อีกฝ่ายตัวเล็กกว่าเขาเกือบช่วงหัว นอกจากต้องเงยหน้ามองยังจะเอียงคอเพิ่มอีก ไหนจะตาใสๆนั่น คิมนัมจุนไม่ใช่พระอิฐพระปูน ทำไมต้องทำกันขนาดนี้


               คิมคนน้องเผยอปากค้างไว้อย่างพูดไม่ออก ใบหน้าของคนแก่กว่าขมวดมุ่น เจ้าตัวคงไม่ทันระวังตัวว่าตอนนี้อยู่ชิดกันขนาดไหน เด็กมหาลัยพยายามตั้งสติ อย่างน้อยเขาก็ควรเอาตัวเองออกไปจากตรงนี้จะได้หายใจหายคอสะดวกสักที


               “ข -- ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”


               ร่างสูงใหญ่ก้าวยาวๆสไลด์ข้างออกไปนอกห้องทันที โฮซอกมองตามตาปริบๆ งงที่จู่ๆอีกฝ่ายก็รีบผลุนผลันออกไปนอกห้องเสียอย่างนั้น


               คุณครูตัวผอมเกาหัวงง  “สงสัยปวดหนักด้วยล่ะมั้ง”




++---------------------------------------------++


::TALK::

เขาไม่ได้ปวดหนัก เขาปวดใจที่เทอไม่เก็ตว่าเขาจีบเทอสักที เข้าใจมั้ยจองโฮซอก---

ตอนนี้เฉลยความสัมพันธ์อีกคู่แล้ว ไม่รู้มีคนเดาไว้อยู่แล้วหรือเปล่า

แต่คนที่มีซัมติงกับพี่กิไม่ใช่คิมคนน้อง แต่เป็นคิมคนพี่ค่ะ 555555 /ต้มให้หมด

ส่วนจองโฮซอกจะรู้ตัวว่าโดนจีบตอนไหน และคิมนัมจุนจะกล้าบอกเมื่อไหร่

อันนี้ไม่รู้ค่ะ โปรดรอ---


คอมเม้นหรือเล่นแฮชแท็กในทวิตเตอร์ให้เราชื่นใจหน่อยนะคะ เหงามากเลอ 

เจอกันตอนหน้าค่า


TWITTER HASHTAG: #ม่อนโฮปซักผ้า 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น

  1. #104 nahmt (@nahmt) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 10:03
    ขอบคุณนะคะไรท์ น่ารักจังเลย
    #104
    0
  2. #102 jidtakan_Bua (@jidtakan_Bua) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 08:06
    น่ารักเกินไปแล้วววยย
    #102
    0
  3. #101 JH_PD (@skool-kakao) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:07
    แง้ น่ารักกกก
    #101
    0
  4. #94 Dreamthanphitcha (@Dreamthanphitcha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 01:09
    ไรท์อย่าทิ้งนิยายเรื่องนี้นะคะ ไรท์แต่งดีมากเลย จะรอนะคะ สู้ๆน้าาาา
    #94
    0
  5. #93 SINETAX (@SINETAX) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:17
    ยังมีคนรออยู่นะคะ ไรท์รีบมาอัพเร็วๆสิ
    #93
    0
  6. #90 Moomoo_Army (@jiblumin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 02:44
    คุณซอกจินอบอุ่นมากๆ อยากรู้คสพ.จินก้าต่อด้วยค่ะแง รออัพนะคะ
    #90
    0
  7. #89 TAOnY (@Aon--Aon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
    คิดถึงไรท์นะคะ❤
    #89
    0
  8. #85 NJ2018 (@NIKE-2016) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 10:35

    รอเด้อ
    #85
    0
  9. #83 ARMY_2016 (@ARMY_2016) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 23:56

    รออออออ
    #83
    0
  10. #82 PAIDEFzeLiX (@akuyahiruku) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 23:23
    จะสครีมยังไงให้หมดดี โอ๊ย ทั้งคุณครูจองผู้น่ารัก ทั้งคสพ.คู่คิมคนพี่กับคุณนักเขียนที่วูบหน้าลิฟต์ เลือกไม่ถูกแล้วค่ะช่วยด้วยฟกำมกแวไมกวหฟบห

    โฮโฮโฮ <3 กี่ทีเราก็ยังคงชอบในความสครีมในใจของนัมจุนอยู่ดีค่ะ ฮือ555 ชอบมากๆ555 คนหน้านิ่งที่กรี๊ดในใจนี่เป็นอะไรที่น่ารักมากๆเลยค่ะแง5555 ในหัวนี่นึกหน้าเป็นนัมจุนที่ภายนอกนิ่งนะ แต่ในใจคือตัวจะแตกไปแล้ว แง555555 น่าร้าก555555

    ฮือ พี่จินแง ว่าน้องกากแล้วดูตัวเองดิ ไปแอบตามเสาตามเขาไปเรื่อยๆ เว่ย555555 ฮือ555555 แต่พี่มาได้ทันเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจมากๆ จังหวะเป๊ะดั่งกับนิมิตไว้ โฮ นี่สินะแฟนเก่า ; - ; ง้อให้สำเร็จนะคะแง เป็นกำลังใจให้คู่จินก้าน้าแง <3

    ป.ล. อยากสครีมทุกอย่างที่อ่านไปแต่เจอช็อตคุณครูเอียงคอใส่นักเรียนจำเป็นแล้วไปต่อไม่ถูกเลยค่ะช่วยด้วย ทำไมคุณครูน่ารักอย่างงี้ แง น่ารัก น่ารัก Y Y) <3 <3 <3
    #82
    0
  11. วันที่ 17 กันยายน 2561 / 19:35

    คุณครูคะะะ น่ารักเกินไปแล้วนะ ฟสหสหหทหกหแทปใกทดด นัมจุนยังโอเคอยู่ไหม ใจสั่นมาก ฮื่อออ ส่วนพี่จิน มารับพี่ก้าได้แบบ จังหวะเป๊ะเว่อ ดุจดั่งเจ้าชายขี่ม้าขาว แล้วยังทำอาหารเก่งอีก โหยย โคตรจะบอยเฟรนด์ ฮือออ ง้อให้สำเร็จนะ ;_;

    #80
    0
  12. วันที่ 17 กันยายน 2561 / 00:41
    อ้าววววววว มีคู่มาให้ลุ้นเพิ่มมมมมมมม ว่าน้องกาก แต่ดูตัวเองดิ 555555 แต่ก็น้าาา มันก็ออกจะยุ่งยากแหละนะ ถ้าต้องเสนอหน้ากลับไปในชีวิตแฟนเก่า (ที่ไม่รู้ว่าจบกันสวยรึเปล่า) เอาใจช่วยคิมคนพี่นะคะ อยากให้ได้กลับไปดูแลนะ ฮ่าาา
    ส่วนคิมคนน้องภูมิต้านทานต่ำกว่าเดิม 5555 ก็อุตส่าห์ดีใจแทน ที่กลมกลืน สนิทสนมอะไรกันไปกับคุณครูคนสวย แต่แบบนี้จะไหวมั้ยน่อออ สงสาร โดนแอทแทคแรง เจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องอีก
    #74
    0
  13. วันที่ 13 กันยายน 2561 / 22:49

    อย่าโกรธพี่จินที่ว่าตัวเองกากเล้ยนัมจุ๊นนนนน 555555555555555 คุณครูจองน่ารักจังง่า ใจดีด้วยยย อยากด้ายยยยยย

    #73
    0
  14. #72 lxrch (@Janny_6146) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 20:23
    อุเเงงงงงงงงงง ชอบเรื่องนี้มากๆเลย(รวมถึงอีกหลายเรื่องที่เเต่งด้วย<3) ฟีลเรื่องนี้คือเเบบ ขาว สะอาด หอมน้ำยาซักผ้า(นี่รู้สึกจริงๆ คืออินสุด) เเล้วก็อบอุ่นด้วยไอเเดดอ่อนๆ โง้ยยยยยยยยยยยยยยย จุดที่จะฟินที่สุดของเรื่องนี้ก็จะเป็นการที่ทั้งคู่มาซักผ้า ตากผ้าด้วยกัน โรเเมนติกไปอีกเเบบ คิดเเล้วก็เขิน/บิด
    คุณโฮซอกนี่จริงๆเลย ไม่ระวังตัวเลย เเหมมมมมมมม เข้าไปใกล้น้องจนน้องเขินทำตัวไม่ถูกเลย น้องเลยไปเข้าห้องน้ำเเทน ตัวพี่ก็คิดว่าน้องเเกปวดหนักอีก โธ่ถัง นัมจุนคนกาก ขี้ป๊อดเเล้ว ก็ยังเจอยังตาพี่ใสซื่อ ตามไม่ทันอีก ถ้านัมจุนลองให้เพลงพี่เเบบเนียนๆเป็นเพลงฝึกเต้นจะเวิร์คไหมเนี่ย

    ส่วนคู่รองก็ตกใจเเรงๆ ไม่คิดว่าคิมคนพี่จะเป็นเเฟนเก่ายัยกิเลย คราวนี้งานหินเเล้วละเนี่ย คุณซอกจินมีโฮซอกมาถูกใจอีก เเย่เเล้วๆ

    ลุ้นว่านัมจุนจะมาเร่งเครื่องพี่จินยังไง ส่วนกิกินี่ก็ตะโทรมเกินไปเเล้ววววว ไม่ดูเเลตัวเองบ้างเลย ต้องมีคนมาช่วยดูเเลเเล้วละ(ก็พี่จินไงงงงง//เขิล)

    ชอบงานเขียนไรต์ทากๆ ติดตามนะคะ ไม่ต้องรีบนะเรารอได้ ไม่ทิ้งกันเเน่นวล ไรต์เองก็สู้ๆนะคะ เเต่งฟิคก็เป็นงานอดิเรกเนอะ อย่าไปเครียดกับมันนะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ เลิฟยู//ส่งจูบ
    #72
    0
  15. #70 PupplezPG (@PupplezPG) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 15:49
    เขินค่ะ น้องเขินนนนน น้องไม่ได้ปวดอึ๊ ถ่ดๆๆๆ
    #70
    0
  16. #69 Risa** (@risiie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 06:22
    หยักอ่านโฮซอกโหมดครูสอนเต้นกับนักเรียนนัมจุนมาตลอดชีวิต จะลั่นแต่งเองหลายรอบแล้วแต่ก็ขี้เกียจ 5555555 แง ตอบโจทย์มากเว่อ คุณนักเรียนน่าร้ากกกก ผู้ชายสายเด๋อ
    #69
    0