[BTS] Nice day, isn’t it? | Monhope, Jinga

ตอนที่ 5 : Day 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    14 ก.ค. 61


'Day 4'

MONHOPE

Author: RUNzPACA

Genre: Romantic Comedy











               เหงื่อเม็ดโตไหลจากไรผมลงมาข้างขมับนั้นเย็นชื้นจนคนเด็กที่สุดในห้อง 703 รู้สึกได้ อืม -- รู้สึกได้ชัดพอๆกับสายตาทิ่มแทงที่มาจากคนตัวผอมๆที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะญี่ปุ่นตัวใหญ่กลางห้องเลยด้วย


               คิมนัมจุนที่ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้านกลับต้องมานั่งทำตัวเรียบร้อยอยู่ข้างๆพี่ชายตัวเอง ใบหน้าที่ดูเฉยเมยเหมือนทุกครั้งมองตรงไปที่แขกรับเชิญพิเศษฝีมือคิมซอกจินอย่างไม่มีการหลบหน้าให้อีกฝ่ายตะขิดตะขวงใจไปมากกว่านี้


               “เพิ่งรู้ว่าคนที่นัมจุนไปเรียนเต้นด้วยคือนายเองหรอกหรอโฮซอก แหม โลกกล๊มกลมเนอะ”


               สาบานเลยว่าถ้าคุณครูจองหันหน้าไปทางอื่นเมื่อไหร่ พี่ชายตัวดีจะต้องแขนเขียวเป็นจ้ำด้วยฝีมือเขา


               “ผมก็เพิ่งรู้ว่านักเรียนของตัวเองอยู่ใกล้กันขนาดนี้” คนตัวผอมยิ้มแกนๆ “แถมเป็นเจ้าของห้องนี้มานานแล้วด้วย”


               “จริงๆผมก็ไม่ค่อยได้กลับห้องหรอก แบบว่า เรียนเลิกค่ำๆถึงจะมานอนนี่น่ะ”


               “หรอ”


               กริบ


               เสียงห๊วนห้วนเลยแฮะ


               “ไหนๆก็มาพร้อมหน้ากันแล้วก็ดีเลย ได้กินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ หลังจากนี้ก็สนิทกันไว้นะครับ” ถ้าคิมซอกจินคิดว่าครั้งนี้ตัวเองเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ดีก็คิดถูก ดูจากสีหน้าตึงๆของคุณครูสอนเต้นที่ดีขึ้นนิดนึงตอนที่คนแก่กว่าส่งยิ้มให้ ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนิดหน่อย แต่รอบนี้จะยอมให้ครั้งนึงก็ได้(เพราะมีความผิดติดตัว)


               “ผมรินให้”


               เจ้าของห้องตัวจริงที่รู้สึกเก้ๆกังๆบนโต๊ะอาหารตัดสินใจหยิบแก้วน้ำของแขกพิเศษที่ยังว่างเปล่ามารินโค้กใส่ให้อย่างเอาอกเอาใจ จองโฮซอกมองมาเหมือนจะพูดอะไรแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจก้มหน้าก้มตากินรามยอนในถ้วยไปก่อน


               คงไม่ได้คิดไปเองว่าบรรยากาศค่อนข้างกระอักกระอ่วน ใครจะไปคิดว่าอยู่ดีๆเพื่อนบ้านที่แอบมองมาตั้งนานจะมานั่งอยู่ในห้องตัวเอง แถมสนิทกับพี่ชายของเขาจนถึงขั้นชวนกินข้าวกันได้ ยิ่งทำให้สงสัยเลยว่ามีอะไรที่คิมซอกจินยังไม่บอกเขาอีกหรือเปล่า


               คิ้วเข้มของคนเด็กสุดขมวดมุ่นขณะที่ฟังบทสนทนาของอีกสองชีวิตบนโต๊ะเดียวกัน

               “ตัวผอมขนาดนี้เอาแรงที่ไหนไปเต้นเนี่ย กินเข้าไปเยอะๆเลยนะ ถ้าไม่พอเดี๋ยวสั่งเพิ่มก็ได้”


               “ม ไม่ต้องหรอกครับจินฮยอง แค่นี้ผมก็พอแล้ว”


               “ยังไม่ทันได้กินไก่กับพิซซ่าเลย อ่ะนี่อ้าปากเร็ว ไม่งั้นพี่เอาพิซซ่าจุ่มในถ้วยนะ”


               “จินฮยองอย่า--“


               “แค่กๆๆๆๆ”


               สองคนที่กำลังเถียงกันแบบไม่ให้ซีนคิมนัมจุนเป็นอันหยุดชะงักเพราะเสียงไอโคล่กๆที่ดังผ่ากลางวงขึ้นมา เด็กหนุ่มเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามแล้วค่อยพูดแก้ตัวด้วยท่าทางปกติที่สุด “ขอโทษครับ พอดีสำลัก”


               “นี่น้ำ” ที่น่าตกใจกว่าคือคนตอบดันไม่ใช่พี่ชายของเขานี่ล่ะ “หิวหรอ ค่อยๆกินก็ได้”


               “อ่า ขอโทษครับ” นัมจุนยิ้มแห้ง พอเห็นว่าอีกฝ่ายมองอยู่ก็อ้อมแอ้มพูดขึ้นมาเบาๆ “พี่โกรธหรือเปล่า?”


               “โกรธอะไร?” คุณครูสอนเต้นเลิกคิ้ว “เรื่องที่นายอยู่ห้องข้างๆแต่ไม่เคยบอกอะหรอ?”


               “อ่า -- ก็นั่นแหละ”


               “ตกใจเฉยๆ แต่ไม่ได้โกรธ” โฮซอกเคี้ยวพิซซ่าที่ถืออยู่ในมือไปพลาง “--มั้ง”


               “หมอนี่ก็แค่ป็อดน่ะโฮซอกอา”


               คนถูกด่าว่า ป็อด หันควับ เห็นพี่ชายตัวดีกำลังยิ้มด้วยท่าทางที่มั่นใจว่าหล่อที่สุดแล้วอดไม่ได้ที่จะเอาศอกกระทุ้งสีข้างแรงๆพร้อมกระซิบเสียงลอดไรฟัน “ผมเปล่า!


               “ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะโว๊ย”


               ซอกจินกระซิบสวนกลับทั้งที่หน้ายังยิ้มอยู่เช่นเดิม แอบหยิกต้นขาน้องชายตัวดีไปทีนึงเพราะแรงที่กระทุ้งสีข้างมาเมื่อกี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ ยังไม่ทันจะได้วางมวยกันอีกรอบ เสียงของแขกรับเชิญก็ถามขึ้นมางงๆเสียก่อน


               “ป็อดแล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ไม่ยอมบอกว่าอยู่อพาร์ทเม้นต์เดียวกันหรอ?”


               โธ๊จะว่าจองโฮซอกซื่อ หรือคิมนัมจุนคนปอดไม่ยอมทำอะไรเลยดีล่ะเนี่ย


               “อ๋อออ”จะด้วยความอนาถใจหรืออะไรก็ตามแต่ สุดท้ายคิมซอกจินก็ยอมแก้สถานการณ์ช่วยน้องชายตัวเอง


               “คงจะกลัวว่าต้องกลับมาซ้อมต่อที่หอล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ”


               คิมซอกจิน


               นั่นมันเป็นข้อแก้ตัวที่ห่วยแตกเป็นบ้าเลยไม่ใช่เรอะพี่มึง

 














               


               จองโฮซอกกลับห้องตัวเองไปแล้ว


               ทันทีที่ประตูห้องงับปิดลง คิมนัมจุนก็พุ่งไปกดล็อคประตูอย่างรวดเร็วแล้วคว้าคอพี่ชายตัวเองมาล็อคไว้จนกล้ามปูด คิมซอกจินร้องจ๊ากพลางดิ้นเหมือนอัลปาก้ากินหญ้าติดคอ แต่โทษทีนะ ไม่สงสารโว๊ย!


               “พี่มึงทำบ้าอะไรวะเนี่ย!!


               “ทำห่าอะไรล่ะ! ช่วยแกนี่ไงโว๊ย!!


               คนไหล่กว้างสะบัดแขนหนาของน้องชายออก นวดต้นคอจนได้ยินเสียงดังกร็อบ เจ้าตัวบ่นกระป็อดประแปดว่ามือหนักเป็นบ้าแล้วค่อยหันมาสนใจน้องชายคนกากที่กำลังทึ้งผมสีควันบุหรี่ไปมา


               “เขารู้หมดแล้วว่าเราอยู่ใกล้กันแค่นี้ ตาย ตายแน่ พี่แม่งทำแผนผมล่มหมดเลย”


               “ยังไงวะ ที่ทำนี่คือมีแผนอยู่ด้วยหรอ?” ซอกจินทำหน้าสงสัย จะไม่ให้สงสัยได้ยังไงไหว ตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับหมอนี่ก็เห็นเอาแต่ด้อมๆมองๆเขาอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งๆที่อยู่ใกล้ขนาดนี้อีกฝ่ายกลับไม่เคยรู้จักตัวเองเลย นี่มันไม่ประหลาดเกินไปหรอฟะ!


               “ไปลงเรียนเพราะจะเอาเวลาตรงนั้นไปจีบไง ไม่อยากให้เขารู้ตัวว่าอยู่ใกล้แค่นี้” เด็กตัวสูงถอนหายใจเฮือก มือก็ช่วยพี่ชายเก็บกวาดโต๊ะที่ใช้ทานมื้อเย็นเมื่อครู่ “ถ้าจีบแล้วแป้กเข้าหน้ากันไม่ติด ห้องอยู่ถัดไปแค่นี้นี่งานเข้าเลยนะรู้ป่ะ”


               “เอ้า -- ก็จีบให้ติดสิวะปัดโธ่”


               “อย่าพูดเหมือนมันง่ายขนาดนั้น” คิมคนน้องหน้าบึ้ง “แล้วนี่พี่ก็ดันไปหว่านเสน่ห์ใส่เขาอีก”


               สีหน้าของคิมนัมจุนแสดงออกชัดเจนว่าหงุดหงิดในตอนที่พูดถึง ชัดจะตายว่าจองโฮซอกดูจะชอบคิมซอกจินขนาดไหน ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงขั้นมานั่งกินข้าวถึงห้องเจ้าตัวหรอก


               ซอกจินที่เห็นท่าทางแบบนั้นของน้องชายก็เกาหัว อันที่จริงเรื่องนี้มันก็ผิดคาดไปไกลอยู่ “ก็รู้แหละ แต่ก็นะ


               “พี่ต้องรับผิดชอบ ไม่งั้นผมจะเอาเรื่องนี้ไปต่อรอง--“


               “หยุด หยุดเลย” คนแก่กว่าโพล่งออกมาด้วยสีหน้าตื่นๆ “อย่าแม้แต่จะคิดเลย แค่นี้ก็เจอตัวยากจะตายห่าอยู่แล้ว”


               “งั้นก็เลิกหว่านเสน่ห์ใส่คุณครูเขาสักที” นัมจุนยื่นคำขาดขณะลุกขึ้นยืน ยกถุงขยะเตรียมเอาออกไปทิ้ง “ถ้าทำไม่ได้ก็เตรียมกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิมเลย หรือไม่ก็ ผมจะหาหอใหม่ให้พี่เขาย้ายไปแทน”


               “คิมนัมจุน ไอ้เด็กเลว--” คนเสียเปรียบอ้าปากพะงาบ มองน้องชายตัวดีที่กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบเฉย “เอ็งก็จีบให้ติดเองสิโว๊ย ฉันก็อยู่ของฉันเฉยๆเนี่ย ไม่ได้คิดจะจีบโฮซอกสักหน่อย!


               แต่โฮซอกฮยองชอบมึงไงพี่ ไอ้เวร


               “ไม่รู้ล่ะ จัดการเรื่องของพี่เร็วๆเลย” คิมนัมจุนว่าเสียงขึงขัง “ไม่งั้นล่ะน่าดู”

 










               


               กองผ้าที่แยกผ้าสีกับผ้าขาวออกจากกันเรียบร้อยถูกรวบใส่ตะกร้าสีเขียวอ่อนส่วนนึง อีกกองที่เป็นผ้าขาวก็แยกไว้ต่างหากก่อนเพราะยังไม่ใช่เวลาซัก


               ระเบียงห้อง701 เปิดออกกว้างรับลม แดดอ่อนๆที่ส่องเข้ามาถึงในห้องนั่งเล่นทำให้เจ้าของห้องอารมณ์ดีกว่าปกติ ชะโงกออกไปดูท้องฟ้าด้านนอกก็ไม่เจอเมฆเลยสักก้อน วันนี้ต้องเป็นวันดีของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย


               จองโฮซอกโยนกระปุกผงซักฟอกกับขวดน้ำยาปรับผ้านุ่มใส่ตะกร้า ก่อนแขนผอมๆจะหอบตะกร้าใบใหญ่ลงไปที่ชั้นสามที่มีห้องซักรีดของส่วนกลาง


               โชคดีลำดับที่สองคือมีเครื่องซักผ้าว่างอยู่พอดี มีหนึ่งในสี่เครื่องที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ตอนนี้ พร้อมกับหลักฐานของผู้ใช้งานเป็นตะกร้าสีชมพูแบบเดียวกับของโฮซอกไม่มีผิด


               เขาจำได้แม่นเชียวล่ะว่านั่นเป็นตะกร้าของใคร


               ตะกร้าสีเขียวอ่อนถูกวางลงหน้าเครื่องซักผ้าที่อยู่ข้างๆ ดวงตาเรียวรียังไม่ละสายตาไปจากตะกร้าผ้าสีชมพู นึกแปลกใจที่ทุกครั้งเมื่อผ้าในตะกร้าใบนี้ถูกยกลงมาซัก ก็ราวกับว่าบันดาลให้อากาศดีไปด้วยอย่างไรอย่างนั้น


               โฮซอกคิดอย่างติดตลก -- หรือคิมซอกจินจะเป็นสุดยอดคนมีดวงกับสภาพอากาศกันนะ?


               คนตัวผอมจัดแจงใส่ผ้าทั้งหมดลงในถังซัก เทผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่มให้เรียบร้อย เขาวางตะกร้าสีเขียวอ่อนของตัวเองไว้ข้างๆตะกร้าสีชมพูที่อยู่หน้าเครื่องซักข้างๆ แอบยิ้มกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีโดยที่ไม่ทันเห็นอีกหนึ่งชีวิตที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่พักนึงแล้ว


               “เหวอ--!


               มุมปากของคิมคนน้องกระตุก เขาทำหน้าไม่ถูกเมื่อคุณครูจองหมุนตัวหันกลับมาที่หน้าประตูแล้วเจอเขายืนขวางทางเข้าอยู่ดันร้องออกมาเสียงดังเหมือนเจอผี


               “ย่าห์ ตกใจหมดเลย!” โฮซอกครวญ เจ้าตัวลูบอกตัวเองป้อยๆเหมือนเรียกขวัญกลับมา นัมจุนเสียเซลฟ์นิดหน่อย นี่เขาน่าตกใจขนาดนั้นเลยหรอ? “ทำไมมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แล้วนี่มาทำอะไรห้องซักผ้าตัวเปล่า?”


               เด็กตัวสูงมองคนที่เปลี่ยนอารมณ์ไปมายิ่งกว่าสวิชต์ไฟแล้วเกาหัวทีนึง นัมจุนเหลือบตาขึ้นมองเพดานเหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูด ในที่สุดเขาก็ชี้ไปที่ตะกร้าชมพูหน้าเครื่องซักที่กำลังทำงานอย่างหนักกับผ้ากองโต แล้วค่อยเอ่ย “ผมมาดูผ้าที่ซักไว้น่ะ”


               “ผ้าที่ซักหรอ? อ๋อ -- “ คนตัวผอมร้องออกมาเบาๆเมื่อมองตามปลายนิ้วมือของนัมจุนไปหยุดที่ตะกร้าชมพูของซอกจินฮยอง “เอ๊ะ? นั่นของจินฮยองไม่ใช่หรอ?”


               “ตะกร้าในห้องผมก็เป็นของผมสิ” คิมนัมจุนยังคงทำหน้านิ่งเฉยเหมือนเคย “พี่ชายผมเลือกแค่สีอย่างเดียวเท่านั้นแหละครับ”


               “อ่อ หรอ” จองโฮซอกทำหน้าเหมือนเข้าใจ แต่ก็ดูเหมือนจะหงอยลงนิดหน่อยเช่นกัน “แสดงว่าปกติที่ลงมาซักนี่ นายเป็นคนซักหรอ?”


               ก็ไม่อยากทำให้ผิดหวังหรอกนะ นัมจุนนึกตอบในใจ แต่ความเป็นจริงคือเขาตอบออกไปตรงๆ “ครับ ปกติผมเป็นคนเอาผ้าลงมาใส่เครื่องปั่นทิ้งไว้”


               ท่าทางแบบนี้ดูยังไงก็รู้ว่าเจ้าตัวคงคิดว่าซอกจินเป็นคนเอาผ้าลงมาซักทุกรอบแน่ๆ เรื่องอะไรเขาจะตอบอ้อมค้อมให้อีกฝ่ายแอบมีความหวังเล่นๆกันล่ะ


               แล้วไอ้พี่บ้านั่นได้คะแนนนำไปได้ยังไงไม่รู้ รู้แบบนี้ไม่ให้แม่งมาอยู่ด้วยหรอก โมโหโว้ย!


               “นี่ ขอทางหน่อยครับ จะซักผ้า”


               “หือ? ยุนกิฮยอง?” โฮซอกเอี้ยวตัวโผล่หน้าไปมองคนที่อยู่ด้านหลังเด็กตัวโต คิมนัมจุนที่ได้ยินเสียงเย็นๆจากด้านหลังเองก็รีบขยับหลบ

ดวงตาสองคู่สบกันโดยบังเอิญ มินยุนกิชะงักไปพร้อมๆกับคนที่ขยับตัวออกจากหน้าประตู


               คิมนัมจุน?


               คนตัวขาวมองใบหน้าที่ยังคงจำได้ดีของเด็กตรงหน้า อีกฝ่ายดูโตขึ้นกว่าเมื่อก่อน ท่าทางว่านัมจุนเองก็ยังจำเขาได้อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้ทักกันขึ้นมา


               “ลงมาซักผ้าหรอโฮซอก?” นักเขียนตัวเล็กเบนความสนใจกลับมาที่เพื่อนร่วมหอคนสนิท เขาเดินผ่านคิมนัมจุนที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาไปหาเครื่องซักผ้าที่ว่าง ดีที่ตอนนี้เจ้าตัวไม่ได้จ้องมาที่เขาแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเปิดปากคุยเพราะรู้สึกรำคาญแน่ๆ


               “ครับ วันนี้อากาศดีเนอะฮยอง” คุณครูสอนเต้นตัวผอมชวนเพื่อนบ้านคุยอย่างอารมณ์ดี ท่าทางเหมือนลืมเรื่องน่าผิดหวังเกี่ยวกับตะกร้าสีชมพูไปแล้ว แถมยังลืมเด็กที่ยืนเป็นต้นเสาอยู่ตรงนี้ด้วย


               อะไรวะ นี่เขาจืดจางขนาดนี้เลยหรอ?


               คิมคนน้องมองสองเพื่อนบ้านไซส์เล็กคุยกันอยู่หน้าเครื่องซักผ้า แอบสำรวจมินยุนกิไปพลางๆด้วยเช่นกัน อีกฝ่ายยังตัวเล็กเหมือนเดิม ผิวขาวซีดเหมือนไม่เคยโดนแดดนั่นก็ด้วย แต่สีผมที่เด่นสะดุดตาขนาดนั้นก็ทำให้ดูแปลกตาไปเยอะ


               ช่วงหลายปีที่ผ่านมาคงผ่านอะไรมาเยอะ แต่เรื่องไม่ค่อยดูแลตัวเองนี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน


               นัมจุนไม่รู้ตัวว่าเผลอมองอีกฝ่ายนานจนเกินไป มารู้ตัวก็ตอนที่ดวงตาเล็กๆติดดุกับเสียงเย็นห้วนส่งตรงมาที่เขา “มองไร?”


               คิมนัมจุนไหวไหล่ด้วยสีหน้านิ่งๆเช่นเดิม และใช่ มินยุนกิต้องคิดว่าเขากำลังกวนตีนแน่ๆ “ขอโทษครับ ผมแค่เหม่อ”


               “ก็แล้วไป” คนตัวเล็กว่าเสียงเย็น แต่พอจัดการเครื่องซักผ้าเสร็จก็รีบขอตัวกลับห้องทันที “ฮยองไปก่อนนะโฮซอก”


               “อ้าว ไม่กินข้าวด้วยกันก่อนหรอพี่?”


               “ไม่ล่ะ มีของกินแล้ว มีงานด่วนด้วย” โฮซอกทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แต่คนเด็กกว่าก็ไม่ได้รั้งไว้ เจ้าตัวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ


               “โอเค ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”


               “อืม -- ไปล่ะ”


               มินยุนกิเหลือบสายตามองเด็กตัวสูงในตอนที่เดินผ่านออกไปนอกห้อง รอยยิ้มบางๆที่อีกฝ่ายส่งมาให้ทำให้ยุนกิส่งเสียงหึในลำคอ ท่าทางแบบนั้นหากไม่รู้คงจะเข้าใจว่าเจ้าตัวอารมณ์ไม่ดี แต่คิมคนน้องรู้ว่าจริงๆแล้วมันคือการตอบรับตามปกติเท่านั้นเอง


               “รู้จักกันหรอ?” ประโยคคำถามจากอีกคนที่ยังเหลืออยู่ในห้องซักผ้าเรียกให้นัมจุนหันหน้ากลับมามองครูสอนเต้นของตัวเอง เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดๆเหมือนจะให้ทวนคำถาม สายตาของจองโฮซอกดูสงสัย


               “อ๋อ ก็เคยเจอกันครับ” นัมจุนยิ้มนิดๆ “ไม่ค่อยได้คุยน่ะ ส่วนใหญ่แค่เห็นหลังไวๆ”


               “ก็แบบนี้แหละน้า ยุนกิฮยองน่ะ” โฮซอกพยักหน้ารับรู้ “ปกติก็หมกตัวอยู่ห้อง ข้าวปลาไม่ค่อยกินหรอก”


               “แล้วนี่นายกินข้าวรึยัง?”


               “ครับ?” คนตัวสูงถึงกับตั้งรับไม่ถูกเมื่อจู่ๆคนตรงหน้าก็เปลี่ยนเรื่องไปเฉยๆ “ก็ ยังครับ กะว่าเอาผ้ามาปั่นแล้วจะเดินออกไปหาอะไรกินพอดี”


               พอได้ยินแบบนั้น เจ้าของห้อง 701 ก็นิ่งคิดครู่นึง “งี้ก็ไปด้วยกันก็ได้นี่”


               “ครับ? ได้หรอ?”


               “ได้ๆ ไหนๆก็จะไปกินข้าวเหมือนกันนี่นา” โฮซอกว่ายิ้มๆ นัมจุนมองหน้าอีกฝ่ายเหมือนค้นหาจุดประสงค์แฝงในท่าทางของอีกฝ่าย แต่เดาได้ว่าส่วนนึงต้องเป็นเพราะเขาเป็นน้องชายของคิมซอกจินแน่ๆ


               ไม่รู้ว่าเขาคิดด้านลบเกินไปไหม แต่พอเจอสถานการณ์เมื่อวันก่อน ชัดเจนเลยว่าจองโฮซอกหลงเสน่ห์พี่ชายเขาเข้าเต็มๆ

 

               “เอางั้นก็ได้ครับ” ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจตอบตกลง “แต่วันนี้พี่จินไม่อยู่นะครับ ไปกันสองคนโอเคมั้ย?”


               “ไปกับนายก็ไม่เป็นไรนี่ ยังไงก็เรียนด้วยกันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ?”


               นัมจุนมองรอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ายที่เหมือนเดิม แบบเดียวกับตอนที่สอนเขาเต้นในสตูดิโอ พอเห็นแบบนี้แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนไปตรงไหน -- เขาอาจจะคิดมากเกินไปรึเปล่านะ?


               “จริงสิ อยู่อพาร์ทเม้นเดียวกันแบบนี้ก็มาซ้อมๆที่ห้องฮยองตอนว่างก็ได้นะ เผื่อว่าช่วงไหนยุ่งๆแล้วกลัวจะลืมท่าอะไรแบบนี้”


               “จะดีหรอครับ?” นัมจุนย้อนถาม จริงๆคือ จะดีหรอครับที่ชวนผมเข้าห้องแบบนี้ แต่จะให้พูดหมดนี่เดี๋ยวอีกฝ่ายก็ไหวตัวทันพอดี


               “ก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะ ไม่ได้เก็บค่าเรียนเพิ่มด้วย” จองโฮซอกหัวเราะเบาๆ “อยากมาก็มาแล้วกัน ถือว่าฮยองชวนเอง”


               รอยยิ้มใจดีของครูสอนเต้นทำให้นัมจุนรู้สึกเหมือนแก้มร้อนๆนิดหน่อย เขาหวังว่าสีผิวที่เข้มกว่าคนเกาหลีปกติจะช่วยอำพรางความเขินไว้ได้บ้าง “ขอบคุณนะครับ”


               “อา -- งั้นแบบนี้เราจะซื้อข้าวไปฝากจินฮยองด้วยดีมั้ย เผื่อว่าเขากลับมาหิวๆ นายว่าไง?”


               ดีใจยังไม่ทันสุด เจ้าตัวดีก็เปลี่ยนเรื่องคุยกลับไปที่คิมซอกจินอีกจนได้


               ไอ้พี่เวรนั่น ถ้าไม่ยอมจัดการเรื่องของตัวเองให้จบสักที เดี๋ยวคิมนัมจุนคนนี้จะเร่งเชื้อเพลิงให้พี่มันจัดการอะไรๆให้เร็วขึ้นเอง




++---------------------------------------------++


::TALK::

ขอเสียงคนรอหน่อยเคิ้บบบบ /กริบ----

จากตอนที่แล้วมีคนเดาถูก55555 จริงๆก็ไม่ได้วางเรื่องให้ซับซ้อนอะไร เดาปลายทางง่ายค่ะ แต่เนื้อเรื่องจริงๆมันอยู่ที่วิธีการจีบ555555555 

กลับมาหลังจากหายไปนานแบบนี้ ขอคอมเม้นให้ชื่นใจหน่อยนะคะเตง


ตอนนี้มี On going อยู่ 2 เรื่อง คือ ฟิคซักผ้าเรื่องนี้ กับ #พ่อมดของมังกร อีกเรื่องนึง ที่จะพยายามกลับมาอัพบ่อยๆ

ส่วน #ficLR กำลังค่อยๆจิ้มค่ะ เรื่องนั้นเขียนยากมาก (ก็ตามพลังศรัทธาของคนอ่านด้วยอ่ะค่ะ 55555555555) ก็นานหน่อย แต่ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ


เจอกันตอนหน้านะคะ จุ๊บๆ


TWITTER HASHTAG: #ม่อนโฮปซักผ้า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น

  1. #100 JH_PD (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 21:59
    ฮืออออ อย่าทำอะไรซอกจิ๊นนน 555555
    #100
    0
  2. #81 PAIDEFzeLiX (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 22:58
    /อมก ห่างหายไปนานมาก ไม่ได้มาตามอ่านเลยค่ะโอ้ก้อด โฮฮ แต่กลับมาแล้วก็ชุ่มชื่นหัวใจอยํเหมือนเดิมเลย TTTTT <3 <3 <3

    โหย นี่มันตอนแห่งการหึงเป็นฟืนเป็นไฟของนัมจุนแท้ๆเลยนะคะเนี่ย55555 โฮ55555 สงสารคุณคิมคนน้องแงแง ไม่น่าเลยพี่ชาย ทำไมทำกับผมแบบเน้ /เอาเลยค่ะมินิคิม(?) ราดเชื้อเพลิงลงไปเยอะๆเลยน.. *แค่ก*

    เอากันล่ะหนา จะเป็นยังไงต่อ เราคงต้องอ่านต่อแล้วค่ะเยส ฮึ่ย ต้องไปย้อนๆอ่านอีก ไม่ได้อ่านนานแล้วก็ลืมอะไรไปเกือบหมดเลยฮือ5555

    ป.ล. เอ แล้วถ้าคนซักที่มากับสภาพอากาศดีๆไม่ใช่พี่จินอย่างงี้ก็--- เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊---- 9w9
    ป.ล.2 อยากจะบอกว่ากลับมาอ่านแล้วชอบตอนนี้มาก นึกฉากแต่ละฉากออกมาเป็นคอมมิคได้เลยค่ะโฮ5555 ฉะหนุกๆ! <3
    #81
    0
  3. #79 เจ้าเหมียวพเนจร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 19:25

    พี่ก้าดูโหดอ่ะ 'มองไร' กัวแล้วค้าบ เหมือนแมวน้อยเลย พี่จินก็รีบๆมาจัดการนะ ก่อนที่ฮปบี้จะหลงเสน่ห์ไปมากกว่านี้ วงวารนัมจุน5555

    #79
    0
  4. #71 PupplezPG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 17:34
    ลุ้นพี่จินพี่ก้า พี่จินง้อให้สำเร็จนะ สาธุ
    #71
    0
  5. #68 Prim_kan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 23:01
    มีอะไรอีกแน่ๆ อยากจะบอกว่างานดี เดาทางแทบไม่ออก ดีใจไม่สุดอันนี้วงวาร55555555
    #68
    0
  6. #67 คู่ชิปคือนิพพาน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 01:16

    นี่อ่านคาแรคเตอร์นัมจุนเป็นคนมึนๆตัวสูงๆหน้านิ่งๆแล้วก็ฮาอ่ะ คุณครูจองจะหันไปทางไหนนี่ก็ยืนขวางไปซะหมด 55555555 


    ส่วนคุณคิมคนพี่กับคุณนักเขียนห้อง 505 นี่มันอะไรยังไงกันอ่ะคะ อยากรู้ววววววว

    #67
    0
  7. #66 Supikakan99 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 00:21

    ดีใจไม่สุดจริงๆจ้า 55555555555555 คิมคนพี่ได้คะแนนเฉยยย แปลว่าคนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่แท้จริงคือคิมคนน้อง

    #66
    0
  8. #65 ขี้ข้าพระอินทร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 00:16
    กลายเป็นคนเงอะงะที่จืดจางไปซะงั้นเลย เพราะซอกจินเชียว หล่อไม่รู้จักเวล่ำเวลา ฮ่าาาาา แบบนี้ก็ต้องพยายามหน่อยคุณนักเรียน จริงๆเจ้าตัวก็ดูไม่ได้ปิดกั้นอะไรนะ แต่เป็นแนวมองข้ามไปเลยแบบนั้นรึเปล่าก็ไม่รู้ 55555555 สู้ๆละกันคุณนักเรียน ไม่งั้นต้องผลักคุณพี่ชายปั่นเครื่องซักผ้าไปเล้ย 55555 แต่ยุนกิกับนัมจุนี่ยังไง สงสัยๆ รอตอนหน้าจ้าาาาา
    #65
    0
  9. #61 พึ่งณ้อยตัวหณึ่งณี้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 06:11
    กรี๊ดดดดดดด มาแล้ววว คิดถุงงง ขำนัมจุนอ่ะ หมั่นไส้พี่ตัวเองมากมั้ยที่คุณครูชอบพี่มากกว่า55555 งั้นก็รีบจีบเข้าาา ส่วนพี่ซอกจินอยากรู้จังเลยว่าจะจัดการเรื่องอะไรยังไง รออ
    #61
    0
  10. #60 pepper_amp84 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 13:17
    งื้อออ ความซื่อของโฮซอก น่ารักมากๆ ส่วนคุณนัมจุน ช่วยจีบเร็วๆเลย เดี๋ยวพี่ชายได้ใจคุณครูไปหมด อยากรู้เรื่องยุนกิเพิ่มด้วยค่ะ น่ารัก
    #60
    0
  11. #58 NNCK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 07:41
    วงวารนัมจุนจังค่ะ จะจีบเค้าแต่เค้าดันสนใจพี่ชายตัวเอง55555 ยุนกิกะจินนี่น่าจะมีความหลังกันมาก่อนรึเปล่า ขอบคุณสำหรับฟิกนะคะ
    #58
    0
  12. #57 NatBanCan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 07:26
    ร้องไห้ได้คิมนัมจุน เชิญ... เศร้าแทนมากมาก😂 รีบๆนะจ๊ะน้องง เดี๋ยวไม่ทันนา555555 สู้ๆค่าไรท์ รออ่านทุกเรื่องเลยค่ะ55555 แต่ยังไงต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะะ ห่วงไรท์เลิ้บๆ
    #57
    0