คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF] From The Hearts (Thai version) [SF] From The Hearts (Thai version) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Title: From the Hearts
Summary: 
What you say and what you feel maybe they are different things....

Part 1 ฝากดูแลแทนฉัน
Part 2 The Hardest thing
Part 3 儚い指先
Epilogue

เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 มี.ค. 55 / 15:44


Date finished: March 10, 2012
Date first post: March 11, 2012
Date post here: March 24, 2012
 
A/N:เป็นฟิคที่ไม่มีอะไร(ไม่มีอะไรเลยจริงๆ -.-“) แต่เพลงประกอบทำคนเขียนเจ็บจี๊ดๆ ที่ใจ
เปิดเพลงประกอบไป อ่านไปจะได้อารมณ์มากเลยค่ะ
 
Part 1 ฝากดูแลแทนฉัน
 
Tomohisa’s side
 
ก็อกๆ ๆ
 
‘ค่ะ สักครู่นะคะ’ เสียงร้องบอกของคนภายในห้องดังออกมาบอกให้คนที่อยู่ข้างนอกรู้ว่ากำลังจะมาเปิดประตูให้
 
“อ้าว ยามะพีนั่นเอง เข้ามาก่อนซิคะ จินยังไม่กลับมาเลยค่ะ บอกว่าวันนี้จะกลับค่ำหน่อย”
 
“อืม รู้แล้วล่ะเมสะจัง วันนี้ผมแวะมาเยี่ยมเฉยๆ น่ะ อาการเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย” ยามะพีถามขณะเดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น
 
“ก็ดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ ตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้มากนัก มันยังเหนื่อยง่ายอยู่เลยค่ะ ทำอะไรนิดหน่อยก็ง่วงนอนแล้ว”
 
“ก็อาการปกติของงคนท้องน่ะนะ ทนอีกนิดแล้วกัน อีกไม่นานอาการก็น่าจะหาย ......... แล้วนี่กำลังจะทำกับข้าวหรอ เดี๋ยวช่วยนะ” ยามะพีที่เดินเอาของที่ซื้อมาฝากมาเก็บในห้องครัวให้ แล้วเหลือบไปเห็นของที่วางอยู่เต็มไปหมดในห้องครัว
 
“ไม่เป็นไรค่ะ ทำแค่นิดหน่อยเอง” เมสะตอบอย่างเกรงใจ
 
“ไม่เป็นไรหรอก ช่วยกันทำนี่แหละ จะได้เสร็จเร็วๆ ไง อีกอย่างเมสะจะได้พักบ้างไง จะได้ไม่เหนื่อย กำลังท้องกำลังไส้อยู่” ยามะพีหันไปยิ้มให้
 
“งั้น...ขอบคุณนะคะ” เมสะตอบอย่างเกรงใจ
 
ทั้งสองคนช่วยกันทำกับข้าวอยู่ในครัว จากที่เมสะตั้งใจว่าจะทำเพียงไม่กี่อย่าง กลับมีเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่างเลยทีเดียวด้วยเหตุผลของยามะพีที่ว่า
 
‘อันนี้จินชอบ’
‘อันนี้อร่อยดีนะ’
‘อันนี้ช่วยบำรุง เด็กจะได้แข็งแรง’
‘ทำอันนั้นด้วยดีกว่า จินไม่ได้กินมาตั้งนานแล้ว’
และอีกหลายเหตุผลที่เกี่ยวกับจินทั้งนั้น
 
“ยามะพีเนี่ยทำกับข้าวเก่งเหมือนกันนะคะ” เมสะหันมาชมหลังจากกับข้าวเสร็จเกือบทุกอย่างแล้ว
 
“เมสะคิดว่าใครเป็นคนทำกับข้าวกันล่ะตอนที่ผมอยู่กับหมอนั่นน่ะ รายนั้นไม่มีทางทำเองเด็ดขาดถ้าไม่จำเป็น เวลาหิวก็ออกไปหาของกินข้างนอกทุกที”
 
“จริงด้วยนะคะ” เมสะยิ้มรับคำบอกเล่าของยามะพี สามีเธอเป็นเช่นนั้นจริงๆ
 
“กินตามร้านน่ะ มันอร่อยก็จริงนะ แต่ว่าอาหารแบบ Home made น่ะ ยังไงก็ดีกว่าไม่ใช่หรอ เมสะจังก็ควรจะหัดทำอาหารให้เก่งกว่านี้นะ อีกหน่อยไม่ใช่แค่จินคนเดียวแล้วที่เมสะต้องทำอาหารให้” ยามะพีว่าต่อ หันมายิ้มให้
 
“ก็กำลังพยายามฝึกทำอยู่เหมือนกันค่ะ แต่มันไม่ถนัดเลย”
 
“ฝึกทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองแหละน่า”
 
“ค่ะ”
 
“อืม แล้วนี่ซื้อขนมเก็บไว้บ้างรึเปล่า ไอ้อ้วนนั่นยิ่งชอบกินขนมอยู่ด้วย” ยามะพีเดินไปเปิดตู้เย็น มองสำรวจแล้วถามขึ้น
 
“ไม่ค่อยมีหรอกคะ ซุปเปอร์ก็ไปค่อยได้ไปเอง จินก็ไม่ค่อยว่างด้วย”
 
“จริงซินะ” สภาพแบบนี้จะปล่อยให้ไปเดินซื้อของเองคนเดียวได้ยังไง “งั้น ถ้าได้ไปซื้อหรือเวลาฝากใครไปซื้อนะ ............... ลองซื้อของของพวกนี้มาเก็บไว้ในตู้นะ จินมันชอบกิน” ยามะพีก้มลงเขียนรายการยุกยิกๆ ใส่กระดาษแล้วยื่นให้เมสะ
 
“ไป ยกกับข้าวไปตั้งบนโต๊ะกันเถอะ จะได้เวลาจินกลับแล้วนิ” ยามะพีว่า พลางยกกับข้าวที่เพิ่งทำเสร็จทยอยมาวางบนโต๊ะ จัดเรียงให้เรียบร้อย
 
“เมสะจังนี้จัดบ้านเป็นระเบียบดีเนอะ ดีจังเลย คนแต่งงานแล้วเนี่ย มีภรรยาคอยจัดบ้านให้เป็นเรียบร้อยเป็นระเบียบ”
 
“ไม่ถึงอย่างงั้นหรอกค่ะ  ชั้นอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ออกไปทำงานอย่างเมื่อก่อนก็เลยมีเวลาจัดของ”
 
“แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ จินน่ะขี้ลืมจะตาย ถ้าบ้านรกๆ ก็หาของไม่เจอกันพอดี แต่ก่อนนะ ผมกับคุณแม่ต้องวิ่งวุ่นหาของที่จินลืมไว้ ห้องก็รก แถมเจ้าตัวก็ลืมอีกว่าของที่ว่านั้นเก็บเอาไว้ตรงไหน เป็นงี้ประจำเลย” ยามะพีบ่น
 
“เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่นะคะ งานเขาบางทีก็กองๆ ไว้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาอันไหน”
 
“แก้ไม่หายจริงๆ ซินะ โรคเนี้ย .... นี่ แล้วตอนเช้ามันก็ยังตื่นยากอยู่ใช่มั้ย”
 
“ค่ะ ปลุกกันตั้งนานกว่าจะยอมตื่น นาฬิกามีกี่เรือนก็ไม่ช่วยเลย”
 
“อืม จินมันนอนกินบ้านกินเมือง แถมตื่นยากจริงๆ นั่นแหละ แต่ก่อนนะ ขนาดผมนั่งทับบนตัวมัน มันยังไม่ยอมตื่นเลย นอนเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ยามะพีเล่าถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนให้ฟัง
 
“จริงหรอคะ แล้วทำยังไงถึงจะปลุกจินได้” เมสะถาม เผื่อจะได้เอาไปใช้ปลุกจินมั่ง
 
“ถีบมันให้ตกเตียง” ยามะพีพูดจบก็หัวเราะใหญ่ ส่วนเมสะนั่งทำหน้าตกใจ
 
“ผมไม่ได้หมายความว่าให้เมสะทำหรอกนะ” ดูซิ เมสะตัวก็นิดเดียว แถมยังท้องด้วย ถีบยังไงจินก็คงไม่ตกเตียงหรอก ตัวหนักอย่างกับอะไร “เก็บไว้เป็นมาตรการขั้นสุดท้ายเวลามันไม่ตื่นจริงๆ ก็แล้วกัน”
 
“เวลาปลุกมันก็เขย่าตัวมันแรงๆ แล้วกัน มันทนไม่ไหวเดี๋ยวกันก็ตื่นเองแหละ แต่วิธีการปลุกที่ดีที่สุดคือ เสียงคุณแม่ รับรองจินตื่นชัวร์ วันหลังผมจะเอานาฬิกาปลุกที่อัดเสียงคุณแม่มาฝาก รับรองจะไม่มีปัญหาเรื่องปลุกไม่ตื่นอีกต่อไป”
 
เมสะหัวเราะและพยักหน้าตอบรับ
 
“กี่โมงแล้วเนี่ย .. อ๊ะ.. วันนี้ผมกลับก่อนนะ แล้ววันหลังจะมาใหม่”
 
“อ้าว ไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนหรือคะ เดี๋ยวจินก็จะกลับมาแล้ว”
 
“ไม่ล่ะ วันนี้มีงานต่อน่ะ” ยามะพีว่า แล้วลุกเดินไปทางประตู
 
และขณะที่กำลังเปิดประตูออกไป ยามะพีก็หันไปหาเมสะที่ยื่นส่งเขาอยู่
 
“เมสะจัง ฝากจินด้วยนะ รายนั้นถึงแม้จะมีข้อเสียไปบ้าง ชอบทำตัวเป็นเด็ก ชอบเอาแต่ใจไปหน่อย แต่หมอนั่นเป็นคนดีนะ ต้องเป็นพ่อที่ดีของเด็กคนนี้ได้แน่นอน”
 
“ค่ะ ชั้นจะดูแลจิน และเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเลยค่ะ”
 
.
.
 
ยามะพีกลับไปแล้ว
 
เมสะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ มองดูอาหารที่เตรียมไว้
 
ทำไมเธอจะไม่รู้ว่า ยามะพีมาทำไม ดูซิ อาหารตั้งมากมาย มีแต่ของที่จินชอบกินทั้งนั้น แล้วยังรายการของที่ยามะพีเขียนให้อีก ยามะพีเป็นห่วงจินมาก เธอรู้
 
ตอนนี้ยังมีหลายๆ เรื่องที่เธอรู้เกี่ยวกับสามีน้อยกว่าเพื่อนสนิทที่คบกันมากว่าครึ่งชีวิตอย่างยามะพี แต่เธอสัญญากับยามะพีในใจเลยว่า จะเรียนรู้และจะดูแลจินให้ดีที่สุด ไม่ให้ใครต้องผิดหวังอย่างแน่นอน
 
ตัดใจอย่างไรให้ขาด กับคนที่เคยแคร์
สุดท้ายก็คงแล้วแต่ ถ้าเขาจะไป
อยากทำให้ดีที่สุด ก็รู้ต้องทำใจ
เมื่อฉันเป็นคนที่เขาไม่ต้องการ
 
ถึงฉันจะดึงเขาไว้ได้นาน ต้องการเขาเท่าไร
ยิ่งยื้อยังไง ยิ่งรั้งยังไง ยิ่งแพ้
ฝากดูแลผู้ชายคนนี้สักคน เหมือนฉันดูแล
อยากให้เธอคอยแคร์ รักและจริงใจทุกๆนาที
รักเขาให้มากอย่างฉัน ฉันรู้เธอทำได้ดี
บอกเขาให้ที ว่าคนอย่างฉันยอม ตัดใจ
 
กอดเขาให้เขาได้อุ่น ก่อนนอนทุกๆคืน
จูบเขาเวลาเขาตื่น ที่แก้มเบาเบา
สบตาเขาแทนฉันหน่อย บอกรักเขาทุกคราว
ให้มีชีวิตที่ผ่านไปด้วยดี
 
ถึงฉันจะดึงเขาไว้ได้นาน ต้องการเขาเท่าไร
ยิ่งยื้อยังไง ยิ่งรั้งยังไง ยิ่งแพ้
ฝากดูแลผู้ชายคนนี้สักคน เหมือนฉันดูแล
อยากให้เธอคอยแคร์ รักและจริงใจทุกๆนาที
รักเขาให้มากอย่างฉัน ฉันรู้เธอทำได้ดี
บอกเขาให้ที ว่าคนอย่างฉันยอม ตัดใจ
 
ถึงฉันจะดึงเขาไว้ได้นาน ต้องการเขาเท่าไร
ยิ่งยื้อยังไง ยิ่งรั้งยังไง ยิ่งแพ้
ฝากดูแลผู้ชายคนนี้สักคน เหมือนฉันดูแล
อยากให้เธอคอยแคร์ รักและจริงใจทุกๆนาที
รักเขาให้มากอย่างฉัน ฉันรู้เธอทำได้ดี
บอกเขาให้ที ว่าคนอย่างฉันยอม ตัดใจ
 
~ฝากดูแลแทนฉัน - มาลีวัลย์ เจมีน่า~
 
A/N: part แรกมาจากสิ่งที่คนเขียนอยากจะบอกเมสะ ฝากดูแลจินดีๆ นะ ดูแลจินให้ดีๆ ถึงไม่ได้รักจินที่สุด แต่ก็ห่วงจินมาก เห็นจินมาตั้งแต่จินยังอายุแค่ 15-16 อยากให้จินมีความสุข
 
พี.เอส. 1 พอดีไปรู้มาว่าเมสะทำอาหารไม่เป็น แต่มันก็นานแล้ว เดี๋ยวนี้คงเป็นแล้วมั้ง
พี.เอส. 2 จะมีใครว่าคนเขียนว่าแก่มั้ยคะ ดูเลือกมาแต่ละเพลง คนเขียนไม่แก่นะ อายุน้อยกว่ามะพีอีก (น้อยกว่าซักเท่าไหร่กันเชียว (¬.¬))
 
Part 2 The Hardest thing
 
Jin’s side
 
“ただいま!!” เสียงตะโกนของจินร้องบอกคนที่รออยู่ในบ้าน
 
“กลับมาแล้วหรอคะ วันนี้งานเป็นยังไงบ้างคะ”
 
“อาจจะต้องบินไปที่โน่นซักพักนึงน่ะ ไปด้วยกันมั้ย”
 
“อยากไปนะ แต่คงไม่ดีมั้งคะ คนท้องนั่งเครื่องบินไปบินมาบ่อยๆ”
 
“อืม นั่นซินะ แล้ววันนี้เป็นไงบ้าง แพ้มากมั้ย”
 
“วันนี้ลูกเป็นเด็กดีค่ะ เลยไม่ค่อยแพ้เท่าไหร่ หิวรึยังคะ จะทานข้าวเลยมั้ย กับข้าวเสร็จแล้ว”
 
“กำลังหิวเลย วันนี้มีอะไรบ้างล่ะ”
 
“วันนี้มีเยอะแยะเลยค่ะ ดูซิคะ ของชอบทั้งนั้นเลยด้วย” เมสะเดินนำจินมาที่โต๊ะ เปิดกับข้าวแต่ละอย่างให้ดู
 
“เต็มเลย วันนี้ทำไมขยันทำเป็นพิเศษเลยล่ะ” หันมาถามภรรยาอย่างแปลกใจ
 
“ไม่ได้ทำเองทั้งหมดหรอกค่ะ วันนี้ยามะพีมาช่วยทำด้วย”
 
“เอ๊ะ” ...พี... “พีมาด้วยหรอ แล้วพีอยู่ไหนแล้วล่ะ” เงยหน้าขึ้นมาหา ตั้งแต่เข้าบ้านมาก็ยังไม่เห็นเลยนี่หน่า
 
“กลับไปซักพักก่อนจินกลับมาแป็บเดียวเองค่ะ เห็นบอกว่ามีงานต่อน่ะ”
 
“หรอ” ทำไมไม่อยู่รอชั้นก่อนหล่ะพี
 
“ทานข้าวเถอะคะ เดี๋ยวจะเย็นซะหมด”
 
“อื้ม”
 
.
.
 
....เมื่อเดือนมกราคม....
 
‘พี.....ชั้นมีเรื่องจะบอก’
 
‘ฮือ อะไรหรอจิน’ ยามะพีหันมามองจิน แต่แล้วก็ต้องถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าของจิน
 
‘จิน เป็นอะไรรึเปล่า หน้าตาไม่ดีเลย’
 
‘พี....ชั้น.....ชั้นจะแต่งงาน!’
 
‘ห๊ะ อะไรนะ พูดอะไรน่ะ ล้อเล่นใช่มั้ยจิน’ ยามะพีในตอนนี้นั้นยิ่งกว่าตกใจซะอีก
 
‘ชั้นพูดจริงๆ พี ชั้นจะแต่งงาน...........เมสะท้อง’
 
ยามะพียืนจ้องจิน ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ใครก็ได้บอกเขาที่ว่านี่มันไม่จริง นี่มันแค่ฝันร้าย เขาจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า จินจะไม่ไปแต่งงานกับใครที่ไหน
 
จินเห็นยามะพีนิ่งไป ในดวงตากลมโตคู่นั้นที่เขาชอบมองนักหนากำลังเอ่อไปด้วยน้ำใสๆ จินอยากจะปลอบ อยากเช็ดน้ำตาให้เหมือนที่เคย แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว  มันสายไปแล้ว และทั้งหมดมันเป็นความผิดเขาเอง
 
‘ตอนนี้ชั้นหาห้องได้แล้ว ห้องเนี้ยใหญ่กว่าห้องที่ชั้นกับนายเคยอยู่พอสมควรเลย มันกว้างพอจะเลี้ยงลูกได้ และเรา..ชั้นกับเมสะกำลังจะย้ายเข้าไปอยู่’
 
จินจะรู้มั้ยว่า แต่ละคำที่พูดอกมา มันเหมือนกับมีดที่กรีดลึกในใจของยามะพี แต่ยามะพีก็ได้แต่นิ่งฟังจิน
 
‘เดี๋ยวชั้นจะพาเมสะไปหาพ่อกับแม่ ถ้าแม่รู้ว่ากำลังจะได้หลานคงจะดีใจ ในที่สุดก็ได้เป็นย่าก่อนอายุ 45’ จินพูดไปก็หลบตายามะพีไป ไม่กล้าสบตาคู่นั้น ดวงตาที่บ่งบอกถึงความเสียใจอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
 
‘พี......ขอโทษนะที่ทำให้เสียใจ แต่เรื่องระหว่างเราคง.......’
 
‘ชั้นเข้าใจ จิน ชั้นเข้าใจ’
 
‘ขอโทษจริงๆ นะพี’
 
ยิ่งจินพูดว่าขอโทษยามะพีก็ยิ่งเจ็บ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็แทบจะกลั้นไม่อยู่
 
‘ไม่ต้องขอโทษแล้วล่ะจิน มันเป็นสิ่งที่ผู้ชายควรต้องทำ’
 
‘พี...’ จินกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
 
.....RRRRRRRRRRRRRRRR……..
 
‘ครับ.......................... ครับ................... เดี๋ยวผมเข้าไป’ คุยจิบจินก็วางโทรศัพท์ไป แล้วหันมาบอกยามะพี
 
‘โทรมาตามเรื่องงานน่ะ ชั้นต้องไปก่อนนะพี’ จินค่อยลุกขึ้น แล้วหันหลังเดินกลับออกไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงยามะพีเรียกไว้
 
‘จิน........เมสะเป็นคนดีนะ ดูแลเธอกับลูกดีๆ ล่ะ’ เสียงที่บอกสั่นอย่างเห็นได้ชัด
 
‘อื้ม’ จินรับคำ แต่ไม่หันกลับไปมองยามะพี ตัวเขาเองก็พยายามอดกลั้นไว้เหมือนกัน แข็งใจแล้วเดินต่อไป
 
‘มีความสุขนะจิน’ เสียงยามะพีเอ่ยขึ้นแผ่วเบาหลังเห็นจินเดินห่างออกไปเรื่อยๆ เขาจ้องมองแผ่นหนังนั้นนิ่ง เจ้าของแผ่นหนังนั้นจะไม่มีวันหันกลับมาอีกยามะพีรู้
 
.
.
 
จากวันนั้นจนวันนี้ จินแทบจะไม่ได้พูดคุยกับยามะพีเลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยาก แต่ทำไม่ได้ตั้งหากล่ะ ยิ่งยามะพีเห็นเขา ยามะพีก็จะยิ่งเสียใจ
 
“จินคะ จิน” เสียงของเมสะเรียกทำให้จินหลุดจากความคิดของตัวเอง
 
“เป็นอะไรรึเปล่าคะ”
 
“ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดอะไรไปเรื่อยเท่านั้นเอง นี่ก็ดึกแล้ว ไปนอนเถอะนะ ต้องพักผ่อนเยอะๆ รู้มั้ย”
 
“ค่ะ จินก็อย่านอนดึกนักนะคะ” เธอบอกก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป ปล่อยให้จินอยู่เพียงลำพังในห้อง
 
“พี...” ไม่ใช่ไม่รัก แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้แล้ว จินเพียงได้แต่หวังว่าจะมีคนมาดูแลยามะพีแทนเขา เพราะเขาไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้อีกแล้ว....
 
We both know that I shouldn't be here
This is wrong
And baby it's killing me, it's killing you
Both of us trying to be strong
 
I've got somewhere else to be
Promises to keep
Someone else who loves me
And trusts me fast asleep
 
I've made up my mind
There is no turning back
She's been good to me
And she deserves better than that
 
It's the hardest thing I'll ever have to do
To look you in the eyes
And tell you I don't love you
It's the hardest thing I'll ever have to lie
To show no emotion when you start to cry
 
I can't let you see what you mean to me
When my hands are tied and my heart's not free
We're not meant to be
 
It's the hardest thing I'll ever have to do
To turn around and walk away
Pretending I don't love you
 
I know that we'll meet again
Fate has a place and time
So you can get on with your life
I've got to be cruel to be kind
 
Like Dr. Zhivago
All my love I'll be sending
And you will never know cuz
There can be no happy ending
 
It's the hardest thing I'll ever have to do
To look you in the eyes
And tell you I don't love you
It's the hardest thing I'll ever have to lie
To show no emotion when you start to cry
 
I can't let you see what you mean to me
When my hands are tied and my heart's not free
We're not meant to be
 
It's the hardest thing I'll ever have to do
To turn around and walk away
Pretending I don't love you
 
I've made up my mind
There is no turning back
She's been good to me
And she deserves better than that
 
It's the hardest thing I'll ever have to do
To look you in the eye
And tell you I don't love you
It's the hardest thing I'll ever have to lie
To show no emotion when you start to cry
 
I can't let you see what you mean to me
When my hands are tied and my heart's not free
We're not meant to be
 
It's the hardest thing I'll ever have to do
To look you in the eyes
And tell you I don't love you
It's the hardest thing I'll ever have to lie
To show no emotion when you start to cry
 
~The hardest thing – 98 Degree~
 
Part 3儚い指先 + Epilogue
 
.....RRRRRRRRRRRRRRRR……..
 
“อ๊ะ” ยามะพีอุทานออกมา พอเห็นว่าเป็นใครโทรเข้ามาก็ดีใจ เพราะไม่บ่อยนักที่เพื่อนคนนี้จะโทรมาหา ก็คนเขางานยุ่งนี่เนอะ
 
“ว่าไง คาเมะ”
 
‘พี วันนี้ว่างมั้ย จะชวนไปกินข้าวกัน’ เสียงคาเมะกรอกมาตามสาย
 
“ว่างๆ ไปที่ไหนดี” ชวนไปกินเนี่ย อย่างยามะพีไม่มีทางพลาดอยู่แล้ว
 
‘ร้านเดินที่ไปคราวที่แล้วมั้ย’
 
“ก็ดีนะ ร้านนั้นยังมีอีกตั้งหลายอย่างที่ชั้นอยากกิน”
 
‘ฮะๆๆ งั้นร้านนั้นก็แล้วกัน ..... จะให้ไปรับมั้ยพี’ คาเมะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้ยินคำตอบของคนชอบกินอย่างยามะพี ก่อนจะถามเพราะรู้ว่ายามะพีไม่ค่อยจะขับรถไปไหนมาไหน เขาไปรับจะได้ไม่ต้องขึ้นรถไฟ
 
“ไม่ต้องหรอกคาเมะ เดี๋ยวชั้นไปเองดีกว่า คาเมะจะได้ไม่ต้องวนมารับ คือ..ชั้นอยู่ในเมืองน่ะ ไม่ได้อยู่ที่บ้านหรือที่บริษัท จะได้ไม่เสียเวลา”
 
‘ครับ งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ร้านนะ’
 
“อื้ม” ขานรับก่อนจะวางโทรศัพท์ไป ดีใจ นานๆ จะได้ไปกินข้าวกับคาเมะซะทีนึง
 
.
.
 
“อิ้มม อร่อย คาเมะไม่ลองบ้างหรอ” 
 
“ไม่ล่ะ” ตอบยิ้มๆ “แค่เห็นนายกิน ชั้นก็อิ่มแล้ว”
 
“เอ๊ะ คาเมะนี่ ว่าชั้นหรอ” ตาโตตวัดขึ้นมามองค้อน
 
“เปล๊า ชั้นไม่ค่อยหิวน่ะ แค่นี้ก็อิ่มแล้ว” คาเมะชี้อาหารจานที่ตัวเองกำลังกินอยู่
 
“ชิ ถึงชั้นจะกินเยอะ ชั้นก็ไม่อ้วนก็แล้วกัน”
 
“จ๊ะ คนผอมบาง งั้นก็กินเข้าไป โน่น ที่นายสั่งมาอีกอย่างนึงแล้ว” คาเมะพยักหน้าไปทางข้างหลังยามะพีที่พนักงานกำลังยกอาหารมาเสริฟ
 
“อ๊ะ มาแล้วๆ”
 
คาเมะได้แต่นั่งมองยามะพีที่กำลังกินข้าวอย่างร่าเริง แต่ในสายตาเขา บางอย่างมันไม่ใช่ บางอย่างมันบอกเขาว่า รอยยิ้มที่เขาเห็นอยู่นี้ ไม่ได้ออกมาจากใจ มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบที่เขาเคยเห็น รอยยิ้มแบบนี้เขาเพิ่งเห็นตอนมีข่าวของจิน จะทำยังไงเขาถึงจะได้เห็นยิ้มแบบเดิมอีกนะ.....
 
.
.
 
“อิ่มจังเลย คืนนี้ต้องนอนหลับฝันดีแน่ๆ”
 
“.........”
 
“คาเมะมีอะไรหรอ มองชั้นทำไม”
 
“เอ่อ...คืนนี้ไม่กลับบ้านได้มั้ย ไปเที่ยวด้วยกันก่อน”
 
“ไปเที่ยว ไปที่ไหนอ่ะ” วันนี้คาเมะเป็นอะไร แปลกๆนะ
 
“ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมทะเลกัน นะ”
 
“เอ๊ะ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วพรุ่งนี้คาเมะไม่มีงานหรอ” นึกยังไงมาชวนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเนี่ย
 
“มี แต่ตอนนี้ก็ดึกแล้วใช่มั้ยล่ะ ถ้าขับรถไป พอถึงทะเล รอไม่นานพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว แล้วชั้นก็ขับรถกลับมาส่งนายแล้วก็ไปทำงานไง นะไปด้วยกัน ชั้นอยากดูพระอาทิตย์ขึ้น”
 
“อื้ม ไปก็ไป” ยามะพีลังเลอยู่ครู่นึงก่อนจะตอบตกลง
 
คาเมะค่อยๆ ขับรถมาถึงชายทะเล ไม่ได้รีบร้อนอะไร มีเวลาทั้งคืนกว่าจะเช้า ระหว่างทางก็แวะซื้อเสบียงมาด้วย
 
“นี่ คาเมะ” ระหว่างที่นั่งรอพระอาทิตย์อยู่นั้น ยามะพีก็พูดขึ้น
 
“หือ?”
 
“ชั้น....ไปหาเมสะมาด้วยล่ะ แต่ตอนนั้นจินไม่อยู่บ้าน”
 
“.........”
 
“ท้องใหญ่ขึ้นมากเลยนะ เด็กคนนั้นต้องแข็งแรงแน่ๆ เลย” พูดไปก็เหม่อมองออกไปยังท้องทะเลที่ยังมืดสนิทอยู่
 
“พี....”
 
“อยากเห็นหน้าหลายไวๆ จังเลย จะหน้าเหมือนพ่อรึแม่กันนะ”
 
“ยามะพี....”
 
“ชั้น...ไม่ร้องไห้เพราะเรื่องนี้อีกแล้วล่ะ ชั้นต้องโตขึ้น ต้องเป็นผู้ใหญ่ เพราะชั้น.....เพราะชั้นจะไม่มีจินมาอยู่ข้างๆ เหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว”
 
คาเมะคว้ามือข้างหนึ่งของยามะพีขึ้นมาจับไว้ แล้วมองสบตากับคนตาโต
 
“มือข้างนี้ที่จินดูแลมาตลอด.............จากนี้ไปเป็นชั้นได้มั้ย...ที่จะทำหน้าที่นั้นแทนจิน......”
 
“.........”
 
“ชั้นไม่ได้จะมาแทนที่จินหรอกนะ ไม่มีใครแทนที่จินได้ ชั้นรู้ .... ชั้นแค่อยากเป็นคนที่ได้ดูแลพี”
 
“.........”
 
“ชั้น...อยากเห็นพียิ้มอีกครั้ง....อยากเห็นรอยยิ้มที่สดใส ยิ้มทั้งปาก ทั้งตา และทั้งใจ.......ให้โอกาสชั้นได้มั้ย..พี.............”
 
ยามะพีไม่ได้ตอบอะไรออกมา เพียงแต่มองสบตากับคาเมะนิ่ง
 
เบื้องหน้าของทั้งสองคน คือพระอาทิตย์ดวงโตที่กำลังทอแสงมาจากเส้นขอบฟ้า บ่งบอกถึงเวลาเช้า เวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่
 
มันอาจจะใช้เวลา แต่คาเมะมั่นใจ ว่าซักวันเขาจะทำให้รอยยิ้มนั้นกลับคืนมาได้แน่นอน
 
.
.
 
หลังจากคืนนั้นทั้งคู่ก็กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ งานยุ่งกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็มีบางสิ่งที่ต่างออกไปนะ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
นั่นคือ..
 
คาเมะรับโทรศัพท์บ่อยขึ้น บางทีถ้าผู้จัดการอยู่ด้วยก็จะฝากมือถือไว้กับผู้จัดการ แล้วบอกว่า ถ้า “ใครบางคน” โทรมาให้บอกว่าเขาจะรีบโทรกลับทันทีที่ได้พัก
 
และอีกอย่างที่สร้างความประหลาดใจให้กับคุณผู้จัดการคือ คาเมนาชิ คาซึยะ ถามหาวันหยุด! คนที่ปกติทำงานตั้งแต่เช้าจรดดึกแบบไม่บ่นซักคำ กำลังถามหาวันหยุด มันเกิดอะไรขึ้นกัน
 
อนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นไม่มีใครรู้หรอก แต่ ณ วันนี้ ตอนนี้ทั้งสองคนค่อยๆ ปรับตัว สิ่งที่มีวันนี้จะพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่นั้น ขึ้นกับใจสองดวงนี้เท่านั้น......
 
YOU FEEL ALL ALONE YOU HAVE LOST THE SMILE
街角で孤独に咲いてる キミを見た
 
愛していい? YOU IGNORE ME
BUT I LOVE YOU MORE YOU JUST TALKED TO ME
BE STILL MY HEART 哀しみでBLUEに染まった花だから
 
LET ME KNOW 冷めたKISSをCOATINGして 永遠を信じてた
やるせない記憶が 閉ざすキミの胸
WHAT WILL I DO? 左耳にRINGTONEだけ鳴り響く 一人の部屋
儚いFORGET-ME-NOT 摘み取りたい SHOW ME YOUR SMILE AGAIN
 
YOU ARE IN THE PAST YOU HAVE LOST THE LOVE
歩道の向こう側 季節を越えてくの?
 
愛したいよ YOU'RE THE ONLY ONE
SO I LOVE YOU MORE I JUST TALK TO YOU
OPEN YOUR HEART 切なさで心は枯れてほしくない
 
LET ME KNOW 「会えないよ」ってTWEETINGして 溜め息で誤魔化した
わからない約束 閉ざすキミの未来
WHAT WILL I DO? 甘い嘘にMOONLIGHTだけ気づいてた あの夜を
彷徨うFORGET-ME-NOT 摘み取りたい SHOW ME YOUR SMILE AGAIN
 
叶わない想いに たったひとつだけ
I'M WAITING FOR YOU 遠くても
ただキミのそばに IN MY MIND
 
LET YOU GO 片方の夢をFILINGして 永遠と呼んでいた
ほどけない指先 僕に預けてよ
WHAT WILL I DO? 左耳にRINGTONEだけ鳴り響く 一人の部屋
儚いFORGET-ME-NOT 摘み取りたい SHOW ME YOUR SMILE AGAIN
 
~儚い指先  KAT-TUN~
 
Epilogue
 
……ปิ๊ป……ปิ๊ป……ปิ๊ป......
 
เสียงเตือนจากโทรศัพท์บ่งบอกว่ามีคนส่งเมล์เข้ามา จินจึงละจากงานที่ทำอยู่หันมาคว้ามือถือที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาดู และเมื่อเห็นชื่อคนส่งก็ขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อย เพราะเจ้าของเบอร์นี้แทบไม่เคยติดต่อเขาเลยในระยะปีหลังๆ นี่ แต่ก็นะ ตัวจินเองก็ใช่ว่าจะติดต่อไป
 
Subject: Untitled
 Sender: K.Kazuya
 Attach: 000658132.jpg
 
ในเมล์นั้นมีรูปของคนที่จินแสนคุ้นเคยกำลังยิ้มอย่างสดใส รอยยิ้มแบบที่เขาไม่ได้เห็นมานาน โดยมีฉากหลังเป็นท้องทะเลสีฟ้าใส พร้อมด้วยข้อความสั้นๆ จากคนที่ส่งเมล์มาว่า
 
‘พียิ้มแล้วนะจิน ยิ้มได้แล้ว’
 
จินเข้าใจความหมายนั้นได้ในทันที่ว่า คาเมะกำลังบอกอะไรกับเขา
 
....ไม่ต้องห่วงแล้วนะ จิน....ชั้น..จะดูแลพีเอง....
 
.
.
.
 
THE END
 
A/N: คนเขียนแค่อยากให้ใครอยู่เป็นเพื่อนยามะพี เพราะพีขี้เหงามาก แล้วพอดูจาก priority ยามะพีที่ตั้งคาเมะไว้สูงพอสมควรเลย สูงขนาดที่ว่ายามะพีชิ่งเมมเบอร์ NEWS (คิดว่าเป็นโคยามากับชิเงะ) ไปหาคาเมะได้อย่างไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ คนเขียนก็เลยเลือกคาเมะนี่แหละ

ผลงานอื่นๆ ของ sora-kumo

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น