ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 8 : บทที่ 8 ขาดแคลนไม่ยากแค้นเท่าขาดน้ำใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,529 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

“นี่คือเมืองอันซุยหรือ” เจียงเลี่ยงหลินเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่เชื่อสายตา ในความทรงจำของเจ้าของร่าง ไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนี้มากนัก เพราะตอนที่เดินทางไปเมืองหลวงเพื่อแต่งให้กับตวนอ๋อง นางใช้ชีวิตส่วนใหญ่จดจ่ออยู่กับเรื่องของเขา จึงไม่มีแก่ใจจะรับรู้อะไรนอกจากการทบทวนตำราว่าด้วยจรรยามารยาทบนรถตามลำพัง เพื่อที่จะเตรียมตัวเป็นสตรีที่เพียบพร้อมสำหรับเขาให้ได้


นึกถึงนิยาม “สตรีผู้เพียบพร้อม” ในมโนคติของเจ้าของร่างแล้วก็ถึงกับกุมขมับ จนถึงปัจจุบันนี้ แม้ไส้ในจะเปลี่ยนไปแล้วนางก็ยังสามารถรื้อฟื้นหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยา[1]ได้ ช่างน่าสยดสยองเสียเหลือเกิน น่ากลัวว่านางจะไม่เข้าเกณฑ์สตรีที่ใช้ได้ของโลกนี้เสียแล้ว


“ช่างน่าแปลกเหลือเกินเจ้าค่ะ เหตุใดจึงมีขอทานและคนเร่ร่อนเยอะปานนี้” สำหรับเมืองอันซุยแห่งนี้ น่าตกใจดั่งที่จิ่งหลิวว่า เพียงมองผ่านออกไปก็เห็นกลุ่มคนไร้บ้านอยู่แทบทุกหัวมุมถนนแล้ว ช่างไม่สมกับเป็นเมืองศูนย์รวมแห่งการค้าขายอันมั่งคั่งในจินตนาการเอาเสียเลย และยิ่งไม่น่ามองเมื่อเห็นละครฉากขับไล่ขอทานจากร้านรวงต่าง ๆ ประปรายตลอดทาง


“พี่ชาย ขอเซาปิ่ง[2]ให้ข้าสักแผ่นเถอะ ข้าหิวเหลือเกิน” ขอทานน้อยผู้นั้นกล่าวอย่างน่าเวทนา แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการที่ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้นเถ้าแก่ร้านกลับยกไม้ขึ้นข่มขู่แล้วฟาดออกไป กลุ่มคนเร่ร่อนแตกฮือ เกิดเสียงดังขึ้นระรอกหนึ่งก่อนจะจางหาย ทุกอย่างบนท้องถนนกลับคืนสู่วิถีอันสงบราวกับไม่เคยเกิดเหตุการณ์ก่อนหน้า


คิ้วเรียวดั่งกิ่งหลิวขมวดลง นี่ดูไม่ใช่บรรยากาศที่จะทำให้นางรู้สึกยินดีเมื่อได้เห็น “พี่ไห่คนพวกนั้น


“ขอรับ” ไม่ต้องรอให้นายหญิงของตนสานต่อจนจบประโยค ป๋าไห่เองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ร่างใหญ่โตจึงบังคับรถม้าไปใกล้กลุ่มคนเหล่านั้น แต่ก็ไม่มีร่างไหนอยู่ให้สอบถาม ทุกคนต่างหลบหลี้หนีแยกย้ายกันไปราวกับพบปีศาจ


เจียงเลี่ยงหลินเห็นดังนั้นจึงได้แต่ลอบถอนใจ “ช่างเถิดไม่ต้องตามแล้ว”


รถม้าของทั้งสามจึงค่อย ๆ เคลื่อนไปยังเป้าหมายเดิมคือย่านร้านค้าเพื่อหาที่พักเสียก่อน แต่จนแล้วจนรอดหลังสอบถามราคาโรงเตี๊ยมแล้วจิ่งหลิวก็เดินหัวเสียกลับมาขึ้นรถ


“ไม่พักที่นี่หรือ” เลี่ยงหลินมองจิ่งหลิวที่เดินหน้าตึงกลับมา มองภายนอกโรงเตี๊ยมนี้ก็ดูไม่ผิดปกติอันใด อาคารไม้ 5 ชั้นโอ่โถง บรรยากาศก็หรูหราพอประมาณ อีกทั้งยังอยู่ในย่านคนพลุกพล่าน


“ไม่ดีเจ้าค่ะนายหญิง คืนละสามตำลึง เห็นทีจะมากเกินไป” จิ่งหลิวเอ่ยตอบด้วยสีหน้าราวกับเพิ่งโดยเถ้าแก่เจ้าของโรงเตี๊ยมบังคับให้ดื่มยาขม


เรียวปากบางคลี่ยิ้มดั่งจันทร์เสี้ยว “โธ่ พี่หลิวข้าก็นึกว่าเรื่องอันใด” สองแห่งก่อนหน้านี้จิ่งหลิวก็ล้วนบ่นว่าแพงเกินไป “พวกเราเองก็มิได้แร้นแค้นถึงปานนั้น พักสถานที่แบบนี้สักสองสามวันจะเป็นไรไป”


จิ่งหลิวนั้นเข้าขั้นมัธยัสถ์ไปจนถึงทะเลเกลือเรียกพี่ ต่อให้นายหญิงจะหาเงินมาเพิ่มเติมง่ายดายอย่างครั้งอยู่ที่อารามไป๋หยุน แต่กาลภาคหน้าเล่า จะรับประกันได้อย่างไรว่าจะพบเจอคนจ้างวานอีก แล้วยังไม่นับที่นางออกหน้าช่วยเหลือผู้คนตกทุกข์ได้ยากมาตลอดระหว่างทาง เกรงว่าต่อให้กระเป๋าเงินใบน้อยพ่วงเข้ากับท้องพระคลังประจำแคว้นเทียนหมิงก็คงจะไม่เพียงพอ “หาอีกสักที่เถิดนะเจ้าคะ ลองให้พี่ไห่เปลี่ยนไปถนนเส้นรองก็ได้ แม้คนจะน้อยกว่าแต่ก็ไม่นับว่าเปลี่ยวแต่อย่าใด”


เจียงเลี่ยงหลินยอมตามใจเพื่อความสบายใจของจิ่งหลิว ดังนั้นป๋าไห่จึงขับรถวนอ้อมมายังถนนเส้นหลังที่ขนานกับย่านการค้า เสียงล้อรถบดพื้นหินค่อย ๆ หยุดลงเมื่อพบเป้าหมายที่น่าจะเข้าตาอีกครั้ง จิ่งหลิวรีบกระโดดลงจากรถแล้วเจรจาความทันที


แม้ว่าสีหน้าของสาวใช้ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่นางก็ตัดสินใจพักที่นี่ในที่สุด “คืนละหนึ่งตำลึงเงินเจ้าค่ะ ราคาดีที่สุดแล้ว” จิ่งหลิวรายงาน ไม่กล้าโยเยให้ป๋าไห่พาไปที่อื่นอีก ในเมืองนี้ราคาค่างวดต่าง ๆ คงสูงจริง ๆ


อันที่จริงโรงเตี๊ยมจื่อเถิงกังแห่งนี้นับว่าไม่เลวนัก แม้จะอยู่ในถนนเส้นรองแต่สภาพอาคารก็ปลอดโปร่ง สะอาด และตกแต่งด้วยไม้เต็งเคลือบแดงดูงดงามในแบบที่น่าจะถูกใจคนเฒ่าคนแก่ได้ไม่ยาก เถ้าแก่เนี้ยะประจำโรงเตี๊ยมเป็นสตรีร่างโปร่ง อายุอานามคงราวสี่สิบปลาย ๆ ทว่ายังคงดูภูมิฐานสมวัย


ป๋าไห่นอนห้องรวมอย่างเคย ส่วนจิ่งหลิวขึ้นมาพักห้องเดียวกับนายหญิง ห้องพักชั้นกลางอยู่ติดระเบียงที่บ่ายหน้าออกมาริมถนนพอดี จากจุดนี้มองเห็นร้านรวงเบื้องล่างได้ถนัดถนี่ ดูเหมือนในตรอกนี้จะเน้นค้าขายพวกอุปกรณ์เครื่องหอม ทำให้การค้าไม่คึกคักเท่าตรอกเส้นที่ผ่านมา


“ถนนเส้นนี้ก็มี” เลี่ยงหลินมองลงไปเบื้องล่าง สิ่งที่นางเอ่ยถึงก็คือกลุ่มคนเร่ร่อนนั่นเอง


จิ่งหลิวหยิบเสื้อคลุมกันลมให้ผู้เป็นนาย “ยามศึกสงครามผู้คนเต็มไปด้วยความลำบากเจ้าค่ะ”


ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย “มิใช่มีค่ายพักผู้อพยพหรือ เหตุใดจึงปล่อยให้มาเดินเป็นคนเร่ร่อนในเมืองได้เล่า เราลงไปเดินเล่นที่ตลาดเสียหน่อยเถิดจะได้ซื้อเสบียงด้วย ข้าเห็นว่าเนื้อที่มีอยู่นั้นร่อยหลอเต็มทีแล้ว”


“เจ้าค่ะ” จิ่งหลิวรับคำพลางติดตามนายหญิงไป


ป๋าไห่ จิ่งหลิว และเจียงเลี่ยงหลินเดินกลมกลืนกับผู้คนบนถนนย่านการค้า ลัดเลาะระหว่างซอยไม่ไกลก็โผล่มายังฝั่งที่เต็มไปด้วยสถานบริการ ร้านรวง และเหลา[3]อาหารต่าง ๆ แล้ว หากกล่าวว่าราคาของครั้งเมื่อเดินทางผ่านเมืองไท่ฉางมีราคาสูงแล้ว ในเมืองอันซุยสูงยิ่งกว่า ข้าวสาร 1 จิน ราคา 130 อีแปะ แพงเช่นนี้เห็นทีคงมีเพียงคหบดีแล้วที่มีปัญญาซื้อ


จิ่งหลิวมีสีหน้ามืดครึ้ม ด้วยรู้ดีว่าอย่างไรพวกตนก็จำต้องซื้อเสบียงเพิ่ม เคราะห์ดีที่นายหญิงเพิ่งจะซื้อข้าวไว้ถึง 4 ตั้น ถึงจะเป็นเพียงข้าวแดง แต่ก็นับว่าพออดทนไปได้ หากเดินทางถึงฉางเฉินแล้วอะไรหลายอย่างก็คงดีขึ้น อย่างน้อยการได้อยู่อาศัยในพื้นที่คุ้นเคยก็ยังทำให้จิ่งหลิวมองเห็นความหวังมากกว่าที่ต้องมาระเห็จเช่นนี้


“แพงเหลือเกิน เราไปหาดูเนื้อสัตว์เถิด” แม้แต่คนที่ไม่ค่อยทุกข์ร้อนเรื่องเงินอย่างเลี่ยงหลินยังเอ่ยออกมา


เนื่องจากเนื้อสัตว์ใกล้หมด ดังนั้นสุดท้ายแล้วถึงต้องควักเงิน 4 ตำลึง เพื่อเนื้อหมู 1 ก้อนก็ต้องยอมแล้ว ค่าใช้จ่ายสูงเช่นนี้อดคิดไม่ได้เลยว่าผู้อพยพจะมีชีวิตรอดอย่างไร ลำพังหนีตายจากบ้านเกิดก็คงไม่ได้หยิบฉวยอะไรมาก เดินทางยาวไกลต้องจับจ่ายตลอดเส้นทาง สู้อุตส่าห์มาถึงเมืองอันซุยจนได้ ไม่นึกว่าล้วนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว


ทั้งสามล้วนถอนหายใจ รู้สึกอึดอัดอยู่ในอก เลี่ยงหลินที่มองเห็นหญิงแก่ชราวิ่งตามหมั่นโถวซึ่งกลิ้งไปกับพื้นมากินถึงกับไม่อาจทนเฉยได้ “ท่านป้า หมั่นโถวนี้สกปรกเหลือเกิน หากเก็บมากินจะป่วยเอาได้”


มือเหี่ยวย่นกอดซุกหมั่นโถวลูกนั้นไว้ในเสื้อดั่งของล้ำค่า ท่าทางหวงแหนราวกับว่าสตรีเบื้องหน้าที่เอ่ยทักตนนี้จะไปยื้อแย่ง นางหันหลังเดินกะเผลกจากไปโดยไม่พูดไม่จา


“นายหญิงเจ้าคะ” จิ่งหลิวคล้ายกับกำลังจะตามไปต่อว่าคนเร่ร่อนที่เสียมารยาทกับนายของตน


“ไม่เป็นไร” เลี่ยงหลินมองตามแผ่นหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่ง “เงินที่เหลือจากอารามไป๋หยุ่นยังพอมี พี่เอาทั้งหมดซื้อเนื้อสัตว์ให้มากเถิด ข้าจะเอาไปแจกคน”


จิ่งหลิวตาโต แม้กระทั่งป๋าไห่ที่ว่าง่ายมาตลอดยังเอ่ยเตือน “นายหญิง แจกมากมายถึงเพียงนี้เราจะลำบากนะขอรับ” นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางเสียด้วยซ้ำ เมื่อคิดว่าต้องใช้จ่ายอย่างจำกัดจำเขี่ยแล้วก็กังวลใจอยู่ ลำพังเขากับจิ่งหลิวไม่เป็นไร แต่นายหญิงที่ตั้งครรภ์เช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สมควร


“พวกพี่เชื่อข้าเถอะ อันเงินทองนั้นหากข้ายังมีสมองและสองมือย่อมหาใหม่ได้ แต่คนเร่ร่อนพวกนี้จะปล่อยให้พวกเขาอดตายต่อหน้าได้อย่างไร” เพราะจิ่งหลิวและป๋าไห่แม้จะคุ้นเคยกับโรงเจ แต่แผ่นดินของเทียนหมิงไม่ได้มีสภาพแร้นแค้นขั้นสุดเฉกประเทศโลกที่สามในความทรงจำของนาง พวกเขาย่อมไม่เคยเห็นซูดาน แอฟริกาใต้ หรือแม้แต่เคยได้ยินชื่อเอธิโอเปีย เลี่ยงหลินยังจำภาพนั้นได้ติดตา นางที่ไปถึงพื้นที่แจกจ่ายอาหารแล้ว กลับมีผู้มาต่อแถวบางส่วนเท่านั้น ที่เหลือคือการออกไปแจกถึงมือร่างที่นอนเลื้อยคลานอยู่ตามพื้นดินจนชวนหดหู่ใจ เป็นความย้อนแย้งอันใหญ่หลวงในใจก็ว่าได้ ในขณะที่นางปรุงอาหารหรูหราให้ผู้คนในซีกโลกหนึ่ง ทว่าอีกซีกโลกหนึ่งกลับไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงลุกขึ้นมากินข้าวด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนั้นนางจึงไม่เคยลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการหักยอดขายจานพิเศษของร้านอาหารชื่อก้องโลก “เลอ มาร์แตง” ให้แก่มูลนิธิการกุศล


เห็นความแน่วแน่ถึงเพียงนั้น สองบ่าวจึงได้แต่โอนอ่อนตาม


หลังจากกลับมาข้างนอก เลี่ยงหลินจึงเจรจากับเถ้าแก่เนี้ยะของโรงเตี๊ยมด้วยตัวเอง ทั้งขอเช่าหม้อ อุปกรณ์ ห้องครัว รวมไปจนถึงพื้นที่หน้าร้านเพื่อตั้งแผงแจกอาหาร


“แม่นางเจียงแน่ใจหรือ” เถ้าแก่เนี้ยะหลันรู้สึกประหลาดใจ ใช่ว่านางไม่เคยมีแขกแปลก ๆ มาก่อน อย่างคนแซ่เอี้ยที่พักอยู่ชั้นล่างตอนนี้ ก็ชอบลุกขึ้นมารำมวยกลางดึกทุกคืน แต่แปลกระดับแม่นางเจียงนี่เห็นทีจะเรียกว่าแปลกแบบทำให้เสียทรัพย์ ไม่รู้ว่าเป็นฮูหยินบ้านไหนจึงได้เที่ยวเอาเงินโปรยหว่านไปทั่วกับคนจรจัดเช่นนี้ เห็นทีที่บ้านคงตามใจจนจับจ่ายมือเติบ


“ย่อมแน่ใจ เถ้าแก่เนี้ยะหลันสะดวกให้เช่าหรือไม่ เรื่องราคาเชิญท่านเสนอมาตามที่เห็นสมควรได้เลย” เลี่ยงหลินเอ่ย “หม้อไหต่าง ๆ เมื่อใช้เสร็จแล้วข้ายินดีล้างทำความสะอาดให้ดังเดิม”


จิ่งหลิวมองนายหญิงที่เสนอตัวเป็นเด็กล้างจานด้วยความอ่อนล้า ไม่นึกว่าแจกอาหารยังไม่พอ นางถึงกับลงแรงหาพื้นที่ตั้งแผงจริงจังเสียด้วย


“แม่นางเจียงกล่าวเช่นนี้ข้าลำบากใจ” มีที่ไหนให้ขอเช่าอุปกรณ์พร้อมเสนอตัวทำความสะอาดให้ครบครันเช่นนี้ “เอาเป็นว่าข้าคิดเหมาทุกอย่าง 1 ตำลึงเงิน ให้แม่นางเจียงใช้ครัวได้ 3 วัน ส่วนเรื่องทำความสะอาดมิต้องหรอก เดิมก็มีอาเฉินทำหน้าที่ล้างจานอยู่แล้ว หากแม่นางอยากให้สินน้ำใจเด็กมันสัก 10 อีแปะไปก็ได้”


“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยะหลันยิ่งนัก” เจียงเลี่ยงหลินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ส่งผลให้ดวงตาของหลันซิวยี่พร่าพรายไปชั่วขณะ


เพิ่งจะบ่ายคล้อย เลี่ยงหลินไม่รอช้านำวัตถุดิบต่าง ๆ เข้าครัว ข้าวทั้ง 4 ตั้นที่ซื้อมาจากครอบครัวไฉฟู่ได้เวลาทำประโยชน์ของมันอย่างเต็มที่แล้ว อาหารแจกทานแบบนี้ควรเป็นอะไรง่าย ๆ ที่กินได้ทุกคน


“หมดแล้วขอรับ” ป๋าไห่ที่ยกข้าวเข้ามาครบทุกกระสอบแล้วแจ้งแก่นายหญิง ส่วนจิ่งหลิวกำลังตรวจสอบจำนวนวัตถุดิบว่าควรจะแบ่งอย่างไรให้เพียงพอสามวัน


“วันนี้ถ้าลงมือทำเลยน่าจะทันแจกยามเซิน[4]เจ้าค่ะ ส่วนพรุ่งนี้กับมะรืนค่อยแจกเช้าว่าแต่นายหญิง อยากจะทำอะไรเจ้าคะ”


“อืมข้าว่าทำโจ๊กธรรมดาก็พอ พี่เห็นว่าอย่างไร” อย่างไรเสียคนรับก็เป็นชาวบ้าน ดังนั้นไม่ควรแปลกเกินไปจนทำให้รู้สึกว่าไม่กล้ากิน โจ๊กเป็นอาหารเรียบง่าย ดื่มคล่อง อุ่นท้อง ที่สำคัญใคร ๆ ก็รู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี


“เจ้าค่ะแต่ว่าทั้งหมดนี้เป็นข้าวแดง” จิ่งหลิวออกจะกังวลอยู่บ้าง เพราะไม่มีใครเอาข้าวแบบนี้มาทำกัน


หากแต่เลี่ยงหลินกลับยิ้มร่า ถึงจะเป็นของพื้น ๆ อย่างโจ๊ก แต่แน่นอนว่าผ่านมือนางแล้วไม่พื้นหรอกนะ “พี่รอดูเลย”


“ผู้น้อยอาเฉิน มีอะไรให้รับใช้แจ้งได้เลยขอรับ” อาเฉินเด็กล้างจานที่เพิ่งได้รับคำสั่งจากเถ้าแก่เนี้ยะหลันเดินเข้าครัวมา แล้วก็ต้องตกตะลึงว่าแม่ครัวที่เช่าห้องครัวของโรงเตี๊ยมงามราวเทพธิดาถึงเพียงนี้เชียวหรือ


“อาเฉินนี่เอง มาพอดีเลยช่วยล้างหม้อใบนั้นให้ที” เลี่ยงหลินเอ่ยคำสั่งแรก


“ขขอรับ” อาเฉินเดินไปล้างหม้อซ้ำอีกครั้งอย่างแปลกใจ อีกทั้งใบที่แม่นางเจียงท่านนี้สั่งให้ล้างก็มีขนาดใหญ่ที่สุด จะทำอะไรกัน


“พี่หลิว เรามาล้างข้าวกัน” จิ่งหลิวตักข้าวแบ่งจากกระสอบแล้วช่วยนายหญิงของตนจัดแจงตามที่ต้องการ “พี่ไห่ยังอยู่หรือไม่”


ป๋าไห่ที่เดินไปเดินมาพอดีชะโงกหน้าเข้ามาในครัว “ขอรับนายหญิง”


“พี่ช่วยไปจ้างคนเคาะเวลาให้ที แจ้งเขาว่ายามเซินจะมีการตั้งแผงแจกโจ๊กที่หน้าโรงเตี๊ยมจื่อเถิงกัง ให้ทุกคนเตรียมถ้วยชามมา ประกาศเสียให้ทั่ว”


ป๋าไห่และจิ่งหลิวลอบมองหน้ากันโดยไร้สุ้มเสียง เห็นทีนายของพวกตนจะจริงจังจนหาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่เสียแล้ว จากการตั้งแผงแจกเล่น ๆ ที่พวกตนคิด จะกลายเป็นการแจกทานที่จริงจังไม่แพ้โรงเจเลยทีเดียว นี่หรือที่นายหญิงกล่าวว่าฆ่าเวลาเพียง 3 วัน


“ขอรับ” ป๋าไห่ที่รับคำด้วยสีหน้านิ่งเดินแข็งค้างออกไป ส่วนจิ่งหลิวหันกลับมาพอดีได้ยินเสียงหวานบ่นพึมพำ


“พี่ว่าสองหม้อใหญ่จะกินกันพอหรือไม่ หรือควรต้มสาม” ไม่รอคำตอบ หญิงสาวก็หันไปคัดเม็ดกรวดออกจากข้าวสารต่อเรื่อย ๆ ดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด


ยามเซิน


หน้าโรงเตี๊ยมจื่อเถิงกังนั้นไม่เคยแน่นขนัดถึงเพียงนี้มาก่อน และแม้แต่ถนนเส้นรองสายนี้ก็ไม่เคยมีคนพลุกพล่านถึงเพียงนี้ด้วย เถ้าแก่เนี้ยะหลันถลึงตามองอย่างตกใจมาจากในร้าน ทีแรกนางคิดว่าแม่นางน้อยผู้นี้ตั้งใจแสดงการละเล่นแจกของโปรยทานเอาหน้าพอประมาณอย่างพวกคนมีเงิน แต่ไม่นึกเลยว่าจะจริงจังถึงเพียงนี้


“มาแล้ว ๆ โจ๊กร้อน ๆ มาแล้วจ้า” ป๋าไห่ยกหม้อโจ๊กขนาดใหญ่ออกมาตั้งโต๊ะด้านหน้า มองเห็นกลุ่มคนมุงจำนวนมากก็พอใจ กลุ่มคนแออัดยาวไปจนเกือบครึ่งตรอก เห็นทีคนเคาะเวลารายที่เขาว่าจ้างจะทำงานสมราคาคุย


“พี่ชาย ๆ เศรษฐีบ้านไหนมากแจกอาหารหรือ” คนเร่ร่อนรายหนึ่งเอ่ยถามป๋าไห่อย่างสงสัย “แจกเยอะหรือไม่ข้ายังมีครอบครัวรออยู่อีก”


ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ที่มารอ ๆ กันอยู่นี่ บางรายยังไม่ได้ขนกันมาทั้งบ้านอีกหรือ “นายหญิงของข้าคือแม่นางเจียง กำลังจะเดินทางกลับบ้านที่ฉางเฉิน เห็นคนลำบากแล้วก็อดเมตตามิได้”


“เป็นเช่นนี้นี่เอง” เกิดเสียงพึมพำรอบตัว ขณะนั้นจิ่งหลิวและเจียงเลี่ยงหลินเดินตามออกมาพอดี ในมือก็ช่วยกันถือกระบวยตักและของใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นออกมา ทุกคนก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณทันทีว่าหญิงสาวผู้เปี่ยมสง่าราศีเช่นนี้คู่ควรแก่การเป็นผู้ใจบุญ


“คารวะแม่นางเจียง ๆๆ” เกิดเสียงคารวะดังเอ็ดอึงอยู่คำรบหนึ่ง เจียงเลี่ยงหลินโบกมือให้ทุกคนลุกขึ้น


“ช่วงเวลาเช่นนี้สร้างความลำบากแก่ทุกท่านแล้ว หวังว่าอาหารของข้าคงช่วยให้ทุกอ่านอิ่มท้องได้บ้าง มาทุกคนเข้าแถว”


 หลังจากนายหญิงกล่าว ป๋าไห่และจิ่งหลิวก็ช่วยต้อนคนให้เรียงกันเป็นแถวอย่างสงบ พอต่อกันยาวแบบนี้แล้ว มองไปจนสุดตรอกได้เลย แต่ละคนล้วนนำภาชนะของตัวเองมาเตรียมพร้อม สีหน้ารอคอยอย่างมีความหวัง ทันทีที่หม้อโจ๊กถูกเปิดออก กลิ่นหอมฟุ้งของข้าวก็กระจายตัวไปทั่วบริเวณ


“อะไรกัน”


“นั่นโจ๊ก”


“ใช่หรือ”


“ใช่สิ ก็เขาประกาศกันว่าแจกโจ๊ก”


เกิดเสียงพึมพำรอบ ๆ พูดคุยกระซิบกระซาบกันระหว่างคนที่เข้าแถว แม้ตอนอยู่สุขสบายไม่ทุกข์ยาก แต่ละคนก็ไม่เคยพบเจออาหารเช่นนี้มาก่อน โจ๊กนั้นโดยปกติแล้วทำจากข้าวหักที่หลงเหลือจากข้าวขาวชั้นดีสำหรับจำหน่าย ที่ไหนเลยจะส่งกลิ่นหอมรัญจวนของข้าวใหม่เข้มข้นออกปานนี้


พวกที่อยู่แถวหน้า ๆ ชะเง้อมอง เห็นสีแดงก่ำของของในหม้อก็ตาโต “โจ๊กสีแดง”


โจ๊กแดงมีด้วยหรือนี่คือสิ่งที่หลายคนคิดพ้องกันโดยมิได้นัดหมาย แม้แต่คนในโรงเตี๊ยมยังออกมายืนมุงดูอย่างใคร่รู้ เจียงเลี่ยงหลินยิ่งรู้สึกไม่ถือสา รับชามมาแล้วตักลงไปให้ล้นกระบวยอย่างไม่นึกหวง


“ขอบคุณแม่นางเจียง” เกิดเสียงขอบคุณรับเป็นทอด ๆ ในขณะที่แถวค่อย ๆ ขยับตัว


โจ๊กนี้แม้จะทำจากข้าวแดงแต่ผ่านการเคี่ยวอย่างดี เลี่ยงหลินเก็บกรวดและร่อนฝุ่นด้วยตนเองอย่างระมัดระวัง แม้เศษเล็ก ๆ ก็ไม่ปล่อยให้เล็ดรอดสร้างความระคายเคืองแก่ผู้รับประทาน ทั้งหมดที่มาต่อแถวล้วนเป็นเพียงชาวบ้าน ทุกคนเคยกินโจ๊ก แต่หาเคยกินโจ๊กที่ใส่ใจถึงเพียงนี้ไม่ อย่างมากของแจกจากโรงทานโรงเจก็มักปะปนด้วยกรวดดินอยู่แล้ว นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนทำใจไว้แต่แรก พอได้มาเจออาหารที่ประณีต อีกทั้งยังอุ่นท้อง ดื่มเข้าไปรวดเดียวโดยไม่ต้องระมัดระวังอะไร ทำนบความอดกลั้นต่อความยากลำบากตลอดมาก็พังทลาย


บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาเงียบ ๆ ลอบมองภาพหญิงสาวเจ้าของใบหน้างดงาม ข้อมือข้าวผ่องของนางที่ตักอาหารแจกทุกคนพร้อมรอยยิ้ม ราวกับเทพธิดาลงมาจากสรวงสวรรค์


เถ้าแก่เนี้ยะหลันที่มองอยู่เห็นบางคนบ้างคุกเข่าโขกหัว บางคนร้องไห้ราวเด็กเล็กก็นึกใคร่รู้ จึงสั่งอาเฉิน “เจ้าไปต่อแถวรับโจ๊กมาให้ข้าลองชิมสักถ้วยเถิด”


“ขอรับเถ้าแก่เนี้ยะ” อาเฉินจึงวิ่งหลุนไปต่อท้ายแถวที่อยู่เกือบครึ่งตรอกแล้ว


ฝ่ายป๋าไห่เมื่อมองเห็นโจ๊กพร่องลงเยอะแล้วจึงไปยกหม้อใหม่ออกตั้งเตรียมไว้ เมื่อตอนที่นายหญิงทำเสร็จให้ได้ลองชิมเขาถึงกับตะลึงว่าข้าวแดงนั้นรสชาติดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ


หมดหม้อแรกแล้ว เปลี่ยนหม้อใหม่ แถวก็เริ่มหดสั้นลง เห็นว่าเป็นอาเฉินมาต่อเลี่ยงหลินก็ยิ้มกว้าง อันที่จริงนางพอจะเดาออกว่าเป็นเถ้าแก่เนี้ยะหลัน เพราะอาเฉินนั้นได้ชิมเมื่อตอนอยู่ก้นครัวแล้ว แต่ที่นำให้นึกปลื้มใจขึ้นมา เห็นทีภายในใจของเถ้าแก่เนี้ยะคนนั้นจะมิได้ไม่สนใจอย่างที่แสดงออก การที่นางให้อาเฉินมาต่อแถวแทนที่จะมาขอตักลัดแถวโดยตรง สะท้อนให้เห็นธาตุแท้ว่าที่จริงแล้วนางเป็นคนเช่นไร


หลันซิวยี่รับถ้วยโจ๊กมาจากอาเฉิน สีแดงแปลกตา กลิ่นหอมที่แผ่ออกมาเช่นนี้ ว่ากันว่าหากเคี่ยวไม่ถึงระดับยางข้าวจะไม่กลั่นตัวออกมา อีกทั้งยังต้องระวังไม่ให้ก้นหม้อไหม้เด็ดขาด เพราะหากไหม้ กลิ่นนั้นจะกลบกลิ่นข้าวอันเบาบางจนสิ้น แต่นี่นางกลับใช้ข้าวแดงซึ่งจัดว่าไม่ดีเด่อะไรทำสิ่งของออกมาได้เหนือความคาดหมายถึงเพียงนี้


สำหรับคนทั่วไปอาจไม่พิจารณาสิ่งใดมากนอกจากรสอร่อย แต่สำหรับเถ้าแก่เนี้ยะหลันที่เปิดกิจการโรงเตี๊ยม ย่อมใส่ใจในอาหารด้วย ตักเข้าปากคำหนึ่งยิ่งฉงน ตักอีกคำหนึ่งเริ่มนึกว่าข้าวแดงรสเลิศเพียงนี้เชียวหรือ ส่วนที่เป็นเนื้อข้าวอ่อนตัว กลืนง่าย ส่วนที่เป็นเปลือกข้าวทำให้ต้องหยุดเคี้ยว รู้สึกถึงความกรุบเบา ๆ หวานเข้มข้นกว่าข้าวขาวเสียอีก และที่น่าตกใจคืออีกฝ่ายผสมเนื้อลงไปด้วย แม้จะเป็นเนื้อสับละเอียด กระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ อยู่ในโจ๊ก แต่น้ำในเนื้อก็ผสานตัวอยู่ในข้าวได้อย่างดี ไม่แปลกใจที่หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตา พวกเขาล้วนไม่ได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้มานานแล้ว อย่าว่าแต่ข้าวเลย ยิ่งขึ้นชื่อว่าเนื้อ ยิ่งแพงหนักเข้าไปอีกแล้วหอมแดงเจียวที่โรยหน้า นางจงใจใช่หรือไม่


คนเป็นเถ้าแก่เนี๊ยะหรี่ตาลงแม่นางเจียงท่านนี้ ฝีมือทำอาหารร้ายกาจเชี่ยวชาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ หากเป็นคนทำโจ๊กทั่วไปคงโรยขิงสับกับผักชีแล้วโดยไม่สนใจว่าจะใส่เนื้ออะไร แต่นางกลับใช้หอมแดงเจียวจับคู่กับเนื้อวัว นี่มันเคล็ดลับของคนครัวมืออาชีพเลยทีเดียว


“พี่น้องทุกท่าน วันนี้อาหารหมดเสียแล้ว แต่พรุ่งนี้ยามซื่อ[5] นายหญิงเจียงจะออกมาแจกโจ๊กอีก” ป๋าไห่กล่าวเสียงดัง ในเมื่อหลายคนรับรู้แล้วเขาก็ไม่ต้องจ้างคนประกาศในวันพรุ่งนี้อีก


เสียงขอบคุณและกล่าวลาดังขึ้นทุกสารทิศ เจียงเลี่ยงหลินนึกเสียดายในใจที่ไม่ได้ต้มโจ๊กไว้ 3 หม้อ อย่างน้อยการที่ของหมดเกลี้ยงในวันนี้ ก็ทำให้นางรู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรในวันถัดไป


สามนายบ่าวช่วยกันเก็บแผงด้วยใจเบิกบาน มีอาเฉินคอยช่วยขนของไปล้าง ฝ่ายเถ้าแก่เนี้ยะหลันมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกต่างออกไป ในใจกำลังคันยุบยิบด้วยความรู้สึกหงุดหงิดบางอย่าง “แท้ที่จริงแล้วแม่นางเจียงคงมาจากตระกูลใหญ่” จริงอยู่ที่นางไม่ควรถามข้อมูลส่วนตัวของแขก หากแต่ยามนี้นางใคร่รู้เรื่องราวของสตรีเบื้องหน้า


“ไม่เลยสกุลเจียงนั้นเป็นเพียงสกุลเล็ก ๆ ในฉางเฉิน หากวันหนึ่งท่านมีโอกาสไปเยือนก็จะรู้ว่าเป็นเช่นนั้น” หญิงสาวคลี่ยิ้มราวกับจันทร์เสี้ยวอันงดงาม ก่อนจะเดินขึ้นห้องไปนางไม่ลืมกล่าว “ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยะหลันที่ช่วยส่งเสริมครั้งนี้ ท่านช่างมีเมตตา”


หลันซิวยี่รู้สึกเหมือนมีแมวน้อยในอกกำลังตะกุยอย่างรุนแรง


 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

หลักสามเชื่อฟังสี่จรรยา[1] (三从四德 ) เป็นหนึ่งในหลักคำสอนสตรีสมัยจีนโบราณยุคศักดินา

คำว่า “สามเชื่อฟัง” (三从) ประกอบด้วย

1.       สตรีที่ยังไม่ออกเรือนให้เชื่อฟังบิดา

2.       สตรีที่ออกเรือนแล้วให้เชื่อฟังสามี

3.       สตรีที่สามีเสียชีวิตให้เชื่อฟังบุตรชาย

ส่วน “สี่จรรยา”(四德) ประกอบด้วย

1.       ประพฤติงดงาม

2.       วาจางดงาม

3.       หน้าตาและกิริยางดงาม

4.       งานฝีมืองดงาม

เซาปิ่ง[2] เป็นขนมโบราณของคนจีน ทำจากแป้งหรือเป็นแป้งผสมมันเทศบด ยัดไส้ด้วยถั่วเหลืองหรือเผือก กดให้แบนแล้วนำไปทอด อาจโรยงาด้วยก็ได้

เหลา[3] ร้านอาหารจีนระดับภัตตาคาร ประกอบไปด้วยอาหารขึ้นชื่อ ทั้งในด้านวัตถุดิบ คุณภาพ และมาตรฐานการบริการ มีราคาค่อนข้างสูงกว่าร้านอาหารทั่วไป

ยามเซิน[4] การนับเวลาแบบจีนโบราณ  ช่วงเวลาระหว่าง 15.00 - 16.59.

ยามซื่อ[5]การนับเวลาแบบจีนโบราณ  ช่วงเวลาระหว่าง 09.00 - 10.59 .

 



โจ๊กข้าวแดง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.529K ครั้ง

7,913 ความคิดเห็น

  1. #7834 555 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 10:39

    อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ

    #7834
    0
  2. #7813 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 17:21
    จะมีตอนไหนที่อ่านไปแล้วไม่หิวตามบ้าง
    #7813
    0
  3. #7613 150221 (@150221) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 15:47
    ซึ้งมากร้องเลย
    #7613
    0
  4. #6548 BeeLoveSeungkwan (@BeeLoveSeungkwan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 02:06
    ทำไมนางเป็นคนดี~~~ ถ้านายกบ้านเราเป็นแบบนี้บ้างก็ดีสิ .....อ่อลืมไป ไม่มีนายกนี่น่าาาาา // แอดปลิวแน่เลย ลาก่อนค่ะ😂😂😂😂😂😂
    #6548
    1
    • #6548-1 vipnong (@vipnong) (จากตอนที่ 8)
      30 มิถุนายน 2562 / 09:58
      เดี๋ยวซื้อข้าวผัดกับกาแฟเย็นไปฝากนะ 555
      #6548-1
  5. #6462 Baiphil289 (@Baiphil289) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 20:48
    ร้องไห้ตามผู้ประสบภัยแต่แอบหวั่นกลัวกลัวนางเอกลำบาก
    #6462
    0
  6. #6067 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:04
    น่าหม่ำมากกกกก
    #6067
    0
  7. #5644 135 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:54

    อ่าน​แล้ว​รู้สึก​จะ​ร้องไห้​นางเป็น​คน​ดีมาก

    #5644
    0
  8. #5615 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 01:55
    อ่านไปก็อิ่มเอมใจไป คือมันมีความสุขจริงๆ เว้ย55
    #5615
    0
  9. #5603 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 22:46
    สามีเมื่อไหร่จะรู้
    #5603
    0
  10. #5387 Kebhom (@Kebhom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    ดีๆ สามีจะได้ตามมาถูก​
    #5387
    0
  11. #5369 mine64608293 (@mine64608293) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:13
    อ่านแล้วร้องไห้เฉยเลย ไม่รู้ซึ้งอะไร ซึ้งตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้ว
    #5369
    0
  12. #5228 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:19
    ดีนะอ่านตอนกินข้าว
    #5228
    0
  13. #5200 SupapornKaewno (@SupapornKaewno) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 08:38
    ชอบบบบ
    #5200
    0
  14. #5149 ormtw (@ormtw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:15
    คงประมาณว่าลูกไม่อยากให้แม่ลำบาก จึงส่งไปให้พ่อแทน 5555555+ ผลไม้เคลือบน้ำตาล โถๆ
    #5149
    0
  15. #4493 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 18:50
    นึกว่าพริก
    #4493
    0
  16. #4460 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 11:31
    นางเอกใจดีไปนิดนึงนะเนี่ย เกิดเจอคนเลวหลอกใช้เจตนาดีของน้องจะทำไงล่ะทีนี้
    #4460
    0
  17. #4417 คานะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:58

    ตลก ทุ่งลาเวนเดอ แสนดีไปหมด

    เปลี่ยนชื่อเรื่องเถอะ

    #4417
    1
    • #4417-1 MeSeleene (@MeSeleene) (จากตอนที่ 8)
      4 มิถุนายน 2562 / 21:19
      ถ้าอยากมองหาความร้ายกาจ​ มีแต่คนชั่วทำร้ายคนทั้งเรื่อง​ ไปหาเรื่องอื่นอ่านง่ายกว่านะ​ อย่ามาเม้นท์บั่นทอนคนอื่น​ เรื่องก็บอกว่านางมั่นใจความสามารถที่มีว่าจะช่วยตัวเองให้ไม่อดตาย​ //ถ้ามันลาเวนเดอณ์นัก​ หวังว่าถ้าคุณลำบากคงไม่หวังให้ใครยื่นมือมาช่วยเหลือ​ เพราะมันเป็นเรื่องตลก
      #4417-1
  18. #4196 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 21:06

    โอ้ยยยย ชอบตอนบรรยายอาหารมากเลย


    รู้สึกถึงงานละเอียดด 555

    #4196
    0
  19. วันที่ 13 เมษายน 2562 / 19:43
    😊😊😊
    #4188
    0
  20. #4094 Unbang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 11:01

    ใจดีเป็นเรื่องดี แต่เขียนเป็นคุณหนูจมไม่ลงจริงๆ ยุคสงคราม เขียนให้ดูทำอาหารกินอาหารแบบฟุ้งเฟ้อมากด้วย ชีวิตจริงนางเอกคงตายไปแล้ว ไม่รอดถึงสามเดือน-*-

    #4094
    0
  21. #4043 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:03
    เออ นางจะทำอะไรก็ปล่อยนางทำไปเหอะ คิดซะว่ายิ่งให้มากเท่าไรก็รับกลับมาเท่านั้น
    #4043
    0
  22. #3873 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:07
    กลับมาอ่านใหม่ ขอเม้นสักหน่อย อ่านตอนนี้แล้วเสียวเจ้าก้อนแป้งจะไม่ได้เกิด เห้อออ
    #3873
    0
  23. #3713 Scarlet Hair Nanami (@silikan_00) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 00:09
    อ่านแล้วเกิดอาการหิวข้าว5555
    #3713
    0
  24. #3159 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:06
    เราเคยกินโจ้กที่เพื่อนทำเป็นสีม่วง ใส่อะไรจำไม่ได้แต่กินแล้วรู้สึกสุขภาพดี
    #3159
    2
    • #3159-1 jimin-jin-suga (@jimin-jin-suga) (จากตอนที่ 8)
      3 เมษายน 2562 / 13:01
      สีผสมอาหารไงมีประโยชน์มาก555ไม่มีสารเคมีแน่นอน555น่าจะเป็นข้าวเบอรี่นะเพราะมันมีสีม่วงคุณค่าทางอาหารยังมีเยอะอีกด้วยยยยลองไปหาดูนะ
      #3159-1
  25. #3062 GeNnY (@jaajane) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 13:20

    อยากลองกินเลยเนี่ย แต่ละอย่างเด็ดจริงๆ

    #3062
    0