ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 เทพธิดามาโปรด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,799 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

“อากาศดีเช่นนี้ ไฉนถนนหนทางกลับเต็มไปด้วยผู้ทุกข์ยาก” จิ่งหลิวเปรยขึ้นมาอย่างหนักใจ ขบวนรถม้าไปจนถึงกลุ่มผู้อพยพที่เดินตาม ๆ กันมาล้วนมีสภาพน่าเวทนาเกินกว่าที่คิดไว้เสียอีก ไม่รู้ว่าระหว่างทางพบเจอเรื่องใดกันมาบ้าง เดินทางจะถึงเมืองหลวงอยู่แล้วกลับดูแร้นแค้นถึงปานนี้


“เอาเนื้อนี้ให้ครอบครัวนั้นเถิดพี่หลิว” ภายในรถม้าเจียงเลี่ยงหลินไม่ได้อยู่ว่าง ๆ นางค่อย ๆ แล่เนื้อตากแห้งเป็นแท่งบางขนาดถือพอดีคำอยู่หลายแท่ง แบ่งกำหนึ่งแล้วใช้ใบไผ่ม้วนรัดไว้


สี่วันมานี้เริ่มเห็นกลุ่มคนรอนแรมเดินทางหนาตามากขึ้น บางขบวนนั้นก็ประกอบด้วยรถม้าหรูหราที่คาดว่าน่าจะเป็นชนชั้นคหบดีเดินทางสวนไป แต่บางกลุ่มนั้นก็มีสภาพเช่นนี้เลี่ยงหลินมองสองแม่ลูกที่ลูกชายแทบจะแบกแม่ผู้ชราไม่ไหวแล้ว


“สองท่านนี้จะไปไหนหรือ” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นมาจากรถม้าด้วยตนเองโดยไม่รอให้จิ่งหลิวได้สอบถามก่อนอย่างเคย


“เรียนแม่นาง ข้าและมารดาเดินทามาจากก่วงหลิงจะไปหาญาติที่เมืองต๋าจิง” ต๋าจิงอยู่เลยเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันออก เห็นทีว่าการเดินทางของพวกเขาคงต้องรอนแรมอีกยาวไกลแล้ว


ในความทรงจำของจียงเลี่ยงหลิน นางคุ้นว่าก่วงหลิงเป็นอำเภอหนึ่งในเขตของเหิงกัง


หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ เคราะห์ดีที่ทั้งจิ่งหลิวและป๋าไห่เองก็มีใจอยากช่วยเหลือ เลี่ยงหลินจึงหยิบฉวยของส่วนตนมอบให้แก่ผู้ประสบภัยระหว่างทางได้คล่องมือนัก แต่ก็มีบ้างเป็นครั้งคราวที่สาวใช้คนสนิทเอ่ยเตือนว่าเสบียงของทั้งหมดนั้นเริ่มพร่องลงแล้ว “รับอาหารนี้ไว้เถิด หนทางอีกยาวไกลมิรู้จะเจอเหตุการณ์ใดบ้าง ถือเป็นน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ยามลำบากด้วยกัน” ในห่อเนื้อนั้นเลี่ยงหลินแอบยัดเงินหนึ่งตำลึงเอาไว้


“ขอบคุณแม่นางๆ” ร่างนั้นค้อมปลก ๆ หลายครั้ง น้ำตาคลอ ด้วยไม่คิดว่าจะได้พบพระโพธิสัตว์มาโปรดระหว่างทางเช่นนี้ “ข้าน้อยขอทราบนามแม่นางได้หรือไม่”


“ข้าแซ่เจียง” แม้ไม่เห็นหน้าแม่นางเจียงผู้เมตตาอย่างชัดเจนนัก ทว่าตลอดทางผู้อพยพหลายรายก็เริ่มเล่าลือว่าพวกตนได้เทพธิดาแซ่เจียงเข้าแล้ว


หลังจากเดินทางไปอีกพักหนึ่งก็ใกล้ถึงเขตเมืองอันซุยแล้ว บ้านเรือนประปรายของชุมชนด้านนอกเริ่มปรากฏให้เห็น เลี่ยงหลินจึงเปิดม่านเพื่อมองออกไปอย่างใคร่รู้ กลิ่นหอมสดชื่นของสายลมโชยมา ทว่าไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังขึ้นอีก


“พี่ไห่ ด้านหน้ามีอะไรหรือ” เป็นจิ่งหลิวที่เอ่ยถาม ฝ่ายป๋าไห่ที่เริ่มชะลอรถม้าอีกครั้งจึงเอ่ยขึ้น


“น่าสงสารเหลือเกิน เด็กขอรับนายหญิง” ป๋าไห่กล่าวดังนั้น หญิงสาวที่อยู่หลังรถม้าจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป


“พี่ขับรถไปใกล้ ๆ ได้หรือไม่” เลี่ยงหลินบอก เมื่อป๋าไห่เคลื่อนรถเข้าไปใกล้นางจึงเอ่ยถามขึ้นทันที “เด็กน้อยร้องไห้เรื่องอันใดหรือ”


ภาพที่เลี่ยงหลินเห็นคือเกวียนบรรทุกของเล่มหนึ่งที่เต็มไปด้วยกระสอบบางอย่าง พร้อมกับร่างชายวัยกลางคนหัวล้านที่นอนสลบไม่ได้สติอยู่บริเวณตำแหน่งคนขับ เด็กชายตัวผอมกะหร่องสองคนที่ดูแล้วไม่น่าจะเกินสิบขวบร้องไห้จ้า เอาแต่เขย่าเรียกชายผู้นั้นว่าท่านพ่อ ๆ ไม่หยุด


“ท่านพ่อ ๆๆๆ ฮือ ๆๆ”


ภาพนั้นกระตุ้นความทรงจำของเจ้าของร่าง และทั้งวิญญาณของเลี่ยงหลิน แต่เดิมนางเองก็มีสิ่งคล้ายคลึงกันในเรื่องการชอบให้ความช่วยเหลือคนด้อยโอกาสอยู่แล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่เห็นคนลำบาก ในขอบเขตที่นางพอจะให้ความช่วยเหลือได้ ย่อมไม่อาจดูดาย


“เจ้าทั้งสองค่อย ๆ ตั้งสติแล้วพูดจาก่อนเถิด นายหญิงของข้าตั้งใจจะสอบถามอยู่” จิ่งหลิวเอ่ยเสียงเข้มขึ้นมาจนฟังคล้ายพี่สาวที่กำลังปรามน้องชาย


“พพี่สาว ฮึกๆๆ” เจ้าตัวโตกว่าพยายามตั้งสติ ส่วนคนตัวเล็กกว่าที่น่าจะเป็นน้องชายเริ่มเช็ดน้ำตาป้อย ๆ “พวกข้าถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในเมืองท่านพ่อก็ ฮึก มาป่วยเสียได้ ฮืออออ”


ห้ามไม่ให้เข้าไปอย่างนั้นหรือเลี่ยงหลินมองอย่างแปลกใจ หรือจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในเมืองอันซุยกัน


อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่เร่งด่วนในยามนี้คือสุขภาพ “ไปเชิญหมอมารักษาพ่อของเจ้าก่อนดีหรือไม่” จิ่งหลิวแนะนำ


“พวกเราไม่มีเงินขอรับ” เจ้าตัวเล็กสะอื้นไห้อีกครั้ง ช่างน่าเวทนานักเมื่อนึกว่ารอนแรมมาไกลทั้งที่ไม่มีเงินเหลือแล้วสักแดงเดียว


“พี่ไห่เอารถเข้าจอดเถิด ข้าจะลง” จากเดิมที่รถม้าจอดริมทาง เลี่ยงหลินกลับให้อีกฝ่ายขับไปจอดเทียบกับเกวียนคันนั้นใต้ต้นไม้


หลังจากนั้นเด็กทั้งสองจึงได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถม้า ด้วยความไร้เดียงสาจึงเผลออุทานอย่างที่ใจคิด “เทพธิดา


เลี่ยงหลินได้ยินดังนั้นจึงส่ายหัวอย่างเอ็นดู “ไหนดูสิ พ่อของพวกเจ้ามิฟื้นหรือ”


“นายหญิงระวังนะเจ้าคะ” จิ่งหลิวตามมาพร้อมเตือนอย่างเป็นห่วง “พี่ไห่ มาดูแทนดีกว่า”


ป๋าไห่ก้าวยาว ๆ แซงขึ้นมา แล้วเข้าไปสำรวจอาการชายผู้นั้น เมื่อเห็นว่าน่าจะเป็นลมหมดสติไปเฉย ๆ เจ้าตัวจึงกดจุดที่ใต้จมูกให้


” ร่างนั้นเริ่มขยับตัว


“ท่านพ่อ!!” เด็กทั้งสองเกาะแข้งพันขาผู้เป็นพ่ออย่างดีใจ “ท่านพ่อฟื้นแล้ว!


เพราะถูกลูกชายทั้งสองรุมกอดอย่างไม่ลืมหูลืมตา ชายผู้นั้นจึงยังคงงงงันไม่น้อย “เจ้าทั้งสอง” เขายังคงตาพร่าอยู่เล็กน้อย “พพวกท่าน...ก เกิดสิ่งใดขึ้นหรือขอรับ” เขาที่ได้สติมั่นคงขึ้นแล้วจ้องมองคนแปลกหน้าทั้งสามที่แต่งกายในสะอาดสะอ้านเรียบร้อยราวกับมาจากตระกูลบัณฑิต


เมื่อพิจารณาดูแล้วสามพ่อลูกนี้น่าจะเป็นครอบครัวชาวนา “นายหญิงเจียงของข้ามีเมตตา ระหว่างเดินทางพบเด็กน้อยทั้งสองร่ำไห้จนเป็นที่น่าเวทนา เห็นว่าเจ้าผู้เป็นบิดาของเด็กทั้งสองหมดสติจึงได้ช่วยเหลือ”


“เป็นเช่นนั้นเองหรอกหรือ ข้าน้อยไฉฟู่คารวะนายหญิงเจียง อาไช่ อาช่าง พวกเจ้ามาคำนับผู้มีพระคุณเร็ว” ภาพสามพ่อลูกคำนับกับพื้นเรียกความรู้สึกแปลกประหลาดให้เลี่ยงหลินไม่น้อย


“ลุกขึ้นเถอะ” นางวางตัวไม่ถูกจริง ๆ ยิ่งดวงตาเล็ก ๆ สี่คู่ที่จ้องมองมาด้วยความใสซื่อแบบนั้น “ก่อนหน้านี้บุตรชายของเจ้าเล่าว่าเข้าเมืองไม่ได้หรือ เกิดเหตุอันใดขึ้น”


“เรื่องนี้” ไฉฟู่เองก็จนใจ “ระหว่างเส้นทางก่อนเข้าเมืองผู้คนแออัดมาก ถุงย่ามของข้าน้อยถูกขโมยไป ในนั้นมีหนังสือประจำตัว เงินอีกสามตำลึง และของจิปาถะขอรับ ข้าน้อยสิ้นไร้หนทางจึงได้แต่พาลูก ๆ ขับเกวียนอ้อมเมืองมา คิดว่าน่าจะเข้าทางประตูอื่นได้ แต่สุดท้ายก็ยังถูกปฏิเสธ”


“แต่ถ้าหนังสือประจำตัวหายก็แจ้งทหารขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษเพื่อเข้าไปคัดลอกในสำนักทะเบียนประจำเมืองได้ใหม่นี่นา” จิ่งหลิวกล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจ


“เดิมควรจะเป็นเช่นนั้นขอรับ แต่ช่วงหลายวันมานี้เจ้าเมืองอันซุยปรับระเบียบการเข้าเมืองใหม่ ประตูทางฝั่งตะวันตกที่เป็นผู้อพยพมาจากเหิงกังแออัดมาก ถึงขั้นตั้งค่ายพักกันหน้าเมืองเลยทีเดียว” เขาได้แต่ลูบหัวบุตรชายคนเล็กที่ยังตาแดงเรื่อ “ข้าน้อยจนใจ เดิมของหายยังพอเอาตัวรอดได้ แต่เงินหายในสถานการณ์เช่นนี้ไม่รู้จะลืมตาอ้าปากได้อย่างไร ได้แต่ภาวนาว่าญาติที่อยู่ในเมืองอันซุยจะออกตามหา”


“มีญาติอยู่ในนั้น เช่นนี้ใยไม่ฝากข่าวเข้าไปเล่า” ป๋าไห่สอบถามบ้าง


“ผู้น้อยพยายามแล้วขอรับ ยามนี้หลายคนฉวยโอกาสหาเงินหาทอง จริง ๆ พวกเขาทำเช่นนั้นก็ไม่ผิดอันใด ผิดที่ข้าน้อยเองไม่มีแม้กระทั่งเงินค่าฝากข่าว”


เลี่ยงหลินมองทีท่ายอมรับในโชคชะตาเช่นนั้นด้วยความไม่ชอบใจ ยิ่งเห็นเด็กเล็ก ๆ ทั้งสองยิ่งชวนให้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างตะกุยอยู่ในอก “ญาติของเจ้ามีนามว่าอะไร”


“นายหญิง!” จิ่งหลิวไหวตัวทันแล้วว่านายของตนกำลังคิดจะทำสิ่งใด “เรายังต้องเดินทางกันต่อนะเจ้าคะ”


ดูเหมือนไฉฟู่เองก็ไม่ต้องการสร้างภาระให้ใคร “นายหญิงเจียงท่านนี้เมตตานัก แต่ผู้น้อยนั้นละอายเกินกว่าจะร้องขอสิ่งใดได้อีกขอรับ”


หญิงสาวถอนใจ “พวกเจ้าบอกว่าไม่มีเงินเช่นนี้แล้วจะอยู่กันอย่างไรทั้งหมด อาหารการกิน ที่นอนเล่า”


“ข้ามีเสบียงมาเยอะเชียวขอรับ” เขาผายมือไปบนเกวียน กระสอบของนั้นน่าจะอัดแน่นด้วยอาหารดังว่า “ส่วนที่นอนนั้น พวกข้าเป็นเพียงชาวนา นอนกลางดินกินกลางหญ้าย่อมไม่ลำบากอันใด”


ถึงอย่างนั้นเลี่ยงหลินก็รู้สึกว่าที่ไฉฟู่กล่าวเช่นนี้ เพื่อไม่ให้บุตรทั้งสองของตนเสียขวัญมากกว่า


จิ่งหลิวมองเลี่ยงหลินอยู่นาน สังหรณ์ว่านายหญิงของตนหมายใจจะช่วยครอบครัวนี้เสียแล้ว


ในเมื่ออีกฝ่ายเกรงใจ นางก็หาทางออกให้ทั้งสองฝ่ายได้ “มีเยอะจริง ๆ เสียด้วย ในนั้นมีอะไรบ้างพอจะปันขายให้ข้าได้หรือไม่”


ไฉฟู่มีสีหน้าตื่นตะลึง เขานั้นดีใจแน่นอนว่าเสบียงเหล่านี้หากเป็นยามเดินทางตนย่อมไม่กล้าขาย แต่นี่จะถึงที่หมายอยู่แล้ว “ดได้ขอรับ ในนี้มีข้าวสารกระสอบละ 1 ตั้น[1] นายหญิงเจียงมาดูก่อนต้องการมากน้อยแค่ไหน”


กระสอบข้าวขนาดใหญ่วางสุมอยู่บนเกวียนราว 4 กระสอบ เลี่ยงหลินจึงสบตากับคนสนิทเป็นเชิงให้เข้าไปตรวจสอบดู เมื่อป๋าไห่รับเอาถ้วยที่ตักข้าวบางส่วนมาให้นายหญิง เขาก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ


ทั้งหมดล้วนเป็นข้าวชั้นเลว จิ่งหลิวมองนายหญิงของตนเป็นเชิงว่าไม่ควรตัดสินใจซื้อเด็ดขาด


สำหรับในสายตาเลี่ยงหลินแล้วข้าวขาวผสมแดงแบบนี้ไม่นับว่าเป็นข้าวชั้นเลว ออกจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพไม่แพ้ข้าวซ้อมมือที่นางซื้อมาเต็มรถด้วยซ้ำ “มีแต่ข้าวผสมหรือ”


“ขอรับ” ไฉฟู่ยอมรับ พลันนึกได้ว่าคนภาคกลางคงนิยมกินข้าวขาวเสียมากกว่า “ข้าวแดงแบบนี้ทนแมลงศัตรูมากกว่า อีกทั้งเมื่อปีก่อนที่เหิงกังก็เก็บเกี่ยวได้ไม่ค่อยดีนัก ข้าจึงปลูกผสมกัน”


“ไม่เป็นไร” หญิงสาวตัดสินใจในที่สุด “ข้ารับซื้อไว้ทั้งหมดนี้ยี่สิบตำลึงพอหรือไม่”


“ยยี่สิบตำลึง” ไฉฟู่ตาโต เงินยี่สิบตำลึงนี้เยอะกว่ารายได้ของเขาทั้งปีเสียอีก


จิ่งหลิวที่กลัวนายหญิงของตนเองเสียประโยชน์ ก็รู้ว่าราคาข้าวเช่นนี้สูงเกินไป “นายหญิง ข้าวผสมเช่นนี้ดูอย่างไรก็ไม่น่าเกินจินละ 15 อีแปะนะเจ้าคะ” นางกระซิบเสียงค่อย นั่นหมายความว่า 1 ตั้น ต่อ 1 กระสอบ ก็ไม่ควรมีราคาเกินกระสอบละ 3 ตำลึง


“รราคาสูงไปขอรับนายหญิงเจียง ข้าน้อยไม่กล้ารับไว้” ระหว่างที่ผู้เป็นพ่อเหงื่อแตกพลั่ก เด็กน้อยทั้งสองก็ยังมองพี่สาวคนสวยตาแป๋ว


“พวกเจ้าพ่อลูกยังต้องรอญาติอีกนาน คิดดูให้ดีว่าจะอยู่กันอย่างไรทั้งที่เข้าเมืองไม่ได้แบบนี้” เสียงหวานกล่าวอย่างเยียบเย็น ตรงเข้าสู่หัวใจคนฟังได้ชะงัด นางจะซื้อในราคานี้ และไม่ยินยอมให้ใครปฏิเสธ


ไฉฟู่ที่ตกอยู่ในฐานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จึงได้แต่ค้อมศีรษะโขกหน้าผากลงพื้น “ขายขอรับ ขอบคุณนายหญิงเจียง”


“ขอบคุณนายหญิงเจียงขอรับ” เด็กน้อยทั้งสองเห็นบิดาโขกหัวกับพื้นก็ทำตามบ้างเป็นลูกคู่


“พี่ไห่ ขนข้าวไว้ใต้ท้องรถเราละกัน” เลี่ยงหลินสั่งงานต่อ


“ไม่เป็นไรขอรับนายหญิงเจียง ข้าน้อยไม่ได้ใช้เกวียนอีกแล้ว มอบให้นายหญิงไว้ขนข้าวดีกว่าขอรับ” ระหว่างนั้นเจ้าตัวก็คว้าเอาของต่าง ๆ เท่าที่จำเป็นม้วนไว้ในผืนผ้าลวก ๆ แทนย่าม


หญิงสาวพยักหน้าเนิบ ๆ ป๋าไห่จึงจัดการเอาเชือกมาผูกพ่วงเกวียนเข้ากับรถม้าเอาไว้ “แล้วระหว่างนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะพักที่ไหน”


“ข้าน้อยตั้งใจว่าจะพาเด็ก ๆ ย้อนกลับไปตรงค่ายพักผู้อพยพด้านตะวันตกของเมืองของขอรับ”


ได้ยินคำตอบนั้นเลี่ยงหลินก็ยังไม่เบาใจ “ข้าวตั้งหลายกระสอบเช่นนี้อย่างไรเสียข้าก็กินไม่หมด เจ้าตักแบ่งออกไปให้พออยู่ได้หลายวันเถอะ พี่หลิวไปเอาเนื้อตากแห้งบนรถให้พวกเขาด้วย”


“นนายหญิงช่างประเสริฐแท้ อาไช่ อาช่าง คารวะเทพธิดาไว ๆ จำหน้าผู้มีพระคุณเอาไว้ ข้าน้อยไฉฟู่และลูกขอขอบคุณนายหญิงจากใจ หากแม้นพบกันอีกชาตินี้หรือชาติหน้าย่อมยินดีรับใช้ ขอแค่นายหญิงเอ่ยมาว่าจะให้พวกข้าทำสิ่งใด” สามพ่อลูกโขกหัวคำนับกันจนหน้าผากแดง


“ไม่เป็นไรหรอก ดูแลพวกเขาให้ดี ๆ เล่าอ้อ แล้วญาติของเจ้ามีชื่อเสียงเรียงนามอย่างไร” หญิงสาวสอบถาม


ไฉฟู่หลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมา “เป็นญาติทางฝั่งเมียของข้าน้อยขอรับ แซ่หู ชื่อหูเกิง ทำงานเป็นคนเลี้ยงม้าอยู่ที่จวนเจ้าเมือง”


เช่นนั้นก็หาไม่ยากแล้ว เลี่ยงหลินพยักหน้าอย่างยินดี “มาเถอะ ติดรถไปด้วยกัน ถึงประตูเมืองแล้วพวกเจ้าค่อยแยกเดินอ้อมไป”


ผู้เป็นบิดาพยายามปัดฝุ่นให้สองเด็กชาย แต่ยิ่งทำให้ทั้งหมดดูมอมแมมหนักเข้าไปอีก สามพ่อลูกได้แต่เดินอย่างนอบน้อมขึ้นเกวียนที่ถูกพ่วงเข้ากับรถม้าอย่างแน่นหนา


หลังจากถึงประตูเมือง พ่อลูกแซ่ไฉก็แยกตัวออกไป ส่วนป๋าไห่ที่ลงไปจัดการเรื่องเอกสารเข้าเมืองถึงกับตกใจ “สิบวันเลยหรือ!


“เกิดอะไรขึ้นพี่ไห่” จิ่งหลิวที่ได้ยินเสียงอุทาน จึงชะโงกหน้าออกไปสอบถาม


ป๋าไห่เดินกลับมาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “ตอนนี้ทางในเมืองมีปัญหาเรื่องความเป็นอยู่แออัดมากขอรับ สำหรับนักเดินทางที่จะเดินทางผ่านเมืองต้องอยู่รายงานตัวและรอลงทะเบียนในเมืองก่อนประมาณสิบวัน”


“สิบวัน!” จิ่งหลิวอุทานซ้ำ “พระโพธิสัตว์ทรงโปรด ใยจึงใช้เวลาตรวจสอบยาวนานถึงเพียงนี้”


เลี่ยงหลินก็กังวลเหมือนกัน ด้วยไม่อยากเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ถึงหนังสือรับรองที่นายกองหานเคยมอบให้ไว้ มิรู้ว่าใช้ในช่วงเวลานี้ใช่หรือไม่


“พี่เอานี่ไปลองถามทหารดูใหม่” มือขาวผ่องยื่นหนังสือรับรองให้แก่ป๋าไห่ เขาจึงหายไปเจรจาความอีกครั้ง


“พี่ชาย ท่านดูสักหน่อยเถิดหนังสือรับรองนี้พอจะใช้การได้หรือไม่” ป๋าไห่ถามอย่างสุภาพ


“ไอหยา น้องชายท่านนี้ที่แท้ก็ญาติพี่น้องกัน แล้วไม่บอกตั้งแต่ทีแรก” นายทหารผู้นั้นเริ่มเขียนบันทึกแล้วลงชื่อตามสมุดประจำตัวของทั้งสามใหม่ในสมุดตรวจสอบคนเข้าเมืองที่แยกเป็นพิเศษไว้อีกเล่ม “น้องชาย พี่รู้ว่าพวกเจ้าเร่งเดินทางแต่ช่วงนี้ภายในเมืองมีปัญหาแออัดมากจริง ๆ ท่านเจ้าเมืองก็พยายามเร่งแก้ปัญหาอยู่ พี่ลัดคิวตรวจสอบให้พวกเจ้าได้อย่างไวที่สุดคือสามวัน ระหว่างนี้ก็พักผ่อนในเมืองก่อนเถิด แล้วเมื่อถึงกำหนดก็ไปรอประทับตราผ่านทางที่ประตูเมืองฟากโน้นได้เลย”


“ขอรับ ขอบคุณพี่ชายทั้งหลายที่ช่วยอำนวยความสะดวก” ป๋าไห่เดินกลับมาแจ้งข่าวด้วยสีหน้าดีขึ้น พร้อมมอบหนังสือรับรองและเอกสารประจำตัวของแต่ละคนให้นายหญิงเก็บรักษาไว้ตามเดิม


เลี่ยงหลินรับทราบเรื่องราวไว้แล้ว คิดว่าหนังสือรับรองจากนายกองหานนี้ช่วยพวกตนเอาไว้ได้มากทีเดียว เห็นทีเส้นทางต่อจากนี้นางคงได้เอาออกมาใช้เสียหลายครั้ง


 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

ตั้น[1]หน่วยชั่งของจีน 1 ตั้น = 100 กิโลกรัม

 

 


Talks - อย่าเพิ่งเบื่อกับการเดินทางของนางเอกกันนะคะ การเก็บเลเวลสะสมความดีของนางจะส่งผลต่อฐานะในอนาคตของนางแน่นอนค่ะ // กุลิสรา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.799K ครั้ง

7,917 ความคิดเห็น

  1. #7872 nattyness1 (@nattyness1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 08:00
    ช่วงเก็บเลเวลบุญกุศล
    #7872
    0
  2. #7812 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 17:13
    ช่วงสะสมแต้มบุญ
    #7812
    0
  3. #7611 150221 (@150221) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 15:39
    ยังสงสารนางเอกอยู่นะ แต่นางน่ารักใจดีมาก
    #7611
    0
  4. #6547 BeeLoveSeungkwan (@BeeLoveSeungkwan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 01:51
    เราต้องเก็บแต้มบุญอีกเท่าไรถึงจะเท่านางคะ
    #6547
    0
  5. #6217 Snoriw (@sadisticnight) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 21:53
    นี่มันเก็บแต้มคุณธรรม
    #6217
    0
  6. #6066 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:56
    นางฟ้ามากๆๆๆ เก็บเวลๆๆๆๆ
    #6066
    0
  7. #5602 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    นางฟ้ามากลูก
    #5602
    0
  8. #5256 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:37

    เหมือนกันชอบๆ
    #5256
    0
  9. #5165 Patamaporn Masud (@lookpadtuinui) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:11
    อ่านมาถึงกงนี้ บอกเลย จะซื้อออออ
    #5165
    0
  10. #5132 Prissy_Liew (@Prissy_Liew) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 12:47
    ชอบๆๆ เดินทางเพื่อเก็บเวลสะสม ฮ่าๆๆๆ เจียงเลี่ยงหลิน โอดิสซี
    #5132
    0
  11. #5127 milk-m.g.m (@milk-mgm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 12:03
    มีการแพ้ท้องเเทนเมียจ้าาาา
    #5127
    0
  12. #4487 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 17:31
    แม่พระมาโปรด
    #4487
    0
  13. #4415 คำพง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:52

    เอิ่ม ไม่เมคเซ้น ช่วยคนดีคนเลวตลอดทาง แปลกๆ

    #4415
    0
  14. #4195 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 20:48

    สนุกจัง


    อ่านไป ผจญภัยไปพร้อมๆกัน


    เพลินนนน

    #4195
    0
  15. วันที่ 13 เมษายน 2562 / 19:17
    😊😊😊
    #4187
    0
  16. #4143 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 17:34
    เป็นคนดีมากกก
    #4143
    0
  17. #4041 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 14:55
    ข้าวแบบนี้กินแล้วไม่อร่อยเท่าข้าวขัดขาวแต่คงมีประโยชน์ทางคุณค่าอาหารมากกว่า
    #4041
    0
  18. #3720 wanwisa-k (@wanwisa-k) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 03:39
    ไม่เบื่อนางเอกค่ะ แต่เบื่อสาวใช้ ช่วยขายทิ้งได้มั้ยคะ จุ้นจ้านเกินไป ไม่น่าดูเลย
    #3720
    1
    • #3720-1 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 7)
      9 เมษายน 2562 / 20:35
      สาวใช้คนสนิทมั้ยล่ะคะ อยู่กันมาแต่เด็กไม่ใช่หรอคะเท่าที่อ่านมา แล้วแต่ก่อนนางเอกก็ดูเป็นคนหัวอ่อน สาวใช้ก็ต้องปกป้องคอยแนะนำเจ้านายตัวเองหรือเปล่า ดีแค่ไหนแล้วที่เค้าภัคดี แล้วก็ที่นางจุ้นจ้านเพราะว่านางเอกทำในสิ่งที่แต่ก่อนไม่เคยทำเลยเป็นห่วงมากกว่า อ่านมาหลายตอนไม่เข้าใจเทาไหร่ว่าสาวใช้จุ้นจ้านเกินพอดี
      #3720-1
  19. #3520 Maichan (@ryuzaki) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 13:25
    รำคาญสาวใช้มาก ไม่แปลกที่คนเก่าจะตาย เพราะสาวใช้ไม่มีสมอง
    #3520
    0
  20. #3157 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 21:21
    อ่านแล้วก็คิดถึงพ่อตัวเอง
    #3157
    0
  21. #2526 ซอลเร (@betong56) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:02

    นนึกถึงเรื่องพระถังซัมจั่งเลยค่ะ สนุกมากๆๆ

    #2526
    0
  22. #2495 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 13:47
    นางเอกเป็นคนดีมากกกกกกกกกกกกก ดีจนน่าเป็นห่วง โชคดีที่เจอแต่คนดี ในสถานการณ์ระอุร้อนไฟสงครามขนาดนี้บีบคนให้ต้องเห็นแก่ตัว ถ้าไม่ระวังตัวให้ดีอาจเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย
    #2495
    0
  23. #2315 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 15:27
    นางเอกสุดยอดดดด !!!!
    #2315
    0
  24. #2187 pacharasaeten (@pacharasaeten) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:05
    ประเสริฐ​แท้
    #2187
    0
  25. #1899 blackhome-aom (@blackhome-aom) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 18:00
    ฮือ เป็นคนดีมากเลย ขออย่าให้นางเอกไปเจอคนไม่ดีเอาเปรียบเลยน้าา
    #1899
    0