ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 สหายแห่งเต๋า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62,243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,710 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา เหล่านักพรตต่างก็ทยอยออกจากห้องโถง หลงเหลือเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังพูดคุยกันอยู่ ไม่เว้นแม้แต่นายกองหานซึ่งกำลังบอกลานักพรตอาวุโสแต่ละท่าน


“แม่นางเจียงช้าก่อน” หานซิ่นเรียกนางไว้ เขาดูเร่งร้อน คงเพราะจะต้องเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง


“นายกองหานมีธุระอันใดกับผู้น้อย” ดวงตาคู่สวยจ้องมองอย่างสงสัย พอยืนใกล้ ๆ จึงเห็นว่านายกองหานผู้นี้มีลักษณะท่าทางองอาจไม่น้อย ผิวคล้ำแดด ใบหน้าเป็นเหลี่ยมมุมชัดเจน คิ้วกระบี่หนาเฉียงเหมือนในภาพวาดโบราณ


“ข้าหานซิ่นรู้สึกประทับใจในฝีมือการทำอาหารของท่านมาก จึงต้องการตอบแทน อยากทราบว่าหากมีโอกาสพบกันในครั้งหน้าจะพอเชื้อเชิญแม่นางไปแสดงฝีมือทำอาหารได้อีกหรือไม่” นายกองหานเอ่ยตรง ๆ ไร้อ้อมค้อมสมกับเป็นชายชาตินักรบ


“ท่านนายกองอย่าได้ลำบากเลย ผู้น้อยย่อมทำตามหน้าที่ที่ได้รับจ้างมา สำหรับกาลข้างหน้านั้นมิใช่ว่าผู้น้อยจะขัดข้องอันใด แต่อย่างที่ท่านทราบว่าผู้น้อยกำลังจะเดินทางกลับฉางเฉิน มิรู้ว่าจะต้องรอนแรมนานเท่าใด อีกทั้งมิรู้ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะสงบให้ได้เดินทางกลับมาแถวนี้ในเร็ววันหรือไม่ จึงไม่อาจรับปากท่านได้ ด้วยเกรงว่าอาจเป็นการเสียคำพูดไปเปล่า ๆ ขอเพียงรับคำชื่นชมจากท่าน ผู้น้อยก็รู้สึกยินดีแล้ว”


แม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่หานซิ่นกลับรู้สึกว่าอย่างไรตนก็ควรสานสัมพันธ์เอาไว้ให้ได้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอนาคตอันใกล้ ยอดอัจฉริยะบุคคลนี้มีแต่จะฉายแสงมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งนางยังมีอายุน้อย เส้นทางในชีวิตของนางก็ยังมีอีกยาวไกล เขาเองก็อยากเห็นว่าสตรีอาจหาญเช่นนี้จะปีนป่ายไปได้สูงเพียงไรกัน สู้สร้างบุญคุณไว้ยามเมื่อสามารถเข้าถึงตัวนางได้ไม่ดีกว่าหรือ “แม่นางเจียงได้โปรดรับน้ำใจของข้าไว้ ในเมื่อยามนี้ไม่อาจกำหนดสิ่งแน่นอนอันใด เช่นนั้นขอให้ข้าได้ช่วยแม่นางได้เดินทางกลับฉางเฉินอย่างราบรื่นสักนิดเถิด”


นายกองหนุ่มเรียกคนสนิทให้เอาของบางอย่างออกมา เป็นแผ่นกระดาษขนาดพอ ๆ กับตั๋วเงิน ทว่าบนนั้นกลับมีอักษรบางอย่างพร้อมตราประทับคล้ายกับตราทหารที่เห็นเมื่อตอนเดินทางผ่านเมืองต่าง ๆ


“สิ่งนี้คือหนังสือรับรองจากข้า จะช่วยให้แม่นางเจียงและคณะเดินทางสามารถเดินทางผ่านด่านตรวจต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ในช่วงเวลาเช่นนี้แม่นางจะพบว่าการเดินทางผ่านแต่ละสถานที่เต็มไปด้วยขั้นตอนเข้มงวดมากมาย”


“ผู้น้อย” หญิงสาวยังคงลังเลที่จะรับ ด้วยไม่มั่นใจว่าสิ่งที่มอบอภิสิทธิ์ให้เช่นนี้จะมีราคาค่างวดแค่ไหน


จนกระทั่งคนสนิทของนายกองหานเห็นหัวหน้าของตนพยายามโน้มนาวแม่นางเจียงไม่สำเร็จเสียทีจึงช่วยผสมโรงบ้าง “แม่นางเจียงอย่าได้เกรงใจ ของชิ้นนี้มีความพิเศษก็จริงอยู่แต่มิใช่ว่าจะขวนขวายหามิได้เสียเลย ปกติทางกองทัพมักอนุโลมให้พลทหารสามารถขอหนังสือรับรองจากต้นสังกัดให้แก่คนในครอบครัวได้ เพื่อที่ระหว่างเดินทาง ทหารตามเมืองต่าง ๆ ด้วยกันจะได้ช่วยดูแล คอยเป็นหูเป็นตาสอดส่องความปลอดภัย และอำนวยความสะดวก แม่นางเจียงเป็นสตรีต้องรอนแรมเดินทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงฉางเฉิน คงไม่รู้ว่าในยามนี้สถานการณ์ของแต่ละเมืองนั้นไม่เหมือนเดิมแล้ว สิ่งนี้จะช่วยบรรเทาความยุ่งยากลงได้บ้าง โปรดรับไว้เถิด”


“เช่นนั้นผู้น้อยขอขอบพระคุณนายกองหาน” เจียงเลี่ยงหลินรับหนังสือรับรองแผ่นนั้นมาถือไว้


“หานซิ่นต้องขอลาแม่นางเจียงแล้ว หวังว่าแม่นางคงเดินทางปลอดภัย และหวังเหลือเกินว่าเราคงได้มีโอกาสพบกันใหม่อีกครั้ง”


“ผู้น้อยก็หวังเช่นนั้น” หญิงสาวเอ่ยตามมารยาทแล้วโค้งศีรษะลงเล็กน้อย นางกองหานและคนสนิทเดินจากไป ผ่านประตูอารามบานใหญ่ ความมืดรายล้อมเช่นนี้แล้ว กว่าเขาจะเดินทางถึงเมืองหลวงคงย่ำรุ่งพอดี


“แม่นางเจียงเชิญทางนี้ขอรับ” นักพรตน้อยฉางที่ยืนรอเจียงเลี่ยงหลินอยู่ เข้ามานำทางหลังจากเห็นว่าหญิงสาวเสร็จธุระแล้ว ปลายยามซวี[1] เหล่านักพรตต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน จำนวนผู้คนในโถงอารามเริ่มเบาบางตา “ข้าจะนำทางไปห้องพัก”


เจียงเลี่ยงหลินถูกนำทางมาในห้องพักแขกห้องเดิม พบจิ่งหลิวและป๋าไห่ ดึกแล้วพวกนักพรตจึงได้เตรียมห้องพักให้พวกตนในเขตอารามเอาไว้ จิ่งหลิวนั้นยืนกรานขอติดตามพักห้องเดียวกับนาง ส่วนป๋าไห่ถูกแยกตามเคย


วันนี้เป็นวันที่พิลึกพิลั่นเหลือเกิน จิ่งหลิวได้แต่คิดขณะจัดเตรียมเตียงนอนให้นายหญิง ในห้องพักนี้บรรยากาศเรียบง่ายและสะอาดสะอ้าน ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน พร้อมเครื่องเรือนไม้ให้บรรยากาศสุขุม “นายหญิงมานอนเถิดเจ้าค่ะ”


หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วเจียงเลี่ยงหลินก็ยังไม่ยอมทิ้งร่างลงเตียงนอน แต่เรียกขอกระดาษกับพู่กันจากเหล่าผู้ดูแลมานั่งเขียนอะไรอยู่คนเดียว ยาบำรุงครรภ์สำหรับดื่มก่อนนอนก็ยังวางอยู่ด้านข้าง ไอร้อนของมันลอยกรุ่นปากถ้วย


“ขอเวลาเดี๋ยวนะพี่หลิว” นางว่า ตั้งอกตั้งใจเร่งมือเขียนอักษรให้ไวขึ้น ท่าทางจริงจังเช่นนั้น เส้นผมดำยาวล้อมรอบใบหน้ารูปไข่ราวกับเทพธิดาผู้ทรงปัญญาอย่างแท้จริง


จิ่งหลิวที่เป็นห่วงนายหญิงมากจึงได้แต่เอ่ยเร่ง “นายหญิงตั้งครรภ์อยู่อย่าหักโหมเลยนะเจ้าคะ”


เรียวปากบางบิดโค้งเป็นรอยยิ้มเจือจาง “กำลังจะเสร็จแล้ว ข้าเพียงเขียนสูตรอาหารบางอย่างทิ้งไว้ให้พวกท่านนักพรต”


เดิมทีคนครัวอาชีพล้วนหวงแหนสูตรอาหารของตนราวกับเฒ่าจันทราหวงสมุดชะตา ไฉนนายหญิงของนางจึงยินดีมอบตำรับอาหารให้ผู้อื่นง่าย ๆ เสียเล่า “เช่นนี้ไม่เป็นอันใดหรือเจ้าคะ”


ฝ่ายถูกถามส่ายหน้าช้า ๆ “เดิมอาหารเหล่านี้ก็ถูกคิดขึ้นโดยใช้ที่นี่เป็นแรงบันดาลใจ ข้าว่าคงน่าขันมากกว่าหากน้ำแกงไป๋หยุนหากินได้ที่อื่น แต่ที่อารามไป๋หยุนกลับไม่มีเสียเอง” การทดสอบทำอาหารครั้งแรกในโลกนี้ได้พิสูจน์ให้เลี่ยงหลินเห็นแล้วว่าหากคนครัวมีความสามารถย่อมได้รับการยกย่อง ดังนั้นไปได้แน่นอนนางมั่นใจว่าตนสามารถไปได้ไกลกว่านี้


“ท่านกำลังคิดสิ่งใดอยู่เจ้าคะ” จิ่งหลิวเอ่ยถาม เป็นครั้งแรกที่นางไม่อาจตามรับใช้ผู้เป็นนายได้ถูก เนื่องด้วยอ่านอารมณ์ของอีกฝ่ายไม่ออก


“บางทีตัดสินใจประกอบอาชีพเป็นแม่ครัวก็ไม่เลว พี่ว่าเช่นไร” น้ำเสียงสงบนิ่งดั่งสายน้ำเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา


“หากเป็นการตัดสินใจของท่าน” ไม่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรจิ่งหลิวก็ยินดีสนับสนุน


“พี่ไม่ต้องกลัว” เลี่ยงหลินกล่าว เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่จิ่งหลิวรู้สึกหวั่นใจ แต่มิใช่เพราะอนาคต ทว่าเป็นเพราะหวั่นในนายหญิงของตน จิ่งหลิวไม่เคยรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังมองความคิดของตนได้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้มาก่อน “ข้าจะทำในสิ่งที่ข้ารัก และเราทั้งหมดจะไม่เป็นไร”


อีกพักหนึ่ง แสงเทียนในห้องพักแขกของอารามไป๋หยุนจึงดับลง แล้วแทนที่ด้วยความสงบเงียบของสายลมยามค่ำคืน


รุ่งเช้า เสียงนกกางเขนขับขาน ได้กลิ่นหอมพัดมาจากป่าไผ่ พร้อมลมเย็นของฤดูใบไม้ผลิ ก็เรียกความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้แก่หลายชีวิตได้ไม่ยาก


สามนายบ่าวที่แต่งกายเรียบร้อยพร้อมออกเดินทางกำลังร่ำลาเหล่านักพรต อันที่จริงขั้นตอนนี้ไม่ควรมีอะไร หากมิใช่ว่าเหล่านักพรตอาวุโส นำโดยเจ้าอารามไป๋หยุนและเจ้าอารามจวินซาน ยืนยันจะมาส่งพวกนางด้วยตนเองให้ได้ ดังนั้นลานหน้าอารามในยามนี้ จึงคลาคล่ำไปด้วยเหล่าศิษย์แทบทั้งสำนักเลยทีเดียว


“สิ่งนี้เป็นสินน้ำใจเล็กน้อยสำหรับแม่นางเจียง เก็บไว้เป็นทุนรอนในการเดินทาง ขอให้แม่นางและผู้ติดตามทั้งสองยึดมั่นในสติ ไม่ประมาท และจงมีความโชคดีในการเดินทางถึงที่หมายโดยปลอดภัย” นักพรตหลี่เจ้าอารามไป๋หยุนยื่นถุงใส่เงินให้ หญิงสาวรับมาถือไว้ ถึงไม่แกะออก แต่จากน้ำหนักและผิวสัมผัสที่รู้สึกได้น่าจะเยอะกว่าทั่วไปแน่ ๆ นางเคยถามจิ่งหลิวแล้ว ค่าจ้างพ่อครัวใหญ่ชื่อดังเลย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราว 20-30 ตำลึง ถ้าแบบคนครัวทั่วไปก็ 5-12 ตำลึง อีกทั้งในกรณีนี้นางไม่ได้เตรียมวัตถุดิบเองเสียด้วยซ้ำ


เท่าที่ลอบประเมินของสิ่งที่ถืออยู่นี้ ข้างในไม่น่าจะต่ำกว่า 50 ตำลึง แม้การได้รับค่าแรงสูงเกินไปจะทำให้เกิดความละอายใจ ทว่าอีกใจหนึ่งของเลี่ยงหลินก็เริ่มลิงโลด พวกนักพรตให้ค่านางสูงถึงเพียงนี้เชียวหรือ สิ่งนี้ใช้วัดระดับจุดยืนได้หรือไม่ว่านางอยู่ขั้นใดในทำเนียบคนครัวของโลกนี้


“ผู้น้อยขอขอบคุณท่านเจ้าสำนักที่ให้โอกาสได้แสดงฝีมือ อย่างไรก็แล้วแต่ก่อนไปขอมอบสิ่งนี้ไว้ให้ เป็นสูตรอาหารทั้งหมดที่ผู้น้อยคัดไว้เมื่อคืน” หญิงสาวยื่นกระดาษม้วนหนึ่งให้ท่ามกลางสายตาตกใจของเหล่านักพรต


“ของสิ่งนี้” นักพรตหลี่รับมาแล้วคลี่ออกอ่านอย่างไม่เชื่อสายตา สารพัดสูตรอาหารในมื้อนั้น และแน่นอนว่ารวมถึงน้ำแกงไป๋หยุนก็ด้วย “แม่นางเจียงช่างมีน้ำใจยิ่งนัก” ด้วยรู้ว่าสำหรับคนครัวแล้วสูตรอาหารมีค่าดั่งชีวิตเพียงไร เหล่าศิษย์น้อยในสำนักก็ล้วนมองแม่นางเจียงท่านนี้ด้วยสายตาชื่นชมมากขึ้น ใครเล่าจะคาดว่าปุถุชนคนหนึ่งกลับไม่หวงแหนหนทางที่จะนำไปสู่เกียรติยศ ความใจกว้างนี้มากกว่านักพรตผู้ฝึกตนบางคนที่เอาแต่หวงเคล็ดวิชาเสียอีก


“เดิมทีผู้น้อยเห็นว่าทางอารามได้จ้างพ่อครัวไว้อยู่ก่อนแล้ว ขอเพียงเขาได้อ่านของสิ่งนี้และพยายามฝึกปรือ ท่านทั้งหลายก็จะได้ลิ้มรสอาหารเช่นนั้นอีกแน่นอน สำหรับน้ำแกงไป๋หยุนสูตรอาหารอย่างสุดท้ายนั้นค่อนข้างมีความพิเศษ เมื่อครั้งยังเยาว์วัยเริ่มฝึกหัดทำอาหาร บิดาของผู้น้อยได้แนะนำว่าการหั่นเต้าหู้จะช่วยทำให้จิตใจสงบลงได้ แม้จะเป็นงานครัว แต่ผู้น้อยก็หวังว่าน้ำแกงนี้นอกจากจะสร้างความพึงใจให้ผู้ดื่มแล้ว ยังจะสามารถช่วยเป็นอีกหนึ่งเส้นทางกล่อมเกลาจิตใจผ่านกิจวัตรอันเรียบง่ายให้แก่เหล่านักพรตน้อยได้ด้วย” นี่เป็นสิ่งที่นางต้องการ เดิมสูตรอาหารนี้ควรค่าแก่การจะอยู่กับเส้นทางการแสวงหาความสงบของวิถีแห่งเต๋าอยู่แล้ว


“น้ำใจอันประเสริฐของแม่นางเจียง พวกเราชาวไป๋หยุนย่อมจดจำไว้เป็นอย่างดี” เจ้าสำนักหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบป้ายไม้ออกมา


“สิ่งนี้” เลี่ยงหลินพิจารณาป้ายไม้แผ่นนั้น ดูเรียบง่ายทว่าสง่างาม ชายพู่สีขาวทำจากไหมชั้นดีแสดงให้เห็นว่าป้ายนี้มาจากสำนักไป๋หยุน กึ่งกลางนั้นเขียนไว้ว่า สหายแห่งเต๋า


“นี่เป็นป้ายสหายแห่งเต๋า คือหลักฐานแสดงว่าแม่นางเจียงคือบุคคลที่พวกเราเหล่านักพรตล้วนให้การยอมรับ นับจากนี้ไม่ว่าแม่นางจะเดินทางไปยังอารามพรตใดในสี่แคว้น หรือระหว่างทางพบเจอศิษย์เต๋าจากสำนักใดก็ตาม ขอเพียงแม่นางแสดงแผ่นป้ายนี้ พวกเราล้วนให้การต้อนรับเสมอ” เหล่าศิษย์น้อยต่างมองแผ่นป้ายนั้นด้วยสายตาราวกับมองเห็นของล้ำค่า คนทั่วไปมักขอเครื่องรางของขลังจากนักพรตหลี่ ทว่าแท้จริงแล้วนี่ต่างหากคือไมตรีสูงสุดที่เจ้าสำนักมอบให้แก่คนนอก หนึ่งสำนักมีเพียงหนึ่งป้ายเท่านั้น แม้แต่ฮ่องเต้ของแคว้นเทียนหมิงก็ไม่อาจครอบครอง


เลี่ยงหลินรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ผู้น้อยขอถามอีกสักคำเถิด เหตุใดท่านเจ้าอารามจึงมอบของสูงค่าถึงเพียงนี้ให้ผู้น้อยที่เป็นแม่ครัวธรรมดาเล่า”


“เพราะสูตรอาหารที่แม่นางเจียงมอบไว้ให้แก่อารามไป๋หยุ๋นนั้นมิใช่สิ่งของทั่วไป แต่เป็นความรู้ อันเป็นสิ่งประเสริฐสูงสุด” เขากล่าว “เมื่อเจอมิตรที่พร้อมให้ความรู้เป็นทานเช่นนี้แล้ว จะให้พวกเราดูดายได้อย่างไร ได้แต่หวังว่ากาลข้างหน้าแม่นางเดินทางผ่านมาจะแวะมาเยี่ยมเยียนพวกเราอีกสักครั้ง”


“คู่ควรแล้ว ๆ” ท่านเจ้าสำนักจวินซานเองก็เห็นด้วย พร้อมกับมอบพัดให้เล่มหนึ่งที่พกติดตัวไว้ตลอด เกิดเสียงอุทานจากเหล่าศิษย์จวินซาน “พัดนี้หาใช่ของวิเศษอันใด เจ้าศิษย์พวกนี้ชอบคิดกันไปเอง”


เจ้าสำหนักจวินซานเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอย่างอาแปะใจดีมองลูกหลาน ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเจ้าศิษย์พวกนี้ชอบมองพัดส่วนตัวของเขาตาเป็นมันเพราะต่างคิดว่านี่คือของวิเศษมีอิทธิฤทธิ์แฝงอยู่ “พัดอันนี้เป็นพัดที่ข้าได้มานมนานดั้งแต่สมัยเป็นนักพรตวัยเยาว์ เห็นแม่นางเจียงเองก็อายุยังน้อยและเปี่ยมไปด้วยพลังเช่นกันจึงอดที่จะนึกถึงตัวเองในอดีตมิได้”


มือเรียวลูบพัดที่เพิ่งได้รับมาอย่างเบามือ ในดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสงสัย


“ในโลกนี้ไม่มีการให้ใดยิ่งใหญ่ทัดเทียมเท่ากับการให้ความรู้ ข้าจึงขอมอบอีกหนึ่งถ้อยคำดี ๆ ที่หวังว่าจะช่วยเป็นกำลังใจให้แก่แม่นางยามคับขัน ดั่งเช่นที่ตาเฒ่าคนนี้ยึดถือมาตลอดในชีวิต”


หญิงสาวคลี่ตัวพัดออกมา เผยให้เห็นตัวอักษรอันทรงพลัง “เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต” ถ้อยคำที่อ่านออกเสียงนั้นเรียบง่าย ทว่ากังวานอยู่ในใจของทุกชีวิตที่ยืนอยู่ ณ บริเวณนี้


“ผู้น้อยเข้าใจแล้วขอคารวะท่านนักพรตทั้งหลายและขอลาก่อน การได้พบพวกท่านถือเป็นของขวัญในชีวิตนี้” เลี่ยงหลินหมายความเช่นนั้นทุกคำ


หลังจากนั้นทั้งเจียงเลี่ยงหลิน จิ่งหลิว และป๋าไห่ก็ออกเดินทางด้วยรถม้าเช่นเดิม ทว่าสภาพจิตใจนั้นล้วนไม่เหมือนเดิม ในฐานะบ่าว แน่นอนว่าทั้งจิ่งหลิวและป๋าไห่ย่อมมองออกว่านายหญิงของตนมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน


นางไม่เพียงแต่เติบโต แต่กลับเติบโตขึ้นอย่างสง่างาม


“พี่หลิวลองนับดูว่าในถุงนี้มีเงินเท่าไร” เลี่ยงหลินยื่นถุงเงินให้สาวใช้นับจำนวน แล้วเอาไปเก็บรวมกับกระเป๋าเงินหลัก


จิ่งหลิวนับได้ทั้งหมด 50 ตำลึงจริง ๆ ช่างเป็นรายได้ก้อนใหญ่จนทำให้กลายเป็นเศรษฐีนีได้เลย ที่นายหญิงกล่าวเมื่อคืนว่าจะเป็นคนครัวอาชีพ เห็นทีนางจะคิดจริงจังแน่นอนแล้ว


“นายหญิงต้องทำได้แน่นอนเจ้าค่ะ” คำตอบเมื่อคืนที่ติดค้างอยู่ในใจของจิ่งหลิวถูกเอ่ยออกมา “แต่อย่างไรเสียระมัดระวังครรภ์ด้วยนะเจ้าคะ”


“มีพี่สองคนอยู่ข้าไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก” เจ้าตัวยิ้มกว้างอย่างเอาใจ “อีกอย่างเจ้าก้อนแป้งน้อยไม่เคยสร้างปัญหาเลย ยังไม่เกิดก็น่ารักออกปานนี้” เป็นอย่างที่นางกล่าว นอกจากบ่นเวียนหัวคลื่นไส้บ้างตอนเช้า ๆ แต่เลี่ยงหลินไม่เคยมีปัญหาเรื่องกินยาก อ่อนเพลีย หรือแพ้ท้องอาเจียนจริง ๆ อย่างที่คนท้องควรจะเป็นเลยสักครั้ง


“บ่าวจะดูแลทั้งนายหญิงและนายน้อยก้อนแป้งให้ดีขอรับ” ป๋าไห่ที่เข้าใจไปแล้วว่านายหญิงตั้งชื่อเด็กว่าก้อนแป้งตอบอย่างพาซื่อ


ทั้งเลี่ยงหลินและจิ่งหลิวหัวเราะร่วน ยิ่งเดินทางห่างออกไปเมื่อมองไปด้านหลังเห็นอารามไป๋หยุนเล็กลงทุกทีแม้จะเป็นการจากลา ทว่าการจากเพื่อที่จะหวนกลับมาอีกครั้งเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่นึกเสียดาย


ห่างออกไป เมืองต๋าจิง


“หวางเย่ เจ้ากรมอาญานำรายงานการบังคับคดีมาถวายพะย่ะค่ะ” เส้ากงกงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเบาเนื่องจากไม่ต้องการรบกวนผู้เป็นนายมากเกินไป


ตวนอ๋อง หมิงหย่งเทียน เอนกายอยู่บนตั่ง เปลือกตาปิดสนิททว่ามิได้หลับใหล เขาเพียงแต่หลับตาพักผ่อนเนื่องด้วยจากอาการป่วยบางอย่างที่รุมเร้า กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่เคยแสดงอาการออกไปให้ใครรับรู้ คงมีแต่เส้ากงกงที่ติดตามรับใช้ใกล้ชิดและหมอเท่านั้น


“ให้เขาวางไว้ แจ้งว่าเปิ่นหวางยุ่งกับงานของฮ่องเต้ ยามนี้ไม่สะดวกพบ” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ย หัวคิ้วกระบี่ขมวดลงเล็กน้อยอย่างรำคาญ เรื่องภาษีที่ตระกูลเหยาฉ้อโกงนั้นดำเนินมาจนถึงส่วนท้ายสุดแล้ว ตัดสินความกันไปแล้ว บัดนี้ก็คือการยึดทรัพย์เพื่อชดเชยแก่แผ่นดิน


เส้ากงกงรับบัญชาพลางครุ่นคิดในใจ ตั้งแต่มาออกเดินทางมาต๋าจิง ตวนอ๋องก็ป่วยตลอดอย่างผิดวิสัย


“ไปตามหมอคนใหม่มาด้วย ยาเทียบก่อนนั้นไม่เห็นดีขึ้นสักนิด”


“พะย่ะค่ะ”


เส้ากงกงออกไปรับหน้าใต้เท้าฟ่านเจ้ากรมอาญาจนเรียบร้อย ส่งอีกฝ่ายออกไปจากจวนพัก ก็สั่งให้พ่อบ้านไปตามหมอรายใหม่มาอีก แรกเริ่มนั้นอาการป่วยของท่านอ๋องได้หมอหลวงติดตามมารักษา ยังไม่ดีขึ้นท่านอ๋องก็ส่งกลับเสียก่อนด้วยเกรงว่าหากรักษาเนิ่นนานฮ่องเต้อาจเข้าใจได้ว่าป่วยหนัก แล้วจะมีรับสั่งให้เดินทางกลับเมืองหลวงไปพักฟื้นรักษาตัวได้ ดังนั้นท่านอ๋องจึงเริ่มให้เชิญหมอฝีมือดีในเมืองต๋าจิงบ้างจะได้ไม่ยุ่งยาก ทว่ายามนี้เชิญมาจนแทบจะหมดเมืองแล้วก็ไม่มีใครรักษาหายเสียที มีแต่คนกล่าวว่าท่านอ๋องทรงงานหนักทั้งนั้น ทั้งทีความจริงแล้วเขาติดตามท่านอ๋องมาตลอดเห็นว่างานระดับนี้ไม่เรียกว่าหนักอะไรได้


หนักกว่านี้ตวนอ๋องก็เคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น


เส้ากงกงถอนใจ เจอพ่อบ้านจูพาหมอรายใหม่เข้ามาพอดี


“นี่ท่านหมอเหวินขอรับท่านกงกง” พ่อบ้านจูกล่าวอย่างนอบน้อม ท่านหมอเหวินนั้นสะพายล่วมยามาพร้อม


เส้ากงกงรับช่วงต่อพาท่านหมอเหวินเข้ามาในจวน ระหว่างทางก็กล่าวเรื่องให้เก็บอาการป่วยของท่านอ๋องเป็นความลับ และข่มขู่ไปอย่างเคย


เมื่อได้พบตวนอ๋องในระยะใกล้แบบนี้ คำขู่ของเส้ากงกงยิ่งชวนให้เหวินจงหน้าซีดลงไปอีก ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยพบพานบุรุษที่สง่างามราวกับเทพเซียนเช่นนี้ แม้จะเป็นยามที่กำลังป่วยไข้


หมิงหย่งเทียนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ร่างนั้นสวมชุดแพรสำหรับอยู่ในจวนง่าย ๆ ทว่าก็ยังตัดเย็บจากไหมชั้นดีที่มีค่าควรเมือง เส้นผมดำราวน้ำหมึกรวบสูงแบบบุรุษ รับกับอาภรณ์สีฟ้าคราม


นี่มิใช่ว่าเบื้องหน้าของเขาคือเง็กเซียนฮ่องเต้จำแลงกายมาหรอกหรือ หมอเหวินก้าวเดินไปใกล้ด้วยความงกเงิ่น มิรู้จะวางตัวอย่างไรขึ้นมาทันที “คะคารวะหวางเย่” แม้แต่คำทักทายยังใช้ผิด


ชายหนุ่มไม่ถือสา เพราะอย่างไรก็ไม่ใช่หมอหลวงย่อมไม่รู้พิธีการ จึงได้แต่โบกมือให้เส้ากงกงเล่าอาการ จากนั้นจึงปล่อยให้หมอเหวินจับชีพจรเงียบ ๆ


ชีพจรจังหวะปกติ แต่เบาคล้ายคนอ่อนล้า จากอาการเห็นว่าตวนอ๋องก็เสวยอะไรมิค่อยได้ เบื่ออาหารและอาเจียนตลอด “อวัยวะภายในไม่ผิดปกติอันใด ที่หวางเย่มีอาการเช่นนี้น่าจะเพราะอ่อนเพลียเกินไป”


อีกแล้วหรือดวงตาเหยี่ยวฉายแววไม่พอใจ เขาหาใช่คนอ่อนแอปานนั้น งานชำระคดีความเท่านี้ไม่นับเป็นอะไร ไม่ได้ใช้แรงกายเสียด้วยซ้ำแล้วจะทำให้เหนื่อยจนป่วยได้อย่างไร


เหมือนจะสัมผัสบรรยากาศกดดันได้ หมอเหวินจึงรีบทบทวนการวินิจฉัยของตนใหม่อาเจียนบ่อย ๆ ไม่อยากอาหารแบบนี้ไอ้หยา ใช่หรือ “อาการส่วนหนึ่งของหวางเย่น่าจะเกิดจากร่างกายแปรปรวนเพราะต่างถิ่นด้วย” คนเป็นหมอเริ่มแถไปเรื่อย “ในเมื่อกินไม่ได้เช่นนี้ลองตามใจปากสักหน่อยดีหรือไม่ หวางเย่ทรงอยากกินอะไรเป็นพิเศษช่วงนี้”


เส้ากงกงมองหมอเหวินที่สั่นเทาอย่างเวทนา แม้อีกฝ่ายจะพูดจาผิด ๆ ถูก ๆ แต่ความสร้างสรรค์ในการรักษาถือว่าพอมีบ้าง


ปกติตวนอ๋องย่อมมีอาหารที่โปรด แต่ช่วงนี้แม้แต่ของโปรดยังเสวยมิได้ เจ้าตัวจึงไม่ได้เรียกร้องอะไร ฝ่ายเส้ากงกงก็กังวลอยู่ว่านายของตนจะซูบผอมเกินไป


“อยากกินหรือ” หมิงหย่งเทียนนิ่งไป จะว่ามีของที่อยากกินช่วงนี้ก็ใช่ แต่ด้วยไม่เคยเรียกร้องของแบบนั้นมาก่อนจึงไม่กล้าเอ่ยแม้แต่กับคนสนิท


“ขขอรับให้หวางเย่ลองอาหารใหม่ ๆ บ้าง ในเมื่อยาเทียบก่อน ๆ ไม่สามารถรักษาอาการอาเจียนได้ เช่นนั้นข้าน้อยจะจัดยากระตุ้นให้เจริญอาหาร ตำรับแพทย์แต่โบราณล้วนกล่าวว่าอาหารเองก็เป็นยา เมื่อพึ่งพายาเข้าจัดการโรคโดยตรงไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพาอาหารให้ร่างกายเกิดสมดุลแล้วฟื้นฟูตัวเอง”


“ที่ท่านหมอกล่าวก็มีเหตุผล” ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ว่าดังนั้นแล้วพยักหน้าให้แก่เส้ากงกงเป็นเชิงว่าให้จัดการเรื่องรับเทียบยาต่อให้เรียบร้อย


เส้ากงกงนำหมอเหวินออกมาด้านนอก ปล่อยให้ท่านอ๋องได้พักผ่อน “ท่านหมอเขียนเทียบยาให้เรียบร้อยเถิด ข้าจะจัดการเรื่องยาเอง”


หมอเหวินผงกหัวอย่างเข้าใจ เชื้อพระวงศ์จะดื่มยาจากร้านยาธรรมดาของเขาได้อย่างไร อย่างน้อย ๆ ก็คงมีคลังยาเป็นของตัวเอง หากแต่เหวินจงก็อดคิดเรื่อยเปื่อยไม่ได้ จึงได้แต่กำชับ “ท่านกงกงอย่าลืมจัดหาอาหารตามที่ข้าน้อยแนะนำด้วยนะขอรับ จะช่วยให้หวางเย่ฟื้นตัวเร็วขึ้น”


อีกฝ่ายพยักหน้า แต่ก็ไม่ลืมที่จะข่มขู่ตามความเคยชิน “หวังว่าท่านหมอจะวินิจฉัยถูก”


ไอ้หยา….หมอเหวินได้แต่อุทานในใจ ใครจะไปกล้าวินิจฉัยอาการแบบนี้ ตวนอ๋องป่วยเสียที่ไหน คิดไปคิดมาเหมือนไอ้หนุ่มแถวบ้านเขาที่มันแพ้ท้องแทนเมียไม่มีผิด แต่จะพูดออกไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อไม่เห็นมีข่าวคราวว่าพระชายาคนไหนจะตั้งครรภ์


หมอเหวินที่รีบเขียนเทียบยาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เมื่อเส้ากงกงพาออกมาส่งให้พ่อบ้านจูพากลับก็แทบจะวิ่งขึ้นรถม้า พร้อมคิดว่าในจวนอ๋องนี่เป็นถ้ำเสือถ้ำตะเข้จริงแท้ ขนาดจวนพักชั่วคราวยังกดดันถึงเพียงนี้


ฝ่ายเส้ากงกงที่จัดการเรื่องยาต่าง ๆ แล้วจึงได้กลับเข้ามารอรับใช้ผู้เป็นนายอย่างเดิม


“เรียบร้อยแล้วหรือ” หมิงหย่งเทียนปรายตามองคนสนิทชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนฎีการายงานที่ยังคั่งค้างต่อ


“พะย่ะค่ะ เรื่องเมื่อครู่เช่นนั้นเย็นนี้หวางเย่อยากเสวยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่”


ชายหนุ่มนิ่งงัน พักใหญ่ที่เส้ากงกงนึกว่าตวนอ๋องจะไม่พูดออกมาแล้ว จึงได้ยินเสียงอีกฝ่ายสูดลมหายใจลึก แทบไม่เชื่อหูว่านายของตนจะอยากเสวยของพรรค์นี้


“เปิ่นหวางอยากกินถังหูลู่[2]

 


 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

ยามซวี[1]การนับเวลาแบบจีนโบราณ  ช่วงเวลาระหว่าง 19.00 - 20.59 .

ถังหูลู่[2] - ผลไม้เคลือบน้ำตาล

 

 

ถังหูลู่



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.71K ครั้ง

7,907 ความคิดเห็น

  1. #7859 baochompoo2525 (@baochompoo2525) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:58
    555มีความน่ารัก...แพ้ท้องแทนเมีย
    #7859
    0
  2. #7832 555 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 09:49

    ลุ้นค่ะ

    เมื่อไรจะรู้ว่าเมีนท้องน้อ

    #7832
    0
  3. #7822 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 12:18
    ท่านอ๋องแพ้ท้องแทนเมีย

    หวังว่าตอนที่ท่านอ๋องกลับไปจะไม่หลงเชื่อชายาเลวๆเรื่องเลี่ยงหลินคบชู้ล่ะ
    #7822
    0
  4. #7811 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 17:08
    -หยาาา แพ้ท้องแทนเมียเสียนี่
    #7811
    0
  5. #7610 150221 (@150221) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 15:23
    555 ท่านอ๋องแพ้ท้องแทนเมีย
    #7610
    0
  6. #7499 dplay (@dplay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 19:21

    แพ้แทนเมียแต่เมียดันโดนไส่ร้ายนี่สิ แสดงว่ารักจริง

    #7499
    0
  7. #7451 LENG555* (@5843430012) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 15:45

    5555แพ้ท้องแทนเมียนี่เอง

    #7451
    0
  8. #6989 Ninja79 (@Ninja79) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:39
    แพ้ท้องแทนเมียนี่เอง
    #6989
    0
  9. #6985 pamiwashi32 (@pamiwashi32) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:38
    แพ้ท้องแทนเมียว่ายตายยยยยย
    #6985
    0
  10. #6845 Crystal Tear (@nice2547) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 18:40
    ว่าแล้ว 555
    #6845
    0
  11. #6492 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 10:20
    เมียเขาก็ท้องจริงนั้นแหละท่านหมอ
    #6492
    0
  12. #6450 Baiphil289 (@Baiphil289) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 19:04
    เอ็นดู
    #6450
    0
  13. #6221 K-muk (@K-muk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 13:37
    อยากจะฟินที่ท่านอ๋องแพ้ท้องแทนเมีย แต่นึกขึ้นได้ว่าเมียตายแล้ว T^T
    #6221
    0
  14. #6065 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:51
    ถังหูลู่อร่อยมากจ้า
    #6065
    0
  15. #6017 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 07:06
    แสดงว่ารักน้องมาก
    ดลยแพ้ท้แงแทนเลย
    #6017
    0
  16. #5601 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 22:28
    แพ้ท้องแทนเมียจ้า
    #5601
    0
  17. #5386 Kebhom (@Kebhom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 23:05
    แพ้ท้องแทนเมียแน่นอน​
    #5386
    0
  18. #5385 Kebhom (@Kebhom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 23:05
    แพ้ท้องแทนเมียแน่นอน
    #5385
    0
  19. #5285 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 02:13
    หกตอนผ่านไปถึงได้เจอหวางเย่ เปิดมาแพ้ท้องแทนเมียก่อนเลย เอ็นดู555555
    #5285
    0
  20. #5255 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:17

    ร้องได้คำเดียว555555
    #5255
    0
  21. #5211 peachground (@plernnachan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:46
    เป็นนิยายที่รีเสิจดีมากๆที่สุดที่เคยอ่านมาเรื่องนึงเลยอะค่ะ ตั้งแต่เปิดเรื่องมาก็รู้สึกว่า เออ เก่งอะ ยิ่งอ่านไปยิ่งรู้สึกเลยว่าหาข้อมูลลึกมากๆ ทั้งเรื่องการปรุงอาหาร แล้วก็การบรรยายรูปรสกลิ่นของแต่ละจานออกมา แบบ เออ ภาษาฉลาดอะ ยิ่งช่วงที่พูดถึงแนวคิดเบื้องหลังคือแบบ อ่านละใจเย็นเลยอะ ดูขี้เว่อมะ แต่ชอบมากจริง55555555 อ่านแล้วเพิ่ม eatable stones เข้า bucket list เลย ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆขึ้นมานะคะ 🙆
    #5211
    0
  22. #5173 praaewaa (@praaewaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 13:35
    เจ้าก้อนแป้งแสบมาก 55555555
    #5173
    0
  23. #5172 Okura Kanjana Magnussen (@1122kanjana) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 12:27
    แพ้ท้องแทนเมีย 555
    #5172
    0
  24. #5159 Iynew (@3216278) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:47
    สงสัยมาตลอด. ทำไมนิยายเกี่ยวกับจีนต้องมี ถังหูลู่
    #5159
    0
  25. #5002 Hisaki Ukinamae (@oami1139) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:41
    นี่สินะที่เขาเรียกว่า..แพ้ท้องแทนเมีย โอ๊ยยยยยขำ
    #5002
    0