ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 42 : บทที่ 51 ถอยหนึ่งก้าวฟ้ากว้างไกล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,171 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62

Talks - ไรต์เครียดมากถึงมากที่สุดค่ะ ตอนนี้ไรต์เขียนได้ช้ากว่ากำหนดเดดไลน์มาก จนกังวลว่าหนังสือจะออกได้ตอนไหน ไรต์ขอลาหยุดไปอีก 7 วันนะคะ



บทที่ 51 ถอยหนึ่งก้าวฟ้ากว้างไกล


              เลี่ยงหลินกำลังทำอาหารบดให้ซิงฉวี่อยู่ในครัว แต่เมื่อเห็นร่างสูงยืนพิงกรอบประตู นางก็หยุดมือ


              “หวางเย่ทรงบาดเจ็บมาได้อย่างไร ไปโดนอะไรมาเพคะ”


              บนศีรษะของเขามีผ้าขาวพันอยู่ หลังจากกลับจวน เส้ากงกงก็รีบตามหมอมาดูแลรักษาแผลทันที ท่านหมอแนะนำให้นอนพักไม่ทันไร คนเจ็บก็พาตัวเองมาเดินเตร็ดเตร่ทั่วจวนตามหาภรรยาแล้ว


              หญิงสาวรีบล้างมือ ส่งข้าวของให้พ่อครัวจัดการต่อ แม่นมยินนั้นเพิ่งเดินสวนเข้ามาเพราะท่านหญิงน้อยกำลังหิวพอดี เห็นผู้เป็นนายทั้งสองอยู่บริเวณนั้นก็สงบปากสงบคำ รีบเข้าไปรอยกอาหาร


              “เปิ่นหวางไม่ทันระวังเดินชนกิ่งไม้”


              เขาตัวสูงนั้นเข้าใจได้อยู่ แต่นางนึกภาพตวนอ๋องซุ่มซ่ามไม่ออกเลย


              “เจ้ากำลังเตรียมอาหารให้ซิงซิง แล้วไม่มีของเปิ่นหวางหรือ” ดวงตาคู่นั้นชักจะสื่อความเว้าวอนออกมาได้เก่งกาจมากขึ้นทุกที เลี่ยงหลินรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในช่วงเทศกาลฮัลโลวีน แล้วมีเด็ก ๆ แถวบ้านมาทำหน้าซื่อตาใสอ้อนขอขนมเยอะ ๆ


              “เปิ่นหวางอยากกินอาหารฝีมือเจ้า อะไรก็ได้”


              เมื่อมีคนอยากกินอาหาร เลี่ยงหลินย่อมไม่ปฏิเสธ “เช่นนั้นนั่งรอสักครู่เพคะ หม่อมฉันจะทำให้”


              รุ่งเช้า


              เด็กรับใช้นำเทียบเชิญจากอาจารย์เหรินมาเชิญให้นางไปหาที่สำนักราชบัณฑิต เมื่อขออนุญาตตวนอ๋องและฝากซิงฉวี่ไว้ที่เขาแล้ว เลี่ยงหลินก็พาจิ่งหลิวและป๋าไห่ออกมาข้างนอกตามเคย ทว่าสิ่งหนึ่งที่หญิงสาวไม่เคยรู้คือหยางอีและหยางเอ้อร์กลายเป็นองครักษ์เงาประจำตัวไปแล้ว


              “ระวังอย่าให้มีแมลงมาเกาะแกะเจียงอี๋เหนียง” หยางเอ้อร์กำชับหยางอีที่เอาแต่เหม่อ


              “รู้แล้วน่า” หยางอีรับคำ พลางคาบก้านดอกหญ้าเคี้ยวเล่น ดูกลมกลืนไปกับชาวเมืองเป็นอย่างดี


              เมื่อไปถึงสำนักราชบัณฑิต เลี่ยงหลินพบว่าสถานที่จริงต่างจากจินตนาการเป็นอย่างมาก


              กระทั่งเจ้าของร่างก็ยังไม่เคยมาเยือนที่แห่งนี้มาก่อน กลุ่มอาคารสีขาวแยกกันตามสำนักศึกษาย่อย ๆ ภายในนั้น เมื่อแสดงเทียบเชิญจากอาจารย์เหริน เด็กรับใช้จึงนำเลี่ยงหลินเข้ามาลึกในส่วนที่เป็นสวนเกษตรจำลอง แต่ถึงจะเป็นสถานที่จำลอง กะด้วยสายตาแล้วก็น่าจะกินพื้นที่เป็นไร่เลยทีเดียว


              เหรินจงฝานนั่งตกปลาอยู่บนสะพาน ก็เห็นศิษย์ของตนเดินมาพอดี


              “คารวะอาจารย์” เลี่ยงหลินยิ้มกว้าง สาวเท้าไปนั่งข้าง ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ต้นไม้ร่มรื่น เฝ้ามองปลาแหวกว่ายไปมาในบึงน้ำก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด “ศิษย์เอาของว่างมาฝากด้วยเจ้าค่ะ”


              “เลี่ยงหลินรู้ใจอาจารย์เสียจริง เดี๋ยวนี้อาหารฝีมือเจ้ามิใช่หากินยากแล้วหรือ กว่าจะได้กินทีคงต้องไปต่อแถวยาวที่หน้าหออวิ้นหยาง มิรู้ว่าวันหนึ่งจะหมดก่อนหรือไม่”


              อาจารย์เหรินกล่าวอย่างอารมณ์ดีพลางเปิดตระกร้าออกดู โถกระเบื้องบรรจุขนมผักกาดที่เล่าลือไปทั่วยามนี้ เขาไม่รอช้า รีบหยิบตะเกียบที่วางไว้ข้างกันขึ้นมา รสหวานของหัวไชเท้าเข้ากับแป้งเนียนละเอียด ความละเมียดละไมนี้เทียบกับขนมผักกาดทั่วไปมิได้เลยแม้แต่น้อย แม้แต่ตัวผักนางยังบดคั้นจนละเอียด ไม่มีเสี้ยนผักกวนใจ อีกทั้งยังใส่เนื้อหอยตากแห้งและกุ้งแห้งเพิ่มเข้ามา กินกับน้ำอาจาดที่ทำจากน้ำเชื่อมหวาน ๆ ผสมกับน้ำส้มเปรี้ยวสดชื่น และพริกแดงพร้อมผักอื่น ๆ


              เคี้ยวไปพลาง มองเบ็ดตกปลาที่ทอดสายทิ้งไว้ในน้ำไปพลาง หาความสุนทรีย์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว


              “ดื่มชาด้วยเจ้าค่ะ” เลี่ยงหลินว่า ขณะที่จิ่งหลิวนั้นรินน้ำชาให้ท่านผู้เฒ่าอย่างคุ้นชิน เห็นเขากำลังอารมณ์ดี นางจึงฉวยโอกาสถามธุระ “อาจารย์เรียกศิษย์มาหารือเรื่องใดหรือเจ้าคะ”


              ผู้อาวุโสนั้นเคยนึกเสียดายที่เห็นนางเป็นเพียงอนุภรรยาของตวนอ๋อง ทว่ายามนี้ความกังวลเช่นนั้นลดลงไปมากโขแล้ว “เลี่ยงหลินเจ้าเองก็มาอยู่เมืองหลวงระยะหนึ่งแล้ว อาจารย์จะเอ่ยตามตรงไม่อ้อมค้อม”


              “ท่านอาจารย์กล่าวมาเถิดเจ้าค่ะ ศิษย์ยินดีรับฟังคำสั่งสอนเสมอ” พูดถึงเรื่องเมืองหลวง เลี่ยงหลินย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างกังวลใจ แต่ด้วยความเป็นคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแล้วในชีวิตหนึ่ง อีกทั้งพบเจอปัญหาการงานมาหลากหลายรูปแบบ นางจึงเก็บสีหน้าและอารมณ์ได้เป็นอย่างดี เมื่อเปรียบเทียบวุฒิภาวะระหว่างเจียงเลี่ยงหลินคนเดิมแล้วนับว่าต่างกันอยู่มาก เนื่องจากเจียงเลี่ยงหลินคนนั้นออกจะเงียบเพราะเรียบร้อยมากกว่า แต่นางนั้นสงบเพราะเข้าใจโลกนั่นเอง


              “อีกไม่นานก็คงถึงการแข่งทำอาหารรอบแรกแล้ว ขอให้เจ้าจงตั้งใจ คว้าเอาชัยชนะให้ได้ อย่างน้อยเข้ารอบแปดคนสุดท้ายก็ยังดี”


              ดวงตาคู่สวยจ้องมองเงาน้ำที่สะท้อนแสงแดด “ขอท่านอาจารย์วางใจ ศิษย์ย่อมทุ่มเทเต็มกำลัง”


              “อย่าทำเล่นไป เสือสิงห์กระทิงแรดทั่วทั้งแผ่นดินล้วนหวังจะปีนป่ายเจ้ามีเหตผลให้พยายาม พวกเขาเหล่านั้นเองก็มีเหตุผลดังว่า แม้ร้านเจียงจี่จะได้รับการยอมรับ แต่ใครเล่าจะรู้ว่ายามเมื่อครั้งแข่งขันจริงจะมีคนมากความสามารถซุกซ่อนอยู่แห่งใดอีก จงตั้งใจให้มาก ขอให้คิดว่าการแข่งขันครั้งนี้สำคัญยิ่ง”


              หญิงสาวประหลาดใจ เดิมไม่คิดว่าอาจารย์เหรินจะคุยกับนางเรื่องนี้ “ท่านอาจารย์


              “อาจารย์พูดเพราะหวังดีกับเจ้าคิดว่าเจ้ารู้ดีอยู่แล้วว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว คำนี้ไม่เว้นแม้แต่วงการอาหาร ผู้ชนะจะได้รับการยอมรับนับหน้าถือตากว่าที่เจ้าคาดไว้ ประกาศออกมาแล้วว่าผู้สังเกตการณ์จากต้าเยี่ยนคือฮ่องเต้เจียหมิงเสด็จมาด้วยพระองค์เอง ฝ่ายเฉียนกว๋อเห็นดังนี้ฮ่องเต้อวี้เต๋อก็เสด็จบ้าง เจ้าว่าสองสิ่งนี้หมายถึงอะไรดูเหมือนเจตนารมณ์ของฮ่องเต้ของพวกเราที่ทรงตั้งพระทัยว่าจะแสดงแสนยานุภาพให้ประจักษ์นั้น หากวิเคราะห์กันลึก ๆ แล้วต่างแคว้นคงตั้งใจจะมาดูลาดเลาจริง ๆ ว่าเทียนหมิงมีดีจริง ๆ หรือกลวงเป็นโพรงอยู่ด้านใน”


              เลี่ยงหลินรู้สึกกดดันขึ้นมา แต่คิดว่าถ้าเกิดนางพลาดแพ้จริง ๆ ก็ช่างเถิด


              “ดูสีหน้าเจ้าซี อาจารย์เห็นก็รู้แล้วว่าคิดอันใดไม่ควรแพ้เข้าใจหรือไม่ นี่คือหนทางยกฐานะที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตนี้ของเจ้าแล้ว ต่อหน้าฮ่องเต้ทั้งสามแคว้น กับองค์ชายสิบจากสู่เสียนอีกหนึ่งมิใช่ว่าเจ้ากลัดกลุ้มเรื่องซิงฉวี่อยู่หรือ คิดดูว่าหากได้รับการยอมรับจากบุคคลเหล่านั้น จะยังมีใครกล้าแตะต้องพวกเจ้าแม่ลูกอีก”


              เหรินจงฝานชี้แนะจนสิ้น แม้หากได้รับการยอมรับในฐานะศิษย์ของเขาฮ่องเต้แคว้นเทียนหมิงจะเกรงใจนางมากขึ้น แต่หากได้รับการยอมรับต่อหน้าบุคคลทั้งแผ่นดิน จะไม่มีใครกล้าดูแคลนพวกนางแม่ลูกได้อีก


              “เหตุใดท่านอาจารย์” เลี่ยงหลินแปลกใจที่อาจารย์เหรินชี้แนะนางเรื่องนี้


              “ยามนี้จวนอ๋องไร้ตำแหน่งนายหญิงสูงสุด เหตุใดมิลองแย่งชิงดูบ้างเจ้าเป็นศิษย์ที่ฉลาดและมีความสามารถคนหนึ่งของอาจารย์ เรื่องเท่านี้ไฉนจะเอื้อมคว้าไม่ได้” เขาเอ่ย


              หญิงสาวหลุบสายตาลง สีหน้าคล้ายจนใจเล็กน้อย


              “ไม่ต้องพูดหรอก อาจารย์รู้ว่าเจ้ากำลังกลัวมากเกินไป” เหรินจงฝานมองออก นางกลัวว่าหากแต่งงานกับตวนอ๋องอีกครั้ง เรื่องที่โดนหย่าทีแรกจะกระพือขึ้นมาจริง ๆ อย่างไรซิงฉวี่ก็ต้องรับเคราะห์กรรมทั้งขึ้นทั้งล่อง


              เดิมเลี่ยงหลินนั้นไม่ใช่คนขี้ขลาดเลย แต่พอมีซิงฉวี่ ทำให้ความหวาดกลัวสารพัดอย่างผุดขึ้นมาเต็มไปหมด


              “เช่นนั้นก็คิดเสียว่าต้องชนะเท่านั้นเพื่อซิงฉวี่ เท่านี้พวกเจ้าก็อยู่กันสองแม่ลูกได้แล้ว รู้หรือไม่หากได้รับการยกย่องให้อยู่จุดสูงสุดก็แทบจะเป็นเทพเซียนเหมือนผู้อาวุโสหมานแล้ว จะมีสามีหรือไม่ใครสนกัน”


              เดิมเลี่ยงหลินคิดแต่ว่านางต้องชนะเพื่อสร้างชื่อเสียง ทำให้ร้านเจียงจี่ดังขึ้น สร้างรายได้มากขึ้น จากนั้นซิงฉวี่ก็จะได้รับการดูแลอย่างดีไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง ยามนั้นนางก็สามารถย้ายออกจากจวนอ๋องได้อย่างมั่นใจ ทว่ายามนี้นางกลับพบว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องชนะเท่านั้นเพื่อที่จะทำให้นางสามารถดูแลซิงฉวี่ได้อย่างมั่นคง ไม่ต้องทนรับคำครหาใด ๆ อีก


              “ศิษย์โง่เขลา ขอบพระคุณอาจารย์ที่ชี้แนะ” ร่างบางค้อมศีรษะลงอย่างซาบซึ้งใจ หยางเอ้อร์ที่แอบฟังอยู่ห่าง ๆ ลอบคิดในใจว่าแย่แล้ว หากเจียงอี๋เหนียงย้ายออกจากจวนจริง ไม่อยากนึกสภาพว่าชะตากรรมของพวกตนจะเป็นอย่างไร “ท่านอาจารย์กำลังยุ่งเรื่องเตรียมการสอบเคอจวี่ แต่ยังต้องมาทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ศิษย์ไม่ได้ความจริง ๆ”


              “อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย อาจารย์ยินดีใส่ใจเรื่องของเจ้า” เหรินจงฝานนั้นถูกชะตาเลี่ยงหลินตั้งแต่คราวอยู่ส่านซีแล้ว “สอบเคอจวี่นั้นอาจารย์มิได้รู้สึกหนักหนาอันใดนัก ก็เพียงแค่คิดข้อสอบและคุมสอบวันจริง คนที่หนักหนานู่นแน่ะสามีของเจ้า ทั้งจัดสอบ ทั้งคิดออกกฎกติกามากมาย ทั้งต้องคิดเกณฑ์การประเมินผล แล้วยังต้องดูแลทั้งอาจารย์และผู้เข้าสอบหลายร้อยชีวิต”


              มองอาจารย์เหรินพยักเพยิดไปยังทิศของจวนอ๋องแล้วเลี่ยงหลินก็รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ


              “ศิษย์มิได้


              “เช่นนั้นอาจารย์ไม่เรียกเขาว่าเป็นสามีของเจ้าก็ได้” เลี่ยงหลินรู้สึกเหมือนโดนผู้อาวุโสกลั่นแกล้ง “อ้อเมื่อครู่อาจารย์กล่าวอีกแล้วว่าเขาเป็นสามีของเจ้า เอ๊ย ไม่สิ ไม่ใช่สามีของเจ้าสินะ”


              หญิงสาวหน้าแดง บทผู้อาวุโสที่มีมันสมองระดับนี้ยียวนขึ้นมา ทำเอานางรับมือไม่ทันเลย “ท่านอาจารย์ ได้โปรดละเว้นศิษย์เถิดเจ้าค่ะ”


              ได้ยินเสียงฝ่ายนั้นหัวเราะร่วน “ดูแล้วก็มิใช่ไร้ความรู้สึกสักหน่อย”


              เลี่ยงหลินมองลึกเข้าไปยังสายตาที่ทอดมองนางอย่างเอ็นดู แม้จะผ่านสองชีวิต แต่ประสบการณ์ชีวิตของนางนับรวมกันก็ไม่อาจเท่าเหรินจงฝานได้


              “ถอยสักก้าว วางเงื่อนไขที่เป็นขีดจำกัดของเจ้าลงแล้วเจ้าจะรู้ว่าชีวิตนี้มีเส้นทางมากมายให้เลือกเดิน”


              บ่ายคล้อย นางและอาจารย์เหรินก็เดินมาดูสวนเกษตรจำลองภายในพื้นที่สำนักศึกษาที่ถูกเหล่าบัณฑิตดูแลเป็นอย่างดี ข้อดีของสำนักราชบัณฑิตคือการเปิดรับศิษย์ด้วยระบบสอบเข้า กับค่าสมัครสอบที่ไม่นับว่าสูงมาก ดังนั้นทำให้เหล่าบัณฑิตได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง หากไม่นับพวกเชื้อพระวงศ์และชนชั้นสูงจริง ๆ ที่เรียนในสถานที่แยกพิเศษแล้ว ก็ถือว่ามีการให้โอกาสบุคคลอื่น ๆ พอใช้ได้ทีเดียว


              “ช่วงนี้มีพวกบัณฑิตจากต่างเมืองเดินทางเข้ามาทดสอบที่สำนักศึกษาอยู่มาก ส่วนใหญ่ก็คงอยากเตรียมความพร้อมก่อนสอบเคอจวี่นั่นเอง” อาจารย์เหรินอธิบาย ชี้ชวนให้เลี่ยงหลินดูสำนักศึกษาวิชาคำนวณซึ่งอยู่ข้างกัน


              อีกฝั่งของแปลงเกษตรเป็นสนามยิงธนู สำหรับสายต่อสู้


              เลี่ยงหลินนั้นพูดคุยกับอาจารย์เหรินอย่างสนิทสนม บางคนที่เคยได้ยินเสียงเล่าลือมาว่าอาจารย์เหรินมีศิษย์หญิงคนหนึ่งซึ่งมักจะพูดถึงบ่อยครั้งเมื่อยามสอนสั่งในห้องเรียนว่าหาใครฉลาดหัวไวเท่านางได้ยาก ครั้นเมื่อเห็นแม่นางผู้งดงามดั่งนางสวรรค์แล้ว หลายรายก็ถึงกับหันหัวหันตัวมองตามกันเกรียว


              “แม่นางเจียง”


              ขณะที่เดินผ่านสำนักสอนวิชาการเมืองการปกครอง เลี่ยงหลินก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเอง รู้สึกคุ้นหูยิ่งนัก เมื่อหันไปมองจึงพบว่าที่แท้เป็นสหายเก่าผู้หนึ่ง “บัณฑิตหลิว”


              หญิงสาวยิ้มกว้าง เขาคือหลิวหยงคนนั้น ที่เป็นแกนนำพวกบัณฑิตยืนประท้วงให้เจ้าเมืองตั๋วเยี่ยเปิดประตูเมืองต้อนรับผู้อพยพ


              นางคาดหวังอยู่ในใจว่าการสอบเคอจวี่รอบนี้ต้องมีเขา ไม่นึกว่าจะได้มาพบกันที่นี่เสียได้ เรื่อความกล้าหาญขงเขานั้น นางไม่กังขาตั้งแต่ผ่านเหตุการณ์ที่ตั๋วเยี่ยมา ในสภาพสังคมนี้ การที่บุรุษผู้หนึ่งยืนหยัดเพื่อปณิธานที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้


              “รู้จักกันหรือ” อาจารย์เหรินทักขึ้น


              “เจ้าค่ะ” เลี่ยงหลินตอบรับ


              เหรินจงฝานมองอย่างพิจารณา เขานั้นรู้จักหลิวหยงดี เป็นคนหนุ่มปณิธานแรงกล้าผู้หนึ่ง ที่สำคัญความสามารถนั้นยังไม่อาจดูเบา น่าทึ่งที่ศึกษาเล่าเรียนขวนขวายอ่านตำราด้วยตนเองจะก้าวมาจนถึงขั้นสอบเข้าเรียนสำนักราชบัณฑิตได้ แม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็กลายเป็นศิษย์รักของตาเฒ่าติงแล้ว


              “เคยเจอกันที่ตั๋วเยี่ยขอรับ” หลิวหยงอธิบาย


              “ยามนั้นเมืองตั๋วเยี่ยปิดประตูมิให้ผู้ประสบภัยสงครามเข้าไปพึ่งพาหาที่ปลอดภัยในเมือง ก็ได้บัณฑิตหลิวนี่เองเจ้าค่ะที่ช่วยทำให้ชาวเมืองเห็นอกเห็นใจพวกเขาเหล่านั้น”


              เหรินจงฝานลูบเครา เห็นเจ้าหนุ่มที่ดูเรียบร้อยเช่นนี้ ไม่คิดว่าที่แท้จริงจะบ้าบิ่นเลือดร้อน มิน่าเล่า


              หลิวหยงค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ไม่กล้าอวดอ้างว่าเป็นเพราะตน “ยามนั้นเพราะได้แม่นางเจียงช่วยด้วยขอรับ”


              เลี่ยงหลินส่ายหน้าเบา ๆ “หากไม่มีท่าน ไหนเลยข้าจะตระหนักว่ามีปัญหานี้อยู่ ท่านคือผู้จุดประกาย และชี้ให้อีกหลายคนเห็นความสำคัญเหล่านั้น”


              “เลี่ยงหลินกล่าวถูกแล้ว” เหรินจงฝานกล่าวเสริมศิษย์ของตน


              “บัณฑิตหลิวเดินทางมาเมืองหลวง มิใช่ว่าจะสอบเคอจวี่ครั้งนี้หรอกหรือ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น พลันนึกได้ว่าเขาเคยบอกว่าจะคว้าให้ได้สักอันดับ


              “เป็นเช่นนั้น เดิมทีตั้งใจว่าหากได้อันดับดี ๆ บ้างคงได้แจ้งข่าวคราวให้แม่นางเจียงทราบ มินึกว่าจะเจอกันก่อนที่จะได้สอบเสียอีกข้ายังไม่มีผลคะแนนใด ๆ จะให้ดูชม รู้สึกอับอายแล้ว” ชายหนุ่มดูเก้อกระดาก


              “โธ่หวังว่าข้าคงจะไม่กดดันท่านเกินไป เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าเลี้ยงขนมร้านเจียงจี่ท่านสักหน่อย แล้วก็ห้ามสอบตกเชียว”


              เกิดเสียงหัวเราะร่วนของผู้คนที่อยู่รายรอบ


              “นี่หรือมิเรียกว่ากดดัน แม่นางเจียงช่างเข้าใจหาทางเคี่ยวเข็ญข้าได้ดียิ่ง” หลิวหยงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม


              บนยอดไม้ หยางเอ้อร์ตบเข่าฉาดอย่างไม่สบอารมณ์


              “เดี๋ยวก็ตกต้นไม้หรอก” หยางอีกนอนมองท้องฟ้า รู้สึกรำคาญเสียงเจ้าคนที่เอาแต่กัดฟันกรอด ๆ อยู่ข้าง ๆ


              “เจ้ามันจะไปรู้อันใด นั่นมันมารหัวใจท่านอ๋องโผล่มาอีกตัวแล้ว”


              หยางอีส่ายหัว “โอ๊ะ ดูนั่นเมฆรูปปลา”


              หยางเอ้อร์กลอกตา นี่เรียกว่าเฝ้าอารักขาเจียงอี๋เหนียงได้หรือ ทั้งวี่ทั้งวันมีแต่เขานี่เองที่คอยเฝ้าระวังแทนท่านอ๋องเป็นอย่างดี “ปลาบ้านเจ้าสิ กลับจวนไปกินข้าวไป”


              “ไอ้หยา เจ้าบ้านี่จะเครียดเสียจริง” หยางอีดึงก้านดอกหญ้าจากปากแล้วปาทิ้ง “เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว”


              “จะดีได้อย่างไรก็เห็นอยู่ว่า” หยางเอ้อร์พลันสะดุดเมื่อเริ่มคิดแผนการชั่วร้ายได้บางอย่าง “จริงสิ ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ ฉลาดมากเจ้าทึ่มหนึ่ง”


              ทึ่มบ้านเจ้าสิเจ้าสิเจ้าทึ่มสอง หยางอีทิ้งตัวลงนอนบนกิ่งไม้ตามเดิม


              “หึหึหึ” เสียงหัวเราะของหยางเอ้อร์ฟังไม่น่าไว้วางใจ “รอให้หวางเย่รู้เถิด งานนี้เดือดแน่นอน”


             

             

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.171K ครั้ง

7,919 ความคิดเห็น

  1. #7860 Bowlie (@bowlie) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 15:46
    รออ่านอยู่นะคะ
    #7860
    0
  2. #7657 jarawee13 (@jarawee13) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 00:22
    หายไปนานคิดถึงนะจะบอกให้
    #7657
    0
  3. #7652 Tew2017 (@Tew2017) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:26
    มาต่อสักนิดนะจ้ะ
    #7652
    0
  4. #7651 fung fing (@naritsars-ning) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 18:28
    คิดถึงงง รออยู่นะคะะ
    #7651
    0
  5. #7649 Sayrung923 (@Sayrung923) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:59
    รอจ้าไรท์#ติดงอมแงม#❤️❤️❤️❤️❤️
    #7649
    0
  6. #7648 viwan585 (@viwan585) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 17:26
    สำนักพิมพ์ ...เค้าแจ่งว่า เล่มออกเดือนตุลาคม คะ

    น่าจะช่วงงานหนังสือ
    #7648
    0
  7. #7643 bussabakon (@bussabakon) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 22:50
    รออ่านต่อนะคะไรท์????????????
    #7643
    0
  8. #7637 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:23
    เรื่องนี้ยังลงอยู่มั้ยคะ
    #7637
    0
  9. #7630 SomponratMalasut (@SomponratMalasut) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 11:26
    2 เดือนแล้ว เล่ม วางขายรึยังรออยู่นะ
    #7630
    0
  10. #7625 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 23:51
    ไรท์ขาาาาา โปรดอย่าเงียบหายไปเฉยๆสิคร้าาา แจ้งหน่อยน๊า เรารอหนังสือนานนนนมาก ยังรออยู่น๊าาาา..
    #7625
    0
  11. #7623 tuesun (@tuesun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:01

    หายไปนานจัง รออ่านต่อนะคะ

    #7623
    0
  12. #7621 150221 (@150221) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 10:12
    ไรท์หายไปไหน2 เดือนแล้วกำลังสนุก มาต่อไวไวนะคะ จะไปซื้อในแม็พเล่ม1 แต่หาไม่เจอนะคะ
    #7621
    0
  13. #7618 viwan585 (@viwan585) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 22:43
    ร่วมวน ด้วย อ่านหลากรอบละ

    รออยู่นะ
    #7618
    0
  14. #7612 Bore Jurapa (@borebore) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 15:39

    อ่านวนไปวนมาหลายรอบมาก มาต่อไวๆ น่ะค่ะ หนังสือใกล้ออกยัง

    #7612
    0
  15. #7608 usui takumi (@321takumi) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 02:08
    เปิดขายรึยังคะ ebook อยากซื้อค่ะ
    #7608
    0
  16. #7600 mooda (@mooda) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 09:01
    มารอค่ะ. ถ้ามีกำหนดหนังสือแล้ว แจ้งด่วนนะคะ
    #7600
    0
  17. วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 14:04
    😊😊😊
    #7588
    0
  18. #7587 dplay (@dplay) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 07:00

    ไรท์เลิกแต่งแล้วอ่อ ได้ออกทั้งหนังสือกับอีบุคแล้วนี่ เสียดายอยากอ่านต่อมากๆ

    #7587
    0
  19. #7570 Pjas (@Pjas) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:48

    เข้ามาดูตลอด ถ้าเอาเนื้อเรื่องไปออกข้อสอบรับรองเราเต็มร้อยแน่นอน อ่านซ้ำทุกวัน รอทั้งหนังสือ ทั้งอีบุ๊ค รอได้น่ะ แต่อยากรู้ ต้องรออีกนานแค่ไหน

    ไรท์เข้ามาให้ข้อมูลหน่อยค่ะ

    #7570
    0
  20. #7567 kaekai88 (@kaekai88) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 14:37

    รอจ้า.. คิดถึงอ่ะ​
    #7567
    0
  21. #7565 Gadget68 (@Gadget68) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 12:17
    รอหนังสืออยู่เลยค่ะ. เป็นกำลังใจ สู้ๆนะคะ
    #7565
    0
  22. #7558 Memee (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 16:09

    กลัวจังว่านิยายจะไม่จบเหมือนหลายๆเรื่องที่เคยเจอมา

    #7558
    0
  23. #7553 23890210 (@23890210) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 11:01

    รอนานเหลือเกิน​ ส่องในเม้พก็ไม่เจอ​ TT

    #7553
    1
    • #7553-1 KAPUU@2016 (@kapuu01) (จากตอนที่ 42)
      24 กรกฎาคม 2562 / 22:58

      ไร้ทมาแจ้งแถลงไข อะไรสักนิดก็ยังดีนะคะ

      เค้ารออยู่นะคะ
      #7553-1
  24. #7550 Something Flour (@runchuja) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:25
    หายไปนานแล้ว แอบไปกินอะไรอร่อยๆอยู่รึเปล่า กลับมาได้ล๊าวววววว คิดถึงงง
    #7550
    0
  25. #7549 panmaneej (@panmaneej) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 09:54

    คิดถึงผู้เขียนค่ะ ไม่ทราบเป็นอย่างไรบ้าง คนอ่านยังตั้งตารออยู่ไม่ยอมหนีไปไหนนะคะ มาส่งกำลังใจให้ค่ะ
    #7549
    1
    • #7549-1 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 42)
      24 กรกฎาคม 2562 / 00:02

      คิดถึงไรท์มาก รีบมาส่งข่างเล่ม/อีบุ้ค หรือต้นฉบับ ด้วยเถอะค่ะ อยากอ่านจะแย่แล้วค่ะ (คิดถึงเมนูเลิศเลอสารพัดของลี่หลิน)และคิดถึงฮ่องเต้(อดีตพี่คังเค่อ)เหิงกะตวนอ๋องมากกแล้ว) รี้ดใจจะขาดรอข่าวจากไรท์น่ะค่ะ
      #7549-1