ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 39 : บทที่ 48 ความรู้เหมือนทรัพย์นับแสน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,338 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62



    เซียวเย่วเฮ่ามองกล่องบรรจุขนมทั้งห้าอย่างซึ่งวางจำหน่ายที่หออวิ้นหยาง ซึ่งคุณชายหนานกงหล่างถือมาให้ลองชิม เขาได้ยินว่าเป็นฝืมือของเจียงเลี่ยงหลิน ความโด่งดังเป็นที่เล่าลือไปทั่วเมืองหลวงก็รู้สึกสนใจอย่างมาก


    “มิใช่เจ้าเอาแต่พูดหรือว่าอยากรู้ฝีมือนาง ลองชิมเสียสิจะได้กระจ่าง” หนานกงหล่างกล่าวกับบุรุษที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกจ้างอย่างอารมณ์ดี มิมีความรู้สึกกดดันแม้แต่น้อยที่เจียงเลี่ยงหลินกลายมาเป็นคู่แข่งของโรงเตี๊ยมฉีเล่อเสียแล้ว


    เขาหยิบขนมไหว้พระจันทร์ที่มีรูปร่างแปลกตาขึ้นมาพิจารณา ดำสนิทเช่นนี้ใช้สิ่งใดย้อมสีกัน ใช้ปลายนิ้วกดบิชิ้นขนมออก ก็เห็นไส้ด้านในค่อย ๆ ไหลเยิ้มออกมา


    ชายหนุ่มมองอย่างสนใจ ยิ่งลิ้มรสยิ่งรู้ซึ้งถึงความจริงที่ว่าคู่แข่งฝีมือฉกาจของตนเองนั้นได้ปรากฏตัวขึ้นเสียแล้ว


    “รูป รส กลิ่น สัมผัส ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นนี้เก็บครบสมบูรณ์ทุกข้อกำหนดที่อาหารพึงมี เพียงแค่การคิดค้นไส้ใหม่ก็เป็นเรื่องที่น่าท้าทายแล้ว รสชาติหวานละมุนเช่นนี้คงมาจากไข่ไก่ แต่ตรงกลางที่ไหลออกมานั้นคือไข่เค็มไม่ผิดแน่ แปลกจริง นางทำให้ไส้อ่อนตัวขนาดนี้ได้อย่างไร ข้าไม่เคยเห็นใครมีจินตนาการมากเท่านางมาก่อน” เขายอมรับ สำหรับคนทำอาหารจินตนาการสำคัญพอ ๆ กับความรู้ และสำคัญสิ่งที่คิดนั้นต้องทำออกมาแล้วดีจึงจะได้รับการยกย่อง


    หากผู้อื่นคิดทำขนมสอดไส้เหลว คงมีแต่คนดูแคลนว่าจะออกมาดีได้อย่างไร แต่เจียงเลี่ยงหลินได้พิสูจน์แล้วว่าฝีมือของนางไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินด้วยสามัญสำนึกของใครได้


    “ดูเหมือนว่าเจ้าต้องทำงานให้หนักกว่าเดิมแล้ว” หนานกงหล่างโบกพัด ท่าทีไม่ทุกข์ร้อน ไม่ทันไรฤดูใบไม้ผลิก็ผ่านไปจนจะหมดแล้ว เวลาหมุนเร็ว คล้ายเหมือนยังไม่นานที่เขาได้รู้จักกันกับนาง


    “ข้าจะเก็บตัวสอบวัดระดับขั้นหนึ่ง คงยังไม่สะดวกคิดสูตรใหม่ยามนี้ แต่สัญญาว่าขนมที่วางขายในโรงเตี๊ยมฉีเล่อจะไม่เสื่อมความนิยมโดยเด็ดขาด” เซียวเยว่เฮ่ารับปาก เจียงเลี่ยงหลินเพิ่งสอบผ่านคนครัวขั้นหก นางลงสอบเกือบทุกเดือน ราวกับพยายามจะไล่กวดทุกคนให้ทัน แต่หากนางตั้งใจจะลงแข่งในงานสมโภชด้วย อย่างเร็วที่สุดน่าจะไปได้ถึงขั้นสี่ เพราะเมื่อสอบวัดระดับขั้นสี่แล้ว จะมีข้อกำหนดว่าต้องสอบเก็บจากบททดสอบย่อยจากเหล่าอาจารย์ในสมาคมทั้งปี จึงจะสอบขั้นสามต่อได้


    พ่อครัวหนุ่มลองชิมขนมแต่ละอย่างต่อ ตัวตนที่แท้จริงของขนมดอกบัวที่แท้คือขนมเปี๊ยะไส้พุทรา แต่ไส้พุทราของนางนับว่าเหนือชั้นกว่าของดาษดื่นทั่วไปอยู่บ้าง รสหวานลุ่มลึกของอินทผาลัมชวนให้รู้สึกชุ่มคอและรับประทานได้เรื่อย ๆ ยังไม่นับขนมที่นางเรียกว่ากุหลาบจามุน นี่ออกจะเหมาะกับวันอากาศร้อนมากจริง ๆ กินเพียงนิดเดียวก็อยากจิบชาแล้ว ไม่แปลกที่หออวิ้นหยางจะรุ่งเรืองมากขึ้น เพราะนอกจากยอดการขายอาหารและขนมสูงแล้ว น้ำชาก็ยังขายดิบขายดีด้วย


    “กำลังคิดว่านางร้ายกาจใช่หรือไม่ ดูเอาไว้เถิดนั่นคือคู่แข่งชั่วชีวิตของเจ้า” เจ้าของโรงเตี๊ยมเกทับอย่างสาแก่ใจจนไม่รู้ว่าเข้าข้างใครกันแน่


    เซียวเยว่เฮ่าส่ายศีรษะอย่างระอา “ข้าดีใจ”


    หนานกงหล่างเลิกคิ้วขึ้น


    “ชีวิตอันน่าเบื่อมานานจะได้มีสีสันเสียที”


    คนฟังฉีกยิ้มกว้าง เพราะอย่างนี้เขาถึงนิยมเซียวเยว่เฮ่าอยู่มาก


    ด้านตวนอ๋อง


    เดิมไม่ได้หวังจะทำกำไรจากร้านเจียงจี่ ทว่าผลประกอบการณ์ที่ปรากฏในระยะไตรมาสนี้ยืนยันแก่สายตาของเขาว่าการที่มีนางอยู่ทำให้ยอดขายทั้งหออวิ้นหยางสูงขึ้นด้วย ทุกครั้งที่เลี่ยงหลินขายสินค้าส่วนของร้านเจียงจี่ กันได้แก่ขนมเค้ก รวมไปจนถึงบริการจัดขนมงานเลี้ยงของชนชั้นสูง นางก็จะจ้างคนงานที่หออวิ้นหยางต่อให้เป็นฝ่ายสนับสนุน และนั่นทำให้แต่ละบริการเชื่อมถึงกันเป็นวงจร


    แม้แต่นักดนตรีในงานเลี้ยงส่วนตัวของพวกขุนนาง มักนิยมว่าจ้างเองจากต่างเมือง ในยามนี้เพราะเลี่ยงหลินแนะนำพ่วงกันจึงถูกจ้างจากหออวิ้นหยางไปด้วย ทั้งที่เขาไม่ได้วางแผนมาก่อนว่าจะทำกิจการแบบนี้ เขาเพียงต้องการเปิดหอแสดงดนตรีธรรมดา ๆ


    ชายหนุ่มมองตัวเลขที่ปรากฏ เพราะเลี่ยงหลินเน้นลูกค้าชนชั้นสูงเป็นหลัก จำนวนเงินว่าจ้างจัดเลี้ยงแต่ละครั้งจึงสูงจนน่ากลัว จวนสกุลซูเปิดงบการว่าจ้างมาที่หนึ่งพันตำลึงทอง งานเดียวก็ทำเอาสูงเท่ารายได้ในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ของหออวิ้นหยางเดิมแล้ว


    เลี่ยงหลินกำลังดึงกิจการเดิมเข้าสู่รูปแบบของออร์แกไนเซอร์[1]จัดเลี้ยง กับตวนอ๋องและนางที่ถือต้นทุนวัตถุดิบในราคาต่ำ อย่างไรการจ้างให้นางดำเนินการทั้งหมดก็คุ้มกว่าจะไปหาว่าจ้างเองทีละอย่าง ความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาเมื่อตอนที่ได้รับมอบหมายให้ทำขนมในงานเลี้ยงบ่อยเข้า จนหลัง ๆ ไม่มีใครสนใจจะสั่งชนิดขนมในร้านเจียงจี่แล้ว ต่างไว้ใจนางทั้งหมด และอยากให้นางเนรมิตขนมเค้กพิเศษให้ ดังนั้นพวกฮูยินทั้งหลายจึงเปลี่ยนเป็นกำหนดงบแล้วให้เลี่ยงหลินทำอะไรก็ได้มาแทน


    ความจริงที่ปรากฏชวนให้คิดได้ว่า เห็นทีที่ฮองเฮารับบริจาคของมีค่าจากชนชั้นสูงจะยังดูดทองออกจากคลังของพวกตระกูลขุนนางได้ไม่เพียงพอ ถึงได้มีเหลือเฟือสำหรับใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้


    ในขณะที่ตวนอ๋องกำลังคิดว่าเพราะเลี่ยงหลินทำเงินให้ตน เลี่ยงหลินก็คิดว่าหากไม่มีหออวิ้นหยางอยู่เบื้องหลังนางคงไม่กล้ารับงานใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีกำลังแรงงานมากพอที่จะทำได้


    เหนืออื่นใดนางสามารถหาเผนแพร่น้ำปรุงรสเข้าสู่เมืองหลวงได้แล้ว นับตั้งแต่ที่อาหารในหออวิ้นหยางถูกปรุงด้วยน้ำปรุงรสทั้งสามจากฉางเฉิน ก็เป็นที่เล่าลือไปทั่วเมืองหลวงทีเดียว ทั้งที่ที่นี่เป็นเพียงหอดนตรี ไม่ได้ขายอาหารมากมายเทียบชั้นเหลาอาหาร แต่การที่ชื่อเสียงในด้านอาหารและขนมเลิศรสขจรไกลได้ ยิ่งสร้างแรงดึงดูด กลายเป็นจุดแนะนำในด้านของอร่อยไปด้วย


    “กลับเถอะ วันนี้พอแล้ว” หมิงหย่งเทียนมายืนรอภรรยาที่หน้าห้องครัว ในระยะหลังเขาไม่อนุญาตให้นางอยู่เช้าจรดเย็นที่ร้านอีกแล้ว อะไรทำไว้ช่วงเช้าได้ก็ทำให้เสร็จ อะไรสอนคนครัวคนอื่นทำได้ก็ให้สอน


    ชายหนุ่มพานางกลับจวนในช่วงบ่าย


    เลี่ยงหลินกลับถึงที่พัก อันที่จริงในใจก็ยังวนเวียนคิดเรื่องย้ายออกไปอยู่ แต่เพราะเพิ่งผ่านการต่อรองเรื่องร้านมาไม่กี่เดือน จึงตัดสินใจเว้นระยะสักหน่อยเพื่อให้ตวนอ๋องลืมคดีเก่า ๆ ของนางไปบ้าง เวลาขออนุญาตอะไรจะได้ง่ายขึ้น เพราะช่วงนี้เขาเหมือนจะไม่ค่อยยอมถอยแล้ว วัน ๆ ก็เอามาขลุกอยู่มี่เรือนแขก ไล่อย่างไรก็ไม่ยอมกลับไป


    แต่เห็นว่าช่วงหลังเกาจ้านมาเยี่ยมเยียนบ่อยขึ้น รวมไปถึงเหล่าบัณฑิต จากที่ทราบมาว่าฝ่าบาทให้เขาคุมการสอบเคอจวี่ ก็คงใกล้จะถึงเวลาเข้าไปทุกที


    “เจ้าอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย เย็นนี้ไปกินข้าวที่เรือนหลักด้วยกัน” เขาสั่งนางเช่นนั้นอีกทั้งไม่รอคำตอบ เลี่ยงหลินจะปฏิเสธก็ไม่ได้ เมื่อถึงเวลาจึงได้แต่ทำตาม


    ตกเย็น


    เลี่ยงหลินหยิบอาภรณ์แพรโปร่งสีเหลืองไข่ไก่ปักไหมเงินมาสวมใส่ ริมฝีปากแต้มชาดเพียงจุดเดียวก็ส่งให้ความงามของนางเฉิดฉายได้แล้ว จิ่งหลิวบรรจงหวีผมแล้วเกล้าให้นายหญิงอย่างตั้งใจ เสียบหวีมุกและดอกเหมยกุ้ยสีขาวละมุนแทนปิ่นปัก


    หญิงสาวถือโคมกระจกเดินผ่านระหว่างเรือนพร้อมกับจิ่งหลิวและสาวใช้ติดตามรายอื่น ๆ ซึ่งตวนอ๋องจัดหามาให้ ได้ยินเสียงกู่เจิ้งดังแว่วมาจากฝั่งเรือนของเสิ่นหรูเหมย เจ้าตัวชะงักฝีเท้าครู่หนึ่งก่อนจะเลยผ่านไป


    ยามนี้ในห้องรับประทานอาหารของเรือนหลักมีแขก เมื่อได้เห็นเต็มตาว่าเป็นใครเลี่ยงหลินก็เผยรอยยิ้มสดใส “ศิษย์คารวะท่านอาจารย์”


    เป็นท่านอาจารย์เหรินนั่นเอง ตั้งแต่จากกันที่ฉางเฉินก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก แต่บิดาของนางมีกล่าวเขาถึงในจดหมายอยู่บ้าง “เห็นเจ้าสบายดีเช่นนี้ อาจารย์ก็รู้สึกยินดียิ่ง”


    เหรินจงฝานนั้นรู้ตั้งแต่คราวอยู่ส่านซีแล้วว่านางเป็นอนุภรรยาของตวนอ๋อง ทว่าเมื่อมาเห็นแก่สายตาของตนเองก็อดทอดถอนใจมิได้ว่าบุรุษและสตรีตรงหน้าช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ข่าวพระชายาสกุลอันโดนลดตำแหน่งขจรขจายไปทั่วเมืองหลวง จะปกปิดอย่างไรคงไม่มิด ยามนี้ตำแหน่งพระชายาว่างลง ศิษย์ของเขาเองก็ไม่ได้ด้อยความสารถเกินกว่าใคร ทำให้ความคิดเดิมที่เคยอยากผลักดันเจียงเลี่ยงหลินหวนกลับมาอีกครั้ง


    ในฐานะอาจารย์ของเหล่าเชื้อพระวงศ์มากมายหลายรุ่น เพียงคำพูดเดียวจากเหรินจงฝานก็สร้างความน่าเชื่อถืออย่างยิ่งยวดแล้ว การที่เจียงเลี่ยงหลินได้มีโอกาสคำนับอีกฝ่ายเป็นอาจารย์ถือเป็นวาสนาโดยแท้ เห่าสตรีตระกูลสูงยังมิอาจเอื้อมด้วยซ้ำ เพราะวิชาที่อาจารย์เหรินสอนหาใช้ศาสตร์ใดใดที่สตรีพึงศึกษาเล่าเรียน


    แต่สำหรับเจียงเลี่ยงหลินคงเป็นข้อยกเว้น เมื่อกล่าวว่าสตรีผู้หนึ่งแตกฉานในการเกษตรเพราะได้อาจารย์เหรินถ่ายทอด สถานะหนึ่งเดียวในแผ่นดินนี้ อยู่กับนางแล้วย่อมคู่ควร


    “ท่านอาจารย์เดินทางมาไกล จะพักที่เมืองหลวงนานแค่ไหนเจ้าคะ” เลี่ยงหลินสอบถาม รู้สึกคิดถึงชาวบ้านที่ส่านซีขึ้นมา


    “หลายเดือนเลยเชียว คงอยู่ยาวจนกว่าการสอบเคอจวี่จะเสร็จสิ้น เนื่องจากยังมีเรื่องที่ฝ่าบาททรงขอคำปรึกษาเอาไว้ ก็น่าจะพักอยู่สำนักราชบัณฑิตก่อน เห็นหวางเย่เล่าว่าเจ้าจะลงแข่งทำอาหาร อาจารย์คงได้ไปร่วมชมส่งกำลังใจให้ด้วย”


    “ศิษย์ย่อมไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังแน่นอน ว่าแต่มาเมืองหลวง อาจารย์ได้เห็นน้ำปรุงรสวางขายหรือยังเจ้าคะ” เลี่ยงหลินอดที่จะอวดผลงานของตนมิได้


    “เห็นแล้ว เจ้าช่างทำได้ยอดเยี่ยม คิดว่าท่านเจ้าเมืองคงภูมิใจในตัวบุตรีทีเดียว” อาจารย์เหรินกล่าวชมอย่างไม่อ้อมค้อม เขาเองก็ภูมิใจในตัวนางอย่างยิ่ง


    “อาจารย์เหรินสั่งสอนหลินเอ๋อร์มาอย่างดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็ล้วนเป็นคุณกับชาวฉางเฉิน” ตวนอ๋องกล่าว


    คำพูดของเขาเหมือนกับกำลังรับรองกับเหรินจงฝานว่าให้เผยแพร่สถานะศิษย์และอาจารย์ที่มีต่อนางได้ ในฐานะผู้อาวุโสซึ่งผ่านโลกมาก่อนย่อมมองเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำสิ่งใด สตรีสามัญชนผู้หนึ่งที่มีอาจารย์ร่วมกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ นางจะถูกนับเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องไปโดยปริยาย


    หมิงหย่งเทียนเองก็เป็นหนึ่งในศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของเขา ดูเหมือนว่าการที่เจ้าเมืองเจียงสนับสนุนให้บุตรสาวเป็นศิษย์ของเขา ดูจะเป็นการตัดสินใจที่เจ้าตัวคงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะส่งผลเช่นนี้


    “หวางเย่ทรงยกยออาจารย์ หากว่าพันธุ์กล้ามิดีอยู่ก่อนแล้วจะเลี้ยงให้เติบใหญ่งดงามได้อย่างไร กล่าวถึงหว่างเย่ก็ทรงเป็นศิษย์ที่กระหม่อมภาคภูมิใจเสมอได้แต่หวังว่าเมื่อใดจะทรงแสดงความสามารถทั้งหมดออกมาบ้าง” เหรินจงฝานรู้ดีว่าศิษย์เอกของตนเป็นอย่างไร ทั่วแผ่นดินนี้หาใครแตกฉานในศาสตร์และศิลป์ทัดเทียมตวนอ๋องได้ยาก การที่ฝ่าบาทมอบหมายให้อีกฝ่ายควบคุมการสอบเคอจวี่นับว่าเหมาะสมยิ่ง เท่าที่พูดคุยถึงแนวทางข้อสอบในปีนี้ก็รู้สึกว่าแปลกใหม่น่าสนใจ และคงจะได้คนรุ่นใหม่มากความสามารถเข้ามาพัฒนาบ้านเมืองแน่นอน


    เส้ากงกงค้อมศีรษะต่ำ พยายามลบสิ่งที่ได้ยินออกจากหัวสมองให้มากที่สุด ท่านอาจารย์เหรินกล่าวเช่นนั้น มิใช่ผลักดันให้ตวนอ๋องชิงราชบัลลังก์หรือ


    “อีกห้าเดือนแม้ถือว่าไม่นาน แต่ร่างข้อสอบนั้นยังไม่ควรสรุปตอนนี้ ท่านอาจารย์ทำไว้หลายชุดเช่นนั้นดีแล้ว ไว้สักสัปดาห์ก่อนสอบก็ค่อยถกกันว่าจะเอาข้อใดบ้าง แต่ขอเพียงอย่าให้สูญเสียแนวทางที่ผู้เข้าสอบจะได้แสดงความสามรถ”


    เหรินจงฝานรับคำ “นานครั้งวิชาการเกษตรจะถูกบรรจุเข้าไว้ในข้อสอบจ้วงหยวน มิให้ตาเฒ่าคนนี้ตื่นเต้นได้อย่างไร สมควรแล้วที่เจ้าเฒ่าติงตื่นเต้นออกปานนั้น วิชาการเมืองการปกครองเปลี่ยนรูปแบบการสอบใหม่ยกชุด คนจะโกงคงต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีแล้ว”


    “เจตนาของเปิ่นหวางย่อมอยากได้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นอิสระ หรือแม้แต่คนรุ่นเก่าซึ่งสอบมาหลายครั้งแต่ไม่อาจฝ่ากำแพงเส้นสายเข้ามาได้ การให้โอกาสพวกเขาพูดก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อแผ่นดินเทียนหมิงอย่างหนึ่ง”


    สำรับอาหารเย็นถูกยกเข้ามา ล้วนเป็นหมูเห็ดเป็ดไก่อย่างที่อาจารย์เหรินชื่นชอบ พร้อมสุราชั้นเลิศจากเซิ่นหยวนบ้านเกิดของเขา


    คราวที่ฉีอ๋องชวนเขาไปเล่นชู่จวีด้วยกันนั้น ก็เอ่ยถึงเรื่องการฝากฝังคนของฝ่ายตนเองให้ผ่านการทดสอบ หมิงหย่งเทียนไม่ได้รับปากใดใด นอกจากกล่าวเพียงว่าให้คนเหล่านั้นตั้งใจศึกษาเล่าเรียน กอบโกยความรู้ให้มาก หากความสามารถชัดเจนเขาย่อมไม่กีดกัน


    เลี่ยงหลินเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าตวนอ๋องตั้งใจจะจัดให้มีการสอบแบบโต้วาทีในรอบลึก ๆ ของการสอบเคอจวี่ นี่ถือว่าไม่ปกติแล้ว วิสัยทัศน์แบบนี้ไม่อาจดูเบา…นางนึกถึงบัณฑิตผู้หนึ่งขึ้นมา หลิวหยง แม้เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ในตั๋วเยี่ยแต่เขาก็นับว่าเป็นสหายผู้หนึ่ง


    นางนึกห่วงหมิงหย่งเทียนอยู่บ้าง ตำแหน่งความรับผิดชอบนี้นับว่าอันตรายเนื่องจากส่งผลต่อหลายขั้วหลายฝ่ายในราชสำนัก ดูฌหมือนฮ่องเต้จะปัดเผือกร้อนมาให้เขาแล้ว


    แต่จิตใจเบื้องลึกของราชวงศ์ไม่ใช่สิ่งที่นางจะหยั่งถึงได้ ไม่รู้ว่านับจากนี้เขาต้องเผชิญกับความกดดันในเรื่องใดบ้าง เช่นนั้นนางจะตามใจเขาให้บ่อยหน่อยก็แล้วกัน


    มีความสามารถมาก ก็เป็นทุกข์ได้เช่นนี้เอง แต่ถึงจะเห็นว่าอย่างนั้น นางก็ยังดีใจที่เขาเป็นคนมีความสามารถ อย่างไรเขาก็คงเอาตัวรอดได้แน่นอน






ออร์แกไนเซอร์[1] (Organizer) – ธุรกิจการจัดการให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า มักนิยมรับจ้างจัดงานเลี้ยง งานประชุม งานรื่นเริงต่าง ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.338K ครั้ง

7,919 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 21:03
    😊😊😊
    #7584
    0
  2. #7415 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 00:35
    ตวนอ๋องหาทางผลักดันอยู่ ขอให้สำเร็จ
    #7415
    0
  3. #7304 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 16:09

    สามีภรรยาคู่นี้


    ล้ำเลิศยิ่งนักกก


    เฝ้ารอe-bookอย่างจดจ่อ

    #7304
    0
  4. #6867 IamAtom (@IamAtom97) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 06:30
    อ่าา ตอนนี้ไม่มีชิงชิงเลย
    #6867
    0
  5. #6865 buew9518 (@buew9518) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:51

    ขอบคุณค่ะ
    #6865
    0
  6. #6862 por4312525 (@por4312525) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:54

    ขอบคุณที่มาอัพค่ะ สนุกจะรอติดตาม
    #6862
    0
  7. #6860 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:29
    ขอบคุณค่ะ
    #6860
    0
  8. #6859 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:24
    ขอบคุณค่ะ
    #6859
    0
  9. #6858 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:59
    ขอบคุณที่ลงบ่อยๆนะคะไรต์
    #6858
    0
  10. #6857 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:33

    ขอบคุณค่ะ

    #6857
    0
  11. #6856 Tita789 (@Tita789) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:18
    รอจ้า อยากได้เล่มจะแย่แล้ว พร้อมเปย์
    #6856
    0
  12. #6855 bussabakon (@bussabakon) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:13
    สนุกมากรอๆๆๆค่ะ
    #6855
    0
  13. #6851 swanc2 (@Swanc) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:53

    งงง. ทำไมตั้งเป็นชายาเอกไม่ได้..

    เต้ไม่ให้ หรือมันเป็นกฎ

    แต่น้องก็ลูกสาวเจ้าเมืองนะ ไม่ได้ขี้เหร่

    #6851
    0
  14. #6850 Yammy22 (@Yammy22) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:26
    ตามใจบ่อยๆ จะดีเอง
    #6850
    0
  15. #6849 pa kae (@aphadsara) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:24

    รอตอนต่อไปค่ะ อยากให้เล่ม,e book ออกไวไวจัง ...ขอบคุนไรท์คร่า

    #6849
    0
  16. #6847 ChaTzar (@ChaTzar) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 19:59
    กราบอาจารย์ช่วยส่งเสริมนางเอกของดิชั้นทีเถอะค่ะ รอเปย์หนังสือ
    #6847
    0
  17. #6846 panaratburanachonapa (@panaratburanachonapa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 18:47
    หน้าที่ขององค์ชายน่ะ ออกมาจากจวนอ๋องเถอะ
    #6846
    0
  18. #6843 อัมพร (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 17:18

    ขอบคุณค่ะ

    #6843
    0
  19. #6841 Koy Jung (@46014601koy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:57
    ใจอ่อนซะแล้วอนุหลิน
    #6841
    0
  20. #6839 Nanny (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:25

    ท่านอ๋องทำงานหนักตามใจเขาให้บ่อยๆๆๆๆนะเลี่ยงหลิน

    #6839
    0
  21. #6838 oachaporn (@oachaporn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:15
    ท่านอาจารย์ผลักดันให่เป็ยพระชายาเลยจ้า
    #6838
    0
  22. #6837 Karaketsukhchwy (@Karaketsukhchwy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:15

    อ๋องคงต้องหาวิธีทำนางท้องอีกรอบไม่งั้นคงรั้งนางไว้ได้ไม่นาน ที่สำคัญจะทำให้ฮ่องเต้ถูกบีบไปด้วยถ้าปล่อยนางท้องอีกรอบ ประชาชนจะต้องประนามราชวงค์ว่าไร้ความรับผิดชอบ มาต่อค่ะ
    #6837
    0
  23. #6836 Sisi (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 15:51

    ภรรยาชักจะใจอ่อนเห็นใจสามีมากขึ้นแล้วนะ ตวนอ๋องสู้ๆ

    #6836
    0
  24. วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 15:17
    หลินๆโชว์สกิลด้านอาหาร+เกษตรไปเรื่อย สุดท้ายฮ่องเต้ยอมตั้งหลินๆเป็นชายาเอก แล้วเด๋วพวกรองๆทั้งหลายก็ต้องคิดกำจัดหลินๆ แต่ถูกจับได้ เลยโดนตวนอ๋องฆ่าหมด/ไล่ออกไปหมด หลินๆก็ได้เป็นเมียหนึ่งเดียว
    มโนออกไปนอกจักรวาลมาร์เวล 555
    #6835
    0
  25. #6833 Oyonly (@Oyonly) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 14:47
    Ebook มาเมื่อไหร่คะ อยากอ่านเต็มๆ
    #6833
    0