ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 38 : บทที่ 47 สามีภรรยาส่งเสริมกัน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,985 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

    “หวางเย่” เลี่ยงหลินสะดุ้ง มือบางพยายามดันแผ่นอกกว้างที่เบียดทับตัวนางจนอึดอัดให้ลุกออกไป หากแต่เจ้าของร่างนั้นกลับกัดเบา ๆ ที่เนินอกของนางอย่างมันเขี้ยว ทิ้งรอยแดงดั่งกลีบดอกไม้ตัดกับผิวเนียนละเอียด แล้วจูบไปที่ข้อมือดื้อดึงซึ่งพยายามผลักเขาไม่หยุด


    ลมหายใจหนักหน่วงรดทั่วบ่าจนรู้สึกร้อน เขาสัมผัสผิวกายของนาง ยามนี้ทั้งสองอยู่ในห้องพักของหออวิ้นหยาง ม่านโปรงสีเขียวครามสายธารทิ้งตัวบดบังดั่งริ้วหมอกสนธยา ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าอาภรณ์ไปตกหล่นอยู่แห่งใด มองเอี๊ยมสีขาวนวลซึ่งปักลายดอกไม้ถูกพาดไว้อย่างลวก ๆ เหนือหัวเตียงแล้ว แก้มใสก็กลายเป็นสีแดงปลั่ง


    ยามนั้นนางเองไม่ได้ผลักเขาออก จึงไม่นับว่าโดนบังคับอะไรได้ ร่างกายตึงเครียดที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบเคลื่อนอยู่บนตัวของนางอย่างเร่าร้อนตั้งแต่ยามซวี ตอนนี้ได้ยินเสียงเคาะเกราะแว่ว ๆ จากถนนว่าเป็นยามโฉ่วแล้ว เลี่ยงหลินปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทั้งที่ความรู้สึกต่อเขายังคงคลุมเครือ ทว่าเขาสงบลงแล้ว แม้แต่หัวคิ้วก็ผ่อนคลายจนต่างจากเมื่อหัวค่ำลิบลับ


    “เจ้ายังจะไปอยู่หรือ” ได้ยินเสียงทุ้มกระซิบถาม มือใหญ่ค่อย ๆ สอดประสานนิ้วเรียวทีละนิ้วอย่างแช่มช้า กุมไว้แนบอกอยู่แบบนั้น


    นางไม่อยากหักหาญน้ำใจของเขา จะว่าไม่รู้สึกสิ่งใดเลย…ใจของนางคงไม่ได้แข็งเป็นหินผาถึงขั้นนั้น แต่เพราะเข้าใจยิ่งว่าหากเลือกอยู่กับเขาแล้วต้องอยู่ด้วยสถานะไหน นางจึงทำใจเอาไว้กลาง ๆ ยอมรับว่าชอบพอ แต่คงยังไม่นับว่ารักได้ “หม่อมฉันไม่อยากเป็นอนุภรรยาอีกแล้วเพคะ” เอ่ยตามตรงออกไป เรื่องระหว่างนางและเขาจะได้กระจ่างเสียที


    ใบหน้าคมซุกลงที่ไหล่บาง เขาจูบต้นคอของนางแผ่วเบา “ตอนนี้ในจวนไร้ตำแหน่งหวางเฟย หากว่าเจ้า…”


    “อย่าเอ่ยในสิ่งที่ทรงทำไม่ได้เพคะ หม่อมฉันไม่อาจใจเย็นรอได้นาน ซิงซิงโตขึ้นทุกวัน เริ่มฟังจับใจความคำพูดของคนอื่นออกแล้ว”


    เลี่ยงหลินรู้สึกได้ว่าสัมผัสที่กุมมือของนางเอาไว้รวมถึงอ้อมกอดรัดแน่นขึ้น


    น่าอายที่หมิงหย่งเทียนต้องกลืนคำพูดนั้นกลับไป เขายังต้องให้นางรอ ยังไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้รวดเร็วปานนั้น และไม่แน่ว่าอาจจะต้องรอนานจนซิงฉวี่โตกว่านี้จริง ๆ


    “อย่าคุยเรื่องนี้กันอีกเลย” เลี่ยงหลินสรุป “ทรงให้หม่อมฉันเปิดร้านอย่างที่ตั้งใจดีกว่าเพคะ หากสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ยามนั้นซิงซิงคงไม่ลำบากแล้ว”


    “เจ้า…” เขากล่าวไม่ออก เลี่ยงหลินรู้สึกได้ถึงอาการสั่นเทาจากร่างที่โอบล้อมนางอยู่ เขาโน้มมาจุมพิตริมฝีปากบางครั้งแล้วครั้งเล่า ส่งปลายลิ้นไล้เลียอย่างอาวรณ์ “เหตุใดจึงได้ดื้อดึงเช่นนี้”


    คืนนั้นแม้ว่าจะผลัดกันกอดเกี่ยวฉุดรั้งอยู่นานเท่าใดก็คล้ายว่าเอื้อมคว้าไม่ถึงหัวใจสักครั้ง


    ช่วงบ่าย


    ในที่สุดหมิงหย่งเทียนก็เดินมาหานางที่เรือนรับรอง ยินยอมเอ่ยเรื่องการเปิดร้านเจียงจี่ขึ้นมาอีกครั้ง


    “หลินเอ๋อร์ เจ้าลองดูผังอาคารของหออวิ้นหยางก่อนเป็นไร ชั้นล่างมีบริเวณกว้างมาก จะเปิดร้านขนมอีกกี่สิบร้านในนั้นก็ได้แน่นอน อีกทั้งเจ้ายังไม่ต้องสร้างชื่อเสียงร้านหาลูกค้าใหม่ ก็ใช้ลูกค้าเดิมของที่นั่น หากเจ้ายินยอมเปิ่นหวางจะสั่งขนมจากร้านเจียงจี่แทน แล้วต่อเติมโรงครัวให้กว้างขึ้น ให้มีบริเวณสำหรับทำขนมของเจ้าได้”


    เลี่ยงหลินมองด้วยสายตาชั่งใจ นางรินน้ำชาให้เขา พยายามไม่สนใจซิงฉวี่ที่กำลังคลานต้วมเตี้ยมบนพื้นไปหาบิดา “ทูลหวางเย่…ชื่อเสียงและฐานลูกค้าของหออวิ้นหยางย่อมไม่เป็นที่น่ากังขา ทว่าทำเลทองเช่นนั้นหม่อมฉันไม่มีปัญญาเช่าแม้กระทั่งคูหาหนึ่ง จึงคิดว่าจะขยับออกไปยังถนนเส้นนอกสักสามสี่ช่วงถนนเพคะ”


    ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกที่ชายเสื้อ ก้มลงไปจึงเห็นซิงฉวี่ดึงขาของตนอยู่ เขาอุ้มร่างเล็กที่เกาะซุกเข้ามาอย่างชอบใจ “ปา…กิง”


    ซิงฉวี่พยายามจะชวนบิดากินขนม ตวนอ๋องหยิบขนมถั่วหลืองที่กลางโต๊ะมาป้อนลูกสาวครึ่งหนึ่งและเคี้ยวเองอีกครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ร่างเล็กยิ้มตอบจนตายิบหยี


    “อย่าได้กังวลใจเรื่องค่าเช่าเลย เปิ่นหวางคิดเจ้าเดือนละสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร ส่วนเวลาจะซื้อวัตถุดิบก็มาลงบัญชีซื้อพร้อมกับกับอาหารในหออวิ้นหยาง ซื้อคราวละเยอะ ๆ จะได้ราคาถูก เปิดเพียงเดือนเดียวก็ได้กำไรแล้ว”


    เลี่ยงหลินอยากจะกุมขมับ นี่เรียกว่าเจรจาธุรกิจได้หรือ มีอย่างที่ไหนค่าเช่าที่ใจกลางเมืองหลวงเดือนละสิบตำลึงทอง แค่ค่าเช่าอาคารขนาดใหญ่ที่เมืองตั๋วเยี่ยก็เดือนละสามร้อยตำลึงทองแล้ว


    “นี่มิใช่ว่าให้หม่อมฉันเอาเปรียบหวางเย่หรือเพคะ”


    “หลินเอ๋อร์ เราเป็นคนกันเองจะเรียกว่าเอาเปรียบได้อย่างไร” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ถ้านางอ่อนประสบการณ์กว่านี้คงโดนสีหน้าและสายตาเช่นนั้นล่อลวงแล้ว “เจ้าเป็นภรรยาของเปิ่นหวาง ซิงซิงก็เป็นลูกของเปิ่นหวาง ช่วยกันทำมาหากินจึงเป็นเรื่องถูกต้อง”


    “มาม้า…” ซิงฉวี่ตีโต๊ะอย่างอารมณ์ดี รู้สึกพอใจที่เห็นทั้งพ่อและแม่นั่งอยู่ด้วยกันโดยมีตนเองนั่งตรงกลาง


    เลี่ยงหลินเห็นภาพนั้นแล้วก็รู้สึกเหมือนหัวใจอ่อนยวบลง “หม่อมฉันจะจ่ายค่าเช่าเดือนละหนึ่งร้อยตำลึงทองเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะไปหาเช่าร้านที่อื่นเพคะ”


    แม้เดิมหมิงหย่งเทียนจะไม่ต้องการหารายได้จากนาง แต่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายผ่อนปรนหลายก้าวแล้ว…เอาเถิด ค่อยเอาเงินเหล่านั้นให้ซิงฉวี่แทนก็ได้


    “ตกลง เปิ่นหวางให้เส้ากงกงเตรียมสัญญาไว้แล้ว เปลี่ยนตัวเลขแล้วเจ้าลงนามเลย”


    ตกค่ำ


    เลี่ยงหลินยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง หลังจากที่มองเขาส่งซิงฉวี่เข้านอน นางก็แยกตัวออกมา จดหมายจากฝางสี่รายงานเรื่องโรงเห็ดวันนี้ช่างน่ายินดี ดูเหมือนว่าพวกชาวบ้านหลงซานจะพัฒนาวิธีการเพาะเห็ดหอมได้แล้ว นั่นทำให้ตระกูลฝางครองพื้นที่ส่วนแบ่งการค้าเห็ดรายใหญ่ในท้องตลาด และทำให้เงินปันผลเดือนนี้ของเลี่ยงหลินสูงถึงสองพันห้าร้อยตำลึงทอง


    อ่านจดหมายนั้นก็เก็บลงกล่องไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะเขียนตอบพรุ่งนี้ ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงบานประตูเปิดพร้อมร่างสูงที่ก้าวเข้ามา ไม่ยอมกลับเรือนของตนเองจริง ๆ


    ต่อให้ไม่พูด เลี่ยงหลินก็มองเจตนาออกว่าเขาตั้งใจจะนอนที่นี่กับนาง


    เขานั่งลงข้าง ๆ มองมือบางที่กำลังพับจดหมายเก็บ “ซิงซิงหลับแล้ว”


    หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีอะไรติดขัดในลำคอ เจอสายตาเว้าวอนแบบนั้นก็รู้สึกสงสาร แต่จะให้นางยินยอมบ่อย ๆ เพราะสงสารเขามันก็ไม่ใช่เรื่อง


    หมิงหย่งเทียนจับไหล่บางเอาไว้ ตัวของนางให้สัมผัสนุ่มนิ่มสบายมือ “เราเข้านอนกันเถิด”


    เลี่ยงหลินลุกพรวด รู้สึกสู้หน้าเขาไม่ไหวขึ้นมา “เมื่อเช้าหม่อมฉันเพิ่งดื่มยาห้ามครรภ์ไป รู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย ท่านหมอแนะนำว่าไม่ควรดื่มบ่อยเพคะ”


    เขาย่อมฟังออกว่านางหมายความรวมถึงเรื่องที่จะไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาด้วย


    ชายหนุ่มนิ่งสงบ ยากนักจะกล่าวได้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใด “นอนเถิด เปิ่นหวางสัญญาจะไม่บังคับเจ้า”


ครึ่งเดือนต่อมา หลังจากถวายเค้กก้อนใหญ่ให้ฮ่องเต้ ในที่สุดร้านเจียงจี่ก็เปิดสาขาเมืองหลวงได้สำเร็จ พร้อมป้ายอักษรฝีพระหัตถ์ว่า ‘เรือนหอมหวานเจียงจี่’


    เลี่ยงหลินเฝ้ามองความสำเร็จอีกก้าวของตนเองในโลกนี้ด้วยความพอใจ นางเพิ่งเข้าสอบวัดระดับที่สมาคมอาหารอีกครั้งจนได้ป้ายประจำตัวคนครัวขั้นเจ็ดมาแล้ว เป็นการเปิดตัวร้านเจียงจี่อย่างเต็มภาคภูมิ


    ด้วยข้อตกลงกับตวนอ๋องซึ่งทำให้หญิงสาวต้องยินยอมลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร ร้านเจียงจี่จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของหออวิ้นหยาง ลักษณะคล้ายกับห้างร้านใหญ่ ๆ ดัง ๆ ในโลกก่อนที่มีร้านอื่น ๆ มาเช่าสถานที่ค้าขายพ่วงกัน สำหรับนางเองก็เช่นกัน คูหาหนึ่งของหออวิ้นหยางถูกดัดแปลงให้เป็นหน้าร้านเจียงจี่ ที่นอกจากจะขายขนมให้กับผู้สัญจรไปมาแล้ว นางยังมีรายการสั่งขนมจากหออวิ้นหยางที่หันมาใช้บริการร้านเจียงจี่ด้วย


    เพราะได้รับโจทย์จากเขาโดยตรง เลี่ยงหลินจึงต้องหันมารื้อสูตรทำขนมแบบตะวันออกดูบ้าง ช่วงก่อนเปิดร้าน นางใช้เวลาทบทวนสูตรและปรับปรุงเพื่อให้ถูกใจเจ้าของหออวิ้นหยางอย่างเขามากที่สุด กว่าจะเอาใจกันได้ก็เหนื่อยเอาการ


    ส่วนขนมที่เป็นของร้านเจียงจี่จริง ๆ ก็ไม่ได้ถอดแบบที่ตั๋วเยี่ยมาจนหมด เพราะในเมืองหลวง เค้กของนางโด่งดังที่สุด ร้านเจียงจี่สาขานี้จึงเน้นเค้กค่อนข้างมาก


    แม้จะมีเพียงหน้าร้านเล็ก ๆ ทว่าร้านเจียงจี่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ในการตกแต่งตามแบบฉบับของตนเองได้อย่างดีเยี่ยม ห้องคูหาสีขาวสะอาดแสดงถึงศิลปะแนวชิโนโปรตุกีสโดดเด่นดึงดูดสายตา เดิมหออวิ้นหยางก็เป็นจุดที่มีผู้คนขวักไขว่แวะเวียนมาใช้บริการมากมายอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเห็นร้านเปิดใหม่สวยไม่ซ้ำใคร ชื่อเสียงของร้านเจียงจี่ก็เริ่มกระจายไปในระดับชาวเมืองอย่างปากต่อปาก


    เมื่อก่อนนี้ หมิงหย่งเทียนสั่งขนมจากร้านลวี่เซ่อ อันเป็นร้านขนมชื่อดังร้านหนึ่งของเมืองหลวง แต่การหักดิบมาใช้บริการร้านเจียงจี่ทั้งหมดนับว่าเป็นความเสี่ยงในระดับที่ไม่ธรรมดา ถือว่าเขามั่นใจในตัวเจียงเลี่ยงหลินไม่น้อย หากมองกันลึก ๆ จะพบว่าร้านลวี่เซ่อนั้นเป็นร้านญาติสกุลเดิมของฮูหยินอันชิ่งโหว มิรู้ว่าตวนอ๋องตัดสัมพันธ์เช่นนี้ จะบ่งถึงแนวโน้มอันใดได้หรือไม่


    เลี่ยงหลินนั้นย่อมไม่รู้ถึงสายสัมพันธ์อันซับซ้อนของพวกเขา รู้แต่เพียงเมื่อรับงานมาแล้วตนก็ต้องทำให้เต็มความสามารถ แน่นอนว่าหากพูดถึงขนมฝั่งตะวันออกขึ้นชื่อต้องมีขนมไหว้พระจันทร์ เลือกทำชิ้นเล็ก ๆ ที่สามารถรับประทานได้ทุกช่วงเทศกาลเพียงเท่านี้ก็จะขายได้ตลอดทั้งปี ไว้ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์จริง ๆ ก็ค่อยคิดหาไส้ที่พิเศษทำขึ้นมาใหม่ก็ได้


    นอกจากนั้นยังมีโยคัง[1] ขนมดอกบัว กุหลาบจามุน[2] และขนมผักกาดที่มีไส้กึ่งอาหารคาวซึ่งตวนอ๋องออกปากชมไม่หยุดว่าอร่อย เพียงขนมใหม่ทั้ง 5 อย่างที่เข้ามาทดแทนรายการของหวานเดิมของหออวิ้นหยางก็คิดว่าจะเรียกความสนใจนอกเหนือจากอาหารที่ให้บริการลูกค้าได้แล้ว


    ขนมบางอย่างทำเตรียมไว้ได้ บางอย่างต้องทำกันสด ๆ จึงจะอร่อย ยามนี้โรงครัวของหออวิ้นหยางมิใช่จัดเตรียมแต่อาหารคาวแล้ว แต่ยังมีการต่อเติมขยายออกไปให้เป็นบริเวณทำขนมด้วย เหล่าพ่อครัวมืออาชีพในครัวต่างรู้สึกเกร็ง อย่างแรกเพราะรู้ว่าฮูหยินเจียงนั้นคือภรรยาของเจ้านายของพวกตน และอีกอย่างคือพวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นคนครัวอาชีพผ่านการทดสอบจากสมาคมอาหาร จึงย่อมได้ยินข่าวคราวของนางที่สอบผ่านคนครัวขั้นต้นด้วยคะแนนเต็มทุกรอบ จากนั้นยังสอบวัดระดับขั้นเจ็ดหลังจากนั้นไม่นาน เรียกว่าแทบมิได้เว้นระยะเพื่อหาประสบการณ์ทำอาหารเพิ่มเลย


    ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันตวนอ๋องก็เพิ่งนำขนมเข้าวังถวายฮ่องเต้รวมถึงฮองเฮาและเหล่าพระสนมทั้งหลาย ยามที่ออกหน้าเองเช่นนี้ ผลตอบรับย่อมต่างจากตอนที่หมิงอ๋องนำขนมจากร้านเจียงจี่ที่ตั๋วเยี่ยมาเสียอีก ยามนี้ไม่ว่าใครก็รู้ว่าหออวิ้นหยางคือกิจการของตวนอ๋อง เขากลับมาพร้อมใบรายการสั่งสินค้าจำนวนหนึ่ง เพราะเหตุนั้นทำให้ขนมไหว้พระจันทร์และขนมดอกบัวจำต้องวางขายที่หออวิ้นหยางแบบจำกัด วันหนึ่งขายเพียงยี่สิบชุดไม่ขาดไม่เกิน เนื่องจากเลี่ยงหลินที่ต้องทำขนมเข้าวังด้วยย่อมทำของพวกนี้ไม่ไหว ทั้งที่เพิ่งจะเปิดตัววันแรกราคาก็สูงถึงชุดละยี่สิบห้าตำลึงเงิน


    เพียงแค่ขนม แต่ราคาเท่าจานอาหารแนะนำประจำร้าน นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับร้านใดมาก่อน  ยิ่งวันนี้ได้ข่าวว่าจะเปิดตัวรายการขนมใหม่ที่หออวิ้นหยาง ประกาศการร่วมทุนกับร้านเจียงจี่อย่างเป็นทางการ ยิ่งทำให้โต๊ะด้านในแน่นขนัดตั้งแต่เปิดร้านยามอู่ ทั้งลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เข้ามาเพราะแรงดึงดูดของชื่อเสียงร้านเจียงจี่แห่งตั๋วเยี่ย ดูเหมือนว่าการได้รับคำชมจากฮ่องเต้หลายครั้งหลายคราจะผลักชื่อเสียงในวงการอาหารของเลี่ยงหลินให้อยู่สูงลิบจนน่ากลัวเสียแล้ว


    ยามนี้ตวนอ๋องเลือกเอาคณะละครหุ่นเงาจากต๋าจิงมาแสดง ส่งเสริมให้บรรยากาศวันเปิดตัวคึกคักขึ้นไปอีก


    ขนมไหว้พระจันทร์และขนมดอกบัวทั้งยี่สิบชุดนั้นแทบไม่หลงเหลือไปถึงลูกค้ารายหลัง ๆ ยกลงจากเตาก็มุ่งตรงไปยังโต๊ะที่สั่งเอาไว้พอดิบพอดี


    “คุณหนูท่านนี้ลองชิมขนมไหว้พระจันทร์ของร้านเราดูเถิด รับรองว่าไม่เหมือนที่ใดแน่นอนแม้แต่ฝ่าบาทยังตรัสชื่นชมฝีมือฮูหยินเจียง” เสี่ยวเอ้อร์ประจำหออวิ้นหยางอธิบายอย่างออกรส ยิ่งชวนให้ขนมแต่ละอย่างน่าสนใจขึ้นไปอีก


    ในยามนี้ไม่ว่าใครที่รู้จักกันก็เรียกเลี่ยงหลินว่าฮูหยินเจียงกันทั้งนั้น ชื่อเสียงในฐานะคนทำขนมของนางไม่อาจดูเบา ยิ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องอาหารการกินอยู่แล้วเป็นทุนเดิมก็ต่างรู้ว่านางสอบวัดระดับขั้นเจ็ดจากสมาคมอาหารเรียบร้อยแล้ว นับเป็นผู้ที่มีอนาคตไกลคนหนึ่ง


    ทันทีที่ขนมไหว้พระจันทร์วางถึงโต๊ะ ความสวยงามแปลกตาก็เรียกเสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าลูกค้าได้ไม่ยาก ในหนึ่งชุดมีขนมไหว้พระจันทร์สามชิ้นเล็ก สีดำสนิทแต่งดงามดั่งนิล ไม่เคยเห็นคนทำขนมใดนำเสนอผลงานเช่นนี้มาก่อน นี่หรือขนมที่ฮ่องเต้ทรงโปรด


    แค่บิออกจากกัน ไส้คัสตาร์ด[3]ด้านในก็ไหลเยิ้มออกมา สีเลืองอมส้มของไข่เค็มลาวาตัดกับผิวนอกสีเข้มเกิดเป็นภาพสะท้อนของจันทร์กระจ่างบนท้องฟ้ายามราตรีเป็นอย่างดี นี่จึงคู่ควรแก่คำว่าขนมไหว้พระจันทร์อย่างจริงแท้ รสหวานนุ่มละมุนของไส้ในทำเอาขนมไหว้พระจันทร์ทั้งหมดทั้งมวลหมดความหมายโดยสิ้นเชิง


    “อร่อย…ข้าไม่เคยลิ้มรสขนมใดเป็นเช่นนี้มาก่อน”


    คำพูดนั้นไม่อาจจำกัดได้แต่เพียงขนมชิ้นเดียว หากแต่ขนมดอกบัวจากอีกโต๊ะก็กำลังครอบครองหัวใจของเหล่าลูกค้า


    ขนมดอกบัวคือหนึ่งในตระกูลขนมเปี๊ยะ ทำจากแป้งสาลีกับมันหมูแล้วนวดทบหลายชั้นเช่นเดียวกัน แต่ผู้ทำต้องใช้ทักษะในขั้นตอนการทอดแทน ก่อนนำลงทอดต้องบากแป้งข้างหนึ่งเตรียมไว้ และเมื่อนำลงทอดในน้ำมันร้อนจัดก็ต้องทำทีละชิ้น เพราะต้องคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลาว่าแป้งเริ่มสุกเมื่อใด ได้จังหวะต้องค่อย ๆ ตักน้ำมันราดเรื่อย ๆ จนกว่าแป้งจะคลายตัวกลายเป็นกลีบดอกบัวจนหมด


    “ด้านในมีไส้ผลไม้ มิรู้ว่าเป็นสิ่งใดแต่รสชาติยอดเยี่ยมเหลือเกิน”


    เลี่ยงหลินเลือกใช้พุทราและอินทผาลัมที่ให้รสหวานฉ่ำกวนผสมน้ำผึ้ง และซานจา[4]เล็กน้อยตัดเลี่ยน แม้จะเป็นตระกูลขนมเปี๊ยะไส้หวาน แต่ความซับซ้อนในรสชาติที่ถูกปรุงออกมาก็เทียบกันกับขนมตามร้านทั่วไปไม่ได้เลย จนทำให้เหล่าพระสนมต่างแย่งกันลงรายการสั่งซื้อมากมาย


    สำหรับขนมชนิดอื่น ๆ นั้น หลังจากคุยกับตวนอ๋องแล้วก็ตัดสินใจว่าจำหน่ายวันละห้าสิบชุด กุหลาบจามุนรสหวานจัด หรือโยคังที่รับประทานได้เพลิน ๆ ทั้งวัน อย่างสุดท้ายคือขนมผักกาดที่เลือกทำในสไตล์ฮ่องกงซึ่งแม้จะทำง่ายแต่ก็ต้องจำกัดจำนวนเพื่อกลยุทธ์ในการขาย ยากที่ใครจะด้านทานหัวไชเท้าขาว ๆ รสหวานเป็นธรรมชาติ


    หลายโต๊ะที่พลาดขนมไหว้พระจันทร์ต่างแย่งกันสั่งขนมชนิดอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว ชั่วขณะหนึ่งที่การแสดงในหออวิ้นหยางถูกลืมเลือน ไม่ว่าใครก็ต้องเล่าลือเหตุการณ์ในวันนี้ซึ่งทำเอาร้านรวงทั้งเมืองหลวงเงียบเหงา คนกว่าครึ่งค่อนเมืองมาต่อแถวรอเข้าหออวิ้นหยางยาวจนสุดถนน และยังเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายวัน


    ลูกค้าหลายรายต่างลอบคิดในใจ…คู่สามีภรรยาคู่นี้ช่างช่วยกันทำมาค้าขายได้ดียิ่ง




   

โยคัง[1] – เดิมโยคังเป็นขนมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน ทำจากถั่วแดงและแป้งกวน ภายหลังได้เข้าสู่ญี่ปุ่นในช่วงเผยแพร่พระพุทธศาสนา ต่อมาชาวญี่ปุ่นได้มีการปรับสูตร ผสมผงวุ้น ปรับรสชาติ เพิ่มเครื่องตามโอกาส เช่น ผลไม้หรือถั่วต่าง ๆ จนวิวัฒนาการแทนที่ถั่วแดงกวนของเดิมและกลายมาเป็นโยคังในปัจจุบัน

กุหลาบจามุน[2] (Gulab Jamun) - ขนมหวานของประเทศอินเดียทางภาคใต้ ทำจากนมควายและเนยกีเป็นหลัก มีรสชาติหวานจัดเนื่องจากแช่ในน้ำเชื่อม นิยมรับประทานครั้งละน้อย ๆ คู่กับชา

คัสตาร์ด[3] - ครีมไข่ ทำจากไข่ผสมนมและคาราเมลเป็นหลัก ถือเป็นไส้ยอดนิยมในขนมตะวันตก มีรสชาติหวานนุ่มละมุน ไม่มีสูตรกำหนดเนื้อสัมผัสตายตัว สามารถปรับให้เหลวหรือข้นก็ได้ตามแต่จุดประสงค์ที่จะนำไปใช้

ซานจา[4] – ผลไม้คล้ายพุทรา ลูกเล็ก มีรสเปรี้ยว


ขนมไหว้พระจันทร์


ขนมดอกบัว


โยคัง


กุหลาบจามุน


ขนมผักกาด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.985K ครั้ง

7,919 ความคิดเห็น

  1. #7847 555 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 16:55

    น่ากินทุกอย่างเลยค่ะ

    บรรยายได้เห็นภาพมาก

    #7847
    0
  2. #7619 150221 (@150221) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 09:27
    เห็นแล้วอยากกินเลย
    #7619
    0
  3. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 20:45
    😊😊😊
    #7583
    0
  4. #7533 tarnwarunee (@tarnwarunee) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 20:20
    ลาออกจากอ๋องดีกว่ามาอยกับลูกเมียดีกว่าไม่ต้องไป เป็นหมากเป็นเบี้ยให้ฮ่องเต้แล้ว
    #7533
    0
  5. #7458 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:18
    อ่านไปอ่านมาพระเอกก็ยังมีสาวๆเป็นพรวนเช่นเดิม นี่ไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยเหรอ
    #7458
    0
  6. #7444 Muttcee (@Muttcee) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 10:15
    อ่านรวดเดวมาถึงตอนนี้เยย คงต้องบอกว่าออกหนังสือไวๆเถอะพลีส~~~ อยากเก็บรูปเล่มอาวว้ายยยย
    #7444
    0
  7. #7441 sarhkt (@sarhkt) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 05:42
    อยากกินมากเลย ทุกรายการ เฮ้อ😣😣
    #7441
    0
  8. #7414 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 00:20
    ไม่คิดว่าจะมีฉากกุ๊กกิ๊ก ดูๆแล้วเหมือนตวนอ๋องวางทางให้น้องอยู่ในสายตาต่อ
    #7414
    0
  9. #7405 malwar (@malwar) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 21:48
    น้ำลายหยด​
    #7405
    0
  10. #7303 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 15:56

    กรี้ดดด


    เลิฟซีน มาไวไปไว!!


    แต่ก็เขินอยุ่ดี อร้ายๆ

    #7303
    0
  11. #7011 Lunar116 (@Lunar116) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 05:58

    หิวมากค่าไรท์ :)

    #7011
    0
  12. #6971 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:52
    น่ากินทุกอย่างเลย
    #6971
    0
  13. #6854 nonameja55 (@nonameja55) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 21:17
    อยากกินเลย
    #6854
    0
  14. #6853 Toon Diamond (@toondiamond) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 21:09
    หิวเลยค่ะ มาอ่านตอนขึ้นห้องจะนอนแร้วด้วยแงๆ
    #6853
    0
  15. #6844 hmu (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 18:18

    หลังๆ ไม่ค่อยสนุกแล้ว ทุกอย่างยอมสามีหมดเลยโดยอ้างลูกเป็นหลัก ย้อนยุคมาแต่ทำไมบทเหมือนเมียคนเดิมไม่ต่างกัน ไม่น่าจะรักสามีเจ้าของร่างได้รวดเร็วขนาดนั้น และสมยอมเป็นเมียเขาอีก ทั้งทีรู้ว่าเขามีเมียอยู่แล้วอีกตั้งสองคน ก็ยังยอมเป็นเมียน้อยในชาตินี้อีก มันแปลก แรกๆ สนุกตื่นเต้นดี

    #6844
    0
  16. #6842 Wanichaya Panmanee (@wanichayapan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 17:13
    อยากให้ในหนังสือที่พิมพ์มีรูปอาหาร และขนมด้วยจังเลยค่ะ
    #6842
    0
  17. #6840 Fhai Cotton (@fhai1995) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:27
    หิวมาก
    #6840
    0
  18. #6822 nuwalnaka (@nuwalnaka) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 12:20

    ?????????น่ากิน

    #6822
    0
  19. #6806 Aomsin Anchisa (@aomsin842) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 10:03
    น่าทานมากจนอยากหาซื้อเองเลยค่ะ
    #6806
    0
  20. #6778 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 07:26
    โอย..น้ำลายไหล ไรต์จะใจร้ายกะรีดมากไปแล้ว แค่รออ่านแต่ละตอนก็จะขาดใจแล้ว ยังเอาทั้งขนมทั้งอาหารมาล่ออีกฮื่ม..
    #6778
    0
  21. #6777 moragot5296 (@moragot5296) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 06:59

    ไรท์ค่ะ ในเล่มจะลงภาพขนมสวยๆด้วยมั๊ยค่ะเฝ้ารอซื้ออยู่ค่ะ รออออค่าาาา

    #6777
    0
  22. #6776 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 06:38
    รูปประกอบงดงามน่าทานมากค่ะไรท์
    #6776
    0
  23. #6775 ณัฐวดี (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 05:48

    ขอบคุณมากคะรูปเห็นแล้วหิวจังปกติกินขนมอทนข้าวอยู่แล้วชอบสุดๆ

    #6775
    0
  24. #6774 เจ้านางน้อย.... (@lovelarva) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 03:02
    อยากเห็นภาพร้านใหม่ด้วยอ่าาาาาาา

    ตอนอ่านนี้เเบบนึกภาพตามแล้วพยายามให้ตัวเองมีสติมากพอไม่เลื่อนไปดูภาพเฉลยตอนท้ายก่อนนนนน
    #6774
    0
  25. #6773 amyra18 (@amyra18) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 01:47
    มาอ่านตอนนี้ทำม้ายยยยยยย หิวอะ เฮ้อ ว่าแล้วพรุ่งนี้ทำกินดีก่า ขนมหัวผักกาดจ๋า เดี๋ยวเราเจอกัน ถถถถถ
    #6773
    0
  26. #6771 konthaiuk (@konthaiuk) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:55

    ไรท์ นานแค่ไหนออกอีบุ๊คค่ะ เพราะอยู่ต่างประเทศไม่สามรถซื้อหนังสือได้

    #6771
    1
    • #6771-1 วิมลมาศ (@jennyinw234) (จากตอนที่ 38)
      6 มิถุนายน 2562 / 03:48
      เห็นในเฟส อีบุคก็ออกพร้อมหนังสือค่ะ วันที่ 25 นี้ รออุดหนุนไรท์กันค่ะ
      #6771-1