ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 37 : บทที่ 46 ยามบุรุษลุ่มหลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,643 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

“น้องห้า วันพรุ่งยามเว่ยพี่รองได้ชวนมิตรสหายมาร่วมเล่นชู่จวี[1]ที่จวน อากาศเช่นนี้สมควรหาอะไรทำให้คลายหนาวเสียหน่อย หากเจ้าว่างก็แวะมาเถิด พาสตรีทั้งหลายมาด้วยก็ได้ ลั่วหรานค่อนข้างเก็บตัวมานานก่อนออกเรือน ให้พวกนางรู้จักกันไว้บ้างเป็นการดี” ฉีอ๋องรั้งตัวหมิงหย่งเทียนเอาไว้หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดเสียนเฟยเลิกรา ในระยะหลังแม้มีหลายเรื่องที่ยังคงไม่พอใจอยู่บ้างทว่าเจ้าตัวก็พยายามหลับตาเสียข้างหนึ่ง หากเสด็จพ่อรับรองว่าเจ้าห้าจะไม่มีทางเป็นภัยคุกคามต่อนาคตของเขาเด็ดขาด เช่นนั้นก็ผูกมิตรต่อกันให้มากเสียหน่อย


หมิงหย่งเทียนชะลอฝีเท้า ในอ้อมแขนยังมีซิงฉวี่ที่เอาแต่เกาะติดเป็นลูกสงเมาเกาะต้นไผ่ เลี่ยงหลินเองก็เดินเว้นระยะจากเขาพอประมาณ เช่นเดียวกับเสิ่นหรูเหมยที่ดูสงบปากสงบคำลง


              มองเลยไปยังเบื้องหลังของฉีอ๋องที่มีสตรีเพียงนางเดียวติดตามมา ก็คือเจ้าของนามเถียนลั่วหราน หรือพระชายารองซึ่งเพิ่งตกแต่งอยู่กินกันมาไม่นาน นางยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน แต่นึกว่าสตรีผู้นี้นับเป็นสาวงามคนหนึ่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ดูอ่อนหวานเรียบร้อยสมกับที่มาจากตระกูลบัณฑิต


              แต่เมื่อคิดเช่นนั้นเจ้าตัวก็โคลงศีรษะ มิใช่ว่าเสิ่นหรูเหมยเองก็เป็นถึงหลานสาวราชครูหรือ เหตุใดถึงมีพื้นเพอุปนิสัยเป็นเช่นนี้ได้


              “ข้าต้องไปแน่นอน ขอบคุณพี่รองที่นึกถึง” ได้ยินตวนอ๋องตอบรับไปเช่นนั้น อันนี่จริงแม้เจียงเลี่ยงหลินเจ้าของร่างจะมิค่อยรู้เรื่องการแก่งแย่งอำนาจมากนัก แต่จากที่นางเคยฟังเรื่องซุบซิบมาบ้าง ได้ยินพวกชนชั้นสูง ตลอดจนถึงเหล่าคนในวงการค้าเอ่ยกันบ้าง ก็เห็นว่ามีเสียงสนับสนุนฉีอ๋องเยอะอยู่เนื่องจากเป็นโอรสองค์โปรด แม้หากจะมองในแง่ของผู้ปกครอง เขาจะมิใช่ตัวเลือกในอนาคตที่ดีนัก แต่สำหรับกลุ่มชนชั้นสูงแล้ว ฉีอ๋องกลับเดาทางได้ง่ายที่สุด น้ำขุ่นอยู่ง่าย น้ำใสอยู่ยาก อยากมีอำนาจวาสนาก็ใช้เงินเข้าหา ช่างไม่ใช่การคบค้าที่อ่านยากเย็นอันใด


              ขากลับจวน เสิ่นหรูเหมยยังคงนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น คงเพราะช่วงท้ายของการสนทนาพวกฮูหยินตราตั้งก็พูดคุยสัพเพเหระเรื่องบุตรหลาน เดิมทีทั้งนางและอันหลันฮวาไม่นับว่าแต่งงานนาน มีบุตรช้าหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอันใด แต่เพราะซิงฉวี่นั้นเป็นที่รักใคร่เอ็นดูจนไม่มีใครกล้าปริปากอย่างสิ้นคิดว่าเป็นลูกอนุภรรยา จึงมีเสียงนกเสียงกาแว่วมาถามว่าเมื่อใดพระชายารองทั้งสองของตวนอ๋องจะมีข่าวดีบ้าง


              ฝ่ายเลี่ยงหลินเองไม่แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้อยู่แล้ว หากแต่กลับไม่ชอบใจขึ้นมา


              “อาหลิน ถึงจวนแล้วเจ้านอนงีบเอาแรงอีกสักหน่อย ตอนค่ำเปิ่นหวางจะพาไปหออวิ้นหยาง”


              หญิงสาวสะดุ้ง มัวแต่เหม่อจนไม่รู้ว่ารถม้าเคลื่อนมาจอดที่จวนแล้ว ขนอ่อนตามลำคอของนางลุกชัน หัวใจสั่นไหวแปลก ๆ เวลาเขาเรียกอาหลินแบบนี้ อาจเพราะในโลกเดิม ใคร ๆ ก็เรียกนางว่าอาหลิน เหมือนที่บิดาของเจียงเลี่ยงหลินและตวนอ๋องเรียกบ้างในบางครั้ง


              นางถูกเขาสวมกอดเอวเดินเข้าเรือนไปอย่างงงงัน เลี่ยงหลินเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง หันไปด้านหลังเห็นเสิ่นหรูเหมยลงจากรถม้าอีกคันแล้วเดินเข้าเรือนอีกหลังไปบ้าง พลันความว่างเปล่าสายหนึ่งก่อเกิดในใจ


              ร่างบางไม่ได้เอ่ยคำ หากแต่ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังซิงฉวี่ที่ซบไหล่บิดาหลับสนิท เจ้าตัวเล็กขยับน้อย ๆ พลางส่งเสียงครางคล้ายยังไม่อยากให้กวน “ส่งซิงซิงให้หม่อมฉันเถิดเพคะ”


              หมิงหย่งเทียนไม่ยอมปล่อยมือ หากแต่ยังก้าวเข้ามาในเรือนรับรองแขก มุ่งตรงไปยังที่นอนแล้วจึงค่อย ๆ วางซิงฉวี่ลงด้านในสุด “เปิ่นหวางจะนอนพักกับลูก เจ้าก็มาได้แล้ว”


              เลี่ยงหลินมองเห็นกำปั้นน้อยกำชายเสื้อของตวนอ๋องเอาไว้แน่น นางไม่อยากกีดกันพ่อลูกเลย ถ้านางตัดสินใจจากไปจริง ๆ จะกลายเป็นว่านางทำตามใจตนเองจนมองข้ามความต้องการของซิงฉวี่ไปหรือไม่


              ซิงฉวี่ตอนนี้ยังไม่รู้ความ คงไม่ได้นึกสิ่งใดนอกจากมองเห็นบิดาเป็นทั้งโลกของตัวเอง แต่หากนางเติบใหญ่มากขึ้น รู้เรื่องราวมากขึ้น จะยอมรับได้หรือไม่กับชีวิตในฐานะลูกอนุภรรยา


              ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดใจยอมให้เขาก่อน “เช่นนั้นหวางเย่ก็พักที่ห้องนี้เถิดเพคะ หม่อมฉันจะเขียนจดหมายถึงบิดาสักหน่อย”


              หมิงหย่งเทียนมองแผ่นหลังของคนที่หันหลังเดินย้อนออกไปอย่างเงียบงัน


              ตกค่ำ เลี่ยงหลินเปลี่ยนเป็นชุดที่ลำลองมากขึ้นสำหรับเดินเล่นในเมืองหลวง หากแต่ชุดลำลองที่สุดในจวนอ๋องก็ยังเป็นผ้าทอชั้นดี เสื้อตัวยาวสีชมพูปักลายนกกระเต็น กระโปรงซ้อนหลายชั้นเป็นสีน้ำเงินเข้มราวกับย่างเดินบนท้องฟ้ายามราตรี หมิงหย่งเทียนนั่งอ่านหนังสือรอนางอยู่เงียบ ๆ ซิงฉวี่ถูกจิ่งหลิวรับไปดูแลต่อ


              “ขออภัยที่ให้รอนานเพคะ” เลี่ยงหลินกำลังจะนั่งลงข้างเขา ไม่ทันไรก็ถูกคว้ามือเอาไว้ก่อน เขาลุกขึ้นยืน เวลาเงยหน้ามองเต็มความสูงแบบนี้เลี่ยงหลินอดรู้สึกไม่ได้ว่าเขาตัวสูงใหญ่ขึ้นจากความทรงจำเดิมของเจ้าของของร่างมาก เด็กหนุ่มที่ให้ความรู้สึกเหมือนรุ่นพี่ไอดอลขวัญใจสาว ๆ ในรั้วโรงเรียนกลายเป็นชายฉกรรจ์ไปแล้ว เครื่องหน้าสมบูรณ์แบบดูเต็มไปด้วยเสน่ห์ล่อลวงมากขึ้นทุกที ทว่าดวงตานิ่งสงบของเขากลับกดทับอารมณ์และความคิดอันซับซ้อนเอาไว้ตามประสบการณ์ชีวิตที่เพิ่มขึ้น


              เขาพานางขึ้นรถม้าออกไปในเมืองอีกครั้ง เลี่ยงหลินชินเสียแล้วกับการออกเดทกันแบบนี้ หญิงสาวเตรียมตั้งรับมือ หนนี้ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก


              หออวิ้นหยางเป็นกิจการโรงดนตรีของตวนอ๋อง ในความทรงจำของเจียงเลี่ยงหลินเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่นี่ เจ้าของร่างออกจะชอบฟังดนตรี หัดเล่น แม้จะไม่เก่งเท่าเขา แต่ก็นับว่าพอแสดงฝีมือได้แบบไม่อายใคร


              “ข้าจ้างนักดนตรีมาจากต้าเยี่ยนตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ฝีมือไม่เลว เจ้าน่าจะอยากฟัง” เขาพานางนั่งลงบนที่ประจำอันเป็นบริเวณส่วนตัวทั้งชั้นสี่ มองเห็นหิมะโปรยปรายลงมา เวทีแสดงเบื้องล่างมีเสียงผีผาบรรเลง


              นักดนตรีผู้นั้นเป็นสตรี เท่าที่จำได้ดูเหมือนว่าหออวิ้นหยางแห่งนี้ต้อนรับเฉพาะนักดนตรีอาชีพเท่านั้น เนื่องจากตวนอ๋องไม่ค่อยชอบนางโลม เมื่อคิดว่าสตรีเช่นเดียวกันออกหาเลี้ยงชีพด้วยตนเองก็อดรู้สึกชื่นชมไม่ได้


              “บรรยากาศเช่นนี้ฟังดนตรีช้า ๆ ชวนให้สะเทือนอารมณ์ไม่น้อย” หญิงสาวเอ่ย เพลงเศร้าร้าวรานและฤดูหนาว ช่างเข้ากันอย่างน่าทึ่ง


              “หากผู้ฟังมีประสบการณ์ชีวิตร่วมกันกับบทเพลงย่อมเข้าถึงแก่นแท้แห่งอารมณ์” เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมทัดหูของนาง “เจ้ายังมีเรื่องใดในใจที่ไม่ยอมบอกเปิ่นหวาง”


              เลี่ยงหลินรู้สึกเหมือนมีอะไรติดที่ลำคอ สายตาเยือกเย็นคู่นั้นเหมือนกำลังมองทะลุปรุโปร่งทุกอย่างในความคิด เขามิใช่ว่านั่งใกล้นางเกินไปหน่อยหรือ ใกล้จนได้ยินเสียงชายผ้าเสียดสีกัน หรือแม้แต่เสียงลมหายใจที่ขึ้นไอขาวจาง ๆ


              “หลินเอ๋อร์เจ้ายังโกรธเปิ่นหวางอยู่หรือ” น้ำเสียงของเขายังคงเดิม หากแต่เลี่ยงหลินรู้สึกได้ถึงความเว้าวอนในแววตาของเขา เพราะนางเข้าใจว่าเขาอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อครอบครัว เพื่อซิงฉวี่ ดังนั้นจึงได้พยายามทำความเข้าใจโดยไม่ใช้อารมณ์มาตลอด


              ร่างบางสั่นศีรษะเบา ๆ “เรื่องก็ผ่านมาแล้ว หม่อมฉันปล่อยวางไปแล้วเพคะ” เลี่ยงหลินกล่าวตามจริง ความรู้สึกที่มีต่อตวนอ๋องขณะนี้ไม่ใช่ความโกรธ


              หมิงหย่งเทียนไม่ได้โล่งใจมากขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ตรงกันข้าม ร่างสูงยิ่งแผ่บรรยากาศบางอย่าง “เช่นนั้นเหตุใดไม่ยอมกลับไปอยู่เรือนเดิม เปิ่นหวางมิได้เขียนหนังสือหย่าให้เจ้า การแต่งงานของเราไม่เคยสิ้นสุดลง”


               รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้าหวานละมุนอย่างจนใจ “หวางเย่ หม่อมฉันเป็นอนุภรรยา ลืมแล้วหรือเพคะ แต่แรกก็ไม่เคยมีหนังสือแต่งงาน ดังนั้นจะมีหรือไม่มีหนังสือหย่าก็คือหย่าอยู่ดี”


              เขารู้อยู่แก่ใจว่าต้องเป็นเช่นนี้ ยามนั้นอันหลันฮวาคือพระชายา นางมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการจัดการเรือนหลังไม่ว่าเขาจะยินดีหรือไม่ก็ตาม “เช่นนั้นเราแต่งกันใหม่ดีหรือไม่ เปิ่นหวางจะขอเสด็จพ่อ


              ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจนจบ เลี่ยงหลินก็รู้สึกโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว “เป็นอนุภรรยาผู้ทรงเกียรติหรือเพคะ” ถ้านับตามฐานะทางสังคมนางก็ได้เท่านี้ จากอนุภรรยาเติมคำว่าทรงเกียรติเข้าไปก็จบแล้วหรือ นางไม่ควรเห็นใจเขาเลยจริง ๆ กลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้คนอย่างเขาได้เข้ามาก่อเรื่องจนส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของตนเองแบบนี้


              “ไม่ใช่แบบนั้นหลินเอ๋อร์ เจ้าอย่าเพิ่งขัดเคือง”


              เลี่ยงหลินผ่อนลมหายใจลง พยายามข่มใจให้สงบอีกครั้ง เมื่อครู่นี้นางโกรธเขาจริง ๆ เสียด้วยเมื่อใจสงบแล้วจึงค่อย ๆ พิจารณาทุกสิ่งอย่างที่ควรจะเป็น “งานเลี้ยงวันนี้ขนมจากร้านเจียงจี่ประสบความสำเร็จด้วยดี ฮูหยินตราตั้งหลายรายก็เริ่มถามหม่อมฉันแล้วว่าขนมพวกนี้จะมีขายที่ร้านเจียงจี่หรือไม่”


              หมิงหย่งเทียนมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก


              “หลังจากทบทวนมาตลอด หม่อมฉันคิดว่าจะเปิดร้านเจียงจี่สาขาเมืองหลวงเพคะ คงต้องเริ่มหาสถานที่แล้วหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยคงมิกล้ารบวนหวางเย่อีก”


              ฝ่ามือใหญ่คว้าจับมือบางเอาไว้ เขาบีบแน่นจนรู้สึกร้อน “เราเคยคุยกันแล้ว เจ้าจะไม่ย้ายออกไปไหนทั้งนั้น”


              “หม่อมฉันไม่เคยรับปากเพียงแค่ต้องการให้สถานะของซิงซิงชัดเจนมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันกับหวางเย่หรือไม่ก็คงไม่ส่งผลอันใดต่อนางนัก”


              “เปิ่นหวางไม่ให้เจ้าเอาซิงซิงไป” ใจจริงเขาอยากจะกล่าวว่าไม่ต้องการให้นางไป แต่กลัวว่าจะรั้งเอาไว้ไม่ได้


              “เดิมทีหวางเย่ก็ไม่ได้อยู่กับซิงซิงตลอดเวลาอยู่แล้วเพคะ เพียงมาเยี่ยมเยียนนางบ่อย ๆ ร้านที่หม่อมฉันตั้งใจจะหาเช่าคงห่างไม่กี่ช่วงถนน” เลี่ยงหลินพยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด


              “เจ้าคิดว่ามันเหมือนกันหรือ ระหว่างเดินจากเรือนหลักไปหาเจ้าที่เรือนแขกกับต้องออกนอกจวนเพื่อไปหาเจ้า” เป็นครั้งแรกที่เขาไม่เอ่ยถึงซิงฉวี่เลยด้วยซ้ำ นานครั้งเลี่ยงหลินจึงเห็นเขาแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าและท่าทางมากขนาดนี้ วันที่นางจะย้ายไปโรงเตี๊ยมฉีเล่อก็ครั้งหนึ่ง “ตอบข้ามาเจียงเลี่ยงหลิน” เขาถึงกับเอ่ยว่า ข้า


              “หวางเย่” เลี่ยงหลินไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไรให้เขาใจเย็นลง แม้แต่ในความทรงจำเดิมก็ไม่เห็นว่าเขาเคยหัวเสียขนาดนี้ “อีกไม่นานก็ทรงมีบุตรธิดามากมาย ซิงซิงไม่ใช่ลูกคนเดียวที่จะทรงมีนะเพคะ”


              ไม่รู้ทำไมจึงนึกถึงเสิ่นหรูเหมยกับอันหลันฮวาในวันนี้ขึ้นมา เลี่ยงหลินมองภาพสตรีชั้นสูงแก่งแย่งความเป็นหนึ่งในเรือนสามีแล้วได้แต่ถอนใจ นางไม่ต้องการอยู่แบบนั้นไปตลอดชีวิต


              บรรยากาศรอบกายเขายิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ริมฝีปากหนาค่อย ๆ เหยียดยิ้มที่ไม่ชวนให้คนมองสบายใจออกมา “ดีมาก” เขากล่าวสั้น ๆ “ซิงซิงไม่ใช่ลูกคนเดียวที่เปิ่นหวางจะมีเช่นนั้นหรือ”


              เลี่ยงหลินรู้สึกหนาวเยือก ไม่เข้าใจว่าเขาที่เคยคุยกันด้วยเหตุผลมาตลอด เหตุใดพอคุยเรื่องนี้ทีไรก็จะไม่ยอมรับฟังทุกที


              “เช่นนั้นมาลองบอกหน่อยว่าเปิ่นหวางจะมีลูกอีกกี่คน”


              จวนชินอ๋อง


              “น้องสี่เจ้าว่าช่วงนี้เฟยฉีออกจะสนิทกับหย่งเทียนเกินไปหรือไม่” ชายหนุ่มเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบช้า เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เก็บเรื่องของหย่งเทียนมาใส่ใจด้วยเข้าใจมาตลอดว่าอีกฝ่ายไม่เคยแสดงท่าทีเข้าร่วมชิงราชบัลลังก์ด้วย เดิมก็เป็นเสด็จพ่อทั้งนั้นที่พยายามจะลากอีกฝ่ายไปเป็นพวกเจ้ารองให้ได้


              “จากเรื่องเหิงกังที่ผ่านมา ยากที่จะกล่าวได้ว่าน้องห้าไม่ถือสา” หมิงไท่หรงหรือหมิงอ๋องเอ่ยตามตรง หากเป็นเขาคงตีอกชกลมไปแล้ว ไฉนจะนิ่งสงบแบบน้องห้าได้


              “ข้าพยายามช่างเถิด” ชินอ๋องดูเหมือนจะอยากกล่าวสิ่งใดออกมา “ปกติเฟยฉีก็ไม่เคยแสดงท่าทีเอื้อไมตรีต่อใครขนาดนี้แม้จะเป็นพี่น้อง ทว่าอยู่ ๆ กลับมาตีสนิทหย่งเทียน อย่างไรก็น่าสงสัย”


              “พี่ใหญ่ไม่ผิดที่จะว้าวุ่นใจ แต่น้องห้าเป็นกลางมาตลอดและไม่เคยปรารถนาอำนาจ” แม้หมิงอ๋องไม่สนิทกับน้องชายเท่าเอี้ยนอ๋อง แต่เขาก็รู้นิสัยของพี่น้องแต่ละคนดี


              “ข้าก็เคยคิดเช่นนั้นแต่ข้ามิอยากมองข้าม ก่อนนี้หย่งเทียนไม่เคยมีแรงจูงใจ แต่ระยะหลังนี้ออกจะผิดสังเกตไปหน่อยหรือไม่ ทั้งเจ้าและข้าต่างรู้ ยามเมื่อบุรุษลุ่มหลงย่อมทำได้ทุกสิ่ง” ชินอ๋องทบทวน พลางเลื่อนกระดาษจดหมายจากต้าเยี่ยนมาอ่านเพื่อลดทอนความฟุ้งซ่านในใจ “เรื่องสินค้ารอบนี้เจ้าก็ปันเอาไว้สักยี่สิบส่วนแล้วกัน สับเปลี่ยนให้ดีที่เหลือจากนั้นก็เข้าคลังตามปกติ”


              หมิงอ๋องพยักหน้ารับทราบคำกำชับของพี่ชาย เวลานี้ใครบ้างที่ไม่ฉกฉวย ถ้าได้เห็นขบวนสินค้าจากต่างแคว้นคิดว่าพี่รองก็แค้นใจจนแทบตายเมื่อฝ่ายนั้นไม่มีโอกาสได้กอบโกยเต็มที่อย่างที่ควร “เรื่องนี้พี่ใหญ่มิต้องเป็นกังวล ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง จะมิให้เหลือร่องรอยสาวมาถึงพวกเราได้”


              หมิงหลิ่งเหวินใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะอีกครั้ง ตั้งแต่แพ้ศึกที่เหิงกังกองทัพของเขาก็เสียหายหนักมาก สูญเปล่าไปร่วมแสนตำลึงทอง


              “มีจดหมายมาจากเขาบ้างหรือยัง” ชินอ๋องหันไปถามกงกงคนสนิทของตนที่ยกน้ำชากาใหม่มาเปลี่ยนให้พอดี ฝ่ายกงกงที่รู้ว่าท่านอ๋องรอจดหมายจากคนผู้หนึ่งมาตลอดทั้งสัปดาห์จนร้อนรนไปหมดแล้ว


              ฝ่ายกงกงกำลังจะต้องแจ้งข่าวอันหน้าผิดหวังและทนรับบรรยากาศกดดันจากท่านอ๋องเช่นเคย ทว่าพักหนึ่งองครักษ์เงาของชินอ๋องก็เดินเข้ามาพร้อมเหยี่ยวส่งสารเกาะที่แขน “มาพอดีพ่ะย่ะค่ะ”


              คนในห้องต่างใจชื้น ด้วยว่าผู้ที่ท่านอ๋องรอคำตอบนั้นมีความสำคัญยิ่ง กระดาษแผ่นนั้นถูกคลี่ออกอ่าน คิ้วหนาเข้มของชินอ๋องขมวดลงอย่างเคร่งขรึม ช่างเป็นช่วงเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อที่ดูยาวนานเกินไป กระทั่งหมิงอ๋องยังโน้มกายชะโงกผ่านโต๊ะหนังสือ


              “พี่ใหญ่ข่าวร้ายหรือ” หมิงไท่หรงนึกเป็นห่วง ด้วยมั่นใจว่าตนได้พยายามเจรจาผูกมิตรอย่างเต็มที่ ดูอย่างไรอีกฝ่ายก็ชอบเทียนหมิงอยู่มากคำตอบไม่น่าจะเป็นอื่นไปได้


              พักหนึ่งชินอ๋องจึงตบโต๊ะอย่างหัวเสีย “ครึ่งหนึ่ง บิดามันเถอะ!


              หมิงอ๋องเห็นพี่ชายวางจดหมายฉบับนั้นลงแล้ว เจ้าตัวจึงรีบหยิบมาอ่านบ้าง ดวงตารียาวเบิกกว้างอย่างตกใจในข้อเสนอ นี่มิใช่เรียกว่านกกระยางสู้กับหอยกาบชาวประมงได้ผลประโยชน์หรอกหรือ มีอย่างที่ไหนช่วยเท่านี้แล้วเอาส่วนแบ่งตั้งครึ่งหนึ่ง


              “มันคิดว่าเปิ่นหวางต้องยอมตามหรืออย่างไร” ชินอ๋องกล่าวอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์ หากตัดเรื่องระหว่างเขาและเยฉีในวัยเยาว์แล้ว ล้วนไม่มีใครในแผ่นดินกล้าหยามกันถึงเพียงนี้มาก่อน


              หมิงไท่หรงโดนข้อความในจดหมายตีกระหน่ำกลางใจหลายครั้ง หันไปจับมือสู่เสียนมิได้ ตราบเท่าที่องค์หญิงซุนหงเป็นชายาเอกของพี่รองอยู่ สู่เสียนย่อมไม่ยืนข้างชินอ๋องแน่ และหากเทียบกันระหว่างเฉียนกว๋อกับต้าเยี่ยน ไม่ว่าอย่างไรต้าเยี่ยนก็น่าคบหากว่า มั่งคั่งกว่า แข็งแกร่งกว่า


              ดูเหมือนว่าหมิงหลิ่งเหวินเองแม้จะไม่พอใจเพียงไร แต่เขาก็ตระหนักในข้อเท็จจริงนี้เช่นกัน “จะต้องเสียกำลังพลสำรวจดินแดนรกร้างทางเป่ยโจวแล้วแบ่งประโยชน์ให้คนที่ไม่ได้ลงแรงตั้งครึ่งหนึ่งได้อย่างไร”


              ดินแดนรกร้างเป็นจุดที่ชินอ๋องหมายตาไว้นานแล้ว ว่ากันว่าก่อนหน้านั้นเคยเป็นเมืองโบราณ มีอารยธรรมน่าสนใจ หากขุดค้นเจอสมบัติคงไม่ต้องพรรณนาถึงความมั่งคั่งที่จะได้รับ แต่การเดินทางไปยังจุดนั้นต้องเฉียดผ่านสู่เสียนและต้าเยี่ยน จำเป็นต้องมีพันธมิตรหากมิอยากโดนโจมตีตลบหลัง


              “หรือเราจะตีเมืองรอบนอก” หมิงไท่หรงสอบถาม รู้ดีว่าหากเจรจาไม่สำเร็จ พี่ใหญ่ก็ตั้งใจจะชิงเมืองอยู่แล้ว


              คนถูกถามกำหมัดแน่น เวลานี้กองทัพของเขายังไม่ฟื้นตัว ยังต้องการการทำนุบำรุงมากกว่านี้ หากยามนั้นมาถึง เขาไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้พันธมิตรหน้าไหน “เขียนจดหมาย”


              หมิงอ๋องคลี่กระดาษแผ่นใหม่แล้วฝนหมึกแทนพี่ชาย รู้ดีว่าอีกฝ่ายเจ็บใจเกินกว่าจะเขียนเอง


              บอกไป ข้าตกลง” ท่ามกลางข้อความมากมายที่หมิงไท่หรงพยายามตกแต่งให้อยู่ในสำนวนที่สละสลวย แต่คำตอบนั้นชัดเจน


              สัญญาระหว่างพวกเขาและคนคนนั้น


              หมิงหลิ่งเหวินขยำกระดาษจดหมายที่อ่านแล้วลงกระถางไฟอย่างอัดอั้น จ้องมองตัวอักษร เหิงท้ายกระดาษที่กำลังโดนเปลวไฟกลืนกินจนหมดสิ้น

             


 

 

ชู่จวี[1]กีฬาชนิดหนึ่งของจีนโบราณคล้ายกับฟุตบอลในยุคปัจจุบัน นิยมเล่นในช่วงอากาศหนาวเย็น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.643K ครั้ง

7,917 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 20:25
    😊😊😊
    #7582
    0
  2. #7457 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:15
    แปลกใจนางเอก ทำไมต้องยอมเป็นเมียน้อยด้วย ในเมื่อเรามีค่าในตัวเองมากกว่านั้น แล้วฮ่องเต้ไม่พระราชทานอะไรให้ฐานที่นางทำอาหารได้ถูกใจบ้างเหรอคะ แลดูเหมือนเป็นเรื่องที่ปกติ
    #7457
    0
  3. #7435 iravee9 (@iravee9) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 08:45
    สงเมาคือไรคะ
    #7435
    1
  4. #6815 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 10:34
    พี่เหิงท่าจะร้ายมั่กๆสินะ ชินอ๋องถึงกับหัวเสียเลย
    #6815
    0
  5. #6765 Landomyoho (@Landomyoho) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 21:42
    ลาออกจากฐานันดรศักดิ์ แล้วไปขายขนมกับลูกเมียสิคะ
    #6765
    0
  6. วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 16:26
    วุ้ย พี่เหิงร้ายอยู่นะ ตบกับเหล่าอ๋องสบายเบย
    #6750
    0
  7. #6732 Bam7Love (@Bam7Love) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 12:52

    ตวนอ๋องอยากให้น้องอยู่กับตัวในฐานะอนุที่รักแค่นั้นเหรอ แล้วไม่คิดถึงจิตใจนางบ้างล่ะ ลองนึกกลับกันว่าตัวเองต้องเป็นผัวน้อยของน้อง แล้วน้องก็มีผัวหลายๆคนดูสิ จะรู้สึกอย่างไร

    #6732
    0
  8. #6717 sawaneerung (@sawaneerung) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 11:15

    มีความสะใจเป็นอย่างมากค่ะทรมานเยอะๆนะคะค่อยปล่อยนางเอกไปให้นาง55555

    #6717
    0
  9. #6667 ไข่มุกสีดำ (@kaimuk-muk) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:53
    เหิงนี่เป็นพี่เหิงแน่นอนเลย ลุ้นอ่ะะ
    #6667
    0
  10. #6646 panaratburanachonapa (@panaratburanachonapa) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:52
    เป็นอนุมาแล้วก็ตายไป พระเอกปกป้องได้ที่ไหน รอบนี้มาอยู่จวนรับรองยังโดนหาเรื่องทุกวัน ถ้ายังกลับไปอีกก็คงตาย
    ทั้งแม่ลูกแน่ ๆ
    #6646
    0
  11. #6638 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:47

    ทั้งพ่อทั่งพี่ก็ไม่รักระแวงอยุ่ด้วยทิ้งแล้วแต่งเมียใหม่
    #6638
    0
  12. #6637 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:45
    ทิ้งอิปอบสองคนนั่นไปเลย
    #6637
    0
  13. #6636 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:44

    ทิ้งทุกอย่างไปขายขนมดีกว่าเมียข้าเก่ง5555
    #6636
    0
  14. #6635 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:42

    น้องคิดว่าอิพี่มีเมียอีกสองต้องมีลูกอีกหลายคน.

    ส่วนอิพี่คิดอยากจะมีกับน้องคนเดียวหลายๆคนแต่อิพี่อารมณ์ไม่ดีกลัวน้องหนีเลยไม่ทันอธิบายก็เมียจะเทอ่ะวะ!?!?
    #6635
    0
  15. #6615 Ratchani Pumipak (@242515) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 06:26
    คนเขาไม่อยากเป็นเมียน้อยเข้าใจมั้ยเจ้าคะ
    #6615
    0
  16. #6608 Annalia (@nokam) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:25
    มีลูกอีกหลายๆคน มีกะใครน๊าาาา
    #6608
    0
  17. #6601 jadeIV (@jadeiv) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 20:24
    มีเงิน มีฝีมือ ไม่จำเป็นต้องไปตบตีแย่งสามีกะใคร
    #6601
    0
  18. #6595 kikijajakiki (@kikijajakiki) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:36
    ขอแจ้งนิดนึงค้ะ อัพรอบนี้ไม่ขึ้นเตือนนะคะ แล้วพอนิยายเรื่องนี้ไม่ติดอันดับแรกๆ ก็ทำให้ไม่เห็นว่าอัพตอนใหม่ ที่เห็นเพราะนานๆ จะเข้ามาเช็คซักที
    #6595
    0
  19. #6591 kikijajakiki (@kikijajakiki) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 17:03
    ตัวอักษรเหิง นั่นคือพี่เหิงใช่มั้ย
    #6591
    0
  20. #6590 ธัญปวัสฌ์ (@memory-stick) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:58

    ท่านอ๋องถ้ารักนางเอกกับลูกจริงควรทำอะไรบ้างนะ

    #6590
    0
  21. #6586 อัมพร (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:37

    ขอบคุณค่ะ

    #6586
    0
  22. #6564 suteera (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 11:23
    ถ้าท่านอ๋องรักลูกรักเมียก็ต้องทำอะไรเพื่อลูกเพื่อเมียบ้างนะ
    #6564
    0
  23. #6562 poppy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:48

    ง่ายๆจ้ะพี่จ๋า อยากไปอยู่กับน้องหลินสามพ่อแม่ลูกก็ลาออกจากฐานันดรศักดิ์สิจ๊ะ เป็นสามัญชนแล้วจะแต่งน้องหลินเป็นฮูหยินคนเดียวตลอดไปก็สุขสบายดีออก ในเมื่อไม่ต้องการชิงบัลลังค์อยู่แล้วนินา ????????????

    #6562
    0
  24. #6561 juiinarak (@juiinarak) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:40
    นางเอกหย่าก็ดีออกมาสร้างเนื้อสร้างตัวถ้าพระเอกรักจริงต้องหาสถานะให้นางดีกว่านี้นี่มีลูกก็เป็นลูกเมียน้อยอีก
    #6561
    0
  25. วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:18
    น้องหลินเป็นคนยุคปัจจุบัน ไม่อยากเป็นอนุใคร ต้องการเป็นหนึ่งเดียว แต่ท่านอ๋องไม่รู้ไง ฮีก็ไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ ทำไมเมียจะหย่า นางต้องการอะไร สารภาพเถอะน้องหลิน

    ป.ล. มันไม่ขึ้นเตือนว่ามีตอนใหม่ อีกแล้ว
    #6559
    0