ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 36 : บทที่ 45 ความแตกต่างระหว่างชนชั้น [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76,846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,389 ครั้ง
    31 พ.ค. 62

              ในที่สุดก็ถึงวันเกิดของเสียนเฟย ดอกเหมยในเมืองหลวงกำลังอยู่ในช่วงงดงามจับใจ สีแดงจัดเคลือบความแวววาวของเกล็ดน้ำแข็งที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เลี่ยงหลินนั้นเตรียมการทำขนมหลายวัน โดยเฉพาะช่วงค่อนคืนที่ผ่านมาก็ต้องลงมือทำขั้นตอนสุดท้าย นางให้หลงจู๊หม่าส่งรายการของตามหมายเลขที่กำหนดให้และสั่งอุปกรณ์เพิ่มอีกชุด แล้วลำเลียงส่งมายังเมืองหลวงล่วงหน้าพักใหญ่แล้ว ถึงขนมบางอย่างจะอยู่ได้นาน แต่ทำสดใหม่อย่างไรก็อร่อยกว่า


              ถ้าพูดถึงขนมสำหรับวันเกิด คงมองข้ามเค้กไปไม่ได้ เลี่ยงหลินยังไม่เคยทำเค้กเพื่อวันเกิดโดยเฉพาะวางจำหน่ายในร้านเจียงจี่มาก่อน ส่วนใหญ่เป็นพวกช็อตเค้กรับประทานในโอกาสทั่วไป ดังนั้นจึงถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะลองตลาดเพื่อสำรวจผลตอบรับของสินค้าใหม่ไปในคราวเดียว นางเลือกทำเค้กชิ้นเล็กหลายชิ้น แม้ใจจะอยากทำเค้กเต็มปอนด์ให้หายคันมือ แต่กังวลอยู่ว่าหากเสียนเฟยต้องตัดแบ่งเค้กกับฮองเฮาหรือสนมอื่น ๆ จะกลายเป็นว่าไปแฝงนัยอะไรที่ไม่ได้เจตนา


              ทำขนมเสร็จก็อาบน้ำ ตั้งใจว่าจะงีบเอาแรงสักหน่อยแม้จะเช้าตรู่ งานเลี้ยงวันเกิดเริ่มยามเซิน จวนอ๋องอยู่ใกล้วังเพียงเท่านี้ ตื่นสายโด่งก็ยังทัน


              มองไปยังอีกด้านของห้องสงเมากลายเป็นชุดเก่งของซิงฉวี่ไปแล้ว ทำให้จิ่งหลิวต้องทำการตัดเย็บเตรียมไว้ให้หลายชุดทั้งแบบหนาแบบบางเต็มไปหมดพร้อมทุกสภาพอากาศ  เห็นทีก็คงต้องเข้าวังแบบลูกสงเมาอีกตามเคย วันนี้ตัวเล็กยอมให้จับเช็ดตัวแต่งตัวอย่างว่างาย แล้วมานั่งเรียบร้อยมองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะจนขาวโพลน


              “ปาปา” ซิงฉวี่ชูแขนสูงทันทีเมื่อเห็นบิดาเข้ามาในระยะสายตา ดวงตากลมโตคาดหวังให้อุ้มเต็มที่ ยามนี้เจ้าตัวเล็กเริ่มกระดืบไปทั่ว นั่งเองได้ และหลายครั้งที่นั่งทำตัวดุ๊กดิ๊กแบบนี้เหมือนว่าจะอยากเดิน แต่เด็กยังไม่ครบขวบจะตั้งไข่อย่างไรก็คงไม่ไหว


จะว่าไปกว่าเดือนมานี้นอกจากรับมือกับตวนอ๋องที่ขยันทดสอบความแข็งแกร่งของกำแพงจิตใจนางแล้ว ยังต้องทนรับมือกับเสิ่นหรูเหมย อย่างหนึ่งที่เลี่ยงหลินนึกชื่นชมคือ เสิ่นหรูเหมยช่างมีความพยายามและว่างงานเหลือเกิน วัน ๆ จึงขยันเดินมาหาเรื่องอยู่เสมอ


              “มาหาพ่อมา” ตวนอ๋องอุ้มลูกสาวขึ้นมาอย่างเอาใจ พาร่างเล็กไปนั่งข้างเตียงของเลี่ยงหลิน


              “หวางเย่ ทรงให้จิ่งหลิวดูซิงซิงก่อนเถิดเพคะ หม่อมฉันตั้งใจจะนอนสักพัก”


              “ไม่เป็นไร เปิ่นหวางเลี้ยงเอง” ชายหนุ่มกล่าว เห็นสีหน้าอ่อนเพลียของนางก็เป็นห่วง “เปิ่นหวางจะให้ห้องครัวตุ๋นน้ำแกงโสมไว้ให้ ตื่นมาก็ดื่มก่อนจะได้กระปรี้กระเปร่า ค่อยแต่งตัวไปงานกัน”


              เลี่ยงหลินพยักหน้า หัวถึงหมอนร่างกายที่อ่อนล้าก็ตัดขาดจากทุกสิ่งทันที


              ตื่นขึ้นมาแต่งตัวก็เกือบเที่ยงแล้ว


              บนรถม้า เลี่ยงหลินเอาซิงฉวี่นั่งตัก เพราะเป็นงานของเสียนเฟย นางจึงต้องร่วมขบวนไปกับเสิ่นหรูเหมย และมีแนวโน้มว่าอาจได้เจออันหลันฮวาเมื่อไปถึงด้วย ก่อนจะออกจากจวนก็เจอเรื่องปวดหัวไปหนึ่งยก ว่ากันตามตรง รถม้าของเลี่ยงหลินสมควรรั้งท้ายขบวน หากแต่หมิงหย่งเทียนกลับพานางมานั่งด้วยกัน แล้วปล่อยให้ชายารองของตนนั่งอีกคันรั้งท้าย รายนั้นจะยอมด้วยดีหรือ แม้ต้องสงบปาก หากแต่สายตาราวจะกินเลือดกินเนื้ออย่างไรก็ไม่ลืม


              “เอาซิงซิงมาให้เปิ่นหวางดีกว่า เจ้าจะหนัก” ชายหนุ่มยื่นมือออกมา ยังไม่ทันได้แตะตัวร่างเล็กก็เอนเกาะบิดาแล้ว


              เลี่ยงหลินมองภาพนั้นด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ซิงฉวี่ติดตวนอ๋องเป็นตังเม นางมิรู้ว่าควรจะทำอย่างไรหากวันหนึ่งไม่อาจอยู่กันอย่างนี้ได้อีก


              รถม้าแล่นถึงตำหนักฮว่านลี่แม้จะบอกว่าจัดงานอย่างเรียบง่ายเน้นความประหยัด แต่เพียงเข้ามาก็เห็นสีสันละลานตา อาภรณ์ของเหล่าสตรีชั้นสูงงดงามโดดเด่นท่ามกลางหิมะซึ่งปกคลุมตามบริเวณต่าง ๆ เหมือนกับขนมสายไหมซึ่งปักลงบนน้ำแข็งใส


              “ซิงซิงของย่า” อาการต้อนรับหลานสาวมาก่อนที่ใครจะทันได้ถวายความเคารพพระนางเสียอีก


              “หน่ายย” ซิงฉวี่เรียกท่านย่าได้แล้วก็เริ่มออดอ้อนได้อย่างถนัดมากขึ้น ไม่มีครั้งไหนที่มาเยี่ยมเสียนเฟยแล้วมิได้ของเล่นหรือของมีค่าติดไม้ติดมือกลับไป


              เลี่ยงหลินขออนุญาตตวนอ๋องแยกออกไปก่อน นางได้ปรึกษาหารือกับเจ้าของตำหนักไว้ล่วงหน้าว่าขนมทั้งหมดนั้นจะจัดที่ไหน และบริเวณโต๊ะนั้นควรจะเตรียมของประดับกับภาชนะแบบใด ดังนั้นทั้งนางและจิ่งหลิวจึงต้องไปดูตอนวางจริงอีกทีหนึ่งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด


              ตำหนักแห่งนี้นับว่าเป็นหนึ่งในหกตำหนักที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง ส่วนที่เลี่ยงหลินขอเอาไว้คือส่วนลานกลางที่เชื่อมระหว่างสวนด้านหน้าและศาลาแปดเหลี่ยม มองเห็นทิวทัศน์รายรอบได้ดี อีกทั้งยังไม่เปียกหากมีหิมะโปรยปรายลงมา


              กระถางไฟถูกจุดเป็นระยะตามทางเดินเพื่อให้ความอบอุ่น บรรยากาศแบบนี้ทำให้นางนึกถึงเทศกาลคริสมาสต์ ในชีวิตเดิมครอบครัวของนางมักจะช่วยกันตกแต่งต้นสนเนื่องจากที่ปารีสไม่ได้มีหิมะตกทุกปี ดังนั้นบางปีก็อาจเดินทางขึ้นเหนืออีกหน่อยถือโอกาสพักร้อนในวันหยุด


              เมื่อมาถึงจุดที่เตรียมพื้นที่เอาไว้ เลี่ยงหลินก็รู้สึกพอใจ ฝีมือนางกำนัลในวังหลวงไม่อาจดูเบา แม้นางจะวาดรูปแบบการจัดดอกไม้ที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับผู้คนที่นี่ แต่ก็ทำออกมได้เหมือนกับภาพร่างจริง ๆ


              หญิงสาวเฝ้ามองคนลำเลียงกล่องใส่ของว่างตาม ๆ กันมา ณ ตอนนี้แขกเหรื่อต่างอยู่บริเวณส่วนหน้าตำหนัก ดังนั้นนางจึงไม่ควรใช้เวลาเกินกว่าสองเค่อ


              เหล่าข้าหลวงต่างเฝ้ามองอนุภรรยาของตวนอ๋องและสาวใช้ของนางอย่างสนใจ ในขั้นตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนอีกฝ่ายที่ง่วนจัดโต๊ะ ยิ่งเห็นแต่ละอย่างค่อย ๆ ถูกวางเรียง บางครั้งนางจะหยิบดอกไม้ที่เตรียมไว้มาจัดเพิ่ม ทำให้ภาพเบื้องหน้าค่อย ๆ สมบูรณ์ ไม่ทันไรทุกร่างก็ไม่อาจละสายตา


              ในอีกด้าน


              อันหลันฮวาอยู่กับพี่สาวอันเหมยฮวา ไม่ได้คุยกับใครอื่นเนื่องจากอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองเสียหน้า หากแต่เสิ่นหรูเหมยนั้นย่อมไม่ปล่อยวาง นางรอโอกาสนี้มาเนิ่นนาน วันที่อีกฝ่ายจะร่วงหล่นลงมา “มิได้พบกันเสียนาน มิใช่ว่าพี่สาวไม่สบายหรอกหรือ”


              คนถูกทักยิ้มมิออก จากที่ควรเรียกว่าพระชายากลับเหลือเพียงพี่สาว ไม่ใช่เมื่อก่อนนี้เสิ่นหรูเหมยไม่เคยเรียก หากเป็นนางที่ข่มอีกฝ่ายเอาไว้เสียก่อนให้ปฏิบัติตามกฎ “น้องหรูเหมยอย่าได้ห่วงเลย งานมงคลของเสียนเฟยอย่างไรข้าก็ต้องมา”


              เสิ่นหรูเหมยเผยรอยยิ้มอ่อนช้อย “พี่สาวช่างอ่อนโยน วันนี้เรานั่งเคียงข้างกันคงได้พูดคุยให้หายคิดถึง”


              เหล่าสตรีชั้นสูงบางรายที่อยู่ใกล้ ๆ ถึงกับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นบังริมฝีปาก พระชายาตวนอ๋องผู้สูงศักดิ์คงหมดวาสนาได้เคียงคู่กับอีกฝ่ายอย่างสง่าผ่าเผยแล้ว ไม่ทันไรก็ต้องอยู่ในฐานะชายารอง คิดอย่างไรก็น่าอับอาย


              ภายใต้ชายแขนเสื้อซึ่งตัดเย็บจากขนเตียวหรูหรา อันหลันฮวาได้แต่จิกเล็บแน่น


              ภายในส่วนโถงด้านนอกที่เชื่อมไปสู่ศาลาแปดเหลี่ยม เหล่าแขกผู้ทรงเกียรติต่างมาร่วมอวยพรเสียนเฟย ไม่เว้นแม้แต่ฮ่องเต้ ฮองเฮา หรือม้แต่นางพญาของวังหลังอย่างไป๋กุ้ยเฟย เมื่อเลี่ยงหลินได้เห็นนางแล้ว จึงเข้าใจว่าเพราะเหตุใด


              ลักษณะภายนอกของไป๋กุ้ยเฟยนั้นมิอาจมองข้ามได้ แม้อายุอานามจะมากกว่าเสียนเฟยอยู่บ้างแต่ความงดงามก็ไม่เป็นรอง หากแต่รัศมีอันเป็นธรรมชาติของเสียนเฟย ผนวกกับเลี่ยงหลินได้พบปะพระนางหลายครั้งแล้วเพราะต้องพาซิงฉวี่มาหา จึงรู้สึกว่าเสียนเฟยออกจะเป็นสตรีที่น่าคบหากว่าหลายส่วน


              “ไม่ได้เจอเพียงไม่กี่วันเจ้าก็ตัวโตขึ้นถึงเพียงนี้แล้ว” ฮ่องเต้ตรัสกับซิงวี่ที่เอาแต่มองรอบ ๆ อย่างสนใจ ร่างเล็กกอดตักเสียนเฟยเอาไว้อย่างคุ้ยเคย


              ทุกคนต่างรู้ว่าฝ่าบาทโปรดปรานท่านหญิงน้อยจนถึงขั้นมอบหยกประจำพระองค์ซึ่งพกติดตัวตั้งแต่สมัยที่ยังมิได้ขึ้นครองราชย์ให้ ในยามที่พระองค์ทรงให้ความเอ็นดูอย่างเปิดเผยเช่นนี้ แม้แต่ไป๋กุ้ยเฟยเองก็ยังต้องสงบท่าที


              “ซิงซิงกำลังกินกำลังโต เด็กเล็กก็เป็นเช่นนี้เพคะ” เสียนเฟยตอบแทนโอรส พระนางนึกอยากได้ธิดามานานแล้ว ทว่าหลังจากตวนอ๋อง ก็ไม่ได้ตั้งครรภ์อีก


              “เห็นเด็ก ๆ มีพลังชีวิตล้นเหลือ ก็อดนึกถึงชีวิตของพวกเรามิได้ นี่จึงเรียกว่าผู้เยาว์เติบโตแทนคนรุ่นเก่าอย่างไร อนาคตคงได้เห็นซิงฉวี่วิ่งเล่นรอบ ๆ วังกับพวกพี่ ๆ แล้วอีกไม่กี่ปีนางก็คงเติบใหญ่จริง ๆ”


              “เพคะฮองเฮา ซิงซิงโตขึ้น วันเกิดปีนี้ของหม่อมฉันก็ถือว่าอาวุโสขึ้นอีกแล้ว” เจ้าของวันเกิดตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ


              “สำหรับน้องหญิงจะเรียกอาวุโสได้อย่างไร ยังคงงดงามเหนือกาลเวลา” เป็นไป๋กุ้ยเฟยที่เอ่ยคำหวานบ้าง กิริยาท่าทางปานน้ำผึ้งของนางมิน่าแปลกใจว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงทรงโปรดปราน


              หากแต่ความอ่อนหวานนั้นมากเกินก็น่ากลัว เลี่ยงหลินรู้สึกเช่นนั้น


              “ไป๋กุ้ยเฟยกล่าวหนักแล้ว บุปผาชาติงดงามมากมายเต็มวังหลังล้วนงดงามต่างกัน” จังหวะนั้นซิงฉวี่ชะโงกตัวไปมองอาหารด้านหน้าเสียนเฟยพอดี หน้าฝากเล็กโขกโต๊ะสำรับจนเกิดเสียง


              เสียนเฟยหัวเราะหลานสาว ตัวเล็กคลำหัวป้อยทำสีหน้าคล้ายจะร้องไห้


              เลี่ยงหลินนั้นนั่งห่างออกมาตามที่นั่งของตำแหน่งอนุภรรยา ได้แต่ชะเง้อมองซิงฉวี่ที่กำลังน้ำตาเล็ดอย่างเป็นห่วง ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงสะอื้นฮั่ก ๆ แล้ว


              ซิงฉวี่ร้องไห้เบา ๆ ในขณะที่เสียนเฟยปลอบโยน ฮ่องเต้เองก็แสดงท่าทีร้อนรนแล้ว ทรงเรียกหาหมอหลวงทันที


              หากแต่ร่างเล็กสะอื้นหนักขึ้นเรื่อย ๆ หมิงหย่งเทียนจึงลุกจากที่นั่ง มาอุ้มร่างเล็กวางไว้ที่เลี่ยงหลินตามเดิมท่ามกลางสายตาหลายคู่ “ซิงซิงคนเก่ง ไม่ร้องนะ” มือเรียวลูบแผ่นหลังเล็กที่ห่อหุ้มด้วยชุดสงเมาสุดโปรดของเจ้าตัว


              อาหารเลิศรสแทบโดนเมิน ในยามนี้เมื่อหมอหลวงมาถึงฝ่าบาทก็เฝ้าถามถึงอาการทันที “รักษาให้ดี อย่าให้ซิงซิงหลงเหลือรอยแผลเด็ดขาด”


              หลายร่างต่างลอบสะท้านในใจ โชคดีที่ท่านหญิงน้อยเพียงหน้าฝากนูนแดง ไม่ได้มีร่องรอยแตกเป็นแผลอันใด


              “ฝ่าบาท เด็ก ๆ ย่อมเล่นซนบ้าง อีกทั้งยังฟื้นตัวเร็ว ไม่น่าเป็นกังวลเรื่องแผลเป็นหรอกเพคะ” ไป๋กุ้ยเฟยเอ่ย ปกติแล้วย่อมไม่มีผู้ใดนั่งเทียบเท่าฮองเฮาได้ แต่คงต้องยกเว้นสำหรับพระนาง ข้างวรกายซ้ายขวาของฮ่องเต้จึงเป็นทั้งฮองเฮาและกุ้ยเฟยอยู่เสมอกัน


              บรรยากาศตึงเครียดของโอรสสวรรค์ผ่อนคลายลง หากกล่าวว่าท่านหญิงน้อยสำคัญ อย่างไรก็คงมิสู้เพียงหนึ่งประโยคจากกุ้ยเฟยอยู่ดี “งานมงคลของน้องหญิงเช่นนี้ เรามาร่วมอวยพรกันต่อดีกว่า หม่อมฉันได้ข่าวว่าพวกนางกำนัลซ้อมการแสดงเพื่อการณ์นี้อยู่นาน ใจก็นึกอยากเห็นแล้วว่าจะบันเทิงเพียงใด”


              เลี่ยงหลินมองซิงฉวี่ที่ขดตัวบนตักของนาง ใบหน้าเล็ก ๆ ยู่ลงเพราะรู้สึกเย็นจากยาของท่านหมอ หมิงหย่งเทียนยังอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้กลับไปที่นั่งของตนเอง


              การแสดงระบำอวยพรอ่อนช้อย เสียงดนตรีบรรเลงก็ผ่านหูไป เลี่ยงหลินไม่ได้สนใจเหตุการณ์รอบ ๆ นักเพราะจดจ่ออยู่กับลูก จนกระทั่งเสิ่นหรูเหมยกล่าวขึ้น


              “ขนมหวานเลิศรสเหล่านี้มาจากร้านเจียงจี่ของเจียงอี๋เหนียงหรอกหรือ” เดิมทีเสิ่นหรูเหมยไม่เคยลิ้มรส แต่นางเคยได้ยินเรื่องราวที่เล่าลือกันในหมู่ชนชั้นสูงด้วยกัน คำพูดนั้นเหมือนไม่มีสิ่งใด แต่เมื่อคิดว่านางและเลี่ยงหลินมิได้ญาติดีต่อกัน ก็ยากที่จะกล่าวได้ว่ากำลังส่งเสริม


              “ขนมร้านเจียงจี่เป็นที่เลื่องลือ ที่แท้เป็นร้านของเจียงอี๋เหนียงนี่เอง” ท่านหญิงท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น เลี่ยงหลินพอจำได้บ้างว่านั่นคือคุณหนูชื่อดังคนหนึ่งของเมืองหลวง อีกฝ่ายรู้จักกับทั้งเสิ่นหรูเหมยและอันหลันฮวา ในอดีตย่อมไม่สนใจผูกมิตรกับบุตรสาวของนายอำเภอ


              “ร้านนั้น?” เริ่มมีหลายคนในบริเวณข้างเคียงให้ความสนใจขึ้นมา แต่ท่ามกลางวงสังคมชั้นสูงยังนับว่าเป็นสถานที่พร้อมเคี้ยวกระดูกกันได้เสมอ ต่อให้เลี่ยงหลินพยายามชี้แจงอย่างไรก็คงไร้คนเหลือบตาแลความจริง “เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเจียงอี๋เหนียงเป็นทั้งเจ้าของและแม่ครัวใหญ่”


              แม้ศาสตร์การทำอาหารจะถูกบรรจุอยู่ในหนึ่งในงานช่างศิลป์อันทรงเกียรติทั้งเจ็ด แต่อาการดูแคลนเบา ๆ ในประโยคนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เลี่ยงหลินคาดการณ์ไว้แล้ว ถึงจะแอบสะอึกอยู่บ้าง เนื่องจากอยู่เบื้องหน้าผู้สูงศักดิ์ในแผ่นดิน นางจึงไม่อาจแก้ต่างให้ตัวเองอย่างเปิดเผยดั่งใจได้ ที่นี่หาใช่ที่ที่อนุภรรยาควรมีสิทธิ์มีเสียงตั้งแต่แรกแล้ว


              เหล่าสนมและฮ่องเต้ต่างสนทนากันอยู่ ไม่มีใครสนใจมาเงี่ยฟังคำพูดในวงสนทนาของพวกคุณหนูหากมิใช่เรื่องสำคัญมากพอ เลี่ยงหลินเข้าใจในจุดนี้ ดวงตาคู่สวยก้มลงมองหลังมือของตวนอ๋องที่วางบนหน้าตักอย่างสงบ ก่อนที่จะหวังให้เขาพูดแทนนาง มิสู้หาหนทางด้วยตนเอง


              “คุณหนูลู่กล่าวถูกแล้ว” ถ้าพิจารณากันจริง ๆ เลี่ยงหลินควรกดตัวเองลงในฐานะบ่าว แต่ตัวนางนั้นมิใช่เลี่ยงหลินคนเดิม ทำอย่างไรก็รับไม่ได้ ไม่ใช้เพียงบิดาที่เป็นข้าราชการขั้นห้า ศักดิ์ละศรีก็นับว่ามิอาจดูแคลนได้ง่าย ๆ แล้ว ยังมีสถานะของซิงฉวี่ซึ่งนางต้องแบกรับ ซิงฉวี่ได้รับความโปรดปรานจนถึงเพียงนั้น นางผู้เป็นมารดาย่อมไม่ทำให้ลูกเดือดร้อน “เจียงจี่เป็นกิจการที่ข้าก่อตั้งมาเองกับมือและได้กลั่นกรองเอาความรู้ในการทำขนมมาใช้มากมาย”


              อย่างน้อยการสร้างสิ่งของเหล่านี้ด้วยความรู้ความสามารถก็เป็นเรื่องที่นางภาคภูมิใจไม่ว่าจะเป็นในชีวิตก่อนหรือในชีวิตนี้


              เห็นนางตอบรับโดยตรง คนเอ่ยตั้งแต่ทีแรกก็รู้สึกหน้าม้านไปบ้าง หมิงหย่งเทียนยังจิบชาอย่างนิ่งสงบ ตามปกติเขาควรนั่งอยู่กับฝั่งบุรุษด้วยกันตั้งแต่แรก ทว่าตั้งแต่ตอนที่อุ้มซิงฉวี่มาส่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนไปไหน เลี่ยงหลินลอบมองเขาอีกครั้ง กลัวว่านางจะสร้างปัญหาให้หนักใจ


              “นับว่าแม่นางเจียงช่างมีอิสระอย่างจริงแท้” เป็นคำพูดจากคุณหนูอีกท่านหนึ่ง


สตรีชั้นสูงเหล่านี้นับว่าน่าเสียดายจริงแท้ เหตุใดจึงใช้มันสมองไปกับเรื่องชิงดีชิงเด่น ยกตัวเอง กดคนอื่น ผ่านไปนานแค่ไหนก็วนเวียนอยู่แบบนี้ จะกล่าวว่าเลี่ยงหลินได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างปล่อยปละละเลยยังต้องคิดหาคำสุภาพนุ่มนวล ช่างเป็นการเปลืองเซลล์สมองโดยใช่เหตุและไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อชีวิต คงมีแต่บุรุษไร้วิสัยทัศน์กระมังที่ชอบสตรีดูแคลนผู้อื่น ถ้าในที่นี้เป้าหมายของนางคือผู้ชายกลุ่มนั้นก็ช่างเถิด หากแต่คนที่เลี่ยงหลินรู้จัก อย่างน้อย ๆ แค่ใต้เท้าเกาสหายสนิทของตวนอ๋องก็มิใช่เช่นนั้นแน่ ๆ คุณหนูเหล่านี้คิดว่าตนอยู่ในโรงงิ้วเรื่องที่พระเอกส่งเสริมให้นางเอกออกไปตะลุยแผ่นดินแสดงความกร่างให้ประจักษ์หรืออย่างไร หรือเคยชินกับบทละครแนวชนชั้นวรรณะ นี่คือชีวิตจริง แม้แต่ราชวงศ์ใดบ้างในประวัติศาสตร์ที่มิได้เริ่มมาจากคนธรรมดาสิบปีแม่น้ำไหลทิศตะวันออกสิบปีให้หลังไหลทิศตะวันตก หากไม่ถึงช่วงเวลาท้ายที่สุด ใครจะกล้าพูดได้ว่าแต่ละคนจะไปยืนอยู่จุดไหน


ยังไม่ทันได้ตอบ ก็ได้ยินเสียงเจ้าภาพของงานกำลังเชื้อเชิญให้เหล่าแขกลิ้มลองขนมหวาน แทนที่สำรับอาหารคาวซึ่งถูกยกออกไป สวนเล็ก ๆ ที่โดนม่านโปร่งคลี่บังสายตาเอาไว้ถูกเผยออกมา เปลี่ยนบริเวณรับรองแห่งนี้ให้งดงามเกินพรรณนาได้


ดอกไม้ประจำฤดูหนาว โดยเฉพาะดอกเหมยที่เสียนเสียนเฟยโปรดปรานถูกนำมาใช้ตามจุดต่าง ๆ สีแดง สีชมพูจากบุปผาชาติเรียงร้อยอย่างงดงาม บ้างถูกจัดให้ทิ้งตัวลงระย้าเบื้องล่างราวกับม่านไหมจำลอง กลิ่นหอมเย็นผสานกับกลิ่นหอมของขนมหวานช่างสร้างความเย้ายวนเกินต้านทาน


กระทั่งเสียนเฟยที่เห็นในแบบร่างก่อนแล้วยังพูดไม่ออกเมื่อเห็นของจริง พระนางชะงักอยู่ครู่หนึ่ง “ผลงานนี้ได้เลี่ยงหลินช่วยดูแล อีกทั้งขนมต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นสินค้าของร้านเจียงจี่เพคะ งานเลี้ยงงดงามได้ถึงเพียงนี้ย่อมต้องขอบคุณผู้รังสรรค์”


เลี่ยงหลินคิดว่าเสียนเฟยไม่น่าจะได้ยินหรือสนใจบทสนทนาระหว่างนางและเหล่าคุณหนูก่อนหน้า เมื่อพระนางกล่าวชื่นชมแบบนี้หลายรายก็แทบจะสงบปากแล้วยกชาขึ้นจิบกลบเกลื่อนความอับอาย


หากแต่เลี่ยงหลินมองข้ามอีกจุดไปสิ่งที่ทำให้คุณหนูหลายรายมีสีหน้าดำคล้ำมากกว่าเดิม ก็เพราะเสียนเฟยเรียกชื่อจริงของเลี่ยงหลินอย่าเป็นธรรมชาติ ช่างต่างจากแม่ผัวลูกสะใภ้หลายคู่ของชนชั้นสูงในที่นี้นัก


“สวยมาก” ยากนักที่จะกล่าวได้ว่ายามนี้ฮองเฮาทรงกำลังรำลึกถึงสิ่งใดอยู่ ดอกไม้ผลิบานท่ามกลางบรรยากาศหนาวจัด พระเนตรของพระนางคล้ายเหม่อลอย


เหล่านางกำนัลเริ่มตักขนมบนโต๊ะแล้วยกมาให้ทั้งเจ้าภาพและแขก แม้แต่สตรีชั้นสูงที่รุมพูดจาเสียดสีเลี่ยงหลินก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นของกินตรงหน้าก็ยิ่งพูดไม่ออกเลย


มีที่ใดให้สอดปากได้บ้าง ในเมื่อฝีมือของนางมิใช่ดาษดื่นแบบที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับใครได้เลยแม้แต่น้อย


เค้กชิ้นเล็ก ๆ ที่เผยให้เห็นถึงความตั้งใจและใส่ใจของผู้ทำอย่างยิ่ง แม้แต่ขนมอันประณีตที่สุดของโลกนี้ ยังมิอาจเทียบเคียงครีมที่ถูกบีบลงไปเป็นดอกไม้แต่ละกลีบได้ เพียงแค่มองก็รู้สึกว่างดงามเกินกว่าจะตัดใจรับประทาน ลังเลว่าควรจะหยิบเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่ ทว่าอึดใจต่อมาก็ต้องต่อสู้กับความปรารถนาซึ่งอยากลิ้มลองรสชาติ ชนชั้นสูงในที่นี้บางรายยังไม่เคยสั่งสินค้จากร้านเจียงจี่ ก็จะเคยชินกับแป้งขนมแบบตะวันออกที่เจือกลิ่นเทียบอบและแป้งแน่นร่วน แต่เมื่อกัดเค้กเข้าไปแล้วกลับได้พบว่าสัมผัสอ่อนนุ่มและยังชุ่มฉ่ำด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวานช่างสร้างความประหลาดใจ


“ที่แท้ดอกเหมยกุ้ย[1]รสชาติเป็นเช่นนี้” ฮองเต้ตรัสอย่างสนใจ ไม่ว่าจะชา หรืออาหารว่างบางอย่างที่มีกลีบของดอกเหมยกุ้ยเป็นส่วนประกอบ มักจะให้รสชาติอ่อนจาง ติดฝาด ทว่าขนมของเจียงเลี่ยงหลินนั้นกลับมีกลิ่นและรสชัดเจน จนแรกเริ่มพระองค์ก็นึกไม่ออก เมื่อทานจนหมดชิ้นจึงแน่ใจว่าไส้กลางของขนมคือดอกเหมยกุ้ยแน่ ๆ


เค้กชิ้นนี้สอดไส้แยมรสเปรี้ยวอมหวานที่ทำจากผลไม้และกุหลาบเป็นส่วนประกอบ เลี่ยงหลินใช้ความเปรี้ยวอมหวานช่วยตัดรสของครีมจำนวนมากซึ่งถูกนำไปตกแต่งเป็นหน้าเค้ก


“หม่อมฉันเองก็นึกทึ่งเพคะ แม้ตอนระหว่างจัดเตรียมจะได้มีการพูดคุยกันบ้าง ลองชิมมาบ้าง ทว่าเมื่อได้สัมผัสของทุกอย่างในวันนี้ร่วมกับทุกคนก็รู้สึกว่าช่างปลื้มใจในตัวลูกสะใภ้ ดูขนมหวานเหล่านี้มิใช่ว่ามีหลายชนิดหรอกหรือ นางตั้งใจทำให้เต็มกำลัง จนอยากจะทานให้หมดทุกสิ่งที่เตรียมมาให้เลยทีเดียว”


เลี่ยงหลินนั้นไม่ได้ฟังอะไรตั้งแต่เสียนเฟยเรียกนางว่าลูกสะใภ้แล้ว ความหนักอึ้งกดทับหัวใจ แม้จะรู้สึกยินดีที่อีกฝ่ายยอมรับ แต่นางก็ไม่อยากถูกมัดติดกับสถานะอนุภรรยา


ทว่าคนที่รู้จริงกว่าใครที่สุดกลับเป็นอันหลันฮวา ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย กลับมีมรสุมพัดพาอยู่ภายในนั้น ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำใด ๆ ตามยศถาบรรดาศักดิ์ เสียนเฟยย่อมไม่เคยบกพร่องต่อนาง ทว่าเจียงเลี่ยงหลินในยามนี้ ทำให้นางได้รู้ซึ้งว่าที่ผ่านมาตนไม่นับว่าอยู่ในจิตใจของผู้ใดอย่างแท้จริง


ไม่ว่าขนมชนิดใดก็ล้วนได้รับคำชม คุกกี้ดอกไม้ซึ่งมีดอกไม้งดงามจริง ๆ เป็นส่วนประกอบอยู่ในนั้น หรือแม้แต่มาการองที่มีสีสันสวยงาม เมื่อรับประทานก็ค่อย ๆ ละลายในปาก ยังไม่รวมกับขนมทาร์ตหน้าต่าง ๆ ซึ่งเป็นขนมขึ้นชื่อของร้านเจียงจี่ที่วันนี้เลี่ยงหลินเลือกทำทาร์ตมันหวาน ทาร์ตมะเดื่อ และมองบลังค์[2] ทุกสิ่งล้วนใช้วัตถุดิบที่มีมากมาบในช่วงฤดูหนาว ทั้งตรงกับเวลา และตรงกับเมืองไคว่จงที่เป็นบ้านเกิดของเสียนเฟยซึ่งอยู่ทางตอนเหนือสุดพอดิบพอดี


ในยามนั้นได้ยินเพียงเสียงชื่นชมประปราย ไล่เรียงกันมาถึงคุณหนูบางรายซึ่งเปลี่ยนสีหน้าได้ฉับไว ทว่าบางรายยังคงนิ่งเงียบคุมเชิงอยู่


“ไม่รู้มาก่อนว่าน้องหญิงมีความสามารถล้ำเลิศถึงเพียงนี้ ไม่แปลกใจว่าเหตุใดร้านเจียงจี่จึงมีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน”


เลี่ยงหลินนึกแปลกใจที่อันหลันฮวาญาติดีกับตน แต่เมื่อเห็นสายตาชนชั้นสูงบางรายเหมือนกำลังเยาะเย้ยนางอยู่จึงได้พิจารณาอย่างละเอียด


ช่างสมกับที่เป็นคุณหนูจวนโหว เทียบกับเสิ่นหรูเหมยที่ใจร้อนไม่ได้เลยแม้แต่ถ้อยคำเสียดสียังเก็บมิดชิดไว้ทุกรายละเอียด เลี่ยงหลินกำลังถูกดูแคลนว่าเป็นแค่คนธรรมดาที่โด่งดังในชั่วข้ามคืน สำหรับพวกผู้ดีแล้วนางก็เป็นเพียงแค่เศรษฐีใหม่เท่านั้น


เลี่ยงหลินลอบถอนใจ สั่นศีรษะน้อย ๆ อย่างเสียดายรูปโฉมความสามารถของอีกฝ่าย ไม่ควรเลยจริง ๆ


“คงเพราะร้านเจียงจี่มีขนมหลายหลายชนิดซึ่งแปลกใหม่สำหรับทุกคน สิ่งเหล่านี้ก็นับว่าแปลกใหม่สำหรับข้าเช่นกัน” เลี่ยงหลินอธิบาย ร้านของนางจะเป็นที่นิยมในเมืองหลวงได้อย่างแท้จริงหรือไม่คงต้องขึ้นกับงานเลี้ยงครั้งนี้แล้ว “เดิมข้าเองก็ทำได้เพียงศึกษาตำรับตำรา มิเคยลงมือทำมาก่อน แต่เมื่อเห็นแนวคิดและต้นกำเนิดหลายอย่างของอาหารนั้น ชวนให้รู้สึกว่าคงจะดีไม่น้อยหากกลั่นเอาตัวอักษรมาเป็นของจริงซึ่งจับต้องได้ ลิ้มรสได้ อย่างเช่นที่ได้เห็นในวันนี้”


เลี่ยงหลินไม่ได้มีความรู้สึกยึดติดกับชนชั้น นางไม่แยแสตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเป็นเศรษฐีใหม่หรือเก่า ในสถานที่ที่นางจากมานับว่าเป็นโลกของปลาใหญ่กินปลาเล็กมากกว่าที่นี่เสียอีก ตระกูลเดิมรวยแล้วไม่มีความสามารถ อย่างไรก็ล้มให้คลื่นลูกใหม่กลืนกินเรื่อยไป


“สำหรับข้าทุกสิ่งย่อมมีจุดเริ่มต้น ไก่ตื่นเช้าย่อมได้ขันก่อน ย่างก้าวแรกมักจะยากเสมอ ไม่ใช่เพียงการก่อตั้งร้านเจียงจี่ แต่ขนมหลายหลายอย่างในร้านยังก่อตั้งเป็นตัวตนของข้าในฐานะคนทำอาหาร ขนมในวันนี้เรียกว่าเค้ก มาการอง คุกกี้ ทาร์ต เป็นสูตรจากตำราต่างแดน หนึ่งในนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย” นางเรียกชื่อขนมด้วยภาษาดั้งเดิม ไม่ได้แปลงสำเนียงให้เช่นเคย “อันเช่อเฟยคงเห็นแล้วว่าขนมเค้กคือส่วนที่โดดเด่นมากที่สุด งดงาม หรูหราดั่งอัญมณี นั่นคือเปลือกนอกของมันทว่าที่จริงแล้วขนมชนิดนี้กลับมีการเดินทางเป็นของตนเองซึ่งแตกต่างออกไป”


ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เสียงพูดคุยจอแจรอบกายเงียบสงัดลง ตวนอ๋องจ้องมองสตรีข้างกายอยู่เนิ่นนาน


เลี่ยงหลินนึกถึงเรื่องราว ในความทรงจำที่เคยร่ำเรียนมาจากโรงเรียนสอนทำอาหาร “ในดินแดนทางเหนือสุดขอบโลกมีกลุ่มชนที่ดำรงชีวิตด้วยความแร้นแค้น ฝ่าพายุหิมะ ทะเลคลั่ง ทว่าพวกเขามีอารยธรรม มีกษัตริย์ และมีความเชื่อเป็นของตนเอง”


“ดินแดนกันดารถึงเพียงนั้น?” หมิงหย่งเทียนสอบถามนาง


“เพคะ” ร่างบางผงกศีรษะเบา ๆ “เพราะเหตุนั้น พวกเขาจึงต้องต่อสู้ดิ้นรนทุกวัน ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวว่าต้องทำอย่างไรให้มีชีวิตรอดต่อไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ไปจนถึงเรื่องระยะไกลอย่างเรื่องบ้านเมือง”


ฝูกงกงขยับแส้ในมือ ลอบสังเกตสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ตลอดเวลา


“อารยชนเหล่านั้นเรียกตนเองว่าไวกิ้ง[3] กษัตริย์ของพวกเขาเข้าใจถึงความเป็นอยู่ของผู้คนดี ดังนั้นบ่อยครั้งในการดำรงชีวิต มักจะมีการร่วมกันรับประทานอาหารในท้องพระโรง ใครล่าอะไร หาอะไรมาได้ก็กินด้วยกัน” ชาวไวกิ้งคือหนึ่งในกลุ่มชนที่ทิ้งเรื่องราวไว้มากมายในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของพวกเขาโดดเด่นไม่แพ้ใคร “อาหารหลักของพวกเขาคือขนมปัง และเค้กเองก็เป็นรูปแบบหนึ่งของอาหารที่วิวัฒนาการมาจากนั้น เป็นขนมปังก้อนใหญ่ที่มักจะถูกอบไว้เพื่อแจกจ่าย หรือหากอยู่ในช่วงวันสำคัญก็อาจมีการทำเค้กให้พิเศษมากขึ้น อาจมีการตกแต่งให้สวยงาม หรือสอดไส้ให้มากกว่าปกติ”


“เจิ้นอยากลองชิมเค้กก้อนใหญ่ดูบ้าง” ฮ่องเต้มีสายพระเนตรเป็นประกายราวกับหวนระลึกถึงความสนุกสนานในวัยเยาว์


อันหลัวฮวาพูดไม่ออกแล้ว


“หากทรงมีพระประสงค์ หม่อมฉันย่อมทำเค้กถวายเพคะ” เลี่ยงหลินตอบรับ “ช่วงเวลาที่ชาวไวกิ้งได้ร่วมโต๊ะกัน คือช่วงเวลาสุดพิเศษในสังคมของพวกเขา นักประวัติศาสตร์มักจะเล่าเรื่องราวการฉลองแบบไวกิ้งเสมอ โต๊ะยาว ท้องพระโรง และขนมเค้ก รูปแบบนี้คือสิ่งที่ตกทอดจากยุคสมัยของพวกเขา แพร่กระจายไปสู่ดินแดนต่าง ๆ ของโลกตะวันตก อีกสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้งานเลี้ยงรื่นเริงนี้หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมตะวันตกอย่างง่ายดาย นั่นเป็นเพราะเค้กเป็นสัญลักษณะของความเสมอภาค ความแบ่งปัน เมื่ออยู่ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยกัน พวกเขาย่อมละวางชนชั้นเอาไว้ ไม่ว่าจะผู้ปกครอง ขุนนาง หรือประชาชน ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในอาหารซึ่งแบ่งกันอย่างเท่าเทียม”


เป็นเหตุผลแรกสุดของเค้กซึ่งนางละไว้ตั้งแต่แรกในการทำเค้กก้อนใหญ่ หากไม่มีโอกาสได้อธิบายเช่นนี้คงจะมีคนเอาไปแปลงสารผิด ๆ ได้


เกาจ้านยกชาขึ้นจิบพลางส่งยิ้มมาจากที่นั่งฝั่งบุรุษ แม่นางเจียงผู้นี้ช่างไม่อาจมองข้ามได้ อันหลันฮวานับเป็นสิ่งใด คุณหนูตระกูลโหวแล้วอย่างไร ความสามารถเช่นนั้น ฝีปากเช่นนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็เหมาะกับหน้าที่เดียวคือปรนนิบัติบุรุษ ในขณะที่อันหลันฮวามัวแต่คิดเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ แต่แม่นางเจียงกลับพูดถึงชนชั้นล่างอันเป็นพื้นฐานของสังคม กษัตริย์ไวกิ้งผู้นั้นมินับว่าฉลาดหรือที่สร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนด้วยเรื่องราวเช่นนี้


คนที่มีสมองย่อมฟังออก บ้านเมืองรอบนอกแร้นแค้น วังหลวงฟุ้งเฟ้อ ขณะที่เหล่าสตรีชั้นสูงคิดแต่เรื่องจะชิงดีชิงเด่นอย่างไร แต่แม่นางเจียงผู้นี้กำลังบอกแก่พวกเขาว่าสตรีเองก็คิดเรื่องอื่นที่ไลเกินกว่านั้นได้เช่นกัน


พระหัตถ์ของฮ่องเต้กำแน่น แล้วคลายออก ความรู้สึกแน่ชัดอยู่ภายใน มีเพียงไม่กี่คำปรากฏ


ไม่อาจประเมิณค่าได้

 

 

 

 

เหมยกุ้ย[1] - ดอกกุหลาบ

มองบลังค์[2] – (Mont blanc) มาจากชื่อของภูเขาซึ่งสูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ทางยุโรป ทำจากเกาลัดเป็นส่วนประกอบหลัก

ไวกิ้ง[3] – (Viking) ชาวนอร์ส เป็นชนเผ่านักรบที่ดำรงชีพท่ามกลางมรสุมของความหยาวเย็นและคาบสมุทรแอตแลนติก พื้นที่ตั้งถิ่นฐานของคือบริเวณสแกนดิเนเวียยุคปัจจุบัน นับว่าเป็นชาวยุโรปยุคบุกเบิกที่ทำการเดินเรือไปยังมหาสมุทรลึก



 โต๊ะวางขนมที่หลินจัด


เค้ก


มาการอง


คุกกี้ดอกไม้


มองบลังค์


ทาร์ตมันหวาน


จัดเต็มเค้กหลาย ๆ แบบ

 

 

             

             

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.389K ครั้ง

7,919 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 05:46
    เห็นขนมแล้ว ยอมตายขอแค่ได้กิน
    #7893
    0
  2. #7795 Waranyat (@Waranyat) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 12:04
    เค็กพวกนี้จากร้านไหนจะไปหามาลองชิมบ้าง
    #7795
    0
  3. #7628 makira123 (@makira123) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 17:53
    อ่านจบเลื่อนลงมากว่าจะถึงให้กำลังใจนักเขียน เจอแบบนี้เบาหวานแดร็กก็ยอม
    #7628
    0
  4. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 20:03
    😊😊😊
    #7581
    0
  5. #7412 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 23:50
    อยากกินเลย เราชอบทำคุกกี้มากกว่าเค้กเพราะไม่ชอบครีมมันล้างยากอ่ะ แต่ชอบเครปเค้กที่สุด!!
    #7412
    0
  6. #7026 Ajrpstupu (@Ajrpstupu) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:27
    สวยเกินไปแล้ว เราอยู่​บ้านนอก มีแต่เค้กแบบธรรมดา
    เค้กแบบนี้มีขายที่ไหนบ้าง
    อุส่าเกิดมาก็อยากได้ลองกินสักครั้ง​ เคยเห็นในรายการต่างประเทศ​ แต่ไม่รู้ที่ไทยมีขายที่ไหน ใครรู้ช่วยบอกที
    #7026
    0
  7. #7016 olahe (@olahe) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 10:08
    อยากไปหาขนมตามภาพมากินเลยทีเดียว
    #7016
    0
  8. #7012 Ninja79 (@Ninja79) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 07:00
    เห็นขนมแล้วอยากกินทุกอย่างเลยค่ะ
    #7012
    0
  9. #7010 Lunar116 (@Lunar116) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 02:35

    รอ e book ฮับ อยากตามไปกินเค้กในงานเลี้ยงด้วยเลย อธิบายดีฝุดๆ

    #7010
    0
  10. #6998 Moon1231231231 (@Moonseetong) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 17:49

    ชอบตรงมีภาพอาหารให้ดู คือมันสวยงามกว่าที่เราคิดตามเนื้อเรื่องอ่ะ ชอบ

    #6998
    0
  11. #6861 num no (@Galliano) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:41
    อยากกินนน
    #6861
    0
  12. #6848 LilitaManja (@LilitaManja) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:15
    เกลียดไรท์อ่ะ ลงรูป มีแต่ยั่วๆ น้ำลายทั้งนั้น
    #6848
    0
  13. #6824 chana2018 (@chana2018) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 12:40

    น่ากินมากกกกกก อยากกินทุกชิ้นอ่ะ ไรท์ยั่วมาก

    #6824
    0
  14. #6731 nuupaew242623 (@nuupaew242623) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 12:43
    หิวเลยอ่า น่ากินมากๆ
    #6731
    0
  15. #6704 jamela jam (@jamela) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 10:01
    น่ากินมากกกกก​ อยากกินเลย
    #6704
    0
  16. #6678 little_thank (@littlethank) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:13
    อ่านเรื่องนี้แล้วจะหิว
    #6678
    0
  17. #6656 ChaTzar (@ChaTzar) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:18
    ปักธงรอเปย์อีบุ๊คค่ะ ออกกับสนักพิมพ์นี้อีบุ๊คมาแน่นอน
    #6656
    0
  18. #6581 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 14:44
    ขอบคุณค่ะ
    #6581
    0
  19. #6563 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:29

    ขนมโหดมากเลย

    #6563
    0
  20. #6545 moragot5296 (@moragot5296) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:31

    ชอบเรื่องนี้มากค่าาาา อ่านแต่ละตอนหลายรอบแล้วค่า รอออกเล่มเมื่อไหร่จะรีบคว้าไว้ค่ะ

    #6545
    0
  21. #6544 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:29

    มมีความค้างลึกๆ ฮือออ

    #6544
    0
  22. #6541 noknoonum (@noknoonum) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 16:29
    ขนมมมมท่าทานมากค่ะไรท์​
    #6541
    0
  23. #6540 lady-of-darkness (@eagle-dark) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 16:14
    รอเล่มเลยค่ะไรต์ <3
    #6540
    0
  24. #6538 zukino (@zukino) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:36

    ภาพสวยมากเลยค่ะเนื้อหาเข้มข้นรอสอยเล่มอยู่ค่ะ
    #6538
    0
  25. #6537 FC เลี่ยงหลิน (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:01

    ภาษาสวย เนื้อหาแน่น อ่านสนุก น่าติดตาม

    รอ e-book ค่ะ ^_^

    #6537
    0