ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 34 : บทที่ 43 หยกงามมักพบเมื่อมิได้เสาะหา [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,417 ครั้ง
    21 พ.ค. 62

          

              ในฐานสุดท้ายวัดทักษะการปรุงอาหารเบื้องต้น วัตถุดิบที่รออยู่ก็คือข้าวต่าง ๆ พร้อมคำแนะนำจากผู้คุมสอบว่าให้ทำข้าวต้มแบบใดก็ได้ หากวัตถุดิบรองกลับมีอยู่ไม่มาก เกลือ น้ำตาลทราย น้ำมันงา ซีอิ๊วขาว ต้นหอม ผักชี เนื้อสัตว์และผักเพียงไม่กี่อย่าง รวมทั้งหมดก็ยี่สิบชนิดได้


              เห็นชัดว่าทำได้แต่อาหารพื้นฐานจริง ๆ


              ระหว่างที่กำลังคิด เวลาก็รุดหน้าไป เหล่าผู้เข้าสอบบางคนเริ่มเดินไปเลือกวัตถุดิบแล้ว คนที่เหลือเพียงครึ่งเดียวต่างมองหญิงสาวอย่างหวาดระแวง ไม่ใช่ว่ารอบการใช้มีดนางเพิ่งจะแสดงผลงานเช่นนั้นออกมาหรือ แต่การที่นางนิ่งอยู่ในรอบนี้ หรือจริง ๆ แล้วจะมีฝีมือทำอาหารอ่อนด้อย


              ดังนั้นเหล่าผู้เข้าสอบจึงกระหยิ่มในใจ


              หลังจากทบทวนโดยละเอียด เลี่ยงหลินจึงเดินไปหยิบวัตถุดิบรอง คิดว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องทำอะไรหรูหราเกินไป คงวัดรสชาติพื้นฐาน การเตรียมวัตถุดิบและการปรุงรสมากกว่า


              เจ้าตัวหุงข้าว จากนั้นเตรียมปลานางตั้งใจจะทำข้าวต้มปลาให้ซดคล่องคอ แถมเพิ่มความอุ่นให้ร่างกายในวันที่อากาศกำลังเริ่มหนาวแบบนี้ด้วย


              ปลากะพงแดงนับเป็นวัตถุดิบในหมวดเนื้อสัตว์ซึ่งเป็นพื้นฐานในหลาย ๆ จาน หลังจากแยกก้างกับโครงปลาออกมาแล้ว ก็ล้างให้สะอาด ทาเกลือแล้วต้มในน้ำเดือด


เลี่ยงหลินหันมาแบ่งเนื้อปลาส่วนหนึ่งทำลูกชิ้นปลา ปรุงรสอ่อน ๆ ด้วยเกลือ พริกไทขาว ผสมไข่ขาวและแป้งลงไปเล็กน้อยเพื่อให้เกาะตัว จากนั้นก็ลวกไว้ กว่าจะหั่นผักต่าง ๆ เรียบร้อย น้ำแกงใสก็ได้ที่ รินเอาแต่น้ำต้มกับขิง ปรุงรสอีกครั้งเพื่อนำไปผสมกับข้าวที่กำลังสุก


กลิ่นหอมของอาหารลอยจากโต๊ะต่าง ๆ แต่กลิ่นที่ชวนสดชื่นเป็นที่สุดเห็นจะมาจากโต๊ะของนาง จัดลงชามแล้วยิ่งเห็นเนื้อปลากะพงสีชมพูงดงาม ผสมด้วยลูกชิ้น และผักโรยหน้าต่าง ๆ ช่างเป็นสีสันที่ช่วยกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่ายามเช้าเป็นอย่างดี


อาจารย์ผู้ทำการตรวจสอบรอบนี้มีสามท่าน อาจารย์เซียว อาจารย์กวง อาจารย์ฮุ่ย เท่าที่เห็นจากผู้เข้าสอบที่อยู่ลำดับก่อนเลี่ยงหลิน ต่างได้คำวิจารณ์แบบเละเทะไม่เหลือชิ้นดี “ทำน้ำแกงไขกระดูกทั้งที่มีเวลาเพียงชั่วยามเดียว หากไม่กล่าวว่าเขลาคงไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบาย อาหารที่เจ้าทำให้คนกินเป็นเช่นนี้หรือ ไขมันยังเกาะตัวเป็นก้อนอยู่เลย ช่างดูถูกกันนัก”


อาจารย์กวงเทอาหารจานนั้นลงถังขยะซึ่งเด็กรับใช้ลากมาวางไว้ให้อย่างรู้สถานการณ์


คนครัวผู้นั้นขวัญเสีย ละล่ำละลักขออภัย แต่พลาดแล้วก็ต้องไปสอบใหม่เอาหนหน้าสถานเดียว


ผ่านไปสามคนล้วนเป็นคำติมากกว่าคำชม จนกระทั่งถึงคนก่อนเลี่ยงหลินพอดี


“กลิ่มหอมเครื่องพะโล้เช่นนี้ทำให้ข้านึกถึงยามเดินทางไปไคว่จง” อาจารย์เซียวว่า ใช้ช้อนคนดูส่วนประกอบในจานซึ่งหั่นเตรียมมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเขาจึงใช้ช้อนกลางตักแบ่งออกมาชิม “ข้าวนิ่มมาก เพราะบดละเอียดหากแต่เรามิได้เตรียมจมูกข้าวไว้ให้ คิดว่าเจ้าคงต้องทำเอง”


“ขอรับ ตำข้าวให้แตกก่อนจากนั้นจึงนำไปต้ม” เขาตอบ


เลี่ยงหลินเองก็ได้กลิ่น เขาเลือกใช้ข้าวหอมมาตำละเอียดยิ่งทำให้กลิ่นหอมของมันชัดเจน เมื่อรวมกับรสชาติเข้มข้นของเครื่องในต้มพะโล้ด้วยแล้วยิ่งขับเน้นความหวานตามธรรมชาติของข้าวให้ชัดเจน


นางกังวล เกรงว่ากินของรสชาติเข้มข้นเช่นนั้นก่อนข้าวต้มปลาของนางจะพลอยทำให้เหล่าผู้คุมสอบไม่รู้รส


หากแต่เมื่อชิมเสร็จ เซียวเยว่เฮ่าก็เรียกขอชาสมุนไพรจากเด็กรับใช้กาหนึ่ง


เลี่ยงหลินค่อยโล่งใจอีกครั้ง


อาจารย์ฮุ่ยเดินเข้ามาพิจารณาชามข้าวต้มของนางก่อน “หน้าตางดงาม จัดได้ละเอียดลออ สมกับที่เป็นฝีมือของสตรี”


กลิ่นหอมสดชื่นของทะเลลอยกรุ่นปากชาม ไอร้อนคลี่ตัวเป็นวงสีขาวอย่างช้า ๆ แค่เห็นหน้าตาอาหารและความใสของน้ำแกง ก็รู้ว่านางเตรียมวัตถุดิบได้อย่างถูกต้อง


เขาตักแบ่งมาชิมแล้วนิ่งพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับยังมิอาจหาคำตอบได้ครบถ้วนจึงต้องตักแบ่งเอาเนื้อปลาและเครื่องเคียงอื่น ๆ ในชามข้าวต้มมาเพิ่ม


“ข้าวหุงก่อนแล้วนำมาต้มได้อย่างดีทีเดียว เนื้อปลา ลูกชิ้นสมบูรณ์แบบ กัดแล้วรู้สึกถึงความยืดหยุ่น ที่ดีที่สุดคือน้ำแกงนี้ คึ่นฉ่ายยิ่งส่งให้ความหวานจากกระดูกปลาชัดเจน รสแฝงลึก ๆ เห็นทีจะเป็นขิงกระมัง”


หญิงสาวพยักหน้า


เซียวเย่เฮ่าเองก็ได้ชิมเช่นกัน เขายิ่งมองนางอย่างสนใจ นางทำอาหารออกมาได้เช่นนี้ เขาพอจะนึกภาพงานเลี้ยงที่ตั๋วเยี่ยออกแล้วว่าเพราะเหตุใดเหล่าชนชั้นสูงจึงยกย่องทั้งที่นางเปิดร้านขนมหาใช่เหลาอาหาร


กระทั่งผู้อาวุโสหมานยังขอชิมสักหน่อย เหล่าศิษย์สมาคมต่างลอบมองตวนอ๋องว่าจะทรงมีรับสั่งอย่างไร หากแต่บุรุษผู้นั้นยังคงนิ่งสงบไม่มีวี่แววของความเป็นห่วง ราวกับมั่นใจในตัวภรรยาอย่างยิ่ง


หมานจิวเผิงมองข้าวต้มปลาตรงหน้าก่อนรับประทานเข้าไป กลิ่นหอมและรสสัมผัสของวัตถุดิบทำออกมาได้อย่างดียิ่ง แม้สิ่งนี้จะใช้วัดศักยภาพของนางไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็บ่งบอกได้แน่นอนว่าพื้นฐานของนางมิใช่อยู่ระดับคนครัวชั้นต้น อย่างน้อย ๆ พวกคนครัวทั่วไปย่อมมิใช่คู่มือ กับระดับหัวหน้าหน่วยของครัวหลวงก็คงจะพอสูสีอยู่ ได้แต่รอคอยว่านับจากนี้นางจะไต่เต้าขึ้นไปได้รวดเร็วเพียงใด “ชัดเจนถึงเพียงนี้ คงต้องกล่าวว่ายินดีต้อนรับฮูหยินเจียงสู่สมาคมอาหาร”


หลังจากการทดสอบครั้งนี้ มีผู้ผ่านอยู่สองคนก็คือนาง กับชายที่ทำข้าวต้มพะโล้คนนั้น ขากลับเลี่ยงหลินรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็เพราะหมิงหย่งเทียนเล่นไปบอกคนอื่นจนทั่วว่านางเป็นภรรยาของเขา ทำให้นางถูกเรียกว่าฮูหยินเจียงไปตาม ๆ กัน


หมิงหย่งเทียนมองร่างบางที่ก้าวนำหน้าเขาเข้าเรือนไปก่อน ท่าทางเหมือนนางโกรธเคือง หรืออาจเขินอายด้วยใช่หรือไม่ แก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงจาง ๆ เช่นนั้นไม่ว่ามองอย่างไรก็อดอารมณ์ดีมิได้


ชายหนุ่มก้าวตามเข้าไปในเรือนรับรองแขก สถานที่ที่ก่อนนี้เขาแทบไม่ได้มาเยือนสักครา หากแต่ยามนี้กลับพบว่าน่าพำนักอาศัยยิ่งกว่าเรือนหลักอันคุ้นเคย


ได้แต่หวังว่านางจะยินยอมให้อภัยเขาในเร็ววัน


“มามา


“ท่านหญิงน้อย!” จิ่งหลิวที่กำลังเก็บจานข้าวของท่านหญิงน้อยอยู่ตกใจเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววว่าจะพูดเลย หากแต่เมื่อนายหญิงเดินเข้ามา อยู่ ๆ ก็เรียกขึ้นมาเอง


“ซิงซิงพูดได้แล้ว” เลี่ยงหลินแทบจะวิ่งไปอุ้มลูกมากอดไว้ ด้านหลังคือหมิงหย่งเทียนที่เข้ามาเห็นพอดีเช่นกัน


ดวงตากลมโตจ้องมองมารดา พลางยัดนิ้วโป้งเข้าปากตัวเองแล้วดูดจั่บ ๆ ดูเหมือนว่าผ้าชั้นดีที่ตวนอ๋องเตรียมมาจะโดนจิ่งหลิวตัดเย็บเป็นชุดท่านหญิงน้อยแทบทั้งหมด ส่วนรูปแบบบางอย่างเลี่ยงหลินก็ช่วยดูด้วย ทำให้ตอนนี้จากที่เคยปักเพียงลายสงเมาบนเสื้อของซิงฉวี่ ก็พัฒนาเป็นชุดสงเมาเต็มตัว


ชายหนุ่มเห็นลูกสาวสวมเสื้อผ้าแปลกตาแต่น่าเอ็นดูไม่น้อยก็ไม่ได้กล่าวอันใด ชั่วขณะนั้นเหมือนซิงฉวี่ยังอยากแสดงความสามารถให้บิดาเห็น


“ปา


หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาไม่อาจบรรยายความรู้สึก ณ เวลานั้นได้ ร่างกายก้าวเข้าไปหาทั้งภรรยาและบุตรีก่อนแล้ว สวมกอดพวกนางเอาไว้แนบอก


“วหวางเย่” เลี่ยงหลินตกใจที่ถูกกอดโดยไม่ทันตั้งตัว กำลังจะผละตัวออกก็ได้ยินเสียงทุ่มต่ำเอ่ย


“อย่าเพิ่งไป” ใบหน้าคมซุกลงที่ไหล่ของนาง มือเล็ก ๆ ของซิงฉวี่กำเสื้อของบิดาไว้แน่น


“ปาปา”


หมิงหย่งเทียนก้มหน้าลงไปจูบศีรษะเล็ก ใบหน้าของเขาเฉียดผ่านลำคอและหน้าอกของเลี่ยงหลิน วงแขนกว้างยังคงรัดเอวของนางเอาไว้แน่น “พ่อจะพาเจ้ากับแม่ของเจ้าไปเที่ยวดีหรือไม่ วันนี้ไปเยี่ยมท่านย่ากัน”


เลี่ยงหลินไม่อยากทำลายช่วงเวลาของเขา นางเองก็เข้าใจความรู้สึกที่มีต่อซิงฉวี่เช่นกัน ร่างที่พยายามดิ้นจึงลดอาการขัดขืนลง ไปเข้าเฝ้าเสียนเฟยอีกแล้ว ดูเหมือนกิจวัตรของนางและเขาเริ่มจะเหมือนครอบครัวเข้าไปทุกที


ทั้งหมดเข้ามาในวังหลวงก็เป็นเวลาเย็นพอดี


เสียนเฟยกำลังจะเสวย พอขันทีน้อยรีบวิ่งมาแจ้งว่าตวนอ๋องเสด็จพระนางจึงสั่งให้ครัวหลวงจัดสำรับมาเพิ่ม


ทั้งเลี่ยงหลินและตวนอ๋องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่หรูหรากว่าเดิมเล็กน้อย แต่ก็ยังคงดูลำลอง ส่วนซิงฉวี่ดูจะชอบชุดสงเมาของตนเองมาก ๆ ทำอย่างไรก็ไม่ยอมถอด โยเยจนจิ่งหลิวยอมแพ้ จำต้องส่งท่านหญิงน้อยเข้าวังในสภาพนี้


แวบแรกที่เสียนเฟยเห็นบุตรชายอุ้มร่างขาวสลับดำเล็ก ๆ ในอ้อมแขนถึงกับร้องทัก “นั่นเอาสงเมามาจากที่ใด ซิงซิงเล่า”


เจ้าตัวเล็กจำเสียงท่านย่าได้ จึงรีบหันหน้าแล้วส่งเสียงอาดัง ๆ


“ซิงซิงของย่านี่เอง ก็นึกว่าสงเมาน้อยที่ไหน”  เสียงเฟยยื่นพระหัตถ์มาจับแก้มยุ้ย ๆ อย่างรักใคร่ ไม่ทันไรซิงฉวี่ก็เอนร่างไปให้ท่านย่าอุ้มราวกับไม้เลื้อย “พวกเจ้ามาตอนเวลาจัดสำรับพอดี นั่งเถิด ทานเป็นเพื่อนแม่กันก่อน”


หมิงหย่งเทียนหันกลับมาประคองร่างบางซึ่งย่อกายทำความเคารพเบา ๆ


“ชุดน่ารักเหลือเกิน เจ้าเย็บให้หรือ”


“มิได้เพคะเสียนเฟย เป็นสาวใช้ของหม่อมฉัน จิ่งหลิวเพคะ”


วันนี้นอกจากเส้ากงกงและองครักษ์เป่ย จิ่งหลิวก็ได้ติดตามเข้าวังมาด้วย พอนายหญิงกล่าวชื่อของตนเองก็รู้สึกขัดเขินทำสิ่งใดไม่ถูก


“ดียิ่ง ตกรางวัลให้นางสักหน่อย หลานสาวของเปิ่นกงจะได้มีชุดสวยใส่หลายชุด” เสียนเฟยทรงตรัสเช่นนั้น พร้อมกับเหล่ากูกูนำถุงแดงมอบให้จิ่งหลิว “ฝ่าบาทเพิ่งจะพระราชทานผ้าไหมจากเฉียนกว๋อมากมาย เจ้าไปยกหีบผ้าไหมออกมาให้เจียงอี๋เหนียงเลือกเอาสักหลายพับ อย่าลืมเครื่องประดับชุดใหม่ที่เพิ่งเข้าวังมาด้วยเล่า”


เลี่ยงหลินตกใจ เหตุอันใดเสียนเฟยจึงประทานของมากมาย


“อย่ากังวลไป เห็นทีหย่งเทียนคงมิได้เตือนกระมัง อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดของเปิ่นกงแล้ว วันนั้นพวกเจ้าต้องเตรียมตัวให้ดี ในฐานะเจ้าภาพ ตำหนักฮว่านลี่ของเปิ่นกงคงจะน้อยหน้าผู้ใดมิได้”


“เพคะ” หญิงสาวตอบรับ มองตามหีบต่าง ๆ ซึ่งถูกเหล่านางกำนัลลำเลียงออกมาให้เลือก นางหยิบเอาแบบส่งเดช แทบไม่ได้เสียเวลาพิจารณา


“หมู่เฟยมีใจเอื้ออารี ที่ลูกมาหาท่านวันนี้ก็เพื่อจะแจ้งว่าซิงซิงพูดได้แล้ว”


ซิงฉวี่ที่นั่งเล่นบนตักของเสด็จย่าก็ส่งยิ้มหวาน


              “จริงหรือ” พระนางดูตื่นเต้นไม่แพ้เลี่ยงหลินซึ่งเป็นมารดาบังเกิดเกล้า “ซิงซิงคนเก่งพูดให้ย่าฟังได้หรือไม่”


              “อา” ซิงฉวี่กลับส่งเสียงแทนที่จะกล่าวออกมาเป็นคำ


              “ทะเล้นนักเชียว” ว่าแล้วก็อดบีบจมูกเล็กเบา ๆ มิได้


              “เรื่องงานวันเกิดของหมู่เฟย ลูกเห็นว่าจัดให้เหมือนปีที่แล้วเป็นอย่างไร พี่สามเองก็เขียนจดหมายมาหารือการจัดนักดนตรีเข้ามาเตรียมแสดงที่อุทยานหลวง”


              หากแต่เสียนเฟยกลับส่ายพักตร์เบา ๆ “เจ้าเพิ่งผ่านสงครามมายังมิพ้นปี ทรัพย์สินบางส่วนที่เสียไปในครานั้น แม่คงมิกล้าจัดให้เอิกเกริก งานวันเกิดเช่นนี้ก็ไม่ได้สำคัญมากเท่าใดนัก เอาเพียงจัดในบริเวณตำหนักที่เดียวก็พอ อย่าให้เปลืองงบประมาณ”


              “หมู่เฟยมิทรงโปรดชื่นชมดอกเหมยแล้วหรือ ทรงเกิดยามฤดูหนาว ช่วงเวลาเช่นนี้ดอกเหมยในอุทยานจึงงดงามที่สุด”


              “อย่าให้แม่เป็นต้นเหตุให้เจ้าฟุ่มเฟือยเลย งานประชุมประจำปีที่ผ่านไปก็มิใช่เพราะเจ้ายกความ


              “ท่านแม่” หมิงหย่งเทียนถึงกับหลุดคำสามัญออกมา


              “แม่ขออภัย แม่กล่าวเรื่อยเปื่อยจนทำให้เจ้าลำบากใจ แม่เพียงจะบอกว่าทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้ากลายเป็นงบหล่อเลี้ยงกองทัพอยู่มาก เช่นนั้นวันเกิดของแม่เอาตามที่สมควร อีกร่วมเดือนกว่าจะถึงวันนั้น อยู่ในตำหนักก็ชื่นชมภาพวาดดอกเหมยงดงามได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างให้เหล่าสตรีตำหนักในอยู่อย่างสมถะ เจินฮองเฮาเพิ่งจะมาปรึกษาแม่เมื่อช่วงเช้านี้เองเกี่ยวกับการบริจาคทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อสบทบทุนแจกทานประชาชน แม่เห็นว่าไหน ๆ เจ้าก็มาแล้ว ถึงจะค่ำสักหน่อยก็แวะไปหาพระนางบ้างเถิด”


              “หากหมู่เฟยเห็นสมควร ลูกก็จะปฏิบัติตามนั้น”


              เสียนเฟยให้ขันทีน้อยรีบวิ่งไปทูลฮองเฮาก่อนว่าอีกสักพักตวนอ๋องจะเสด็จไปพบ


              “งานเลี้ยงนี้ แม่คิดว่าไหน ๆ ก็จัดภายในตำหนักแล้ว ให้เจียงอี๋เหนียงนำขนมจากร้านเจียงจี่มาได้หรือไม่ เรื่องค่าตอบแทนแม่ย่อมจ่ายพวกเจ้าตามจริง ไม่เอารัดเอาเปรียบแน่นอน” เสียนเฟยอดนึกถึงขนมที่หมิงอ๋องถือมาฝากมิได้ คราวนั้นฝ่าบาทแบ่งให้พวกนางได้ลองทาน ครั้นจะไปซื้อเองก็พบว่าอยู่ไกลถึงตั๋วเยี่ย แต่บัดนี้เจ้าของร้านนั่งอยู่ตรงหน้าแล้ว เพียงนึกว่าต่อให้งานเลี้ยงเรียบง่ายปานใด แต่ได้ขนมที่ทุกคนต่างกล่าวถึงมารับรองในงาน ต้องถูกเล่าลือเป็นที่เชิดหน้าชูตาแน่นอน


              เลี่ยงหลินเหลือบมองชายหนุ่ม เห็นเขาไม่ว่าอะไรนางจึงรับปาก “เป็นพระกรุณายิ่งเพคะเสียนเฟยที่ทรงเลือกขนมจากร้านเจียงจี่ นอกจากขนมหวานแล้ว ร้านของหม่อมฉันยังมีชาชั้นเลิศอีกด้วย วันพรุ่งจะให้คนนำมาถวายเพคะ”


              “ดีเท่านี้เปิ่นกงก็ไร้กังวลใด ๆ กับงานเลี้ยงนี้แล้ว”


              หลังจากออกมาจากฮว่านลี่ ตวนอ๋องก็พาเลี่ยงหลินและซิงซิงมายังตำหนักเฉวียนอี้อันป็นที่ประทับของมารดาแห่งแผ่นดิน


              เจินฮองเฮานั้นแม้จะอยู่ในวัยย่างห้าสิบแต่ก็ยังเห็นเค้าโครงของความงามในอดีต นางดูอ่อนโยนกว่าเสียนเฟยอยู่มาก เป็นหนแรกที่ได้พบ เลี่ยงหลินจึงทำความเคารพด้วยความประหม่า


              “นานทีหย่งเทียนจะมาหาเปิ่นกงถึงที่นี่ นั่งลงก่อนเถิด เสวี่ยอิงรั้งพวกเจ้าไว้นาน คงเพราะมีหลานสาวน่ารักสมคำร่ำลือเช่นนี้นี่เอง” เจินฮองเฮากล่าวเรียกพระนามเดิมของเสียนเฟย แสดงถึงความสนิทสนมระหว่างสตรีทั้งสองเป็นอย่างดี


              ซิงฉวี่ซุกอยู่กับอกของบิดา ตัวเล็ก ๆ ม้วนเกาะแน่นจนคล้ายลูกสงเมาจริง ๆ


              “นี่คงเป็น” สายพระเนตรของพระนางหยุดลงที่เลี่ยงหลินซึ่งสวมอาภรณ์สีน้ำเงินครามแทบจะกลืนไปกับความมืด ความงามโดดเด่นดั่งเทพธิดาแห่งรัตติกาล


              “ทูลหมู่โฮ่ว นางคือเจียงเลี่ยงหลิน อี๋เหนียงของกระหม่อม” สำหรับฮองเฮาแล้ว ถือเป็นมารดาขององค์ชายและองค์หญิงทุกพระองค์ ไม่ว่าเป็นโอรสธิดาของสนมพระองค์ไหนก็ต้องเคารพฮองเฮาในฐานะมารดาด้วย


              เพราะเจินฮองเฮามองเลี่ยงหลินอยู่นาน หญิงสาวจึงรู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าตนมีสิ่งใดผิดปกติ


              “ที่แท้หย่งเทียนก็มีเหตุผลเช่นนี้” พระนางยิ้มบาง พลางทิ้งถ้อยคำคลุมเครือ


              ตวนอ๋องนั่งลง ณ เก้าอี้รับรอง มีเพียงเลี่ยงหลินที่ยังไม่กล้า จนกระทั่งได้รับอนุญาต


              “ดูเปิ่นกงซีเลอะเลือนไปแล้วเจ้านั่งลงเถิด”


              “ขอบพระทัยเพคะ”


              “หมู่โฮ่วกำลังรวบรวมทรัพย์สินของฝ่ายในเพื่อบริจาคหรือพ่ะย่ะค่ะ” หมิงหย่งเทียนเอ่ย แม้เขาจะคิดว่าการดูดเอาทรัพย์สินจากชนชั้นสูงไปบริจาคหาใช่หนทางแก้ไขปัญหาโดยยั่งยืน แต่ก็ถือว่าดีกว่าไม่ทำสิ่งใดเลย


              “เป็นเช่นนั้น เปิ่นกงคงมิอาจเสนอความเห็นเกี่ยวกับงานบริหารบ้านเมืองได้ แต่จากที่เดินทางไปไป๋หยุนครั้งล่าสุดเห็นว่าระหว่างทางมีชาวบ้านแร้นแค้นอยู่มาก ช่างต่างจากความเป็นอยู่ของชนชั้นสูงในเมืองหลวงยิ่งนัก เหล่าสตรีในรั้ววังก็คงทำสิ่งใดไปไม่ได้มากไปกว่าระดมทุนบริจาค”


              “หมู่โฮ่วทรงเป็นห่วงราษฎรยิ่ง”


              เลี่ยงหลินรู้สึกถึงความชื่นชอบตวนอ๋องที่เจินฮองเฮามีให้อย่างไม่ปิดบัง


              “หลายเดือนมานี้พี่น้องของหย่งเทียนมาเยี่ยมเยียนเปิ่นกงหลายครา เปิ่นกงก็ได้แต่รอคอยว่าเมื่อใดจะได้หย่งเทียนจะพาท่านหญิงตัวน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจมาพบปะบ้าง นึกคาดหวังอยู่ทุกคืนวัน ได้พบแล้วจึงเข้าใจว่าเพราะเหตุใดฝ่าบาทจึงโปรดและเปรยถึงทุกเช้าค่ำ”


              ซิงฉวี่เหมือนนกรู้ตัวน้อย ใครพูดถึงตัวเองก็จะเงยหน้ามองทันที ร่างเล็ก ๆ ค่อย ๆ เงยขึ้น จากที่ซุกมุดอยู่ติดตัวตวนอ๋อง


              “ปา?”


              “พูดได้แล้วด้วยหรือ เก่งจริงเชียว” ฮองเฮาทรงตรัสชม “ไป๋หลาน หวงหลาน เจ้าไปเอาหีบเครื่องประดับออกมา รับขวัญท่านหญิงน้อยและเจียงอี๋เหนียงสักหน่อย”


              “ขอบพระทัยเพคะ” เลี่ยงหลินลุกขึ้นย่อกายอีกครั้ง


              “ขอบพระทัยหมู่โฮ่ว”


              “เจ้าเลี้ยงหลานของเปิ่นกงได้ดี เลือดเนื้อเชื้อไขของหย่งเทียนคู่ควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”


              เหล่าข้าราชบริพารในบริเวณนั้นต่างสะท้านในใจ พระนางทรงตรัสเช่นนี้มีเจตนาอื่นใดแฝงอยู่หรือไม่


              นางกำนัลเหล่านั้นยกหีบออกมาเปิด ทำให้เห็นเครื่องประดับละลานตา แม้จะเคยได้รับสิ่งของหรูหราจากเสียนเฟยมาก่อน แต่กับฮองเฮา เลี่ยหลินรู้สึกวางตัวไม่ถูกเลย


              ซิงฉวี่เห็นแสงแวววาวจากอัญมณีก็ชอบใจ หัวเราะเสียงสดใส


              “ปาปา” มือเล็กชี้พลางเงยหน้ามองตวนอ๋องคล้ายเวลาจะขอของ อย่างไรเจ้าตัวก็ยังชื่นชอบป้ายหยกที่ฮ่องเต้มอบให้มากที่สุด นับว่าตาแหลมชอบของมีสีสันล่อตาล่อใจตั้งแต่เล็ก ๆ


              “ซิงฉวี่อยากได้ชิ้นไหนก็เลือกเลย ท่านย่าใหญ่ให้เจ้าด้วย” เจินฮองเฮากล่าว ทรงสรวลเมื่อเห็นซิงฉวี่ตื่นเต้นกับของสวยงาม


              เลี่ยงหลินเกรงว่าซิงฉวี่จะกระโจนลงไปรื้อทั้งหีบ จึงฉวยโอกาสเบี่ยงเบนความสนใจก่อน “ชิ้นนี้ดีหรือไม่ซิงซิง แม่ใส่ให้นะ”


              นางหยิบกำไลวงเล็กสำหรับเด็กที่ทำจากทอง มีจี้กระดิ่งและจี้หยกสีชมพูซึ่งแกะสลักเป็นรูปลูกท้อ ดูมงคลในตัวเอง และที่สำคัญดูเหมือนจะอลังการน้อยกว่าชิ้นอื่น ๆ


              ซิงฉวี่ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ ก็สนใจ ยอมให้มารดาสวมให้แต่โดยดี


              ฝ่ายเจินฮองเฮามองเจียงเลี่ยงหลินก็ได้แต่ยิ้ม พระนางจึงเลือกให้เองบ้าง “เครื่องประดับชุดนี้เปิ่นกงให้ช่างอัญมณีทำไว้ให้นางแล้ว ตั้งแต่ฝ่ายวัยสาวก็มิได้มีโอกาสใช้อีก เจ้าเอาไปเถิด รูปโฉมงดงามเช่นนี้จึงจะทำให้ของสวยงามได้เปล่งประกายเต็มที่”


              ชุดเครื่องประดับทองซึ่งประกอบไปด้วยมุกและหยกกล่องใหญ่ถูกนางกำนัลแยกออกมาจากหีบ ในนั้นมีตั้งแต่มงกุฎ ปิ่น ตุ้มหู สร้อยครบชุด เลี่ยงหลินไม่กล้าปฏิเสธ จะตอบรับก็พูดไม่ออก จนกระทั่งได้ยินเสียงของหมิงหย่งเทียนกล่าวขอบพระทัยอีกครั้งนางจึงได้สติแล้วกล่าวตาม


              “ฝ่าบาทกำลังเตรียมงานสมโภช ช่วงนี้ก็ทรงครุ่นคิดหนักอยู่ว่าจะใช้สอยผู้ใดบ้าง เปิ่นกงเห็นว่าเฟยฉีนั้นเข้ามาทูลขอดูแลการสอบเคอจวี่บ่อยครั้ง หากแต่เด็กคนนั้นไม่ถนัดตำรับตำรา ฝ่าบาทจึงทรงรั้งรออยู่”


              การสอบเคอจวี่หรือที่นิยมเรียกตามตำแหน่งว่าการสอบจ้วงหยวนนั้นจัดสามปีครั้งและตรงกับช่วงงานสมโภชเสมอ การที่เจินฮองเฮาทรงตรัสเรื่องนี้ต่อหน้าตวนอ๋อง เหล่าข้ารับใช้ต่างพากันหูหนวกเป็นใบ้กะทันหัน มิกล้าจดจำว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น


              “หมู่โฮ่วเองก็คงลำบากมิน้อย ฝ่ายในและกรมพิธีการคงต้องร่วมกันเตรียมจัดงานเลี้ยงรับรองอย่างหนัก”


              “จะมีใครเข้าใจเปิ่นกงเท่าหย่งเทียนอีก ละเอียดรอบคอบ ไม่ว่าจะทำการงานได้ก็ล้วนไว้วางใจได้อ้อ” ขณะนั้นพระนางเปลี่ยนเรื่องขึ้นมา “งานวันเกิดของเสวี่ยอิงนี้ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างของความสมถะอันดียิ่ง ประหยัดงบประมาณเช่นนี้เหล่าสนมอื่น ๆ คงได้ปฏิบัติตามเป็นตัวอย่างอีกหลายงาน คงมิต้องกังวลเรื่องเงินทุนในการจัดเลี้ยงรับรองงานสมโภชแล้ว”


              “กระหม่อมเข้าใจเจตนาของทั้งหมู่โฮ่วและหมู่เฟย ความมัธยัสถ์หากเชื้อพระวงศ์มิทำให้เป็นเยี่ยงอย่างไฉนเหล่าขุนนางและชาวประชาจะปฏิบัติตาม”


              เลี่ยงหลินรู้สึกได้ถึงความคาดหวังจากฮองเฮา ทว่านางมิอาจเดาออกว่าอีกฝ่ายคาดหวังสิ่งใดจากตวนอ๋อง


              มีเพียงหมิงหย่งเทียนเท่านั้นที่รู้ว่าเผือกร้อนกำลังจะกลิ้งมาถึงมือตน


              “เห็นหย่งเทียนเข้าใจได้ดีเปิ่นกงก็เบาใจแล้ว การใด ๆ อันใหญ่กว่านี้ก็ย่อมแน่ใจแน่นอนว่าสามารถพึ่งพาได้”

             

 

แวะมาเพิ่มรูปค่ะ


เครื่องประดับที่ฮองเฮาให้หลิน

 

สงเมาตัวน้อย มโนให้เป็นชุดเย็บมือแบบโบราณเอานะคะ


ข้าวต้มปลา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.417K ครั้ง

7,913 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 19:11
    😊😊😊
    #7579
    0
  2. #7403 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 21:07
    คนอ่านก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ฮองเฮาพูด
    #7403
    0
  3. #7023 Ajrpstupu (@Ajrpstupu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 19:44
    กำลังคิดว่าสงเมาคืออะไร
    5555 น้องหมีแพนด้า​ น่ารักกกก
    #7023
    0
  4. #6830 -Proudly- (@-Proudly-) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 13:29

    熊猫 xióng māo หมีแพนด้า

    ซึ่งคำที่คุณใช้ "สงเมา" สำหรับเราที่เรียนจีนมาบ้างนั้น ก็งง จนกระทั่งอ่านถึงบรรทัดที่อธิบายว่า "แวบแรกที่เสียนเฟยเห็นบุตรชายอุ้มร่างขาวสลับดำเล็กๆ" ถึงได้รู้ว่าคุณหมายถึงหมีแพนด้า

    เราเข้าใจว่ามันเขียนเป็นคำอ่านยาก แต่แนะนำให้ใช้คำว่า "ฉงมาว" แทนน่าจะดีกว่า และที่เราไม่ใช้คำว่า เมา เพราะ ในภาษาจีนจะลากเสียงยาว(สังเกตุดูได้จาก Pinyin māo ซึ่งเป็นเสียงที่4 และเป็นเสียงที่ต้องลากเสียงยาว ภาษาจีนมี4เสียงคือ ā á ă à แตกต่างตากภาษาไทยที่มี5เสียง ได้แก่ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา)

    ปล. หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัย

    #6830
    3
    • 6 มิถุนายน 2562 / 14:31
      ไรท์เข้าใจค่ะ ขอบคุณที่อธิบายให้ไรต์กระจ่างขึ้นนะคะ แต่ไรต์ขอชี้แจงในเรื่องการใช้คำเขียนว่าขอยึดตามแบบนิยมเป็นหลักค่ะ ซึ่งจริงๆ มันไม่ถูกตามหลักจีนหรอกค่ะ แต่มันเป็นมิตรกับคนอ่านไทยมากกว่า อย่างคำศัพท์ทั้งหลาย อาทิ ตังกุย ถั่งเช่า ฮ่องเต้ ฮองเฮา ไรต์ยึดตามไทยนิยมค่ะ ถ้าเขียนเลียนการออกเสียงจริงไรต์ก็เกรงว่าจะทำให้ท่านอื่นลำบากไปด้วย งั้นขออนุญาตพบกับครึ่งทางนะคะ ใช้จีนสไตล์สำเนียงไทยค่ะ
      #6830-2
    • #6830-3 sunisapao55555 (@sunisapao55555) (จากตอนที่ 34)
      14 มิถุนายน 2562 / 16:29
      ดีจ๊ะอ่านสะดวกดี
      #6830-3
  5. #6251 Numtanthitiya (@Numtanthitiya) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 20:20
    ฮองเฮานี่มีแผนการแอบแฝงใช่มั้ยนน...,จะเอาเผือกร้อนอันใดมาให้อีกนร้าาาา
    #6251
    0
  6. #6171 Tita789 (@Tita789) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 18:39
    สงเมาคืออะไรค่ะ อยากกินข้าวต้มปลาจังเลย
    #6171
    1
    • #6171-1 piipatt0000 (@piipatt0000) (จากตอนที่ 34)
      23 พฤษภาคม 2562 / 18:51
      หมีแพนด้าค่ะ
      #6171-1
  7. #6158 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 16:06
    สงเมาน่ารักกกกกกก
    #6158
    0
  8. #6136 chana2018 (@chana2018) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 11:50

    อยากได้สงเมาสักตัว... คงจะน่ารักน่าชังยิ่งนัก 555

    #6136
    0
  9. #6051 jaru_pim (@jaru_pim) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    อ่านแต่สงเมาวนไปวนมา น่าร้าก!!!
    #6051
    0
  10. วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 12:31
    เล่มแรกเบื่อพระเอก...เล่มนี้สงสาร
    #6040
    0
  11. #6038 kewarinseekaew (@kewarinseekaew) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 11:29
    น่ารักกก
    #6038
    0
  12. #6010 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 05:38
    สงเมาน้อยน่ารัก
    #6010
    0
  13. #5995 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:47
    สงเมาตัวน้อยน่ารักมากกกก นี่มโนว่าเป็นซิงซิงน้อยแล้ว ฟินมาก
    #5995
    0
  14. #5994 Beaw12 (@Beaw12) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:26
    มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #5994
    0
  15. #5988 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:53
    หิวเลยจ้า
    #5988
    0
  16. #5983 loveyo123 (@loveyo123) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:57
    สู้ๆค่ะไรท์ชอบซิงซิงมาก
    #5983
    0
  17. #5978 swanc2 (@Swanc) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:43

    สงเมามันคือตัวอะไร ??

    ดำสลับขาว คิดออกแต่ม้าลาย 555

    #5978
    1
    • #5978-1 iamdust63 (@iamdust63) (จากตอนที่ 34)
      21 พฤษภาคม 2562 / 21:33
      หมีแพนด้าค่ะ55555
      #5978-1
  18. #5977 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:10

    งานเข้าแล้วจ้า

    #5977
    0
  19. #5975 hmu (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:09

    ฮองเฮาดูท่าจะร้ายลึกใช่ย่อย ตวนอ๋องกลับมาหาอาเลียงก็เอาความเดือดร้อนมาให้ตลอด นางเอกท่าจะแย่แน่แล้ว ถอนตัวทันไหม สงสารตัวเล็กด้วยถ้าถูกปลองร้าย

    #5975
    0
  20. #5974 aomjra (@aommon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:53
    ท่านหญิงน้อยน่ารักจังเลย
    #5974
    0
  21. #5971 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:44

    ท่านหญิงน้อยพูดได้แล้วท่าทางฉลาดนัก อนาคตได้เป็นขวัญใจของผู้ใหญ่หลายคน เลี่ยงหลินสอบผ่านได้ด้วยความสามารถของตนเองสุดยอดอยู่แล้ว รอดูอาหารงานเลี้ยงวันเกิดค่ะ ขอบคุณค่ะ

    #5971
    0
  22. #5970 Naamsai555 (@Naamsai555) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:24
    ตอนมี่หายไปมีอีบุ๊คไหมคะ
    #5970
    0
  23. #5967 Dawrada (@Dawrada) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 16:30
    เล่มได้ราคามารึยังค่ะ ไรต์มาอวดปกหน่อยค่า
    #5967
    0
  24. #5965 Pooyai (@thratcha) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 16:07
    รอเล่มค่ะ
    #5965
    0
  25. #5963 Koy Jung (@46014601koy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 15:39
    รออีบุ๊คอยู่นะจ๊ะ
    #5963
    0