ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 29 : บทที่ 28 ความหวังพร่าพรายดั่งดารา [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96,660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,418 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

อาหารถูกกล่าวชมถึงเพียงนี้ ผู้ทำย่อมได้รับการตกรางวัล เลี่ยงหลินถูกเรียกออกมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง และสร้างความฉงนให้แก่เหล่าผู้ซึ่งไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าสตรีงดงามราวนางสวรรค์ผู้นี้แท้แล้วคือเจ้าของร้านเจียงจี่


หมิงอ๋องรู้สึกตกตะลึง ไม่ใช่เพียงรูปโฉมของนางที่จัดว่าเป็นหนึ่ง แม้สตรีชั้นเลิศมากมายที่เสด็จพ่อทรงพระราชทานสมรสให้พวกเขาพี่น้องยังดูงดงามแต่เมื่อเทียบกับนางแล้วกลับไม่มีชีวิตชีวาเท่า ไหนจะเรื่องความสามารถ ยากนักที่จะเชื่อได้ว่าสตรีมีครรภ์ผู้หนึ่งเป็นแม่ครัวคุมงานจัดเลี้ยงระดับนี้ทั้งหมด หากมิได้เห็นแก่ตาของตนเอง


“แม่นางเจียงทำทั้งหมดนี้จริงหรือ” หมิงอ๋องกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา ฝ่ายเลี่ยงหลินรู้สึกโล่งอกเมื่อเห็นทีท่าของเขาดูจะตกอกตกใจกับเรื่องอื่น เห็นทีเขาคงจำนางมิได้กระมัง จะว่าไปเจ้าของร่างเคยพบหมิงอ๋องครั้งเดียวในวันงานแต่งงานของตวนอ๋องและพระชายา อีกทั้งเจอเพียงผ่าน ๆ ใครไหนเล่าจะนึกจดจำแค่อนุเล็ก ๆ ท่ามกลางสตรีนับสิบของพี่น้อง


“เพคะหวางเย่” แม้วันนี้นางจะมาในฐานะคนครัว เครื่องแต่งกายไม่หรูหราเท่ากับครั้งงานเลี้ยงที่จวนสกุลหนานกง แต่ก็ยังอยู่ในชุดรัดกุมมิดชิด ดูทะมัดทะแมงและแสดงถึงความเป็นมืออาชีพได้อย่างดี


หนานกงหล่างได้แต่เอาใจช่วยหญิงสาว ด้วยตระหนักดีว่านางเองก็นับเป็นหนึ่งในครอบครัวเชื้อพระวงศ์เหล่านี้เช่นเดียวกัน แม้จะอยากออกหน้าช่วยเหลือให้มากกว่านี้ แต่ก็ไม่อาจพูดจาสอดแทรกหมิงอ๋องจนเป็นการเสียมารยาทได้


“อาหารทั้งหมดนี้น่าประทับใจอย่างยิ่ง เปิ่นหวางไม่เคยพบพานรสชาติใดมีเอกลักษณ์ถึงเพียงนี้มาก่อน ออกจะชื่นชอบหนังเป็ดนั้นเหลือเกิน กุ้งมังกรก็รสชาติจัดจ้านแปลกเสียจริง เปิ่นหวางมักได้ลิ้มรสอาหารทะเลแบบอ่อน ๆ ไม่คิดว่าวัตถุดิบเช่นนี้จะสามารถปรุงรสให้หนักโดยไม่สูญเสียความเป็นธรรมชาติได้ด้วยคุณชายคังเห็นด้วยหรือไม่”


เป็นอีกครั้งที่หมิงอ๋องพูดคุยกับคังเค่อเหิงอย่างสนิทสนมทั้งที่เพิ่งพบกันหนแรก ดูอย่างไรก็ไม่ธรรมดา ปกติแล้วฝ่ายชนชั้นพ่อค้าต่างหากที่ควรจะเข้าหา มิใช้ฝ่ายเชื้อพระวงศ์โน้มลงมาถึงเพียงนี้


ดวงตาสีอำพันตวัดมองหญิงสาวอย่างล้ำลึกอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากได้รูปบิดเป็นรอยยิ้ม เขารู้ว่านางมีเรื่องราวบางอย่างเล่าผ่านอาหารมื้อนี้ เห็นทีหากไม่ส่งเสริม คงน่าเสียดายที่จะปล่อยให้เรื่องดีงามจมหายไปพร้อมกาลเวลา “น่าทึ่งที่แม่นางเจียงนำเครื่องเทศเผ็ดร้อนมาใช้กับวัตถุดิบอาหารคนละภูมิภาค เบื้องหลังรสชาที่ปลายลิ้นคือพริกหอมใช่หรือไม่ หลายท่านคงโดนความอร่อยจูงใจจนลืมเลือนไปว่าที่แท้แล้วเป็นอาหารซึ่งปรุงจากกรรมวิธีของชาวตะวันตก เป็นวิธีพื้นเมืองของพวกท่านเอง เหิงกัง ซื่ออัน ฉางเฉิน ตั๋วเยี่ย ก็ล้วนใช้เครื่องเทศกับของป่าเช่นนี้”


“คาดไม่ถึงจริง ๆ ปกติวัตถุดิบชั้นสูงคนครัวมักจะปรุงด้วยวิธีอย่างภาคกลางเป็นหลัก คุณชายคังกล่าวได้ถูกต้องแล้ว” เจ้าเมืองตั๋วเยี่ยเอ่ยบ้าง เมื่อถูกกระตุ้นความทรงจำขึ้นมาก็รู้สึกว่าใช้พริกหอมจริง ๆ เสียด้วย


“เพราะหวางเย่เสด็จมาเยือนฝั่งประจิม หม่อมฉันจึงปรารถนาให้พระองค์ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารพื้นเมืองสักหน่อย ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศทั่วแคว้นที่ท่านเจ้าเมืองสวีเตรียมมาให้ เมื่อนำมาปรุงด้วยกรรมวิธีท้องถิ่นก็สร้างรสชาติอันมีเอกลักษณ์ได้ไม่ยาก เริ่มแรกหม่อมฉันได้เชื้อเชิญพระองค์ด้วยสุราก่านเซียงอันเป็นสุราจากเหิงกัง น่าทึ่งที่แม้ยามนี้จะติดภัยสงคราม แต่เบื้องหลังกำแพงนั้นก็ยังได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมเครื่องดื่มอันหาที่ไหนเทียบเคียงได้ยาก” เลี่ยงหลินอธิบาย


“เจ็ดมงคลคือตัวแทนของแคว้นเทียนหมิงซึ่งอยู่ภายใต้บารมีของฮ่องเต้ เพราะพระองค์ทรงปกครอง ปวงประชาจึงมีกินอุดมสมบูรณ์ จานต่อจากนั้นจึงเป็นการตอกย้ำว่า ณ ขณะนี้หวางเย่ทรงอยู่บนผืนแผ่นดินประจิมอีกครั้ง มิทราบว่าเคยลิ้มรสเต้าซี่[1]มาก่อนหรือไม่ เป็นของพื้นเมืองซื่ออัน รสเค็มหอมมันเข้มข้นยิ่งขับเน้นให้ความหวานกรอบของเนื้อกุ้งมังกรโดดเด่น”


“จริงแท้ นี่ถือเป็นวัตถุดิบอันน่าภาคภูมิใจของซื่ออันเลยเชียว” ชนชั้นสูงผู้หนึ่งกล่าวขึ้น คาดว่าเขาคงมาจากเมืองนั้นเป็นแน่


เลี่ยงหลินยิ้มกว้างส่งผลให้บรรยากาศรอบกายนางสว่างไสว รู้สึกใจชื้นขึ้นมา ดูเหมือนอาหารของนางจะได้รับการยอมรับจากหลายคนแล้ว “เป็ดย่างสมานมิตรจานนั้นเป็นอาหารที่จัดทำขึ้นพิเศษ” ด้วยความทรงจำของเจ้าของร่าง นางรู้ว่าโลกนี้ไม่มีอาหารเช่นเป็ดปักกิ่งมาก่อนจึงตั้งชื่อเองอีกครั้ง “น้ำจิ้มดำทำจากน้ำตาลเคี่ยว ใช้น้ำตาลอ้อยจากฉางเฉิน”


ทุกคนรู้ว่าฉางเฉิงคือแหล่งทำไร่อ้อยสำคัญแห่งหนึ่ง ทว่าเมื่อปล่อยให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาก็ไม่มีใครเห็นค่า เมื่อพูดกระตุ้นขึ้นมาทุกคนจึงนึกถึงอีกครั้ง


“เป็ดย่างสมานมิตร ชื่อน่ารักเสียจริง” หมิงอ๋องเอ่ยชม “มิตรในที่นี้ แม่นางเจียงคงหมายถึงเป็ด แผ่นแป้ง น้ำจิ้ม และผักซึ่งกินร่วมกันกระมัง”


“หวางเย่ทรงปรีชา ถูกแล้วเพคะ เป็ดชั้นดีวัตถุดิบจากเมืองหลวง หลอมรวมด้วยน้ำตาลจากฉางเฉิน ตั้งแต่จำความได้ในฐานะชาวฉางเฉิน ก็ซาบซึ้งในความปลอดภัยที่ได้อยู่บนแผ่นดินใต้การอารักขาของแคว้นเทียนหมิง ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่ว่าสงครามจะหนักหนาสาหัสอย่างไรหม่อมฉันก็เชื่อว่าพวกเราจะผ่านมันไปได้”


มือที่ที่กำจอกชาของคุณชายคังแน่นขึ้น หากมองไม่เห็นเจตนาของนางคงต้องกล่าวว่าเขาดวงตามืดบอดแล้ว เดิมนึกชื่นชมในความเข้มแข็งของนาง สตรีเพียงลำพังสร้างตัวมาได้ถึงเพียงนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ถือเป็นความน่าเสียดายและน่าสมน้ำหน้าหมิงหย่งเทียนผู้นั้นเสียสิ้น ทว่ายามนี้คังเค่อเหิงได้ประจักษ์ลึกซึ้งแก่ตัวเอง นางเก่งกาจอย่างยิ่ง อีกทั้งยังกล้าหาญสมกับความสามารถที่มีมิใช่เพียงความชื่นชมแล้ว เขาอยากได้ อยากได้บุคคลเช่นนี้ไว้เคียงกาย เป็นที่ปรึกษา เป็นเพื่อนคู่คิด ไม่ว่าอย่างไรการมีสหายรู้ใจเช่นนางสักคนหนึ่งในชีวิตล้วนควรค่า


หนานกงหล่างจ้องมองนางอยู่อย่างนั้น ราวกับสัตว์ป่าที่หลงใหลชื่นชมแสงจันทร์ เพราะนางดึงดูดเกินไป พลังชีวิตและความแน่วแน่ก็เจิดจ้าออกแบบนั้น ชั่วขณะหนึ่งเขายอมรับว่ามองเห็นเพียงตัวตนของสตรีที่มีนามว่าเจียงเลี่ยงหลิน นางหยัดยืนอย่างเท่าเทียมด้วยตัวของนางเอง ไร้บารมีของตวนอ๋องโดยสิ้นเชิง


ในอกของหมิงไท่หรงกำลังอื้ออึงด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขาไม่กล้าคิดว่าสตรีชาวบ้านผู้หนึ่งกำลังชักจูงเขาไปสู่บทสนทนาเรื่องอะไร หากเป็นสตรีในรั้ววังอย่างเสด็จแม่ พระนางก็ยังมีกลวิธีหลบเลี่ยงและชักจูงบุรุษอย่างนิ่มนวล หากแต่นางซึ่งอยู่เบื้องหน้าเขากลับเป็นอีกอย่างที่ตรงกันข้าม จะนิยามอย่างไร นางมิได้เปิดเผยเจตนาของตนเองเสียด้วยซ้ำ แต่เป็นครั้งแรกที่นางกดดันเสียจนเขาตระหนักว่าตนคือใคร ภาระหน้าที่ของแผ่นดินนี้ทั้งหมดล้วนเป็นเขาผู้มีสายเลือดขัตติยะทั้งนั้น “แม่นางเจียงมาจากฉางเฉิน คงทราบแล้วว่าในเมืองนั้นมีกองทัพหลวงตั้งค่ายอยู่”


“เพคะ แม้เมืองตั๋วเยี่ยปิดอยู่อย่างนี้ แต่น่ายินดียิ่งที่สินค้าจากเมืองเหล่านั้นยังมาถึง จนกระทั่งปรุงเป็นอาหารมื้อนี้ได้”


เหล่าคหบดีต่างสะอึกราวปลาขาดน้ำ เจ้าเมืองตั๋วเยี่ยพลันเหงื่อตก แม่นางน้อยผู้นี้เก่งกาจเกินไปแล้ว เพียงแค่เรื่องที่เขาคิดไม่ตกมานานนางยังพูดเสียจนหลายชีวิตกระอักเช่นนี้


สวีจงหรานเจ้าเมืองตั๋วเยี่ยไม่ปฏิเสธว่าที่ตนปิดเมืองนั้นไร้เมตตา แต่ภาระความรับผิดชอบของเขานั้นมีมากว่าที่คำนึงถึงเรื่องนั้นได้ หากทำการค้าของเมืองล่มสลายแบบอันซุย คาดว่าฮ่องเต้คงไม่เหลือศีรษะของเขาให้ประดับอยู่บนคอ


“หม่อมฉันเห็นว่าหวางเย่ทรงโปรดข้าวผัด หากจะทรงให้หม่อมฉันเล่าความเป็นมาของอาหารจานนี้ถวายได้หรือไม่เพคะ” หญิงสาวทูลขอ


หมิงอ๋องพยักหนา จิตใจจดจ่ออยู่กับนางจนแทบลืมเลือนทุกสิ่ง


“หม่อมฉันเคยได้ฟังมาว่า นานมาแล้วแม่ทัพและท่านทูตได้รับภารกิจจากพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ผู้ครองแคว้นฮั่นให้ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นต่าง ๆ กระทั่งพวกเขาได้เดินทางไปถึงดินแดนของเผ่าซงหนู และใช้เวลาผูกมิตรกับชาวเผ่าใกล้เคียงนับสิบปี อาหารหลักของชาวเผ่านั้นคือข้าว ดังนั้นเมื่อนำมาปรุงอาหารจึงมีการคิดค้นกรรมวิธีที่จะทำให้ดึงความอร่อยของข้าวออกมาได้มากที่สุด นั่นคือการใช้ข้าวผัดกับไข่เพียงเท่านั้น ให้ไข่แดงอันเข้มข้นห่อหุ้มเมล็ดข้าวจนทั่ว ผู้ปรุงต้องใช้กำลังกายในการสะบัดกระทะให้ความร้อนถ่ายเททั่วถึง และต้องใช้กระทะเหล็กเท่านั้นจึงจะได้กลิ่นหอมของเหล็กที่นาบไข่ภายนอกเมล็ดข้าว”


“อาหารเรียบง่าย แต่วิธีทำยุ่งยากถึงเพียงนี้เชียวหรือ” คังเค่อเหิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา ทักษะระดับนี้ไม่ใช่ใครจะทำเลียนแบบได้ง่าย ๆ ต่อให้เขาจดสูตรของนางไปให้คนครัวที่ต้าเยี่ยน จะได้กินหรือเปล่ายังไม่รู้เลย


“ชะตากรรมของข้าวผัดเป็นอย่างไรเล่า มาถึงแผ่นดินฮั่นอย่างไรต่อจากนั้น” หมิงอ๋องรับสั่ง


ไม่มีใครสนใจว่าพระเจ้าฮั่นอู่ตี้คือใคร แผ่นดินฮั่นตั้งอยู่ทิศไหน ทุกคนล้วนสนใจแต่เพียงหญิงสาวผู้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้ออกมาอย่างมั่นใจ “ทั้งแม่ทัพและท่านทูตเดินทางกลับบ้าน ทั้งสองได้นำองค์ความรู้จากต่างแดนมาถ่ายทอดให้แก่ชาวเมือง หนึ่งในนั้นคือข้าวผัดที่พวกเขาชื่นชอบอย่างมาก ไม่ว่าใครได้ลิ้มลองก็ติดใจ และข้าวผัดนี้ยังเป็นรายการอาหารอย่างแรกในตำรับอาหารหลวงซึ่งต้องมีเสมอเมื่อมีการจัดโต๊ะเลี้ยงอาหาร”


“เป็นเช่นนี้นี่เอง ไม่ธรรมดาเลย”


“ภายหลังถูกตั้งชื่อว่าเป็นข้าวผัดทองคำ หากจะกล่าวถึงจุดกำเนิดของข้าวผัดนี้เกิดจากมิตรไมตรี เพราะพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ทรงบุกเบิกเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าแห่งประวัติศาสตร์ซึ่งทอดยาวจากขอบสมุทรตะวันออก ข้ามผ่านทะเลทรายสู่ซีกโลกตะวันตก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พระองค์ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาราช”


“กษัตริย์พระองค์นี้เปิ่นหวางมิคุ้นชื่อมาก่อน”


“เป็นเรื่องราวปรัมปราของดินแดนอันห่างไกล ไม่แปลกที่หวางเย่จะไม่เคยได้ยินเพคะ” เลี่ยงหลินกล่าว


“กษัตริย์ผู้เชื่อมโยงแผ่นดินตะวันออกและแผ่นดินตะวันตกเช่นนั้นหรือ” คุณชายคังพึมพำ ดวงตาของเขาหมายมาดด้วยความรู้สึกบางประการ


“เหิงกัง ฉางเฉิน ซื่ออันเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ เหล่าไพร่ฟ้าต่างมุ่งหวังจะอาศัยบารมีของท่าน พวกเขามิควรค่าแก่การได้รับไมตรีนั้นเช่นกันหรือเพคะ หรือพวกเขาสมควรต้องถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ต่อสู่ตามลำพัง” ไร้คำตอบ หากแต่ทุกประโยคจากนางกำลังตีกระหน่ำลงในจิตใจของทุกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อให้เป็นคนร้ายกาจเพียงไร เมื่ออยู่ต่อหน้าคำปราศรัยเช่นนี้ บรรยากาศเช่นนี้ ก็อดสั่นไหวในจิตใจมิได้ “หม่อมฉันรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงคนครัวผู้หนึ่งมิมีความสามารถแก้ไขปัญหาใด และไม่อาจเอื้อมจะขอตกรางวัลเป็นการเปิดประตูเมืองตั๋วเยี่ย หากแต่หม่อมฉันอยากขอพระราชทานความเห็นใจจากหวางเย่ให้ทรงรับเรื่องนี้ไปทบทวน สุดท้ายแล้วแม้จะทรงพิจารณาอย่างไรเหล่าบัณฑิตและชาวเมืองล้วนน้อมรับในการตัดสินพระทัย”


คังเค่อเหิงลอบยิ้มนางรุกฆาตแล้ว โยนความหวังไว้ที่หมิงอ๋องเต็ม ๆ เช่นนั้น จะกล้าตัดสินเป็นอื่นให้ประชาชนสาปส่งได้หรือ


ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตนจนบัดนี้ หมิงอ๋อง หมิงไท่หรง เพิ่งเคยรู้สึกว่าตนจนแต้มต่อหน้าสตรีเพียงผู้หนึ่ง หากแต่เขากลับไม่รู้สึกขัดเคืองเลย เพราะนางกล่อมเสียจนเขาเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำคือสิ่งที่ถูกต้อง


ดวงเนตรของผู้สูงศักดิ์ทอดมองร่างบางอยู่อย่างนั้น ราวกับเนิ่นนาน เจียงเลี่ยงหลินหรือ สตรีโดดเด่นเช่นนี้อ้อ เขากำลังจะนำขนมจากร้านของนางไปให้เสด็จพ่ออยู่แล้ว อีกไม่นาน ความสามารถของนางก็จะนำพาให้นางได้พบกับเขาอีกครั้ง


หลังจากหมิงอ๋องเสด็จกลับเมืองหลวงไม่กี่วันก็มีคำสั่งจากเจ้าเมืองตั๋วเยี่ยให้เปิดประตูเมือง พร้อมข่าวสะพัดเรื่องภายในงานเลี้ยงรับรองหมิงอ๋องซึ่งเกิดขึ้น เหล่าบัณฑิตหน้าใหม่เริ่มแวะเวียนมาที่ร้านเจียงจี่ บ้างปราศรัย บ้างอุดหนุน แม้เล็กน้อยแต่ก็ทำให้ฐานเสียงนิยมของร้านเพิ่มขึ้นอย่างแน่นแฟ้น


เลี่ยงหลินจ้างหลงจู๊อย่างที่คุณชายคังแนะนำ ซึ่งเมื่อหนานกงหล่างรับทราบก็รีบส่งคนมาจากสมาคมการค้ากลางเพื่อให้เลือก ไม่ยินยอมให้นางเสี่ยงไปจัดหาเอง ท่าทีที่เขามีต่อเลี่ยงหลินเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดูเกรงอกเกรงใจมากขึ้น อีกทั้งปฏิบัติกับนางเหมือนคนที่เท่าเทียมกัน


อย่ากล่าวว่าเลี่ยงหลินรู้ได้อย่างไร นางสัมผัสได้จากสายตา สีหน้า ท่าทาง เดิมเขาปฏิบัติเหมือนนางเป็นสตรีที่ไม่มีแรงแม้จะเชือดไก่ แต่ตอนนี้แม้จะถนอม แต่ก็ไม่ค่อยทัดทานอะไร บางวันยังมานั่งจิบชาที่ร้านเจียงจี่พูดคุยเหมือนขอคำปรึกษาจากนางเสียอย่างนั้น


แต่โดดเด่นมากไปก็ไม่ใช่จะมีคนไม่ชัง เริ่มเกิดเสียงเล่าลือสะพัดว่าเถ้าแก่เนี้ยร้านเจียงจี่กล้าเกินหญิง ผิดจารีต ท้องไม่มีสามี ซ้ำร้ายยังปฏิบัติตนไม่สำรวม เกาะแกะคุณชายหนานกงและคุณชายคัง


แม้เลี่ยงหลินจะใช้เวลาพักผ่อนเตรียมคลอดหลังจากมีหลงจู๊ดูแลร้านแทนแล้ว ก็ยังได้ยินข่าวลืออันทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจนี้ ในสังคมชิดใกล้ ข่าวเสียหายสามารถทำลายชื่อเสียงได้ไม่น้อย นางกลัวว่าจะส่งผลกระทบกับร้านเจียงจี่ ที่เลวร้ายที่สุดคือถ้าข่าวนี้ยังไม่หยุด จนกระทั่งพานให้ลูกของนางโดนรังเกียจไปด้วยจะทำอย่างไร


ทางด้านร้านค้าสกุลคัง


สำหรับเขาที่เป็นบุรุษนั้นเรื่องแบบนี้ไม่ส่งผลเสียอันใด หากแต่ฝ่ายเสียหายที่เป็นเจียงเลี่ยงหลินต่างหากที่ทำให้อดห่วงไม่ได้


“เอาเงินนี้ไปให้หนานกงหล่าง บอกใช้สายข่าวของเขาทำให้เรื่องนี้เงียบโดยด่วน”


คนสนิทรับถุงเงินและลอบมองสีหน้าผู้เป็นนายอย่างไม่เชื่อสายตา นายของตนถึงกับจ่ายทองเพื่อสตรีผู้หนึ่งที่มิได้เป็นอันใดกันถึงเพียงนี้เลยหรือ


“ขอรับแต่ข้าน้อยเกรงว่าเรื่องนี้เป็นข่าวลือของพวกชาวเมือง สายข่าวของสกุลหนานกงคงจะควบคุมคนธรรมดาไม่ได้นัก”


“อย่างไรก็ต้องมีต้นข่าว คหบดีที่เสียผลประโยชน์เพราะเจ้าเมืองตั๋วเยี่ยเปิดประตูนั้นมีไม่น้อย หลินเอ๋อร์จะคลอดแล้ว จะให้นางกระทบกระเทือนจิตใจได้อย่างไร” ชายหนุ่มกล่าว ดวงตาสีอำพันดูเปี่ยมอำนาจอย่างยิ่ง เขาจำต้องกลับต้าเยี่ยนเต็มทีแล้ว หากสะสางเรื่องนี้ไม่ได้คงจากไปอย่างพะวง


“เหล่าเหนียนว่าอย่างไร ส่งข่าวมาหรือยัง” เจ้าตัวถามต่ออย่างร้อนใจ ให้คนสนิทส่งสารกลับไปก็ยังไม่ได้คำตอบ


“เพิ่งมาถึงเมื่อครู่ขอรับ จัดเตรียมเรือนอิงฮวาเรียบร้อยพร้อมอยู่ ด่านสู่กั่วทางโล่งแล้ว นายท่านเดินทางทางน้ำเร็วที่สุดกระทั่งคนของตวนอ๋องก็ไม่รู้สึกแน่นอน”


“อีกไม่นาน รอนางคลอดเท่านั้น” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น ขัดกับท่าทีร้อนรนเมื่อก่อนหน้ายิ่งนัก


กลางฤดูร้อน อากาศปลอดโปร่ง ในที่สุดก็ถึงกำหนดคลอด


เลี่ยงหลินปวดท้องตั้งแต่เข้า ลุกไปไหนไม่ได้จึงได้แต่นอนรอกับเตียง ระหว่างที่ป๋าไห่ไปตามหมอตำแย


“นายหญิงหายใจช้า ๆ เจ้าค่ะ” จิ่งหลิวแนะนำเมื่อเห็นร่างบงนอนหอบกระชั้น เหงื่อชุ่มล้อมกรอบหน้าเต็มไปหมด ไม่รู้อย่างไรช่วงสายเมื่อหมอตำแยมาถึงไม่นาน กลับปรากฏร่างคุณชายหนานกงและคุณชายคังทั้งที่ไม่มีใครไปแจ้งข่าว


“แม่นางเจียง”


“หลินเอ๋อร์”


สองเสียงแทบจะแข่งกันมา เลี่ยงหลินที่เหงื่อโชกไปทั้งตัวไม่พร้อมจะเจอหน้า จึงได้แต่ให้จิ่งหลิวออกไปต้อนรับแขก


“คารวะคุณชายคัง คุณชายหนานกงเจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ย “นายหญิงปวดท้องหนักมากไม่สะดวกพบคุณชายทั้งสอง จึงวานบ่าวมาเรียนขออภัยเจ้าค่ะ”


“นางเจ็บขนาดนี้น่าจะคลอดอยู่แล้ว ข้าอยากอยู่เป็นเพื่อนนาง” คุณชายคังกล่าวขึ้นก่อน ทำเอาจิ่งหลิวตาโต ใครไปแจ้งข่าวแก่เขากันว่านายหญิงจะคลอด


“ท้องแรก แม่นางเจียงอยู่ตัวคนเดียว มีมิตรสหายมาอยู่ด้วยสักหน่อยนางจะได้ไม่หวาดกลัวเกินไป” หนานกงหล่างเอ่ยเสริม เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มไม่ขัดแย้งกับคังเค่อเหิง


จิ่งหลิวอับจน จึงได้แต่พาคุณชายทั้งสองไปนั่งห้องรับรองบนชั้นสาม ไม่กล้าให้เข้าไปถึงห้องส่วนตัวของนายหญิง


“คุณชายหนานกงทราบเรื่องไว สมกับที่ค้าขายข่าว” บรรยากาศท่ามกลางโต๊ะรับรองเหมือนมีกลิ่นอายประหลาดลอยอวล กาน้ำชาที่กั้นกลางระหว่างบุรุษทั้งสองคล้ายไม่ช่วยให้ใจเย็นลง


“คุณชายคังค้าขายเครื่องกระเบื้องยังรู้เรื่องฉับไวไม่แพ้ใคร นี่ซีน่ายกย่อง” หนานกงหล่างจิบชาอย่างใจเย็น ริมฝีปากได้รูปบิดเป็นรอยยิ้มราวกับพึงใจหนักหนา “แม่นางเจียงฝีมือดีขึ้นอีกแล้ว แม้จ้างหลงจ๊ดูแลร้านยังคิดสูตรขนมและเครื่องดื่มใหม่ ๆ มาเติมมิได้ขาด”


ป๋าไห่ที่ส่งหมอตำแยเข้าไปในห้องเดินออกมาคอยรับใช้แขกทั้งสองด้วยสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ นี่เขาทำบาปทำกรรมอันใด นายหญิงก็เจ็บท้องหนักออกแบบนี้ยังไม่ได้ไปดูแล ยังต้องมาคอยเฝ้าคุณชายทั้งสองมิให้ล้มโต๊ะกันไปก่อน


แม้จะมีบรรยากาศมาคุ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหนานกงหล่างและคังเค่อเหิงสามารถนั่งอยู่ด้วยกันได้จนตกค่ำ


เลี่ยงหลินเจ็บท้องหน่วงอยู่ทั้งวันจนกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนสีจึงได้ยินเสียงหมอตำแยบอกให้เริ่มเบ่ง


เหงื่อไหลพลั่กล้อมกรอบหน้าขาวเนียนราวกับตาน้ำผุด จิ่งหลิวช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางสวมใส่สบายตั้งแต่เช้าแล้ว เพิ่งรู้ว่าช่วงก่อนคลอดลูกทรมานออกปานนี้ ทำเอานางนึกขยาดไปเลย


“แม่นางเจียงเบ่งเจ้าค่ะ”


ได้ยินเสียงหมอตำแยนับจังหวะ ช่วยกำหนดลมหายใจให้เลี่ยงหลินก็ได้แต่ทำตาม เวลานี้ร้อนใจไปหมดจนสงบใจไม่ได้ ได้ยินเสียงพี่เหิงและคุณชายหล่างแว่ว ๆ จากนอกห้องทว่าฟังไม่ได้ศัพท์ นางพยายามไม่กัดปาก กลัวจะทำตัวเองเป็นแผล ผลลัพธ์ที่ได้คือกำลังร้องลั่น


แล้วจากนั้นเสียงเด็กร้องก็ดึงประสาทการรับรู้ของเลี่ยงหลินกลับมาอีกครั้ง เหมือนสลักที่ถูกปิดกั้นโดนดึงออก ทุกสีสันรอบตัวพร่าพรายไปหมด จับจ้องแต่เพียงร่างแดง ๆ ที่ร้องจ้า อึดใจหนึ่งหมอตำแยจึงจัดการเรียบร้อยแล้วส่งห่อผ้านวมนุ่ม ๆ พันก้อนแป้งน้อยมาให้


“เป็นคุณหนูเจ้าค่ะ”


เด็กผู้หญิงหรือ เลี่ยงหลินบรรยายความรู้สึกนาทีนั้นไม่ถูก นางจินตนาการมานานแล้วว่าอยากมีลูกสาว แต่งตัวสวย ๆ เหมือนเจ้าหญิง แล้วทำของอร่อยให้กิน หน้าผากของเจ้าตัวเล็กยังเป็นรอยย่นเพราะแช่อยู่ในน้ำคร่ำ หญิงสาวรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาในหัวใจ รู้สึกว่าในอ้อมแขนซึ่งกำลังประคองนี้คือสิ่งล้ำค่าซึ่งไม่ว่าชีวิตในโลกก่อนหรือโลกนี้ก็ไม่อาจทดแทนได้


เวลานั้นแขกทั้งสองได้รับอนุญาตจากหมอตำแยให้เข้ามาแล้ว ภายในห้องถูกนำอ่างน้ำและผ้าเปื้อนเลือดออกไป


ดวงตาคู่สวยเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืนของกลางฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราย “ชิงฉวี”


“ตั้งชื่อนี้หรือ ไพเราะเหลือเกิน” คังเค่อเหิงเอ่ยขณะที่นั่งลงข้างเตียง เช่นเดียวกับหนานกงหล่าง


นางดูเหนื่อยอ่อน กระนั้นประกายในดวงตายังคงงดงามและเปี่ยด้วยพลังชีวิต


เลี่ยงหลินพยักหน้า “ชิงชิงน้อยเหมืองดวงดาวเล็ก ๆ ที่ส่องสว่าง”


ชายหนุ่มยิ้มรับ ดูเหมือนว่าเด็กน้อยคนนี้จะมีชื่อจริงว่าชิงฉวี และชื่อเล่นว่าชิงชิง


หนานกงหล่างมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่อาจนิยามได้ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อแม่นางเจียงเรียกว่าอะไร


“หลินเอ๋อร์ กลับต้าเยี่ยนกับพี่หรือไม่” คังเค่อเหิงเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร เขาจัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว “อยู่ที่นั่นเจ้าไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข่าวลือเสียหาย”


บุรุษอีกคนกลั้นหายใจ ไม่อยากเชื่อว่าคังเค่อเหิงจะทำเรื่องสุ่มเสี่ยงถึงเพียงนี้


เลี่ยงหลินทั้งเหนื่อยอ่อน ทั้งประหลาดใจ “พี่เหิง เรามิได้เป็นอะไรกันจะให้ไปรบกวนพี่ถึงเพียงนั้นได้เช่นไร”


“พี่อยากจ้างคนครัว เจ้าไปเป็นแม่ครัวให้พี่เถิด อยู่ต้าเยี่ยนห่างไกลความวุ่นวาย ไม่ต้องห่วงกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”


คำพูดนั้นจี้ความกังวลใจของเลี่ยงหลินอย่างตรงจุด ข่าวลือเหล่านั้นแม้จะซาลงแล้วแต่นานครั้งก็ยังมีคนพูดแว่ว ๆ ให้ได้ยินบ้าง เรื่องเสื่อมเสียคนลืมยาก เมื่อก่อนนางตัวคนเดียวไม่เป็นไร แต่ยามนี้มีลูกเกิดมาแล้ว นางไม่อยากให้ชิงชิงด้ยินเรื่องพวกนี้เลย ข้อเสนอของพี่เหิงนับว่าน่าสนใจอยู่ แต่นางห่วงนายอำเภอเจียงเหลือเกิน


“แม่นางเจียง สายข่าวรายงานมาแล้วว่านายอำเภอเจียงน่าจะมีชีวิตอยู่ ตวนอ๋องกำลังวางแผนการรบเพื่อช่วยเหลือเชลยที่ติดอยู่ในเหิงกัง” หนานกงหล่างที่ไม่มีเหตุผลใดมารั้งเลือกที่จะพูดเรื่องบิดาของนางขึ้นมา


ดวงตาอันงดงามหลุบลง หากพาชิงชิงกลับฉางเฉินน่าจะหนีข่าวลือได้เช่นกัน ร้านทางนี้ให้หลงจู๊คอยดูแลก็น่าจะเพียงพอ


ร่างสูงของคังเค่อเหิงแผ่ไอทะมึน กระทั่งองครักษ์เงาของตวนอ๋องยังระแวดระวังมากขึ้น หยางเอ้อร์หมายหัวไว้ล้วว่าจะรายงานท่านอ๋องไม่ให้ตกหล่นสักประเด็น


หลังจากคุยจนมั่นใจแล้วว่าเลี่ยงหลินจะรอบิดา หนานกงหล่างจึงตัดสินใจลากลับ เหลือเพียงคังเค่อเหิงที่ยังคงชวนคุย ดูแลหญิงสาวอยู่แบบนั้นจนจิ่งหลิวรู้สึกกระอักกระอ่วน กระทั่งถ้วยยาบำรุงเขายังตั้งท่าจะรับไปทำเองจนนายหญิงยอมจำนน ต้องพยักหน้าให้จิ่งหลิวหลีกทาง


“พี่เหิง อีกเดี๋ยวข้าจะให้นมชิงชิง หากไม่ว่าอะไรพี่กลับไปก่อนได้หรือไม่” เลี่ยงหลินเอ่ยออกมาตามตรง


ชายหนุ่มตวัดมองร่างบางครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้คงไม่ได้มาหาเจ้าแล้ว เดิมตั้งใจว่าชวนเจ้าแล้วหากตกลงก็จะกลับต้าเยี่ยนเลย”


นางรู้สึกใจหายอยู่บ้าง แต่ละวันที่อยู่ตั๋วเยี่ยก็ได้เขาเป็นเพื่อน


คล้ายกับมีความอาวรณ์ระว่างเขาอยู่ คังเค่อเหิงไม่เคยผิดหวังจากสิ่งใดมาก่อน อีกทั้งความรู้สึกที่มีต่อนางยังไม่ชัดเจน หากแต่ความคิดที่อยากจะพานางกลับไปด้วยและดูแลนั่นคือเรื่องจริง


มือใหญ่ล้วงเอาป้ายหยกที่เหน็บไว้ในสาบเสื้อออกมา หยกสีเขียวเข้มแบบที่เรียกว่าหยกจักรพรรดิห้อยพู่สีเหลืองสว่างถักเป็นเงื่อนงดงามวางลงบนมือเรียวบาง


เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่รู้ว่านางคู่ควรที่จะมอบให้ “เก็บไว้ติดตัว ข้าจะรีบกลับมาจากต้าเยี่ยน”


ในความทรงจำของเจ้าของร่าง หยกจักรพรรดิคือราชาของหยก ราคาแพงที่สุด นางไม่ควรรับไว้ “พี่เหิง”


“หลินเอ๋อร์ จะปฏิเสธให้เสียน้ำใจหรือ เจ้าจงเก็บเอาไว้”


เลี่ยงหลินพูดไม่ออก กำรอบสัมผัสเย็นจากหยกสูงค่าเอาไว้


“หากมีปัญหาอะไรก็ไปแจ้งที่ร้านค้าสกุลคังได้ทุกแห่ง” เขาว่า


เจ้าตัวพยักหน้าช้า ๆ ไม่กล่าวอันใด นางคิดว่ามองสายตาของเขาออก หากแต่ความไม่ชัดเจนของนางนี้ ก็นับว่าไม่ยุติธรรมแก่เขาเช่นกัน


ทางต้านตวนอ๋อง


“ให้คำสั่งบุก”


นับจากได้รับจดหมายรายงานจากหยางอีและหยางเอ้อร์ ชาวหนุ่มก็รวมกำลังบุกเมืองทันที ท่านหญิงน้อยถือกำเนิดแล้วใจคอคงอยากเห็นหน้าสุดกำลัง


กำแพงเมืองเหิงกังไม่หลงเหลือความยิ่งใหญ่ ปราการหินอันแข็งแกร่งถูกทำลายด้วยจุดระบายน้ำเล็ก ๆ เพียงจุดเดียว หลายร่างแทบไม่เชื่อสายตา เมื่อตวนอ๋องสั่งให้ลอบวางระเบิดตรงนั้น เสียงดังกัมปนาทคล้ายฟ้าถล่ม พวกคนเถื่อนแตกระส่ำระสายทันที


กองกำลังภายในเหมือนหนูติดจั่น กองทัพซึ่งนำโดยแม่ทัพหาน และแม่ทัพหยาง วางกำลังดักไว้โดยรอบ เนื่องจากท่านอ๋องมีรับสั่งไม่ให้ปล่อย ดังนั้นคนเถื่อนรายใดก็อย่าหวังหนีหลุดไปได้


ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ควบอาชาฝ่าเข้าไปในเมืองพร้อมพลบุก ไม่สนใจรั้งอยู่ด้านหลัง ต่อสู้จนกระทั่งถึงจุดที่มีการสืบข่าวจนแน่ใจแล้วว่าเป็นแหล่งกักขังเชลย


ตกค่ำ จนล่วงเลยเที่ยงคืน


เสียงแตรเขาสัตว์ให้สัญญาณในสมรภูมิดังก้อง ตัดผ่านเถ้าถ่านและเศษธุลีจากระเบิด หานซิ่นตีกระหาบเข้ามา พยายามไปสมทบตวนอ๋องที่กลางจัตุรัสเมือง


ตอนที่เขามาถึงเป็นตอนที่อาเสอข่านเพลี่ยงพล้ำลงแล้ว ร่างนั้นทรุดลงเบื้องหน้าตวนอ๋องพร้อมคมดาบเหล็กส่องประกายกร้าวพาดคอ


เหล่าทหารกองกิเลนล้อมกรอบจับกุมตัวอีกฝ่ายเอาไว้


เขาได้ยินมันผู้นั้นสบถเป็นภาษาของเผ่าหลูยาวเหยียด มองเลยออกไปอีกฟากของถนนเห็นพวกทหารช่วยตัวประกันซึ่งเป็นชาวเมืองออกมา


ท้องฟ้าเบื้องบนแต้มพรายด้วยดวงดาวดารดาษเรียงราย ร่างสูงของหมิงหย่งเทียนเดินเหยียบย่างท่ามกลางซากปรักหักพัง ราวกับเทพสวรรค์


“หวางเย่” หานซิ่นไม่อาจเอื้อนเอ่ย ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง


เช่นเดียวกับหยางคุนซึ่งกระพริบตาถี่หลายครั้ง ไม่อาจสรรหาคำใดเทิดทูนความสง่างามของบุรุษผู้นี้ ราวกับมิใช่สายเลือดตระกูลยางเช่นเดียวกันแม้แต่น้อย ราวกับอีกฝ่ายเกิดมาเพื่ออยู่เหนือทุกผู้คน ชิงชัยในศึกใหญ่ด้วยเวลาเพียงสี่เดือนเช่นนี้


“หานซิ่น ท่านน้าพวกเรากลับบ้านกันได้แล้ว”

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

เต้าซี่[1] - ถั่วดำหมักคล้ายเต้าเจี้ยว แต่มีกลิ่นหอม และรสชาติเข้มข้นมากกว่า

 

 

 


Talks- ตอนนี้คือสุดท้ายของเล่มหนึ่งที่ไรต์จะลงให้อ่านนะคะ เล่มจริงและอีบุคจะวางแผงราวปลายเดือนพฤษภาคมค่ะ สำหรับเล่มสองไรต์จะมาให้อ่านเร็วนิดนึง จะเริ่มลงในวันที่ 10 พ.ค. นะคะ ลงตอนที่ 41-68 ค่ะ ส่วนตัวไรต์ไม่กลัวว่าคนอ่านจะเดาทางได้นะคะ เพราะช่วงตอนที่ 29-40 ที่เจอหลัว มันเป็นอะไรที่ฟินจิกหมอนมาก รับประกันเลย 55555

รูปอาหารโต๊ะจีนจะมาท้ายตอนนี้ค่ะ

ข้าวผัดทองคำ

เป็ดปักกิ่ง



หลัวไปรบโปรดเข้าจัยยย


ละครฉากเล็ก ๆ จากบทที่ 29-40

อ๋อง : สนมรัก เปิ่นหวางคิดว่ากินอาหารที่เจ้าทำแล้วออกจะอิ่มไปสักหน่อย มาช่วยเปิ่นหวางคลายสายรัดเอวได้หรือไม่

หลิน : O_O

#หลัวมาแล้ว #ภารกิจอ่อยเมีย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.418K ครั้ง

7,906 ความคิดเห็น

  1. #7844 555 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 22:03

    พระเอกค่าตัวแพงจริงๆ

    #7844
    0
  2. #7838 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 12:05
    อยากฉากที่ตวนอ๋องอ่อยเมียแล้วฟิน

    แต่ตวนอ๋องยังมีพระชายาเอกและชายารองที่เลวและมีอำนาจอยู่น่ะ

    ตวนอ๋องต้องจัดการเรื่องนี้ก่อน
    #7838
    0
  3. #7434 MAYzaa (@pung_may) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 02:24
    ตอนสุดท้ายแล้วววว อีก6วันเท่านั้นหนังสือก็ออกแล้ว จะทนได้ไหม ดีใจที่ไม่ได้รอนาน เสียใจที่เราเจอเรื่องนี้กันช้าไป เป็นเรื่องที่ชอบมากไรท์บรรยายได้ละมุนมากชอบสุด จะรอเล่มอย่างใจจดใจจ่อเลยนะคะ
    #7434
    0
  4. #7015 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 09:57
    ได้ค่ะหลัว
    #7015
    0
  5. #6993 MBLoveGot7 (@JanejiraSuttan1) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 15:46
    อยากได้หนังซื้อแล้ววว
    #6993
    0
  6. #6612 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 04:30
    นางเอกเหมือนพวกทำเควสแล้วดรอปไอเทมเป็นแท่งหยกอะ ได้มาหลายแล้ว55555555
    //ปล.เราลุ้นให้พระนางเจอกันจนเหน่ยแล้วค่ะ
    #6612
    0
  7. #6589 แซฟฟรอน (@na-deer) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:54
    หนังสือจะออกขายตามร้านหนังสือห้างไหมคะ? อยากได้มากค่ะ แต่ว่าไม่ชอบซื้อแบบอีบุ๊คเท่าไหร่ อยากได้เป่นเล่มมากกว่า 😭😭
    #6589
    0
  8. #6517 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 17:39
    ท่านอ๋องรีบมาก่อนที่เมียท่านจะถูกหลัว2ชิงเอาไปเสียหรอก
    #6517
    0
  9. #6265 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:31
    รอคอยสิ้นเดือนอย่างใจจดใจจ่อ ไรท์ขาาา อีบุ๊คมารึยังคะ ใจจะขาดแล้ววว
    #6265
    0
  10. #6168 Amm'vip (@ammchun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 17:58
    กว่าจะได้เจอกันนนนนนนT____T
    #6168
    0
  11. #6150 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 14:55
    กรรมผู้มาติดเยอะฝุดๆ อิอ๋องรีบมาโว้ยยยย
    #6150
    0
  12. #5832 yomi_paopao (@yomi_paopao) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:50
    ขออีบุ๊คนะ
    #5832
    0
  13. #5831 yomi_paopao (@yomi_paopao) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:50
    รอเก็บเงินซื้อเลยค่ะ ชอบมากๆๆๆ มาไวๆนะ รออยู่จ้า
    #5831
    0
  14. #5641 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:36
    สงสารพี่ปีเตอร์อะ
    #5641
    0
  15. #5567 pochaneetub (@pochaneetub) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 11:40

    ทำไมไม่มีบทที่29-40ทำไมข้ามมา41เลยอ่านแล้วงง

    #5567
    1
    • #5567-1 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 29)
      13 พฤษภาคม 2562 / 17:50
      ให้อ่านในหนังสือครับ ติดลิขสิทธิ์ สำนักพิมพ์คงให้อ่านแค่นี้
      #5567-1
  16. #5566 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 10:47
    ขอบคุณค่ะ
    #5566
    0
  17. #5324 kikijajakiki (@kikijajakiki) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:47
    หยางอีคงรายงานแค่ข้อเทจจริง

    แต่หยางเอ้อน่าจะใส่ความเห็นลงไปอีกแน่ๆ ท่านอ๋องถึงด่วนบุกขนาดนั้น 555
    #5324
    0
  18. #5322 pukamm (@pukamm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 23:14
    อยากได้เล่มแล้ว มาเร็วๆได้ไหมคะ
    #5322
    0
  19. วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 18:09
    😊😊😊
    #5316
    0
  20. #5303 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 11:39
    อยากได้เล่มเเล้ววววว กรี๊ดดๆๆๆ ลูกก็คลอด เมียก็มีผู้ชายชวนไปอยู่ด้วย พี่อ๋องต้องรีบสุดชีวิต ต้นเหตุที่ทำให้เสียเวลาต้องชดใช้ กร้าวใจเหลือเกิน แง้!!
    #5303
    0
  21. #5301 pp2548NICHA (@pp2548NICHA) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:11
    เค้าจะรอน้ะไรท์ วันที่10จะรีบมาอ่านเลย สู้ๆค่ะไรท์.
    #5301
    0
  22. #5274 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 19:22
    ทำไมพระเอกดูอ่อนจัง มีอะไรก็เชื่อแต่พ่อแม่ ฟังคำสั่งดี๊ดี จนทิ้งเมียตัวเองก็ทำ
    #5274
    0
  23. #5260 fancartoon (@fancartoon) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 02:17
    จะมาอัพต่อไหม มาต่อก่อนหนังสือออกได้ไหม ให้ดับกระหายหน่อย อยากได้แบบอีบุ๊คส์แต่ยังไม่ออกเลย ตอนแรกที่มี # ชายไร้ใจ ที่ไหนได้ ไม่ใช่หนิ แค่หลัวเป็นสายซึน แถมเป็นราชวงศ์ด้วย ถ้ารักเมีย เปย์เมียมากเกินทั้งๆที่ไม่มีใครหนุนหลัง มีหวังตายตั้งแต่วันแรกที่หลัวไปรบแล้ว อยากรู้ว่าพี่แกจะรีบกลับเมืองหลวงอยู่ไหม ถ้าเกิดเมียแกไม่อยากกลับไปเจอบรรดาเมียเอก ที่คาดว่าพอก้าวเท้าเข้าไปก็มีแต่ตาย ส่วนฮ่องเต้ อืมมม ไม่รู้จะเรียกว่าโง่หรือเชื่องดี รักเมียเข้าใจ แต่ว่าแกอยากให้บ้านเมืองล่มจมเหรอ ในกรณีที่มีลูกหลายคนอย่างนี้ ดูความสามารถของลูกก่อนไหม ลูกรักตัวเองมีเหรอ ความสามารถน่ะ เฮ้อ ถ้าเฮียของเราไม่เก่งจริงคงตายตั้งแต่รบครั้งแรกแล้วมั้ง แล้วพี่ท่านยังมารำพึงว่าในสมัยที่แกปกครองหวังว่าประชาชนจะมีความสุขชีวิตยืนยาว มโนจ้า ถ้าให้ลูกรักแกขึ้นเป็นกษัตริย์ปุ๊บ สิ่งแรกที่แกจะทำคือฆ่าพระเอกแน่นอน ถ้าให้เทียบกับพี่ชายใหญ่แก ประชาชนย่อมเลือกพระเอกมากกว่าอีก กำลัง ความสามารถ ที่คุณฮ่องเต้ยังอยู่บนบัลลังค์ได้อย่างปกติสุขนี่ ไม่รู้เลยว่าใครคอยช่วยจริงๆ เฮอะๆ อยากยุพระเอกให้ออกมามำงานกับเมียดีกว่า คนมีความสามารถซะอย่าง ตั้งกองกำลังทหารรับจ้างยังได้เลย ปกป้องประชาชนที่เค้าเดือดร้อนจริงๆอยู่รอบนอกดีกว่า ให้พี่ใหญ่พี่รองฆ่ากันไป เราไปเก็บกวาดแล้วโยนงานให้คนที่มีฝีมือจัดการก็สบายไป ไม่ต้องยุ่งยาก
    #5260
    0
  24. #5250 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:54

    เผ่ดๆพริกทั้งสวนค่าาา หมิงอ๋องคือซีดแล้วจ้า เชฟหลินไล่ต้อนขนาดนี้ เริ่ดไม่หยุด จนคลอดแล้วคุณพ่อก็ยังไม่ได้ทำคะแนนซักแต้มเลยค่า จนน้องหลินได้ป้ายหยกจากหนุ่มแล้ว ถถถถ เริ่มจะสงสารแล้ว ชีวิตเพื่อชาติรักนี้เพื่อเธอ ติดรบค่า 555555555 จะซื้อเล่มแน่นอนค่ะ!

    #5250
    0
  25. #5249 FujiwaraShika (@FujiwaraShika) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 22:31
    รอหลัววว
    #5249
    0