ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 20 : บทที่ 19 ภูผาน้ำแข็งสั่นคลอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74,887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,399 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

ตระกูลหยางแห่งไคว่จงคือหนึ่งในตระกูลอันเก่าแก่ที่ปกปักษ์รักษาแผ่นดินมาเนิ่นนาน ในหน้าประวัติศาสตร์ของสี่แคว้นมักเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดแห่งสงครามหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแคว้นเทียนหมิง สู่เสียน ต้าเยี่ยน หรือเฉียนกว๋อ ท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจ ทรราชย์ มหาราช ล้วนมีแม่ทัพคู่ใจ ทว่ากาลเวลาเปลี่ยนผัน มีรุ่งโรจน์ย่อมมีสูญสลาย ฮ่องเต้เฉินตี้พระองค์นี้ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีความสามารถ ยุคของพระองค์ไม่อาจกล่าวว่ารุ่งเรือง อุปมาดั่งผู้ที่ยืนโดดเดี่ยวกลางยอดเขา หวาดกลัวระแวดระวังไปทั้งหมด หากมิใช่ว่าเป็นราชโอรสเพียงพระองค์เดียวที่เหลือรอดจากการแย่งชิงบัลลังก์ พระองค์คงมิมีวาสนาได้ขึ้นครองราชย์หรือบางที เพราะความอ่อนแอนั่นเองจึงทำให้เหล่าขุนนางตระกูลใหญ่ที่หนุนหลังยินยอมยกบัลลังก์ให้กษัตริย์เช่นนี้


หมิงหย่งเทียนคิดมาตลอดว่ารัชสมัยของเสด็จพ่อกำลังเสื่อมทรามลงเรื่อย ๆ ตระกูลไป๋ของกุ้ยเฟยมีอำนาจสูงเทียมฟ้า ขุนนางฝ่ายบุ๋นคงมีแต่ตระกูลอันเท่านั้นที่พอทัดเทียมได้ ทรงลิดรอนอำนาจเหล่าข้าราชการฝ่ายทหาร ผลักตระกูลเก่าแก่ออกไปเฝ้าชายแดน แล้วส่งเสริมตระกูลชั้นกลางให้มีหน้ามีตาดังเช่นแม่ทัพเวิ่นซึ่งเป็นคนของพี่รอง หรืออย่างพี่ใหญ่ถึงพระองค์จะระแวงมากเป็นที่สุด แต่ก็ยังยินยอมให้อีกฝ่ายมีกองทัพของตัวเองได้ เพราะระหว่างอำนาจของทหารที่อยู่ในมือของคนแซ่เดียวกัน อย่างไรก็ยังหยิบฉวยเอาคืนง่ายกว่าคนต่างแช่


ไคว่จงเป็นเมืองที่อยู่ทางด้านเหนือ ลำพังต้องคอยเฝ้าระแวดระวังข้าศึกต่างแคว้นก็เต็มกลืนแล้ว เขารู้ดีว่าการขอให้ท่านตาแบ่งกองกำลังมายังเหิงกังเป็นสิ่งที่เสี่ยงเหลือเกิน เพราะเหตุนั้นก่อนที่จะทำให้แดนเหนือระส่ำระสายไปด้วย เขาจำต้องจบศึกนี้ให้ไวที่สุด ดูว่าหลังจากเอาเหิงกังกลับคืนในระยะเวลาสั้น ๆ แล้ว ยังจะมีข้าศึกฝั่งไหนกล้ามาลองดีอีก


“หวางเย่ควรพักผ่อนเสียบ้าง ถึงการศึกที่เหิงกังจะน่าเป็นห่วง แต่กว่าจะเดินทางถึงก็อีกสองสามวัน ทรงถนอมวรกายให้สมบูรณ์พร้อมจึงนับว่าเป็นขวัญกำลังใจให้เหล่าทหาร” หยางคุนกล่าวอย่างห่วงใย เขาเป็นทั้งแม่ทัพใหญ่ ผู้นำตระกูลหยางคนปัจจุบัน และเป็นน้าของตวนอ๋อง เมื่อได้รับคำสั่งให้ยกทัพมาเหิงกัง เขาก็นำกองกำลังเร่งรุดข้ามวันข้ามคืนมาโดยไม่อิดออด ตั้งค่ายชั่วคราวอยู่ที่ซื่ออันเพื่อเดินทางต่อไปยังชายแดนที่มีปัญหาอยู่ ณ ยามนี้


แผนที่ดินแดนประจิมกางอยู่บนโต๊ะตัวกว้าง  เส้นเขตแดนระหว่างเมืองดูบอบบางเลือนรางเหลือเกินเมื่อถูกวาดขึ้นมาเช่นนี้ ข้ามขุนเขา ทุ่งหญ้า อีกเพียงนิดก็เหมือนกับว่าจะคว้าทั้งโลกเอาไว้ในมือได้


กล่าวถึงการมาซื่ออันครั้งนี้ ไม่เพียงแต่รอกองทัพตระกูลหยางเท่านั้น แต่เพราะยังมีการระดมพลจากกองทัพสมทบอีกด้วย เกาจ้านผู้เป็นสหายรักยังคงรู้ใจและกระทำการฉับไวอย่างเคย อีกฝ่ายเคยบอกแล้วว่าหมายตาแม่ทัพหานเอาไว้ ไม่รู้ว่าเจรจากันอย่างไรทางนั้นจึงตกลงมาช่วยทั้งที่ยังไม่เคยพบเจอตวนอ๋องตัวจริง


“หวางเย่ แม่ทัพหานขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” เส้ากงกงทูล


ร่างสูงศักดิ์พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต


แสงตะเกียงในกระโจมพักส่องสว่าง เผยให้เห็นร่างของบุรุษสูงใหญ่ หานซิ่น แม่ทัพหนุ่มที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากชั้นนายกองขยับให้ขึ้นมาเป็นแม่ทัพประจำมณฑลซื่ออัน เมื่อตระหนักถึงร่างที่อยู่ในกระโจมอยู่ก่อนแล้วเจ้าตัวจึงทำความเคารพ “ถวายบังคมหวางเย่ คารวะท่านแม่ทัพหยาง”


“ตรวจตราทัพทั้งวัน ท่านแม่ทัพหานก็สมควรไปพักผ่อนอีกคน” หยางคุนเอ่ยเรียบ  คนหนุ่มเหล่านี้ ล่วงเลยยามจื่อ[1]เห็นทีไม่คิดจะหลับจะนอน


“เพิ่งมีโอกาสได้ร่วมรบกับหวางเย่และผู้อาวุโสตระกูลหยาง ผู้น้อยมิกล้าละเลย ได้แต่หวังว่าทหารซื่ออันคงจะพอใช้การได้บ้าง ไม่สร้างความระแคะระคายอันใดให้ท่าน” เมื่อก่อนในฐานะนายกองตัวเล็ก ๆ หานซิ่นไม่เคยนึกฝันถึงการปีนป่าย แต่หลังจากจังหวะและโอกาสในชีวิตที่เริ่มเข้ามา หากจำต้องเลือกข้าง เขาก็ขอลงเดิมพันกับบุรุษผู้นี้ แม้ไม่รู้ว่าตวนอ๋องตั้งใจจะแย่งชิงหรือเป็นกลางก็ตาม ซึ่งหากอีกฝ่ายยังคงเป็นกลางเรื่อยไป การได้อยู่ใต้อาณัติท่านอ๋องที่ทรงเกียรติไม่ว่าจะเป็นรัชสมัยของผู้ใดก็ล้วนคุ้มค่า


“เปิ่นหวางจดจำน้ำใจของแม่ทัพหานไว้แล้ว” คำกล่าวสั้น ๆ นั้น แม้จะดูเหมือนไม่มีสิ่งใด แต่ที่จริงคือคำมั่นจากเชื้อพระวงศ์อันยากยิ่งจะได้รับ


หมิงหย่งเทียนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาล้ำลึก การใช้งานคนในช่วงเวลานี้ถือเป็นสิ่งที่วัดใจได้เป็นอย่างดี เขาไม่ได้อยู่ในฐานะเฉกเช่นชินอ๋องหรือฉีอ๋อง ไม่ว่าใครก็ตามที่ตกลงปลงใจมาด้วยกันล้วนถือว่าเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่า “อันที่จริงค่ำคืนเช่นนี้ คงข่มตาหลับได้ยากเหลือ”


เห็นรอยยิ้มจางที่มุมปากได้รูปนั้น หยางคุนก็ตระหนักได้ทันทีว่าตวนอ๋องกำลังถูกชะตาแม่ทัพคนใหม่


“มิสู้มาพูดคุยกันสักหน่อย เผื่อความคิดในหัวจะเจือจางลงได้บ้าง” ร่างสูงศักดิ์เดินอ้อมมายังอีกฝั่งของโต๊ะ เรียกให้แม่ทัพทั้งสองล้อมวงเข้ามา หมุดสำริดหลากหลายอันถูกทำเป็นสัญลักษณ์แทนกองกำลังต่าง ๆ นอกชายแดนที่เป็นคนเถื่อนดูเหมือนว่าจะมีจำนวนมหาศาล


“นี่มิใช่ว่าเยอะเกินไปหรือ” แม่ทัพหยางเอ่ย เขาได้รับทราบข้อความจากสารลับที่ตวนอ๋องส่งมาแจ้งเรื่องอาเสอร์ข่านเรียบร้อยแล้ว กองทัพคนเถื่อนที่รอบรวมกันได้เป็นปึกแผ่นนับเป็นปัญหาหนัก เพราะเดิมทีพวกนั้นถนัดการต่อสู้แบบกองโจร แม้จะโดเหี้ยม แต่ด้วยจำนวนน้อยและไม่มีระบบระเบียบ จึงไม่เคยคุกคามแคว้นเทียนหมิงได้สำเร็จมาก่อน


แม้แต่หานซิ่นยังขมวดคิ้ว ในพื้นที่ข้างเคียงอย่างซื่ออัน เขาเองก็เจอปัญหากองกำลังคนเถื่อนที่กระจายตัวออกปล้นสะดมพวกชาวบ้านและนักเดินทางอยู่มาก สถานการณ์ของเส้นทางจากซื่ออันไปเหิงกังล้วนถูกจับตาดูและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ


“สิบสองหมื่น” หมิงหย่งเทียนเอ่ย จดหมายฉบับล่าสุดที่ได้รับจากหยางซานบอกจำนวนเช่นนั้น


“สิบสองหมื่น!!” หยางคุนตกตะลึง ต้องรวบรวมกันกี่เผ่าจึงจะได้กำลังคนระดับนี้ เห็นทีผู้นำคนใหม่แห่งเผ่าหลูจะไม่ได้มีดีเพียงชื่อเสียง


“จำนวนนี้ เห็นทีกำลังของเราจะไม่พอ” แม่ทัพหานกล่าวตามตรง ตามยศแม่ทัพมณฑลนั้นมีกำลังทหารเพียงสามหมื่น และเขาไม่สามารถโยกไปเหิงกังได้ทั้งหมด ที่แบ่งออกมาก็เพียงสองหมื่นเท่านั้น


สำหรับตระกูลหยางซึ่งครองตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์อุดรมีกำลังพลสิบหมื่น แต่การอารักขาชายแดนก็ไม่สามารถทำได้ด้วยกองกำลังเพียงหยิบมือเช่นกัน ดังนั้นการมาช่วยตวนอ๋องครั้งนี้จึงมีกำลังพลเพียงสามหมื่นนายเท่านั้น


ทั้งหมดที่มีคือห้าหมื่นหมิงหย่งเทียนรู้ดี ยังไม่นับกองกำลังเล็ก ๆ ของเขา ที่เสด็จพ่ออนุญาตให้อ๋องทั่วไปมีได้เพื่อเป็นกองกำลังอารักขาอีกสองพัน คิด ๆ ดูช่างเป็นจำนวนที่ต่างจากพี่ชายทั้งสองเหลือเกิน “เปิ่นหวางเข้าใจดีถึงความเสี่ยงครั้งนี้”


ในกระโจมเงียบสงัด “แต่สิ่งที่เรามีคือมันสมองและประสบการณ์ในสงครามเต็มรูปแบบ พวกคนเถื่อนมิใช่ถนัดแต่รบแบบกองโจรหรือ หากถึงคราวประจัญบานพวกนั้นย่อมเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย


“หวางเย่หมายความว่า” หานซิ่นแม้จะไม่เคยทำงานรับใช้ตวนอ๋องมาก่อน แต่ทราบดีถึงชื่อเสียงและความสามารถ


“เราจะตั้งต่างนอกเมืองเหิงกังจุดนี้” ชายหนุ่มปักหมุดรูปกิเลนลงไป


นี่มิใช่ว่าเกือบจะเข้าไปหายใจรดจมูกข้าศึกอยู่แล้วมิใช่หรือสองแม่ทัพได้มองท่านอ๋องผู้ซึ่งกลายเป็นผู้บังคับบัญชาอย่างครุ่นคิด


รุ่งเช้า กองทัพจำนวนห้าหมื่นและอีกสองพันนายก็เริ่มเคลื่อนทัพไปยังเหิงกัง ผ่านไปไม่กี่วันก็ถึงช่วงรอยต่อระหว่างเมืองทั้งสามอันได้แก่ ฉางเฉิน เหิงกัง และซื่ออัน เป็นอีกครั้งที่ตวนอ๋องได้รับจดหมายจากเหยี่ยวสื่อสารจากหยางซาน


องครักษ์เป่ยยื่นจดหมายแผ่นเล็กให้ แล้วรั้งม้าอยู่ข้าง ๆ รอรับคำสั่งว่าอีกฝ่ายจะมีจดหมายตอบกลับไปอย่างไร


ดวงเนตรคมกริบอ่านข้อความในนั้นก่อนจะขยำมันยับคามือ


ท่านอ๋องของตนไม่เคยแสดงอารมณ์ชัดเจนถึงเพียงนี้มาก่อน


“หวางเย่” เป่ยลู่เจ๋อเรียกเสียงแผ่ว ส่งผลให้อีกฝ่ายยื่นก้อนกระดาษที่ยับเยินแผ่นนั้นมาให้


เมื่อเห็นข้อความในนั้นด้วยสายตาของตนเอง องครักษ์หนุ่มพลันตกใจนายอำเภอเจียงนำกองกำลังออกไปลาดตระเวน เนื่องจากพวกคนเถื่อนออกปล้นฆ่าชาวบ้านถี่เหลือเกิน ยามนี้ทั้งขบวนลาดตระเวนหายสาบสูญ ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดี สถานการณ์ในฉางเฉินตึงเครียดถึงที่สุด แม่ทัพเวิ่นนิ่งเฉยอ้างว่าฝ่าบาทมีราชโองการมาแล้วว่าให้ตวนอ๋องเป็นผู้บัญชาการกองทัพ ดังนั้นไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากรอคำสั่ง


มองมือของอีกฝ่ายที่กำบังเหียนแน่นจนขึ้นข้อขาว เป่ยลู่เจ๋อได้แต่เก็บคำพูดคำจากลืนลงคอ


ไม่ทันไรเหยี่ยวอีกด้วยก็ร่อนลงมาเกาะไหล่องครักษ์เป่ย เป็นข่าวจากหยางอีและหยางเอ้อร์


หมิงหย่งเทียนแกะจดหมายน้อยออกอ่านหาไม่พบ


สามคำสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศรายรอบกายของบุรุษผู้สูงศักดิ์เย็นเยือก คลับคล้ายว่าไอสังหารจะเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว ที่กล่าวว่ายามเมื่อสุภาพชนโดนโทสะเข้าครอบงำแล้วน่าหวาดเกรงมากกว่าปกติเห็นจะจริงแท้ เป่ยลู่เจ๋อรู้สึกว่าขนแขนของตนเองลุกชัน


“ตอบสองคนนั้นไป ถ้าหาไม่เจอไม่ต้องแบกหน้ากลับมาให้เปิ่นหวางเห็นอีก” ถ้อยรับสั่งนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอัดแน่นในน้ำเสียงอย่างที่องครักษ์เป่ยไม่เคยเห็นท่านอ๋องเป็นมาก่อน


ห่างออกไปทางใต้


ยามนี้หลายอย่างในชุมชนหลงซานเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


ป๋าไห่กำลังช่วยพวกชาวบ้านขุดพื้นที่เนินลาดเอียงให้เป็นขั้นบันได ในส่วนที่เป็นแปลงผักแต่เดิมยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้ล้วนถูกคลุมหน้าดินเอาไว้ ฟางสีเหลืองทองปลกคลุมเป็นแนวยาว ใต้ดินเองก็ชุ่มชื้นมากขึ้น ผ่านมาหลายวันแล้ว จนได้เห็นว่ามียอดผักสีเขียวเล็ก ๆ โผล่ออกมาให้รู้สึกชื่นใจ


“นายหญิง อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดแล้วนะเจ้าคะ” จิ่งหลิวเตือนความจำ


พูดถึงเรื่องนี้ก็ลืมไปเสียสนิท ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างจะมีอายุครบสิบหกในวันที่หนึ่งเดือนหกนี้แล้ว อีกเพียงวันเดียวก็จะแก่ขึ้นอีกปี พอคิดขึ้นมาแล้วก็อดนึกถึงก้อนแป้งน้อยไม่ได้ นี่ห้าเดือนแล้วหรือ ระยะหลังหน้าท้องนูนขึ้นมาแล้ว แน่นอนว่าชาวบ้านทุกคนล้วนรู้ว่าแม่นางเจียงตั้งครรภ์


“วันเกิดก็ทำทุกอย่างตามปกติเถิดพี่หลิว ไม่ต้องเตรียมสิ่งใดหรอก” เจียงเลี่ยงหลินไม่อยากให้อีกฝ่ายยุ่งยาก อย่างไรเสียนางก็ใช้ชีวิตรอบที่สองแล้ว เรื่องวันเกิดไม่นับว่าสลักสำคัญอะไร


“อย่ากล่าวเช่นนั้นสิเจ้าคะ ปีที่แล้วตวนอ๋องก็มอบปิ่นมุกให้นายหญิง” นึกถึงเครื่องประดับค่าควรเมืองที่เก็บไว้ในหีบของนายหญิงแล้วก็พลอยระลึกถึงวันที่โดนขับไล่ออกจากจวนด้วย


เลี่ยงหลินรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทุกทีเวลาที่จิ่งหลิวกล่าวถึงตวนอ๋อง จึงได้แต่ปรามไป “พี่อย่าลืมว่านอกจากปิ่นมุกแล้ว เขายังแต่งภรรยามาให้เป็นของขวัญข้าถึงสองคนด้วย”


จิ่งหลิวหน้าม่อยลงดูเหมือนว่าการจะล้างความคิดเรื่องภรรยาต้องพึ่งพาสามีออกจากหัวของจิ่งหลิวได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน เพราะอีกฝ่ายพยายามพูดจาตะล่อมให้เลี่ยงหลินกลับใจอยู่ตลอด


ไม่ใช่ว่าเกลียดชังอะไร เพราะอย่างไรเลี่ยงหลินก็ไม่ได้นึกรักหรือเกลียดอยู่แล้ว แต่เพราะด้วยมองตวนอ๋องด้วยสายตาแบบกลาง ๆ นางจึงรู้สึกว่าผู้ชายแบบนี้ไม่น่าจะเหมาะกับตนเอง ต่อให้อยู่ในร่างนี้อย่างไร เห็นความทรงจำต่าง ๆ อย่างไร ความคิดของนางก็ยังคงเป็นอิสระ ยิ่งทบทวนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างชายาเอกอันหลันฮวา และชายารองเสิ่นหรูเหมย นางยิ่งไม่อยากเอาตัวเข้าไปสู้รบปรบมือให้เปลืองแรงเปลืองสมอง สู้ใช้ความสามารถที่มีทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น ช่วยเหลือคนรอบข้าง พวกชาวบ้าน หรือพ่อของเลี่ยงหลินในโลกนี้ดีกว่า การทุ่มเททุกสิ่งหมดหน้าตักเพื่อผู้ชายคนเดียวดูไม่คุ้มค่า และนับว่าไม่ใช่รางวัลชีวิตเลย


มองจิ่งหลิวที่ยังตีหน้าเศร้าเหมือนโดนนางรังแกอย่างหนักหน่วงจึงได้แต่ง้อไปนิดหน่อย “เช่นนั้นทำอาหารมื้อพิเศษก็พอ ข้าเองกำลังอยากกินบะหมี่ พี่ก็คอยกินด้วยกัน”


จิ่งหลิวมีสีหน้าสดใสขึ้นทันตา “บะหมี่ก็ดีเจ้าค่ะ เป็นมงคล”


“นายหญิงขอรับ ลุงฮัวฝากปูมาให้เต็มตระกร้าเลย พวกชาวบ้านไปจับมาจากตรงน้ำตกแน่ะ” ป๋าไห่บอกพร้อมกับยกตะกร้าแกว่งอย่างตื่นเต้น


หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีบะหมี่ปูเป็นอะไรที่นางคิดถึงสุด ๆ ไปเลย

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

ยามจื่อ[1]การนับเวลาแบบจีนโบราณ  ช่วงเวลาระหว่าง 23.00 - 24.59.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.399K ครั้ง

7,923 ความคิดเห็น

  1. #7831 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 21:48
    เห็นด้วยกับความคิดของเลี่ยงหลิน
    #7831
    0
  2. #6085 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:00
    ปู วงวารองครักษ์ด้วย
    #6085
    0
  3. #5620 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 07:14
    ลูกคลอดถึงจะได้เจอแน่ๆเลย
    #5620
    0
  4. #5258 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 22:27

    เมื่อไรจะเจอกันนนย
    #5258
    0
  5. #5240 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:03

    วงวารหยางอีหยางเอ้อร์ 5555555 ท่านอ๋องงานหนักหน่อย ต้องจีบภรรยา(น้อย)ใหม่นะคะบอกไว้ตรงนี้ 555555555

    #5240
    0
  6. #5182 praaewaa (@praaewaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 16:11
    อุปสรรคเยอะจริงน้อออออ

    ร้องไห้แทนท่านอ๋องละนะคะ
    #5182
    0
  7. #5138 proudofyoumysuho (@MBB__TuAn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 15:27
    พี่อยู่เหนือ น้องอยู่ใต้ น้ำตาไหลพรากเลยค่ะ ฮือออออ
    #5138
    0
  8. #5045 dyo_kuk (@dyo_kuk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 19:38
    อ่าแค่คิดก็หิวตามแล้ว
    #5045
    0
  9. #4652 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 13:08
    23.00-00.59น.
    #4652
    0
  10. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 11:35
    😊😊😊
    #4218
    0
  11. #4112 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:00
    ท่านอ๋องหนอท่านอ๋อง~ ต่อจากเมียหายก็พ่อตาหาย สงสัยปีชง -_-
    #4112
    0
  12. #4085 phonprapassorn99 (@phonprapassorn99) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 01:31
    อ่านมาสักพัก แอบรู้สึกรำคาญสาวใช้เล็กๆค่ะ มีหลายช็อตที่ดูจุ้นจ้านวุ่นวาย ถึงจะทำไปเพราะเป็นห่วงก็ดูไม่เหมาะสมอยู่ดี

    เกรงว่าถ้ามีลักษณะบทแบบนี้มากไปจะทำให้คาแรกเตอร์ตัวละครนี้ดูย้อนแย้งนะคะ เพราะก็มีหลายฉากที่พยายามสื่อว่าสาวใช้เป็นคนเจียมตน รับใช้นางเอกอย่างนอบน้อม ไม่วางตนเสมอนายแม้นายจะตกยาก เช่น บทบรรยายเรื่องการร่วมโต๊ะอาหารที่คนรับใช้รู้สึกเกร็ง และไม่ชินที่ต้องร่วมโต๊ะกับนาย แต่พอเป็นเรื่องส่วนตัวของนายอย่างเรื่องครอบครัว การครองเรือน หรือ การดำเนินชีวิต การตัดสินใจเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ (อย่างฉากที่นางเอกจะนำเงิน นำเสบียงมสช่วยเหลือคนจน)

    สาวใช้คนนี้กลับปากกล้าทักท้วง จนเกือบชี้นำสั่งสอนนาย มันค่อนข้างสับสนและงงอยู่นะคะ

    แต่เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องส่วนอื่นสนุกมากค่ะ น่าติดตาม ได้สาระความรู้มาก รู้เลยค่ะว่าผู้เขียนตั้งใจทำการบ้านมาก หาข้อมูลเยอะมาก ประทับใจและจะติดตามต่อไปแน่นอนค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #4085
    0
  13. #4048 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:58
    อ่าาชอบจัง เธอรักตัวเอง เธอเลยเห็นคุณค่าของตัวเอง
    #4048
    0
  14. #3807 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:18

    ไม่ว่ายังไงก็อยากให้ฮ่องเต้สูญเสียลูกรักที่ไม่มีปัญญาความสามารถอันใด น่าอนาถแผ่นดินมีผู้นำที่ไร้วิจารณญาณเช่นนี้

    ส่วนพระเอกก็ไม่ได้เหมาะสมสุดที่จะเป็นฮ่องเต้หรอกมั้ง เพราะแค่หลังจวนมีเมียแค่3ยังไม่มีปัญญาจัดการให้ดีละ
    #3807
    0
  15. #3184 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:26
    ขอให้พ่อนางปลอดภัย แต่สงครามไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เหมือนจะโชคดีที่นางเอกยังกลับไปไม่ถึงบ้านเพราะมันอยู่ใกล้เขตสงครามเลย
    #3184
    0
  16. #3116 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 11:03

    ขอบคุณครับ

    #3116
    0
  17. #3106 Casai1 (@Casai1) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 01:54
    นางเอกเก่งอยู่ได้ด้วยตัวเองเรื่องนี้ไม่ต้องมี สามีกะได้
    #3106
    0
  18. #2535 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 06:31
    น่าเห็นใจตวนอ๋องนะ
    #2535
    0
  19. #2506 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 16:56
    ตวนอ๋องเป็นลูกชังที่แท้จริง มีอยู่เพื่อเป็นมือเป็นเท้าให้พี่ชายทำความดีความชอบไปสุดท้ายฮ่องเต้ก็แค่เอาไว้เป็นดาบเพื่อบั่นปัญหาวางรากฐานให้ว่าที่รัชทายาทในอนาคต(จะใครล่ะ องค์ชายรองไง) แต่งเมียเข้าวังอ๋องก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีอำนาจสูงส่งอะไรมากแค่เก็บไว้ใช้เสริมบารมีให้ว่าที่รัชทายาท ฝ่าบาทวางหมากมาดี แต่พระเอกเราก็เก่ง อย่าให้โอรสเสียนเฟยกระโดดเข้าร่วมวงชิงบัลลังก์ละกัน วังหลวงสะเทือนแน่
    #2506
    0
  20. #2482 rinriko (@rinriko) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:56
    ขอบคุณ
    #2482
    0
  21. #2479 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:38
    หยางหนึ่งหยางสอง ตายแน่ สงสารพระเอก ตามหาลูกเมียไม่เจอ
    นางเอกคือดีค่ะ มั่นใจ ตนเอง ไม่พึ่งพาใคร เอาตนเป็นที่ตั้ง จึงมีความสุขแบบนาง
    ฤดูใบไม้ผลิดอกไม้เริ่มตูม รอบาน ใบไม้ร่วงโรย บางต้นพอบานมีแต่ดอกกับก้าน งดงามมาก เดือน 4 นี่ก็เริ่มแล้ว บางทีเห็นทั้งหุบเขาเลยค่ะ หนาวหวานๆ เลยค่ะ
    #2479
    0
  22. #2341 อัมพร (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:47

    ขอบคุณค่ะ

    #2341
    0
  23. #2334 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 17:07
    ท่านอ๋องคือหัวไหม้แล้วค่ะ หาเมียไม่เจอ555555555555
    #2334
    1
    • 18 มีนาคม 2562 / 14:43
      น่าสมสาร(เมื่อเราไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี)เค้าอยู่เหมือนกันนะคะ
      #2334-1
  24. #2331 puuk (@puuk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:54

    ชอบความคิดนางที่ไม่ต้องการเปลืองสมองกับพวกเมียๆกับผู้ชายที่ไม่ใช่คนที่รักเดียวใจเดียว

    #2331
    0
  25. #2330 ( . * M o O Y o N g * . ) (@seraph) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:52
    อ่านเพลินๆ

    เกือบลืมไปเลย ว่านางเอกเราเก่งทำอาหาร

    เป็นนางเอกนักพัฒนานะคะ

    เก่งรอบด้านจริง
    #2330
    0