ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 17 : บทที่ 16 ท่องธาตรีทั่วแดน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,356 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

ได้ยลโฉมน้องนาง

ข้าหลงใหลเมามาย

วันคืนมิหน่ายร่ำสุราหวนระลึก

ข้าหลงใหลเมามาย

วันคืนมิหน่ายคิดถึงเพียงเจ้า

ภาพอาภรณ์เขียวขจรพลิ้ว

โดดเด่นดั่งใบหลิวระยับ

ข้าเสาะหาทั่วแดนธาตรี

ย่ำบาทข้ามถิ่นแดนด้าว

เพียงเพื่อยลโฉมน้องนาง

เพียงเพื่อหลงใหลเมามาย

 

วันนั้นกระแสลมค่อนข้างปั่นป่วน ม้วนพัดเอาใบไผ่บนพื้นตรลบลอยล่องขึ้นมา นางได้ยินเสียงกู่ฉิน[1]บรรเลงเนิบช้า บ้างขาดห้วง บ้างรัวเร็ว ราวกับผู้บรรเลงเข้าถึง ความเมามายในบทเพลงท่องธาตรีทั่วแดนเป็นอย่างดี หรือบางทีคนผู้นั้นอาจกำลังเมามายอยู่จริงก็เป็นได้


เจียงเลี่ยงหลินค่อย ๆ ย่ำเดินไปตามเสียงดนตรีราวกับมนต์สะกด ทว่านางก็ยังพอมีสามัญสำนึกอยู่บ้างว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ปลีกวิเวกมาเล่นดนตรีในป่าไผ่นอกเมืองตามลำพังคงจะต้องการความเป็นส่วนตัวไม่น้อย ดังนั้นนางจึงพยายามลงฝีเท้าให้เบากริบมาที่สุด ตั้งใจว่าจะขอแอบชื่นชมห่าง ๆ กระทั่งจนจบเพลงเพียงเท่านั้น แม่ว่าการย่างก้าวจะทำได้ยากลำบากเต็มทีก็ตาม นางห้ามเสียงกรอบแกรบที่เกิดขึ้นยามเหยียบย่ำบนใบไม้ไม่ได้เลย


ใบหน้าหวานของเด็กสาวอายุเพียงสิบสามปีม่อยลงอย่างไม่แน่ใจนัก แม้จะยังเยาว์วัยแต่ความงดงามกลับเริ่มเปล่งประกายโดยมิต้องปรุงแต่ง เป็นที่น่าเฝ้ารอคอยสำหรับคนที่ได้ยลว่าเมื่อเติบใหญ่แล้ว แม่นางน้อยผู้นี้จะสามารถงดงามขึ้นได้อีกมากมายเพียงไร


นางตัดสินใจถอดรองเท้า เผยฝ่าเท้าเปลือยเปล่าซึ่งไม่ควรให้บุรุษใดพบเห็น ค่อย ๆ ย่องพลางเผลอตัวกลั้นหายใจ ขยับเข้าไปใกล้เงาร่างนั้นอีกนิด แสงจันทร์สีเงินกระจ่างตาสะท้อนเส้นโครงร่างอันสมบูรณ์แบบของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งองค์ชายห้า หมิงหย่งเทียน


เด็กสาวเคยพบเขามาก่อน ยามนั้นได้แต่หลบหลังบิดาแล้วชะเงอมองเท่านั้น ไม่คาดว่าวันนี้เจ้าตัวจะนึกครึ้มใจมีอารมณ์สุนทรีย์อันใดจึงมานั่งดีดพิณชมจันทร์ ฝีมือของเขาไม่ธรรมดาเลย อันที่จริงนางไม่ค่อยมีความสามารถด้านดนตรี เน้นฟังเสียมากกว่า กระนั้นก็ชื่นชมเขาจากใจจริงว่า หากจะมีใครสมควรถูกยกย่องให้เป็นมือบรรเลงพิณอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน คนนั้นต้องเป็นเขาอย่างไม่ต้องสงสัย


ร่างเล็ก ๆ ค่อย ๆ นั่งหลบอยู่หลังกอไผ่ห่าง ๆ ชื่นชมบทเพลงเพราะ ๆ ที่หาฟังได้ยาก นางไม่เคยได้ยินนักดนตรีสัญจรคนใดบรรเลงบทเพลงท่องธาตรีได้ไพเราะถึงเพียงนี้มาก่อน แต่จะให้วิเคราะห์ออกมาด้วยภาษาดนตรีนางก็บอกไม่ถูกนัก เพราะรู้สึกว่าตนไม่แตกฉานจึงไม่รู้จะอธิบายอย่างไร


เอาเป็นว่านางฟังไปแล้วรู้สึกอยากยิ้มตลอดทั้งวัน และนึกถึงโคลงคู่กับบทเพลงนี้ขึ้นมาแต่ก็อีกนั่นแหละ นางไม่เคยสัมผัสความรู้สึกเมามายอย่างในบทกวีมาก่อน


องค์ชายห้าผู้นี้ที่ที่อายุห่างจากนางไม่มก แต่ทุกครั้งที่เห็นกลับรู้สึกว่าเขาโตเกินวัย เหมือนเป็นส่วนผสมระหว่างเด็กหนุ่มและชายหนุ่มอันสมบูรณ์แบบ แม้แต่บิดาของนางยังกล่าวว่าอ่านไม่ออกสักนิดว่าอ๋องน้อยท่านนี้คิดอ่านการณ์ใดอยู่ในใจแน่


นางได้แต่มองบิดาอย่างหน่ายใจไม่เห็นต้องไปคาดเดาเลย อยากรู้ก็ถามเสียสิ


พลันที่คิดเช่นนั้นก็ตรงกับช่วงที่บทเพลงสิ้นสุดลงพอดี เขาหยุดมือแล้เอ่ยขึ้นท่ามกลางความสงัดของผืนป่า ที่มีเพียงเสียงต้นไผ่เสียดสีกันพลิ้วแผ่วเท่านั้น “ดูเหมือนว่าจะมีนกกระเต็นตัวน้อยมาแอบฟังเปิ่นหวางบรรเลงเพลงแล้วกระมัง”


เด็กสาวหน้าแดงจัดอย่างไร้เหตุผลขึ้นมา ตัวเกร็งหลบหลังกอไผ่อยู่แบบนั้น


หมิงหย่งเทียนมองเห็นชายอาภรณ์ที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นสีขาวนวล “ถ้านกกระเต็นตัวน้อยยังไม่คิดจะกลับรัง ออกมานั่งฟังอีกสักเพลงเป็นไร”


นั่นคือครั้งแรกที่เจียงเลี่ยงหลินคิดว่าบิดาของนางกล่าวถูกเกี่ยวกับองค์ชายห้าผู้นี้


[ต่อ]


ฝันถึงความทรงจำของเจียงเลี่ยงหลินเสียได้


หญิงสาวตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ตามความเคยชินของเจ้าของร่าง จริง ๆ แล้วเรื่องในอดีตเหล่านี้เป็นส่วนที่นางไม่ค่อยได้ระลึกถึงนัก ในบางส่วนก็นับว่าเป็นสิ่งใหม่ ๆ สำหรับวิญญาณนี้เช่นกัน เพราะโดยปกตอแล้วเรื่องในหัวสมองของเจ้าของร่างนี้ก็เหมือนกับความทรงจำเก่า ๆ ทั่วไป ซึ่งมักจะตกตะกอนอยู่แบบนั้น หากไม่ไปกวนให้ย้อนขึ้นมาก็จะไม่ตระหนักถึงเป็นพิเศษ


อย่างช่วงเวลาที่เจียงเลี่ยงหลินใช้ชีวิตอยู่กับตวนอ๋อง นางก็มองเพียงผ่าน ๆ ไม่คิดว่าจะต้องย้อนกลับไปสืบค้นในเหตุการณ์ครั้งไหน ๆ อีก


จะว่าไปก็น่าสงสารเด็กสาวคนนี้ไม่น้อย น่าจะเป็นเพราะคนโบราณมีภูมิต้านทานความรักต่ำเกินไป รักปักใจใครก็มักจะฝังลึกอยู่แบบนั้น ปล่อยวางได้ยากเหลือเกิน


ร่างบางลุกขึ้นมาหาน้ำดื่มดับกระหาย รู้สึกอึดอัดร่างกายบ้างแล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยจะเริ่มเข้าสู่ช่วงขยายขนาดตัว


“พี่หลิว” เพราะอยู่ในหุบเขา อากาศในเดือนห้าของที่นี่จึงค่อนข้างเย็นผิดฤดูกาลอยู่บ้าง “ข้าไม่แน่ใจว่าพอจะมีเสื้อกันหนาวหรือไม่”


จิ่งหลิวซึ่งตื่นก่อนแล้วเหลียวมองกลับไปเห็นนายหญิงชะเง้อหน้าออกมาจากห้องพัก “มีเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวหาให้”


ระหว่างที่อีกฝ่ายล้างหน้าและสีฟัน จิ่งหลิวจึงหยิบเอาเสื้อนวมตัวเก่าออกมา


เลี่ยงหลินค่อย ๆ เช็ดตัวแล้วผลัดเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่สาวใช้เตรียมให้ เสื้อบุนวมลายเถาองุ่นสีชมพูปักลงบนผ้าสีเหลืองขนห่าน สีสันของมันซีดจางลงเล็กน้อยเพราะเป็นเสื้อเก่า แม้จะรู้สึกอัดอัดช่วงแขนอยู่บ้างแต่ก็พอสวมใส่ได้ ร่างกายนี้ไม่ได้ใหญ่โตรวดเร็วอันใด มีแต่จะอ้อนแอ้นมากขึ้นเท่านั้น


หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้าที่ชาวบ้านจัดเตรียมมาให้ เลี่ยงหลิน ป๋าไห่ และจิ่งหลิวก็ติดตามท่านลุงฮัวออกมา ทั้งสี่เดินมุ่งตรงไปยังยุ้งฉางของหมู่บ้าน เป็นอาคารไม้ยกพื้นขึ้นเพียงสามฉื่อ[2]เท่านั้น มีบันไดมั่นคงต่อลงมา  


“นี่ขอรับแม่นาง” ท่านลุงฮัวผู้ใหญ่บ้านเอ่ย พลางแก้กระสอบข้าวให้ดูถุงหนึ่งพบว่ามีมอดมากินเสียแล้ว “ปกติแล้วก็ใช้สมุนไพรไล่มอดอยู่ แต่จนแล้วจนรอดเจ้าแมลงร้ายพวกนี้ก็เข้ามาจนได้ เป็นทุกกระสอบจนไม่รู้จะแยกกันอย่างไร” นี่ยังไม่นับรวมเสบียงชนิดอื่นที่เริ่มมีราบ้างแล้ว


เลี่ยงหลินมองแมลงสีดำตัวเล็ก ๆ ที่เดินปะปนอยู่ในเมล็ดข้าวสีขาวนวล “ข้าวในยุ้งนี่เป็นข้าวขาวทั้งหมดหรือ”


“ไม่ทั้งหมดของรับ มีข้าวสารสามส่วน ข้าวเปลือกเจ็ดส่วน ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะสีข้าวไว้ทั้งหมด แต่แรงงานพวกผู้ชายไม่พอก็ทำได้เท่านี้ก่อนไปเกณฑ์ทหาร”


หญิงสาวพยักหน้าช้า ๆ ในโลกเดิมนั้น การทำงานในครัวของภัตตาคารระดับ Fine dining[3] แทบไม่เคยพบปัญหาเรื่องมอด เพราะอย่างแรกนางสั่งซื้อข้าวจากแบรนด์ดังที่ได้รับมาตรฐานตั้งแต่กระบวนการผลิตและบรรจุ และอีกอย่างคือระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดตามกฎหมายสาธารสุขของฝรั่งเศสดังนั้นเลี่ยงหลินจึงไม่มีวันยอมผ่อนปรนให้กับสัตว์ไม่พึงประสงค์ทุกชนิดโดยเด็ดขาด


คงต้องรื้อพื้นทบทวนความรู้สมัยเรียนกันหน่อย ดูเหมือนว่าแมลงพวกนี้จะแพ้สมุนไพรที่มีกลิ่นฉุนจำพวกมะกรูด แต่แครู่ท่านลุงฮัวแจ้งแล้วว่าใช่สมุนไพรกันมอด “ไม่ทราบว่าสมุนไพรกันมอดแต่เดิมนั้นทำจากอะไรบ้าง”


“มีมะกรูดกับตะไคร้เป็นหลักขอรับ”


นั่นอย่างไรเจียงเลี่ยงหลินเริ่มกังวลขึ้นมา บางทีอาจเพราะจำนวนมอดเยอะมากเกินไปจนเกิดอาการดื้อด้าน


นางยังคิดไม่ค่อยออกว่าจะทำอย่างไรจึงได้แต่บอกให้ท่างลุงฮัวปิดยุ้งฉางไว้แล้วเดินย้อนเข้ามาในหมู่บ้าน เริ่มสายแล้ว เมื่อกลับมายังที่พักซึ่งเป็นอาคารใกล้ ๆ กับพื้นที่โรงเรียนจึงได้เห็นเด็ก ๆ ที่นั่งเรียงกันเป็นระเบียบเพื่อเรียนเขียนอ่านกับพวกนักพรตเป็นอย่างดี


“การบ้านคัดอักษรเมื่อวานใครทำเสร็จแล้วเอามาส่งอาจารย์”


หญิงสาวมองด้วยรอยยิ้ม เด็ก ๆ ชาวบ้านพวกนี้ หากให้โอกาสพวกเขาได้รู้หนังสือถือว่าเป็นการต่อเติมต้นทุนให้แก่ชีวิตอย่างมหาศาล ดูเสื้อผ้าปุปะเก่า ๆ ที่เย็บแล้วเย็บอีกของแต่ละคนก็รู้ถึงสถานะความเป็นอยู่ของชาวบ้านในที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ขณะที่เลี่ยงหลินมองอย่างเหม่อลอยอยู่นั้น ท่านนักพรตคนหนึ่งก็เข้ามาทัก


“แม่นางเจียง และท่านผู้ติดตามทั้งสอง” เขาค้อมศีรษะเล็กน้อย “ข้าเพิ่งลงมาจากอาราม ท่านนักพรตเซี่ยฝากกล่าวแก่แม่นางว่าวันนี้จะมาหาพวกท่านช้าสักหน่อย เนื่องจากติดเสวนาธรรมกับท่านผู้อาวุโส”


“ขอบคุณท่านนักพรต” เลี่ยงหลินตอบกลับไป ในใจยังคิดวนเวียนว่าตนเองควรจะทำอย่างไรกับของที่อยู่ในยุ้งฉางดี หรือครั้งนี้จะเหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ


“นายหญิงคิดจะทำอย่างไรขอรับ” ป๋าไห่เอ่ยถามขึ้นเมื่อแต่ละฝ่ายแยกย้ายกันไป เหลือเพียงพวกตนทั้งสาม


เจียงเลี่ยงหลินส่ายหน้าช้า ๆ นางเองก็ยังนึกไม่ออกเลยสักวิธี


ดวงตาหงส์ทอดมองไปรอบ ๆ หมู่บ้าน ถ้าให้แนะนำนางก็อยากให้ทิ้งข้าวที่โดนมอดกินเสียให้หมด แต่ทำแบบนั้นกับเสบียงเห็นทีพวกชาวบ้านคงต้องอดตาย ยิ่งเห็นแปลงเพาะปลูกมีสภาพแห้งเหี่ยวแบบนั้นแล้ว ก็คงแทบจะไม่มีอย่างอื่นให้กิน


นึกถึงมื้อเช้าของตนเองที่เป็นเพียงโจ๊กเปล่า ๆ ผักดองและเนื้อหมูป่าผัดมาให้ นางก็คิดว่าน่าจะเป็นมื้อที่พวกชาวบ้านพยายามเตรียมมาอย่างสุดความสามารถแล้ว เดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็มาหยุดอยู่หน้าห้องครัวพอดี


“ทำอาหารมื้อเที่ยงกันหรือ” เสียงใสทักขึ้นพร้อมดวงตาเป็นประกาย


โรงครัวแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนและสำนักศึกษาของเหล่านักพรต และบางครั้งยังรับหน้าที่ประกอบอาหารของทั้งอารามจื่อคงในบางช่วงที่ไม่สะดวกขนวัตถุดิบขึ้นเขาด้วย การทำใส่ปิ่นโตแล้วยกขึ้นไปออกจะสะดวกสบายมากกว่า


“เจ้าค่ะแม่นางเจียง เที่ยงนี้อยากกินอะไรบอกได้เลย”


เห็นฉากที่น่าสนเบื้องหน้าแล้ว ในเมื่อช่วงนี้ยังหัวสมองตื้อตัน ก็เข้าครัวกันหน่อยดีกว่า “ข้าอยากช่วย”


ท่ามกลางความตกอกตกใจของพวกแม่ครัว ต่างไม่นึกว่าแขกท่านนี้จะอยากมาทำงานหนัก ๆ ในครัวด้วย


“แม่นางเจียงเป็นแขกของท่านนักพรต พักผ่อนให้สบายดีกว่าเจ้าค่ะ” ป้าฉู่แม่ครัวใหญ่ประจำห้องครัวกล่าว


“โธ่ เห็นแบบนี้ข้าก็พอทำอาหารได้เช่นกัน ให้ข้าช่วยเถิด อยู่เฉย ๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร” ชีวิตในยุคโบราณว่าน่าเบื่อแล้ว ลองมาอยู่นิ่ง ๆ ในชนบทที่ไม่มีสิ่งรื่นเริงเหมือนในเมืองใหญ่แม้แต่น้อยยิ่งน่าเบื่อกว่า แค่ช่วงเช้าสั้น ๆ ก็ทำเอานางหมดไฟจนนึกอะไรไม่ค่อยออกแล้ว “บนรถยังมีอาหารอะไรเหลืออยู่บ้าง” หญิงสาวหันไปสอบถามบ่าวทั้งสอง ตั้งแต่ออกมาจากอันซุยนางก็ไม่ได้ยุ่งกับเสบียงอีก กระทั่งตอนผ่านแต่ละอำเภอระหว่างทางก็มอบหมายให้จิ่งหลิวและป๋าไห่จัดการเป็นส่วนมาก เพราะตัวเองคุยติดพันอยู่กับนักพรตเซี่ยตลอดเส้นทาง


“มีข้าวสารอยู่ราว 6 จินเจ้าค่ะ พุทราแห้ง 1 ถุงเล็ก ปลาแห้ง 2 พวง เนื้อแห้งครึ่งชั่ง ตับหมูครึ่งชั่ง ธัญพืชอีก 2 จิน และพวกเครื่องปรุงรสเจ้าค่ะ” จิ่งหลิวรายงาน เงินในกระเป๋าเหลืออยู่ราว ๆ 90 ตำลึงเงิน 300 ตำลึงทอง โชคดีที่ซองแดงของเจ้าเมืองอันซุยนั้นเป็นตั๋วแลกเงินที่มีมูลค่าถึงหนึ่งร้อยตำลึงทอง


“ไปเอามาให้หมดเลย” ว่าพลางเดินเข้าไปช่วยหยิบจับงานในครัวอย่างสุขใจ ด้วยไม่ใช่คนที่ชอบอยู่ว่าง ๆ เสียด้วย “มื้อเที่ยงนี้จะทำอะไรกินกันบ้าง”


ป้าฉู่ที่ยอมตามใจแขกพิเศษแล้วจึงได้แต่ตามน้ำบอกไป “มีผักดอง เนื้อหมูป่าที่ยังไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใด และข้าวหุงธัญพืชเจ้าค่ะแม่นาง”


ได้ฟังเมนูสุดอัตคัดแล้วหญิงสาวก็ไม่เอ่ยอันใด “เช่นนั้นข้าช่วยทำหมู”


ฝ่ายแม่ครัวใหญ่นิ่งไปพักหนึ่ง “ได้เจ้าค่ะ”


ระหว่างที่ป๋าไห่กับจิ่งหลิวช่วยกันขนเสบียงเข้ามาไว้ในครัว เลี่ยงหลินก็เห็นเนื้อหมู ดูเหมือนจะเป็นหมูป่าที่พวกชาวบ้านล่ากันไว้ก่อนหน้า จึงถูกแล่ทิ้งไว้เกือบครึ่งตัวและยังไม่ถูกถอนขน


“พี่ไห่ต้มน้ำ” เจ้าตัวสั่ง “พี่หลิวมาช่วยข้าเตรียมผัก”


เพราะอาหารในโรงเรียนไม่ใช่เพียงพวกอาจารย์เท่านั้นที่จะรับประทาน แต่ยังมีเด็ก ๆ ด้วย ระหว่างที่ล้างผักก็ฟังป้าฉู่เล่า “ท่านนักพรตมักจะนำอาหารส่วนตัวเวลาได้รับมาจากต่างเมืองมาใส่ลงในยุ้งฉาง ทำให้พวกชาวบ้านพลอยได้ลาภปากเจ้าค่ะดังนั้นนอกเหนือจากการทำอาหารกินกันเองแล้ว หลายบ้านก็มักจะมาพึ่งครัวโรงเรียน ท่านนักพรตก็อนุญาตให้ตักแบ่งกลับไปบ้านใครบ้านมันได้ด้วย”


 “แล้วที่นี่ไม่กินเจกันหรือ” เป็นเรื่องที่นางสงสัย


“ไม่เจ้าค่ะ เนื่องจากอารามจื่อคงอยู่ในป่าลึกเช่นนี้ การหาอาหารไม่สามารถกำหนดได้เสมอไป บางครั้งผลผลิตไม่ดี และในป่านั้นก็ไม่ใช่ว่าจะหาผักป่าได้ทุกฤดู ยังต้องกินเนื้อสัตว์ที่ชาวบ้านล่ามา ดังนั้นท่านผู้อาวุโสจึงละเว้นข้อปฏิบัตินี้ แล้วกินเหมือนพวกชาวบ้าน”


เลี่ยงหลินให้ป๋าไห่ที่แรงเยอะช่วยแล่ชิ้นเนื้อหมูแบ่งออกมาเป็นเส้น ๆ แล้วเอาลงลวกน้ำถอนขน จากผิวหนังดำ ๆ ของหูป่าเริ่มกลายเป็นชิ้นเนื้อสีขาวอมชมพูสะดุดตา สำหรับแม่ครัวบ้าน ๆ อย่างป้าฉู่ที่ไม่ค่อยพิถีพิถันนักก็มองเนื้อหมูขาว ๆ อย่างสนใจ


ร่างบางมองหาเครื่องเทศ โป๊ยกั๊ก อบเชย รากผักชี โชคดีที่ของเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งหายากอันใดในครัวทั่วไป เมื่อรวบรวมมาได้ครบหมดนางจึงเริ่มกะสัดส่วนผสมเข้าด้วยกัน


ที่หญิงสาวกำลังทำอยู่คือพะโล้ จานอาหารสุดพื้นฐานของทุกครอบครัวจีนแม้แต่ในมิตินี้ แต่เมื่อผ่านมือเชฟระดับโลก ด้วยศักดิ์ศรีที่มีทั้งหมดย่อมไม่ใช่พะโล้ธรรมดาทั่วไป มือบางค่อย ๆ ตัดเส้นหมูที่ป๋าไห่ทำไว้ให้ แล้วหั่นแบ่งเป็นแท่งขนาดพอเหมาะพอที่จะวางลงหม้อได้โดยไม่ต้องขดม้วน


เชือกป่านถูกนำมาใช้มัดหมูเพื่อคงรูปร่าง ระหว่างนั้นหม้อต้มพะโล้ที่ตั้งไฟเริ่มเดือดแล้ว เครื่องเทศต่าง ๆ จึงถูกใส่นำลงไปก่อน ตามด้วยวัตถุดิบเด็ดอย่างน้ำตาลอ้อย ของพื้น ๆ แบบนี้ ต้มพะโล้ออกมาได้สวยน่ากินหนักมาก น้ำตาลอ้อยในห้องครัวเหมาะกับเมนูนี้มากกว่าน้ำตาลทรายที่นางมีเสียอีก


ป้าฉู่ที่กำลังคนข้าวธัญพืชในหม้อลอบมองแม่นางเจียงหลายครั้ง ไม่เคยเห็นใครทำอาหารพิถีพิถันถึงเพียงนี้มาก่อน แม้จะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายทำพะโล้ แต่สีสันดูอย่างไรก็น่ากินกว่าตนที่เป็นแม่ครัวทำเองเสียอีก เมื่อใส่วัตถุดิบทุกอย่างลงในหม้อต้ม แม่นางเจียงก็ยังไม่หยุดมือ เจ้าตัวหันไปหยิบรากบัวที่แช่อยู่เต็มถังขึ้นมาทำต่อ


พะโล้มีรสหวาน ผักดองน่าจะเปรี้ยวเค็ม ข้าวหุงธัญพืชมันและหวานตามธรรมชาติ ดังนั้นอาหารมื้อนี้ควรต้องมีอะไรอีกสักอย่างที่ช่วยกระตุ้นความอยากรับประทานให้มากขึ้น เลี่ยงหลินมองเห็นรากบัวพอดี เครื่องเทศในห้องครัวนั้นแม้จะเป็นเครื่องเทศจีนแต่ก็สามารถทำอาหารอินเดียบางอย่างได้ด้วย


รากบัวคลุกเครื่องเทศนี้ นางประยุกต์มาจากสายบัวคลุกเครื่องเทศ[4]จานอาหารว่างสุดพื้นฐานของชาวอินเดีย ที่ช่วยเดิมความซาบซ่าน กระตุ้นต่อมรับรสให้ทำงาน เลี่ยงหลินอดคิดหลายรอบไม่ได้ว่าชีวิตในชนบทแบบนี้คงจำเจไม่น้อย พวกชาวบ้านควรได้ลิ้มลองอะไรที่สร้างความรู้สึกแปลกใหม่บ้าง ในฐานะที่พอจะทำได้ และยังเป็นความสุขของตัวเอง นางจึงลงมือทำอย่างไม่ลังเล


รากบัวถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ คลุกกับอบเชยและพริกผง นำไปทอดกรอบแล้วเอาขึ้นมาคลุกเครื่องเทศชนิดเดิมอีกที ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย จากนั้นจึงทำชัทนีย์[5]ผักชีเป็นน้ำราด แค่ทำเองแล้วนึกถึงรสชาติสดชื่นแบบนี้ เจ้าก้อนแป้งก็เริ่มทำให้ท้องร้องโครกครากแล้ว


ใกล้เที่ยง ทุกสิ่งยิ่งเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ป้าฉู่ผู้เป็นแม่ครัวและผู้ช่วยอีกสองสามคนในนั้นต่างตกตะลึง ด้วยไม่คิดว่ามื้อธรรมดาแท้ ๆ จัดใส่จานก็ธรรมดา ไฉนอาหารจึงให้ความรู้สึกหรูหราถึงเพียงนี้ได้ พวกนางต่างมองแม่นางเจียงที่ง่วนกับการชิมรส ในขณะที่ป๋าไห่และจิ่งหลิวต่างคิดพ้องกันว่า นายหญิงของพวกตนมิใช่ว่าฝีมือร้ายกาจขึ้นอีกแล้วหรือ ครั้งที่อารามไป๋หยุนนั่นเพราะปรุงมื้อพิเศษ แต่ครั้งที่อันซุยเล่า ครั้งนี้เล่า อาหารพื้น ๆ ธรรมดาก็เสกสรรออกมาได้สะดุดสายตาขนาดนี้ ต่อให้ยังมิได้ลองชิมยังรู้เลยว่ารสชาติต้องออกมดีเยี่ยมอย่างแน่นอน

 

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

กู่ฉิน[1] - เครื่องดนตรีจีนโบราณประเภทเครื่องสาย หรือที่เรียกว่า “พิณ 7 สาย”

ฉื่อ[2] - หน่วยวัดความยาวของจีน 1 ฉื่อ = 22 – 23 เซนติเมตร

Fine dining[3] - ร้านอาหารที่มีคุณภาพระดับสูง ซึ่งมาพร้อมกับเกณฑ์การประเมินระดับเข้มงวดในทุกด้าน ตั้งแต่วัตถุดิบ คุณภาพอาหาร ความสะอาด กรรมวิธีการปรุง นอกจากนั้นร้านอาหารประเภทนี้มักควบคุมและดำเนินงานด้วยเชฟมืออาชีพชั้นนำในแต่ละด้าน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีฐานเศรษฐกิจในระดับมั่งคั่ง

สายบัวคลุกเครื่องเทศ[4] (Kuneh Ja Bhee) เมนูอาหารอินเดียทำจากสายบัวทอดกรอบคลุกด้วยเครื่องเทศ ไม่กดหนดตายตัวว่าต้องเป็นเครื่องเทศชนิดใด อาจคลุกขมิ้น อบเชย พริกไท หรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ รับประทานกับอาจาดหรือน้ำจิ้ม

ชัทนีย์[5] (Chutney) การทำเครื่องจิ้มแบบอินเดียเพื่อเป็นส่วนเสริมให้แก่เมนูอาหาร มักทำจากผลไม้หรือผักที่เอามาบดละเอียด ที่นิยมคือ มะขาม มะม่วงสุก กล้วย แอปพริคอท อินทผลัม ยี่หร่า สะระแหน่ หรือผักชี เป็นต้น จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาล และน้ำส้มสายชูหมัก


Kuneh Ja Bhee


พะโล้

Talks - เรื่องนี้ความยาว 80 ตอนจบค่ะ // กุลิสรา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.356K ครั้ง

7,916 ความคิดเห็น

  1. #7817 THEQUEENYY (@THEQUEENYY) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:17
    ไม่น่าหลงเข้ามาอ่านเลยเจ้าค่ะ เราหิววววววว งื้ออเขียนได้หิวมากกกก
    #7817
    0
  2. #7617 150221 (@150221) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 19:13
    รักนางเอกไรท์จัง
    #7617
    0
  3. #6999 olahe (@olahe) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 17:55
    สายบัวน่ากินจัง
    #6999
    0
  4. #6500 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 12:58
    อ่านนิยายเกี่ยวกับอาหารทีไรมันชั่งทำลายกระเพาะ
    #6500
    0
  5. #6079 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:37
    หิวววววววว
    #6079
    0
  6. #5611 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:44
    หิวววววววววววว
    #5611
    0
  7. #5237 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:44

    ต๊ายยยยย เปิ่นหวางนี่ไม่เบาเลยหนา แม่นกกระเต็นจะตกหลุมก็ไม่แปลกใจแล้วค่ะ หมูพะโลลล้ อุแงงงง หยักกีงงง

    #5237
    0
  8. #4580 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 08:44
    😀😀😀😀😀😀
    #4580
    0
  9. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 10:01
    😊😊😊
    #4215
    0
  10. #3560 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 20:11
    อ่านเรื่องนี้ละหิวอะ ลดนน.ยุเนี้ย แง้
    #3560
    0
  11. #3368 jeenaaaa (@jeenaaaa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 22:07
    เมื่อไหร่พระเอกนางเอกจะได้เจอกัน
    #3368
    0
  12. #3202 Bambi3 (@Bambi3) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 05:34
    หิววววว
    #3202
    0
  13. #3065 GeNnY (@jaajane) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 14:10

    กลืนน้ำลายตามเลย

    #3065
    0
  14. #2519 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 21:50
    หนังจะออกช่วงไหนคะ
    #2519
    1
    • #2519-1 NPK_Nuch (@NPK_Nuch) (จากตอนที่ 17)
      24 มีนาคม 2562 / 22:13
      555555นี่ก็จะรอค่ะ
      #2519-1
  15. #2329 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:50
    อื้อหื้ออออ หิวเลยยย
    #2329
    0
  16. #2178 bookgooooo123 (@bookgooooo123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 15:27

    สู้ๆนะ
    #2178
    0
  17. #2176 LavaCreamcheeses (@LavaCreamcheeses) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 15:06

    ต่อให้เป็นร้อยๆตอนก็จะรออ่านค่ะ สนุกมากกกก
    #2176
    0
  18. #1916 ShinSangIn (@ShinSangIn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 22:44
    80ตอน โอเคเลย ติดตามยาวๆ อ่านเพลินมากๆ
    #1916
    1
    • #1916-1 Ma_meowww (@chokearn) (จากตอนที่ 17)
      15 มีนาคม 2562 / 03:19
      เห็นว่าทางไรท์ลงไม่จบนะคะ สงสัยคงต้องอุดหนุนๆ
      #1916-1
  19. #1871 Sakura1806 (@Pitchanant2547) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 04:19

    คือเข้าใจคนอ่านตอนตี4มั้ยคะ...
    #1871
    1
    • #1871-1 pumakbawkaew326 (@pumakbawkaew326) (จากตอนที่ 17)
      14 มีนาคม 2562 / 04:39
      จับมือค่ะอ่านตอนตี4เหมือนกัน555+
      #1871-1
  20. #1865 Cnpt (@Sweetbt) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 01:54
    ชอบความย้อนอดีตตอนเจอกัน น่ารักมากเลยย
    #1865
    0
  21. #1842 _KuRoKo_ (@Deitvht1234) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 23:00
    80 ตอน โอ้มายกอดดดดด

    ปาอีบุ๊คมาเลยดีกว่าค่ะ55555
    #1842
    0
  22. #1821 drindakae (@drindakae) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 22:00

    หิวเลยง่ะ ไรท์
    #1821
    0
  23. #1805 IIaom (@iiaomjompoan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 21:29

    ขอข้าวสวย1ถ้วยเจ้าค่ะ
    #1805
    1
    • #1805-1 war-skt-14 (@war-skt-14) (จากตอนที่ 17)
      14 มีนาคม 2562 / 00:30
      ขอด้วยค่าา
      #1805-1
  24. #1803 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 20:44
    ดีน่ะที่อ่านตอนอิ่ม ไม่งั้นหิวแน่ๆเลย
    #1803
    0
  25. #1802 Yeah@ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 20:29

    รูปภาพอาหารสวยมาก แลดูน่ากิน น่าสนใจ ส่งเสริมให้น่าติดตาม สนุกจ้า

    #1802
    0