ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 14 : บทที่ 14 หนึ่งหยดน้ำทดแทนมหาสุมทร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,046 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

“อันที่จริงข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องแม่นางเจียงสักหน่อย” นักพรตหญิงกล่าวขึ้นหลังจากนั่งรถม้าร่วมกันมาระยะหนึ่งแล้ว


เจียงเลี่ยงหลินละสายตาจากทิวทัศน์ด้านนอกตัวรถ “นักพรตเซี่ยพูดเถิดเจ้าค่ะ หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าย่อมยินดีทำให้แน่นอน”


แต่เดิมเซี่ยอิงอิงตั้งใจติดรถม้ามาลงที่อำเภอข้างหน้า แล้วค่อยแยกเดินทางกลับสำนักพรตจื่อคง แต่หลักจากที่คิดทบทวนอยู่หลายรอบ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเมืองอันซุย นางก็ได้รับรู้ไม่อาจประเมินความสามารถของแม่นางเจียงได้เลย ไม่แน่ว่าเรื่องที่สร้างความหนักใจอยู่ในขณะนี้อาจได้รับการคลี่คลายก็เป็นได้


“รอบสำนักพรตจื่อคงมีพวกชาวบ้านมาตั้งชุมชนอยู่” นางเกริ่น “หลายร้อยปีที่ความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านและอารามพรตล้วนเกี่ยวพันกันอย่างแน่นแฟ้น พวกเราฝ่าฟันหลายสิ่งหลายอย่างมาด้วยกันแม้แต่สงครามในครั้งนี้”


“อารามจื่อคงชุมชนหลงซานหรือขอรับ” ป๋าไห่ที่ขับรถเงียบ ๆ ตลอดทางทักขึ้นมาจากด้านหน้า


“ใช่เจ้าอาจประหลาดใจเมื่อคิดว่าหลงซานนั้นค่อนมาทางทิศใต้ค่อนข้างห่างไกลจากเหิงกังแล้วใยจึงได้รับผลประทบ” นักพรตเซี่ยเปิดประเด็น “นั่นเพราะข่าวสงครามที่ยาวนานประกอบกับการบาดเจ็บขององค์ชายใหญ่ที่เป็นแม่ทัพคนสำคัญของแคว้นทำให้ชายแดนด้านอื่นพลอยตึงเครียดไปด้วย สถานการณ์ในยามนี้ไม่สู้ดีเอาเสียเลย”


“ส่วนหนึ่งเกิดจากทางการเกณฑ์ทหารจนในหมู่บ้านและอำเภอข้างเคียงไม่เหลือคนหนุ่ม ที่มีอยู่ก็ล้วนพิการ คนเฒ่าคนแก่ เด็กเล็ก และสตรีเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบดั่งคลื่นน้ำ พอไม่มีผู้ชายชาวบ้านที่เหลือก็มีปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกินก็หาไม่ได้ ผลผลิตต่าง ๆ ที่กักตุนไว้ก็เริ่มเน่าเสีย” นักพรตเซี่ยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ทางอารามจื่อคงเองก็ช่วยเหลือเต็มที่ ทว่าด้วยวิถีของเราเองก็มีจำกัด แม้จะแตกฉานในศาสตร์แห่งการบำเพ็ญพรต แต่กับเรื่องการใช้ชีวิตเฉกปุถุชนนี้คงต้องยอมรับว่าความรู้ของข้านั้นอ่อนด้อย”


เซี่ยอิงอิงเลื่อนมือไปกุมอีกฝ่ายไว้ “ข้าเห็นว่าแม่นางเจียงมีทักษะในการจัดสรรเสบียงอย่างดียิ่ง จึงอยากเชิญแม่นางไปช่วยให้คำชี้แนะแก่พวกชาวบ้านและเหล่านักพรตจื่อคงสักครา”


จิ่งหลิวลอบมองตานายหญิง รู้ดีแก่ใจว่านับวันอายุครรภ์ของอีกฝ่ายรังแต่จะมากขึ้นทุกที และในยามนี้หน้าท้องที่เคยราบเรียบก็เริ่มนูนขึ้นมานิดหน่อยแล้ว เห็นทีจะปิดเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ยิ่งนึกสภาพสตรีท้องโตต้องเดินทางตกระกำลำบาก จิ่งหลิวยิ่งทำใจไม่ได้เลย


เจียงเลี่ยงหลินเองก็ตระหนักถึงสภาพร่างกายของตัวเอง ใจหนึ่งนึกอยากเดินทางกลับบ้านให้เร็วที่สุดเพื่อพักฟื้นและเตรียมตัวคลอด ทว่าเมื่อมองเห็นแววตาของนักพรตเซี่ยแล้วหลากหายเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายทำเพื่อนาง แล้วครั้งนี้ถึงกับร้องขอตรง ๆ จะดูดายได้อย่างไร


มือบางวางที่หน้าท้องอย่างเคยชินไปด้วยกันนะเจ้าก้อนแป้ง


 “พี่ไห่ ต้องเดินทางอีกไกลแค่ไหนจึงจะถึงอารามจื่อคง”


ป๋าไห่สะดุ้ง เห็นทีพวกตนจะต้องออกนอกเส้นทางจริง ๆ ก็คราวนี้


อารามจื่อคงตั้งอยู่บริเวณหุบเขาหลงซานทิศตะวันเฉียงใต้ของแคว้น ระยะทางไม่ใช่ใกล้ ๆ “ราวหนึ่งสัปดาห์ขอรับ” เทือกเขาแห่งนั้นทอดยาวและเป็นพรมแดนธรรมชาติที่กั้นกลางระหว่างแคว้นเทียนหมิงแคว้นสู่เสียนเอาไว้


“ข้าเองมิได้เก่งกาจถึงเพียงนั้น และอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาของท่านนักพรตได้” หญิงสาวเอ่ยตามตรง “แต่หากเป็นคำขอร้องของท่าน ข้ายินดีไป”


เซี่ยอิงอิงเผยรอยยิ้มบางเบา “ขอบคุณแม่นางเจียง”


สามวันถัดมา, เมืองอันซุย


รถม้าสีแดงก่ำคันโตวิ่งตรงเข้าสู่เมืองอันซุยตั้งแต่เช้าตรู่ เพียงแค่นายสารถีแสดงตราประจำตัวของตวนอ๋องก็ไม่มีใครกล้าเรียกตรวจซ้ำเป็นครั้งที่สอง อาชาสีเทาหมอกหกตัวเทียมหน้ารถดูแข็งกร้าวและสง่างามอยู่ในที ทหารยามส่งสัญญาณให้หน่วยข่าวประจำเมืองรีบเร่งแจ้งเจ้าเมืองถึงการมาเยือนของผู้สูงศักดิ์


เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองรถม้าก็ชะลอความเร็วลง ค่อย ๆ เหยาะย่างอย่างผ่าเผยไปตามท้องถนน สองข้างทางนั้นวิถีประจำวันของแต่ละบ้านกำลังเริ่มต้น ร้านรวงเปิดให้บริการ ผู้คนเริ่มออกทำมาค้าขาย เด็ก ๆ ตื่นเช้า บ้างช่วยบิดามารดา บ้างเริ่มเหลียวมองหาเพื่อนเล่นวัยเดียวกัน


“กลิ่นหอม” ชายหนุ่มเปรยขึ้น ทำให้เส้ากงกงต้องรีบหาต้นตอเพื่อทูลคำตอบแก่เจ้าชีวิต


ในยามนี้ทั้งหมดกำลังเดินทางผ่านถนนเส้นหลักของเมือง โรงอาหารแห่งใหม่เปิดให้บริการแล้ว อาหารสำหรับแจกทานส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล


“เป็นอาหารจากโรงทานพะย่ะค่ะ” เส้ากงกงแหวกผ้าม่านเอ่ยบอกจากฝั่งสารถี


โรงทาน? หมิงหย่งเทียนนึกประหลาดใจ ไหนว่าข้าวของในเมืองราคาแพง อีกทั้งเงินคงคลังก็แทบหมดหรือมิใช่ แล้วเอาเงินที่ไหนมาเป็นทุนแจกจ่ายอาหารเช่นนี้ “เอามาลองชิมสักอัน”


ข้ารับใช้ได้ยินดังนั้นก็ตาโต จะให้ท่านอ๋องของตนเสวยของเช่นนี้ได้อย่างไร “หวางเย่ ของแจกทานที่เห็นนั้นเป็นเพียงซาลาเปาและน้ำเต้าหู้ธรรมดา ประเดี๋ยวก็ค่อยแวะเสวยที่โรงน้ำชาด้านหน้าดีกว่าพะย่ะค่ะ”


“เปิ่นหวางอยากกินเหมือนชาวเมือง”


เมื่อเจ้าชีวิตย้ำเช่นนั้นเส้ากงกงจึงได้แต่จำใจเดินลงจากรถม้าไปต่อแถว กลับกันเมื่อไปต่อแถวที่โรงทานกลับไม่มีใครรู้สึกตะขิดตะขวงใจเมื่อเห็นเศรษฐีมารอรับอาหารด้วย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านเจ้าเมืองเองก็รับประทานอาหารโรงทาน ส่งผลให้เหล่าขุนนางในเมืองปฏิบัติตามจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว อีกทั้งอาหารโรงทานนี้ก็ออกมาจากโรงครัวกลางในจวนเจ้าเมือง เรื่องคุณภาพความสดใหม่นั้นรับประกันได้


ไม่นานนักเส้ากงกงก็หอบเอาใบบัวที่ห่อซาลาเปามาหลายลูก พร้อมกระบอกใส่น้ำเต้าหู้มารินแบ่งให้ท่านอ๋อง แล้วเอ่ยเรื่องประหลาดที่ตนเพิ่งได้พบเจอ “โรงทานแห่งนี้คิดเงินด้วยพะย่ะค่ะ แต่เป็นแบบบริจาคแล้วแต่ว่าจะจ่ายค่าอาหารเท่าไร”


หมิงหย่งเทียนพิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้รับทราบอย่างสนใจ เห็นทีเจ้าเมืองอันซุยคงมีมันสมองดี ๆ อยู่บ้างกระมัง


ระหว่างนั้นก็หยิบของกินมาดูอย่างแปลกใจซาลาเปาทอดเช่นนั้นหรือ เขาไม่เคยเห็นใครเอาไปทำเช่นนี้มาก่อน


เส้ากงกงมองเจ้าชีวิตที่เริ่มพิจารณาแล้วค่อย ๆ รับประทานอย่างกังวลใจ ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะอาเจียนออกมา


ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกอยู่กลับต่างจากสิ่งที่เส้ากงกงนึกอย่างลิบลับ ซาลาเปาอันนี้รสชาติดีมาก ในฐานะที่เขาเคยกินแต่อาหารหรูหรามาก่อน ย่อมสัมผัสได้ถึงความด้อยคุณภาพของแป้งที่นำมาใช้ทำซาลาเปาชิ้นนี้ได้อย่างดี ทว่าสิ่งนี้ผิวสัมผัสด้านนอกกระด้างเนื่องจากถูกนำไปนาบบนกระทะ จึงทำให้ตัวแป้งโดนกดจนมีความแน่นมากขึ้น ดูดน้ำจากไส้หมูสับมากขึ้น กลบทับข้อด้อยของมันจนหมด


“ข้าคือเทพธิดาเจียงได้รับบัญชาจากเจ้าแม่หวังหมู่มาปราบคนเลว!!


“อย่ากลัวแล้วๆๆๆ อาหนิง”


“อาหนิง เอ๊ย!! เทพธิดาเจียงสู้ๆ”


เสียงเด็ก ๆ วิ่งไล่กันพร้อมร้องตะโกนทำให้คนที่อยู่บนรถม้าชะงัก ดวงเนตรที่เคยนิ่งสงบสั่นระริก


“หวางเย่” เส้ากงกงเห็นตวนอ๋องเสวยซาลาเปาชิ้นนั้นจนหมดแล้วก็นิ่งไป


“ไปจวนเจ้าเมืองเถิด” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด


ด้านจวนเจ้าเมืองอันซุยได้ทราบข่าวการมาเยือนของตวนอ๋องแล้ว ทุกฝ่ายจึงเตรียมการรอต้อนรับ


หมิงหย่งเทียนก้าวลงจากรถม้า เดินเข้าสู่จวนของเจ้าเมืองราวกับเป็นสถานที่ของตนเอง บ่าวรับใช้เหล่านี้ไม่เคยชื่นชมพระบารมีของตวนอ๋องมาก่อน จึงอดมองอย่างตะลึงตะลานมิได้ ด้วยต่างได้ยินเสียงเล่าลือว่าชินอ๋ององอาจ ฉีอ๋องหล่อเหลา เอี้ยนอ๋องสุภาพ หมิงอ๋องอัชฌาสัยเปี่ยมไมตรี สำหรับตวนอ๋องนั้นที่กล่าวว่าสง่างามเหนือภพ เห็นจะไม่เกินจริง


“ถวายบังคมหวางเย่ ขอขอบพระทัยยิ่งแล้วที่ทรงเสด็จมาอันซุย” ก่อนหน้านี้เจ้าเมืองชุนเคยพบตวนอ๋องมาก่อน และได้เห็นความปรีชาของอีกฝ่ายหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าเรื่องใดที่เหล่าอ๋องด้วยกันหรือขุนนางทำผิดพลาด ฮ่องเต้มักจะส่งตวนอ๋องตามลงมาจัดการในท้ายที่สุดเสมอ ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ก็ไม่เคยปฏิบัติภารกิจใดแล้วทำให้ฮ่องเต้ผิดหวังมาก่อน นึกถึงเมื่อยามนั้นที่ทรง 15 ชันษา ก็เสด็จไปฉางเฉินช่วยบรรเทาอุทกภัยที่ถือเป็นปัญหาใหญ่มาทุกรัชสมัยได้แล้ว


“ท่านเจ้าเมืองลุกขึ้น ไม่ต้องมากพิธี” เพราะชายหนุ่มสวมอาภรณ์แพรต่วนสีขาวมุกปักลายกระเรียน จึงทำให้บรรยากาศของเจ้าตัวยิ่งสมดั่งคำว่าเทพเซียน “เปิ่นหวางมาอันซุยหนนี้เนื่องจากฝ่าบาทมีบัญชาให้ช่วยเหลือชาวเมืองโดยตรง”


“ฝ่าบาททรงเปี่ยมด้วยเมตตา กระหม่อมและชาวอันซุยทั้งหลายซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง” เหล่าขุนนางถวายพระพรเต็มพิธีคำรบหนึ่ง “กระหม่อมได้เตรียมเรือนพักรับรองให้หวางเย่แล้ว ขอเรียนเชิญหวางเย่เสด็จพะย่ะค่ะ”


หากแต่ชายหนุ่มรู้สึกว่าการที่ตนนั่งรถม้ามายาวนานคือการพักผ่อนเพียงพอแล้ว “นำเปิ่นหวางไปโถงว่าราชการเถิด ความลำบากของพวกเจ้าไม่อาจรั้งรอ”


เหล่าขุนนางต่างเหลือบมองกันอย่างไม่คาดคิด เคยได้ยินกิตติศัพท์ของอ๋องพระองค์นี้มานานแล้ว และหวังมาตลอดว่าจะได้ถวายการรับใช้ใกล้ ๆ เพื่อดูว่าพระปรีชาจะสมกับที่เล่าลือหรือไม่


โถงว่าราชการประจำเมืองอันซุยในยามนี้แตกต่างออกไป เนื่องด้วยผู้นั่งตำแหน่งประธานหาใช่เจ้าเมือง แต่เป็นตวนอ๋องหมิงหย่งเทียน แม้ทรงนั่งอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ทว่าบรรยากาศแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาโดยธรรมชาติอย่างไม่ต้องปั้นแต่งนั้นกลับไม่อาจดูเบาได้ กลายเป็นเจ้าเมืองอันซุยเสียอีกที่แม้จะสูงวัยกว่าทว่าในยามนี้กลับถูกสง่าราศีข่มจนหมดสิ้น จนดูคลับคล้ายเป็นเพียงอาลักษณ์ส่วนพระองค์เท่านั้น


ดวงเนตรคมกริบกวาดสายตาอ่านรายงานของเมืองในช่วงเดือนที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนอย่างเห็นได้ชัด “ดูเหมือนว่าในยามนี้เงินคงคลังจะพ้นวิกฤตแล้ว”


“พะย่ะค่ะ เพราะได้เงินทุนจากร้านฮุ่ยอันเข้ามาเสริมทำให้เริ่มมีกำไรขึ้นมาในระดับหนึ่ง”


“ฮุ่ยอัน?” ตวนอ๋องทวน


ดังนั้นผู้เป็นเจ้าเมืองจึงเริ่มเล่ารายละเอียดถึงร้านค้าที่ดำเนินการโดยฝ่ายราชการเมืองโดยตรง ด้วยการจำหน่ายสินค้าในราคาถูก ทำกำไรไม่มาก แต่นั่นก็เพื่อสร้างกระแสเงินให้หมุนเวียนในระบบอีกครั้ง เป็นการป้องกันมิให้เมืองอันซุยต้องล้มละลาย ตอนนี้ตรึงราคาค้าขายมาร่วมเดือนแล้ว จนกระทั่งเพดานราคาสินค้าในเมืองลดลงค่อนข้างมาก ข้าวสารในร้านค้าของพวกคหบดีโดยเฉลี่ยราคาขายอยู่ที่จินละ 40-50 อีแปะ ซึ่งต่างจากช่วงวิกฤตลิบลับ


อีกทั้งโรงทานนั้น ก็เป็นช่องทางช่วเหลือชาวเมืองอีกแรง การสร้างระบบบริจาคทำให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองเป็นเอกเทศ โดยที่ฝ่ายผู้คุมคลังไม่ต้องตัดสรรงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือ


ยังไม่นับถึงการเก็บภาษีแบบขั้นบันไดที่ทางการเริ่มต้นบังคับใช้ นี่จึงเรียกว่าหนทางทำให้เมืองอยู่รอดอย่างจริงแท้ และทำให้ตอนนี้ระบบราชการเริ่มกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง


 “ใครเป็นผู้เสนอแนวคิดนี้” หมิงหย่งเทียนต้องการรู้จักผู้ที่เป็นกุนซือ ความคิดพลิกแพลงเช่นนี้ออกจะถูกใจเขาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องการจัดเก็บภาษีแบบขั้นบันไดตรงกับที่เขาคิดไว้พอดิบพอดีระหว่างคิดหาทางแก้ปัญหาของอันซุยมาตลอดสามวัน


“เป็นแม่นางเจียงพะย่ะค่ะ” ฝ่ายผู้คุมภาษีเอ่ย “แม้จะเป็นสตรีแต่สมควรยกย่องในฐานะปราชญ์หญิง นางช่วยเหลือพวกข้ากระหม่อมในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน หรือแม้แต่การจัดสรรเสบียงคงคลัง กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่เล็กอย่างโรงทาน นางก็เป็นผู้แนะนำว่าให้ตั้งบริจาคด้วย”


“รายการอาหารในโรงทานแม่นางเจียงก็คิดสูตรขึ้นมาใหม่ ชาวเมืองนอกจากปากท้องอิ่ม สุขภาพจิตยังดีขึ้น แทบไม่มีใครแยกออกเลยว่าอาหารเหล่านี้ใช้เสบียงจากยุ้งฉางเก่า”


“นี่จึงเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น กระหม่อมเคยพบนายอำเภอเจียงบิดาของนางครั้งหนึ่งตอนไปงานเฉลิมฉลองแดนประจิมที่ตั๋วเยี่ย บิดาเช่นนั้นบุตรสาวจึงประเสริฐเช่นนี้”


หากเวลานั้นมีผู้สังเกตดี ๆ จะพบว่าบรรยากาศรอบกายของตวนอ๋องผู้สูงศักดิ์สูญเสียความเยือกเย็นไปเสียแล้ว


“เป็นแม่นางเจียงเลี่ยงหลิน บุตรีนายอำเภอเจียงซิ่นเฉิงแห่งส่านซีพะย่ะค่ะ” เจ้าเมืองชุนเอ่ยย้ำ

 

 


ซาลาเปาทอดน้ำ


Talks - ไรท์ได้ทยอยแก้คำผิดในส่วนต่าง ๆ แล้วนะคะ หลังจากได้พูดคุยกับทางสำนักพิมพ์แล้ว จะทำการลงให้อ่านถึงตอนที่ 25 นะคะ ด้วยเหตุผลทางลิขสิทธิ์ค่ะ สำหรับใครที่ถามหาหนังสือ ไรท์ได้มอบลิขสิทธิ์ในการจัดตีพิมพ์รูปเล่มและจัดทำ e-book ให้กับทางสำนักพิมพ์ดีต่อใจนะคะ ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทาง FB : สำนักพิมพ์ดีต่อใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.046K ครั้ง

7,916 ความคิดเห็น

  1. #7910 Kritty (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 17:52

    ซื้อเล่ม 1 แล้ว รอเล่ม 2 อย่างใจจดใจจ่อ upเล่ม 2 หน่อยนะคะ

    #7910
    0
  2. #7815 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 17:55
    โถ่ น่าเห็นใจ มาไม่ทัน
    #7815
    0
  3. #7616 150221 (@150221) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 17:16
    คลาดกันนิดเดียวเอง
    #7616
    0
  4. #7615 150221 (@150221) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 17:16
    เมื่อไหร่พ่อแม่ลูกจะเจอกันคะ
    #7615
    0
  5. #7478 prangbua (@prangbua) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 09:14
    อิอ๋องอึ้งไปเลยดิ
    #7478
    0
  6. #7272 toto5666 (@toto5666) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:09
    โอ้ยยย ลุ้นมากกกกก ตื่นเต้นมากกกกก
    #7272
    0
  7. #6979 the-devil-hell (@khwan2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 00:59

    ซาลาเปาทอดน้ำอร่อยมาก

    ที่มอเรามีขาย ไปทีไรมะได้กินทุกที
    #6979
    0
  8. #6571 warmior (@warmior) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:47
    อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วนอกจากรู้สึกว่าอุ่นหัวใจก็รู้สึกว่าความตะกละในตัวจะเพิ่มขึ้นด้วย เฮ้อ ตัวข้าช่างย้อนแย้งเหลือเกิน
    #6571
    0
  9. #6077 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:23
    เยี่ยมเลยจ้า
    #6077
    0
  10. #5609 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:33
    ดีมากกกกกกก
    #5609
    0
  11. #5257 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 21:03

    อือคิดถึงซาราเปาทอดเจ้าประจำเลย5555
    #5257
    0
  12. #5234 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:11
    ตะลึง ตะลึง ตะลึงๆๆ ตะลึงตึงตึงตะลึงตึงตึงตะลึงตึงตึงตึ๊งตึงตึงตึง เพลงมันลอยมาค่ะ 55555555 อยากกินซาลาเปาทอดดด
    #5234
    0
  13. #5179 praaewaa (@praaewaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:26
    มีคนเสียอาการนะคะ
    #5179
    0
  14. #4541 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 07:14
    ไม่เคยได้ยินซาลาเปา
    #4541
    0
  15. วันที่ 13 เมษายน 2562 / 23:18
    😊😊😊
    #4205
    0
  16. #4200 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 22:21

    อุ้ยยยยย


    หลัวอึ้งสิคะ!! รอไรรร

    #4200
    0
  17. #4110 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 16:33
    นี่ก็ย้ำจังไม่ดูหน้าท่านอ๋องเล้ยยยย
    #4110
    0
  18. #3822 สายฝนในแววตา (@sakitora) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 10:57
    เจอกันอีกทีตอนคลอดแล้วนู้นละจ้าาาา
    #3822
    0
  19. #3198 Psc_Rrrrr (@rushda-1997) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 01:59
    สรุปท่านอ๋องตามผิดทิศอีก
    #3198
    0
  20. #3164 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:42
    ขนาดนี้แล้วววว
    #3164
    0
  21. #3064 SaRjdX (@24862541) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 13:45
    เอาแล้วๆๆๆ
    #3064
    2
  22. #2826 _DARKGHOST_ (@Kate2549) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 19:38
    ท่านอ๋องก็งงไปสิคะ555
    #2826
    0
  23. #2502 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 15:53
    ตอนสั้นลงอ่า เสียใจ แต่สู้ๆนะคะไรต์ งานคุณภาพมากเลย
    #2502
    0
  24. #2326 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:28
    ผ่ามมมมมๆๆ!!!!
    #2326
    0
  25. #2012 IsazaI (@isazai) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 07:35
    อ๋องถึงกับอึ้ง..
    #2012
    0