ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 13 : บทที่ 13 วาสนาอันซับซ้อน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70,475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,225 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

เมื่อบ่าวรับใช้มารายงานว่าตวนอ๋องกำลังสั่งให้เตรียมรถม้าเดินทาง เสิ่นหรูเหมยผู้เป็นชายารองก็นั่งไม่ติด ท่านอ๋องเพิ่งจะอยู่เมืองหลวงไม่ถึงเดือนเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่อยู่ก็มาหานางที่เรือนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงได้แต่ตัดสินใจสวมชุดงดงามแล้วออกไปย้ำเตือนความทรงจำของอีกฝ่ายเสียที


“หวางเย่” นางออกมาได้จังหวะระหว่างที่บุรุษผู้นั้นกำลังสั่งงานบางอย่างให้แก่พ่อบ้านกู้อยู่พอดี ชายเสื้อหรูหราสีม่วงอ่อนพลิ้วระยับเฉกผีเสื้อโบยบิน ใบหน้างดงามมีแววออดอ้อนอ่อนหวานดั่งดอกสาลี่ “เดินทางระวังสุขภาพด้วยนะเพคะ”


“เช่อเฟย” บ่าวรอบบริเวณต่างน้อมคำนับ ไม่มีใครกล้าเหลือบตามองผู้เป็นนายตรง ๆ


หมิงหย่งเทียนมองเสิ่นหรูเหมยชั่วขณะหนึ่ง นึกถึงเหตุการณ์วันนั้นที่ได้รับทราบอีกชั่วขณะหนึ่งว่านางลงมือเช่นไรบ้าง ดวงเนตรคมกริบเฉยชาเสมือนว่าเจ้าของร่างเองก็มิต้องการเจรจา


“น้องหญิง เจ้าเองก็ก็ออกมาส่งหวางเย่หรือ” อันหลันฮวาย่อมไม่พลาดโอกาสนี้เช่นเดียวกัน เพียงคำกล่าวทักท่ายง่าย ๆ ทว่าคนฟังกลับรู้สึกราวกับว่าตนกำลังถูกวาจาเสียดสีว่าออกหน้าก่อนผู้เป็นชายาเอก


“เพคะหวางเฟย” ต่อให้อีกฝ่ายแสดงความโอบอ้อมอารี เล่นละครพี่สาวรักใคร่น้องสาวอย่างไรเสิ่นหรูเหมยก็ไม่มีทางหย่อนยานมารยาท เพราะนางเคยพลาดต่ออันหลันฮวามาแล้วหนหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นก็ร้ายแรงจนถึงขั้นชะตาชีวิตพลิกผลันคว้าเอาได้เพียงตำแหน่งชายารอง เรื่องอัปยศเช่นนั้นย่อมจดจำจนวันตาย


ทว่าเรื่องนางจิ้งจอกเจียงเลี่ยงหลินก็อีกเรื่องหนึ่ง หากย้อนกลับไปในวัยเยาว์ คุณหนูในเมืองหลวงจวนใดบ้างที่ไม่ต้องการเป็นสตรีของเหล่าเชื้อพระวงศ์ องค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง องค์ชายสี่ และองค์ชายห้า ตัวนางนั้นหลงรักองค์ชายห้าเนิ่นนานก่อนที่จะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นตวนอ๋องเสียอีก ทว่าหลังจากเสด็จกลับจากช่วยบรรเทาอุทกภัยที่ฉางเฉิน ทรงนำสตรีผู้หนึ่งกลับมาด้วย หนแรกนั้นต่างไม่มีใครสนใจนักเพราะนางก็คงเป็นได้เพียงอนุภรรยาตัวเล็ก ๆ แต่ใครจะรู้เล่าว่าตวนอ๋องถึงกับเสด็จไปรับที่ประตูเมืองด้วยตนเอง เกิดเสียงเล่าลือทันทีว่าหญิงผู้นั้นเล่นคุณไสยร้ายแรงทำเสน่ห์ให้เขาหลงใหล เสิ่นหรูเหมยในยามนั้นได้แต่ร้อนอกร้อนใจ จริงอยู่บุรุษในราชวงศ์เช่นตวนอ๋องคงโปรดของสดใหม่ได้ไม่นาน ทว่าหากภายในระยะเวลาที่ทรงโปรดทำให้นางกำเนิดดอกออกผล ก็ไม่แน่ว่าหนามยอกอกนี้อาจหยั่งรากฝังลึกจนได้ ดังนั้นเสิ่นหรูเหมยจึงได้แต่ภาวนาให้เวลาผันผ่านไปเร็ววัน จนกระทั่งถึงวันประชันฝีมือท่านหญิงบุปผาครั้งนั้นที่ฮ่องเต้หมายพระทัยว่าจะพระราชทานสมรสให้แก่ตวนอ๋องเสียที


“เวลานี้แดดแรงแล้ว พวกเจ้าทั้งสองควรกลับเข้าเรือน” เขากล่าวสั้น ๆ ทว่าไม่สนใจร่ำลาหรือแจ้งรายละเอียดการเดินทางแก่ใคร


“หวางเย่จะเสด็จกลับเมื่อใดเพคะ” อันหลันฮวาสอบถาม หากกฎเกณฑ์ของแคว้นเทียนหมิงไม่กำหนดให้บุรุษต้องไปเยือนเรือนภรรยาเอกทุกวันที่ 1 และ 15 ของทุกเดือน คาดว่าคงจะแทบมิได้พบหน้าทั้งที่อยู่ในจวนเดียวกันกระมัง


“เปิ่นหวางออกเดินทางไกล ขอเพียงหวางเฟยครองเรือนให้ดีดูแลเรือนถูกต้องตามจรรยา เมื่อนั้นคงมิต้องห่วงอันใด” เขาไม่ตอบนางตามตรง หากแต่กล่าวราวกับรู้อะไรบางอย่าง อันหลัวฮวาฉีกยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ ยืนส่งตวนอ๋องทั้งที่ใจสั่นไหว


ระหว่างนั้นก็มีขันทีน้อยถือเทียบเชิญจากในวังลงมาจากเกี๊ยว แล้ววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เส้ากงกงไปรับหน้าไม่ทันใครก็เดินกลับมาแจ้งแก่นายของตน “หวางเย่ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เข้าวังพะยะค่ะ”


หมิงหย่งเทียนกำมือแน่นในขณะที่กำลังจะขึ้นรถม้า แม้ฮ่องเต้จะยังไม่มีรับสั่งแต่เขาก็อดมองทั้งอันซื่อและเสิ่นซื่อมิได้ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร “เช่นนั้นก็เข้าวัง”


รถม้าแล่นจากจวนตวนอ๋องเข้าสู่เขตวังใช้ระยะเวลาไม่นานนัก เนื่องจากเดิมก็ตั้งอยู่ในบริเวณห่างออกมาเพียงสองช่วงถนน จากนั้นจึงปรากฏพระตำหนักจื่อเว่ยอันเป็นที่ประทับของฮ่องเต้ ในแผ่นดินเทียนหมิงนี้มิได้เคร่งครัดเรื่องระเบียบการใช้พาหนะในวังหลวง สำหรับเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นใกล้สามารถทรงอาชาหรือแม้แต่ใช้รถม้าได้ โดยทั้งนี้จะต้องได้รับป้ายอนุญาตเป็นรายพระองค์ไป


ภายใต้แสงแดดเจิดจ้า ร่างสูงของตวนอ๋องในอาภรณ์สีหมอกเมฆาก้าวลงจากรถม้า หรูหราทว่าไม่เต็มพระยศอย่างที่มักจะสวมใส่ยามว่าราชการ เพียงก้าวผ่านเหล่าข้าราชบริพารหน้าพระตำหนักก็ถวายความเคารพเรี่ยรายไป และเมื่อเข้าไปสู่บริเวณทรงพระอักษรเขาก็พบบุรุษผู้เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้น ณ ที่แห่งนั้น


“ถวายบังคมเสด็จพ่อ”


ฮ่องเต้เฉินตี้วางพระหัตถ์จากกองฎีกา จ้องมองร่างพระราชโอรสลำดับที่ 5 ของพระองค์ เด็กหนุ่มในความทรงจำยามนั้นมิอาจเทียบกับชายหนุ่มผู้สง่างามได้เลย ลูกไม้มักเติบใหญ่กว่าพ่อและแม่เห็นจะจริงแท้ หมิงหย่งเทียนคลับคล้ายพระองค์ในวัยหนุ่มเพียงสามส่วนเท่านั้น อีกสามส่วนคือเสียนเฟย และที่เหลือคงเป็นเพราะได้ความเมตตาจากสรวงสวรรค์ช่วยสรรค์สร้างกระมัง


“เจ้าเพิ่งกลับมาจากต๋าจิงไม่ทันไร จะออกเดินทางอีกแล้วหรือ” คำตรัสนั้นชี้ชัดว่าล่วงรู้ถึงความเคลื่อนไหวของโอรสเป็นอย่างดี แผ่นดินนี้พื้นที่ใดบ้างมิใช่ของพระองค์


ทว่าสำหรับหมิงหย่งเทียนนั้น การที่เสด็จพ่อทรงเตือนเขาถึงเรื่องนี้หาได้ส่งผลอันใด เขาไม่ได้คาดหวังสิ่งใดจากผู้เป็นบิดามานานเหลือเกินแล้ว ก่อนจะเป็นโอรสสวรรค์พระองค์ก็เป็นปุถุชนธรรมดาที่มีโลภมีหลงหรือมิใช่ กับเรื่องภายในจวนของตวนอ๋องทรงเคร่งครัด ทรงปรามให้เขาเหยียบย่างอยู่ในกรอบเสมอ หากแต่กลับกันเมื่อเป็นโอรสสุดรักของพระองค์อย่างพี่รองกลับหลับหูหลับตาเสียอย่างนั้น เพิ่งได้ข่าวว่าฉีอ๋องตบตีพระชายาของตนที่เป็นถึงองค์หญิงต่างแคว้น เสด็จพ่อของเขากลับไม่ทัดทานอันใดแม้แต่น้อย “ทูลเสด็จพ่อ ลูกย่อมต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ไม่อาจปล่อยรั้งไว้ได้เนิ่นนาน”


“งานบางอย่างคืองานของสตรี หาใช่ที่ที่บุรุษจะต้องเข้าไปจัดแจงถึงเพียงนั้น หวางเฟยของเจ้าเป็นถึงคุณหนูจวนโหวนางย่อมมีความสามารถคู่ควร” ทรงมีพระดำรัสเช่นนั้น อีกฝ่ายจึงทำได้เพียงจ้องมองริ้วรอยแห่งกาลเวลาที่พาดผ่านพระพักตร์ ฮ่องเต้เฉินตี้ในวัย 62 ชันษาดูอ่อนล้า ดวงตาฝ้าฟางจนมิอาจมองเห็นความจริงอย่างเที่ยงตรงได้อีกแล้ว


แต่แม้พระองค์จะเจตนาเข้าไปยุ่งเรื่องในเรือน กระนั้นพระองค์ก็ไม่อาจรุกไล่โอรสคนนี้เกินไปได้ หากกล่าวให้ถูก โอรสองค์โตทำให้พระองค์ระแวงทว่าด้วยความติดค้างเขามากมายหลายอย่างจึงมิอาจลงมือได้จริงจัง โอรสองค์รองนั้นคือเลือดเนื้อที่เกิดกับสตรีที่รัก ถนอมเลี้ยงไว้แนบใจ วางอนาคตไว้ให้อย่างดี โอรสลำดับอื่น ๆ พระองค์ก็ระลึกถึงเป็นครั้งคราว พระราชทานของให้ตามวาระเหมาะสม ทว่าโอรสลำดับที่ห้านี้ต่างออกไป ยิ่งพระองค์เฝ้ามองอีกฝ่ายเติบโต ยิ่งลองหยิบมาใช้งานหลายครั้ง ยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นดาบอันแสนเหมาะมือไว้ใช้ฟาดฟันศัตรู ค้ำยันแต่ละขั้วอำนาจเอาไว้ ตราบจนกว่าเจ้ารองจะขึ้นครองบัลลังก์อย่างมั่นคง เจ้าห้าจะประพฤติตนเหลวไหลมิได้


“ลูกทราบแล้ว” หมิงหย่งเทียนรับคำ “เมื่อครั้งเดินทางกลับเมืองหลวงระหว่างทางเห็นปัญหาอย่างหนึ่งที่น่าอันตราย ลูกจึงคิดว่าจะออกไปตรวจตราการค้าขายและความเป็นอยู่ของเมืองต่าง ๆ สักรอบหนึ่ง จากนั้นจึงจะกลับมาถวายการรับใช้เสด็จพ่ออีกครั้ง”


แม้จะรับรู้ถึงความดื้อรั้นจากโอรส ทว่าน้ำหนักในเหตุผลซึ่งอีกฝ่ายเสนอก็ไม่อาจดูดาย ยามนี้ฎีกาของแต่ละเมืองต่างถวายรายงานถึงปัญหาอันเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็เดินทางไปอันซุยเป็นไร ฎีการ้องเรียนจากเจ้าเมืองเข้ามาตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนแล้วยังรอผู้ตรวจราชการลงพื้นที่แก้ไขอยู่”


ชายหนุ่มมองพระหัตถ์ที่โยนฎีกามาให้เล่มหนึ่ง มิใช่ไม่รู้ความ ไม่ใช่เดือนก่อน แต่เป็นตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เขาได้ข่าวราง ๆ ว่าหนแรกให้พี่รองไป ใยยังแก้ปัญหาไม่ได้ หลังจากนั้นพี่ใหญ่ก็บาดเจ็บ เมื่อเห็นเกียรติยศรั้งรออยู่พี่รองก็คว้ากระโจนไปเหิงกังแทน ทิ้งเศษซากของอันซุยเอาไว้แบบนั้น ทว่าเสด็จพ่อมีหรือจะกล่าวบริภาษลูกรัก เห็นพระองค์ไม่ทรงเอ่ยพาดพิงถึงฉีอ๋องเลย เขาก็รู้แน่แล้วว่าหากตนทำไม่สำเร็จ ตนนั่นเองที่จะต้องเป็นแพะในครั้งนี้ “ลูกรับบัญชาเสด็จพ่อ และจะเดินทางไปอันซุยโดยเร่งด่วน”


ในยามนี้เมืองอันซุยหาได้เลวร้ายเหมือนแต่ก่อนแล้ว


เจียงเลี่ยงหลินช่วยคีบซาลาเปาทอดลงบนใบไผ่แล้วห่อให้แก่ชาวเมืองที่มาเข้าแถวรอรับอาหาร ปกตินางก็ไม่ค่อยได้ออกมาดูหน้างานด้วยตนเองแบบนี้นัก เพราะในระยะหลังมักจะอยู่ในโรงครัวและร้านฮุ่ยอันตลอด บางครั้งก็ไปว่าราชการกับเจ้าเมืองชุนด้วย จนหลายคนเข้าใจไปแล้วว่าท่านเจ้าเมืองมีกุนซือคนใหม่เป็นปราชญ์หญิงคนหนึ่ง


“นายหญิงเจียง!” เสียงทักอย่างยินดีทำให้ร่างบางดึงสติกลับมาหลังจากคิดอะไรเล่นเรื่อยเปื่อย เป็นไฉฟู่นั่นเอง พลันเจียงเลี่ยงหลินก็นึกถึงเรื่องการตามหาญาติของอีกฝ่ายได้นางลืมไปเสียสนิท!!


“นายหญิง นายหญิง!” เสียงเล็ก ๆ ของอาไช่ อาช่าง สองพี่น้องเองก็ทักขึ้นตามบิดา ใบหน้าเล็ก ๆ ฉายรอยยิ้มกว้าง แต่ละคนดูมีชีวิตที่ดีขึ้นมาก


“ที่แท้โรงอาหารแห่งนี้ก็เป็นของนายหญิงด้วย” ไฉฟู่เอ่ยอย่างซื่อ ๆ หลายวันมานี้พวกเขาพึ่งพาศูนย์อพยพของเมือง และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากแม้จะยังเข้าไปในเมืองไม่ได้ก็ตามที


“พอเห็นพวกเจ้าก็นึกขึ้นได้ ข้าเหลวไหลเหลือเกินที่ไม่ได้ตามหาญาติผู้เลี้ยงม้าให้เลย” เสียงหวานเอ่ยอย่างรู้สึกผิด


“นายหญิงอย่ากล่าวเช่นนั้น เดิมทีก็มิใช่ภาระอันใดของท่านอยู่แล้ว เพียงท่านช่วยเหลือพวกเราถึงขนาดนี้ก็เป็นบุญคุณเหลือเกินขอรับ”


เจ้าเมืองชุนเองก็กำลังเดินตรวจตรากับผู้คุมโรงอาหารแห่งนี้อยู่ เห็นแม่นางเจียงกำลังคุยกับพวกผู้อพยพจึงเดินเข้าไปหา


“ท ท่านเจ้าเมือง” พวกผู้ประสบภัยต่างคุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้าเมืองอันซุยดีต่างทำความเคารพไม่ขาดสาย สายตาที่จ้องมองเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง


ชุนหลวนซานมองซาลาเปาทอดที่อดแน่นในกระทะ หลายวันมานี้เขาและครอบครัวก็รับประทานอาหารอย่างเดียวกับพวกชาวบ้าน ลดความฟุ้งเฟ้อลง นึกอยู่ว่าลูก ๆ ของตนที่ยังเยาว์จะปรับตัวได้หรือไม่ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าอหารที่แม่นางเจียงทำนั้นรสเลิศยิ่งกว่าอาหารตามปกติของจวนเจ้าเมืองเสียอีก กลายเป็นว่าพวกเด็ก ๆ รังเกียจอาหารเดิม ๆ ไปเสียแล้ว


“ท่านเจ้าเมืองมาพอดีเลย ผู้นี้คือไฉฟู่ เขาเป็นญาติกับหูเกิงคนเลี้ยงม้าในจวนท่าน ทว่าระหว่างเดินทางเกิดปัญหาเอกสารประจำตัวหายจึงไม่อาจเข้าไปพบญาติในเมืองได้” เจียงเลี่ยงหลินออกหน้าแทน


“อ้อ เช่นนี้เอง เมิ่งกู่เจ้ามาดู” เขาเรียกนายเสมียนเข้ามารับช่วงต่อ


“ขอบคุณนายหญิงเจียง ขอบคุณท่านเจ้าเมือง” สามพ่อลูกคำนับปลก ๆ เกิดเป็นภาพที่ชวนอบอุ่นหัวใจอย่างหนึ่ง ในยามแร้นแค้นแบบนี้คงไม่มีสิ่งใดดีงามมากเกินไปกว่าการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


เช้าวันต่อมา นักพรตเซี่ยและเจียงเลี่ยงหลินมาร่ำลาท่านเจ้าเมืองแต่เช้า


“ข้าเสร็จสิ้นภารกิจที่เมืองนี้แล้ว ท่านเจ้าเมืองช่างทำให้นักพรตอย่างข้าได้เปิดหูเปิดตา ท่านยังอายุน้อยและมีความสามารถ อีกทั้งยังใจกว้างเปิดเผยกล้ารับฟังความคิดเห็นผู้อื่นและนำมาปรับปรุง การดำรงตนเช่นนี้คือสิ่งที่ดีสำหรับผู้นำ สภาพจิตใจของชาวเมืองอันซุยเองก็ดียิ่งขึ้นแล้ว ข้าหวังว่านับจากนี้ท่านจะดำรงตนด้วยความซื่อตรงเช่นนี้ต่อไป” นักพรตเซี่ยกล่าวอย่างเมตตา


“ท่านนักพรตกล่าวหนักเช่นนี้ข้าขัดเขินเหลือเกิน” ชายหนุ่มว่า “ขอขอบพระคุณท่านที่ตอบรับเทียบเชิญและมาช่วยเหนี่ยวนำจิตใจให้แก่ประชาชน หากมีโอกาสข้าจะเดินทางไปยังอารามจื่อคงอีกครั้งเพื่อคารวะเหล่านักพรตด้วยตนเองอีกทีหนึ่ง”


เหล่าขุนนางคนสนิทท่านเจ้าเมืองต่างรู้สึกใจหายไม่ต่างกันเมื่อจากลา ไม่ว่าจะเป็นนักพรตเซี่ย หรือแม่นางเจียงที่พวกเขายอมรับให้เป็นหนึ่งในกลุ่มกุนซือประจำเมืองไปแล้ว


“แม่นางเจียง” ชุนหลวนซานเอ่ย “น้ำใจของแม่นางประเสริฐยิ่งจนข้าไม่รู้จะหาสิ่งใดที่คู่ควรตอบแทน จึงได้แต่ฝากสิ่งนี้” เขายื่นซองแดงออกมา “ในฐานะกุนซือคนสำคัญที่พวกเราจะไม่มีทางลืมเลือน ได้โปรดให้เกียรติพวกเราได้เดินทางไปส่งแม่นางและท่านนักพรตที่ประตูเมือง”


ทั้งสองตอบรับโดยไม่รู้เลยว่าเมื่อออกมาจากจวนเจ้าเมืองแล้วภาพที่เห็นจะเหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง


“นี่ จิ่งหลิวพูดไม่ออก ริมทางเท้าคลาค่ำไปด้วยชาวเมืองมารอส่ง หลายวันที่ผ่านมาทุกคนทราบอยู่กลาย ๆ ว่าสิ่งต่าง ๆ ของเมืองเกิดขึ้นโดยท่านเจ้าเมือง และมีนายหญิงของตนเป็นที่ปรึกษา ทว่าตัวนายหญิงเองก็ไม่ได้เอ่ยโอ้อวดกับใครมาก เห็นทีคนที่กระพือข่าวผู้อยู่เบื้องหลังจะเป็นฝ่ายเจ้าเมือง และเหล่าขุนนางแล้ว


“แม่นางเจียง! ท่านนักพรต!” ชาวบ้านร้านตลาดตะโกนก้อง เจียงเลี่ยงหลินมองเห็นเถ้าแก่เนี้ยะหลันอยู่ในกลุ่มคนนั้น


ในฐานะเจ้าของโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มการค้าแน่นอนว่าหลันซิวยี่ได้รับผลกระทบ แต่นางก็อดติดตามมาดูไม่ได้ และจดจำว่าแม่นางน้อยผู้นี้ทำอย่างไร


เด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งมาพร้อมดอกโมลี่[1]ที่เริ่มเหี่ยวแล้วก้านหนึ่ง ทว่ากลิ่นหอมของมันยังอบอวลไม่คลาย “ให้เทพธิดาขอรับ”


เลี่ยงหลินรับมา มองสายธารของผู้คนเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา “เป็นท่านหรือที่บอกพวกเขา


“พวกเขามีสิทธิที่จะรู้ว่าผู้มีพระคุณของพวกตนคือใคร” ชุนหลวนซานเอ่ย พลางเดินเคียงข้างร่างบางไปตามท้องถนนเรื่อย ๆ เสียงกล่าวลายังคงอื้ออึงตลอดทาง ป๋าไห่เทียมรถม้ารั้งท้ายอย่างเนิบช้า จ้องมองหน้าต่างจากตึกแถวชั้นบนที่เปิดอ้าออก เขาโบกมือตอบ รู้สึกราวกับตนเองเป็นวีรบุรุษแห่งแคว้น


“ลาก่อนท่านนักพรตเซี่ย” ไม่ทันไรก็ถึงหน้าประตูเมือง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าเมืองยื่นหนังสือลงตราประทับเมืองอันซุยที่เป็นลายเมฆมงคลให้ด้วยตนเอง “และขอให้แม่นางเดินทางถึงฉางเฉินโดยปลอดภัย”


หญิงสาวยิ้มกว้าง ใบหน้างดงามเฉิดฉันท์ “ท่านเจ้าเมืองก็ด้วย หากทำตามแผนงานที่พวกเราช่วยกันคิดเมืองนี้จะไม่มีวันกลับไปยังจุดเดิมแน่นอน”


เมื่อได้ยินว่า ช่วยกันคิดจากนาง ช่างทำให้เขารู้สึกว่าตนถูกให้เกียรติต่อหน้าชาวเมืองมากแค่ไหน


เจ้าเมืองหนุ่มได้แต่พยักหน้า ยิ้มส่งร่างบางที่ก้าวขึ้นรถม้าพร้อมนักพรตเซี่ย


“พวกเรา คารวะผู้มีพระคุณเร็ว” เสียงขุนนางผู้หนึ่งตะโกนนำขึ้นมาจากบนกำแพงเมือง เจียงเลี่ยงหลินได้ยินเสียงเอ่ยลาจากด้านหลัง


ผ้าม่านพลิ้วไหว รู้สึกอยากจดจำภาพนี้เอาไว้


เมืองอันซุยคุ้มค่าที่ได้มาเยือน


 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

ดอกโมลี่[1] - ดอกมะลิ

 

 

Talks - ขอขอบคุณที่ทักท้วงไรท์เรื่องการออกเสียงในตอนที่แล้วนะคะ ไรท์ทำการแก้ไขในต้นฉบับเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับเรื่องชื่อเมืองที่ไม่เหมือนในแผนที่จีน คือไรท์ต้องแจ้งว่าไม่ได้อิงแผนที่มาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ แต่ใช้การตั้งชื่อเมืองใหม่ตามใจไรท์เลย ซึ่งไรท์ก็ดันไปหยิบเอาชื่อหังโจวกับลั่วหยางมาใช้แล้วทำให้คนอ่านรู้สึกว่าสับสน ต้องขอโทษด้วยนะคะ // กุลิสรา

ปล. ขำรถขายโอ่ง คือบรรยายสภาพน้องหลินในปัจจุบันได้เป๊ะมากเลยค่ะ 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.225K ครั้ง

7,914 ความคิดเห็น

  1. #7841 phattaraponn (@phattaraponn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 19:07
    สนุกทุกตอน ชอบมากกกกกกกกกก
    #7841
    0
  2. #7825 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 13:51
    สงสารท่านอ๋อง

    เป็นแค่เครื่องมือของเสด็จพ่อเพื่อสนับสนุนลูกรักเท่านั้น
    #7825
    0
  3. #7636 A Litter (@nadjang123-nadty) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 22:19
    ฮ่องเต้ทำไมเป็นแบบนี้
    #7636
    0
  4. #7295 seela (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 12:41

    นักเขียนเก่งมากๆๆ สำนวนดี ลื่นไหล.. อ่านแล้วอิน น้ำตาคลอ

    #7295
    0
  5. #7267 Lyly1307 (@Lyly1307) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 02:03
    ยิ่งอ่านยิ่งรักเรื่องนี้ ไรท์เก่งมากกกก ทำให้เราหลงรักตัวละครเเละความฉลาด เพิ่งเข้ามาอ่าน เเต่อ่านไม่หยุดเลย อินกับทุกเรื่องที่ไรท์บรรยาย เลยไม่ได้เม้นเลย แหะ >.< เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #7267
    0
  6. #7018 Ferrier (เฟริเรียร์) (@raabporn2016) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:07
    คนเขียนต้องไอคิวและฉลาดเท่าไหร่กัน ถึงสร้างนางเอกที่ฉลาดออกมาได้ขนาดนี้!!
    #7018
    1
    • #7018-1 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 13)
      13 กันยายน 2562 / 13:51
      +1เห็นด้วยๆ
      #7018-1
  7. #7004 ƁŁαƈҚ (@SoMJunG0) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 20:47
    ชอบเรื่องนี้มากๆ ชอบแบบไม่มีเหตุผล ทั้งสำนวน คาแรคเตอร์ แถมมีความรู้ให้มาประดับสมองอีก เลิศ!! เขียนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆ

    ปล.อ่านเพลินมาตั้งนาน พึ่งนึกได้ว่าต้องคอมเมนต์บ้าง&#128514;
    #7004
    0
  8. #7002 Ninja79 (@Ninja79) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 19:18
    นางเอกจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ ใช่ไหมไรท์
    #7002
    0
  9. #6969 Telllyou (@nineny3059) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:18
    นางเอกเก่งมากกกก

    โครงเรื่องดีมากๆเลยค่ะ
    #6969
    0
  10. #6959 Birisine (@flannies11) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 18:03
    นางเอกเก่งขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องมีพระเอกยังได้ เนื้อเรื่องสนุกด้วยตัวมันเอง เมื่อไรก้อนแป้งจะลืมตา
    #6959
    0
  11. #6607 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 23:25
    ตอนนี้ดีมากเลย มีความสุขมาก อิ่มใจแทน
    #6607
    0
  12. #6514 Jubnamfah (@Jubnamfah) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 17:08
    ขนลุกค่ะ ขนลุกจริงๆ ร้องไห้เลย มันอบอุ่นหัวใจมากๆ
    #6514
    0
  13. วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 21:48
    สนุกมากเลยสู้ๆ
    #6245
    0
  14. #6076 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:16
    โคตรเจ๋งอ่ะ
    #6076
    0
  15. #6048 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:00
    เนื้อเรื่องการวางโครงเรื่องแนวทางแก้ปัญหาดีมากค่ะ
    แล้วไม่รู้สึกติดขัดมีเหตุมีผล
    ชอบมากเลยค่ะ&#8203; คยเขีบนได้ดี
    และมีแทรกความรู้ตอยท้ายตอนด้วย
    #6048
    0
  16. #5626 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 10:05
    เหมือนอ่านไซอิ๋วอยู่เลย555 แบบเดินทางผ่านเมืองต่างๆ พบเจอผู้คนเดือดร้อนต้องช่วยเหลือ แล้วคนจะรู้จัก เคารพนับถือมากมาย ไรอย่างนี้555
    #5626
    0
  17. #5608 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:28
    คลาดกันตลอด
    #5608
    0
  18. #5586 Miemiichan (@Noeychann) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 19:17
    รู้สึกเข้าใจตวนอ๋องนิดๆ ตรงที่จะเป็นคนสนับสนุนองค์ชายสอง ทำให้ฮ่องเต้ต้องควบคุมความประพฤติ เดาว่าน่าจะฮ่องเต้นี่แหละที่ทำให้เลี่ยงหลินไม่ได้เป็นชายาเอกหรือพระเอกบ้างานอยู่ก็ไม่รู้ 5555555
    #5586
    0
  19. #5370 mine64608293 (@mine64608293) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 00:02
    พระเอกช่างอ่อนแอ ปล่อยนางเอกเราไปเถอะ ถึงตามกับมาได้ก็ให้อยู่ในฐานะอนุนะเหรอ มีทั้งชายาเอก ชายารอง มองไม่เห็นทางที่นางเอกจะไปได้สูงได้ถ้ายังอยู่กับพระเอกแบบนี้ นอกจากทั้งชายาเอก ชายารองจะตาย ต่อให้ตายก็ยังยุ่งยากอยู่ดี เพราะฉะนั้น สาธุๆๆๆ อย่าให้เจอกันเลย ขอให้คลาดกันตลอดๆๆ
    #5370
    0
  20. #5299 YD_nanarak (@YD_nanarak) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 18:06
    อ่านวนรอหนังสือ
    #5299
    0
  21. #5233 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:06
    ปรบมือให้เชฟค่า 1212312121 เฮ้ พระเอกไล่จับนางเอแเป็นหนังอินเดียเลยค่ะ แต่ดีแล้วค่ะ อย่าให้เจอง่ายๆเลย เดี๋ยวจะสบายเกินไป &#128527;
    #5233
    0
  22. #5177 praaewaa (@praaewaa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:17
    อ่ะ น่าจะต้องตามหาเมียต่อไป
    #5177
    0
  23. #5166 ตะยองจูวว (@pompam_44) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:18

    โอ้ยยคลาดกันนน

    #5166
    0
  24. #5032 dyo_kuk (@dyo_kuk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 16:51
    อย่างเท่เลย5555
    #5032
    0
  25. #4509 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:13
    คลาดกันอีกแน่
    #4509
    0