ตำรับรักจอมนาง (สนพ.ดีต่อใจ)

ตอนที่ 11 : บทที่ 11 พันหมื่นเรื่องราว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,526 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

“แม่นางคิดให้ถี่ถ้วนว่าจะจบเรื่องนี้อย่างไร” นายเสมียนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่อเห็นโทสะของสหายร่วมงานของตนเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าฝ่ายนั้นรับสินบนจากกลุ่มการค้ามาเต็ม ๆ มีบ่วงรัดคอออกปานนี้ ต่อให้แม่นางน้อยเอาตัวรอดไปได้ แต่เห็นทีชีวิตนับจากนี้คงลำบาก แม้นึกสงสารอยู่ในใจทว่าเขาก็ทำได้เพียงเสนอทางเลือกที่น่าจะเป็นการประนีประนอมได้อย่างดีที่สุดแล้ว


เลี่ยงหลินเองก็รู้สึกผิดปกติเช่นกัน เมื่อลองทบทวนดูว่าการกระทำของตนทำให้ใครเสียประโยชน์บ้างก็เห็นจะมีแต่ร้านค้า หรือที่จริงแล้วสาเหตุที่สินค้าราคาสูงจะไม่ได้เกิดจากกลไกของอุปสงค์และอุปทานตามปกติจะว่าไปก็น่าสงสัย เหตุใดสินค้าในเมืองอันซุยจึงได้ดีดราคาขึ้นสูงรวดเร็วมากกว่าเมืองอื่น ๆ ความจริงนางเพิ่งเดินทางออกมาจากไท่ฉาง ทางนั้นเสียอีกที่อยู่ใกล้เมืองหลวงและเต็มไปด้วยชนชั้นสูง ทว่าดูแล้วสินค้ายังราคาต่ำกว่าอันซุยอยู่มากหลายช่วงตัว


นิ้วมือขาวราวหยกสลักเลื่อนไปแตะกระเป๋าเงินครุ่นคิด หรือนางจะยินยอมจ่ายค่าปรับนี้ให้จบ ๆ ไป


แต่หากทำเช่นนั้น นับจากนี้มิใช่ว่าจะกลายเป็นบรรทัดฐาน เกิดวันข้างหน้ามีคนใจเอื้ออารี นึกอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์บ้างเล่า จะทำอย่างไร


เช่นนั้นลองใช้ไม้อ่อนดีหรือไม่


สมควรต้องลองสู้ดูสักตั้ง อีกฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่กองปราบ คงพอเกรงใจนายอำเภออยู่บ้างกระมัง “นายท่านท่านนี้ อย่าเพิ่งโกรธเคือง ผู้น้อยมิได้มีเจตนาบิดพลิ้วหรือไม่ให้ความร่วมมือแต่อย่างใด ทว่าเมื่อยังเยาว์วัยผู้น้อยได้มีโอกาสติดตามบิดาออกไปตรวจตราบ้านเมืองอยู่บ้างจึงไม่ใคร่เข้าใจจริง ๆ ว่าการกระทำของผู้น้อยนั้นจะขัดต่อระเบียบบ้านเมืองข้อไหน”


ฝ่ายนายเสมียนและเจ้าหน้าที่กองปราบที่ควบคุมเจียงเลี่ยงหลินมา เมื่อได้ยินนางโต้ตอบดังนั้นก็เกิดความสงสัยพร้อมกันแล้วว่า บิดาของนางคือใครจึงได้มีหน้าที่ตรวจตราบ้านเมือง อันที่จริงแม้จะยากดีมีจนอย่างไร แต่อย่างหนึ่งที่เหล่าข้าราชการต่างยึดถือคือก่อนจะรับสินน้ำใจไหว้วานจากใครก็แล้วแต่ ควรเบิ่งตามองก่อนว่าคู่กรณีเป็นใคร เพราะถ้าอีกฝ่ายเป็นข้าราชการด้วยกันแล้วไซร้ สำหรับเจ้าหน้าที่กองปราบตัวเล็ก ๆ อย่างพวกตน หากชนะก็ไม่คุ้ม เพราะจะเกิดความแค้นให้อีกฝ่ายตามมาเอาคืนจนได้ แต่หากแพ้ขึ้นมาแสดงว่าเจอคนยศสูงกว่า ก็อย่าหวังได้ลืมตาอ้าปากตลอดชีวิตอีกเลย


“ไม่ทราบว่าบิดาของแม่นางคือ


“บิดาของผู้น้อยคือเจียงซิ่นเฉิง เป็นนายอำเภอประจำอยู่ที่ส่านซี เมืองฉางเฉินเจ้าค่ะ”


นักพรตหญิงเซี่ยเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย หากเป็นผู้อื่นนั่งอยู่ ณ จุดเดียวกันกับแม่นางผู้นั้นคงคล้ายว่าจะหมดหนทางแน่แล้ว ทว่ารัศมีอันแน่วแน่ไม่ย่อท้อที่สัมผัสจากอีกฝ่ายได้กลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลง พลังชีวิตเปี่ยมล้นเช่นนี้ ไม่ว่าจะแต่งกายธรรมดาสามัญเพียงไหน ต่อให้เดินผ่านอย่างไรก็ยังสะดุดสายตา


หัวหน้าผู้ตรวจการมองด้วยความประหลาดใจ จำได้ว่าก่อนนี้พวกคหบดีเพิ่งรวมตัวกันมากดดันเขาถึงที่ทำการ แต่เพราะเจอปัญหาเร่งด่วนของนักพรตเซี่ยเข้าเสียก่อน จึงสั่งให้พวกลูกน้องไปดำเนินการแทน


“ที่แท้เป็นนายอำเภอเจียงนี่เอง" เสมียนคนนั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตรมากขึ้น ภรรยาของเขาเป็นชาวฉางเฉิน แน่นอนว่าย่อมรู้จัก


ท่าทีของสหายทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่กองปราบผู้นั้นใจสั่นเล็กน้อย “เจ้ารู้จักหรือ”


“รู้จักซี ก็เมื่อตอนเกิดอุทกภัยที่ฉางเฉินก็ได้นายอำเภอเจียงนี่เองที่ช่วยเหลือพวกชาวบ้าน”


เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนเริ่มจะคุมสถานการณ์มิได้ ฝ่ายหัวหน้าผู้ตรวจการจึงเดินเข้ามาเอง “เกิดอะไรขึ้น”


“คารวะท่านผู้ตรวจการใหญ่” สองเสียงของเจ้าหน้าที่ประสานกัน ทำให้สามนายบ่าวรีบคารวะตามด้วยอย่างอ่อนน้อม


ได้ยินเสียงกล่าวว่าเป็นผู้ตรวจการใหญ่ อีกทั้งยังมิได้มาตามลำพัง ด้านหลังคือนักพรตหญิงที่มีใบหน้าหมดจด สง่าราศีเหนือคนทั่วไป นางถือพัดขนนักกระเรียนไว้ในมือเล่มหนึ่งแบบที่เหล่านักปราชญ์ชอบใช้


“เหตุใดจึงยังเจรจากันมิจบสิ้น”


เมื่อมีแนวร่วมสำคัญอย่างผู้ตรวจการ ฝ่ายเจ้าหน้าที่กองปราบก็จำต้องเดินหน้าต่อ


“ผู้น้อยจะสรุปสำนวนเดี๋ยวนี้ขอรับ แม่นางเจียงลงชื่อเสียจะได้จบ ความผิดของเจ้ามิได้หนักหนาอันใด” เขากล่าวด้วยอารมณ์ที่นิ่งสงบมากขึ้น


เจียงเลี่ยงหลินเห็นว่าการมาเยือนของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อนาง ดังนั้นมีต้องฉวยโอกาสแล้ว “ผู้น้อยขอเรียนถามท่านผู้ตรวจการ หากผู้น้อยไม่ยอมรับข้อกล่าวหา โดยปกติแล้วผู้น้อยมีสิทธิโต้แย้งหรือไม่”


คนฟังกัดฟันกรอด ไม่รู้แม่นางเจียงผู้นี้ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน เหตุใดจึงได้ห้าวหาญเกินสตรี “ย่อมได้”


“เช่นนั้นหากโต้แย้งแล้วยังไม่ได้ข้อสรุปต้องทำอย่างไร”


รู้ทั้งรู้ว่าการที่ตนตอบออกไปคือการเข้าทางตามอย่างที่นางต้องการ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้านัดพรตเซี่ยแล้วเขาเองจำต้องพูดไปตามกฎหมาย “หากยังไม่ได้ข้อสรุปก็ต้องให้ศาลดำเนินการ”


ร่างบางได้แต่ร้องเฮอะในใจ ยกมือกอดอกก็แค่นี้ ทีแรกเพราะพวกเจ้าหน้าที่ยึกยักไม่ยอมรับฟ้องเสียดี ๆ นางคิดถูกแน่แล้วว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง หรือบางทีอาจเป็นทั้งหมดที่มีเอี่ยวในผลประโยชน์นี้


เพราะเจียงเลี่ยงหลินเปลี่ยนอิริยาบถเช่นนี้ แขนเสื้อที่เคยทิ้งชายปิดข้างลำตัวจึงยกขึ้น เผยให้เห็นสิ่งที่ห้อยไว้ที่เอว แผ่นป้ายไม้อันคุ้นตายิ่งนักสำหรับนักพรตเซี่ย


เซี่ยอิงอิงจ้องแผ่นป้ายสหายแห่งเต๋าอย่างประเมิน พู่ไหมสีขาวสำนักไป๋หยุนกระนั้นหรือ แม่นางท่านนี้มีคุณงามความดีอันใดหนอที่ทำให้ผู้เฒ่าอย่างนักพรตหลี่ให้การยอมรับถึงเพียงนี้ หนแรกว่าจะเป็นเพียงผู้ชมละคร เห็นทีตนคงต้องยื่นมือเข้าไปช่วยนางเสียหน่อยแล้ว


“เช่นนั้นผู้น้อยขอไม่รับข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้” เจียงเลี่ยงหลินยืนกราน


“เจ้า” ผู้ตรวจการใหญ่แทบกระอัก นึกอยากจะรีบบังคับจบคดีเสีย เพราะอย่างไรเรื่องนี้พวกคหบดีก็เร่งรัดเขามาโดยตรง แต่เพราะนักพรตหญิงที่ตามติดอยู่นี่เองที่ทำให้ทุกสิ่งยากขึ้นไปอีก


“ท่านผู้ตรวจการ” ในที่สุดน้ำเสียงเรียบนิ่งก็เอ่ยขึ้น “ที่จะให้แม่นางท่านนี้รับผิดให้ได้ ด้วยเรื่องแบบนี้น่ะหรือ”


เขาเหงื่อตก


“ข้าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าแคว้นเทียนหมิงมีกฎหมายห้ามมิให้ประชาชนเมตตากรุณาต่อกัน อย่ากระนั้นเลย ครั้งล่าสุดที่เสวนากับองค์เฉินตี้ฮ่องเต้ ทรงนบนอบในวิถีแห่งเต๋าอันเปี่ยมด้วยมุทิตาจิตยิ่ง ไฉนข้าแผ่นดินของพระองค์จึงได้บังคับใช้ข้อกำหนดซึ่งขัดกับจริยธรรมอันดีได้”


เพียงไม่กี่ประโยคก็ทำเอาทั้งบริเวณเงียบกริบ ฝ่ายที่ถูกซักถามสูญเสียความสามารถในการพูดไปแล้ว นักพรตหญิงเซี่ยอิงอิงคือผู้ใด ต่อให้ไม่ต้องเท้าความ ลำพังตัวนางก็ได้รับความเคารพเหนือสี่แคว้น ทว่าครั้งนี้นางกลับเอ่ยนามองค์เฉินตี้ฮ่องเต้ขึ้นมาอีก หากเขากล่าวอะไรไม่เฉลียวฉลาดออกไปมิกลายเป็นว่าตกอยู่ในฐานะบุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั่งของโอรสสวรรค์หรือหรือ


“ม มิได้ย่อมไม่มีข้อกล่าวหาเช่นนั้น หากแต่แม่นางท่านนี้ตั้งแผงเกะกะย่านร้านค้าก็ถือว่ายังมีความผิด คาดว่าเจ้าหน้าที่คงกล่าวผิดไปเล็กน้อย”


ห้ามตั้งแผงแจกทาน กับ ห้ามตั้งแผงเกะกะย่านร้านค้า ต่างกันหลายคำอีกทั้งเจตนาไม่ใกล้เคียงเลย คงไม่ถือว่าเล็กน้อยกระมัง เจียงเลี่ยงหลินมองจิ้งจอกเฒ่าที่พยายามจะหาทางลงให้ตัวเองด้วยการสาดโคลนใส่นาง “ท่านผู้ตรวจการมิได้ตรวจสอบหรอกหรือว่าพื้นที่นั้นข้าทำการเช่าชั่วคราว เถ้าแก่เนี้ยะหลันสามารถเป็นพยานได้”


นักพรตเซี่ยเลิกคิ้วเป็นเชิงสอบถามผ่ายที่กำลังเช็ดเหงื่อหน้าซีด


” ผู้ตรวจการใหญ่ผู้เปี่ยมอำนาจบารมีในยามนี้เหมือนกับปลาขาดน้ำ หันไปตะเพิดลูกน้องเพื่อหาทางออกอย่างฉับไว “เจ้าพวกไม่ได้ความ ข้าเคยบอกแล้วอย่างไรให้ตรวจสอบให้ดีก่อน”


เกิดความรู้สึกอันชวนกระอักกระอ่วนในบริเวณนั้น นักพรตหญิงลอบมองใบหน้าของแม่นางน้อยช้า ๆ ชัด ๆ นางมีเสน่ห์โดยธรรมชาติ เป็นความรู้สึกในลักษณะที่ชวนให้เทิดทูน คงเพราะความดีงามภายในที่ฉายแสงออกมาผ่านสีหน้าและท่าทาง


“ขออภัยนักพรตเซี่ยที่ต้องมาเห็นเรื่องน่าอับอายแล้ว ขออภัยแม่นางด้วย เมื่อเรื่องราวกระจ่างเช่นนี้แล้วข้าต้องขอน้อมส่ง มิกล้ารั้งตัวแม่นางไว้อีกต่อไป”


เจียงเลี่ยงหลินที่ถูกปล่อยตัวอย่างง่ายดายออกจะงงงวยอยู่บ้าง แต่ก็ให้สัญญาณแก่จิ่งหลิวและป๋าไห่ว่าคงหมดเรื่องแล้วหรือเปล่านะ


“ถึงในฐานะผู้ทรงศีลข้าจะไม่ถือสาเป็นการส่วนตัว แต่ทว่าด้วยภารกิจที่ทำให้ต้องเดินทางมาถึงอันซุย ข้าคงต้องขอสอบถามแก่ท่านเจ้าเมืองให้กระจ่างแล้ว มิเช่นนั้นข้าจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร หากเพียงเรื่องผิดพลาดของเหล่ากองปราบยังเป็นเรื่องที่ละเลยคุณธรรมความเป็นมนุษย์เช่นนี้ ท่านผู้ตรวจการว่าจริงหรือไม่”


นี่จึงเรียกว่าก้าวแรกผิดพลาด ก้าวสองก้าวสามก็ผิดพลาดไปหมด ภาพสุดท้ายที่เจียงเลี่ยงหลินเห็นเมื่อมองย้อนกลับไปยังกรมตรวจการก็คือ ภาพผู้ตรวจการใหญ่ที่ยังคงยืนนิ่งค้างคล้ายวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว


“ขอขอบคุณนักพรตหญิงที่ช่วยเหลือผู้น้อย” เจียงเลี่ยงหลิน จิ่งหลิว และป๋าไห่ต่างคารวะผู้มีพระคุณเมื่อเดินออกมานอกอาคารกรมตรวจการแล้ว “หากมิได้ท่านป่านนี้พวกเราไม่รู้ว่าจะตกระกำลำบากกันเพียงไหน ผู้น้อยเจียงเลี่ยงหลิน และผู้ติดตามจิ่งหลิว กับป๋าไห่ ขอน้อมจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้ เมื่อมีโอกาสย่อมทดแทน”


“แม่นางเจียงอย่าได้ถือเป็นบุญคุณเลย ท่านควรจะขอบคุณนักพรตหลี่ต่างหากเล่า” เซี่ยอิงอิงกล่าวพร้อมใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม


นักพรตหลี่แห่งสำนักไป๋หยุน เขาอยู่ไกลเพียงนั้นจะเรียกสหายมาช่วยพวกนางได้อย่างไร


เมื่อเห็นใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยคำถาม นักพรตเซี่ยจึงได้แต่ยิ้มกว้างแล้วส่ายศีรษะน้อย ๆ “แม่นางพกสิ่งใดติดตัวมาบ้างจำมิได้หรือ”


หญิงสาวค่อย ๆ ทบทวน มองตามสายตานักพรตเซี่ยที่จ้องอยู่ที่ป้ายห้อยเอวของตน “ป้ายนี้


“เมื่อมีป้ายนี้แม่นางก็คือสหายของพวกข้า ไม่ว่าท่านจะเคยได้มาด้วยตุผลใดก็ตามแต่ ข้าเชื่อว่าเหตุผลนั้นต้องมีน้ำหนักเพียงพอและควรค่าแก่คำว่ากัลยาณมิตร”


เลี่ยงหลินกระจ่างแจ้งแล้ว ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มอ่อนโยน “หากทุกคนเข้าใจถึงคำกล่าวของนักพรตหญิงคงดียิ่ง แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ผู้น้อยเริ่มท้อใจว่ายามเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไป ชาวบ้านจะอยู่อย่างไร”


“แม่นางเจียงโปรดเล่ามา” เพราะนี่คือสิ่งที่เซี่ยอิงอิงต้องการรู้เช่นเดียวกัน


หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ นักพรตหญิงเปี่ยมด้วยปัญญาก็ย่อมต้องระแคะระคายถึงปัญหาเช่นนี้ ดูเหมือนบ่อเกิดทั้งหมดมวลนั้นจะไม่อยู่ในขอบเขตที่สตรีตัวคนเดียวอย่างเจียงเลี่ยงหลินจะสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงได้ แม้นางจะเป็นบุตรีนายอำเภอ ทว่าก็เพียงขุนนางท้องที่ของต่างเมืองเท่านั้น การจะกล่าวอ้างอำนาจของบิดาเข้าไปแทรกแซงให้ลึกกว่านี้แทบเป็นไปไม่ได้เลย


แต่หากจะกล่าวว่าปล่อยให้เมืองอันซุยแห่งนี้เป็นไปตามยถากรรม เซี่ยอิงอิงก็ทำมิได้ ในเมื่อนางรู้แก่ใจว่าตนนั้นแม้ไม่มีอำนาจในการปกครองเฉกขุนนาง ทว่าพอมีอำนาจในการโน้มน้าวใจขุนนางได้


“ขอถามอีกครั้ง แม่นางเจียงอยากช่วยเมืองอันซุยแห่งนี้จริงแท้หรือไม่” นางเอ่ยถาม


เลี่ยงหลินย่อมต้องการ “เป็นเช่นนั้น หากแต่ผู้น้อยจนใจด้วยไม่มีหนทาง” หากเป็นในโลกปัจจุบัน อย่างน้อยนางยังสามารถทำได้ในส่วนของตัวเอง บริจาค รณรงค์ เผยแพร่แนวคิดในคนรอบข้าง แต่ในโลกนี้ เพียงแค่นางก้าวออกนอกกรอบก็ถูกคนขัดขาให้ล้มได้ง่าย ๆ


“เช่นนั้นมากับข้า”


หลังจากที่รับคำ นักพรตหญิงก็พาทั้งหมดเดินทางมายังจวนเจ้าเมืองอันซุย เห็นป้ายหินเหนือประตูแล้วอดหวั่นใจไม่ได้ กระนั้นเจ้าตัวก็ละทิ้งความลังเล ก้าวลอดลวดลายเมฆมงคลเข้าไป


จวนเจ้าเมืองนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ ภายในประกอบด้วยเรือนรับรองหลายหลังและบ่าวรับใช้ ต่างกำลังวิ่งเข้ามาทำความเคารพนักพรตเซี่ยในยามนี้ “ข้าต้องการพบท่านเจ้าเมืองโดยเร่งด่วน” แม้แต่ฮูหยินท่านเจ้าเมืองก็ไม่กล้ากล่าวคำนี้ในเวลาว่าราชการ แต่เป็นเพราะนักพรตหญิงท่านนี้ บ่าวในจวนนบนอบเข้ามารับใช้ราวกับเชื้อพระวงศ์ก็ปาน


ไม่นานหลังจากนั้นทั้งเลี่ยงหลิน จิ่งหลิว ป๋าไห่ และนักพรตเซี่ยก็ถูกนำเข้ามานั่งในห้องรับรองแขกซึ่งจัดว่าหรูหราสมฐานะเจ้าเมือง ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และต่อจากนั้นเจ้าเมืองอันซุยก็ปรากฏกายในเวลาไม่ถึงเค่อ บ่งบอกให้รู้ว่าเขาให้น้ำหนักความสำคัญแก่นักพรตเซี่ยแค่ไหน


“ท่านนักพรตมีเรื่องอันใดให้ข้ารับใช้” เจ้าเมืองอันซุยกล่าว เขายังดูหนุ่มอยู่มาก น่าจะราวสามสิบต้น ๆ เท่านั้น เจ้าตัวสวมชุดสีม่วงเม็ดมะปรางให้ความรู้สึกเป็นคุณชายที่ภูมิฐาน คาดเอวด้วยเข็มขัดหยกขาวเรียบ ๆ เส้นหนึ่ง และไม่ได้ห้อยแขวนถุงหอมหรือเครื่องประดับอื่นใดอีก


“ข้าบังเอิญได้พบกับแม่นางเจียงท่านนี้ พร้อมผู้ติดตาม หลังจากได้พูดคุยกันระยะหนึ่งเห็นว่ามีประเด็นน่าสนใจอยู่มาก จึงอยากหารือกับท่าน” หลังจากรอให้เจ้าบ้านนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้วนักพรตเซี่ยจึงเอ่ยต่อ “พวกเรามีปัญหาเล็กน้อยที่กรมตรวจการ แม่นางเจียงเพิ่งจะถูกจับด้วยข้อหาห้ามตั้งแผงแจกอาหารให้ชาวเมือง”


แม้เขาจะยังไม่กล่าวอะไรออกมา แต่เจียงเลี่ยงหลินสังเกตเห็นดวงตาของอีกฝ่ายไหวระริกครู่หนึ่งก่อนจะเรียบเฉยดั่งเดิม


“แต่ท่านเจ้าเมืองมิต้องกังวล ที่มาแจ้งท่านมิได้ต้องการจะให้แก้ไขเรื่องเข้าใจผิดเช่นนี้ เพราะข้าได้เข้าไปคุยกับท่านผู้ตรวจการด้วยตนเองแล้ว”


“เช่นนั้น


“สิ่งที่ข้าใคร่รู้จริง ๆ คือ ทางกรมตรวจการตั้งข้อหาเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ปกติแล้วระเบียบต่าง ๆ ย่อมผ่านจากกฎหมายมิใช่หรือ หากเกิดการอนุญาตให้เอาผิดกันเช่นนี้ ข้าเห็นว่าในพื้นที่เมืองอันซุยคงเกิดกลียุคแน่แท้ ใครไหนเลยจะกล้าช่วยเหลือกันและกันหรือแสดงความเอื้ออารีต่อกันอีก”


ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าเมืองหลุบตาลง ในมือถือถ้วยน้ำชาค้างไว้แต่ไม่ยอมดื่มเข้าไป “เรื่องนี้พูดลำบากนัก”


และท่าทางของเขาก็ดูลำบากใจจริง ๆ


“อันที่จริงเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะข้าไร้ความสามารถ” เขาตัดสินใจเอ่ยออกมาในที่สุด


ราวกับว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลเฉกเช่นนักพรตเซี่ยย่อมไม่มีประโยชน์จะปิดบัง หรือเพราะแท้ที่จริงแล้วเจ้าเมืองอันซุยจะมิได้เป็นพวกเดียวกับขุนนางกังฉินอย่างที่หลาย ๆ คนคิด ดังนั้นบรรยากาศรอบกายของเขาจึงเริ่มแปรเปลี่ยนไปมาระหว่างความหดหู่และความละอาย


ทุกคนต่างรอคอยให้เขาพร้อมที่จะเริ่มต้นเล่าเรื่องอีกครั้ง


“เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนหน้าที่เหิงกังจะพลาดท่าให้แก่พวกคนเถื่อน ตอนนั้นเริ่มมีการโยกย้ายกำลังพลอย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบคือเมื่อตอนที่ชินอ๋องเริ่มตั้งค่ายในเมือง ชาวเมืองก็ทยอยอพยพกันออกมานับแต่นั้น” เขาจิบน้ำชาด้วยสีหน้าขมขื่น “ข้านั้นตั้งใจว่าจะให้การช่วยเหลือผู้อพยพอย่างเต็มที่ จึงได้เปิดเมืองให้ผู้อพยพเข้ามาพักพิงลี้ภัยก่อน อย่างไรเสียก็เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเพราะอันซุยเป็นเมืองแรก ๆ เลยก็ว่าได้ที่เปิดให้ผู้อพยพเข้ามา จึงได้มีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลจากทุกสารทิศ ไม่เพียงแต่เหิงกัง แต่ประชาชนในเขตชายแดนที่มีความเสี่ยงอย่างฉางเฉิน และซื่ออันก็มีเข้ามาด้วย ซึ่งข้าเองก็น้อมรับไว้ทั้งหมด”


“ท่านไม่ได้ทำผิดต่อใครใยต้องกลัดกลุ้ม” นักพรตเซี่ยเอ่ยอย่างเมตตา


หากแต่เจ้าเมืองอันซุยยิ่งมีสีหน้าครึ้มลง “เพราะข้าคิดว่าตัวเองเป็นขุนนางที่เก่งกาจ แต่แท้ที่จริงเพิ่งรู้ว่าตัวเองโง่เขลา เป็นถึงเจ้าเมืองปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไรข้ามิได้ประมาณตนว่าเมืองนี้สามารถรองรับผู้อพยพได้แค่ไหน ไม่ทันไรที่ผู้คนทยอยเข้ามา ความอ่อนหัดของข้าที่ไม่อาจควบคุมตลาดสินค้าได้ก็ฉายชัดอีกครั้ง เหล่าคหบดีในเมืองจับกลุ่มกันกักตุนสินค้าไม่ว่าข้าจะให้เจ้าหน้าที่ทางการไปร้องขออย่างไรก็ไม่ดีขึ้น ช่วงแรกข้าใช้การช่วยพยุงราคา เอาเงินคงคลังของเมืองอุดส่วนต่างให้เหล่าพ่อค้า แต่ของพรรค์นี้หรือจะสู้ความโลภในใจคนได้ กำลังเงินในเมืองเล็ก ๆ จะสู้กำลังทุนของกลุ่มวานิชที่ผนึกรวมกันได้อย่างไร ไม่ทันไรราคาข้าวของแต่ละอย่างก็ดีดสูงจนไม่อาจควบคุมสิ่งใดได้อีก”


“น่าเศร้ากว่านั้นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงทำให้ผู้อพยพแทบสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ยังทำเอาชนชั้นแรงงานในเมืองกระอักเลือดไปด้วย คิดว่าชาวเมืองจะมีชีวิตอยู่อย่างไรในเมื่อค่าจ้างแรงงานชั้นล่างเพียงเดือนละ 500-800 อีแปะ แต่ข้าวสารราคาเกิน 100 อีแปะเข้าไปแล้ว นี่เป็นสิ่งที่หลอกหลอนข้าอยู่ทุกวัน” และสภาพความเป็นอยู่ของทุกคนในเมืองตอนนี้ก็ไม่ห่างไกลจากคำว่ากลียุคเท่าใดนัก จึงไม่แปลกเลยที่กรมตรวจการจะเริ่มรับสินบน เพราะด้วยเงินเดือนเท่านี้ไม่มีใครอยู่ได้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเขาไร้ฝีมือ “แทนที่พวกเขาจะได้หนีร้อนมาพึ่งเย็น กลับต้องมาจนตรอกไปไหนต่อไม่ได้ในเมืองนี้”


เมื่อได้ฟังความจริงทั้งหมดนักพรตเซี่ยถึงกับทอดถอนใจ ที่อีกฝ่ายเชิญตนมาดูเหมือนว่าเรื่องนี้จึงจะเป็นเหตุผลที่แท้จริง มิใช่การปัดรังควาญไล่บรรยากาศอาถรรพ์ในเมืองอะไรทั้งสิ้น คงหมายจะให้ช่วยเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวทางใจให้แก่คนยากไร้มากกว่า


“แล้วตอนนี้ท่านเจ้าเมืองคิดอย่างไรเจ้าคะ” เลี่ยงหลินเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกว่านางกำลังคาดคั้น


“ข้าตั้งศูนย์อพยพแห่งใหม่ไว้ที่หน้าประตูเมืองฝั่งตะวันตก ในศูนย์นั้นหล่อเลี่ยงด้วยเงินจากคลังเมืองอันซุย” ทว่าสักพักเจ้าตัวกำหมดแน่น “แต่อาจได้อีกไม่นานนัก เพราะข้าวของที่ซื้อมาแจกจ่ายก็มีราคาสูง ปัญหาจริง ๆ คือกลุ่มการค้าไม่เกรงกลัวข้าอีกแล้ว คิดว่าที่แม่นางเจียงโดนแจ้งจับครั้งนี้อาจเป็นเพราะการแจกจ่ายอาหารทำให้รายได้ของพวกนั้นหดหาย” เดิมทีแจกอาหารแค่สองสามวันจะกระทบอะไรได้ เห็นทีว่าความโลภในใจคนเหล่านั้นคงเติบใหญ่กว่าเดิมมากจนหยั่งไม่ถึงแล้ว


“แล้วพวกที่เร่ร่อนในเมืองเล่า ท่านเห็นว่าอย่างไร” หญิงสาวยังคงเป็นห่วงเรื่องนี้


“ในสถานที่ราชการ ข้าพยายามปรับฐานเงินค่าจ้างรายเดือนขึ้น แต่สำหรับกิจการอิสระที่ประชาชนเป็นเจ้าของนั้น ข้าเข้าไปแตะไม่ได้เลย ยามนี้เพราะผลประโยชน์ทำให้กฎหมายไร้ค่า เพียงแค่พวกเขาติดสินบนก็หลุดรอดจากความผิดได้แล้ว ครั้นจะให้ข้าลงโทษเจ้าหน้าที่ด้วยโทษสูงสุดก็ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ การมานั่งโบยตีพวกเขาก็รังแต่จะทำให้ครอบครัวของพวกเขาสูญเสียแรงงาน สูญเสียรายได้ ไม่มีเงินจับจ่ายในช่วงที่ข้าวยากหมากแพง วนเวียนเป็นวงจรที่น่าสะอิดสะเอียนอยู่แบบนี้”


เพียงแค่ฟังเฉย ๆ ยังนึกเหนื่อยใจไม่แพ้ชายผู้เป็นเจ้าเมือง เจียงเลี่ยงหลินมองเสี้ยวหน้าของเขาที่อ่อนล้า นึกเห็นใจอยู่หลายส่วน วิธีแก้ไขปัญหาของเขาถือว่าประคับประคองเมืองนี้อย่างถึงที่สุดแล้ว


หากสมมุติว่าเมืองอันซุยอยู่ในโลกของนาง ในโลกอนาคตนั้นเขาจะแก้ปัญหากันอย่างไรนะ


หญิงสาวพยายามนึกทบทวน หากร้านอาหารของนางดั้งอยู่ในย่านหรูหราแน่นอนว่าราคาสินค้าและบริการต้องดีดสูง แต่นั่นเพราะผู้ซื้อมีกำลังที่จะซื้อด้วย ไม่ใช่สถานการณ์เช่นนี้


 ที่ผิดคือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้น ช่างทำนาบนหลังคนอย่างจริงแท้


ดวงตาหงส์เบิกกว้างน้อย ๆ เมื่อผุดความคิดบางอย่าง


“ผู้น้อยมีความคิดหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านเจ้าเมืองสนใจรับฟังหรือไม่”


เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงหันกลับมามองนางอย่างเต็มตา เขาถูกบรรยากาศรอบตัวของนางดึงดูดให้สงสัย อีกทั้งแววตาสีดำสนิทช่างล้ำลึก พร้อมท่าทีสบาย ๆ อย่างไม่มีอะไรจะสั่นคลอนนางได้ก็ชวนให้เชื่อถือเหลือเกิน


“หากแม่นางยินดีชี้แนะ ข้าย่อมน้อมรับรับคำแนะนำ”

 

 

 


 

 

Talks - ขอขอบคุณทุกกำลังใจมากเลยนะคะที่ช่วยสนับสนุนจนเรื่อง "ตำรับรักจอมนาง" ได้ติดอันดับกับเขาด้วย ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ อยากบอกว่าไรท์อ่านทุกคอมเมนท์นะคะ แต่บางทีก็ไม่รู้จะตอบยังไงได้แต่ขำไป ไรท์เองก็คิดว่าเรื่องนี้น้องหลินเหมือนพระถังซัมจั๋งเดินทางไปชมพูทวีปค่ะ 5555 ขอฝากกดไลค์ กดแชร์ ติดตามเป็นกำลังใจกันต่อไปนะคะ สำหรับท่านที่ถามเรื่องตีพิมพ์ เรื่องตำรับรักจอมนางจะมีทั้งแบบรวมเล่มตีพิมพ์ และแบบ e-book ค่ะ ที่วางไว้จะอยู่ราว ๆ 2 เล่มจบ ค่ะ // กุลิสรา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.526K ครั้ง

7,907 ความคิดเห็น

  1. #7803 zugun291234 (@zugun291234) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 07:25
    ้้เเง อ่านไม่ได้อีกเเล้ว
    #7803
    0
  2. #7028 OhRyuChan (@Alenna) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 01:14
    อยากได้หนืงสือ สนุก
    #7028
    0
  3. #6863 Bluennn. (@chanoon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 00:59
    แม่นางนักเขียน อิฉันจะซื้อหนังสือได้ที่ไหนคะ?55555 เพิ่งมากอ่าน ชอบมากๆเลยยย
    #6863
    0
  4. #6164 Amm'vip (@ammchun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 16:57
    บอกตามตรงนะคะ เราไม่ค่อยอ่าน และไม่เคยอ่านนักเขียนไทยที่มาเขียนนิยายจีนเท่าไหร่ เหตุผลเลยคือมันไม่สุดและดูทำการบ้านมาไม่ดี อ่านไปไม่กี่หน้าต้องล้มเลิกไป พอมาเจอเรื่องนี้เห็นติดอันดับเลยลองอ่านดู มาจนถึงตอนที่อ่านอยู่ตอนนี้ บอกได้เลยว่าสนุกค่ะ คุมโทนเรื่องได้ดี ใช้ได้เลย เราคิดว่าถ้าอ่านถึงตอนสุดท้ายที่ลงในเว็บ และมันยังสนุกต่อเนื่องเราจะซื้อหนังสือแน่นอนค่ะ (เอาจริงนี่ก็ลุ้นอยู่ อยากอุดหนุน)
    #6164
    0
  5. #6071 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:58
    สู้มันอย่ายอม
    #6071
    0
  6. #5606 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:10
    พระเอกรีบมาช่วยหน่อย
    #5606
    0
  7. #5231 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:50
    จัดไปค่ะเชฟ! อย่าให้พวกชั่วมันเหิมเกริมเกินไปนักฤ
    #5231
    0
  8. #5183 ingdaoiimoo (@ingdaoiimoo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 16:53
    สู้เค้า เจ้าก้อนแป้งก็เก่งมากไม่ค่อยงอแงเลย
    #5183
    0
  9. #4584 YD_nanarak (@YD_nanarak) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 08:51
    เป็นนิยายเบาสมอง อ่านเพลินดีค่ะ

    สำนวนรื่นไหล

    แม้บทไม่ได้หวือหวา

    แต่ว่ามันอิ่มเอมใจตลอดยังกับได้เดินทางไปกับนางเอกเลยค่ะ
    #4584
    0
  10. #4515 0823843310 (@0823843310) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 00:08

    ชอบมากค่ะ สำหรับเรามันไม่ใช่ยืดนะ เเต่ละเอียดดี ค่อยๆเป็นค่อยๆไป เราชอบอ่านอะไรที่มันยาวๆ จบเร็วมันไม่สนุกเเล้ว สัก 3 เล่มขึ้นไปจบนี้จะโอเคมากค่ะ มันเรื่อยๆ เเต่ดีนะคะ อ่านเเบบไม่คิดไรมาก ต้องการอะไรที่เบาสมอง ได้มองเห็นด้านดีๆของโลก จรรโลงใจดีค่ะ อ่านคลายเครียดดีมาก จริงๆเเล้วลงจนจบจะดีมากค่ะ เเต่ก็เข้าใจค่ะ ถ้าเงินเก็บครบเมื่อไรจะไปหาเก็บนะคะ สู้ๆค่ะ
    #4515
    0
  11. #4498 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 19:18
    เอาใจสู้
    #4498
    0
  12. #4422 ผิดหวัง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 23:14

    ผิดหวังเนื้อหาทและนางเอกมาก

    นี่ไม่คิดถคงพ่อ ไม่คิดถึงอนาคตลูกที่จะเกิดมั่งหรอ

    เป็นคนดีได้แต่ควร ถูกเวลา ถูกสถานการณ์ด้วยนะ

    ขัดใจ


    ขอบาย

    #4422
    0
  13. วันที่ 13 เมษายน 2562 / 22:28
    😊😊😊
    #4201
    0
  14. #3555 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 18:55
    จริง เหมือนเดินทางไปชมพูทวีปอะ ช่วยตลอดทาง 55
    #3555
    0
  15. #3030 BuaNim96 (@BuaNim96) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:29
    ชอบเนื้อเรื่องนะคะบรรยายดีมากๆ แต่ส่วนตัวคิดว่าเนื้อหาค่อนข้างยืด
    #3030
    1
    • #3030-1 jimin-jin-suga (@jimin-jin-suga) (จากตอนที่ 11)
      3 เมษายน 2562 / 13:23
      ใช่คับเราว่ามันยืดไปนิดควรตัดเอาสำคัญๆไว้ถ้ามีความยาวแบบนี้คนอ่านจะเริ่มเบื่อแต่ไม่เป็นไรเค้าชอบบบเค้าจะอ่านยนนน
      #3030-1
  16. #2320 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:02
    ทำไงดีๆ???
    #2320
    0
  17. #1779 FM47 (@famous987654321) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 14:36
    นางเอก​อารมณ์เหมือนเจ้าชายสิทถะออกนอกเมืองแล้วเห็นคนแก่​ คนเจ็บ​ คนตายและนักบวช​ แล้วก็ไล่ถามว่าพวกเขาเป็นอะไร​
    #1779
    3
    • #1779-2 The Lost Dream (@praew0009) (จากตอนที่ 11)
      17 มีนาคม 2562 / 20:54
      ชอบเม้นนี้อะ ขรรม
      #1779-2
    • #1779-3 Pimlapat Ka (@lilly-pimlapat-2) (จากตอนที่ 11)
      18 มีนาคม 2562 / 22:57
      โอ๊ยยย โดนใจ55555555
      #1779-3
  18. #1766 Mymoji Love King (@namrin21) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 10:30
    ชอบค่ะ นางเอกน้ำใจงาม
    #1766
    0
  19. #1634 Sidamao (@Sidamao) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 14:39
    อ่านเรื่องนี้มีความสุขมาก สนุกไม่เหมือนเรื่องอื่น รู้สีกอินตามทุกตอนเลย
    #1634
    0
  20. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 01:35

    อ่านเพลินเลย ตี1.35 แล้ว ตายๆๆ พรุ่งนี้ทำงานอีก 5555+
    #1593
    0
  21. #1526 Warina (@warina088) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 22:09
    น้องงงงงงงงง มันจะใหญ่ขึ้นเรยๆ แล้วน้าาาาาา น้องงงงงงงงง กรี้ดดดดดดดดด
    #1526
    0
  22. #1506 Post-It-Conan (@Post-It-Conan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 19:57
    ติดงอมแงมเลยจร้าาาา
    #1506
    0
  23. #1499 Pa.Fa (@paweena5071) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 18:44
    คือแบบตื่นเต้นตลอดเลย สนุกค่ะ
    #1499
    0
  24. #1495 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 17:49
    เป็นเรื่องที่เท่มากและสนึกมากจริงๆ
    #1495
    0
  25. #1494 jnoapn0107 (@jnoapn0107) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 17:44
    โอ้ย เนื้อเรื่องคือแบบอร่อยมาก555
    #1494
    0