กิ่ง แก้ว กสิณา - นิยาย กิ่ง แก้ว กสิณา : Dek-D.com - Writer
×

กิ่ง แก้ว กสิณา

ความรักแท้เกิดเมื่อใด ? หรือต้องเรียนรู้กันไป ? หรือเพียงแค่พบสบตา ?

ยอดวิวรวม

19

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


19

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนตอน : 4 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  10 เม.ย. 64 / 14:16 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
กิ่ง กับแก้ว(กสิณา) เป็นเพื่อนรักในเยาว์วัย จากกันไปนาน...พอกลับมาพบกันใหม่..ความรักเกิดขึ้นและจบลง...

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาคมสัน อายุไม่น่าจะเกินยี่สิบห้าปี เขาเดินกึ่งลากกึ่งจุงกระเป๋าใบใหญ่ออกมาจากช่องทางผู้โดยสารขาออก สายการบินต่างประเทศ ผู้คนหลายสัญชาติต่างก็เร่งรีบเดินขวักไขว่เบียดกันไปมา บางคนจะเดินทางไปต่างประเทศ บางคนก็เพิ่งเดินทางกลับมาประเทศไทย สาวแก้วซึ่งก็กำลังเดินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเดินผ่านมาทางนั้นพอดี จึงชนเข้ากับเขาอย่างจัง ทำให้ชายหนุ่มถึงกับเซถลาไปข้างหน้า แต่เขาก็ไม่ถือโทษโกธรเธอที่มาชนเขา กลับย่อตัวโค้งคำนับขอโทษเธอเสียด้วยซ้ำไป

ความมีมารยาทของเขาแบบนี้มีให้เธอได้เห็นไม่บ่อยนักในเมืองไทย เธอจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชายหนุ่มคนนี้มีเสน่ห์ ชวนให้รู้สึกหลงใหลประทับใจเพียงครั้งแรกที่พบเจอ

            “ เอ่อ ขอโทษครับ คุณ..”

            “ เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ...” แก้วตอบตะกุกตะกักเพราะความเขินอายในความสะเหล่อเซ่อซ่าของหล่อน พอความอายเริ่มจางหายเธอกลับมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นภายในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมีรู้สึกเช่นนี้ นี่เธอเป็นอะไรไป ทำไมใจสั่น ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากจุดที่ทำให้เธอหวั่นไหว เขากลับหันมาถามเธออีกว่า

            “ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง  คือผมไม่ได้กลับเมืองไทยมานานมาก ผมจะไปรังสิต ผมต้องไปนั่งรถบริเวณไหนครับ ? ”

          แก้วยืนงงกับคำพูดและสำเนียงของเขา เขาพูดไทยไม่ชัด เขาคงเป็นคนไทยที่ไปโตในต่างแดน พอตั้งสติได้ เธอก็ตอบเขาไปว่า

            “คือฉันกำลังจะไปรังสิตพอดีค่ะ คุณไปกับฉันก็ได้นะ แต่ขอรอรับเพื่อนของฉันแป๊บนะคะ คุณรอไหวมั้ย?” เธอตอบและถามกลับไป

                “โอว์ ผมนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้เจอคนใจดีอย่างคุณ  ได้ครับ ได้ครับ ผมรอได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อโรเบิร์ต คลาส ผมเพิ่งเดินทางมาจากเรนดั้นประเทศอังกฤษครับผม ”  โรเบิร์ตพูด

            “ อ๋อค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณโรเบิร์ต ฉันชื่อ กสิณา ค่ะ “ เธอยังคงเก็บความประหม่าเอาไว้อย่างมิดชิด โอว์...สายตาคู่นี้เธอเคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนหนอ ? คิดไปใจก็สั่นระรัวมันเต้นตึ๊กตั๊กๆ อยู่ในทรวงอก

“ แก้ว ฉันอยู่ทางนี้ “ ดาราเดือนตะโกนเรียกแก้วเบาเบาพอได้ยิน เธอมองเพื่อนอย่างงงๆ แก้วยืนอยู่กับใครล่ะนั่น ? แก้วไม่เคยมีเพื่อนผู้ชายนี่นา แล้วผู้ชายคนนี้มาจากไหน ? เขาเป็นใคร ?

            “เดือน นี่คุณโรเบิร์ต  เพิ่งมาจากเรนดั้น คุณโรเบิร์ตคะ นี่เดือน เพื่อนของฉันเองค่ะ“เดือนยื่นมือไปจับมือกับโรเบิร์ต ..อุยยย ผู้ชายอะไรวะ มืองี้ นี้ม นิ่ม... เธอเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ และพูดขึ้นมาว่า

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณโรเบิร์ต ฉันชื่อเดือน ดาราเดือน นะคะ หรือจะเรียกฉันว่า เดือนดาราก็ได้ค่ะ คือจริงๆ แล้ว ชื่อแรกของฉันชื่อดาราเดือน ชื่อรอง ชื่อ เดือน ค่ะ อิอิ คือเพื่อนๆ ของฉันมันอยากจะเรียกชื่อฉันยังไงก็ได้ ดาราเดือน บางคนก็เรียกว่า เดือน ดารา ฉันเองยังงงกับชื่อของฉันอยู่นี่” เธอพูดไปหัวเราะไปตามสไตล์ของเธอ

“ เอ่อครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”

จากนั้นชายหนุ่มกับสองสาว ต่างพากันเดินไปที่จอดรถของสนามบิน แก้วเปิดกระโปรงท้ายรถให้เดือนใส่กระเป๋าเดินทางของหล่อน และของโรเบิร์ต ลงไป

“บ้านคุณโรเบิร์ตอยู่แถวไหนคะ ฉันจะได้ส่งคุณถูก” แก้วถามในขณะที่รถกำลังวิ่งใกล้จะถึงเขตรังสิต ใจก็คิดอยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ หล่อนแบบนี้ไปนาน ๆ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เขาคงมีแฟนแล้ว เขาคงมาตามหาแฟนของเขาอยู่ เธอนึกเสียดาย นี่เองละมั้ง ที่เขาว่ากันว่า แรกพบประสบพักตร์ก็รักเจ้า แอบเฝ้าหวงห่วงใยใจปรารถนาเพียงพบพักตร์ก็รักเจ้าเท่าชีวา เพียงสายตาประสานกันพลันรักเลย...

“ผมก็จำไม่ได้ครับ เอางี้คุณส่งผมลงที่วัด...นี้ก็ได้ครับ  “ โรเบิร์ต บอก ทำให้สาวแก้วถึงกับสะดุ้งตื่นจากความคิดฟุ้งซ่านเตลิดเปิดเปิงของหล่อน

“อ่าว ทำไมลงตรงนี้ละคะ บ้านคุณโรเบิร์ต อยู่ใกล้ๆ วัดนี้หรือคะ ?” ดาราเดือนถามอย่าง งงๆ

“ไม่ใช่หรอกครับ คือผมติดต่อมาหาหลวงตา ท่านเป็นญาติของผมในเมืองไทย ผมเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้ก็เพราะว่าผมจะไปตามหาญาติของผมอีกคนน่ะครับ” โรเบิร์ต ตอบ

“อ๋อๆ ค่ะ ได้ค่ะ งั้นคุณลงตรงนี้เลยนะคะ...โชคดีนะคะ” แก้วบอกออกไปแบบนั้นก็จริง แต่.. ใจก็คิดเสียดายโอกาสที่ยังไม่ทันได้รู้จักเขาไปมากกว่านี้ ซึ่งเธอเองก็ ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาสได้พบกับเขา

          พอแก้วแวะส่งโรเบิร์ต์แล้ว เธอก็ขับรถมุ่งหน้าไปบ้านของเธอ ซึ่งอยู่ห่างจากวัดที่โรเบิร์ตลงไปเมื่อสักครู่ประมาณสิบกว่ากิโลได้ พอไปถึงบ้านของแก้ว สองสาวก็ช่วยกันยกกระเป๋าลงจากรถและพากันเดินขึ้นบ้านไป

บ้านของแก้วเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ลักษณะทรงไทยแบบโบราณ สมัยที่แก้วยังเด็กๆ แก้วอาศัยอยู่กับแม่และยาย ตอนนี้ยายเสียชีวิตไปแล้ว บ้านหลังนี้จึงมีแม่สะอางของแก้วอาศัยอยู่เพียงลำพัง

             ดาราเดือน หลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้านการสื่อสารมาพร้อมกับแก้ว ทั้งคู่ทำงานเป็นนักข่าวอยู่สำนักข่าวโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ย่านรังสิต ซึ่งก็ไม่ไกลจากบ้านของแก้วเท่าไหร่นัก ดาราเดือนเพิ่งกลับมาจากการไปทำข่าวต่างประเทศ หลังจากกลับมาเธอจึงตัดสินใจที่จะไปพักบ้านของแก้ว ตามที่แก้วชวนไว้ เพราะมันใกล้ที่ทำงานของเดือนกับแก้วนั่นเอง           

โรเบิร์ต ลากกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าไปหาหลวงตาที่ศาลาท่าน้ำ โดยมีเจ้าดิ๊กกี้สุนัขแสนรู้ที่หลวงตาเลี้ยงไว้วิ่งนำหน้าเขาไป พอไปถึงท่าน้ำ เขาก็เห็นหลวงตานั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

โรเบิร์ต์เดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ หลวงตา เขามองดูหลวงตาที่เกือบจะจำไม่ได้ ซึ่งในอดีตหลวงคือผู้ชายที่มีรูปร่างกำยำล่ำสัน เวลาผ่านไป ท่านดูชราลงไปมาก เขาก็ยกมือไหว้หลวงตาท่าทางนอบน้อม 

“สวัสดีครับหลวงตา ผม เอ่อ หนู เอ่อ กิ่ง ค่ะ/ ครับ หลวงตา เอ่อ กิ่ง กาญจนา ลูกสาวแม่เนียนไงคะ  เอ่อ “ เขาแนะนำตัวเองกับหลวงตาแบบไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี

“เอ่อ เอ็งคือ เจ้ากิ่ง ลูกนังลำดวน จริงๆ ใช่ไม๊ ? “  หลวงตาขยี้ตามองเบิ่งไปเบื้องหน้าอย่างไม่แน่ใจในภาพที่เห็น เจ้ากิ่งหลานสาวของท่านเป็นผู้หญิงซึ่งก็เคยเลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ กิ่งกลายร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม คิ้วเข้มจมูกโด่งเป็นสัน มีไรผมดำเป็นปื้นไต่ลงมาตามข้างแก้ม เขายังมีลูกกระเดือกอันเล็กๆ แหลมยื่นออกมาเหมือนผู้ชายโดยทั่วไป ผิวพรรณที่เคยดำกร้านเพราะโดนแดดจัดเนื้อตัวมอมแมม ตอนนี้กลับขาวใสแบบผู้ดีมีอันจะกิน

          “นี่ กี่งเองครับหลวงตา คือตอนนี้ผมเปลี่ยนชื่อเป็นโรเบิร์ต แล้วนะครับ พ่อวิลเลี่ยมตั้งชื่อให้ผมหลังจากรับผมเป็นลูกและให้ใช้นามสกุลของท่านด้วย ผมแปลงเพศตอนอายุสิบหกปีแล้วครับ ทุกอย่างของผมตอนนี้มันกลายเป็นชายเต็มร้อยแล้วครับหลวงตา”

โรเบิร์ต เล่าเรื่องความเป็นไปของเขาให้หลวงตาฟัง ซึ่งหลวงตาเองก็ฟังไป พยักหน้าหงึกหงักไป แบบงง ๆ เพราะสิ่งที่ท่านได้รับรู้มาใหม่ มันย้อนแย้งกับภาพในอดีตที่ผ่านมา

            “เออ งั้นก็ดีแล้ว เอ็งก็พักอยู่กับหลวงตาที่นี่ไปก่อน พรุ่งนี้เช้าเอ็งค่อยไปบ้านของเอ็ง ตอนนี้หลวงตาปิดมันไว้เฉยๆ ไม่ให้ใครเขามาเช่าแล้ว นานๆ หลวงตาก็ไปดูมันมาที ” หลวงตาบอก

            โรเบิร์ต์ พยายามข่มตาจะให้หลับ แต่กลับเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่ามันจะผ่านไปนานแค่ไหน สำหรับเขา เขาไม่เคยลืมมันไปได้

            พอรุ่งเช้า หลวงตาให้คนขับรถพาท่านกับโรเบิร์ต ไปบ้านเดิมที่เข้าเคยอยู่ ตลอดสองข้างทางเขามองไปอย่างตื่นเต้น เพียงไม่นานเขาก็เผลอหลับป๊อกไป จึงไม่ทันสังเกตุเห็นรถของแก้วกับเดือนวิ่งสวนออกมามาสะดุ้งตื่นอีกทีเพราะได้ยินเสียงหลวงตา

“ไอ่กิ่ง...เห้ย ไอ่กิ่ง ตื่น ตื่น นี่ถึงบ้านของเอ็งแล้ว”

“ครับหลวงตา ” โรเบิร์ต สะลึมสะลืองัวเงียตื่นขึ้นมา

เขาเดินอ้อมไปท้ายรถแล้วยกกระเป๋าขึ้นมา ตาก็มองสำรวจบ้านไปพลาง บ้านปูนชั้นเดียวสองห้องนอน มันยังคงมีสภาพเดิมเหมือนเมื่อสิบหกปีก่อน สีฟ้าที่เคยซีดจางเกือบจะเป็นสีขาว ถูกหลวงตาให้ซ่างมาทาสีและทำความสะอาดใหม่

“เอ็งอยู่ที่นี่คนเดียวได้แน่นะเจ้ากิ่ง” ท่านถาม

“อยู่ได้ครับหลวงตา” เขาตอบ  

“เออ...ข้าก็ลืมไปหว่ะ ว่าเอ็งเป็นผู้ชายไปแล้ว...นี่นา คงอยู่ได้ “ หลวงตาพูดเองเออเอง

“หลวงตาครับ ต่อนี้ไปหลวงตาห้ามเรียกชื่อผมว่า “ กิ่ง” อีกนะครับ หลวงตาต้องเรียกชื่อผมว่า      โรเบิร์ต นะครับ” เขาขอคำยืนยันจากหลวงตา

“เออ  ได้ ได้ โรเบิร์ต ก็โรเบิร์ต ความจริงแล้วมันก็ชื่อของเอ็งอยู่แล้วนี่... งั้นหลวงตากลับวัดก่อนนะ เย็นนี้มีนิมนต์ไปงานศพแถวๆ นั้น ดูแลตัวเองด้วยนะลูก” หลวงตาพูดจบก็เดินเกาศีรษะบ่นพึมพำไปคนเดียว

ลมพัดมาเบา เบา ทำให้ใบไม้ยอดหญ้าโอนเอนพลิ้วลู่ลม ดอกขจรส่งกลิ่นหอมฟุ้งโชยมาแต่ไกล    เขาคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเก็บดอกขจรและยอดอ่อนของมันไปให้ย่าลวกจิ้มน้ำพริก สิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรร มันส่งความสุขจากอดีตถึงปัจจุบัน

โรเบิร์ตยืนตาลอยอยู่ตรงระเบียงบ้าน เมื่อก่อนบ้านหลังนี้ปลูกติดอยู่กับที่นาของพ่อเขา ต่อมาพ่อของเขาเสียชีวิต แม่ของเขาไปทำงานต่างประเทศและได้สามีใหม่เป็นคนอังกฤษ ทิ้งเขาให้อยู่กับย่าในบ้านหลังนี้เพียงสองคน

เสียงใสๆ ของเด็กหญิงสองคนที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับกันไปบนคันนา รอบๆ บริเวณนั้นมีต้นข้าวออกรวงชูช่อเขียวขจี คนที่อายุมากกว่า ชื่อกิ่ง เธออายุเก้าขวบ ผิวสีแทน เนื้อตัวเสื้อผ้าขะมุกขะมอมเหม็นเหงื่อ อีกคนชื่อแก้ว อายุหกขวบ กิ่งกับแก้วเป็นเพื่อนรักต่างวัย

“กิ่ง กิ่ง รอแก้วด้วย เค้าเหนื่อยแล้วนะ” เด็กหญิงผู้มีรูปร่างบอบบางดวงตากลมโตแก้มใส ผิวปากแดงระเรื่อ เธอสวยราวกับเจ้าหญิงองค์น้อยๆ ปลายผมที่ถูกถักเปียมัดด้วยโบว์สีชมพูดูน่ารัก เธอล้มลุกคลุกคลานพยายามที่จะตามเด็กหญิงกิ่งไป

“แน่จริงตามมาให้ทันสิแก้ว” กิ่งยังคงวิ่งซุกซนไปบนคันนา

“ก็อย่าเพิ่งไปสิกิ่ง แก้วไม่ตามกิ่งแล้วนะ แก้ว...เหนื่อยแล้ว เจ็บเท้าด้วย เนี๊ยะๆ เห็นมั้ย นิ้วเท้าบวมแดงเลย”

แก้วยกเท้าให้กิ่งดู กิ่งจึงขยับตัวเข้ามานั่งยอง ๆ ลงข้างแก้ว กิ่งเอามือจับเท้าของแก้วยกขึ้นมาดู เธอมีสีหน้าตกใจพร้อมกับใช้นิ้วมือนวดคลึงเบา เบา

“เจ็บมากมั้ยแก้ว ? เออ...มันบวมแดงเลย เค้าขอโทษนะแก้วนะ” กิ่งพูดขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก รู้สึกสงสารแก้วขึ้นมาจับใจ

“ แก้วไม่วิ่งแล้วนะกิ่ง แก้วจะหาเก็บผักกาดนาไปให้แม่ กิ่งไปเก็บด้วยกันไหม? ” แก้วพูดหลังจากหายเจ็บเท้าแล้ว

“ แก้วเก็บไปเถอะ เดี๋ยวกิ่งจะไปขุดหาปูให้แม่ของแก้วทำกับข้าวดีกว่า” กิ่งตอบ

เด็กหญิงสองคนหันมายิ้มให้กันและกัน แก้วเดินลุยลงไปในนาข้าวซึ่งมีน้ำขังเฉอะแฉะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของรวงข้าว ทำให้เธอสูดกลิ่นของมันเข้าเต็มปอด และยิ้มอย่างมีความสุข

ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขา ภาพแล้วภาพเล่า จนชายหนุ่มเผลอยิ้มที่มุมปากเพียงลำพัง แก้วเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่กิ่งรักมากที่สุด เธอเป็นคนน่ารักไม่เหมือนกับลูกชาวนาโดยทั่วไป เขาจึงอยากปกป้องทะนุถนอมแก้วไปจนตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทำให้เขาจดจำแก้วได้ไม่เคยลืม ในขณะที่เขากำลังก้มๆเงยๆ เอามือแหย่หาปูในรูคันนา มือข้างหนึ่งจับและกำต้นหญ้าไว้แน่น อีกมือมุดเข้าไปแหย่ควานหาปูในรู แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเขาแทบแตกสลาย

“ อึ๊บ !!!! จับได้ละแก้ว ปูตัวหย่ายยยยย เอ้ย !! ไม่ใช่ปู “ เขาขยับมือไปมา เนื้อมันนิ่มๆ ไม่แข็งเหมือนปู เดี๋ยวนะ...หรือว่าเออ.. น่าจะเป็นปลา “

เขายังไม่แน่ใจสิ่งที่กำอยู่ในมือ พลางขยับนิ้วคลำไปมา มันดิ้น เขายิ่งกดนิ้วทุกนิ้วลงไปในสิ่งที่เขาจับได้ จากนั้นค่อยๆ ดึงมันออกมา ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเขาในขณะนั้น สิ่งที่เขาจับคือส่วนหัวของงู มันดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด พอเห็นว่าอะไรเป็นอะไรเท่านั้นแหละ ความเป็นเด็กแก่นแก้วแทบหายเป็นปลิดทิ้ง

“ กะ กะ แก้ว งะ งะ งู แก้ว ช่วยเราด้วย เอามันออกไปที” แก้วหันไปเห็นงูที่แขนของกิ่ง มันกำลังใช้หางตวัดพันแขนน้อยๆ ของกิ่งจนแน่น ดวงตาของมันแดงกล่ำมองมาทางแก้ว แก้วกลัวจนช็อกยืนขาสั่นพับๆ  พอตั้งสติได้แก้วรีบหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต กิ่งมองตามตาละห้อย แก้วทิ้งเขา แก้วไม่รักเขาแล้วหรือ???  

เหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่พ้นสายตาของลุงดีซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ของแม่กิ่ง ลุงดีเหมือนเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ยามคับขันไว้ได้ เขาดึงงูออกจากแขนและมือของกิ่งแล้วบอกว่า

“ นี่คืองูไซ มันไม่ใช่งูมีพิษ มันกินปลาเป็นอาหาร ลุงจะเอาไปย่างทำต้มยำให้พวกเอ็งกิน ” เหตุการณ์ครั้งนั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลุงดี หรือหลวงตาดีของกิ่งออกบวชตลอดชีวิตเพราะการทำบาป

กิ่งจำได้ว่าก่อนที่แม่จะมารับตัวเขาไปอยู่กับสามีใหม่ที่เรนคั้นประเทศอังกฤษ เขาเองก็เพิ่งอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น แก้วมาบอกกับเขาว่าเธอจะไปอยู่กับพ่อที่เมืองนนท์ พ่อกับแม่ของแก้วแยกกัน เขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำไปว่าเมืองนนท์มันอยู่ที่ไหนของประเทศไทย เขาจำได้เพียงว่า เขานอนร้องไห้หาแก้วทุกวัน เขายังเด็กเกินไปที่จะไปตามหาแก้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาและแก้วก็ไม่เคยพบหน้าค่าตากันอีกเลย

โรเบิร์ต มาอยู่เมืองไทยได้เกือบสองอาทิตย์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้พบกับแก้ว เขาจึงไปขอความช่วยเหลือจาก นักสืบ และตำรวจให้ช่วยตามหา แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่เขากำลังนั่งดูทีวีรายการหนึ่ง เป็นรายการตามหาคนที่เคยพลักพรากจากกันมานาน และพวกเขาต่างก็ได้พบกัน

โรเบิร์ต จึงตัดสินใจโทรศัพท์ติดต่อไปยังสถานีโทรทัศน์ที่ผลิตรายการนั้น ต่อมาทางสถานีข่าวทีวีก็ได้นัดให้เขาไปพบเพื่อขอรายละเอียดในวันรุ่งขี้น

“สวัสดีครับ ผมโรเบิร์ต คลาส ผมมาติดต่อเรื่องตามหาญาติที่พลัดพรากจากกัน ตามที่ได้โทรศัพท์ติดต่อมาเมื่อวานนี้น่ะครับ”

“ ออๆ ครับ สวัสดีครับคุณโรเบิร์ต ผมไพศาล บก.ข่าว ครับ “ ไพศาลลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือไปจับมือโรเบิร์ต

“คือผมจะมาบอกกับคุณว่าผมจะให้คุณช่วยประกาศตามหาคนชื่อแก้ว อายุไม่เกินยี่สิบสองปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่เขตรังสิตนี่แหละครับ ผมต้องการสัมภาษณ์ด้วยตัวของผมเองครับ สำหรับค่าเหนื่อย ผมจ่ายให้ไม่อั้นเลยนะครับ คุณจะคิดเท่าไหร่ก็ได้ ”

โรเบิร์ต พูดพร้อมกับหยิบเงินปึกใหญ่มากองไว้ตรงหน้าไพศาล เป็นการวางมัดจำไว้ก่อน คนระดับลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้ดีอังกฤษอย่างเขาเงินแค่นี้เขายินดีจ่ายเพื่อตามหาคนที่เขารัก

          ประกาศข่าวตามหาคนชื่อแก้วได้เพียงสองวัน ก็มีสาวชื่อแก้วมาให้โรเบิร์ตได้สัมภาษณ์ร่วมสิบกว่าราย วันแรกที่สัมภาษณ์เขา

อีบุ๊กในซีรีย์เดียวกัน ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น