ร้าว...ราน...รัก

ตอนที่ 14 : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    14 ก.ค. 62


















          “ซื้อขนมไปฝากน้องพลอยกัน

          ตุลาบอกแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาถามทำนองว่า ไปไหม

ณวกาญจน์มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย ลอบถอนหายใจแล้วฝืนยิ้มพยักหน้าตกลงว่าไปในที่สุด

ทั้งคู่ใช้รถยนต์ส่วนตัวของตุลาที่จอดทิ้งไว้หน้าสำนักงานพากันแวะซื้อขนม ผลไม้ติดมือไปจำนวนหนึ่งก่อนตรงไปยังจุดหมายที่ซึ่งไกลจากมหานครออกไป ใช้เวลาเดินทางร่วมสองชั่วโมง ที่นั่นเป็นบ้านสองชั้นค่อนข้างใหญ่

          “เย้ คุณพ่อมา พ่อตุลย์มาหาน้องพลอยแล้ว

          เสียงใสแจ๋วดังมาจากสวนเล็กๆ เมื่อตุลาจอดรถและลงมายืนอ้าแขนรอรับ ไม่นานร่างเล็กๆในชุดกระโปรงติดกันสีฟ้าอ่อนวิ่งปร๋อเข้ามาหา ก่อนโถมตัวให้อีกฝ่ายรับแล้วอุ้มขึ้นหอมแก้มอย่างทุกที

          “พ่อซื้อหนมสุดโปรดมาให้พลอยชมพูของพ่อด้วยนะ

          “คิดถึงพ่อตุลย์ที่สุดในโลกเลยค่ะ

          “พ่อก็คิดถึงน้องพลอยค่ะตุลาหอมแก้มใสที่แดงระเรื่อของเด็กหญิงในอ้อมกอดแล้วบอกต่อ

          “ดูซินั่น ใครมากับพ่อด้วย

          เด็กหญิงพลอยชมพูหันขวับมองไปยังณวกาญจน์ก่อนกรอกตาอย่างเซ็งๆ

          “มาทำไมคะ

          “อ้าว ทำไมพูดแบบนี้คะลูก ไม่น่ารักเลย

          “ก็น้องพลอยอยากคิดถึงแค่คุณพ่อนี่คะ ไม่ชอบให้คนอื่นมาด้วย

          เด็กหญิงพลอยชมพูบอกอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก

          “แต่พี่เปรมมีขนมมาฝากด้วยนะตุลาพยายามผูกมิตรกลับไปให้

          “ไม่เห็นจะสนเลย

          ณวกาญจน์ลอบถอนหายใจแล้วส่งยิ้มพร้อมสายตาบอกตุลาว่าไม่เป็นอะไร เพราะเธอชินเสียแล้วกับการต้อนรับของแม่หนูนางนี้

          “คุณตุลย์เสียงทักทายจากในบ้านนั่นเอง

          นางฮุย หญิงวัยสี่สิบต้นๆเดินยิ้มแย้มออกมาจากด้านในของบ้าน พร้อมยกมือรับไหว้ณวกาญจน์ก่อนบ่น

          “ซื้ออะไรมากันคะเยอะแยะเลย

          “มีผลไม้แล้วก็ขนมมาให้น้องพลอยครับ ส่วนที่เหลือก็ของพี่ฮุยกับเด็กๆ

          “เปรมเอาไปไว้ในครัวให้นะคะ

          ณวกาญจน์ยิ้มแต่ปากไปไม่ถึงดวงตาแล้วหอบถุงพะรุงพะรังสองมือไปยังห้องครัวที่อยู่ถัดไปทางหลังบ้าน เดินอ้อมบ้านมาหน่อยก็เห็นลุงสุทินยืนตัดแต่งต้นไม้อยู่

          “มาครับลุงช่วย

          ลุงสุทินบอกแล้ววางกรรไกรตัดกิ่งลงทันทีอย่างกระตือรือร้นเพื่อมาช่วยเธอ ณวกาญจน์ยิ้ม ส่งให้สามถุงเบาๆ ที่เหลือเธอถือเอง รู้สึกได้ถึงความเอื้ออารีที่อีกฝ่ายมีให้ แล้วว่า

          เปรมซื้อข้าวเหนียวแดงมาฝากด้วยนะคะ เห็นคุณลุงชอบ

          โถ...ขอบคุณมากครับคุณหนูเปรม

          ชายสูงวัยตอบรับอย่างซาบซึ้ง

          อยู่คุยกับลุงสุทินพักใหญ่ๆค่อยออกมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งก็พบเด็กหญิงพลอยชมพูนั่งเล่นของเล่นชิ้นเล็กๆที่ติดมากับขนมพอดี รอบๆไม่มีใครนั่งอยู่ด้วยสักคน และเธอจะไม่กังวลเลยหากไม่เห็นอีกฝ่ายหยิบของเล่นนั่นเข้าปาก

          “น้องพลอย อันนั้นไม่ใช่ขนมนะคะ กินไม่ได้ค่ะ

          อีกฝ่ายตวัดตามองไม่พอใจใส่เธอทันที

          “ทำไมจะกินไม่ได้ พ่อตุลย์บอกว่าเป็นขนม

          “มาค่ะ พี่เปรมดูให้

          “ไม่! อย่ามายุ่ง

          ณวกาญจน์ฝืนยิ้มก่อนนั่งเงียบมองเด็กหญิงพลอยชมพูอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่ายังพยายามจะเอาของเล่นชิ้นนั้นเข้าปากอยู่ดี เพื่อความปลอดภัยในที่สุดเลยลุกขึ้นไปดึงออกจากปากก่อนจะติดคอเด็กจนเกิดอันตรายได้

          “แง! พ่อตุลย์ขา...

          เสียงร้องโวยวายของเด็กหญิงพลอยชมพูดังแว้ดขึ้นทันที เมื่อณวกาญจน์เอาของเล่นออกมาจากปากแล้ว

          นางฮุยรีบวิ่งมาจากหน้าบ้าน ถามเสียงร้อนรน

น้องพลอยเป็นอะไรลูก”       

          “พี่คนนี้แกล้งน้องพลอยค่ะ พี่จะแย่งขนมน้องพลอยค่ะแม่หนูร้องไปฟ้องไปพลาง

          ณวกาญจน์วางของเล่นลงบนโต๊ะ มองตุลาที่วิ่งตามมาภายหลังด้วยสายตาจนใจ ยักไหล่ขึ้นน้อยๆก่อนผละออกจากตรงนั้นไปด้านนอกแทน เกือบชั่วโมงที่เธอต้องอยู่อย่างอึดอัดใจที่บ้านหลังนั้น

          น้องพลอยแกก็เป็นแบบนี้เอง เปรมอย่าไปถือสาเด็กเลยนะ

          ตุลาบอกทันทีเมื่อขึ้นรถมาด้วยกันแล้ว เขามองเธอด้วยสายตากังวลใจ จนณวกาญจน์ต้องส่งยิ้มสบายๆส่งกลับให้เขา ตุลาอ่านความรู้สึกของเธอออกเสมอว่าเธอรู้สึกแบบไหนอย่างไร แล้วแกล้งพูดติดตลกให้ตุลาหมดกังวล

          เปรมรู้ค่ะ ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก ตอนเด็กๆพ่อเล่าให้ฟังว่าเปรมแสบกว่านี้อีก

          พอได้ยินเธอเอ่ยถึงบิดาก็นิ่งไปครู่ แกล้งย้อนถาม

          “แล้วนี่ คิดจะแย่งขนมน้องพลอยจริงๆน่ะหรือ

          ได้ยินเขาเอ่ยมาแบบนั้นก็หลุดขำพรืด ตอบเขากลับทันที

จริงค่ะ

ณวกาญจน์รู้จักเด็กหญิงจอมเอาแต่ใจตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนสมรสกับตุลาแล้ว เพราะเขาพาเธอมารู้จักกับครอบครัวของเขา พร้อมแนะนำว่าเธอกำลังคบหาดูใจกัน และจะเป็นภรรยาของเขาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นอกจากคนที่บ้านหลังนี้ ก็มีลุงของตุลาอีกคนที่เขาพาเธอไปพบ ส่วนเด็กหญิงพลอยชมพู ตุลาบอกแต่ว่าเป็นลูกสาวของเขาเท่านั้น

ได้ยินครั้งแรก เธอคิดว่าเขาอำเล่น

เลยถามจริงจังว่าเป็นลูกสาวของเขาจริงน่ะหรือ พอตุลาตอบกลับว่าจริงด้วยสีหน้าที่ไม่ได้มีวี่แววล้อเล่น เธอเลยไม่อยากถามอะไรเขาอีก

ตุลาพาเธอกลับในเวลาต่อมา ออกมาจนเกือบถึงที่พักแล้วก็ว่า

พี่บอกหรือยังว่าวันนี้พี่จะกลับบ้าน

ณวกาญจน์ที่กำลังเหม่อมองออกไปนอกรถหันมายิ้มก่อนตอบ

บอกแล้วค่ะ สามรอบแล้วมั้ง แกล้งแหย่เพราะโหวงๆที่จะต้องอยู่แบบไม่มีเขา ถามต่อ กลับกี่วันคะ

น่าจะสักสามวัน อยู่ได้ใช่ไหม

มองเขาพูด กระพริบตาปริบๆ พยักหน้าบอกเสียงเหงา

เปรมอยู่ได้

คราวนี้ตุลาถอนใจยาว ละสายตาจากถนนครู่เดียวมามองหน้าเธอบอกจริงจังเปรมอยู่ได้ แต่พี่น่ะสิจะอยู่ได้ยังไง

แอวะ...อย่ามาเน่า

เฉไฉว่าเขากลับไปอย่างนั้นเพราะอายกับสายตาคมเข้มสื่อความหมายที่มีอิทธิพลมากมายกับเธอเหลือเกิน เธอเองก็ร่ำๆเหมือนว่าจะอยู่ไม่ได้เช่นกันถ้าไม่มีตุลา

ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานานแรมปี เจอหน้ากันทุกวัน ใช้ชีวิตด้วยกันทุกอย่าง และตุลาจะต้องกลับไปบ้านที่ว่านั่น คือบ้านของลุงชัยทุกเดือน บางทีก็แวะไปเดี๋ยวเดียว บางทีก็ค้างบ้างหนึ่งคืนถึงสามคืนราวๆนี้ ทำนองว่าไปดูแลอะไรๆให้ท่าน จำพวกเครื่องเก่า ของมีค่าบางชิ้น เพราะที่นั่นมีแต่คนงานเท่านั้นที่อยู่ให้ ส่วนตัวเจ้าของบ้านเองได้ยินตุลาเล่าว่าไปใช้ชีวิตในสวนผลไม้ที่ต่างจังหวัดแล้ว

ส่วนคราวนี้ตุลาไปตั้งสามคืน คงเป็นสามวันสามคืนที่แสนทรมานสำหรับเธอ ต้องคิดถึงเขาแทบขาดใจแน่ๆ หารู้ไม่ว่าตุลาเองก็คิดไม่ต่างจากเธอ ดูจากแววตาอาวรณ์ที่มองสบมานั่น ยืนยันความในใจได้เป็นอย่างดี

ตุลาเคยเอ่ยชวนให้ไปด้วยกัน แต่เธอไม่อยากไป ไม่อยากให้ใครมองว่าตัวติดกันตลอด ไปไหนมาไหน ห่างกันไม่ได้ อีกอย่างที่นั่นก็บ้านของญาติเขา เธอไม่อยากเข้าไปยุ่มย่ามเข้าออก หรือไปวอแวด้วย ทั้งยังเกรงใจด้วยนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล

แล้วทำเป็นเปลี่ยนเรื่องคุย

วันที่เธอไปเยี่ยมพรรษมนวันแรก ก็นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนสอบถามสาวรุ่นน้องว่าบ้านอยู่ตรงไหน เลยทำให้นึกขึ้นได้

ซอยบ้านของลุงชัยทะลุซอย...ได้นี่นา เจ้าหล่อนบอกชื่ออีกซอยที่เชื่อมต่อถึงกัน ตุลาไม่ได้พูดอะไร ทำเสียงอืออาตอบรับเท่านั้น

หญิงสาวเลยเล่าต่อ ซอยนั้นน่ะ ซอยบ้านพัดด้วยนะคะ

พอพูดมาถึงตรงนี้แล้ว ตุลาหรี่ตาลง เอ่ยถามด้วยท่าทีจริงจังผิดจากเมื่อครู่เดี๋ยว นี่เราคิดอะไรอยู่ ยัยตัวแสบ

ไม่ยอมตอบเขาว่าคิดจะทำอะไร แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ให้แทน เปล๊า เปรมไม่ได้คิดอะไรหรอกน่า

เสียงสูงนะ มากด้วย

เธอยิ้มกว้างแล้วขำออกมาในที่สุด ตีเข้าที่ต้นแขนแน่นๆล่ำๆใต้เสื้อเชิ้ตของเขาสองสามเพี๊ยะใหญ่ๆอย่างมันเขี้ยวที่ช่างยอกย้อนนัก

เพื่อนสนิทของเธอ ไม่มีใครเชื่อเลย เมื่อเธอหลุดปากเล่าว่าตุลาเป็นคนตลกขนาดไหน เพราะภาพลักษณ์ของเขายามอยู่ที่สาธารณะราวกับคนละคน ไม่เหมือนตอนที่อยู่กับเธอเลยแม้แต่นิด

บุคลิกตุลาดูสุขุม พูดน้อย ชอบทำหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม และเขายังมีสายตาคมเข้มใต้แว่น ที่เมธาวีชอบแซวอยู่เสมอว่ามีเอาไว้มองแค่เธอเพียงคนเดียวอีกด้วย

ไม่นานจากนั้น รถของตุลาก็จอดลงตรงด้านหน้าคอนโด

ณวกาญจน์แยกจากตุลาแล้วกลับเข้าห้องพักทันที จากที่ตั้งใจว่าจะนั่งเขียนนิยายต่ออีกหน่อย กลับตื้อไม่มีอารมณ์ทำเสียอย่างนั้น จึงเลือกหนังมานั่งดูสุดท้ายหลับที่หน้าจอภาพในห้องนั่งเล่นจนถึงเช้าของอีกวัน
















อีบุ๊คคลิกที่ภาพปกได้เลยค่ะ

V

V

V



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

359 ความคิดเห็น