ทะลุฟ้า ป่วนยุทธภพ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 943,591 Views

  • 5,241 Comments

  • 10,220 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,563

    Overall
    943,591

ตอนที่ 41 : พิษผลาญชีพจร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 798 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

การกะจังหวะของหินทั้งสองก้อนไม่มีอะไรยาก     ขอเพียงไม่มีตัวแปรอื่นใดเข้ามาป่วนทุกคนย่อมสามารถผ่านพ้นไปได้            เมื่อก้อนหินกระแทกใส่กันและย้อนกลับยี่ฟงก็จะฉวยโอกาสพุ่งออกไปหลบยังช่องกำแพงใหม่โดยไม่ผลีผลาม

ใช้เวลาอยู่ไม่นานยี่ฟงก็เกือบจะถึงปลายทางแล้ว  ซึ่งรอบสุดท้ายนี้เขาต้องรอจังหวะที่หินทั้งสองก้อนกำลังกลิ้งเข้าหากันแทน

กินหมูว่ะ  ฮ่า ฮ่า

ยี่ฟงเอ่ยปากชะล่าใจ

เขากลอกตาไล่ตามก้อนหินอยู่อึดใจหนึ่ง       พอมันกลิ้งผ่านหน้าเข้าไปหาหินอีกก้อนแล้วยี่ฟงก็รีบทะยานออกจากช่องกำแพงตรงไปยังสุดปลายที่เป็นทางหักเลี้ยวอีกมุม    ทว่าในวินาทีสั้น ๆ พลันปรากฏฝ่ามือทะลวงขึ้นมาจากใต้ทางเดินพื้นหินพร้อมยึดจับขาของยี่ฟงเอาไว้อย่างแน่นหนา       ขณะเดียวกันหินทั้งสองก้อนก็กระแทกใส่กันพอดีและกลิ้งย้อนกลับมาอีกครั้ง

ปล่อยนะโว้ย!

ยี่ฟงนำกระบี่ทิ่มแทงลงไปแต่ดูเหมือนต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร  ฝ่ามือที่ยึดจับจึงจะคลายออก  แน่นอนว่ายี่ฟงไม่มีเวลามากนักในเมื่อความตายกำลังกลิ้งกลับเข้ามาหา  พอทราบว่าจะถูกบดทำลายในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าชายหนุ่มก็หน้าซีดลงถนัดตา

ซวยละ  ไม่ทันแน่!

ยี่ฟงเอ่ยเสียงแห้งพลางจับจ้องก้อนหินที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว

แต่ในเสี้ยววิก่อนจะถูกบดทำลาย  ยี่ฟงได้ลงมือดิ้นรนอย่างจนตรอก    เขาระเบิดพลังปราณไปพร้อม ๆ กับการแผดเสียงตะโกนหลังทะลวงขีดจำกัดเลเวลไปครั้งหนึ่ง

ถอยไป!!!

วิชายุทธ์ขุนศึกคำรามแสดงผล  คลื่นพลังทำลายล้างกระจายออกสำแดงเดชเต็มกำลัง       แรงผลักดันจากการระเบิดพลังปราณเองก็ช่วยหนุนเสริมผลักดันต้านก้อนหินนรกแตกเอาไว้  ราวกับฟ้าประทาน  หินก้อนที่ว่าหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง  ยี่ฟงจึงเรียกใช้เพลงกระบี่ใบไม้ไหวต่อเนื่องเพื่อระเบิดใส่บริเวณพื้นใต้ขาทั้งสองของตัวเองโดยไม่มีอาการลังเล  พริบตาสายลมก็กระแทกลงไปจนระเบิดดังตูม       แรงอัดมากมายสลายพันธนาการพร้อมทั้งดีดร่างยี่ฟงปลิวเข้าไปยังเส้นทางหักเลี้ยว      จังหวะเพียงชั่วกะพริบตาก้อนหินก็หลุดออกจากแรงต้านพุ่งทะยานเข้าปะทะใส่กำแพงหินสุดทางเดินดังสนั่น

ยี่ฟงยังสัมผัสถึงแรงลมที่พัดโชยผ่านไปได้อยู่ไม่จางเลยด้วยซ้ำ

นับเป็นการรอดตายแบบหวุดหวิดเฉียดปลายเส้นผม  ระทึกจนร่างกายเย็นเฉียบสะท้านขวัญ

เสียววูบวาบเลยฉิบหายเอ๊ย

ยี่ฟงกล่าวพลางลูบทรวงอกปลอบขวัญตัวเอง

เส้นทางที่เหลือต่อจากนี้ตรงดิ่งจนสามารถมองเห็นปากทางออกได้เลย       เสียงร่วงกราวของเศษหินกระตุ้นให้ยี่ฟงรีบลุกขึ้นยืนแม้ขาทั้งสองจะมีบาดแผลสาหัสอยู่ก็ตาม      แต่ความเจ็บปวดค่อย ๆ ทุเลาลงเพราะความสามารถของร่างอมตะกำลังช่วยฟื้นฟูให้อยู่    ขณะนี้เขาใจไม่ดีนักเนื่องจากก้อนหินทางด้านหลังมันอัดติดอยู่กับกำแพงไม่ได้กลิ้งกลับไปหาหินอีกก้อนแต่อย่างใด

ทางตรงแบบนี้คงจะเล่นตรูอีกแน่  เหอะ ๆ

ยี่ฟงไม่มีเวลาให้ไตร่ตรองเพราะเสียงกึงกังของหินอีกก้อนเริ่มเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ทุกทีแล้ว

ยี่ฟงไม่ประมาทอีก    เขาจัดการขว้างเศษหินนำหน้าไปก่อนซึ่งปรากฏว่าใต้ทางเดินพื้นหินมีฝ่ามือทะลวงขึ้นมาตามจุดต่าง ๆ เป็นระยะ     เมื่อพินิจอย่างถี่ถ้วนจึงทราบว่าบริเวณพื้นหินที่สีซีดกว่าจุดอื่นเป็นเครื่องหมายของกับดักพันธนาการนั่นเอง

มุกเดิมมันห่วยใช้หลอกเด็กซ้ำยังไม่ได้เลยโว้ย  ไม่รู้หรือไง

ยี่ฟงวิพากษ์วิจารณ์สนุกปาก

เมื่อมั่นใจแล้วว่ากับดักจะโผล่ขึ้นมาบริเวณไหนยี่ฟงก็มุ่งหน้าตรงออกไปทันที  ไม่นานก็เกิดการสั่นสะเทือนและเสียงหนัก ๆ ดังมาให้ได้ยินเต็มสองหู  ยี่ฟงหันกลับไปมองพลันพบว่าหนึ่งในหินทั้งสองก้อนกำลังจะหลุดออกมาจากทางหักเลี้ยว  ชายหนุ่มไม่คิดเอ้อระเหยอีกต่อไป          เขาออกตัวพุ่งทะยานโดยฝืนความเจ็บปวดเอาไว้และไม่คิดจะเหลียวกลับไปมองด้านหลังซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง

อ๊ากกก!  ตรูไม่อยู่รอให้เชือดหรอกโว้ย

ยี่ฟงส่งเสียงร้องทันทีที่สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งกำลังไล่หลังมา

แม้เส้นทางจะเรียบตรงแต่ยี่ฟงก็ต้องทะยานหลบซ้ายพลิกขวาไปตลอดทาง    หากถูกกับดักฝ่ามือผีพันธนาการเอาไว้ได้    สิ่งสุดท้ายที่จะได้เห็นก่อนตายย่อมไม่พ้นเป็นก้อนหินยักษ์กลิ้งมาบดทำลายตัวเขาเองอย่างน่าสยดสยองแค่คิดยี่ฟงก็เสียวสันหลังวูบ  ความเจ็บปวดที่ขาทั้งสองกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญ

เนื่องจากเส้นทางสุดท้ายเป็นเนินลาดชันลงไปเรื่อย ๆ  ก้อนหินที่ไล่ติดตามมาจึงแทบจะเหินทะยานเรียดพื้นฝ่ามวลอากาศอย่างไรอย่างนั้น  พริบตามันก็ไล่จี้อยู่ข้างหลังห่างออกไปไม่ไกลแล้ว        ส่วนยี่ฟงหากไม่ได้ท่าเท้าเมฆาซ่อนมังกรช่วยสนับสนุนคงกลิ้งคะมำล้มลุกคลุกคลานก่อนจะตายอย่างน่าอนาถไปนานแล้วเช่นกัน

ยี่ฟงกลั้นลมหายใจลดระยะเข้าใกล้ปากทางออกจนใบหน้าแดงก่ำ  กระทั่งถึงที่สุดแล้วเขาก็กระโจนออกไปโดยไม่สนว่าจะมีอันตรายอื่นรออยู่หรือไม่

ตึง!

ร่างของยี่ฟงรอดผ่านออกไปไม่ถึงอึดใจ         ก้อนหินด้านหลังก็พุ่งกระแทกติดอยู่ตรงปากทางออกพอดิบพอดี  ขณะที่ร่างของยี่ฟงยังคงกลิ้งไถลม้วนไปหลายตลบบนพื้นถ้ำ        คนคล้ายเพิ่งโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ         ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกและถี่รัวหลังจากที่ร่างหยุดนิ่งลง

เพลเยอร์ยี่ฟงได้ล่วงล้ำเข้าสู่ค่ายกลนรกแตก  ด่านที่สองพิษผลาญชีพจร

ยี่ฟงที่เพิ่งสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าไปพลันไอออกมาเป็นโลหิตดูเหมือนเขาจะได้รับพิษตามที่ระบบแจ้งจริง ๆ

เชี่ย!  ขอเวลาให้พักหายใจหายคอบ้างเถอะ

ยี่ฟงกล่าวคำขาด ๆ หาย ๆ

แต่ชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นมากวาดสายตามองไปทั่วพื้นที่ใหม่อย่างจำใจ  สักพักเขาก็พบเห็นกระถางปลูกต้นไม้จัดเรียงวางเป็นแถวอยู่มุมหนึ่ง     ใกล้ ๆ กันมีโต๊ะและเก้าอี้     ยี่ฟงจึงเดินเข้าไปนั่งลงพักผ่อนเหยียดแขนขาด้วยท่าทางอ่อนล้าสุด ๆ  เขาหลับตานิ่งสงบอยู่อย่างนั้นราวกับหลับใหลไปแล้ว     กระทั่งสะดุ้งตัวไปข้างหน้าพร้อมไอเป็นโลหิตออกมาอีกครั้ง

นรกแตกสมชื่อจริง ๆ ไอ้รากหญ้า!

ยี่ฟงสบถพลางปาดคราบโลหิตออกจามุมปาก

หนังสือ!?  ให้มาใช้อ่านรอเวลาตายหรือไงวะ

บนโต๊ะมีเพียงแค่หนังสือเล่มหนาเกินหนึ่งฝ่ามือสภาพค่อนข้างเก่าแก่         ยี่ฟงเกาศีรษะอย่างหงุดหงิดกระทั่งสังเกตเห็นป้ายสลักคำอธิบายปักอยู่ข้าง ๆ โต๊ะ

ท่านสูดดมพิษผลาญชีพจรเข้าไป  มันจะบั่นทอนทำลายไปเรื่อย ๆ จนท่านตาย      มีเวลาเหลือราวสองชั่วโมงเพื่อที่ท่านจะคว้าโอกาสค้นหาสมุนไพรขจัดพิษ  เราจัดเตรียมตำราสมุนไพรเก่าแก่เป็นรางวัลให้แล้ว    ท่านสามารถใช้มันอย่างไรก็ได้  แต่หากท่านไม่รอดก็ไม่ต้องกล่าวถึงรางวัลใด ๆ

ยี่ฟงหมอบลงไปกับโต๊ะและพึมพำแทบไม่เป็นภาษา

โอย  ใครมันจะเปิดหาสมุนไพรขจัดพิษเฉพาะเจาะจงในตำราเป็นพัน ๆ หน้าได้ในเวลาแค่สองชั่วโมงเนี่ย

ไม่ต้องให้ใครบอก     ยี่ฟงก็ทราบดีว่าบริเวณกระถางปลูกต้นไม้จะต้องมีสมุนไพรขจัดพิษผลาญชีพจรอยู่แน่ ๆ  ซึ่งไม่มีทางมั่วคว้าทุกอย่างขึ้นมากินได้เด็ดขาดเพราะอาจเพิ่มพิษชนิดอื่นเข้ามาใหม่ แทนที่จะเป็นการขจัดพิษ  และมันคงเป็นกับดักเนื่องจากในกลุ่มสมุนไพรเหล่านั้นน่าจะมีสมุนไพรขจัดพิษอยู่แค่ชนิดเดียวเท่านั้น    หากถูกพิษชนิดอื่นเพิ่มเข้าไปอีกคงได้ตายจริง ๆ แน่นอน

ยี่ฟงยอมเสียเวลาพักฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจอยู่พักใหญ่     เมื่ออารมณ์สงบลงแล้วย่อมทำให้อะไร ๆ ง่ายขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย  จากนั้นยี่ฟงรีบพลิกตำราเล่มโตเปิดหน้าแรกขึ้นมาพินิจดู    พอเห็นเป็นหน้าว่างจึงพลิกหน้าต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นหน้าสารบัญตัวยาสมุนไพรนับหมื่น ๆ ชนิด  มันไม่ได้ถูกจัดเรียงตามลำดับตัวอักษร     ยี่ฟงย่อมไม่อาจไล่หาชื่อของพิษผลาญชีพจรได้โดยง่ายนัก  แต่มันก็คงดีกว่าการพลิกหาไปทีละหน้ากระดาษแน่ ๆ

ให้ตายเถอะ!  ครั้งสุดท้ายที่ฉันจับหนังสือคือเมื่อไรกันนะ  น่ารำคาญเป็นบ้า

ยี่ฟงเริ่มบ่น

หากเป็นบุ๊กไทป์เขาแค่เอ่ยชื่อของสิ่งที่ต้องการจะรู้มันก็แทบเสนอขึ้นมาให้เสร็จสรรพ          แต่เมื่อบ่นไปก็ไม่ได้อะไร  ยี่ฟงพลันสงบสติและตั้งสมาธิไล่รายชื่อค้นหาต่อไปเงียบ ๆ  ระหว่างนั้นเขาก็ไออยู่เป็นระยะ   เรี่ยวแรงหดหายไปอย่างช้า ๆ เป็นผลจากพิษผลาญชีพจร

เกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีหวังจะพบชื่อของพิษที่บั่นทอนเขาอยู่

จวบกระทั่งภายในถ้ำกว้างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง     ตามซอกหินและร่องลึกมากมายปรากฏน้ำไหลซึมออกมา  ทว่ายี่ฟงกำลังจมไปกับตำราสมุนไพรยักษ์  รอบข้างถูกตัดขาดไร้สีสัน      ทุกสรรพเสียงเองก็หลงเหลือเพียงแค่เสียงลมหายใจและการพลิกเปลี่ยนหน้ากระดาษเท่านั้น

หนึ่งชั่วโมงครึ่งผันผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

น้ำซึมที่ว่าเปลี่ยนเป็นทะลักเข้ามาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน         พื้นถ้ำเวลานี้เองมีน้ำขังสูงเหนือข้อเท้าเข้าไปแล้ว  พื้นที่ใหม่นี้ไม่มีเส้นทางไปต่อ  ทุกด้านล้วนเป็นผนังถ้ำ  ทางเดียวที่จะออกไปก็คือเส้นทางที่ใช้เข้ามา       แต่เส้นทางหนึ่งเดียวนั้นถูกปิดกั้นไว้ด้วยก้อนหินจนมิด

ยิ่งเวลาถดถอยใกล้หมดลงเท่าไรยี่ฟงยิ่งหลั่งเหงื่อชุ่มโชก  จมูกของเขามีโลหิตซึมออกมา   หูทั้งสองเองก็ไม่ต่างกัน  และพอเหลืออยู่เพียงแค่สิบห้านาทีสุดท้าย  ดวงตาทั้งสองข้างก็เริ่มมีเส้นโลหิตเล็ก ๆ ชอนไชจนดูน่ากลัว

ไม่ไหว

ยี่ฟงปิดตำราสมุนไพรลงเพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะไล่หาชื่อของสมุนไพรพิษแค่หนึ่งเดียว มันไม่ต่างอะไรจากการหาน้ำสักหยดท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ          ยี่ฟงตัดสินใจลุกขึ้นยืนพลางเก็บตำราเล่มใหญ่เข้าช่องเก็บของขณะนี้น้ำขังสูงเกือบจะถึงเอวแล้ว   แต่ยี่ฟงไม่สนใจและก้าวตรงไปทางต้นสมุนไพรที่โชคดีกระถางของพวกมันตั้งสูงอยู่บนแท่นที่น้ำยังไม่ทันได้ท่วมถึง

คงต้องเสี่ยงวัดดวงเป็นตายเท่านั้นสินะ

ยี่ฟงกวาดมองสมุนไพรทุกต้นอย่างพินิจ  เขาไม่ทราบเลยว่าต้นใดเป็นพิษหรือยารักษาบ้าง        ยี่ฟงสงบนิ่งได้อย่างน่าประหลาด  สายตาก็ไล่รายละเอียดไปเรื่อยพลางใช้สมองคัดแยกจำนวนของสมุนไพรที่ซ้ำกันออกมาไว้ในใจ

หลงเหลือเพียงห้านาทีสุดท้าย

สมุนไพรมีทั้งหมด 6 ชนิด  แต่ละชนิดมีซ้ำอยู่จำนวนเท่า ๆ กันแทบทั้งหมด  ดวงตายี่ฟงเริ่มมีโลหิตไหลเอ่อ

เวลาของเขาเหลือน้อยลงทุกที

หลังจากยืนนิ่งใช้สมองประมวลผลถึงความเป็นไปได้ทุกหนทาง     ยี่ฟงก็ตัดสินใจเด็ดขาดคว้าต้นสมุนไพรชนิดหนึ่งซึ่งมีจำนวนเยอะที่สุดออกมา     แน่นอนว่าเขากลืนกินมันเข้าไปทันทีในหนึ่งนาทีสุดท้ายก่อนพิษผลาญชีพจรจะคร่าชีวิตของเขา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 798 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #3538 bong-grom (@tidteng) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:21
    ลุ้นๆๆๆ
    #3538
    0
  2. #2493 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 16:48
    Many thanks!!
    #2493
    0
  3. #1654 ดินสอยางลบ (@the-king-of-devi) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 13:56
    ความจำนี้มันนน
    #1654
    0
  4. #964 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:56
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #964
    0
  5. #351 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 10:37
    กินให้หมดทุกอันเลยจบ
    #351
    0
  6. วันที่ 16 มกราคม 2561 / 22:58
    รออยู่คาป
    #241
    0
  7. #227 สายลม (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 07:44
    สนุกดีครับ
    #227
    0
  8. #226 RBoKuc (@pareooo) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:23
    ขอให้รอดๆ
    #226
    0
  9. #225 artit6939 (@artit6939) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 22:05
    สนุกมากคับ ขออีกตอนนะะะ
    #225
    0
  10. วันที่ 14 มกราคม 2561 / 19:59
    ขออีกตอนนะะะะะะ
    #224
    0
  11. #223 Shinku Yami (@mrbest13) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 19:45
    มีแถมอีกสักตอนไหมครับ กำลังสนุก
    #223
    0