ทะลุฟ้า ป่วนยุทธภพ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 938,949 Views

  • 5,229 Comments

  • 10,210 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,890

    Overall
    938,949

ตอนที่ 137 : คลื่นลมสงบก่อนพายุเข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 821 ครั้ง
    10 ก.ย. 61

ภายในพื้นที่พิเศษของหนึ่งในเสาหลักทั้งห้า , วิหารว่างเปล่า

ค่ายกลเคลื่อนย้ายจะส่งกลุ่มเพลเยอร์เข้ามาแบบสุ่ม  ทว่าจะอยู่ภายในรัศมีที่สามารถมองเห็นเสาหลักได้อย่างชัดเจน และมีโอกาสน้อยมากที่จะไปปรากฏตัวใกล้กับกลุ่มอื่นที่เข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน ยี่ฟงกับพรรคพวกเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่ละคนจึงกำลังทอดสายตามองไกลออกไปยังสุดขอบฟ้า แผ่นดินรอบ ๆ ล้วนรกร้างแตกระแหง ที่เด่นชัดมากก็คือภาพของวิหารใหญ่โตสูงตระหง่านทั้งที่ยังคงอยู่ห่างแทบจะสุดสายตา อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห้งแล้งไม่เข้ากับท้องฟ้ามืดสลัวและสายลมอันเย็นเยียบวังเวงแม้แต่น้อย

เป็นสถานที่ที่แปลกพิสดารตามข้อมูลว่าไว้จริง ๆเฒ่าทารกกล่าวขึ้นทำลายความเงียบ

เอ็งจะเริ่มต้นยังไง  ได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าภูผาเพลิงหันมาถามผู้นำกลุ่ม

ทีแรกฉันตั้งใจว่าจะให้พวกเราเกาะกลุ่มกันสำรวจไปก่อน”  ยี่ฟงตอบพลางกอดอก  แต่เมื่อนึกถึงกลุ่มของวังจักรพรรดิที่เซียนหิมะเอ่ยเตือน  เขาก็ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน

พวกเราจะยังไม่ตรงไปที่วิหารว่างเปล่าในทันที  สิ่งแรกที่ต้องลงมือทำคือแยกย้ายกันไปสำรวจ  ตามข้อมูลบนเว็บบอร์ดเห็นว่าภายในพื้นที่พิเศษนี้ก็ยังมีหมู่บ้านและภารกิจให้เพลเยอร์รับอยู่ด้วย

จะมีประโยชน์อะไรวะ  ใคร ๆ เขาก็พุ่งตรงไปยังเสาหลักกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครทดลองไล่เคลียร์ภารกิจที่นี่เลยสักหน่อย เพียงแต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ส่งผลกับการยึดเสาหลัก จึงไม่มีกลุ่มไหนสนใจจะสำรวจตรวจสอบให้เสียเวลาอีกภูผาเพลิงเห็นแย้ง  พยายามเอ่ยเตือนด้วยการอธิบายตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในหลายปีมานี้

พวกเราเหลือเวลาไม่มากแล้วนะหยกราตรีสำทับขึ้นมาอย่างกังวล

มองดูคนทั้งกลุ่มพยักหน้าเห็นพ้องตรงกัน  ยี่ฟงก็ถอนหายใจกล่าวขึ้นมาว่า

ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหมู่บ้านกับภารกิจที่มีอยู่จะไร้ประโยชน์  มันต้องเกี่ยวข้องกับการพิชิตเสาหลักอย่างแน่นอน กลุ่มอื่นที่เคยลองแล้วแต่ไม่สำเร็จ แสดงว่าพวกเขาต้องทำพลาดอะไรบางอย่าง” ยี่ฟงหยุดคิดทบทวนชั่วครู่  ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า อีกอย่างฉันชอบการเสพเนื้อเรื่องของเกมไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน  ถ้าใครคิดว่าวิธีของฉันมันเพี้ยนล่ะก็  ให้ลองย้อนกลับไปมองดูความสำเร็จทั้งหมดของตัวละครยี่ฟงเอาเองก็แล้วกัน  อิอิ

เพื่อนแต่ละคนแสดงสีหน้าแตกต่างกันออกไปทว่าสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ  เถียงไม่ได้!

เออ ๆ เอาตามที่เอ็งเห็นสมควรเถอะว่ะภูผาเพลิงกล่าวตัดบท  ยอมจำนนแต่โดยดี

หยกราตรีก็ไม่เถียงให้เสียเวลาไปมากกว่านี้  เพียงกล่าวขึ้นว่า หวังว่านายจะคิดถูก

ถ้างั้นเรามาแบ่งกลุ่มกันเลยเถอะยี่ฟงกล่าวยิ้ม ๆ อย่างผู้ชนะ

ไม่ถึงสองนาทีพวกเขาก็แยกออกเป็นสามกลุ่ม  กลุ่มแรกจะมีสี่คนคือพวกเหนือฟ้ากับสอง  กลุ่มที่สองคือสามมารเฒ่า  ส่วนกลุ่มสุดท้ายมียี่ฟง  มังกรเฒ่าและเก้า กระทั่งทั้งสามกลุ่มพลันแยกกันออกไปสามทิศทาง  โดยรับคำสั่งให้ไปเคลียร์ทุกภารกิจที่สามารถรับมาทำได้  และต้องไม่ลืมที่จะสืบหาข้อมูลจากชาวบ้านมาให้ได้มากที่สุดอีกด้วย  เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงค่อยกลับมารวมพลกันบริเวณใกล้วิหารว่างเปล่า

กลุ่มสามของยี่ฟงเลือกมาทางทิศตะวันออก  โดยพยายามที่จะไม่ให้ออกห่างเสาหลักไปมากกว่านี้

เอ็งรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหม  พวกเรามีเวลาแค่สามวันโลกจริงก่อนถึงงานแข่งขันประจำปีมังกรเฒ่าเอ่ยถาม

ไม่ต้องกังวลไปหรอกลุง  ฉันรู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ยี่ฟงตอบยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ความจริงชายหนุ่มก็อยากจะตรงไปตรวจสอบวิหารว่างเปล่าเป็นลำดับแรก  เพียงแต่ว่ายามนี้บริเวณใกล้กับตัววิหารคงมีกลุ่มคนของทางวังจักรพรรดิปักหลักตั้งค่ายกันอยู่ เกิดสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปอาจจะทำให้กลุ่มของพวกเขาเสี่ยงอันตรายโดยใช่เหตุ  ฉะนั้นยี่ฟงจึงคิดว่าปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามเดินหมากนำไปก่อนเพื่อให้เกิดความประมาทก็ไม่เลวเหมือนกัน  ส่วนฝ่ายตนใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสืบข่าวรวบรวมข้อมูลหวังเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการพิชิตวิหารว่างเปล่าอยู่เบื้องหลังไปก่อนจะดีกว่า  จนกว่าจะมั่นใจจริง ๆ ค่อยบุกตีตลบหลังรวดเดียวไปเลยก็ยังไม่สาย  วิธีนี้อาจจะช่วยให้พวกเขาได้เปรียบขึ้นมาอย่างมหาศาล  ขณะอีกฝ่ายสมควรตกอยู่ในอาการตื่นตระหนกตั้งหลักไม่ทัน

ผลลัพธ์เช่นนี้เห็น ๆ อยู่ว่ากลุ่มไหนจะกุมชัยชนะเอาไว้ได้ในช่วงวินาทีสำคัญ

ว่าแต่ทำไมนายถึงเลือกฉันกับสองมาล่ะ  รู้เปล่าสิบลี้มันโวยวายแค่ไหน ฮ่า ฮ่า ฮ่า เก้าเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

กลุ่มนี้ไม่มีใครเล่นสายป้องกันเลยน่ะสิ  ฉันถึงเลือกสองมาช่วยอุดช่องโหว่  ส่วนที่เลือกนายมา  แทนที่จะเป็นสิบลี้เพราะพลังวิชาดาบของนายไงล่ะยี่ฟงอธิบาย  เมื่อฟังเหตุผลแล้วเก้าก็เข้าใจได้ทันที

วิชาส่วนใหญ่ของฉันเป็นการโจมตีหมู่ให้ศัตรูติดสถานะมึนงงสินะ  นายนี่ร้ายไม่เปลี่ยน

ยี่ฟงหัวเราะให้กับคำชมนั้น กระทั่งคนทั้งสามพบเห็นหมู่บ้านไม่สิ ควรจะเรียกมันว่าค่ายพักหรือแคมป์ไฟเล็ก ๆ จึงจะถูกต้องกว่า  เพราะนอกจากกองไฟริบหรี่แล้วก็มีแค่ผ้าขาดแหว่งผูกติดอยู่กับเสาสี่ต้นเพื่อคอยใช้กันลมหนาวเท่านั้น ผู้คนจำนวนน้อยนิดเนื้อตัวสกปรกร่างกายผอมแห้งอย่างน่าเวทนาสงสาร จากการกะด้วยสายตาคร่าว ๆ นับได้ไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำ

เมื่อเข้าไปใกล้ สายตาของผู้คนเหล่านี้ก็เหลือบมามองแวบหนึ่งก่อนจะละกลับไปอย่างไร้วาจา  ยี่ฟงสันนิษฐานว่าพวกเขาคงต้องการถนอมรักษาพลังงานเอาไว้เพื่อยื้อชีวิต ปัจจุบันตามพื้นที่และบริเวณโดยรอบก็ไม่ปรากฏบ่อน้ำ กระทั่งต้นหญ้าหรือผลไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ยังแทบไม่เห็นเงา  ชัดเจนว่าหากปล่อยไว้แบบนี้สิ่งที่รอคอยอยู่ก็มีแต่ความตายเท่านั้น

เอายังไงไอ้ตัวแสบมังกรเฒ่าถามขึ้นเสียงเบา

ช่วยพวกเขาก่อน  นำอาหารและน้ำแจกจ่ายไปให้ทั่วถึงยี่ฟงสั่งการกลับไป

มังกรเฒ่ากับเก้าปฏิบัติตามทันที ส่วนยี่ฟงเดินเข้าไปใกล้กองไฟเพื่อเติมเชื้อเพลิง ด้วยการเร่งเร้าลมปราณธาตุเพียงเล็กน้อย  กองไม้ก็ปะทุเปลวไฟจนลุกโหมอย่างร้อนแรง  แสงเงาจึงวูบไหวไปทั่วบริเวณผิดจากภาพที่เห็นเมื่อครู่คนละเรื่อง  ความอบอุ่นแผ่ขยายกลืนกินความหนาวเย็น ขณะเดียวกันเหล่าผู้คนที่นิ่งเฉยอยู่ตลอดพลันคลานเข้าหากองอาหารและน้ำที่ทางมังกรเฒ่ากับเก้าเพิ่งนำออกมาวางกองไว้ให้

พวกยี่ฟงไม่เร่งรีบชักชวนสนทนา เพียงปล่อยให้ผู้คนอดอยากตรงหน้าอิ่มหนำสำราญกันก่อน ซึ่งมันกินเวลาไปเกือบสิบห้านาที  คนเหล่านี้ก็ส่งตัวแทนออกมากล่าวขอบคุณ  หลายคนซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป  พวกยี่ฟงนำอาหารและน้ำมามอบให้  ช่วยก่อกองไฟอันริบหรี่ให้ลุกโชนท่ามกลางความเหน็บหนาว และไม่คิดเอ่ยรบกวนพวกเขาที่กำลังเสวยสุขอยู่บนกองอาหารอย่างหิวโหยบ้าคลั่งให้หงุดหงิดรำคาญใจแม้แต่ครึ่งคำ

เกิดอะไรขึ้นบนแผ่นดินนี้ยี่ฟงตั้งคำถามออกไปเมื่ออีกฝ่ายพร้อม

ที่นี่กำลังตายลงอย่างช้า ๆ มันเป็นคำสาปจากสงครามในอดีต!ชายคนหนึ่งกรีดร้องออกมาเสียงหลง  ฟังไม่ค่อยชัดเจนนัก  จากนั้นมีชายอีกคนลุกเดินขึ้นมาเผชิญหน้าพวกยี่ฟงแทนคนอื่น ๆ

แผ่นดินนี้เคยเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมาก่อนขอรับ   ทว่าช่างน่าเศร้านักที่ต้องเผชิญพบวิกฤตสงครามจนต้องล่มสลายไปตัวแทนชาวบ้านคือชายวัยกลางคน  เป็นผู้ตอบคำถาม

วิกฤตร้ายแรงถึงระดับไหนกัน แม้แต่ซากปรักหักพังก็ไม่หลงเหลือให้เห็น แถมพื้นที่แถวนี้ยังกลายเป็นแห้งแล้งว่างเปล่าอีกด้วยยี่ฟงยิงคำถามต่อเนื่อง  เขารู้สึกถึงจุดเชื่อมโยงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เลือนราง

กล่าวถึงตรงนี้เหล่าชาวบ้านก็เผยสีหน้าหวาดผวาตัวสั่นสะท้าน ยังดีที่ตัวแทนชาวบ้านอดกลั้นมันเอาไว้ได้เพียงพอที่จะเปล่งเสียงตอบคำถามนั้น

มันนับเป็นเหตุการณ์หายนะแห่งยุคสมัยเชียวล่ะท่าน  แค่กลุ่มคนเพียงไม่กี่สิบคนกลับทรงพลังกล้าแข็งถึงขั้นปิดบังแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว  ทุกคนเพียงรับรู้แค่ว่าพวกมันเป็นคนจากทวีปลึกลับอันตราย  เป้าหมายของการข้ามมาเยือนทวีปต้าเซี่ยเราก็เพื่อทำลายล้างเท่านั้น  เปลวไฟที่พวกมันปลดปล่อยออกมาผ่านพลังวิชาอันพิสดาร  รุนแรงจนหลอมละลายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง  ท่านเห็นหรือไม่  แผ่นดินนี้ไม่เหลือสิ่งใดไว้ให้พวกข้าอีกแล้ว  ไม่เหลือแล้ว!

ยิ่งบอกเล่ารายละเอียดลึกลงไปเท่าไรตัวแทนชาวบ้านก็ยิ่งควบคุมสติไม่ได้เข้าไปทุกที

ยี่ฟงไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดเพิ่มอีกเพราะเขากำลังใช้ความคิดประมวลผลเรื่องราว  ความทรงจำก่อนหน้านี้เองก็มีเรื่องคล้าย ๆ กันเกิดขึ้น  ซึ่งเป็นที่เขตจงหยางและมหานครฉางอาน  กลุ่มคนอันทรงพลังที่ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  หรืออาจเป็นขุมพลังหนึ่งเดียวกันที่ออกกวาดล้างไปทั่วทั้งทวีปต้าเซี่ยในยุคอดีตก็เป็นได้  แต่ไม่ว่าอย่างไร พลังฝีมือของพวกมันก็เป็นสิ่งที่หน้ากังวลมาก เพียงผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นอยู่ตอนนี้ก็เป็นคำตอบชัดเจนได้ดีที่สุดแล้ว  ยังไม่นับรวมหายนะที่เกิดกับมหานครฉางอานและเผ่าปีศาจเก้าเงามรณะที่เกือบสูญสิ้นเผ่าพันธุ์!

พวกมันมีเหตุผลอะไรกันแน่ถึงต้องก่อสงครามขึ้นมายี่ฟงคิดไม่ตกอยู่ในใจ

มังกรเฒ่าที่เห็นไอ้ตัวแสบเงียบไปจึงถามสิ่งที่สงสัยออกไปว่า แล้วทำไมวิหารใหญ่โตที่เห็นอยู่ไกล ๆ นั่นถึงยังไม่พังทลายลงอีกล่ะ

คำถามจากชายชราเรียกสติของยี่ฟงกลับมาในที่สุด  ส่วนตัวแทนชาวบ้านกลับเป็นฝ่ายที่หวนรำลึกความหลังอยู่เงียบ ๆ บ้าง  ก่อนจะบอกเล่าออกมาด้วยสีหน้าแววตาเลื่อนลอย

วิหารที่พวกท่านเห็นอยู่นั่นคือสัญลักษณ์ของอาณาจักรแห่งนี้  ฝ่ายเราเสียสละยอดฝีมือไปเป็นจำนวนมากเพื่อปกป้องสิ่ง ๆ นี้เอาไว้  แม้กระทั่งตัวพระจักรพรรดิเองยังยินยอมสละโลหิตและจิตวิญญาณลงที่วิหาร  สุดท้ายสามารถสร้างค่ายกลหมู่ดาราแห่งชีวิตขึ้นมาได้สำเร็จ  ขอเพียงบุคคลที่ผูกจิตเชื่อมวิญญาณอยู่ภายในวิหารยังไม่ล้มตาย  ค่ายกลหมู่ดาราแห่งชีวิตก็จะไม่มีวันเสื่อมถอยพังทลายลงเช่นกัน  นับเป็นปราการด่านสุดท้ายที่อาณาจักรสามารถปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากมือศัตรูมาได้

ปัจจุบันค่ายกลที่ว่ายังทำงานอยู่หรือไม่ยี่ฟงชิงถามในส่วนสำคัญ เพราะถ้าเกิดมันยังไม่หายไป  พวกเขาจะรุกล้ำเข้าไปได้อย่างไรกันล่ะ

อย่างที่ข้าได้กล่าวไป  พระจักรพรรดิคือผู้ที่เสียสละตนในครั้งนั้นจวบจนสิ้นลมหายใจลงในวิหาร  โชคดีที่ศัตรูยอมเลิกราและจากไปก่อนแล้ว  แต่กว่าพวกมันจะล่าถอยกลับไปก็กินเวลาอยู่นานนับปี  ด้วยเหตุนี้

ตัวแทนชาวบ้านไม่อาจกล่าวจนจบประโยค  เขาทรุดลงคุกเข่าร่ำไห้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง  ทำให้พวกยี่ฟงไม่มีใจจะถามไถ่เรื่องราวใดขึ้นมาอีกในยามนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 821 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:11
    ขอบคุณครับ
    #3859
    0
  2. #3086 Simajtha (@Simajtha) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 15:37
    ค้างแรงเลยเว้ยยนยย
    #3086
    0
  3. #3083 PanatdaJ (@PanatdaJ) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 23:06
    ค้างงงงงงอ่าาาาาา
    #3083
    0
  4. #3082 Snoriw (@sadisticnight) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:54
    ย..อยากอ่านต่อ!! //สู้ๆค่ะ!
    #3082
    1
    • #3082-1 Chomtong1991 (@Chomtong1991) (จากตอนที่ 137)
      11 กันยายน 2561 / 00:05
      กำลังมันเลย ขอบคุณครับ
      #3082-1
  5. #3081 tnnw (@tnnw) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:36
    ค้างมากกก
    #3081
    0
  6. #3080 Voicewolf (@voicewolf) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 19:12
    เนื้อเรื่องเริ่มเดินมา ปริศนายรอมคลี่คลาย...^^
    #3080
    0
  7. #3079 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 18:58
    ขอบคุณครับ
    #3079
    0
  8. #3078 ทาสแมวหมายเลข1 (@Black_Owl) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 18:37
    สายเสพสินะยี่ฟง.....เสพเนื้อเรื่องนะ
    #3078
    0
  9. #3077 Aceriz (@thaveewat) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 18:18
    ขอบคุณครับ
    #3077
    0
  10. #3076 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 18:16
    ขอบคุณครับ
    #3076
    0