Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 6 : 5 | Stupid Little Fool

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,090 ครั้ง
    22 ธ.ค. 62

Chapter 5

Stupid Little Fool


 

I keep on fallin'

In and out of love

With you

Sometimes I love ya

Sometimes you make me blue

Sometimes I feel good

At times I feel used

Lovin' you darlin'

Makes me so confused...


 


 

พี่เจนแม่ง...

นิสัยไม่ดี

มาทำแบบนี้แล้วไม่คิดอะไรนี่โกรธจริงนะว้อย ย๊ากกกกก!

ปังงงงงง!

“โอ้โห มึงเตะแรงไปไหนเนี่ยเจน ลูกยังหมุนติ้วคาโกลอยู่เลย คิดว่าเป็นดราก้อนบอลเหรอมึง"

“กู... เครียดๆ มั้ง"

“เอาให้มันพอดีมึง ใส่แรงเกินไปก็เท่านั้น ขอแบบมีเทคนิคดีกว่า" มิกซ์สั่งสอนตามปกติ ผมพยักหน้ารับฟังแล้วก็ขอตัวไปพักดื่มน้ำข้างสนาม ขณะที่ดื่มอยู่ก็ยังเอาแต่ขบคิดเรื่องที่เกิดขึ้นในคลาสเรียนแอ๊บนอมอลเมื่อวาน ทั้งที่มันผ่านมาเป็นวันแล้วแต่ผมก็ยังเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ แล้วรู้ตัวอีกทีผมก็กำลังเอามือซ้ายลูบหัวตัวเองอยู่ซะอย่างนั้น นี่มัน... บ้าอ่ะ เหมือนผมกำลังตอกย้ำสัมผัสเขา โอ๊ย ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจๆๆ!

ผมกลับไปเล่นบอลต่อกับพวกเพื่อนๆ ถึงปกติไม่มีแข่งอะไรเราก็มักจะนัดเล่นกันอยู่แทบทุกเย็นเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว พอเล่นเสร็จก็ไปกินข้าวสังสรรค์ตามประสา บางคืนถ้าดึกมากผมก็จะนอนค้างที่หอไอ้แก๊ป ป๊ากับแม่ไม่เคยว่าอะไรคงเพราะผมเป็นลูกชาย แต่ถ้าเป็นยัยจีน น้องสาวคนเล็กของผมน่ะเหรอ แค่จะไปห้างกับเพื่อนก็โดนซักฟอกอย่างกับโดนสอบปากคำ ก็แน่ล่ะ น้องผมเพิ่งมอสามเอง กำลังหัวเลี้ยวหัวต่อเลย

“กินไรกันดีวะ"

“เจ๊อ้อยโภชนาหน้ามอไหมล่ะ"

“อ่ะ จัดไป"

เสียงพวกบรรดาแก๊งบอลของผมคุยกันเพื่อตกลงหาที่กินข้าว แล้วเราก็ขกโขยงกันไปตามประสา พออาหารมาก็กินกันเหมือนปอบลงอย่างทุกที เสร็จแล้วก็แยกกันเพราะคืนนี้ไม่มีเที่ยวกลางคืน

“มึงจะนอนห้องกูเปล่า พรุ่งนี้เรียนเช้านี่" แก๊ปหันมาถามผม

“ไม่ว่ะ กูว่าจะกลับบ้าน เพิ่งสองทุ่มกว่าเอง"

“งั้นก็แยกกันตรงนี้เลยนะ กูไปล่ะ ฮัลโหลแม่ เออ เนี่ย แก๊ปกำลังเดินกลับหอ"

“บายมึง"

“บายเจน เจอกันพรุ่งนี้เช้า"

แล้วผมก็เดินเลียบไปตามทางหน้ามอเพื่อที่จะไปยังจุดเรียกแท็กซี่ หวังว่าจะโชคดีไม่ต้องรอนานนะ เพราะผมไม่ชอบอยู่คนเดียวอย่างนี้เลย แถมตอนนี้ยังเป็นช่วงเวลาไม่ดึกเกินไปแล้วก็ไม่สว่างจนเกินไป หันไปทางไหนๆ ก็เจอแต่คู่รักนักศึกษาเต็มไปหมด ฮึ่ย เหงาๆๆๆ ขึ้นมาจับใจ เมื่อกี้ตอนเดินกับไอ้แก๊ปก็ไม่เหงา แต่พออยู่คนเดียวก็เหงาเลยอ่า

ปิ๊นๆ

ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบีบแตรเบาๆ ดังมาจากข้างตัวด้านขวา แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะรู้ว่าไม่เกี่ยวกับตัวเองอยู่แล้ว ผมเดินอยู่บนฟุตปาธ ไม่ได้ทำอะไรผิด

ปิ๊นๆ! ปิ๊นๆ!

นี่มันบีบใครนักหนาวะเนี่ย

เพราะรำคาญเสียงแตรที่ดังขึ้นหลายชุดเลยทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องเหลียวหน้าไปดูจนได้

"ไม่ทราบว่าหนุ่มน้อยคนนี้กำลังจะไปไหนเหรอครับ"

"...พี่เจน?”

ผมเอ่ยชื่ออีกฝ่ายที่ลดกระจกฝั่งเบาะข้างคนขับมาทักผมทั้งรอยยิ้ม อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนหัวใจพองฟูขึ้นมาจนคับเต็มอก

“ขึ้นมาไหม"

“...”

“มาสิ เร็ว รถติดแล้วนะ"

“ไปๆๆๆ ไปครับ"

ผมยิ้มกว้างแล้วเปิดประตูรถเขาขึ้นไปทันที ทั้งที่คิดว่าตอนแรกจะกลับบ้านแต่พอพี่เจนชวนปุ๊บผมก็ขึ้นมาปั๊บ

“นี่รถพี่เหรอ คราวที่แล้วไม่ใช่คันนี้นี่"

ผมทักขึ้นมาเมื่อได้พิจารณาให้แน่ชัดแก่ใจ ผมเคยนั่งรถเขามาก่อนครั้งหนึ่งตอนไปทำงานวิชาแอ๊บนอมอลด้วยกันนั่นแหละ ครั้งที่แล้วมันไม่ใช่คันนี้ มันเป็น BMW สีน้ำเงินสักรุ่น แต่วันนี้คือเป็นเบนซ์จ้า เบนซ์สีดำ แต่ไม่ว่าจะเป็นรถคันไหนสิ่งที่เหมือนกันคือกลิ่น... กลิ่นน้ำหอมเขานั่นแหละที่มันฝังอ่อนๆ ไปกับเบาะภายในรถ ให้ความรู้สึกของความเป็นตัวเขามากๆ จนผมรู้สึกเหมือนว่าน้ำหอมกลิ่นนี้ออกแบบมาเพื่อเขาคนเดียว

“รถพี่นี่แหละ สลับๆ ขับกันไป"

“พี่คงรวยน่าดูเลยอ่ะ สนใจแบ่งให้เจนสักคนไหม ขอคันที่เหลือๆ ก็ได้นะ"

เขาหัวเราะปิดปากแบบที่ได้ยินแค่เสียงลมหายใจเท่านั้นพลางใช้มือซ้ายปรับกระจกมองหลัง

“ทำไมเจนอยู่ในชุดนี้ล่ะ"

“อ่อ เจนอาบน้ำ เตะบอลกับเพื่อนมาอ่ะ"

“แล้วนี่กำลังจะกลับบ้านเหรอ แล้วกินข้าวยัง พี่หิวอยู่เลย"

“...”

“ไปกินข้าวด้วยกันไหม"

“ไปๆ หิวมากเลย"

ผมโกหกไปเต็มปากเต็มคำ แล้วก็รู้สึกตกใจในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปขึ้นมา ทำไมผมต้องโกหกด้วยล่ะ ถ้ามันไม่ใช่เพราะ...ผมอยากจะอยู่กับพี่เจนให้นานขึ้นอีกหน่อย

สมมติฐานที่ตั้งขึ้นในใจทำให้ผมยิ่งตกใจในตัวเองมากขึ้น แต่ก็สลัดมันออกพลางชวนพี่เจนคุย

“แล้วพี่เจนไปไหนมา ทำไมยังไม่กินข้าวอีก วันนี้พี่เลิกตั้งแต่บ่ายสองไม่ใช่เหรอ ก็น่าจะว่างดิ"

“มีเรื่องต้องทำนิดหน่อย แล้วพอดีมันยุ่งติดพัน"

"โห ยุ่งขนาดไหนอะ ยุ่งตั้งแต่บ่ายสองยันสองทุ่มเนี่ยนะ"

เขาไม่ตอบคำถามผมเพียงแต่ยิ้มบางๆ

"ธุระอะไรอ่ะพี่"

"...ธุระทั่วไป นี่ก็เพิ่งกลับมาแถวมอเนี่ยแหละ ก็มาเจอเด็กคนนึงเดินท่อมๆ อยู่พอดี"

“แฮ่"

“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"

“แล้วแต่พี่เลย" จริงๆ ก็คือว่าอิ่มมาก...

“งั้นกินร้านนี้นะ"

พี่เจนชี้ไปที่ร้านเจ๊อ้อยโภชนา จากนั้นก็เลี้ยวรถขวับเข้าซอยเพื่อหาที่จอด ส่วนผมก็คือตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว

“เจน ลงมาสิ"

“...”

“เจน เป็นอะไรรึเปล่า"

“ปะ .. เปล่า มาแล้วๆ"

เราเดินคู่กันออกจากซอยเพื่อไปยังร้านเจ๊อ้อยโภชนาด้วยกัน

"เจนระวังมอเตอร์ไซค์!”

พี่เจนคว้าตัวผมเข้ามาได้ทันท่วงทีก่อนที่จะถูกรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับซิ่งออกจากซอยด้วยความเร็วสูงเฉี่ยวชนจนเกิดอุบัติเหตุ ผมเอ่ยขอบคุณเขางกๆ เงิ่นๆ เพราะยังตกใจไม่หาย ยิ่งเราอยู่ใกล้กันมากขนาดนี้ ผมยิ่งสูดกลิ่นกายเขาได้เต็มปอดจนรู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ ก่อนเขาจะคลายแขนออกแล้วบ่นพึมพำ

"รถพวกนี้นี่มันจะรีบไปตายที่ไหนรึไงนะ"

"...เจนก็ว่างั้นแหละ"

“มาเดินข้างในดีกว่า เราไม่ค่อยระวังตัวเลย"

“คร้าบๆ"

แล้วพี่เจนก็ผลักให้ผมไปเดินริมในแทน ส่วนเขาเดินข้างานอก จนในที่สุดเราก็มาถึงหน้าร้านเจ๊อ้อยโภชนา พี่เจนเลื่อนประตูบานเลื่อนออกพลางก้าวขาขวาเข้าไป แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดเมื่อถูกผมดึงชายเสื้อนึกศึกษาเอาไว้

“เจน?”

เขาเลิกคิ้วขวาขึ้น

“มีอะไรรึเปล่า"

“คือ...”

“อะไรเหรอ"

เรายักแหย่ยักยันกันอยู่ตรงหน้าร้านอย่างนั้น ผมรู้สึกน้ำท่วมปาก อยากจะบอกออกไปว่าเพิ่งกินร้านนี้มาแต่ก็พูดไม่ออก กลัวเขาจะงง กลัวเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องโกหกเขาแต่ต้น แล้วถ้าเขาถามว่าทำอย่างนั้นทำไม แล้วผมจะตอบว่าอะไรได้อ่าาา

“คือ...”

“หืม? ว่าไง"

“คือเจน...”

“อ้าว น้องที่มากินกับเพื่อนเมื่อกี้นี่ ลืมของอะไรไว้เหรอ"

“คือเจนกินข้าวร้านนี้มาเมื่อกี้เลยง่าาา”

ผมตอบเสียงเหมือนจะร้องไห้เมื่อเจ๊อ้อยพูดแฉผมออกมาพอดี ผมเลยรีบรวบรวมคำพูดแล้วพูดออกไปพร้อมกัน หลังจากนั้นก็มีแต่ความเงียบกริบ ผมเอาแต่ก้มหน้างุดไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา แต่มือก็ยังจับชายเสื้อพี่เจนอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งพี่เจนปิดประตูร้านแล้วก้าวออกมา

“อ้าว เจนกินข้าวแล้วเหรอ"

“ครับ...”

ฮือ พี่เจนจะถามผมไหมนะแล้วตอนแรกบอกว่ายังไม่กินทำไม โกหกเขาไปเพื่ออะไร อย่าถามนะ คิดไม่ออกโว้ยยยย

“แล้วไหนตอนแรกเราบอกว่ายังไม่กินไง"

นั่นไง แงงง

“งั้นก็ไม่เป็นไร กินขนมไหม"

“...อ้าว แล้วพี่เจนไม่หิวข้าวแล้วเหรอ" ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างฉงน ก็ไหนตอนแรกเขาว่าหิวข้าวไง แล้วจะไม่กินแล้วเพราะผมเนี่ยนะ เขายิ้ม

“กินขนมก็ได้ ไปสิ"

“พี่เจนกินข้าวก็ได้นะ เดี๋ยวเจนไปนั่งเป็นเพื่อน แต่คงให้กินอีกไม่ไหวจริงๆ"

“ไม่เป็นไร กินขนมดีกว่า จะได้กินด้วยกัน กินไรดี"

“จริงเหรอ...”

“จริงสิ บิงซูไหม"

“เอา!”

ผมตอบรับเสียงใส แล้วเราก็เดินไปที่ร้านด้วยกัน จริงๆ ร้านนี้ก็มีข้าวด้วยไม่ได้มีแค่ขนม พอเราสั่งบิงซูกันเสร็จผมเลยสั่งข้าวผัดกะเพราหมูสับพิเศษไปอีกจาน แล้วก็บอกให้พี่เขาเอามาเสิร์ฟก่อนของหวาน ซึ่งเขาก็ตกลง พี่เจนเลิกคิ้วขึ้นอีกครั้ง

“เรากินข้าวมาแล้วไม่ใช่เหรอ"

“ก็ไม่ใช่ของเจน เจนสั่งให้พี่"

“ให้พี่?”

“ก็พี่ยังไม่ได้กินข้าวเลยอ่ะ ตั้งแต่บ่ายสองเลยไม่ใช่เหรอ พี่ไม่ต้องมาเอาเจนเป็นที่ตั้งหรอก กินเยอะๆ นะ เดี๋ยวเจนเลี้ยงพี่เอง"

อีกครั้งที่เขายิ้ม แล้วยื่นมือมาลูบผมผมอีกครั้ง ความร้อนจากมือนั้นส่งผ่านจนผมรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว ผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่เงียบแล้วปล่อยให้เขาลูบไปเรื่อยๆ จนกระทั่งข้าวผัดกะเพรามาเสิร์ฟ พี่เจนเลื่อนมาวางตรงหน้าตัวเองทันที

“ขอบคุณนะเจน พี่จะกินให้เกลี้ยงเลย"

“กินเลยๆ ปกติพี่ชอบกินตามสั่งอะไรล่ะ เจนคิดไม่ออกเลยสั่งกะเพราอ่ะ มันง่ายดี"

“กินได้หมดแหละ แต่ถ้าวันหลังจะสั่งกะเพราก็ขอเป็นหมูกรอบแล้วกัน"

“พี่เจนชอบกินเหมือนเจนเลยอ่ะ เจนก็ชอบกินกะเพราหมูกรอบ ไข่ดาวไม่สุก"

เขาพยักหน้าทั้งรอยยิ้มแล้วเริ่มตักข้าวกิน หลังๆ ผมชักจะชินกับรอยยิ้มของเขา แล้วผมก็รู้สึกว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่ยิ้มเก่งมาก นอกจากนั้นเขายังมียิ้มหลายแบบ ยิ้มปกติ ยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่ยิ้มไปทั้งดวงตา หรือยิ้มแบบที่ปากยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม รวมไปถึงยิ้มเยาะๆ นั่นด้วย แต่ปกติแล้ว ยิ้มที่เขามักจะยิ้มบ่อยที่สุดคือยิ้มน้อยๆ ที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัย

ผมคิดถึงวันก่อนที่ผมนั่งอยู่หลังเขาในคาบเรียน แล้วเขาก็หันมาส่งชีทให้ผมพลางยิ้มให้ด้วย ภาพนั้นเหมือนภาพสโลว์โมชั่นในสายตาผมไปชั่วขณะ

ผมรักเคิร์ฟของมุมปากนั้นเวลายิ้มจัง...

“หน้าพี่มีอะไรติดเหรอ"

“มะ .. ไม่มี ทำไมถามงั้นอ่ะ"

“พี่เห็นเจนเท้าคางมองหน้าพี่อยู่นาน นึกว่ามีอะไรซะอีก"

“อ๋อ เปล่าๆ .. โห! ว่าแต่พี่กินหมดแล้วเหรอ เร็วอะไรขนาดนี้อ่ะ เชื่อแล้วว่าหิวจริงๆ"

ผมคิดว่าเขาใช้เวลาในการกินข้าวกะเพราทั้งจานไม่ถึงเจ็ดนาทีด้วยซ้ำ พี่เจนหยิบทิชชู่มาพับแล้วเช็ดปาก

“นิดหน่อยน่ะ เรากินบิงซูกันเลยดีไหม เดี๋ยวพี่จะเรียกให้เขายกมา"

“โอเค~"

พี่เจนส่งช้อนยาวสำหรับตักบิงซูให้ผมก่อนเราจะนั่งกินไปพลางคุยไปพลางด้วยกัน หัวข้อที่คุยก็เรียกได้ว่าหลากหลาย จนกระทั่งเขาถามผมเรื่องฟุตบอล

“ทำไมเราชอบฟุตบอลล่ะ"

“อ้าว มันแปลกเหรอ ผู้ชายที่ไหนก็ชอบบอลกันหมดไหมอ่ะ"

“พี่เฉยๆ นะ"

“จริงดิ?”

“จริง แล้วเราชอบทีมอะไรล่ะ"

“ลิเวอร์พูล!”

ผมยกสองแขนขึ้นมาชี้ไปด้านบนไปด้วย พี่เจนหัวเราะ

“รู้แล้ว เบาๆ สิ คนเขามองกันหมดแล้วเนี่ย"

“ก็มันอินอ่ะ"

แล้วจู่ๆ โทรศัพท์มือถือของพี่เจนบนโต๊ะก็ดังขึ้น พี่เจนเหลือบไปมองหน้าจอแล้วก็กดเงียบเสียงมันก่อนจะหันกลับมาชวนผมคุยต่อ

“แล้วนี่จะมีแข่งอีกไหม"

“ไม่รู้อ่ะพี่ ก็อยู่ที่ว่าจะมีใครมาท้ารึเปล่า แต่ถึงไม่มีเราก็เตะกันบ่อยๆ เป็นกิจวัตรอยู่แล้ว"

“ก็ดีนะ เป็นการออกกำลังกายด้วยไง"

Rrrr Rrrr

คราวนี้พี่เจนนอกจากจะกดตัดสายแล้วเขายังคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ไปเลย สีหน้าของเขาตอนกดตัดสายทำให้ผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาแปลกๆ ก่อนเขาจะกลับมากลับมายิ้มให้ผมเป็นคนเดิม แล้วพี่เจนก็ตักบิงซูเข้าปาก เขาละเลียดกินไปเรื่อยๆ ด้วยท่าทางที่ดูผู้ดี๊ผู้ดี

“เป็นไงอ่ะ พี่เจนชอบรสนี้ไหม"

“ก็ดีนะ ทำไมถามงั้นล่ะ"

“ก็เห็นพี่กินไม่พูดไม่จา เลยถามดูไง"

“อ๋อ ดีสิ" เขายิ้ม "พี่กินง่ายจะตาย"

“เจนก็ว่างั้น"

“แต่เจนก็ดูกินง่ายเหมือนกันนะ"

“ง่าย กินง่ายมาก กินได้ทุกอย่างบนโลก ปกติเจนเป็นคนง่ายๆ อยู่แล้ว"

“ใจง่ายด้วยรึเปล่า"

“...อันนั้นก็ไม่เกี่ยวไหม"

คนฟังหัวเราะเมื่อเห็นผมทำตาขุ่นเขียวใส่ แหม โยงเก่ง

“แล้วเรากลับบ้านดึกแบบนี้พ่อแม่ไม่ว่าเหรอ" พี่เจนชวนผมคุยขณะที่เรากินกันได้พร่องไปหน่อย ผมส่ายหน้า

“ไม่เท่าไหร่ ก็จะไลน์ตามบ้างถ้าเกินสี่ทุ่ม แต่คงเพราะเจนเป็นผู้ชายด้วย เขาก็เลยไม่พารานอยด์มากนัก" ผมตอบ "แล้วพี่เจนล่ะ?”

“ตอนนี้พี่อยู่คนเดียว เลยไม่มีคนตาม"

“อ่อ พี่เจนอยู่หอเหรอ"

“ประมาณนั้น" เขายังคงยิ้มบางๆ "แต่ก็มีโทรเช็กบ้างแหละ"

“พี่เจนมีพี่น้องไหมอ่ะ"

“ไม่มี พี่เป็นลูกคนเดียว แล้วเจนล่ะ"

“เจนมีน้องอีกสองคน น้องชายหนึ่ง น้องสาวหนึ่ง น้องชายอยู่มอห้า ส่วนน้องสาวเพิ่งอยู่มอสามเอง เอาเป็นว่าถ้าเกิดว่าเป็นน้องสาวเจนที่มานั่งกินบิงซูอยู่อย่างนี้ล่ะก็ โทรศัพท์มันจะต้องดังติดต่อกันไม่หยุดแน่ๆ"

พี่เจนหัวเราะเบาๆ กับสิ่งที่ผมเล่า เพศสภาพค่อนข้างสัมพันธ์และแปรผันในความเป็นกังวลของพ่อแม่ นับเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลย

พี่เจนระบายรอยยิ้มไปทั่วใบหน้า

“เจนดูสนิทกับครอบครัวดีนะ พี่ฟังจากที่เล่ามา"

“สนิทครับ ก็ดีอ่ะ ครอบครัวเราอบอุ่น"

“อ่าฮะ...”

“แล้วพี่เจนล่ะ?”

เขายังคงยิ้มบาง "ก็ปกติ ทั่วไปแหละ"

“อื้ม"

“เจน"

“ครับ?”

“เจนมีความฝัน มีความปรารถนาอะไรไหม"

จู่ๆ พี่เจนก็เอามือข้างที่ไม่ได้ถือช้อนตั้งขึ้นมาเท้าคางพลางเอ่ยถามประโยคนั้นกับผม ผมนิ่งคิดไปนิดหนึ่ง

“ก็... คิดว่าอยากเรียนจบในสี่ปี แบบนี้อ่ะครับ"

“ไม่ใช่อย่างนั้นสิ" คนตัวสูงหัวเราะเบาๆ อย่างขบขันระคนเอ็นดูในความไร้เดียงสาของผม จู่ๆ ท่าทีของพี่เจนก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนบรรยากาศมันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากเมื่อกี้นี้ที่เราคุยกัน

“มันต้องมีสิ...เราเป็นมนุษย์กันนะเจน...”

เขาเอียงศีรษะน้อยๆ ทำให้แสงในร้านขนมตกกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของเขาในขณะที่อีกซีกซ่อนอยู่ในเงาที่เข้มกว่า ดวงตาสีดำคู่งามโชนแสงวาววับ สายตาของเขาราวกับเครื่องเอ็กซเรย์ที่กำลังมองฉายสำรวจไปจนถึงภายในจิตวิญญาณของผม ราวกับว่ามันคือมีดด้ามคมกริบที่เฉือนปอกเปลือกเนื้อไม้ได้ง่ายๆ

และรอยยิ้มนั้นก็กำลังทำให้ผมรู้สึกใจสั่นพร่ายามที่เรียวปากหยักเอ่ยเสียงทุ้มต่ำออกมา

“จะไม่มีเลยเหรอ สิ่งที่เจนปรารถนาจะครอบครอง"

“...”

“หืม?”

“...จริงๆ...ก็มีมั้ง...”

“คืออะไรล่ะ บอกพี่ได้ไหมเจน"

“ก็... เจน... เจน..."

คำพูดที่ผมพยายามจะห้ามเล็ดลอดออกไปจากปากก่อนที่ผมจะหยุดได้

"เจนอยากเป็นนักเขียน..."

ความฝันที่ผมพยายามซุกซ่อนไว้คนเดียว

คนฟังยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาทวน

“นักเขียน?”

ผมพยักหน้า อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนสติบินกลับเข้าร่างมาอีกหน่อย

“อื้ม เจนชอบอ่านนิยายทุกประเภทเลย ก็เลย...คิดว่าอยากเป็นนะ"

“แล้วยังไงต่อ?”

“ก็... ถ้าได้เป็นมันก็ดีอ่ะ คงจะดีใจที่ตัวเองประสบความสำเร็จตามฝันในวัยเด็ก ซึ่งก็ดันไม่ใช่ฝันที่ง่ายด้วย แต่ถ้าไม่ได้เป็นก็ไม่เป็นไร คือเจนไม่ได้ทะเยอทะยาน เจนคิดว่าสิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นดีเสมอ ถ้าวันนึงเจนมีดวงจะได้เป็นนักเขียน มันก็คงมาเองนั่นแหละ"

“...”

“ทำไมพี่เจนทำหน้าอย่างนั้น"

ผมถามเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาขรึมลงไปราวกับใช้ความคิด และเขายังมองผมราวกับประหลาดใจมากๆ แต่เมื่อผมทัก ออกไปพี่เจนก็ดูจะรู้สึกตัวในทันที เขาคลี่ยิ้มออกมา

“เปล่าหรอก พี่แค่แปลกใจที่เจนไม่ดิ้นรนเรื่องความฝันเท่าไหร่ พี่พูดแบบนี้ไม่โกรธใช่ไหม"

“ไม่โกรธเลย เจนรู้ตัวดี ก็ตอนนี้ priority หลักในชีวิตเจนคือการเรียนนี่นา เรื่องอื่นๆ ไว้เป็นเรื่องรองก็ได้...”

“แล้วถ้ามีคนมาบอกว่าเขาทำให้เจนเป็นนักเขียนดังได้ล่ะ"

“...”

นิ้วเรียวยาววนไปรอบขอบแก้วน้ำของตัวเองขณะพูดราวกับร่ายมนต์

“ดังแบบเป็นพลุแตก อย่างนั้นเลย"

จู่ๆ ความฝันที่ผมจะได้เป็นนักเขียนดัง มีคนมายืนต่อคิวขอลายเซ็นตามงานหนังสือก็ฉายวาบขึ้นมาในสมอง อยู่ๆ ผมก็มองเห็นมันแจ่มชัดกว่าครั้งใดในชีวิต เสียงทุ้มยังคงเอ่ยต่อ ไม่ได้แผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบ หากก็ไม่ได้ดังเท่าเสียงพูดคุยปกติ มันเหมือนเสียงบอกเล่านิทานปรัมปราที่ลอยมาจากที่ไกลๆ...

“วันที่หนังสือของเจนขายดีเป็นเบสท์เซลเลอร์ แบบที่ภาษาไทยเรียกว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าน่ะ ทุกคนแย่งกันเข้าหาเจน แย่งกันสัมภาษณ์ตัวนักเขียนดังแห่งยุค"

"..."

"เจนจะไม่ต้องไปเป็นพนักงานออฟฟิศเหมือนคนทั่วไป ที่ชีวิตเริ่มตอนแปดโมงเช้า เลิกตอนห้าโมงเย็น เจนจะได้ทำงานที่เจนรัก มีเงินทอง มีชื่อเสียง"

"..."

"ทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้นง่ายๆ ถ้าเจนเชื่อคนนั้น คนที่เขาบอกว่าเขาจะช่วยให้ความฝันเจนเป็นจริงได้แน่ๆ เจนจะเชื่อเขาไหม จะไปกับเขาไหม"

“...ไม่เอา"

“...”

“ไม่ .. ไม่เอาหรอกพี่เจน"

“ทำไมล่ะ”

พี่เจนถามขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นจ้องตาเขา เอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจ

“โลกนี้มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ฟรีๆ อย่างนั้นหรอก เจนอยากเป็นก็จริง แต่รู้ดีว่าตอนนี้ฝีมือตัวเองยังไม่เท่าไหร่ เจนยังต้องฝึกอีกเยอะ ของอย่างนี้มันไม่มีทางลัดหรือกลโกงไม่ใช่เหรอ"

“...”

“ถ้าเขาบอกว่าเขาทำให้เราได้ แปลว่าเขาต้องใช้วิธีสกปรกแน่ๆ แล้วของอย่างนั้นมันก็ไม่ยั่งยืน ไม่เอาหรอก ถ้าความสามารถไม่พอ ก็อย่าเพิ่งฝันไกลจะดีกว่า เรานี่แหละที่ต้องรู้ตัวเองดีกว่าใคร ความฝันที่ได้มาครอบครองอย่างไม่ซื่อสัตย์มันไม่น่าภูมิใจหรอก"

“...”

“...”

ผมมองหน้าพี่เจนที่เงียบมองหน้าผมอยู่ก่อน เราสบตากันนานนับนาที และมีเพียงความเงียบงันระหว่างเราเท่านั้น ก่อนพี่เจนจะคลี่ยิ้มน่ามองออกมาจนดวงตาของเขาโค้งลง

“พี่เข้าใจเจนแล้วล่ะ"

“อืม ก็... ตามนั้นแหละเนอะ"

“งั้นพี่ขอถามได้ไหมว่าวันที่เจนมีความสุขที่สุดในชีวิตคือวันไหน"

“นั่นง่ายมาก" ผมตอบทันที

“อ่าฮะ"

“วันที่เจนสอบติดมหา'ลัยนี่แหละ เจนเห็นรอยยิ้มของป๊ากับแม่ แล้วก็คิดว่าอยากจะรักษาไว้ให้นานๆ"

“...”

ผมเอาช้อนคุ้ยหาช็อกบอลในบิงซูพลางเล่าต่อไปด้วย

“แต่จริงๆ เจนเป็นคนง่ายๆ มีความสุขง่ายๆ อ่ะพี่ แล้วเจนก็คิดว่าสุดท้ายความสุขมันก็เกิดจากแค่อะไรเรียบง่ายไม่ใช่เหรอ เช่น วันนี้แม่ซักเสื้อให้หอมมาก วันนี้เมฆสวยกว่าปกติ แค่นี้เจนก็มีความสุขแล้วอ่ะ"

“...เจน"

อั๊บ?” (ครับ?)

ผมเงยหน้าจากบิงซูขึ้นไปมองหน้าเจ้าของจี้รูปแม่กุญแจทั้งที่ช้อนยังคาอยู่ในปาก พี่เจนมองผมอยู่ก่อนด้วยดวงตาของเขาที่ดูผิดไปจากปกติ

มันดูเหมือน... แปลกใจ แต่ก็ประทับใจ...จนเกือบจะเลื่อมใสเลยแหละ

“เจนแปลกดีนะ พี่ไม่ค่อยเจอใครเหมือนเจนเลย"

“ก็...”

Rrrr Rrrr Rrrr

พี่เจนสูดลมหายใจเมื่อเสียงโทรศัพท์ของเขาแผดร้องอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะหัวเสียหรือหมดความอดทน...ไปจนถึงไม่พอใจอย่างไรอย่างนั้น จู่ๆ ผมก็รู้สึกได้ถึงรังสียะเยือกตอนที่เขามองไปยังเบอร์มือถือบนหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง ผมไม่รู้หรอกว่าคนที่กระหน่ำโทรมาหาเขาคือใคร มีความสำคัญอะไรกับเขา เพราะพี่เจนไม่ได้เมมชื่อของคนๆ นั้นเอาไว้ มันขึ้นเป็นแค่เบอร์เฉยๆ

“รับก็ได้พี่ เจนรอได้"

ผมตัดสินใจพูดขึ้นมา เขาดูเหมือนจะได้สติเพราะเสียงของผม

“งั้นเจนรอพี่แป๊บนึงนะ"

“ครับ"

แล้วเขาก็คว้าไอโฟนขึ้นมาก่อนจะผลักประตูเดินออกไปนอกร้าน ผมตักมาร์ชเมโล่ในบิงซูมาเคี้ยวหงุบหงับระหว่างรอเจ้าของจี้ห้อยคอรูปแม่กุญแจ แล้วพี่เจนก็กลับเข้ามาอย่างรวดเร็วพอกันกับตอนที่ออกไป

“เจน"

“ครับ" ผมเงยหน้าขึ้นมา เมื่อกี้กำลังกัดช้อนเล่น

“ทำยังไงดี พี่ต้องไปแล้ว" สีหน้าสีตาของเขาดูเศร้าระคนออดอ้อน แสดงให้เห็นว่าเขาก็ยังไม่อยากไปเลยจริงๆ

“อ่า ธุระด่วนเหรอครับ ใช่เรื่องเดียวกับเมื่อกลางวันไหม"

“ใช่ บ้านเจนอยู่แถวไหนนะ"

ผมบอกย่านที่อยู่บ้านตัวเองไป มันไม่ใกล้ไม่ไกลจากมอ เรียกว่าระยะทางกำลังพอดี พี่เจนพยักหน้า

“พี่ไปส่งได้ มันเป็นทางผ่าน แต่เราต้องไปกันเลย"

“ได้ครับๆ"

“ขอโทษทีนะ เรายังกินกันไม่เสร็จเลย"

“ไม่เป็นไรน่า ชิว เราไปกันเลยไหมพี่"

“อืม"

เขาพยักหน้าแล้วเรียกพนักงานมาเก็บเงิน ก่อนเขาจะจ่ายแบงค์พันไปอย่างรีบร้อนโดยไม่รอเงินทอนด้วยซ้ำ ทำให้ผมรู้ว่าธุระของเขามันคงจะด่วนมากจริงๆ และนั่นก็ทำให้ผมเริ่มสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ แต่บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องในครอบครัวที่เขาไม่อยากบอกผมก็ได้ จริงอยู่ว่าเราสนิทกันมากขึ้นแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้ว่าจะสนิทกันมากๆ ขนาดนั้น

“...เจนบอกว่าจะเลี้ยงพี่ไง"

ผมพูดขึ้นมาหลังจากที่ขึ้นรถมาได้สักระยะ

“...”

“พี่มาชิงจ่ายก่อนแบบนี้เจนก็งงอ่ะดิ"

“...”

“พี่เจน?”

“...”

“พี่เจน!”

“อ่อ ว่าไงนะ"

“อ่าๆ ไม่มีอะไร .. พี่ขับรถเถอะ"

“ไม่ พูดอีกทีสิ เมื่อกี้พี่คิดเรื่องงานหนักไปหน่อย พี่อยากคุยกับเจนนะ"

“ก็... เจนบอกว่าเจนบอกแล้วไงว่าเจนจะเลี้ยงเอง พี่ชิงเลี้ยงก่อนแบบนั้นเจนก็แป้กน่ะสิ"

“เราก็ไว้เลี้ยงพี่วันหลังไง"

"มันไม่เหมือนกันนี่นา...”

"เลี้ยงวันหลังนั่นแหละ ทำไมล่ะ เราจะไม่เจอกันแล้วรึไงฮึ"

“แฮะๆ ไม่ใช่อย่างงั้นนนน"

“แค่สั่งข้าวผัดกะเพราให้พี่ก็ดีใจจะแย่แล้ว"

“...”

“ไว้วันหลังมากินด้วยกันอีกนะ แบบไม่รีบอย่างนี้"

เขาหันมายิ้มให้ผมอีกครั้ง ผมได้แต่พยักหน้า รู้สึกว่านับวันดาเมจจากรอยยิ้มนั่นชักจะยิ่งแรงขึ้นทุกที ก่อนผมจะบอกให้เขาเลี้ยวเข้าซอยบ้าน แล้วหยุดลงตรงหน้าบ้านของผม

“หลังนี้แหละ" ผมเอ่ย

พี่เจนชะโงกหน้าดูบ้านผมครู่หนึ่ง

“บ้านน่ารักดีนะ"

“ไม่รู้สิ อยู่มาตั้งแต่เด็กแล้วอ่ะ แต่แม่เขาก็ชอบแต่งไปเรื่อย เอ้อ ไว้เจอกันครับ พี่รีบไปทำธุระเถอะ" ผมพูดพลางปลดเข็มขัดนิรภัย

“อืม ขอโทษจริงๆ นะ พี่เหมือนทิ้งเจนไว้กลางคันเลย"

“ทิ้งไว้กลางคันอะไรล่ะ พี่เจนมาส่งเจนถึงบ้านเลยนะ"

“ไม่รู้สิ พี่รู้สึกแปลกๆ อุตส่าห์ดีใจว่าวันนี้ได้เจอเจนทั้งที่คิดว่าจะไม่เจอแล้ว พอคิดว่ายังอยู่ด้วยกันได้ไม่เท่าไหร่เลยมันก็เซ็งๆ ยังไงไม่รู้"

...ตาพี่คนนี้เขาพูดไรง่าาาา

ถ้าผมเป็นสาวน้อยตาหวานแบบยัยจีน น้องสาวของผม ผมคิดว่าผมคงจะต้องตัวบิดเป็นเกลียวกับคำพูดของเจ้าของจี้รูปแม่กุญแจคนนี้แน่ๆ แล้วน้ำเสียงที่เขาเอ่ยออกมามันก็ไม่ใช่เสียงที่พิเศษเลย มันเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดาที่โคตรจะจริงใจและเถรตรง หรืออย่างน้อย ผมก็รู้สึกอย่างนั้น

“เจนไปล่ะ พี่เจนต้องรีบไปไม่ใช่เหรอ"

แต่สุดท้ายผมก็ตัดบทของเราสองคนด้วยน้ำเสียงที่ปกติมากๆ เช่นกัน พี่เจนก้มลงดูนาฬิกาข้อมือแล้วพยักหน้า

“งั้นเจนลาแล้วจริงๆ นะครับ"

ผมยกมือไหว้เขา แล้วก็เปิดประตูเบนซ์คันงามเดินลงไปด้วยหัวใจที่รู้สึกแปลกประหลาดไปกว่าทุกคืน หากในจังหวะที่ผมกำลังไขกุญแจเปิดประตูรั้วบ้าน...

“เจน!”

“ครับ? พี่เจนว่าไง!”

“เข้าบ้านดีๆ นะ"

“เออ รู้แล้ว!”

ผมตะโกนตอบ แล้วคนที่บอกว่ารีบนักรีบหนาก็ตีวงกลับรถออกไปจนได้ มาสั่งกำชับอะไรตอนเราถึงหน้าประตูบ้านล่ะเอ้อ ตาพี่คนนี้นี่

ทำอย่างกับอยากอยู่กับเราให้นานขึ้นอีกนิดอย่างนั้นแหละ

 

 

 

--------------

ฮวังซอล

 

พี่เจนเขาเริ่มแล้วค่ะ! เอ๊ะ เริ่มหรือไม่เริ่ม หรือจริงๆ ไม่มีอะไรน้าาา

อ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจ สกรีมแท็กให้เราที่

#อย่าขอพี่เจน

เรารออ่านของทุกคนเลยค่ะ เราชอบอ่านคอมเม้นกับแท็กมากกว่าได้กดหัวใจเยอะเลย เป็นพลังให้เราปั่นมาอัพทุกวันแบบนี้เลยนะคะ มาเติบโตไปด้วยกันน้า

 

ปล. บทนี้เรามาร่วมวิเคราะห์ไปด้วยกันดีกว่าค่ะว่าพี่เจนพยายามทำอะไรน้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.09K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,780 ความคิดเห็น

  1. #3701 Sariei_va (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 14:20
    อยากต่อเวลาให้เธออยู่ตรงนี้อีกหน่อยยย
    #3,701
    0
  2. #3680 peace_in_apple (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 17:26
    พยายามล่อลวงน้องให้ตกหลุม
    #3,680
    0
  3. #3677 หัวใจจะ Y. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 02:39
    อ่านไประแวงไป เรากับนิยายเรื่องนี้เป็นความสัมพันธุ์แบบระแวง.

    ระแวงพี่เจนมากเลยอะ

    อิตาพี่คนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่นะ
    #3,677
    0
  4. #3675 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 22:53
    เหมือนพยายามลองใจตลอดเวลาว่าน้องจะหลงกลเกิดกิเลศ ความโลภ ทะเยอทะยานอยากได้อะไรที่ต้องมาขอร้องตัวเองให้ช่วยบันดาลให้หรือเปล่า แต่พอรู้ว่าน้องไม่เคยโลภอยากได้อะไรเกินตัวเลยอึ้งทึ่งเสียว และประทับใจ ล่ะมั้ง?
    #3,675
    0
  5. #3270 Soo Gass (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 13:11
    พี่เจนอันตรายเกินไปจริง เหมือนทุกคนทั้งมหาลัยรู้อ่ะ เหมือนทุกคนโดนพี่เจนจ้างมา เรื่องเพจนั้นด้วย555 เป็นห่วงน้อง
    #3,270
    0
  6. #3224 cactus090 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 11:13
    ตาคนนี้นี่มันร้ายจริงๆ
    #3,224
    0
  7. #3201 tarun_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:28
    กลัวใจพี่เจน แกอย่านะะะะะ
    #3,201
    0
  8. #3200 tarun_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:27
    เริ่มเข้าแผนแล้วสินะ แต่น้องไม่คล้อยตามไปด้วย
    #3,200
    0
  9. #2936 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 17:08
    น้องตอบดีมาก คุณแม่ปลื้มม รอดไป1ยกนะลูก ขวัญเอ้ยขวัญมา ไอพี่มันน่ากลัวจังวะ ให้ความหวังลูกฉันด้วย!!
    #2,936
    0
  10. #2924 dy_pitpimon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 14:42
    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ แต่ไม่ถนัดคอมเม้นท์ แต่กดหัวใจให้ทุกตอนเลยน้าาาา<3
    #2,924
    0
  11. #2876 PCB614 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:04
    พี่เจนเริ่มจะวางแผนล่อลวงน้องแล้วอะ ดูจากคำถาม แต่ประทับใจคำตอบน้องมาก อย่าหลงกลพี่เค้านะลูก
    #2,876
    0
  12. #2835 สาววายกับเจ้าชายอสูร (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 23:47
    เจนใหญ่เหมือนขายประกันเลยอะ ชั้นวูบเลยตอนพี่แกถาม เจนเล็กเธอจะไม่หลงมนต์เจนใหญ่ใช่มั้ย
    #2,835
    0
  13. #2741 fah_ikon14 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:30
    จากคำตอบของเจนที่บอกว่าอยากเป็นนักเขียนและเหมือนสติหลุดคือ... อีพี่สะถดจิตน้องหรอ!! ยังไงอะ อุแง้อยากรู้ไปหมดธุระอะไรถึงต้องรีบขนาดนั้น พี่เขาดูยุ่งๆอะ อืม น่าสงสัยๆ
    #2,741
    0
  14. #2627 BunBunpp_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 08:27
    มันมีความเซลล์ขายของอะ...55555
    #2,627
    0
  15. #2505 คาริน> (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 22:35
    เพิ่งรู้สึกว่าพี่เจนน่ากลัวก็ตอนนี้ น่าสงสัย น่าสงสัยมากๆ น้องเจนหนีไปลูกก
    #2,505
    0
  16. #2429 tang_thai°°° (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 10:59
    พี่เจนคือจะล่อลวงน้องใช่ปะ แต่เหมือนน้องเจนเล็กจะไม่สนนาาาา แถมดูท่าแล้วพี่เจนใหญ่น่าจะสนใจน้องมากขึ้นแน่ๆ
    #2,429
    0
  17. #2407 Surawatari Komiko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:15
    พี่เจนมาแล้วว่ะ เริ่มเผยธาตุแท้ละป่ะ ล่อลวงเก่ง กล่อมเก่ง แต่มายลิตเติ้ลเจนเก่งมาก น้องอยู่บนพื้นฐานความจริง ถึงจะเคลิ้มไปนิดหน่อย แต่แบบทำดีแล้วลูก อย่าให้ตาพี่มาล่อลวงหนูได้ง่ายๆ ให้เค้าหลงหนูก่อนนะลูกนะ
    #2,407
    0
  18. #2380 SSbts2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:11
    น้องพูดเหมือนรู้ตัวว่าชอบพี่เค้านะคะ น้องทำรถอ้อยคว่ำใส่พี่เค้าด้วยนะคะ น้องคะะะ น้องจะรู้มั้ยว่าพี่มันกำลังล่อลวงอยู่ ดูคำถามสิ อย่ามาเนียนนะตาพี่ แค่นี้ก็ล้วงความลับ-ตัวเล็กไปเยอะแล้ว คนน้องก็บอกหมดเปลือกเลย สังเกตว่ายัยน้องช่างพูดมาก ในขณะที่เรื่องของพี่เจนยังเป็นปริศนาอยู่เต็มไปหมด แล้วก็ไม่รู้ว่าที่เล่าให้น้องฟังนี่มันจริงมั้ยด้วยนะ555555 เขาดูร้ายกว่าที่คิดอ่ะ ว่าแต่มาล่อจับเหยื่อ แต่เหยื่อไม่สนใจแบบนี้พี่น่าจะต้องหาวิธีใหม่แล้วนะคะ -.-
    #2,380
    0
  19. #2334 jogod (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:29
    บางทีก้อคิดว่าพี่เจนอาจจะเปลี่ยนได้ เพราะเจอคนแบบน้องเจน
    #2,334
    0
  20. #2333 blueeyes111 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:05
    พี่เจนเริ่มน่ากลัวขึ้นแล้วนะเนี่ย แต่พี่ต้องหวั่นไหวกับน้องแล้วแน่ๆฟันธง
    #2,333
    0
  21. #2276 nngg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 23:40

    ตอนนี้บอกได้เลยว่ากลัวพี่เจน พยายามจะให้เจนขอให้ความฝันเป็นจริงเพื่อเเลกกับอะไรหรือเปล่า แต่พอน้องไม่ได้มีความใฝ่ฝันที่เกินตัวไม่ได้อยากรับการหยิบยื่นความหวังดีที่ไม่ได้หวังดีอย่างแท้จริงให้ก็รู้สึกประทับใจปะ แล้วทีนี้จะหาวิธีอะไรให้น้องต้องยอมขอความช่วยเหลือ ครอบครัว?

    #2,276
    0
  22. #2139 Romeo_chichi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 00:38
    ผิดคาดหรือรู้อยู่ก่อนแล้วอะพี่เจน หึ
    #2,139
    0
  23. #2129 litnel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 21:33
    น่ารักมากก
    #2,129
    0
  24. #2116 Jinnapat26 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 18:52
    อยากให้มีคนแบบน้องเจนเยอะๆอะ อย่าไปตกหลุมอิพี่มันลูกกกกก
    #2,116
    0
  25. #2089 frodono44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 11:54

    พี่เจนดูใจดีจังในตอนนี้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าพี่แกต้องมีแผนอะไรในใจแน่ๆ กลัวใจเว้ยย

    #2,089
    0