Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 27 : 23 | If you play I fight back

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 636 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

Chapter 23

If you play I fight back

 

'Cause every time I see you, I don't wanna behave

 

 

นิ้วโป้งนั้นลูบริมฝีปากของผม ก่อนเขาจะละมันออก แล้วเลื่อนสองมือมาจับที่บั้นเอวของผม ตามด้วยลูบตามแผ่นหลังไล่ขึ้นไปจนถึงสะบัก ผมขนลุกเกรียวไปทั้งตัวกับสัมผัสแผ่วเบาชวนวาบหวิวของเขา หัวใจเต้นระรัวราวกับจะระเบิดออกมาให้ได้ ก่อนรู้ตัวอีกทีผมจะถูกรั้งร่างกายเข้าไปในอ้อมแขนแกร่ง

คนตัวสูงจะก้มหน้าลงมาประกบจูบ หากเพราะความตื่นเต้นจนเกร็ง ปากของผมปิดแน่นสนิทยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต แต่พี่เจนก็ไม่ยอมแพ้ เขาใช้มือซ้ายบีบแก้มผมจนผมต้องเผยอปากอ้าออกเพราะความเจ็บ ก่อนเขาจะสอดลิ้นเข้าไปกวาดทั่วโพรงปากของผม ผมตัวสั่นเทาราวกับคนหนาวจนสั่น

พี่เจนวางร่างผมลงบนเตียงกว้าง เขาถอดกระเป๋าสะพายของผมออก ทิ้งมันลงที่ข้างเตียงอย่างไม่ไยดีก่อนจะหันมาวุ่นวายกับริมฝีปากของผม ผมครางประท้วงเมื่อเขากดแขนทั้งสองข้างของผมเอาไว้ ความรวดเร็วและเชี่ยวชาญของเขาทำให้ผมได้แต่หายใจหายคอไม่ทัน

ผมถูกเขาดูดริมฝีปากจนบวมเจ่อ จูบดูดดื่มร้อนแรงเสียจนฟันของเรากระทบกัน ร่างสูงทาบทับอยู่บนร่างกายของผม ในวินาทีที่มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ โดยที่ผมไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ ความรู้สึกคือ .. มันช่างเลวร้าย

มันเป็นความรู้สึกที่ใจอยากจะต่อต้าน แต่ก็รู้อยู่ว่าต่อต้านไม่ได้

สุดท้ายแล้วผมก็หนีไปไหนไม่พ้นใช่ไหม

ผมแพ้พี่เจนจริงๆ

ผมไม่มีสิทธิ์ขัดขืน แล้วผมก็ไม่มีสิทธิ์จะไปเรียกร้องเรื่องนี้กับใครด้วย เพราะพี่เจนอยู่เหนือกฏหมาย แล้วผมก็ทำข้อตกลงกับเขาจริงๆ ร่างกายของผม...มันไม่ใช่สิทธิ์ของผมแล้ว

ขณะที่ผมกำลับหลับตาอย่างเตรียมใจรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น จู่ๆ ผมก็รู้สึกถึงได้การกระทำทุกอย่างที่หยุดลง

ผมลืมตาขึ้นอย่างไม่เข้าใจที่สุด

พี่เจนยังคงคร่อมผมอยู่ แต่เขาไม่ได้จู่โจมผมอีกแล้ว มือหนาทั้งสองข้างเลื่อนจากข้อมือของผมมาจับปกเสื้อ จัดมันให้เข้าที่ก่อนที่เขาจะผละออกไป

ผมลุกตัวยันขึ้นจากฟูกไปมองตาเขาที่มองผมอยู่ก่อนในความมืดสลัว อีกครั้งที่มีแสงพาดผ่านหน้าเขาแค่เสี้ยวเดียว ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงหนักแน่น

“พี่ไม่เคยบังคับใคร”

“...”

ผมพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะไม่คิดว่าเขาจะยอมหยุดง่ายๆ แค่นี้

ผมยังคงใช้มือขวากระชับคอเสื้อตัวเองเข้าหากัน ก่อนจะต้องรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเมื่อพี่เจนใช้สายตาที่ยังติดแววหิวกระหายมองไล่ตั้งแต่ใบหน้าของผมไปจนถึงแผ่นอก

“แต่พี่ก็ไม่ได้มีความอดทนมากนัก”

“...”

เขากดยิ้มมุมปากนิดๆ .. นิดเดียวเท่านั้น

“ครั้งนี้เจนโชคดีนะ”

แล้วเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดไฟจนทั้งห้องสว่างจ้า รวมถึงกดปิดเพลงที่ที่ตั้งเป็น playlist เอาไว้ พี่เจนหยิบกระป๋องเบียร์สีเขียวที่แช่เย็นเจี๊ยบขึ้นมาเปิดฝาดื่ม เขาดูไม่ได้หัวเสียแต่อย่างใดเลย

ซึ่งนั่นนับว่าน่านับถือ

ลำคอของเขาขยับเป็นจังหวะขณะดื่มน้ำสีอำพัน ภาพที่เห็นราวกับฉากในภาพยนตร์สักเรื่อง และเขาก็คือพระเอกร้ายๆ คนนั้น เจน แพทริคคืองานศิลปะ

เขาหันมาหาผม

“เมื่อกี้กลัวเหรอ”

ผมไม่ตอบแต่หนีหน้าไปอีกทาง ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องปิดบังหรือโกหก เพราะร่างกายที่แข็งทื่อและเย็นเฉียบของผมคงบอกทุกอย่างกับเขาไปหมดแล้ว

“ทำเหมือนไม่เคยเลยนะ”

“มันไม่เหมือนกัน!” ผมหันหน้ามาเถียงทันที เสียงที่พูดออกไปยังคงสั่นอยู่เล็กน้อย ผมไม่ปฏิเสธว่าผมไม่ถึงกับไร้ประสบการณ์ และอันที่จริง .. ผมก็เคยมีมันกับเขาด้วยซ้ำ แต่…

“การที่เรารู้ตัวก่อนอย่างนี้มันน่ากลัวเกินไป! มันเหมือนมีใครบอกว่าเรากำลังจะเอาคุณไปแขวนคอนะ ให้คุณเตรียมใจด้วย พาไปที่ลานประหารโดยไม่บอกอะไรเลยจะดีกว่า เจนไม่ได้บอกว่าเจนจะไม่ให้พี่นะ แต่ตอนนี้เจนยังไม่พร้อม เจนยังทำมันไม่ได้!”

“เอาเถอะๆ อย่าตะโกนสิ ก็ไม่ทำแล้วนี่ไง Chill baby chill”

“...”

ผมได้แต่เงียบ มองหน้าพี่เจนจากบนเตียงอย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อ แล้วยังไงล่ะ ไม่มีเซ็กส์กันแล้วจะทำยังไงต่อไป… นั่งจ้องหน้ากันเหรอ

พี่เจนคงไม่ไร้สัจจะถึงขนาดมาเปลี่ยนใจทีหลังอีกครั้งหรอกใช่ไหม

“ต้องเขียน essay ไม่ใช่เหรอ วิชาไหนล่ะ”

“...”

“ว่าไง”

“...บัสคอม”

“มานั่งนี่สิ เดี๋ยวพี่ช่วย”

เขาเลื่อนเก้าอี้ล้อเลื่อนข้างตัวออก มันเป็นเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ผมเคยนั่งให้เขาติวเลขให้จนเราเลยเถิดกันไปไกลแสนไกล .. หากวันนี้สถานการณ์กลับกลับกันกับวันนั้น เรื่องอย่างนี้ก็เป็นได้จริงๆ

เพราะผมไม่ได้เอาแล็ปท็อปมาจึงจำเป็นต้องใช้แม็กบุ๊กของเขาโดยไม่มีเงื่อนไข ผมล็อกอินอีเมลของตัวเองโดยระมัดระวังอย่างยิ่ง ผมเช็กดูว่าไม่ได้ตั้ง save password แล้วผมก็เอามืออีกข้างป้องบังเอาไว้ตอนพิมพ์รหัสด้วย ไว้ใจไม่ได้หรอก .. ผู้ชายข้างๆ ผมคนนี้มีความทรงจำแบบภาพถ่าย เขามองมือผมแว่บเดียวเขาก็รู้หมดแล้วว่าผมจิ้มรหัสอะไร ผมต้องป้องกันทุกทาง

ผมคลิกเข้าไปใน google docs ที่ตัวเองพิมพ์ค้างเอาไว้ งานนี้เป็นงานเดี่ยว

“Australians and Mexicans; The two different cultural understandings” พี่เจนก้มหน้าอ่านหัวข้อ แล้วหันมามองหน้าผม “ไม่คิดว่าเลือกหัวข้อไกลตัวไปเหรอ”

“ก็จะทำไงได้ล่ะ จะเลือกอันอื่นก็คิดไม่ออก แล้วเขาก็เลือกกันไปหมดแล้ว”

เขาพยักหน้าเป็นการตอบรับว่ารับรู้ ผมรีบพูดต่อทันที

“ถ้าพี่ช่วยไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พี่จะไปดูทีวีหรือทำอะไรก็ไปเถอะ เจนทำคนเดียวได้”

ความจริงก็คือปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวจะดีมาก

“ของแค่นี้มันไม่ยากอยู่แล้ว” หากพี่เจนกลับไม่ได้แม้แต่ผละออกไป และยังเอ่ยวาจาชวนน่าหมั่นไส้ด้วยใบหน้าเฉยๆ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ใส่อารมณ์กับประโยคนั้นสักนิด “เขียน Intro ใกล้เสร็จแล้วนี่ จะต่อกันเลยไหมล่ะ”

“อืม ได้”

ผมหยิบเอาสมุดที่เขียนร่างเอาไว้คร่าวๆ จากกระเป๋าขึ้นมา หากยังไม่ทันได้ลงมือทำเสียงท้องร้องที่น่าอายก็ดังโครกครากลั่น ผมยกมือขึ้นกุมท้อง พยายามทำหน้าเฉยๆ เข้าไว้เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่รู้ว่าพอหายกลัว หายตื่นเต้น ผมก็เกิดหิวขึ้นมาทันที

แต่ถึงอย่างนั้นอาการของผมก็ไม่สามารถหลอกพี่เจนได้

“หิวล่ะสิ”

“เปล่า” ผมทำคอแข็ง

“เจนจะดื้อกับพี่ไปทำไมนะ”

“...” ผมไม่ตอบ คิดว่ามันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเพราะอะไร เพราะเขาบังคับจิตใจผม...

ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผมได้ยินเสียงเขาหยิบของและกดปุ่มน้ำร้อน แล้วไม่ถึงสิบนาทีดีพี่เจนก็ถือนิชชินรสต้มยำกุ้งน้ำข้นแบบคัพมาในมือ ผมได้กลิ่นเครื่องปรุงโชยมาเตะจมูก น้ำลายสอขึ้นมาเต็มปากทันที

...ผมชอบกินนิชชินต้มยำกุ้งเอามากๆ ซะด้วยสิ

ถ้วยนิชชินคัพถูกวางลงตรงหน้าผม ผมมองมันด้วยหัวใจที่แตกออกเป็นสองฝั่ง ผมจะรับน้ำใจเขาดีเหรอ ถ้าผมรับ ผมจะถูกมองว่ายอมรับในการเป็นของเขาอย่างง่ายดายเกินไปรึเปล่า ยอมรับในสถานะที่ตัวเองตกที่นั่งอยู่ ไม่หรอก ผมควรจะหยิ่งในศักดิ์ศรี ถึงผมจะทำข้อตกลงกับเขา ยอมขายร่างกายและวิญญาณแต่ผมก็ยังมีศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่ถ้าไม่รับมันก็หิวจัง...

ไม่สิ ไม่ .. ผมควรจะมีจุดยืนของตัวเอง ผมควรจะไม่กินมันแล้วก็ปัดมันทิ้ง อย่าให้เจน แพทริครู้ว่าผมถูกควบคุมได้ง่าย

“ไม่กินเหรอ”

“...”

“เสียใจนะเนี่ย”

“...”

“งั้นพี่กินเอง”

“หยุดเลย เอามานี่”

โธ่เว้ยเจนอารีย์ ทำไมนายเป็นคนแบบนี้!

ผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากผู้ชายตัวสูงขณะที่ผมกำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งที่สองแก้มร้อนผ่าวด้วยความอาย รสชาติจัดจ้านทำให้ผมไอออกมาเล็กน้อย ผมจึงคว้าขวดน้ำดื่มเย็นเจี๊ยบมากระดกอึกๆ เพื่อดับกระหาย ผมเหลือบสายตาไปมองคนข้างตัวก็พบว่าเขามองหน้าผมอยู่ก่อนนานแล้ว

และนั่นก็ทำให้ผมสำลักน้ำ

ผมรีบดึงทิชชู่มาเช็ดปากเช็ดเสื้อ ก่อนพี่เจนจะดึงลิ้นชักแล้วหยิบบางอย่างมาไว้ในมือ เขาลุกขึ้น ไปยืนซ้อนข้างหลังผมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ก่อนเขาจะโน้มตัวลงมาวางบางอย่างที่เย็นเฉียบลงบนแผ่นอกของผมจนผมสะดุ้งเฮือก มันคือจี้รูปลูกกุญแจอันเดิมที่เขาเคยให้ แล้วผมก็ปามันคืนให้เขาหลังจากรู้ความจริง

ร่างสูงก้มลงกระซิบข้างหูผม

“ใส่ไว้ เจนกลับมาเป็นของพี่แล้วนะ”

“...”

“ห้ามถอดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

“...”

“นะ ที่รัก”

ริมฝีปากหยักจุมพิตเบาๆ ที่ใบหูของผม ก่อนเขาจะผละกลับไปนั่งที่เดิม จู่ๆ ผมก็กินอาหารได้ช้าลงอย่างมีสาเหตุ รู้สึกฝืดคอขึ้นมาจนแทบจะกลืนไม่ลง ผมรับรู้ถึงโลหะเย็นๆ ที่กลิ้งไปมาบนผิวเนื้อตัวเอง มันยังคงเย็น แข็ง และแวววาว ความรู้สึกคราวนี้มันแตกต่างจากคราวแรกที่ผมได้รับมันมากนัก ตอนนั้นมันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผลิบานของเราทั้งคู่ ผมยิ่งกว่าดีใจที่ได้มันมาไว้กับตัว ผมขัดล้างมัน ผมชื่นชมมันทุกวันบนคอตัวเอง แต่ครั้งนี้ สร้อยนี่คือโซ่ตรวนที่ขังผม

มันคือปลอกคอของสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้านาย

“กินหมดแล้วก็เอาไปทิ้งที่ห้องรับแขก”

เสียงทุ้มสั่ง ผมพยักหน้า เดินอย่างเชื่องช้าออกไปทิ้งถ้วยนิชชินคัพแล้วจึงกลับมาอย่างเลื่อนลอยไม่แพ้กัน แล้วผมก็เห็นคนตัวสูงที่กำลังใส่แว่นสายตาเอียงเปิดหน้าเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อหา references สำหรับงานของผมอย่างจริงจัง

ผมกลับไปนั่งที่ของตัวเอง บอกให้เขาเขยิบไปเพราะตั้งใจจะทำเอง

ผมไม่อยากจะติดหนี้อะไรกับเขาเพิ่มอีกแล้ว

หากพี่เจนก็ยังคอยประกบระหว่างที่ผมเขียนชิ้นงานของตัวเอง เขาออกความเห็นที่มีประโยชน์หลายอย่างและหาเว็บที่น่าวางใจให้ ผมรู้สึกมากทีเดียวว่า essay ชิ้นนี้ถูกเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น คือการที่มันเป็นชิ้นงานที่ดีเลิศเพราะพี่เจน ไม่ใช่เพราะผม

ผมหาวจนน้ำตาไหลเมื่อเวลาล่วงเลยมาห้าทุ่ม ผมยกมือซ้ายตบแก้มตัวเองขณะพยายามประดิษฐ์ประโยคต่อ พี่เจนเพิ่งขอตัวไปเข้าห้องน้ำเมื่อกี้

ตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พร่าเบลอไปหมด ผมยกมือขยี้ตาตัวเอง แต่มันก็ยังคงซ้อนกันราวกับเป็นลายน้ำ อา... ผมทำงานมานานเกินไปแล้ว ผมควรจะปิดเปลือกตาสักครู่เพื่อพักสายตา เอาน่า อย่างน้อยก็ทำได้เกือบครึ่งนึงแล้วไง พักสายตาสักห้านาทีแล้วค่อยตื่นมาตะลุยทำต่อให้เสร็จทีเดียวไปเลย

 

 

ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนกร้องจิ๊บๆ ที่ดังอย่างสดใสต้อนรับรุ่งอรุณอยู่ข้างนอก ผมพลิกตัวไปอีกทางพลางคว้าหมอนขึ้นมาอุดหู ให้ตาย กี่โมงแล้วนะ ว่าแต่เช้าเร็วจัง

เช้าแล้ว... เช้าแล้วงั้นเหรอ!?

ผมดีดตัวผึงขึ้นมาจากเตียงอย่างตกใจสุดขีดจนผ้าห่มถลกเปิดออก นี่ผมเข้านอนเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมยิ่งตกใจซ้ำสองเมื่อก้มมองชุดตัวเองแล้วก็พบว่าตัวเองชุดในชุดเสื้อยืดผ้าเนื้อนิ่มที่ใหญ่กว่าตัวเองมาก รวมถึงกางเกงข้างล่างที่ถูกเปลี่ยนไปใส่ขาสั้นหลวมๆ ผมหันไปมองข้างๆ ตัวก็เห็นพี่เจนนอนหลับสนิทอยู่ ผมไม่ได้โง่ควาย ผมเข้าใจได้ในทันทีว่าเขาคงจะเป็นคนที่เปลี่ยนผ้าผ่อนให้ผมและพาผมมานอนบนเตียงนี่

ผมไม่รู้สึกเขินอายอะไรทั้งนั้นกับความจริงที่ว่าพี่เจนได้เห็นสรีระและเนื้อหนังมังสาของผมเต็มตา หนึ่งเป็นเพราะว่าเขาก็เคยเห็นมาก่อนแล้ว สอง เพราะตอนนี้ผมไม่ห่วงพะวงอะไรทั้งสิ้นนอกจากงานของตัวเอง .. ไม่นะ นี่ผมทำงานไม่เสร็จงั้นเหรอ ผมต้องตายแน่ๆ มันจะบ่ายนี้แล้วด้วย!

ผมกระหืดกระหอบไปที่หน้าแม็กบุ๊กของพี่เจน กดเคาะแป้น space bar ที่คีย์บอร์ดสองครั้งเพื่อให้หน้าจอที่มืดไปปรากฏขึ้น

“เอ๊ะ”

Essay ของผมถูกเขียนเสร็จแล้ว เสร็จยันหน้า references และยังอยู่ใน APA format ที่ดูดีสุดๆ ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองคนที่นอนหลับสนิทอยู่

พี่เจน…

ทั้งที่จริงๆ ก็ไม่ใช่งานของเขาแท้ๆ

จู่ๆ ผมก็รู้สึกตื้นตันขึ้นมาเสียได้ ผมนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ อ่าน essay ที่แสนดีเลิศนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกแผ่น ทวนจากล่างขึ้นบน จากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา ทุกอย่างไร้ที่ติ ผมใช้เวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ครึ่งชั่วโมงเพื่อตกผลึกในสิ่งที่เกิดขึ้น ตระหนักรู้ว่าชิ้นงานนี้เกิดขึ้นมาได้จากอะไร และเพราะใคร

แล้วในที่สุดผมก็คลิกขวา กดปุ่มถังขยะ

งานทั้งหมดถูกลบไปในทันที

ผมไม่อยากรับอะไรจากเขาทั้งนั้น แม้อยากก็ไม่ควรรับ ห้ามรับ ผมไม่ต้องไม่ลืมความจริงที่ว่าเขาคือซาตาน… เขาคือปิศาจที่ไม่เคยให้อะไรใครโดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน

'มึงอย่าทำให้เขามีอะไรที่จะมาเรียกร้องจากมึงได้'

เสียงของพุฒิดังขึ้นในหัวผมราวกับย้ำเตือน และผมก็ได้ประจักษ์ความจริงนั้นด้วยตัวเองไปแล้ว

แค่ติดหนี้กับเขาครั้งเดียวมันก็เกินพอ

อย่าปล่อยให้ความใจดีปลอมๆ นี่ย้อนมาทำร้ายนายได้อีกเลย เจนอารีย์

อย่าให้เขาทำให้นายเจ็บได้อีกเลย

และครั้งนี้ผมก็ไม่ได้ขอให้ช่วยเหลือ ไม่ได้ขอให้ทำให้ พูดตรงๆ ก็คือเขาสาระแนมาทำให้ผมเอง เป็นความหวังดีที่ผมไม่ต้องการแม้แต่น้อย

ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ แปรงฟันอาบน้ำแต่งตัวให้เสียงเบาที่สุด แล้วจึงคว้าข้าวของทั้งหมดของตัวเองออกมา ก่อนจะลงจากคอนโดฯ ไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ให้ไปส่งที่ตึกเรียน ผมใช้คอมพิวเตอร์ของห้องคอมพ์เลาจน์เริ่มเขียน essay ใหม่ทั้งหมดในช่วงเช้าด้วยตัวเอง

เพราะฉะนั้น พี่เจนจะมาเรียกร้องอะไรคืนจากผมไม่ได้

 

 

ผมได้แค่เกรด C สำหรับงานชิ้นนั้น

เอาล่ะ มันก็เข้าใจได้ มันเป็นงานเผา งานเร่ง ผมไม่ได้แม้แต่แต่รีเช็กแกรมม่าอีกรอบ แถมยังโดดเรียนทุกวิชาตอนเช้าเพื่อเขียนมันให้เสร็จ ฉะนั้นได้แค่นี้ก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว ไปทำคะแนนให้ดีๆ ตอนสอบไฟนอลก็น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี

ผมใช้เท้าข้างถนัดจับลูกที่มิกซ์ส่งมาให้ ก่อนจะเลี้ยงมันไปยังข้างหน้าแล้วเตะเต็มแรง

“เยสสสสสสสสสสส!”

“เยี่ยมโว้ยไอ้เจน!”

เพื่อนๆ กรูกันเข้ามาหาผมเมื่อผมเตะลูกเข้าโกลทำให้ทีมเราคะแนนนำไป 3-0 ผมยิ้มกว้างเต็มใบหน้า แล้วเกมของวันนี้ก็จบลงโดยการที่พวกเราเป็นฝ่ายชนะ

พวกเราแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าล้างเหงื่อ แล้วจึงยกโขยงกันไปหาอะไรอร่อยๆ กินเพื่อตบท้ายวันนี้เหมือนเคย ยิ่งเป็นวันที่พวกเราชนะแมทช์ใหญ่ด้วย วันนี้ต้องกินให้เต็มที่หน่อย

พอกินเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านกลับหอ ผมขึ้นไปบนแท็กซี่คันสีเหลืองเขียว บอกซอยบ้านตัวองกับพี่คนขับ รถแท็กซี่เคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยได้แค่ไม่ถึงสิบนาทีดี

“...ฮัลโหล ว่าไง”

[ทำไมไม่รับสายพี่เลย]

“ก็ยุ่งๆ ไม่ได้ยินเสียงด้วย .. พี่เจนมีอะไรรึเปล่า”

[ไม่มี]

“งั้นก็แค่นี้นะ เจนรู้สึกเหนื่อยๆ”

[เจน เดี๋ยวก่อน]

ผมยอมไม่กดวางตามที่ปลายสายพูด แต่ถ้าบอกตรงๆ ก็คือผมไม่มีกะใจจะคุยกับเขาเท่าไรนัก

เราไม่ใช่แฟนกันอย่างนั้นสักหน่อย

[สองสามวันนี้พี่ไม่ค่อยเจอหน้าเจนเลย เจอแต่ในห้องเรียน]

“อือ ก็เจนยุ่ง พี่ก็ยุ่ง อีกแป๊บเดียวก็ไฟนอลแล้วด้วย”

[แล้วนี่อยู่ไหน]

“...บ้าน มันเพลียๆ รู้สึกเหมือนจะไม่สบายก็เลยกลับมาตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว”

[พี่ไปหาได้ไหม]

“จะมาทำไม” ผมร้องออกไปด้วยเสียงที่แม้แต่ตัวเองก็ยังรู้ว่าแฝงความไม่พอใจเอาไว้มากมาย ก่อนจะพยายามดร็อปน้ำเสียงให้อ่อนลง “อย่ามาเลย ที่บ้านเจนนอนเร็ว สองสามทุ่มอย่างนี้เตรียมตัวจะเข้านอนกันหมดแล้ว”

[ไม่ทำไม พี่แค่อยากเจอเจน เราไม่ได้เจอกันเลยนะ]

“เจอวันหลังได้ไหมล่ะ”

[ก็ได้]

“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม”

[วันหลังถ้าเจนไม่สบายก็บอกพี่ได้ เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน จริงๆ ช่วงนี้พี่ไม่ยุ่งเท่าไหร่]

“อืมๆ” ผมตอบรับไปอย่างนั้นๆ

[แล้วนี่กินข้าวรึยัง]

“แล้ว”

[กินอะไร]

ผมถอนใจ “ตกลงว่าไม่มีอะไรสำคัญใช่ไหมอ่ะ เจนทำการบ้านค้างอยู่จะไปทำต่อ จะอ่านหนังสือด้วย ใกล้ไฟนอลแล้วเจนไม่มีเวลาคุยเล่น เจนไม่ได้เก่งเหมือนพี่นะที่ฟังอาจารย์รอบเดียวก็เข้าหัวทุกอย่าง แค่นี้นะพี่เจน”

[เดี๋ยวก่อน…!]

“...”

[พรุ่งนี้กินข้าวเย็นด้วยกันไหม]

“...”

[เราเลิกสี่โมงพร้อมกันพอดี ได้ไปพร้อมกันเลย]

“...เออ แล้วแต่พี่ ก็ได้”

เขาดักผมมาอย่างนี้ใครจะไปคิดหาลู่ทางปฏิเสธทัน

[ร้านเชอมารีย์ไหม เจนเคยบอกว่าชอบสปาเก็ตตี้ที่นี่]

“อืม”

[งั้นเดี๋ยวพี่โทรไปจองโต๊ะก่อน จองชื่อเจน แพทริคนะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เลิกเรียนมาเจอกันที่ล็อบบี้]

“อืม”

[พี่ไม่กวนล่ะ เจนตั้งใจอ่านหนังสือนะ]

“อืม”

แล้วผมก็ตัดสายเขาไป ความจริงคือตอนนี้แท็กซี่เพิ่งจะยูเทิร์นรถมาตรงข้ามมหาวิทยาลัยเท่านั้น ถ้าผมจะเปลี่ยนทิศทางไปหาเขาที่คอนโดฯ ล่ะก็มันง่ายแสนง่าย

แต่ผมก็ไม่ทำ เพราะผมไม่ได้อยากเจอหน้าเขาเลยสักนิดเดียว

 

 

“แก๊ป พุฒิ ไปร้องเกะกันไหม”

“อารมณ์ไหนของมึงเนี่ย” พุฒิเลิกคิ้วขวา

“เบื่อๆ ว่ะ อยากร้องเกะ เนี่ย เดี๋ยวกูไลน์ชวนพวกทีมฟุตบอลก่อน”

“นี่มึงรีบเหรอ...”

แก๊ปดูงงๆ ขณะที่ผมก็ไลน์เข้าไปในไลน์กรุ๊ปเพื่อชวนทุกคนให้ไปร้องคาราโอเกะด้วยกันที่ห้างใกล้ๆ สรุปออกมาว่ารวบรวมพรรคพวกได้หกคนถ้วน แล้วเราก็แบ่งกันเป็น 3:3 นั่งรถของพุฒิกับชินไปร้องคาราโอเกะ เราร้องกันบ้าบออยู่สองชั่วโมงจนคอแทบแหก ทั้งร้องทั้งเต้นจนเหนื่อย เสร็จแล้วเราก็ไปกินข้าวแล้วเล่นเกมที่เกมเซนเตอร์กันต่อ เวลาล่วงเลยมาจนสองทุ่ม ผมกลับบ้านดึกอีกแล้วสิเนี่ย

“เจน”

“ว่าไงพุฒิ”

ผมหันไปถามพุฒิก่อนจะชู้ตลูกบาสในมือออกไป มันพลาดไม่ลงห่วง เสียแต้มเลย โด่

พุฒิมีสีหน้าอย่างที่ผมอธิบายไม่ถูก เป็นสีหน้าอิหลักอิเหลื่อปะปนกับความลำบากใจ ก่อนมันจะพูดออกมาจนได้

“พี่เจนโทรมา บอกว่าขอคุยกับมึงหน่อย”

“...”

“เอาไปสิ”

พุฒิส่งมือถือของตัวเองให้ผม ผมรับมันมาเหมือนรับยาขม ก่อนจะยกมือถือขึ้นแนบหู ทำเฉยๆ เข้าไว้

“...ฮัลโหล”

[ทำไมปิดเครื่อง]

“เครื่องมันดับไปมั้ง ว่าแต่พี่เจนมีอะไร”

[เจนลืมเหรอว่าเรามีนัดกินข้าวกัน]

“อืม ลืม เจนขอโทษ เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน”

[เจนมาที่ร้านเชอมารีย์เลย พี่ยังรออยู่]

“รออยู่!? หมายความว่ายังไงที่ว่ารออยู่ นี่พี่ยังไม่ได้กินข้าวเหรอ?” ผมร้องอย่างตกใจ

[ใช่…]

“แล้วทำไมไม่กินๆ ไปก่อนล่ะ! จะมารอจนขนาดนี้ทำไม วันหลังพี่กินไปก่อนเลย ไม่ต้องมารอเจนอย่างนี้”

[ก็รอไปแล้ว เจนมาหาพี่ด้วย ร้านปิดสี่ทุ่มรู้ใช่ไหม]

ผมวางสายจากเขาอย่างหงุดหงิดสุดขีด แม่งเอ้ย สุดท้ายก็ต้องไปเจอจนได้ ทำไมต้องทำตัวแบบนี้ด้วยนะ

“พวกมึง กูไปก่อนนะ มีธุระด่วน ไม่ต้องพุฒิ .. เดี๋ยวกูไปเอง”

ท้ายประโยคผมบอกกับเพื่อนที่ทำท่าว่าจะไปส่ง เพื่อนไม่ควรจะต้องมาเลิกเล่นเกมเพราะผมคนเดียว ทุกคนกำลังแข่งกันสนุกสนานอยู่แท้ๆ

ผมเรียกแท็กซี่จากหน้าห้างให้ไปยังร้านอาหารเชอมารีย์ เข้าไปถึงพอแจ้งว่ามาหาเจน แพทริค พนักงานก็เดินนำผมเข้าไปยังโต๊ะชั้นสองที่เขานั่งอยู่ทันที ผมทิ้งตัวนั่งลง หน้าหงิกเป็นจวักเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะว่างเปล่า และอีกฝั่งก็มีผู้ชายตัวสูงในชุดนักศึกษาที่คงจะรอผมมานานหลายชั่วโมงมากๆ แล้ว

ผมกระฟัดกระเฟียดตลอดเวลาที่ตั้งแต่มาถึง พอพนักงานถอยออกไปจากการเสิร์ฟน้ำเย็นผมก็โวยวายทันที

“ทำไมยังไม่สั่งอะไรมากินอีกล่ะ”

“ก็พี่รอเจนมาสั่งด้วยกัน”

“ไม่ต้อง เจนไม่กิน กินมาแล้ว พี่จะกินอะไรก็กินไปเหอะ”

ผมโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ อารมณ์หงุดหงิดปกคลุมไปทั่วร่าง หงุดหงิดที่เขายังรอ หงุดหงิดที่เขาทำให้ผมต้องมาที่นี่จนได้ และหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมสั่งอะไรมากินสักอย่าง ทำไมเขาต้องมาทำให้ผมรู้สึกผิดด้วย วันหลังถ้าโทรไม่ติดก็ล้มเลิกความตั้งใจแล้วกินคนเดียวไปมันจะตายรึไง

ผมเลี่ยงไม่สบตาอีกฝ่ายที่มองหน้าผมอยู่เหมือนสำรวจอะไรสักอย่าง ก่อนเขาจะตัดสินใจไม่พูดอะไร แล้วสะบัดผ้าเช็ดปากออกมาวางบนตักตัวเองอย่างคนที่รู้มารยาทบนโต๊ะอาหาร เขาเรียกพนักงานสั่งอะไรมากินสองสามอย่างขณะที่ผมหยิบมือถือขึ้นมา

ผมเอาแต่นั่งเล่นเกมในมือถือปล่อยให้อีกฝ่ายรับประทานอาหารเย็นอยู่คนเดียว ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่กิน ผมแค่มานั่งเพราะเขาอยากให้มานั่ง แล้วเมื่อไหร่ไอ้ตัวบอสนี่จะตายสักทีนะ

“เจน”

กดจนนิ้วจะหงิกอยู่แล้วนะเว้ย ตายสิ ตาย ตาย...

“เจน”

“อะไรล่ะ?” ผมเงยหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เหมือนว่าเขามารบกวนขณะที่ผมกำลังทำสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลก

พี่เจนยังคงมองหน้าผมนิ่งๆ ชั่ววินาทีนั้นผมนึกว่าเขาจะพูดอะไรร้ายๆ ออกมา แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูด เขาถามผมในสิ่งที่คิดไว้แต่ต้นแทน

“รับของหวานอะไรไหม”

ผมถอนใจ เรียกด้วยเหตุผลแค่นี้เนี่ยนะ

“ไม่กิน จะกินก็กินไปสิ ถ้าพี่ไม่กินแล้วเจนก็จะได้กลับบ้าน”

ผมก้มหน้าลงเล่นโทรศัพท์มือถือต่ออย่างไม่สนใจไยดีเขาอีก ร่างสูงหันไปจิบน้ำเปล่า ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

“พี่นึกว่าเครื่องเจนดับ”

“ก็มันติดแล้ว นี่มันเครื่องเก่าของเจตนะ ถ้ามันดีเลิศแล้วเจตมันจะเปลี่ยนเครื่องทำไม มันก็ติดๆ ดับๆ อย่างนี้แหละ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญและไม่ใส่ใจ ไม่เงยหน้ามองคนถามด้วยซ้ำ เขามายุ่งวุ่นวายอะไรกับผมนักหนา

“เจน”

“อะไรล่ะ?” ผมถามด้วยน้ำเสียงรำคาญกว่าเดิมโดยไม่ปิดบัง ยอมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาจนได้

พี่เจนมองหน้าผมด้วยดวงตาคมกริบของเขา ก่อนเขาจะเอ่ยในสิ่งที่ทำให้ผมแทบบ้า

“ต่อไปนี้เจนต้องย้ายมาอยู่กับพี่”

“บ้าไปแล้ว! พี่พูดอะไร”

ผมยอมวางโทรศัพท์มือถือในมือลงจนได้ นี่เขาพูดอะไร เป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

แต่ดูเหมือนพี่เจนจะไม่หวั่นไหวกับอากัปกิริยาของผมเลย เขาเอ่ยต่อเสียงเรียบๆ ขณะที่โคลงแก้วน้ำในมือ

“ก็เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย พี่รู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ใช่การคบกันที่มีประสิทธิภาพ พี่เลยคิดว่าเจนย้ายมาอยู่กับพี่มันดีกว่า คอนโดฯ พี่ก็ใกล้มหา'ลัยมากกว่า เจนจะได้ไม่ต้องตื่นเช้าเหมือนอยู่บ้านด้วย”

“แต่นี่มันไม่มีเหตุผลเลยนะ ป๊ากับแม่เจนจะว่ายังไงล่ะฮะ!” ผมตบโต๊ะอาหารเสียงดังจนส้อมกระเด็นพลิกหงาย แต่พี่เจนก็ไม่สะทกสะท้าน

“ทำไมต้องว่าอะไร เจนเป็นผู้ชายนะ แล้วเจนก็ไปนอนหอแก๊ปกับหอพุฒิบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ แล้วพี่ก็ไม่ได้จะเรียกเก็บเงินจากเจนด้วย เจนนอนฟรี ไม่ต้องเสียอะไรทั้งนั้น เจนน่ะมีแต่ได้กับได้”

“แต่ – !”

“พี่ไม่ได้จะให้ย้ายมาอยู่กับพี่ตลอดไปไม่กลับบ้าน เจนก็กลับไปนอนบ้านได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่นี่ ถ้าพ่อแม่เจนมีปัญหามากเดี๋ยวพี่ไปคุยเอง ก็บอกไปตรงๆ นี่แหละว่าพี่เป็นแฟนเจน ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่มักจะเอ็นดูพี่นะ”

“...”

เขายิ้มมุมปากตบท้ายทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก ใช่สิ ผู้ใหญ่ที่ไหนจะไม่ชอบเขา ทั้งหน้าตา ฐานะ การศึกษาและชาติตระกูล เขามันสมบูรณ์แบบ พ่อแม่ที่ไหนก็ย่อมดีใจถ้าลูกตัวเองได้กับคนแบบนี้ แม้แต่ผมยังเคยคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าทำไมผมถึงได้โชคดีนัก ทำไมคนแบบนี้ถึงได้มาชอบผมได้

อย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ อะไรที่ดีเกินไป มักจะไม่เป็นเรื่องจริง

ผมจ้องหน้าพี่เจนขณะที่หัวสมองทำงานราวกับเป็นเครื่องจักร จู่ๆ คำว่า 'ล้านสอง' ก็เด้งเข้ามาในหัวจนผมได้แต่เงียบเสียง

ผมค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างไร้วิญญาณ เสียงทุ้มที่กล่าวต่อเหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ

“พี่ไม่ได้จะให้เจนย้ายมาวันนี้พรุ่งนี้ ไม่ได้ให้เก็บของออกมาในรวดเดียวให้ผิดสังเกตอย่างนั้นด้วย ก็ค่อยๆ ย้ายมา เริ่มจากมาค้างบ่อยๆ ก่อน ทำให้มันค่อยเป็นค่อยไป เดี๋ยวพ่อแม่เขาก็ชินเอง”

“...”

“ไหนเราจะต้องซ้อมลีลาศกันอีก จะสอบไฟนอลแล้วนะ เจนยังเต้นไม่ได้ตั้งหลายท่า”

“...”

“เช็กบิลเลยครับ ผมไม่รับของหวาน”

ผมโดยสารรถบีเอ็มของเขากลับบ้านของตัวเองโดยไม่พูดอะไรสักคำเดียว ผมหน้างอเป็นม้าหมากรุกไปตลอดทาง บรรยากาศยิ่งดูจะแย่เมื่อพี่เจนไม่แม้แต่เปิดเพลงปล่อยให้ความเงียบขรึมนี่ดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างไม่จบสิ้น จนกระทั่งในที่สุดรถยนต์ก็จอดนิ่งสนิทลงที่หน้าบ้านของผม ผมจึงปลดเข็มขัดนิรภัยออก

“เดี๋ยวก่อน”

พี่เจนรั้งแขนผมเอาไว้ คราวนี้ผมไม่มีแก่ใจจะถามเขาว่าอะไรอีกแล้ว เพราะเรื่องที่เขาบังคับให้ผมต้องไปอยู่กับเขามันเกาะกินไปทั้งใจอยู่

พี่เจนเปิดประตูรถออกไปข้างนอก แล้วผมก็ได้ยินเสียงเขาเปิดท้ายรถ ก่อนเขาจะมาเปิดประตูฝั่งผมออกทำให้ผมสะดุ้งเล็กๆ เพราะตกใจ

“อ่ะ”

มือหนายื่นช่อดอกยิปโซหลากสีที่ห่อด้วยกระดาษและผูกโบว์สีชมพูอย่างปราณีตให้ผม ผมก้าวขาลงจากรถไปยืนมองมันอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเอ่ยปากออกมา

“ให้เจนเหรอ”

“ครับ”

“ให้ทำไม?”

“อยากให้ แล้วก็ ให้นี่ด้วย”

ไอโฟนเครื่องใหม่…

ผมเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยยิ้มระบายอยู่น้อยๆ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าพูดอะไรพูดไม่ออก ก่อนผมจะเอื้อมมือไปรับของทั้งสองสิ่งมาเพราะให้เขาถืออยู่นานเกินไปแล้ว

“เจนชอบไหม”

“อืม ขอบคุณครับ” ผมพึมพำตอบรับเสียงเบา ไม่สบตาเขาเลย

พี่เจนเอื้อมมือมาลูบศีรษะผมเหมือนอย่างที่เขาชอบทำสมัยก่อน ความอุ่นจากฝ่ามือหนานั่นแผ่ไปทั่วทั้งตัว เขาลูบอย่างแผ่วเบาครู่หนึ่งจึงได้ผละออกไป

“เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“...อืม”

“เข้าบ้านได้แล้วล่ะ เดี๋ยวยุงกัด”

ผมผงกศีรษะ ยืนส่งอยู่จนกระทั่งรถเขาลับตาออกไปจากซอยผมจึงได้หมุนตัวเตรียมเข้าบ้าน

ใบหน้าของผมเรียบเฉยขณะหย่อนช่อดอกยิปโซราคาแพงลงในถังขยะใบสูง ก่อนจะไขกุญแจประตูรั้วเพื่อเข้าบ้าน ส่วนไอโฟนนี่ผมคงจะทิ้งไม่ได้ และถ้าไม่ใช้เขาก็ต้องเห็นแล้วถามซอกแซก

ผมยัดกล่องไอโฟนเครื่องใหม่เข้าลิ้นชัก แล้วเลื่อนปิดโดยไม่มองมันอีก

เอาเป็นว่าผมจะเก็บมันไว้ก่อน ค่อยคิดแล้วกันว่าจะทำยังไงต่อไป

 

 

ผมย้ายมานอนค้างที่คอนโดฯ เขาได้หลายคืนแล้วตามที่อีกฝ่ายต้องการ และผมก็ใช้ทั้งสัปดาห์ไปกับการอารมณ์เสียใส่พี่เจนในทุกเรื่องเล็กน้อยที่เขาทำ เขาทำอะไรผมก็ไม่พอใจทั้งนั้น ต่อให้เขาขอโทษผมก็ยังเอาแต่หงุดหงิดอยู่ดี เพราะว่าความหงุดหงิดนี้ไม่ได้มีบ่อเกิดจากสิ่งที่เขาทำ แต่มันเกิดจากการที่ผมต้องทนอยู่กับเขาต่างหาก

นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังซ้อมลีลาศกันหนักมาก ผมคงจะเต้นได้ดีขึ้นกว่านี้ถ้าไม่เสียเวลาเถียงกับเขาทั้งที่เขาก็พยายามจะอ่อนให้ผมมากแล้ว และที่สำคัญผมก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาเก่งกว่าเยอะ แต่ความขบถในตัวผมมันไม่ยอมที่จะลงให้เขาง่ายๆ ผมเกลียดที่ถูกเขาบังคับให้ทำตามใจ แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกที่จะปฏิเสธ สุดท้ายการแสดงออกของผมจึงเต็มไปด้วยอารมณ์แบบนี้

ผ่านมาจะหนึ่งเดือนแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ชินสักที

ผมยกแก้วของตัวเอง แล้วชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว เป็นสัญญาณให้บาร์เทนเดอร์นำเครื่องดื่มมาให้เพิ่ม ผมไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะมาถึงจุดที่เครียดจนออกมานั่งดื่มคนเดียวอย่างนี้ แต่การที่สารเคมีในตัวของเรามันต่อต้านกันเองทำให้ผมใช้ชีวิตลำบากมาก บางทีผมก็แค่อยากจะตามๆ เขาไปตามนิสัยยอมคนของตัวเอง แต่การที่คิดว่าถูกเขาบังคับตลอดเวลาก็ทำให้ผมยอมไม่ได้ง่ายๆ จริงๆ

“ฮัลโหล”

[เฮีย แม่ถามว่าตกลงคืนนี้จะกลับมานอนบ้านไหม แม่บอกตอนเย็นยังเหมือนเห็นเฮียแว่บๆ อยู่เลย]

“อือ .. น่าจะกลับ แต่บอกให้แม่กับป๊านอนก่อนได้เลย ถ้าไม่กลับเดี๋ยวเฮียไลน์ไปบอกเอง”

[นี่เฮียเมาป้ะเนี่ย ทำไมเสียงถึงเป็นแบบนี้อ่ะ]

“เมาอะไรไร้สาระน่า”

[อยู่กับเพื่อนรึเปล่า ถ้าอยู่คนเดียวเดี๋ยวเจตไปหา]

“อยู่บ้านไปเลยแกน่ะ อายุไม่ถึงริอ่านจะเข้าผับเข้าบาร์ เออ ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก บอกป๊ากับแม่ไม่ต้องเป็นห่วง”

แล้วผมก็ตัดสายน้องชายไป ผมบอกพี่เจนว่าจะกลับมานอนบ้านสองสามคืน แล้วก็ออกมาเลยโดยไม่รอให้เขาเอ่ยปากอนุญาต แต่เอาจริงถึงเขาทัดทานเรื่องนี้ผมก็จะไม่แคร์หรอก อย่างน้อยผมก็ควรจะมีสิทธิ์ที่จะได้กลับไปนอนบ้านของตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้ที่อยากไม่ถูกเหรอ

 

พี่ต้องการให้เจนเป็นของพี่ แบบไม่มีระยะเวลาสิ้นสุด”

“…”

เป็นของพี่ทั้งเนื้อ… ทั้งตัว...”

“…!”

พี่ขอเป็นผู้ชายคนแรกของเจน”

 

ผมไม่รู้เลยว่าผมจะหลีกเรื่องนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน เขาไม่บังคับผมก็จริง แต่จากการที่เราอยู่ด้วยกันมากขนาดนี้มันทำให้ผมรู้ตัวว่ามันต้องเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่ๆ

แล้วเขาก็จะได้ความบริสุทธิ์ของผมไปสมใจอยาก

ทุเรศจริงๆ

“ไง”

“…!”

ผมสะดุ้งเฮือกเกือบหันไปต่อยคนที่มาจับบ่าตัวเองเพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ แต่ก็ชะงักมือได้ทันเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“โห หน้าแดงเชียวเจน”

“...พี่วิน”

“เป็นยังไงบ้าง ไม่เจอกันนานเลยนะ”

พี่วินทักทายผมทั้งรอยยิ้ม เพราะเราไม่ได้จบกันไม่ดีเขาถึงยังมีไมตรีจิตต่อผมได้ จู่ๆ ความละอายใจและความรู้สึกผิดก็เข้ามาครอบคลุมเต็มหัวใจของผม ผมยังจำได้ถึงเสียงร้องไห้ครั้งสุดท้ายของเขา จำได้ว่าเขาต้องเจ็บปวดเพราะผมมากแค่ไหน

“พี่วิน… สบายดีเหรอครับ”

“อื้อ ก็ .. เรื่อยๆ แหละ” เขายิ้มให้ผมบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้แทบร้องไห้ ผมคิดไปเองรึเปล่านะว่าเขายังมีผมอยู่ในใจ หรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์นี่มันทำให้ผมหลอนจนตีสีหน้าเขาผิดคิดเข้าข้างตัวเอง

“...มาคนเดียวเหรอครับ”

“คืนวันศุกร์แบบนี้ก็ต้องมาฉลองกับเพื่อนสิ เจนล่ะ”

“เจนมาคนเดียว...”

“เหงาไหม พี่มานั่งเป็นเพื่อนได้นะ” พี่วินยังคงดูเป็นคนใจดีไม่มีพิษภัยคนเดิม

“อย่าเลย พี่วินไปสนุกกับเพื่อนๆ เถอะ พอดีเจนแค่มีเรื่องให้ต้องคิด เลยมานั่งคนเดียว แต่ไม่ได้เหงาไม่ได้ซึมอะไรหรอก”

“แต่พี่เป็นห่วงเจน”

“ไม่เอาน่า เจนดูแลตัวเองได้”

“งั้นเจนไปนั่งกับพวกเพื่อนๆ พี่ไหม ทุกคนนิสัยดีนะ เจนจะได้สนุกสนานมากขึ้นด้วยไง”

พี่วินยื่นข้อเสนอ ผมมองหน้าเขาอย่างชั่งใจ จริงๆ แล้วก็คงไม่เสียหายอะไร… การได้เปลี่ยนบรรยากาศไปรู้จักกับคนใหม่ๆ อาจจะดีกว่าการที่ผมเอาแต่นั่งจมกับความคิดตัวเองอยู่คนเดียวแบบนี้

“งั้นก็ได้ครับ”

“ปะ ไปกันดีกว่า”

เพราะในบาร์ที่ค่อนข้างมืดทำให้พี่วินต้องจูงมือผมไปยังโต๊ะของเขา เป็นโต๊ะยืนไม่มีที่นั่ง ทุกคนเพิ่งจะมาได้ไม่นานเลยยังไม่มีใครเริ่มเมากันเลย

“ทุกคนๆ พี่น้องเจน เป็นรุ่นน้องของผมที่มหา'ลัย ขอพามาแจมโต๊ะด้วยนะครับ”

“ได้เลย~ ตามสบาย~~”

“ฮั่นแน่ แค่เพื่อนจริงๆ เหรอคะพี่วิน กิ๊วๆๆๆ”

“เอ๊ะ ทำไมพี่เหมือนคุ้นๆ ชื่อน้องเจนอะไรนี่จังเลยน้าวิน ฮึ?”

ผมรู้สึกเขินๆ เมื่อทุกคนส่งสายตารู้เท่าทันมายังเราทั้งคู่ แต่พี่วินก็สยบเสียงพวกนั้นลงโดยการเอ่ยเสียงเข้ม

“พี่น้องจริงๆ ไม่โกหกน่า อย่าแซวสิครับ เดี๋ยวน้องเขาไม่กล้านั่งด้วยหรอก”

“เออๆ ไม่แซวแล้วจ้า เอ้า น้องเจนใช่ไหมจ๊ะ ชน~~”

ผมร่วมชนแก้วกับพวกเขา ถึงจะบอกว่ามาจอยด้วยกันแต่ส่วนใหญ่ผมก็คุยแค่กับพี่วินนี่แหละ เป็นธรรมดาของการเที่ยวกลางคืนที่มักจะเกิดการเข้าคู่แบบนี้เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกสนุกกว่าอยู่คนเดียวเมื่อกี้ ผมยิ้ม ผมหัวเราะ ผมเต้น คุยตะโกนข้างหูพี่วินขณะที่เขาก็ทำอย่างเดียวกัน ไม่มีใครสนใจจะแซวเราอีก ต่างคนต่างสนใจแค่ตัวเองและคนที่หมายตา

“เจน ระวัง!”

พี่ิวินร้องเมื่อผมสะดุดเท้าตัวเองหลังกลับมาจากห้องน้ำจนเซไปข้างหน้า เคราะห์ดีที่พี่วินรับผมไว้ได้ทันทั้งตัว ผมหัวเราะลั่นกับความเปิ่นของตัวเอง พี่วินพลอยหัวเราะไปด้วย

“เต้นเหนื่อยยัง ไปนั่งพักตรงโน้นหน่อยไหม เสียงมันจะเบากว่า”

“ก็ดี หูเจนจะแตกอยู่แล้ว”

พี่วินหิ้วประคองผม เราไปนั่งพักเหนื่อยกันตรงโซนที่มีเก้าอี้ เสียงเพลงตรงนี้ไม่กระหึ่มเท่าตรงโน้น ผมกับพี่วินพูดคุยเรื่องสัพเพเหระต่างๆ ตั้งแต่เรื่องที่มีสาระไปจนถึงเรื่องไม่มีสาระ จนกระทั่งรู้ตัวอีกที ผมก็อยู่ชิดกับเขาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

ขาผมเบียดกับขาเขา ขยับอีกนิดก็คงขึ้นไปเกยตักพี่วินได้ ผมมองจ้องเข้าไปในดวงตาพี่วินที่ก็มองผมอยู่ก่อน ถ่านไฟเก่าที่ยังเร่าร้อนลุกโชนลึกๆ อยู่ในแววตาของเราทั้งคู่ จนในที่สุดพี่วินก็เป็นคนเอ่ยปาก

“เจน..”

“ครับ”

“พี่ได้ยินมาว่าเจนกลับไปคบกับแฟนเก่า”

“...”

“ยินดีด้วยนะ เจนคนนั้นเขาคงดูแลเจนได้ดีกว่าพี่”

“...”

“พี่ไม่โกรธเจนหรอก พี่...เข้าใจ”

“...”

ผมไม่ตอบอะไรแต่จ้องตาพี่วินกลับ แววตาของเขาปรากฏแววเศร้าหมองขึ้นมา ร้อยล้านคำพูดที่ผมอยากจะตะโกน อยากจะพูดออกไปให้พี่วินได้เข้าใจถึงความจริงที่เกิดขึ้นแต่ผมก็ทำไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะแพร่งพรายใครต่อใครรู้ได้ตามอำเภอใจ

แม้แต่เสียงเพลงที่ดังสนั่นลั่นร้านในยามนี้ยังเป็นเหมือนเสียงที่ลอยมาจากที่ไกลๆ ในแววตาผมเห็นแต่ใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของพี่วินเท่านั้น และผมเองก็คงไม่แตกต่าง ผมดื่มจนเมา ยันสร่าง จนกลับมาเมาอีกรอบ แอลกอฮอล์เต้นเดือดพล่านอยู่ทั่วเส้นเลือดของผม

เมื่อไหร่ไม่รู้ที่มือของเราเกาะกุมกันเอาไว้ทั้งสองข้าง จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ผลักดันให้ผมต้องถามมันออกไป

“พี่ยังคิดถึงเจนอยู่ไหม”

ดวงตาฉ่ำปรอยของพี่วินมองผมแน่นิ่ง ก่อนเสียงนั้นจะตอบ

“ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงเจนเลย”

...ผมไม่รู้ว่าคำพูดนั้นเป็นคำโกหกหรือความจริง และเขาพูดมันออกมาเพราะเมาหรือไม่ แต่ผมก็ไม่สน มันทำให้ผมที่ในเวลานี้มีแต่ความคึกคะนองที่อยากจะเป็นเสรีรู้สึกถูกขับเคลื่อนบางอย่าง

ผมเอื้อมมือขวาไปจับแก้มของพี่วิน รู้สึกว่าเห็นแพขนตาของเขาใกล้กว่าทุกคราวที่เคยเห็น

เราจูบกัน

ไม่ใช่เพียงแค่จูบเท่านั้น เครื่องดื่มมึนเมาทำให้ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ทุกบริเวณที่ถูกมือไม้ของพี่วินสัมผัสแปลบปลาบชวนให้รู้สึกดีแปลกๆ รู้ตัวอีกทีผมก็นั่งอยู่บนตักเขา กระดุมเสื้อหลุดออกไปถึงสองเม็ด มือข้างหนึ่งของพี่วินโอบเอวผมไว้ขณะที่อีกข้างลูบไล้เข้ามาในเสื้อ เราจูบกันราวกับถูกทากาวติด ปกติพี่วินเองก็ไม่ใช่มือไวเลย เขาถึงได้เรียกเหล้าว่าน้ำเปลี่ยนนิสัย มันดึงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ออกมาทุกคน

แบบนี้สินะที่เรียกว่าถูกที่ ถูกจังหวะ ผมไม่รู้ว่าผมรักพี่วินไหม รักมากแค่ไหน บางทีผมอาจจะไม่ได้รักเขาเลยก็ได้ แต่ผมรู้แต่ว่าผมอยากทำสิ่งนี้

“อื้ม...”

เราหอบครางเมื่อจูบกันแบบไม่พักจนหายใจไม่ทัน พี่วินผละออกไปพูด

“เจน มีโรงแรมแถวนี้ ไปไหม”

“อืม อืม... ไป”

พี่วินกับผมออกไปเรียกแท็กซี่กันหน้าร้าน รู้ตัวอีกทีผมก็ถูกพาเข้ามาในห้องโรงแรมกลางเก่ากลางใหม่แห่งหนึ่ง ผมเอาแต่หัวเราะเพราะจั๊กจี้ตอนพี่วินซุกไซ้เข้ามาที่ลำคอ เขาไม่ได้โกนหนวดมานานแค่ไหนแล้วนะ สี่วัน หรือหนึ่งอาทิตย์ล่ะมั้ง...

ไม่มีใครบังคับผมทั้งนั้น ผมเต็มใจทุกอย่าง

หน้าตาผมมันโง่ดีงั้นเหรอ

หึ...

เอาล่ะ ผมจะได้ชนะเจน แพทริค สักที

 

 

 

 

--------------------

ฮวังซอล

ยัยน้องเจนนนน ประชดพี่เขาแบบนี้ทำไมลูก!

เชื่อว่าบทนี้คนจะต้องสาปเจนเล็กเยอะแน่ๆ เลย ยังไงอย่าเพิ่งทิ้งเรื่องไปนะคะ!

ปล. ซอลไม่นิยมข่มขืนค่ะ ._. บทนี้ก็แต่งไว้นานแล้ว เห็นจากบทที่แล้วมีคนกังวลเยอะเลย

สำหรับตอนนี้ 25,457 ตัวอักษร อัพให้อ่านกันจุใจ

ยังไงขอคอมเม้นกับสกรีมแท็กที่ #อย่าขอพี่เจน เป็นกำลังใจให้ซอลหน่อยนะคะ และซอลขอขอบคุณสำหรับคนที่แนะนำนิยายของซอลลงในแท็กต่างๆ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ

สามารถให้ gift หรือโดเนทให้นักเขียนได้นะคะ twitter: @seolstuff_

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 636 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,788 ความคิดเห็น

  1. #3761 Sariei_va (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 00:35
    ไม่ชอบนิสัยเจนตอนนี้เลย ดูอยากเอาชนะไปซะหมดไม่ยอมรับความหวังดีใดๆ แต่ก็นะโดนทำให้เจ็บมาครั้งนึงเเล้วคงกลัว แต่ไม่ชอบนิสัยตอนนี้ของเจนนน
    #3,761
    0
  2. #3616 imk9o (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 17:25
    ลึกๆแอบสงสารพี่เจนอ่ะ แต่เอาดีๆก้ไม่รุ้อีกว่าพี่เค้าจะดีหรือจะร้าย
    #3,616
    0
  3. #3517 RainyPula (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 18:31
    ทำไมพี่เจนทำเหมือนชอบน้องเลย กำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่
    #3,517
    0
  4. #3464 Mickeyfairy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 04:14
    สงสารพี่เจนใหญ่อะ แง
    #3,464
    0
  5. #3461 vwisa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 14:17
    จังหวะนี้คือคุณจะได้ตัวชั้นไปแต่ไม่มีวันได้ใจชั้นไปหรอกค่ะ แต่น้องทำอย่างงี้ไม่ดีเลย บางทีเราก็สงสัยพี่เจนว่าทำไมยังอยากได้น้องเป็นแฟนอยู่ทั้งที่น้องไม่เหมือนเดิมแล้ว
    #3,461
    0
  6. #3399 monster_evil (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:42
    เอาละดิชั้นเริ่มเกลียดอีเจนแล้วนะ ทำตัวไม่ดีกับเจนใหญ่เลย ตัวเองได้เงินแล้ว แต่กลับไม่ทำตามข้อตกลงของเจนใหญ่ซะงั้น ผัวดีลีลาเด็ดไม่ชอบหรือไงกัน รวยด้วย เสียของอีเจน!!!
    #3,399
    0
  7. #3372 brrrrrrrra (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 01:33
    อันนี้เจนเล็กทำไม่ถูก ตัวเองไปตกลงเองแถมไปขอเงินเค้าเอง ยอมรับเงื่อนไขเองแท้ๆกลับหาว่าเค้าบังคับไม่ยอมรับเงื่อนไข เงินเป็นล้านอะ ทำไมเจนเล็กทำตัวแบบนี้มีสิทธิ์หงุดหงิดใส่ด้วยหรอสุดท้ายนายเอกก็ไมไ่ด้นิสัยดีกว่าใครเลยอะ งงที่เจนใหญ่ทำไมยังไม่ปล่อย
    #3,372
    4
    • #3372-3 Atom Indy(จากตอนที่ 27)
      21 มิถุนายน 2563 / 09:46
      คอมเม้นนี้โดนใจเรามากเลยแงงงงง
      #3372-3
    • #3372-4 NTPCNNWS(จากตอนที่ 27)
      21 มิถุนายน 2563 / 12:46
      คิดเหมือนกันกันเลยยย
      #3372-4
  8. #3357 supansa1234567 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:24
    มาเอาน้องไปปปป
    #3,357
    0
  9. #3354 Spychyy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:11
    ฉันรู้ว่าเธอกดดันเจน แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆ โอ่ย แก ฉันก็สงสัยทีมพี่เจนแหละ เฮ้อๆๆๆๆ
    #3,354
    0
  10. #3346 lovedyo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:02
    ไม่ชอบเจนเล็กเลยตอนนี้
    #3,346
    1
    • #3346-1 Spychyy(จากตอนที่ 27)
      21 มิถุนายน 2563 / 00:08
      บวกๆๆๆๆๆๆ
      #3346-1
  11. #3307 ohaimaim0420 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 20:21
    พี่เจนใหญ่ ;_____;
    #3,307
    0
  12. #3306 ZearunZus. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 01:53
    โอ้ยสงสารพี่เจน;---; แกใจร้ายจังน้องเจน
    #3,306
    1
  13. #3305 gamnunnapat (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 00:13
    คือเริ่มรู้สึกอยากให้พี่เจนเจอคนที่ดีอ่ะ นายไม่ควรทนกับคนที่ทำร้ายนายขนาดนี้เลยเว้ย
    #3,305
    0
  14. #3304 mtbb_th (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 23:15
    แลงมากกก
    #3,304
    0
  15. #3302 ploychii (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:50
    แกคือเราร้องไห้ เรารสงสารพี่เจน พี่เจนไม่ได้ผิดเลย สิ่งที่พี่เจนให้เจนทำหรือทำให้มันดีกับตัวเจนเองทั้งนั้น ทำไมเจนถึงไม่คิดบ้าง ถ้าต่อไปนี้พี่เจนจะใจร้ายเราไม่ว่าเลย เราอยู่ทีมเจนใหญ่
    #3,302
    0
  16. #3301 ASPA_JJJJ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:02
    ทำไมรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ตอนอ่านเลยอะ รู้สึกสงสารเจนใหญ่อะ มันปวดหนึบๆที่หัวใจ เจนเล็กแม่ปวดหนึบที่หัวใจไปหมดแล้ว ตาใหญ่จะต้องมูหูมากแน่ๆ แง
    #3,301
    0
  17. #3299 Key13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 02:37
    แงงงง สงสารพี่เจนเลย เอาจริงๆก็ไม่ใช่ความผิดพี่เจนนะ อย่างที่พี่เจนบอกเจนมีทางเลือกแต่ไม่เลือก
    #3,299
    0
  18. #3298 aphinya2 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 00:04

    ออยากร้องไห้เลยอ่ะ สงสารเจนใหญ่จริงๆ

    #3,298
    0
  19. #3297 kkk1008 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 23:45
    แอบสงสารเจนใหญ่ แต่ก็แบบว่า ก็นะนั้นแหละ
    #3,297
    0
  20. #3296 parkhyun6104 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 15:53
    สงสารเจนใหญ่แล้วนะตอนนี้ ยอมน้องทุกอย่างเลย ยัยเจนเล็กไม่น่าเลยน้าเหวี่ยงพี่เค้าตลอดทั้งๆที่เทอเป็นคนไปขอความช่วยเหลือเอง
    #3,296
    0
  21. #3295 Annelyyy44 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 15:44
    แอบแซ่บของจริง55
    #3,295
    0
  22. #3293 Phoomesri567 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 12:25
    พี่เจนเหมือนผัว ที่กำลังโดนเมียทิ้งเลยอ่ะ สงสารเเต่ก็เเอบขำนะ5555555 ยัยเจนคือเหวี่ยงสุดไรสุด ไม่น่ารักเลยน้าา
    #3,293
    0
  23. #3291 _eeyyee_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 10:53
    ไม่ชอบเจนเล็กตอนเหวี่ยงๆเลยอะ ทั้งที่ตัวเองเดือดร้อนก็ขอให้เค้าช่วยถึงมันจะจำเป็นแต่ก็ขอปะ สุดท้ายก็เหมือนคนอื่นๆที่มาขอความช่วยเหลือ นึกแต่ตัวเองไม่นึกถึงตอนมีปัญหาให้พี่เจนใหญ่โสดไปเถอะค่ะะ
    #3,291
    0
  24. #3290 monster_nr (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 00:05
    สงสารพี่เจนนนนนนน แต่แอบหมั่นยัยน้อง หล่อนเป็นหนี่เค้าล้านสองนะคะลูก
    พี่เจนก็ดูรัดน้องมาก
    ชั้นสงสารเจนแพทริค ฮืออออ
    #3,290
    0
  25. #3289 tarun_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 23:53
    พี่เจนอะชัดเจนมสตลอดอยู่แล้ว แต่พี่แสดงมันออกมาผิดวิธี น้องมันกลัว
    #3,289
    0
  26. #3206 parkbaiyeol (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:58
    แต่ตั้งแต่เรื่องเจตติดพนันมันก็น่าคิดนะว่าใช่รึเปล่าใช่แผนของเธอรึเปล่า รอค่ะ อยากอ่านต่อมากพิเจ๊นน
    #3,206
    1
    • #3206-1 XIIXZ(จากตอนที่ 27)
      19 มิถุนายน 2563 / 23:34
      เเงงง เเอบคิดเหมือนกันค่ะ
      #3206-1