Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 22 : 20 | Favor monster : End Act 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,330 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

Chapter 20

Favor monster

 

Tommy clears throat, “Did Arthur explain?”

He said it's God's will.” Charlie stands up, facing his father “But you're not God!”

Charlie runs away after shouting. Tommie turns his head to the other side

No, I'm not God.”

Tommy speaks to himself while picking up a cigarette

Not yet.”

 

- Peaky Blinders, Season 5, Episode 1 “Black Tuesday”

 

 

ผมแทบจะกราบขอโทษพี่เฟิร์สในวันรุ่งขึ้น พี่เฟิร์สที่อารมณ์เย็นลงมากแล้วยอมปล่อยผ่าน บอกผมว่าถ้ามีเพื่อนผมคนไหนมาก่อเรื่องก่อราวแบบนี้อีก เขาจะไม่ให้อภัยและแจ้งสาขาแม่แน่ๆ

“ผมสัญญา .. จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบเมื่อวานอีกแล้วครับ"

“เออ พี่ก็รู้หรอกนะว่าไม่ใช่ความผิดเจน แต่ถึงยังไงก็เป็นเพื่อนเจน เจนก็ต้องรับผิดชอบตรงนี้"

“ครับ แล้วเรื่องค่าเสียหาย...”

“เขาจ่ายมาหมดแล้วนี่"

“ครับ?” ผมเงยหน้าถามเสียงสูงอย่างประหลาดใจ เมื่อคืนพี่วินยังบอกให้ผมไปคุยเรื่องค่าเสียหายอยู่แล้ว เขาบอกว่าเขาจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง แล้วมาจ่ายตั้งแต่ตอนไหน

“เพื่อนเราอีกคน ผู้ชายสูงๆ ตาโตๆ นั่นน่ะ เขาจ่ายให้พี่หมดแล้ว ยังไงถ้าคนที่ตามเจนไปอยากจะหารค่าใช้จ่ายก็ไปติดต่อนอกรอบกันเอง"

“...ครับ"

“จริงๆ เขาเป็นคนที่ถูกหาเรื่องไม่ใช่เหรอ แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ"

ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ กับคำพูดของผู้จัดการร้าน

“พี่ไม่รู้แล้ว ไปเคลียร์กันเองแล้วกัน เจนมาเช็กสต็อกเค้กได้เลย"

“ครับพี่เฟิร์ส"

ผมเข้าไปเช็กสต็อกเค้ก ในหัวคิดว่าพี่วินจะโมโหแค่ไหนที่โดนพี่เจนข้ามหน้าข้ามตาแบบนี้ ความรวยยิ่งเป็นปมของพี่วินอยู่

ช่วงเที่ยงลูกค้าจะเยอะ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศแถวนี้ที่ได้พักกลางวันเลยมาหากาแฟหรือชาดื่ม จนพอบ่ายโมงกว่าๆ คนก็บางตาลง ผมได้นั่งพักไม่ทันไรโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

“ฮัลโหล"

[พี่กลัวว่าถ้ารอเจนเลือกท็อปปิค มันจะช้าไปมากกว่านี้ พี่เลยเลือกให้เรียบร้อยแล้ว ส่งเอาท์ไลน์ไปในเมลเมื่อกี้ ลองดูนะ]

“อืมๆ เดี๋ยวเจนดู" จนกว่าจะจบงานนี้ ไม่สิ เทอมนี้ ผมคงไม่มีทางตัดขาดจากเจน แพทริคได้ ในเมื่อเราเรียนด้วยกันตั้งสองวิชา ต่อให้จะเลี่ยงแค่ไหนก็ดูเหมือนจะต้องมีเหตุให้ใกล้ชิดกันอยู่ดี ผมควรจะปลงและทำใจ มองเขาเป็นรุ่นพี่คนนึงให้ได้ มันจะสบายกับตัวผมเอง ในเมื่อรักครั้งใหม่ผมเองก็มีแล้ว ขอแค่พี่เจนอย่ามารุ่มร่ามกับผมอีกก็พอ ผมก็จะระวังตัวเอง

[พี่กำลังจะเข้าไปหา จะเอางานไปทำด้วย]

“อะไร จะเข้ามาอีกเหรอ เมื่อวานเพิ่งมีเรื่องมีราวไปเองนะ"

[พี่ไม่ได้เป็นคนที่หาเรื่องใครนี่ แล้วพี่ก็คุยกับคุณเฟิร์สแล้ว เขาไม่ได้ว่าอะไรเลยสักคำ]

ผมถอนใจ "เออ เรื่องของพี่เหอะ"

[เจนมานั่งทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พี่รู้ว่าเจนต้องเข้ากะงาน แต่ได้ทำใกล้ๆ กันมันก็ดี เวลามีอะไรอยากให้ดูจะได้เรียกให้เดินมาดูได้]

"อือๆ" เหตุผลของเขามันก็จริงอยู่ "เอาเป็นว่าพี่ทำไปก่อน เดี๋ยวเจนจะทำพวกสรุปอะไรให้เอง"

[ก็ตามนั้น]

แล้วเราก็วางสายกันไป ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่เจนก็มาปรากฏตัวที่ร้าน ผมสังเกตเห็นว่าพี่เฟิร์สทักทายเขาเป็นอย่างดี ให้ตาย แค่คืนเดียวพี่เจนตีสนิทพี่เฟิร์สไปได้ถึงไหนกันน่ะ ผมเกิดความรู้สึกระแวงขึ้นมาอีกครั้ง อะไรบางอย่างมันบอกผมว่าพี่เฟิร์สติดค้างพี่เจน…

He is a favor monster.

And that's never changed.

พี่เจนนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง ผมมองเขาพิมพ์งานรัวเร็วบนคีย์บอร์ด ไม่อาจไปนั่งทำได้เหมือนเมื่อวานเพราะวันนี้มีลูกค้าเข้ามาตลอด อีกอย่างผมก็ไม่ควรเอาเรื่องเรียนซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวมาเบียดบังเวลางานพาร์ทไทม์ มันเป็นเรื่องที่ผมควรจะรู้สำนึกได้เอง

ก๊อกๆ

ผมสะดุ้งเมื่อมีคนมาเคาะที่เคาท์เตอร์ขณะที่กำลังยืนใจลอย หันไปมองหน้าก็พบว่าเป็นพี่เจนนั่นเอง เขาสวมแว่นสายตาอีกแล้ว เอ่ยเสียงเรียบ

“จะไปเข้าห้องน้ำ เฝ้าของให้พี่หน่อย"

“อ่อๆ"

ผมพยักหน้า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ลูกค้าจะฝากของให้พนักงานช่วยดูแลระหว่างที่ตัวเองไปเข้าห้องน้ำหรือทำธุระอะไรประเดี๋ยวประด๋าว ผมคอยเฝ้าจับตามันจากเคาท์เตอร์นี่แหละ แต่พอผ่านไปเป็นสิบนาทีก็รู้สึกว่าพี่เจนชักจะไปนานไปหน่อยแล้ว สงสัยจะไปสูบบุหรี่แน่ๆ ผมว่าผมไปเอาแม็กบุ๊กเขามาเก็บที่เคาท์เตอร์ก่อนดีกว่า เดี๋ยวใครหยิบฉวยขโมยไปจะซวย (ซึ่งผมก็จะซวยไปด้วย เพราะงานคู่เราอยู่ในคอมพ์เขา)

ผมเดินไปที่โต๊ะตัวที่เขานั่ง พับฝาแม็กบุ๊กเขาลงแล้วก็หยิบสมุดเขามาด้วย พอหยิบมันขึ้นมาเศษกระดาษแผ่นน้อยก็ร่วงลงจากหน้ากลางของสมุดโน้ตลงไปบนพื้น ผมก้มลงไปเก็บเพราะคิดว่ามันอาจเป็นของสำคัญ

นี่มันกระดาษที่อาจารย์ซาแมนธาฉีกให้ตอนเราจับสลากนี่

Boom

ผมมองชื่อบนนั้นแล้วก็รู้สึกตกใจ ผมคิดถึงวันที่พี่ปุ้ยจับสลากได้ชื่อของผม กระดาษน้อยแผ่นนั้นเขียนว่า Little Jane จนสุดท้ายเธอต้องไปคู่กับพี่บูมที่เหลือเป็นคนสุดท้ายในห้อง วันนั้น… อาจารย์ซาแมนธาคิดว่าตัวเองเบลอเลยเผลอเขียนชื่อผมซ้ำสองครั้ง

แต่เปล่า… ที่แท้มันเป็นอย่างนี้ต่างหาก มันเป็นเพราะพี่เจนไม่ได้จับได้ชื่อผมแต่ต้น

...ไอ้คนเจ้าเล่ห์

ผมใจเต้นรัวขณะที่ยังจ้องเศษกระดาษในมือเหมือนมันเป็นวัตถุประหลาดจากนอกโลก ก่อนมันจะถูกหยิบฉวยออกไปจากมือ ผมหันขวับ

คนที่มาหยิบมันออกไปจากมือผมไม่เอ่ยอะไรถึงเรื่องนี้เลย เขายิ้มน้อยๆ ให้ผม

“ขอบใจที่เฝ้าของให้”

“...”

เขาไม่สะทกสะท้านเลยที่ผมรู้ความจริง

“ลูกค้าออเต็มเคาท์เตอร์แล้วนะ”

เสียงนั้นทำให้ผมต้องหันกลับไปมองที่เคาท์เตอร์ ก็เห็นมีลูกค้าสามคนคอยที่จะออเดอร์อยู่ เพราะไม่อยากทำให้พี่เฟิร์สโมโหได้ผมเลยรีบหันขวับ

ร่างสูงแย้มรอยยิ้มทั้งที่ตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์

แล้วผมต้องทำยังไงถึงจะไล่เขาออกไปจากชีวิตได้

ใครก็ได้ บอกผมที

เขาร้ายขนาดนี้ ผมจะหนียังไงพ้น…

 

 

ในเมื่อไล่ไม่ได้ผมก็หนี ก็ผมทำไปหมดทุกทางแล้วนี่ ทั้งพูดตรงๆ และอะไรต่อมิอะไร ฉะนั้นจะทำอะไรวู่วามอีกก็ปวดหัว งานคู่ก็ยังไม่เสร็จแม้ผมจะพยายามปั่นมันมากแค่ไหน ผมเลยตัดสินใจเลือกที่จะโต้ตอบกับเขาทางไลน์อย่างเดียว ส่วนงานก็ทำผ่าน google docs นั่นแหละ เวลาเข้ามาที่ร้านผมก็หลบไปหลังร้าน บางทีก็สลับกะกับเพื่อนคนอื่นเลย ก็คือเลี่ยงซึ่งหน้าให้เขารู้สึกตัวนั่นแหละ แต่พี่เจนก็คือพี่เจน เขาไม่สะทกสะท้าน แถมดูเหมือน .. ออกจะขำด้วยซ้ำกับการกระทำของผม ราวกับว่ามันมอบความบันเทิงให้กับชีวิตเขา

โรคจิตชัดๆ

แต่วันนี้แหละ ผมรู้ว่าพี่เจนจะไม่โผล่มา เพราะผมรู้มาว่าเขาถูกแม่เรียกตัวไปหา (ผมเต้นลีลาศคู่กับเขา อย่าลืมสิ) ดังนั้นผมเลยมาทำงานพิเศษได้อย่างสบายใจ พวกเพื่อนๆ ของผมก็มานั่งแช่อยู่ตั้งนานเพิ่งจะแยกย้ายกันกลับไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง โดยเฉพาะไอ้แก๊ปที่กวนตีนมาก มันเรียกผมน้องครับๆ ไม่หยุด ส่วนเพื่อนอีกสามคนก็โห่ฮาหัวเราะชอบใจ ผมหมั่นไส้จนแทบจะบี้บราวนี่ใส่หน้ามัน

“เจน ว่างอยู่รึเปล่า เอาขยะไปทิ้งให้หน่อยได้ไหม”

“ได้ครับพี่เฟิร์ส”

ผมขานตอบผู้จัดการร้าน ก่อนจะหอบหิ้วถุงขยะใบใหญ่สองใบออกไปนอกร้านอย่างไม่กลัวสกปรก ตอนนี้ก็เพิ่งจะทุ่มนิดๆ วันนี้ผมออกกะสี่ทุ่ม (ร้านกาแฟนี้เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง มีผู้จัดการร้านสองคน) ผมปาดเหงื่อหลังจากทำงานส่วนตรงนี้เสร็จ ก่อนหางตาจะเหลือบไปเห็นอะไรแว่บๆ

นักเรียนชายคนหนึ่งที่ชายเสื้อหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกงกำลังเดินสะเปะสปะเหมือนมึนงง ผมจำร่างนั้นได้ทันทีแม้ว่าเห็นไกลเพียงไร

“เจต!”

ผมตะโกนลั่น ร่างนั้นสะดุ้ง มันหันหน้ามาเร็วๆ แล้วก็ทำท่าเหมือนจะหนีผมเอาให้ได้ ผมรู้สึกผิดสังเกตจนรีบออกวิ่งเต็มฝีเท้าเข้าไปประชิดตัวมัน ตะโกนดักทางแต่ไกล

“เจต อย่าหนีเฮียนะ!”

ได้ผล เจตหยุดชะงักท่าทีที่หวังจะหนีทันที แล้วในที่สุดผมก็ถึงตัวน้องชาย เจตดูมีท่าทีเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด มันพยายามหลบใบหน้าไปอีกทาง ผมต่อยแขนมันดังพลั่ก เอ็ดเสียงเขียว

“อะไร ทำไมเจตมาอยู่แถวนี้ มีเรียนพิเศษไม่ใช่เหรอ นี่โดดเรียนใช่ไหม?”

“...อือ”

“เฮ้ย ยังจะกล้ายอมรับอีก กลับไปเรียนเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นเฮียจะบอกป๊ากับแม่”

“อืมๆ...”

“เจต หันหน้าไปไหนน่ะ หันหน้ามามองเฮียสิ”

“เดี๋ยวเจตกลับไปเรียนก่อนนะ ค่อยคุยกันที่บ้าน”

“เอ๊ะ เจต จะไปไหน เจต!!

ผมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อกระชากตัวเจตให้หันมาได้ ใบหน้าของน้องชายบวมปูด ตาขวาแตก มุมปากมีเลือดซึม ดวงตาที่เคยสุกใสมีเส้นเลือดแตกในตาให้เห็นชัด หัวซีกหนึ่งโนขึ้นมา และทำท่าจะยิ่งซ้ำร้ายกว่านี้

“เจต นี่มันอะไรกัน ใครทำเจต! มีเรื่องกับใคร!”

ผมร้องเสียงหลง ตกใจจนรู้สึกว่าเย็นไปทั้งเนื้อทั้งตัว

เจตไม่ตอบ แต่น้ำตาไหลลงมาราวกับสุดจะกลั้น

“ใคร! ใครที่มันทำอย่างนี้กับเจต มีเรื่องอะไรบอกเฮียมาเดี๋ยวนี้ เอาเบอร์อาจารย์ที่ปรึกษามา เฮียจะโทรหาเดี๋ยวนี้เลย!”

“เฮียเจน…”

“เจต เล่ามาเดี๋ยวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น เล่ามาให้หมด!”

เจตร้องไห้หนักกว่าเก่า ผมใจเสียจนไม่รู้จะเสียยังไงได้ ผมพยายามควานหาสติท่ามกลางเหตุการณ์นี้ ผมต้องพาเจตไปโรงพยาบาล แล้วก็ต้องพาไปแจ้งความ นี่มันเกินไปแล้ว

“เจต เจตยังไม่เล่าตอนนี้ก็ได้ ค่อยไปเล่าตอนแจ้งความทีเดียวไปเลย”

“ไม่ เฮียเจน เจตไปโรงพักไม่ได้ เจตเจอตำรวจไม่ได้”

“ทำไมล่ะ เจตโดนขนาดนี้ ต่อให้จะทะเลาะวิวาทยังไงแต่นี่มันเกินกว่าเหตุไปแล้ว ยังไงก็ต้องแจ้งตำรวจ!”

“เฮียเจน… เจตไปไม่ได้...”

“...ทำไม”

“เจต .. เจตติดหนี้พนัน”

ผมรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงบนหัวหลังจากเสียงแผ่วพร่าหลุดออกมาจากปากน้อง เจตละล่ำละลักเอ่ยต่อทั้งน้ำตา

“เจตไปเจอเว็บไซต์นี้โดยบังเอิญ ตอนแรกก็แค่ลองเล่นพนันบอลขำๆ กะว่าแค่ลองดูเฉยๆ แต่พอได้เงินโอนเข้าบัญชีมาเจตตื่นเต้นมาก ไม่คิดเลยว่ามันจะง่ายขนาดนี้ เจตเลยลองไปเล่นอย่างอื่น แล้วเจตลงเงินเล่นไปแค่ไหนก็มีแต่ได้คืน ได้มาเป็นหมื่นๆ เลยเฮียเจน เจตรู้สึกจริงๆ ว่าเจตมีดวงทางนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เจตเสียไปเยอะมาก เสียทุกวัน ไม่เคยได้อีกเลย แต่เจตอยากจะได้คืนจริงๆ เลยไม่ยอมถอนตัว จนเงินเจตหมด เจตไม่กล้าขโมยเงินป๊ากับแม่ แต่ไม่รู้จะทำยังไง เจตเลยตัดสินใจไปกู้เงินนอกระบบ”

ผมใจเต้นแรงกับสิ่งที่ได้ฟัง

“มันมาซ้อมเจต เพราะเจตไม่มีตังค์จ่ายดอก… มันบอกว่าถ้าเจตไม่จ่ายดอกมันในสามวันนี้ แล้วไม่ทยอยคืนเงินต้นมา มันจะฆ่าเจต...”

ผมพยายามควบคุมสติ ปัญหามันต้องมีทางออกสิ ผมเองก็มีเงินเก็บอยู่ที่เก็บมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไหนจะเงินจากค่าทำงานพิเศษนี่อีก ผมออกให้เจตก่อนก็ได้ ผมไม่ไปญี่ปุ่นก็ได้ มันไม่สำคัญเท่าชีวิตน้องชายผมหรอก พวกทวงหนี้นอกระบบโหดร้ายแค่ไหนใครก็รู้

“ไม่เป็นไรเจต เจตยืมเงินเฮียก่อนก็ได้ วันไหนเจตทำงานมีเงินแล้วก็ค่อยมาคืนเฮีย แต่เจตต้องรับปาก ว่าเจตจะเลิกเล่นพนันโดยเด็ดขาด แล้วเฮียจะเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกป๊ากับแม่”

ผมคิดถึงสิ่งที่ป๊ากับแม่บอกผมเมื่อวันก่อน ไม่ได้ ผมจะให้พวกท่านรู้เรื่องเจตไม่ได้ พ่อแม่เพิ่งจะดีใจที่ไถ่บ้านออกมาจากธนาคารได้สำเร็จ ดีใจที่บ้านเรามีเงินเก็บไว้ใช้ในยามเดือดร้อน และผมจะไม่ยอมให้มันต้องมาละลายหายไปกับเรื่องนี้

เจตร้องไห้หนักขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะซึ้งหรือเพราะอะไร แต่ก็น่าตกใจ

“เจตเป็นอะไร เฮียก็บอกแล้วไงว่าจะให้เงินเจต เฮียมีอยู่สี่หมื่น เจตเอาไปให้หมดเลย”

“เฮียเจน .. มันไม่พอ...”

“อะไรกัน สี่หมื่นยังไม่พออีกเหรอ นี่เจตติดหนี้เท่าไหร่”

เจตร้องไห้หนักจนเหมือนจะเป็นลมเอาให้ได้ ผมเม้มปาก มองหน้าน้องชายนิ่งไม่ไวติง ก่อนเจตจะเอ่ยปากบอกเสียงกระซิก

“ล้านสอง”

“...”

“เจตเป็นหนี้อยู่ล้านสอง...”

ผมไม่เคยรู้เลยว่าล้มทั้งยืนมันเป็นยังไง

จนกระทั่งบัดนี้

ผมนั่งนิ่งอยู่บนพื้น ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองจะกรีดร้องเสียงที่เหมือนหมูโดนเชือดอย่างนั้นออกมาจากคอได้ เจตยังคงเอาแต่ยืนร้องไห้บ้าคลั่ง หมดกันแล้ว… หมดทุกอย่าง… ครอบครัวเราไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

“เฮียเจน เจตขอโทษ เจตขอโทษ...”

หูผมเหมือนได้ยินเสียงเจตลอยมาจากที่ไกลๆ แต่ไม่มีสติที่จะรับรู้อะไรอีกแล้ว

 

 

ผมพาเจตไปทำแผลที่โรงพยาบาล รวมถึงเอกซเรย์สแกนสมอง แล้วพากลับมาบ้านตอนดึกเพื่อไม่ให้ป๊ากับแม่สงสัย เราสองพี่น้องแทบไม่พูดอะไรกันเลยตลอดคืน

ล้านสอง… ผมจะไปเสกมาจากไหนให้น้องชายได้ ต่อให้ผมขายทุกสิ่งทุกอย่างที่มีจนเหลือแต่เนื้อตัวล่อนจ้อน ผมก็ไม่มีวันที่จะหาเงินล้านสองนั้นมาได้ในเร็ววันนี้แน่ ถ้าบอกพ่อแม่… พวกท่านจะต้องผิดหวังในตัวเจต ผมไม่อาจทนมองใบหน้าเสียอกเสียใจของบุพการีได้ พวกท่านต้องเอาเงินทั้งหมดไปใช้หนี้ดอกเบี้ยให้น้อง เอาบ้านเข้าจำนองกับธนาคารอีกครั้งทั้งที่เพิ่งเอาออกมาได้ แล้วต้องตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินกันใหม่หมดเพื่อนำไปใช้หนี้เงินต้น เท่ากับว่าชีวิตนี้พ่อแม่ผมจะไม่ได้สบายจนตาย

“แม่ วันนี้เจตมันไม่ไปเรียนนะ มันตัวรุมๆ ตั้งแต่เมื่อวาน เจนพาไปหาหมอแล้ว หมอเขาว่าเป็นไข้หวัด ให้น้องนอนพักสักวันแล้วกัน”

“อ้าวเหรอ โอเค”

ป๊ากับแม่ไม่ติดใจสงสัยอะไร แล้วผมก็กับเจตก็ออกจากบ้านตอนสิบโมงเช้าที่ไม่มีใครอยู่บ้านแล้ว เพื่อไปถอนเงินเก็บทั้งหมดของผมที่ธนาคารออกมา ผมต้องยอมโดดเรียนหนึ่งวันเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรอีกต่อไป

“เจตเอาไปจ่ายดอกเบี้ยก่อน บอกมันว่าเงินต้นเราจะพยายามหามาคืน”

ผมพูดทั้งที่หวานอมขมกลืน เงินจากน้ำพักน้ำแรงทั้งหมดของผมต้องหมดไปโดยที่ไม่มีหวังเลยที่จะได้คืนมาในชีวิตนี้

เจตพนมมือไหว้ผม มีน้ำตาคลอ นี่แหละตราบาปที่เจตต้องชดใช้ เมื่อผีพนันสิงชีวิตคนก็ไม่มีอะไรเหลือ ไม่เพียงแต่เดือดร้อนตัวเอง ยังเดือดร้อนมาถึงญาติพี่น้องครอบครัว

“เฮียเจนจะบอกป๊ากับแม่เมื่อไหร่”

“ไม่รู้...”

ผมพูดได้แค่นั้น ซึ่งเจตก็ไม่เซ้าซี้ถามอะไรอีกเพราะเข้าใจในสิ่งที่ผมสื่อดี ไม่ควรเลยที่คนดีๆ อย่างพ่อแม่ผมต้องมากลุ้มใจในเรื่องอย่างนี้ แต่ปัญหามันก็ใหญ่เหลือเกิน…

ผ่านไปสองสัปดาห์ที่ทุกอย่างดูเหมือนจะสงบ หากในที่สุดป๊ากับแม่ก็รู้เรื่องใบหน้าที่ถูกทำร้ายของเจต ซึ่งเจตก็ได้ตอบไปว่ามีเรื่องชกต่อยกับเพื่อน ป๊าจึงเทศนาน้องชายผมไปชุดใหญ่ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก ทุกคนดำเนินชีวิตไปเหมือนปกติในทุกวัน มีแต่ผมกำลังเจตที่รู้ว่าคลื่นใต้น้ำไม่เคยจางหายไป หลายคืนที่ผมกับเจตทะเลาะด่าทอกันเพราะความตึงเครียด ผมโทษมันที่ทำให้บ้านเรากำลังจะล่มจม แต่สุดท้ายก็สงบลงไปเองเพราะรู้ว่าการต่อว่าเจตจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว และตอนนี้ก็มีแต่ผมที่ช่วยน้องชายได้ ผมเครียดจนเหมือนจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่อีกหนึ่งเดือนผมก็สอบไฟนอลแล้ว แต่ผมไม่มีอารมณ์คิดเรื่องสอบเลย

[เราไม่เจอกันนานแล้วนะน้องเจน]

“เจนขอโทษครับพี่วิน แต่ช่วงนี้เจนมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจ ไม่อยากเจอใคร…”

[มีอะไรน้องเจนก็ปรึกษาพี่ได้นี่ หรือความจริงแค่ไม่อยากคุยกับพี่มากกว่า]

“ไม่ใช่อย่างนั้น...” ผมอ่อนใจเกินกว่าจะโต้ตอบคารมกับพี่วิน จึงปล่อยให้เขาตัดพ้ออย่างน้อยอกน้อยใจอยู่ฝ่ายเดียวเป็นสิบๆ นาที ผมก้มหน้าจ้องเชือกรองเท้าของตัวเองที่หลุดออกมาทั้งสองข้าง แถมผมยังเผลอเหยียบไปเหยียบมาจนมันดำปี๋

[น้องเจน ยังอยู่รึเปล่า]

“ครับ ฟังอยู่” ผมถอดรองเท้าทั้งสองข้างออกอย่างหงุดหงิดเมื่อรำคาญสายผูกแล้วผมไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง ใส่ไม่ดีก็ไม่ต้องใส่แม่ง

[น้องเจน อย่าทำเล่นๆ กับใจพี่เลย พี่ขอล่ะ]

“พี่วิน แค่นี้ก่อนนะครับ เจตโทรมา เดี๋ยวเจนจะโทรกลับ”

ผมกดสลับสายทันทีที่เห็นว่าเจตโทรมา ไม่สนเสียงเอะอะไม่พอใจของพี่วิน

“ว่ายังไงเจต มีอะไร” ผมถามรัวเร็ว

[เฮียเจน พวกมันมาทวงเงินที่หน้าโรงเรียนสอนพิเศษอีกแล้ว เจตกลัว… ทำยังไงดีพี่เจน]

“เจต หลบอยู่ในสถาบันนั่นแหละ อย่าออกมาเชียวนะ” ผมใจหายเมื่อได้ยินเสียงสั่นๆ ของน้องชาย

[เฮียเจนพอจะมีเงินเหลือบ้างไหม แค่สักหมื่นก็ได้ เอาไปอุดดอกเบี้ยพลางๆ ก่อน เจตไม่มีเลยจริงๆ]

ผมยกมือซ้ายขึ้นกุมศีรษะ ผมเองก็ไม่มี ไม่มีเลยสักแดงเดียว ผมรู้ว่าการจ่ายดอกเบี้ยแบบนี้มันเป็นแค่การเอาตัวรอดไปในแต่ละวัน จะไม่ทำให้เจตเป็นอิสระแต่อย่างใด แต่ผมก็ต้องทำอย่างนั้น ผมจะไปหาเงินต้นทีเดียวทั้งก้อนมาจากไหน

“เจต เจตหลบอยู่ในตึกนั่นแหละ รอจนกว่ามันจะไปแล้วเจตค่อยกลับบ้าน ห้ามออกมาเด็ดขาดนะ เข้าใจไหม เราไม่รู้ว่ามันพกอาวุธรึเปล่า”

[เฮียเจน ตึกจะปิดแล้วนะ มันจะสี่ทุ่มแล้ว เจตหลบตั้งแต่ทุ่มนึง เจตกลัวยามมาไล่ให้ออกจากตึกแล้วเจตจะทำยังไง]

“โธ่เว้ย ใช้สมองคิดเองสิวะว่าถ้าออกมาก็มีแต่ตายกับตาย! ก็ต้องหาทางหลบอยู่ก่อนให้ได้ เจตจะต้องถามเฮียทุกเรื่องเลยเหรอ จะต้องให้คิดให้ทุกอย่างเลยใช่ไหม แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมก่อนแกจะไปเล่นพนันทำไมแกไม่เห็นมาถาม! โง่ ไอ้โง่เอ๊ย! แล้วเฮียก็ไม่มีเงินให้เจตแล้วด้วย เฮียให้เจตหมดแล้ว ขอเวลาคิดก่อนได้ไหมว่าจะต้องทำยังไง หลบอยู่ในนั้นไปก่อนนั่นแหละ!”

ผมกดตัดสายทันทีที่ตะโกนจบ ยกสองมือขึ้นกุมศีรษะขณะที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ตู้แช่แข็ง

...ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ป๊ากับแม่ต้องรู้เข้าสักวันแน่

เงิน… เงินล้านสองยังไม่รวมดอกเบี้ยที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ จะไปหามาจากไหนได้

“เจน! อะไรกันทำไมยังไม่ทำออเดอร์อีก ลูกค้ามาโวยวายพี่ว่ารออยู่ครึ่งชั่วโมงแล้วนะ”

ผมกระเด้งตัวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงพี่เฟิร์ส หันไปก็พบกับใบหน้าโกรธจัดของพี่เขา ผมรีบตอบมือไม้สั่น

“จะทำเดี๋ยวนี้ครับ”

“เจน! นี่เจนเป็นอะไรไปช่วงนี้ เมื่อเย็นลูกค้าสั่งคาปูชิโน่ก็ทำมอคค่าไปให้เขา ไหนจะเรื่องเค้กเมื่อวาน นี่เจนไม่มีสติอยู่กับงานเลยนะ บอกพี่ว่าจะไม่ทำพลาดแล้วก็ยังทำพลาดอีก เจนรู้รึเปล่าว่าทุกอย่างเป็น cost ทั้งนั้น แล้วจะพลาดอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน สัปดาห์ที่แล้วเจนลืมแช่ไอศกรีมจนมันละลายเป็นน้ำต้องเททิ้งทั้งสองกล่องใหญ่พี่ก็ให้อภัยมาทีนึงแล้วนะ”

“เจนขอโทษครับพี่เฟิร์ส เจนจะ... จะไม่ให้พลาดอีกครับ”

พี่เฟิร์สถอนหายใจ ก่อนจะเม้มปากจนเป็นเส้นตรง แล้วเขาก็ก้าวเข้ามาจับมือผมที่กำลังกดปั๊มไซรัปลงแก้ว

“พอแล้วเจน”

ผมหันไปมองใบหน้าตึงเรียบของพี่เฟิร์ส

“พี่ให้เจนออก เจนไปเถอะ”

“...”

“ไปได้แล้ว”

“...”

“ส้ม! มาทำออเดอร์นี้ต่อจากเจนด้วย”

แล้วพี่เฟิร์สก็หันหลังเดินจากไป บริเวณหลังเคาท์เตอร์เงียบกริบเมื่อผมถูกผู้จัดการปลดฟ้าผ่า น้องส้มมีท่าทางอิหลักอิเหลื่อขณะเดินเข้ามาหาผม ก่อนเธอจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับว่าผมเป็นแก้วเปราะบางที่พร้อมจะแตกหักลงตรงหน้าเธอถ้าโดนพูดดังๆ ใส่

“พี่เจน… ส้มขอแก้วด้วยค่ะ”

“...ไม่เป็นไร พี่จะทำแก้วนี้ให้เสร็จ”

ผมตอบเต็มเสียงอย่างพยายามเข้มแข็งและหันไปชงเครื่องดื่มต่อ น้องส้มยืนมองผมเงียบๆ ด้วยความเห็นใจเต็มที่ หากทว่า

“พี่บอกให้เจนออกไปได้แล้วไง ไปสิ!”

แก้วไซส์แอลในมือผมถูกกระชากออกไปอย่างแรง พี่เฟิร์สตะโกนเสียงดังอย่างไม่ถนอมความรู้สึกผมอีกแล้ว

“ไป! อย่ามาเกะกะอีก ตรงนี้อยู่ได้แค่พนักงานร้าน”

ให้มันได้อย่างนี้สิ

ผมรู้สึกเหมือนถูกตบบ้องหูขณะที่หันหลังเดินออกจากร้านโดยไม่คิดไปเก็บของอะไรด้วยซ้ำ น้ำตากบลูกตาทั้งสองข้างขณะที่ผมเดินอย่างไร้จุดหมาย ผมไม่รู้ว่าผมกำลังจะไปที่ไหน แห่งใด ผมไม่รู้ว่าผมจะแก้ปัญหาชีวิตนี้ยังไง เพราะมันไม่มีใครที่ช่วยผมได้เลย ไม่มี

พื้นถนนคอนกรีตที่สากระคายบาดฝ่าเท้า บางครั้งผมก็รู้สึกเหมือนมีเศษแก้วเล็กๆ ทิ่มแทงเข้ามา หากแต่ผมกลับไม่รู้สึกอะไรเลย ความเครียด ความเศร้า และความอับอายที่แผ่ซ่านอยู่ข้างในใจมันขมปร่าเกินกว่าที่ผมจะเจ็บปวดได้อีก

ผมจะทำใจได้ยังไงที่จะต้องให้ป๊ากับแม่มารับรู้เรื่องอัปยศนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกท่านที่ผมอยากรักษาจะต้องถูกลบเลือนหายไป

แสงไฟดวงใหญ่จากหน้ารถพ่วงริมถนนใหญ่สาดเข้าสายตาของผม ในระยะแค่นี้มันช่างใหญ่และจ้าจนเหมือนกับว่าเป็นดวงอาทิตย์อีกดวง หูของผมได้ยินเสียงดังอันเป็นเอกลักษณ์ของรถคันใหญ่ มองเลยไปเห็นท่อนไม้ยาวๆ มากมายที่บรรทุกอยู่แน่นเอี๊ยดข้างหลังนั่น มีดวงจันทร์ที่ลอยเด่นกับท้องฟ้ายามราตรีเป็นแบ็คกราวด์ให้

จริงสิ ถ้าผมเข้าขวางหน้ามันในระยะแค่นี้ ทุกอย่างก็จะจบลงง่ายๆ ผมจะไม่ต้องแบกรับอะไรอีกแล้ว ทางออกมันก็อยู่ตรงหน้านี่แล้วไง…

ผมไม่เสียเวลาสูดลมหายใจเพื่อตั้งตัวใดๆ ทั้งนั้น ไวกว่าความคิด ผมก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าทันทีหลายก้าว

ลาก่อนครับป๊า แม่

ถ้าชาติหน้ามีจริง เจนขอเกิดเป็นลูกป๊ากับแม่อีกนะ

เสียงลมหวีดหวิวกรีดผ่านหูทั้งสองข้างของผม และเสียงรถบรรทุกที่ดังห่างออกไปไม่เกินสามร้อยเมตร แสงสว่างราวกับดวงอาทิตย์นั้นยิ่งจ้ามากขึ้น มันกระทบไปทั่วร่างซีกซ้ายของผมขณะที่ผมยังย่ำเท้าต่อไป นี่สินะความตาย มันง่ายดายแค่นี้เอง

หากจู่ๆ ผมก็รู้สึกได้ว่าถูกกระชากตัวอย่างแรงจนปะทะเข้ากับร่างแข็งๆ เต็มรัก เสียงรถบรรทุกวิ่งผ่านผมไปด้วยความเร็วโดยที่ผมยังปลอดภัยดี

“เจน! นี่เจนทำอะไร!”

พี่เจน

ผมพูดอะไรไม่ออก ลำคอมันตีบตันไปหมดเมื่อได้เห็นหน้าเขา หัวสมองว่างเปล่าจนผมคิดอะไรไม่ได้สักคำ

มือใหญ่จับลงบนหัวไหล่ทั้งสองข้างของผม

“ทำไมเจนไม่อยู่ที่ร้าน แล้วทำไมถึงข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนั้น แล้วนี่รองเท้าไปไหน”

ผมทรุดลงคุกเข่าบนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง พี่เจนจับไหล่ผมเอาไว้ทำให้ผมไม่ล้มลงไปทั้งตัว ก่อนเขาจะนั่งยองๆ ลงมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกันด้วย

“เจน… เกิดอะไรขึ้น”

ใบหน้าตกใจปนกับความไม่เข้าใจของเจน แพทริคเป็นสิ่งเดียวที่ผมเห็นในเวลานี้ที่ผมทุกข์แสนสาหัส จู่ๆ เรื่องราวเกี่ยวกับเขาที่เหมือนกับเรื่องเล่าในตำนานก็ดังก้องในสมองของผมอย่างไร้ที่มาที่ไป

 

กูหมายความว่าเขาช่วยเหลือคนอื่นได้ในทุกๆ เรื่อง...ทุกๆ อย่างเลย...ไม่มีข้อยกเว้น เขายินดีที่จะช่วยทุกคน"

 

...พี่เจนช่วยมึงได้ทุกเรื่อง...”

 

พี่แดนบอกกูว่า...คนเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ในมอ...เคยขอความช่วยเหลืออะไรบางอย่างจากพี่เจนคนนี้"

...”

"และไม่มีใครเลย...ที่ไม่ได้ตามที่ขอ"

 

ไม่มีใครเลย...ที่ไม่ได้ตามที่ขอ

“พี่...เจน...” ผมเปล่งเสียงแหบแห้งออกไป สองมือจับขยุ้มไปที่หน้าเสื้อของเขาหากไม่กล้าที่จะสบตา

“อะไร มีอะไร”

“พี่เจน ช่วยเจนด้วย...”

“...”

“ช่วย… ช่วยเจนด้วย”

“...”

“เจนมีเรื่องจะขอพี่เจน”

“...”

เกิดความเงียบงันนานนับนาที ก่อนสองมือใหญ่นั้นจะเปลี่ยนมาจับที่สองแก้มของผม โอบประคองมันขึ้นให้สบตาเขา .. ดวงตาที่ดุดันราวกับราชสีห์

“เจน ตอนนี้เวลาสี่ทุ่ม สองนาที ขณะนี้เจนมีสติสัมปชัญญะเต็มร้อยเปอร์เซนต์ใช่หรือไม่”

“ใช่...”

“งั้นบอกพี่ซิ ว่าตัวเองเป็นใคร”

“ผมชื่อเจนอารีย์ ธนพัตน์พิบูล ชื่อเล่นชื่อเจน อายุยี่สิบปี”

“ขณะนี้เจนไม่ได้เมา ไม่ได้พูดออกมาโดยไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร ถูกหรือไม่”

“ถูก...”

“เจนกำลังจะขอพี่ โดยที่มันเป็นความต้องการของเจนเอง และไม่ได้ถูกบังคับ”

“ใช่… เจนมีสติ เจนรู้ว่าเจนกำลังทำอะไร และเจนจะตอบแทนพี่”

ผมรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ เราทำกำลังทำ verbal contract

แสงนวลของดวงจันทร์ส่องลงมาอาบไล้ร่างเราทั้งคู่ ก่อนเมฆหมอกจะบดบังจนแสงนั้นส่องได้เพียงเสี้ยวเดียวของใบหน้าหล่อเหลา มือหนาปล่อยออกจากสองแก้มของผม เปล่งเสียงทุ้มที่ดังกังวานไปทั่ว

“เอาล่ะ เจนจะขออะไรพี่”

“เจนขอ… ขอเงินพี่ล้านสองในคืนนี้ได้ไหม”

“เป็นเช็ค เป็นเครดิต หรือเป็นเงินสด”

“…เงิน… เงินสด...”

ผมละล่ำละลักหลับหูหลับตาตอบ อายจนหน้าชาที่ต้องขอเงินคนอื่น นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ ใครมันจะไปหาเงินสดล้านสองในเวลาที่ธนาคารปิดหมดแล้วแบบนี้ได้

ผมถูกดึงให้ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา สายตาคมนั้นหนักแน่นและชวนให้น่าอุ่นใจพอๆ กับชวนขนหัวลุกไปในเวลาเดียวกัน ก่อนเขาจะใช้มือขวาดึงเปิดจี้รูปแม่กุญแจ เผยให้เห็นเข็มแหลมที่ซ่อนอยู่ข้างใน

“อ๊ะ!”

ผมร้องเมื่อปลายนิ้วชี้ซ้ายถูกดึงไปเจาะอย่างรวดเร็วจนเลือดสีแดงสดซึมออกมา ก่อนพี่เจนจะจับนิ้วมือของผมไปป้ายวาดเป็นรูปเครื่องหมายบวกบนแก้มขวาของเขา ไม่ใช่สิ รูปไม้กางเขนต่างหาก ไม่ใช่...

รูปกางเขนกลับหัว

สัญลักษณ์ของซาตาน

เขายิ้มละไมทั้งที่ยังมีรอยเลือดผมบนหน้าเขา

“ล้านสอง เงินสด”

“...”

“เจนได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้”

 

 

ใช่ วันนั้นแหละ

วันที่ผมพลาดท่าทำสัญญากับนักล่าวิญญาณ

แล้วหลังจากนั้น…

ชีวิตผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย

 

 

End Act 1: จบ องก์ที่ ๑

 

 

 

 

-----------------

สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน และในที่สุด องก์ที่ ๑ ของเรื่องนี้ก็จบลงไปแล้ว!

ในที่สุดเราก็ได้รู้กันนะคะว่าเหตุใดน้องเจนของเราถึงได้ไปทำสัญญากับตาพี่เจนได้ หลายคนเดาถูกว่าเป็นเรื่องครอบครัว ซึ่งซอลเองก็ไม่ได้คิดว่าตรงนี้จุดนี้ปูทางมาให้เดายากอยู่แล้ว เพราะตัวน้องเจนเองไม่ได้มี ambition อะไรที่เกินตัว สังเกตได้จากตอนที่โดนพี่เจนหลอกถามเรื่องความฝันตั้งแต่ต้นเรื่อง ดังนั้นเรื่องที่จะทำให้น้อง break down ได้มันก็มีแต่เรื่องครอบครัวนี่ล่ะค่ะ

แต่ถึงแม้ว่าปมตรงนี้จะจบไป เราก็ยังมีปมอื่นๆ ให้แกะกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของพี่เจนที่ทำไมมาเที่ยวแจก favor คนอื่นอย่างนี้ หรือแม้แต่เรื่องที่ทำไมถึงถูกไทร์ออกจากฮาร์วาร์ด และ... และ... อีกมากมายพอประมาณ

ซอลไม่แน่ใจว่าซอลเคยเกริ่นไว้ในทอล์คบทก่อนๆ ไหม แต่ว่าเรื่องนี้ซอลคิดว่าจะมีสามองก์ค่ะ เราจะอ่านกันไปเลยยาวๆ เลย แต่ก็อย่างที่เห็นว่าคู่นี้เขามีอะไรให้เล่นอีกมาก ไหนจะตัวของพี่เจนเองที่ยังมีความลุ่มลึกซ่อนอยู่ไม่น้อย อายุแค่ 27 แต่เหมือนผ่านโลกมาสักสี่สิบปี ซึ่งแค่จากบทนำมาจนถึงตอนจบองก์ที่ ๑ นี่ ซอลใช้เวลาแต่งประมาณ 5 เดือน คือมีเก็บสต็อก ทำให้ลงได้ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง และเป็นงานที่ผ่านการขัดเกลาอย่างดีเยี่ยมมาแล้ว แต่ด้วยความที่สิบกว่าบทแรกอัพทุกวัน และต่อๆ มาก็อัพทุกสัปดาห์ ทำไมตอนนี้ ซอลเหลือนิยายในสต็อกน้อยลงมากค่ะ

ดังนั้น ซอลจึงจะขอประกาศการพักการอัพเรื่อง Rule No.1: "Don't be too emotional." ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าซอลจะแต่งทั้งเรื่องจบ หรืออย่างน้อยก็จนกว่าจะจบองก์ที่ ๒ เพื่อที่เนื้อหาจะออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเหมือนบทที่ผ่านมาที่ทุกคนได้อ่านกันมาตลอด ไม่รีบ ไม่เร่ง ผ่านการเคี่ยวกรำ เหมือนกับไวน์ชั้นดีที่ได้รับการบ่มหลายปี

และเมื่อไหร่ที่จะมาอัพต่อ ซอลจะมาประกาศให้ทราบโดยทั่วกันค่ะ

สำหรับเรื่องรวมเล่มนิยายที่หลายคนถามกันมา รับรองว่ามีแน่นอนค่ะ ซอลขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่ทุกคนสนใจและถามหากันมาเยอะมาก ซอลจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด และทำให้มันดูสวยงามมีคุณค่าน่าสะสม มันจะไม่ใช่แค่นิยาย แต่จะเป็นงานศิลปะ เป็น art-piece อันปราณีต เป็นของกำนัล เป็นกล่องของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่รักเรื่องนี้แน่นอน

สุดท้ายนี้เค้าแค่อยากขอบคุณทุกคนที่มาเป็นกำลังใจให้นักเขียนผู้มาเริ่มต้นใหม่คนนี้ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกสกรีมแท็ก ทุกพลังใจที่พวกคุณมอบให้ มันมีความหมายกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฮวังซอลมากจริงๆ ค่ะ ในตอนเริ่มต้นมันท้อมาก คิดถึงวันที่ซอลนั่ง refresh หน้าเว็บไซต์เพื่อรอคอมเม้นแรก รู้สึกเหมือนมันนานแสนนาน จนถึงวันที่มันขึ้นไปติดท็อป แม้ตอนนี้จะไม่ได้ฮอตฮิตเหมือนตอนนั้นเพราะซอลไม่ได้อัพมันทุกวันแล้ว แต่เค้าขอสัญญาจะรักษาคุณภาพ และจะพยายามกอดทั้งพี่เจนและน้องเจนเพื่อพาไปให้ทุกคนรู้จักให้ได้

มาจับมือเติบโตไปด้วยกันนะคะ

รักทุกคน

ฮวังซอล

 

#อย่าขอพี่เจน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.33K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,791 ความคิดเห็น

  1. #3789 syn1/9 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 07:21
    เอาล่ะ เริ่มแล้ว
    #3,789
    0
  2. #3757 Sariei_va (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 23:16
    นี่มันอะไรคับเนี่ยยยย ขอได้ไหมขอพี่เจนเป็นของเราได้ไหมมมม
    #3,757
    0
  3. #3756 whatthenang (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 22:55
    อ่านจนมาถึงตอนนี้จะบอกว่าไม่ชอบลิตเติ้ลเจนเลยค่ะ555 ทีมพี่เจนตลอดไป อยากจะขอพี่เค้าบ้างจัง555
    #3,756
    0
  4. #3435 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 18:15
    ฮือออออออ นี่มันอะไรกันเนี่ยยยยยยย ไรท์คะ เอาจริงๆนี่เป็นนิยายที่แซ่บมากๆ เรารู้สึกถึงความเซ็กซี่ในทุกๆตอน เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอยากจะกลางร่างเป็นแมวสาว555555555555 สนุกมากๆ จะคอยสนับสนุนต่อไปนะคะ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็จะรอออออ
    #3,435
    0
  5. #3416 grapemb (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 01:31
    อยากพูดคำหยาบ คือมันสนุกแม่เจ้าโว้ยยยยยยนช่วยด้วยยใจสั่นมากซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน กรี๊ดดดดดดดด
    #3,416
    0
  6. #3256 tarun_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:47
    เฟบเรื่องนี้ไว้นานแล้วค่ะ เพิ่งมาอ่านองค์1รวดเดียว บอกเลยไม่ผิดหวังจริงๆ ตามเม้นท์ให้ทุกตอนนะคะ เป็นกำลังใจเสมอ อยากให้ไรท์แต่งนิยายสนุกให้รีดอ่านเรื่อยๆเลยนะคะ จะติดตามเรื่องต่อๆไปด้วยค่ะ
    #3,256
    0
  7. #3126 veeq (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 15:11
    ฉันกำลังจะตาย อดกลั้นเสียงกรี้ดอยู่
    #3,126
    0
  8. #2993 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 03:05
    สนุกมากๆจริงๆค่ะะะ
    #2,993
    0
  9. #2990 สาววายกับเจ้าชายอสูร (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:49
    ชั้นร้องกรี้ดเลย ลิตเติ้ลเจนมืดแปดด้านแล้วจริงๆ

    ดีที่เจนใหญ่มาเจอ สถานการณ์แบบนี้ใครๆก็ต้องการที่พึ่ง เป็นโชคดีในโชคร้ายใช่มั้ย ถึงไม่ตายแต่ก็ต้องติดค้างกับเจนใหญ่ เจตคือน่าเฆี่ยน พนันนี่ใครหลงเข้าไปคือจบเลยจริงๆ
    #2,990
    0
  10. #2906 PCB614 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 00:40
    เราเพิ่งมาอ่านแต่ชอบมากเลยค่ะ สนุกมาก วางแทบไม่ลงเลย แต่ตอนนี้คือแอบกลัวแทนน้องเจนแล้ว ไม่รู้ว่าพี่เจนจะให้น้องตอบแทนด้วยอะไร
    #2,906
    0
  11. #2799 BPearl (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 22:58
    คือเฟบเรื่องนี้ไว้นานมากๆๆๆๆ เพราะเป็นเรื่องที่สนใจมากก ก็รอมาเรื่อย ไม่อ่าน รอตอนเยอะๆ จนมีคนไปรีวิวในกลุ่มแนะนำนิยายก็แบบ แง้งง ชั้นทนไม่ไหวแน้วว วันนี้วันหยุดว่างจัด อ่านรัวๆมาจนถึงตอนนี้ ฮืออ มันดีมากก รอตอนต่อๆไปไม่ไหวแล้วว
    #2,799
    0
  12. #2714 Toruka (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 23:25
    น้องเจนหนีไปลูกก ตามอ่านรวดเดียวเลยค่ะ ชอบมากๆ คาแรคเตอร์มีมิติสุดๆ ช่วงท้ายๆรวบรัดมาก จากที่เรื่อยๆมา แต่ชอบค่ะ

    รู้สึกระเบิดหลายลูกเหลือเกิน เข้มข้นมาก เป็นกำลังให้นะคะ รอติดตาม
    #2,714
    0
  13. #2709 Becaamlum (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 22:38
    สนุกมากกกกก แงงงงงง
    #2,709
    0
  14. #2702 jxxngjay (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 21:29
    ดองตอนนี้ไว้นานมากๆๆๆ พอคุณไรท์บอกจะมาต่อแล้วเลยมาอ่าน
    #2,702
    0
  15. #2516 NinkWanida (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:38
    มาอ่านรอบที่สองแล้วค่าา ยังรอน้าาาาาา
    #2,516
    0
  16. #2510 anne2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 21:39
    รอนะค้าาา♡
    #2,510
    0
  17. #2508 คาริน> (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 02:22
    พออ่านจบแล้วทีมพี่เจนเฉยเลย เป็นแอบสงสารพี่เจนไม่รู้ทำไม คิดว่านางคงเจออะไรมาพอสมควร ยังไงก็แล้วแต่เป็นกำลังใจให้มากๆนะคะไรท์ สนุกมากก ลุ้นมากก รอๆค่ะ
    #2,508
    0
  18. #2507 Grubgrib_dee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 00:48
    อ่านรอบสองแล้วค่าาา รอนะคะ สู้ๆ เปงกำลังใจให้
    #2,507
    0
  19. #2504 sillis (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 22:37
    คิดถึงนะคะ ;--------;
    #2,504
    0
  20. #2503 phimphakamat (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:33

    คุมไรท์;-;
    #2,503
    0
  21. #2493 Kibibiza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 23:18
    รออยู่นะคะ เอางี้ไม่ต้องอัพอ่านฟรีมันละ ทำเล่มขายมาเลยเถอะคะ
    ใจจะขาดแล้วจ้า
    #2,493
    0
  22. #2491 nalapttn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 15:26

    คิดพี่เจนกับน้องเจนแล้วค่ะวนมาอ่านจนจบไปอีกรอบแล้ว

    คุณไรท์มาอัพต่อเถอนะคะไม่จบก็ไม่เป็นไรค่ะ plzzzz




    ༼;´༎ຶ ۝ ༎ຶ༽.

    #2,491
    0
  23. #2488 kimmiew (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 04:15
    เราเพิ่งมาเห็นเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหนมา คุณนักเขียนแต่งได้ดีมากเลยค่ะแบบไม่เคยอ่านนิยายวายที่ไหนแบบนี้เลย รอติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ถ้าคุณนักเขียนแต่งเรื่องจนจบแล้วเชื่อว่ามันต้องเป็น master piece แน่นอนค่ะ
    #2,488
    0
  24. #2487 MYBBAMBAM♥ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 05:59
    รอเสมอนะคะไรท์
    #2,487
    0
  25. #2480 leenaprk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:06
    เรื่องนี้แบ่งเป็นกี่actแล้วเหรอคะ ลืมแล้ส;—;
    #2,480
    0