Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 21 : 19 | I can hear it calling

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,073 ครั้ง
    3 ม.ค. 63

* บอกไว้ก่อน ตอนนี้ยาวมากนะคะ

 

 

 

Chapter 19

I can hear it calling


 

Got me going through the roof

Really don’t care what we do

We could fly to the moon

I see your lips moving

but we ain’t got a clue


 

“อ้าว...”

เกิดความเงียบขึ้นเมื่อพี่วินไปเจอหน้าแล้วเห็นว่าคนมาขอซื้อเป็นใคร ส่วนผมก็ได้แต่ยืนตัวลีบอยู่ข้างหลังพี่วินกับพี่เอก เหงื่อออกชุ่มมือ ใจสั่นตึกๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนพี่วินจะเป็นฝ่ายที่เอ่ยขึ้นมา

“เจนเองเหรอที่มาขอซื้อภาพพี่”

พี่วินเขารู้น่ะว่าพี่เจนเป็นแฟนเก่าผม แต่ด้วยความเป็นคนนิสัยดีมีมารยาทเขาถึงได้ยอมรับก่อนเพื่อไม่ให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนไปมากกว่า หากนายปิศาจตรงหน้ากลับไม่สะทกสะท้านสักนิด

“ครับ ผมเอง”

พี่เจนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงยีนส์ที่น่าหมั่นไส้ยื่นนามบัตรของตัวเองให้พี่วินที่จำต้องรับ เขาก้มลงอ่านแล้วคราง

"...เจนคือมิสเตอร์เจน แพทริค พลากรเหรอ”

“ครับ”

โอ๊ยย ทนไม่ไหวแล้วนะ ไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้แล้ว! อึดอัดที่สุด!

“รับจ้าง...?” พี่วินก้มอ่านบนนามบัตรต่อ “พี่ไม่รู้เลยว่านอกจากเรียนแล้วเจนทำงานด้วย ว่าแต่เรารับจ้างทำอะไรล่ะ”

“ผมก็รับจ้างทำทุกอย่างแหละครับ อยู่ที่ว่าคุณมีอะไรจะมาขอผม”

“คุณ?”

“ครับ คุณวิน”

ผมสังเกตเห็นถึงความไม่พอใจแล่นริ้วขึ้นมาเมื่อพี่วินถูกเรียกอย่างห่างเหินว่า คุณ แทนที่พี่เจนจะเรียกเขาว่า ี่ เพราะเป็นพี่น้องจากสถาบันเดียวกัน แต่นั่นมันเป็นเพราะพี่วินไม่รู้ว่าพี่เจนอายุมากกว่าตัวเองเยอะ

บรรยากาศยิ่งแย่กว่าเดิมเมื่อความไม่พอใจถูกก่อตัวสูงขึ้น ยิ่งพี่เจนมาขอซื้อรูปผมที่เป็นแฟนเก่าอย่างนี้มันยิ่งแย่ไปกันใหญ่ พี่วินกำนามบัตรแน่นในมือ เอ่ยถามเสียงกร้าว

“แล้วคุณเจนจะให้ราคาผมเท่าไหร่”

“เท่าไหร่ก็ได้ครับ คุณวินอยากได้เท่าหร่ เรียกมาได้เลย”

“หมดหกรูปนี่เลยน่ะนะ?”

“ใช่ครับ” คนตัวสูงยังคงยิ้มบางบนหน้า “รูปละล้าน ผมก็จะซื้อ”

รอยยิ้มและน้ำเสียงหยิ่งผยองของพี่เจนทำให้คนฟังเลือดขึ้นหน้าได้ง่ายๆ

“แล้วถ้าผมไม่ขายล่ะ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ไม่มีเหตุผล”

เจน แพทริคกดยิ้มมุมปากแบบที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย

“ผมว่าคุณวินไม่มีทางเลือกนะครับ”

“เอ่อ หนุ่มๆ ใจเย็นๆ กันก่อนนะ...” พี่เอกเจ้าของงานเอ่ยเสียงสั่นเมื่อเห็นเค้าลางพายุตรงหน้า พี่วินหันขวับไปมองหน้าผู้เป็นรุ่นพี่ทันที

“พี่เอก ผมขอไม่ขายให้คุณเจนคนนี้ ถ้าจะขายไม่ออกก็ช่างมัน”

“เฮ้ยไอ้วิน ใจเย็นๆ ก่อนสิวะ ควบคุมอารมณ์หน่อย เขาจะให้รูปละล้านเลยนะเว้ย”

พอกันที ผมทนสงครามประสาทนี่ไม่ไหวอีกแล้ว!

เจน!

ผมไม่สนใจเสียงเรียกจากพี่วินแต่รีบเดินหนีออกไปจากงานนิทรรศการอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่สนใจด้วยว่าตัวเองกำลังเสียมารยาท

ร่างสูงมองตามแผ่นหลังไหวๆ แล้วหันไปเอ่ยกับชายวัยสามสิบกลางผู้เป็นเจ้าของงานที่กำลังรั้งวินไม่ให้กระโจนเข้ามาใส่เขา ก่อนจะผลุนผลันออกไปจากงานอีกคน

“ผมจะให้เลขาฯ มาติดต่อซื้อนะครับ”


 


 

บ้าที่สุด!

ผมแทบจะวิ่งลงบันไดจากชั้นที่สิบหกนี่โดยไม่สนใจที่จะรอลิฟต์เพราะไม่อยากทนอยู่ชั้นเดียวกับคนพวกนั้นอีกแล้ว ทำไมนะทำไม ผมกำลังเริ่มใหม่ได้ดีแล้วแท้ๆ ทำไมอยู่ๆ พี่เจนต้องโผล่มาทำอะไรอย่างนี้ด้วย แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่ อย่าบอกนะว่าให้ลูกหาบสะกดรอยตามผมอีกแล้ว โรคจิต!

“เจน!”

พูดถึงผี ผีก็มา!

ผมรีบเร่งฝีเท้าวิ่งลงบันไดวนให้เร็วขึ้น แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง ร้องออกมาสุดเสียงเมื่อพี่เจนกระโดดจากชั้นบนลงมาขวางหน้าผมเอาไว้

“เป็นบ้าอะไร! เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกละครรึไง!”

“เป็นห่วงพี่เหรอครับ” เขาก้าวเขามาขณะที่ผมถอยกรูดติดกำแพงบันได

“โรคจิต!”

“ก็เจนถามเหมือนห่วงพี่ ทั้งที่เมื่อวานไม่ยอมคุยกับพี่ดีๆ ด้วยซ้ำ”

“แล้วพี่มาทำบ้าอะไรที่นี่! นี่พี่สั่งให้คนสะกดรอยตามเจนอีกแล้วใช่ไหม เจนจะแจ้งตำรวจ พูดจริงๆ นะ!”

“เปล่า พี่ไม่ได้สั่งให้คนสะกดรอยตามเจน”

“โกหก! ไม่งั้นพี่จะรู้ได้ยังไงว่าเจนอยู่ที่นี่”

“พี่อ่านจากหน้าจอมือถือเจนเมื่อวาน ลืมเหรอว่าพี่มันความจำดี เห็นหน้าจอนิดเดียวพี่ก็รู้แล้วว่านัดกันมาที่ไหน” เขาเคาะขมับตัวเอง ยิ้มยียวน ผมอ้าปากด่า

“แล้วจะตามมาทำไม!”

“ตามมาปกป้องเจนไง”

“ปกป้องบ้าอะไร? พูดอะไรออกมาฟังไม่เห็นเข้าท่า!”

“พี่รู้นะว่าเจนไม่ชอบหรอกที่มีรูปตัวเองขึ้นหราแบบนั้น”

“...”

“เจนอึดอัดใจใช่ไหมล่ะ”

“...”

“ไม่ชอบใจเลยสักนิดใช่ไหม”

“...”

“ฮึ?”

มือหนาข้างขวาวางพาดลงบนกำแพงเหนือศีรษะผม กักขังผมเอาไว้ด้วยความสูงของเขา บนใบหน้านั้นมีรอยยิ้มบางๆ อย่างคนที่รู้เท่าทันขณะที่ใจผมสั่นไหว

เสียงทุ้มกระซิบต่อ

“นิทรรศการนั่นน่ะ...จัดตั้งเจ็ดวัน ถ้าพี่ไม่มาซื้อรูปเจนวันนี้...หน้าเจนก็จะต้องโชว์อยู่บนนั้นตลอดสัปดาห์เลยนะ แล้วเจนจะมีความสุขเหรอ”

...เขารู้

เขารู้ว่าผมไม่ชอบใจเลย...

“Plus… I don’t like when other people starring at your photos. It pissed me off.” (แล้วก็... พี่ไม่ชอบเลยสักนิดเวลาที่มีคนอื่นมามองรูปเจน มันทำให้พี่หงุดหงิดจริงๆ)

คนบ้า...

“ไม่ต้องห่วงนะ...” ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดไปตามซอกคอและใบหูของผม “พรุ่งนี้มันก็จะไม่แขวนอยู่ตรงนั้นแล้ว พี่จะเอามันไปเก็บไว้ดูคนเดียวให้ฉ่ำปอดเลย รูปสวยๆ ทั้งนั้น”

“...พูดออกมาได้ โรคจิต”

“แต่เจนก็ชอบใช่ไหมล่ะ เจนนึกขอบคุณที่พี่มาซื้อรูปพวกนั้นไปใช่ไหม”

ผมไม่ตอบแต่เบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่น เพราะจะให้บอกว่าไม่ขอบคุณก็เป็นการโกหกแน่ๆ แต่จะให้บอกว่าขอบคุณ .. มันก็จะทำให้เขาลำพองใจ

คนตัวสูงไม่ยอมล่าถอยง่ายๆ เขารั้งตัวผมเอาไว้ กระซิบราวกับเป่ามนตร์

“แล้วแบบนี้จะไปกันรอดเหรอ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจนชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ไม่รู้เหรอว่าน้องเจนของพี่ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ แบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนี่นา ทำอะไรก็ไม่ถามก่อน อย่างนี้เขาเรียกว่าขาดความใส่ใจใช่ไหม”

“พี่เจน อย่า...”

“อย่าอะไร อย่ารู้ใจเจนเหรอ”

“...พี่เจน... ไหนพี่เจนบอกว่าพี่เจนจะปล่อยเจนไปไง...”

“หือ? พี่เคยพูดอย่างนั้นด้วยเหรอ” เขาหัวเราะในลำคอขณะที่ผมตัวลีบเล็กลงทุกที ทั้งที่ตั้งมั่นว่าผมจะไม่พ่ายแพ้ต่อเขา ไม่พ่ายแพ้หากเราต้องมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง ผมตั้งใจจะทำเมินเขาเหมือนที่ทำมาตลอดในวิชาลีลาศ แต่ในยามนี้มันช่างยากจะทัดทานเหลือเกิน

เขายังคงเป็นคนนั้น คนที่ถูกใจผมไปหมดทุกอย่าง

คนที่ฉลาด เซ็กซี่ และแสนร้าย...

ผมรู้แล้วว่าที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะผมเก่งนักหนาผมถึงเมินใส่เขาได้สนิทใจ แต่เพราะเขาจงใจให้ผมเมิน เขายอมให้ผมทำอย่างนั้น

เขาเล่นเกม

ร่างสูงจุมพิตใบหูผมเบาๆ

“พี่บอกว่าสักวันเจนจะต้องมาขออะไรจากพี่ เจนไม่มีทางหนีพี่ไปได้นานหรอก แต่พี่ไม่เคยบอกว่าพี่จะเลิกไล่ตามเจนนะ”

“พี่มัน...ไม่มีสัจจะเลย... พี่จะมาผลักดึงเจนแบบนี้ไม่ได้”

เพราะมันจะทำให้ผมตัดใจให้ขาดไม่ได้สักที เขากำลังปั่นประสาทผม เดี๋ยวก็ใจร้าย เดี๋ยวก็ใจดี เดี๋ยวก็ทำเหมือนไม่รัก แล้วก็มาเผยว่าจริงๆ ยังหวงเราอยู่ หายไป แล้วก็กลับมาอย่างนี้ และผมก็ดันเต้นไปตามเกมนั้นซะด้วย อย่างเช่นตอนนี้ที่ผมรู้สึกสั่นไหวมาก

“ยังไงพี่มันก็เป็นตัวร้ายอยู่แล้วนี่ แล้วทำไมพี่จะทำอย่างนั้นไม่ได้”

“พี่เจน ปล่อย... เจน... เจนชอบพี่วิน”

ผมหวังว่าคำพูดนี้จะทำให้เขายอมหยุดคุกคามผม หยุดทำให้ผมหลอมละลายเหมือนคาราเมลที่ถูกหลอมเหลว หากเขากลับใช้แขนอีกข้างรั้งเอวผมเข้าไปใกล้ แล้วตอบกลับด้วยคำพูดที่ทำให้ผมเหมือนถูกอัดใต้ลิ้นปี่

“รู้”

เขายิ้มพราย

“แต่ไม่ชอบเท่าชอบพี่หรอก”

จุมพิตร้อนแรงประกบลงมาบนเรียวปากของผม ดูดดึงอย่างดูดดื่มและโหยหาจนผมขาสั่น และผมก็ได้แต่นึกโกรธตัวเองที่กลับยอมรับจูบของเขาแต่โดยดีราวกับว่าผมเองก็คิดถึงมันมากเช่นกัน ผมกอดรัดร่างเขา สูดดมกลิ่นหอมที่ผมรัก ขยุ้มไปทั่วเสื้อเชิ้ตสีดำนั่นอย่างโหยหาจนกระทั่งสอดมือตัวเองเข้าไปในกลุ่มผมของคนที่กำลังจูบผมอยู่ ริมฝีปากหยักดูดดึงริมฝีปากล่างของผมชวนให้สยิว ผมครางเบาๆ รู้สึกร้อนรุ่มอย่างที่ไม่รู้สึกมานานแสนนาน มันเป็นความรู้สึกที่มีแต่เจน แพทริคเท่านั้นที่ทำให้ผมได้คนเดียว

Rrrrr! Rrrrrr!

เสียงโทรศัพท์มือถือที่สั่นในกระเป๋ากางเกงทำให้ผมพยายามผละออก หากพี่เจนก็กดร่างผมเข้ากับกำแพงไม่ยอมให้ผมผละหนีไปได้ ผมหัวยุ่งเสื้อยับ รู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับทุกอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในร่าง ทั้งความตื่นเต้น ความวาบวาม และความร้อนแรง จนในที่สุดเขาจึงได้ยอมถอนริมฝีปาก แล้วเคลื่อนนิ้วเรียวยาวเข้ามาในปากของผมขณะที่ย่อตัวลงต่ำ ผมรู้สึกได้ว่าเขากำลังปลดซิปกางเกงผมลง...

ปลดซิปกางเกงงั้นเหรอ!?

“...เจน!“

เขาร้องออกมาเมื่อผมตีเข่าใส่อกเขาจนเขาหลบเกือบไม่ทัน เขาเซหงายไปด้านหลังขณะที่ผมร้องหน้าตื่น

“ไม่! เจนไม่อยากให้พี่ทำออรัลให้เจนตรงนี้แน่ๆ!”

Rrrrr Rrrrrrrr


 

P’Win


 

ให้ตายเถอะ เขาทำให้ผมลืมพี่วินไปเลยจริงๆ!

ผมรีบวิ่งออกไปยังประตูที่ใกล้ที่สุด ตรงไปกดปุ่มลิฟต์แล้วก็เข้าไปด้านในทันทีขณะที่พี่เจนยังออกมาจากบันไดไม่ทัน

“ฮะ...ฮัลโหล”

[น้องเจนอยู่ไหน! ไอ้เจนนั่นมันตามน้องเจนไปรึเปล่า!]

“ปะ...เปล่า แล้วพี่วินอยู่ไหนล่ะ”

ผมส่องเงาตัวเองในกระจกลิฟต์ พระเจ้า หัวผมยุ่งมาก เสื้อก็ยับไปหมด ผมรีบลูบผมให้เรียบ

[พี่อยู่ที่เซเว่นตรงหัวมุมถนน น้องเจนอยู่ไหนเดี๋ยวพี่เดินไปหา]

“เจนหงุดหงิดเลยเดินไปอีกทาง นี่ เจนไม่ชอบเลยนะที่พวกพี่ทะเลาะกัน”

[พี่ขอโทษ... แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ปกติพี่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย] เขาเสียงอ่อย

“เจนรู้ แต่พี่เจนเขาก็เป็นคนอย่างนั้น พี่อย่าปล่อยให้เขาปั่นหัวพี่ได้สิ มันไม่ mature เลยนะครับ”

[น้องเจน... พี่ขอโทษจริงๆ แล้วนี่น้องเจนจะไม่กลับมาหาพี่แล้วเหรอ]

“อยากให้กลับไปหาไหมล่ะ”

[กลับมาเถอะ นะ] พี่วินเอ่ยอย่างน่าสงสาร

“อืม งั้นเดี๋ยวไปหา เอาเป็นว่าพี่วินรอตรงนั้นแหละ เดี๋ยวเจนเดินไป อยู่ใกล้ๆ นี่แหละ”

[ครับ พี่รอนะ ไม่ต้องห่วงนะน้องเจนพี่จะไม่ขายรูปให้มันหรอก ไอ้เวรเอ้ย! คิดว่ารวยมากหรือไง หมาหวงก้างชัดๆ มันคงหึงน้องเจนน่ะสิ เลิกกันแล้วก็ไม่ยอมจบ เลว]

ผมฟังพี่วินด่าพี่เจนอยู่อีกประมาณสองนาทีถึงได้วางสาย ก่อนผมจะจัดเสื้อผ้าและเผ้าผมให้เข้าที่ ปั้นหน้าเย็นชาเดินเข้าไปหาพี่วินที่เซเว่นเพื่อให้เขาง้อ

ขอเถอะ ผมไม่อยากเล่าอะไร ไม่อยากอธิบายอะไรกับหัวใจที่ไม่สงบนี่ทั้งนั้นแม้ว่ามันจะไม่ยุติธรรมกับพี่วินก็ตามที

วันนี้มันวุ่นวายเกินไปแล้ว


 


 

“เอาล่ะ! ปิดเทอมนี้ สรุปแล้ว... เราจะไปญี่ปุ่นกัน”

“เยยยยยย่!”

น้ำขิงกับเชอร์รี่ปรบมือเปาะแปะ ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันสองคนหลังจากที่เราห้าคนเถียงกันอยู่เป็นสัปดาห์ว่าปิดเทอมนี้จะไปเที่ยวไหน ผมไม่ได้โหวตญี่ปุ่นนะ (แม้จะอยากไปก็ตาม) ไอ้แก๊ปเองก็กระซิบบอกผมว่ามันไม่ได้โหวตญี่ปุ่นเหมือนกัน งั้นก็แปลว่าไอ้พุฒิโหวตเหรอ โอ๊ย ช่างมัน ก็หวยออกมาเป็นแบบนี้แล้วนี่นา กลุ่มเรามีกฎว่าจะไม่คัดค้านทัดทานผลโหวตด้วย พวกเราศรัทธาในประชาธิปไตย

“เออๆ ญี่ปุ่นก็ญี่ปุ่น ว่าแต่พวกเธอรีบเหรอ ยังไม่ทันปิดโปรเจ็กต์หรือสอบไฟนอลเลย คิดแล้วว่าไปไหน ตัวเลือกก็มีอะไรเนี่ย เชียงใหม่ ญี่ปุ่น ตุรกี โด่” แก๊ปบ่น แล้วเชอร์รี่ก็หยิบสมุดปกอ่อนมาฟาดหัวมัน

“ทำไม หรือแกมีที่อื่นอยากจะไป ก็บอกให้เสนอมาแล้วพวกคุณหนุ่มๆ ก็เป็นคนบอกว่าอะไรก็ได้เองไม่ใช่เหรอ”

“ครับๆ พวกผมไม่บ่นแล้วครับ ญี่ปุ่นก็ญี่ปุ่น”

“เจนจะเอาพี่วินไปด้วยก็ได้นะ ไปหลายๆ คนสนุกดี” น้ำขิงเอ่ย

“เดี๋ยวเจนจะลองถามดูนะ แต่พี่วินไม่น่าจะไปด้วยได้อ่ะ เราไปเที่ยวกันธันวานี่ พี่เขาน่าจะติดงาน" เทอมหนึ่งของพวกผมคือช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม เพราะเราเป็นอินเตอร์การเปิดปิดภาคเรียนจึงยึดตามแบบปฏิทินต่างประเทศ หนึ่งปีการศึกษามีสามเทอม

“ก็ไม่แน่นะ เขาอาจจะมีลาพักร้อนอะไรงี้ได้ไง มึงลองชวนดูก่อน”

“อย่าเอาไปเลย ไม่สนิท อึดอัดเปล่าๆ” พุฒิเป็นฝ่ายพูด แล้วแก๊ปก็กลอกตาหันมามองสบตากับผมเงียบๆ ผมเลิกสงสัยในตัวแก๊ปแล้วล่ะ มันรู้มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วว่าพุฒิแอบรักผม แล้วก็เก็บความลับได้อย่างเหนียวแน่นมาก พอผมรู้แล้วก็นับถือใจเพื่อนขึ้นอีกเยอะ การเก็บเรื่องอะไรแบบนี้ไว้กับตัวมันยากนะ

“อื้ม กูคงชวนเป็นมารยาท แต่พี่เขาคงไม่ไปหรอก ก็อย่างที่บอก พี่วินต้องทำงาน” ผมกล่าว

“อืม”

ผมหลบสายตาพุฒิที่มองมาโดยการเลี่ยงไปเปิดชีทเรียนอ่าน ผมไม่อยากมองสายตาที่เหมือนจะมีอะไรของมันที่ก่ำกึ่งมากับการตัดพ้อ เพราะผมรู้ว่าผมรักมันแบบนั้นไม่ได้... ไม่ได้เลยจริงๆ... ไม่ใช่ว่าผมไม่ลองเปิดใจ แต่ผมไม่อาจฝืนความรู้สึก ตอนที่พุฒิรู้ว่าผมเริ่มคุยกับพี่วิน มันหนีไปเมาเหล้าสามคืน แก๊ปมาบอกผมว่ามันตรอมใจที่ยังไงก็ไม่ใช่มัน ผมได้แต่ถอนใจ ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ

ผมไม่ชอบแบบนี้เอาซะเลย แล้วอันที่จริงพุฒิก็เป็นผู้ชายที่รูปหล่อพ่อรวยคนหนึ่ง มีรุ่นน้องมาชอบมันตั้งหลายคน และน้องพวกนั้นก็สวยน่ารักด้วย ผมก็เห็นมันลองไปคุยกับคนอื่นบ้าง แต่สุดท้าย...มันก็ยังเอาแต่ชอบผมอยู่อย่างนี้ ผมไม่อยากเลิกเป็นเพื่อนกับมันนะ การวางตัวในตำแหน่งนี้มันลำบากจริงๆ

“แต่พุฒิก็ว่ารี่กับขิงจัดทริปเร็วไปนิดนะ เล่นมาบอกเมื่อสามวันก่อนว่าให้พวกเราคิดว่าอยากไปไหนมันก็คิดไม่ทันน่ะสิ”

“แหม พวกคุณชายนี่ข้ออ้างเยอะจังนะคะ”

“แต่เจนว่าบอกเนิ่นๆ อย่างนี้ก็ดีนะ จะได้มีเวลาเก็บตังค์ ยิ่งไปญี่ปุ่นอย่างนี้ด้วย”

“เห็นไหมๆๆ เจนยังเห็นด้วยเลย แกกับไอ้แก๊ปน่ะเงียบไป” เชอร์รี่แว้ด

“เอ้อ เจนไม่ค่อยมีตังค์เก็บนะ” ผมเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “เราจะบินโลว์คอสต์กันใช่ไหม”

“โลว์คอสต์สิ” น้ำขิงพูด “เราก็จะไปกันแบบทริปราคานักศึกษาเหมือนเดิมแหละ ถ้าคุณหนูเชอร์รี่กับคุณชายพุฒิอยากไปแบบบิสสิเนสคลาสก็ต้องไปกับครอบครัวนะเจ้าคะ”

“แหม ฉันนั่งโลว์คอสต์ได้น่า ที่พักขอแค่สะอาดก็พอ ชิวๆ” เชอร์รี่รีบเอ่ย ส่วนพุฒิก็พยักหน้าทีนึง

“อื้ม ญี่ปุ่นก็ญี่ปุ่น ว่าแต่ใครจะเป็นคนแพลนทริปล่ะ เจนจะได้เตรียมพวกค่าใช้จ่าย”

“พวกเราๆๆๆ” น้ำขิงกับเชอร์รี่รีบแย่งกันยกมือ ผมล่ะรู้เลยว่าเป็นพวกเธอนั่นแหละที่อยากไปญี่ปุ่นกันจะแย่ ไอ้ตุรกีกับเชียงใหม่นั่นเอาใส่เข้ามาเป็นตัวเลือกเพื่อที่พวกผมจะได้ไม่บ่นเยอะเฉยๆ

“ไม่ต้องห่วง รับรองเที่ยวแต่ที่เริ่ดๆ ถ่ายรูปสวย วิวดี มีชอปปิง แล้วก็ราคาประหยัด”

“ไม่ต้องชอปปิงก็ได้นะ...”

ไม่ได้!” พวกเพื่อนสาวกรีดเสียงกันดังลั่นจนผมกับพุฒิแล้วก็แก๊ปรู้สึกเหมือนขี้หูเต้นระบำ “ต้องมีชอปปิง เอาเป็นว่าเดี๋ยวพวกเราจัดการเอง พวกแกรอจ่ายตังค์ก็พอ”

“เออ ครับ ตามสบายครับ...”

ผมยกนิ้วขึ้นเคาะคาง ญี่ปุ่นก็ไม่เลวหรอก ผมบอกแต่แรกแล้วไงว่าอยากไปเหมือนกัน ผมเคยไปกับครอบครัวครั้งหนึ่งตอนมอปลาย มันแพงน่าดูเลยขนาดว่าพวกเราเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ที่ราคาไม่สูง ไปรอบนี้ก็คงต้องใช้เงินเยอะเหมือนเดิม ก็ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่นนี่นา เห็นทีผมต้องเริ่มวางแผนการเงินแล้วล่ะ


 


 

“นี่ไปเอาเครื่องเสียงใหม่มาจากไหนวะ”

ผมเอ่ยถามไอ้เจตขณะที่นอนดูมันเชื่อมบลูทูธไอโฟนต่อกับเครื่องเสียงรุ่นใหม่ เจตหันมายิ้ม ยักคิ้วขวาสองที

“เป็นไง จี๊ดอ่ะดิ เสียงโคตรดีอ่ะ”

“จี๊ดเจี๊ดอะไรล่ะ เฮียถามว่าเจตไปเอาเงินมาซื้อจากไหน”

“เออ ก็เอาเป็นว่าหามาได้แล้วกัน”

“นี่ป๊ากับแม่รู้รึเปล่า”

“โอ๊ย เฮียอย่าบ่นน่า เจตหาเงินได้นี่ไม่ดีเหรอ ไม่ได้ขอเงินใครซื้อสักหน่อย บ่นอะไรกันอยู่ได้ว้า”

ผมฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักจนต้องพูดออกมา

“ก็ถ้าเจตได้มาแบบสุจริตมันก็ไม่มีอะไรหรอก แต่เฮียกลัวว่าเจตจะไปทำวิธีไม่ดีให้ได้มาน่ะสิถึงได้ถาม”

“เฮ้ยเปล่าๆ เจตเก็บเงินค่าขนมเอานั่นแหละ แล้วก็มีที่ขายของตอนงานโรงเรียนอ่ะ อยากได้นานแล้วก็เลยถอยซะหน่อย”

“อ่อ งั้นก็ดี เออดีเว้ย เฮียชื่นชมเจตนะที่รู้จักทำมาหากิน”

“แหงอยู่แล้ว~” ไอ้ตัวดีกระโดดขึ้นไปนอนผิวปากเพลงฮิปฮอปบนเตียงตัวเอง

“ว่าแต่ช่วงนี้เจตไม่อู้ฟู่ไปเหรอ เฮียเห็นนะว่าเจตเพิ่งซื้อนาฬิกาใหม่มาเอง แค่ขายของที่งานโรงเรียนเงินดีขนาดนี้ได้ยังไง”

“น้องชายเฮียเก่ง การตลาดแจ๋ว ไม่เคยได้ยินเหรอยอดนักขายอ่ะ มีอะไรในมือก็ขายเป็นเงินเป็นทองได้หมด”

“เออจ้ะ อยากได้เงินบ้างจัง... เฮียก็ว่าจะไปหางานพิเศษทำอยู่”

“ก็ดีนะเฮีย เวลาเราได้ซื้ออะไรด้วยเงินตัวเอง มันโคตรรู้สึกดีเลยอ่ะ คนละฟีลกับเวลาขอป๊าขอแม่”

“นั่นสิ”

ก๊อกๆ

“เจน เจต นอนรึยังลูก”

“ยังครับ” เราสองคนตะโกนตอบแม่ แล้วแม่ก็เปิดประตูเข้ามาในชุดนอน แม่ร้องออกมาเมื่อเห็นเครื่องเสียงชุดใหญ่

“โอ้โห! ของใครเนี่ย หามาได้ยังไงน่ะ”

“ของเจตเองแม่ เจตขายของที่โรงเรียนได้เงิน เอามาโปะๆ รวมกับเงินเก็บอ่ะ เลยซื้อได้”

“อ่อ เหรอ แหม เก่งนะเนี่ยลูกชายใคร” แม่เดินไปหอมแก้มเจตซ้ายขวา แล้วจึงเดินมาหอมผมบ้าง ก่อนแม่จะเอ่ย

“เฮียเจนตามแม่มาหน่อย มีเรื่องอยากคุยด้วย”

“ได้ๆ”

ผมลุกขึ้นจากเตียงทันที เจตมองตามมาอย่างสนใจใคร่รู้ขณะที่ผมปิดประตูห้อง แล้วแม่ก็พาผมเดินเข้าไปในห้องนอนที่มีป๊ากำลังเปิดล็อกตู้เซฟใบเล็กอยู่ ก่อนแม่จะเริ่มพูดขึ้น

“เจนลูก เจนเป็นลูกชายคนโตแม่เลยต้องเรียกเจนมารับรู้ เพราะน้องๆ ก็ยังเล็กกัน”

“ครับ เรื่องเงินๆ ทองๆ ใช่ไหม ป๊ากับแม่ว่ามาได้เลย”

“อือ เจน แม่ดีใจที่สุดเลย อีกไม่นานบ้านเราก็จะผ่อนหมดแล้วนะ ไม่เกินสองสามเดือนนี้แหละ เหลืออีกแค่ไม่กี่งวดเท่านั้น”

แม่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ป๊าเองก็เช่นกัน ทำให้ผมพลอยยิ้มไปด้วย ผมรู้เสมอว่าเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นความกลัดกลุ้มใจของป๊าและแม่เสมอ พวกท่านห่วงลูกสามคนว่าจะไม่มีที่ซุกหัวนอนหากพวกท่านเกิดประสบอุบัติเหตุเป็นอะไรไป

บ้านเราไม่ได้ร่ำรวย แต่ป๊ากับแม่ก็ทำงานหนักเพื่อให้ลูกๆ ได้รับการศึกษาที่ดีอันจะติดตัวไปตลอดชีวิต แม้จะไม่ได้มีชีวิตฟุ่มเฟือยแต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกน้อยหน้าใคร

“ทั้งบ้านทั้งรถก็ผ่อนหมดแล้ว ต่อไปนี้ป๊าก็ไม่มีหนี้สินอะไรให้ลูกๆ ต้องมารับช่วงต่อ ป๊าไม่อยากให้เจนต้องมาเริ่มต้นชีวิตแบบคนที่ติดลบ ป๊าไม่หวังเลยว่าเจนเรียนจบต้องมาเลี้ยงป๊ากับแม่ ขอแค่เจนเลี้ยงตัวเองได้ก็พอ”

“โธ่ป๊า พูดอะไร เจนต้องเลี้ยงป๊ากับแม่อยู่แล้ว”

“เจน มาดูนี่สิลูก” ป๊าเรียกให้ผมเขยิบเข้าไปหน้าตู้เซฟ มองเข้าไปผมก็เห็นทองหยองจำนวนหนึ่งที่ป๊ากับแม่เก็บหอมรอมริบไว้ และสมุดบัญชี ป๊าเปิดให้ผมเห็นตัวเลขเงินในนั้น “นี่เป็นเงินเก็บสำรองที่ป๊ากับแม่ช่วยกันเก็บเอาไว้ รหัสเซฟใบนี้เจนรู้อยู่แล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับป๊ากับแม่ เงินนี่ขอให้เจนใช้ส่งตัวเองเรียนให้จบ ถึงไม่มากมายอะไรแต่ป๊าคิดว่ามันคงช่วยเจนได้”

“ป๊า... ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้สิ”

“ไม่เจน ฟังป๊า อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” ป๊าจับไหล่ผม ป๊ากับแม่เป็นคนที่ไม่เคยประมาทกับชีวิต พวกท่านเคยลำบากกันมามากกว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้ “แล้วหลังจากนั้น ป๊าขอแค่ให้เจนช่วยส่งเจตกับจีนให้เรียนจบก็พอแล้ว เข้าใจใช่ไหม”

ผมพยักหน้า อยู่ๆ ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา ป๊ากับแม่ชอบเป็นแบบนี้ทุกทีเลย

“ป๊าขอโทษนะที่ไม่ได้เป็นพ่อที่ร่ำรวยเหมือนพ่อใครๆ เขา ไม่ได้มีทรัพย์สินเงินล้านอะไรให้ ป๊าขอโทษนะลูก...”

“ป๊าไม่ต้องขอโทษเจนเลย แม่ด้วย” ผมมองหน้าท่านทั้งสอง “เจนรักป๊ากับแม่ ทุกวันนี้มีความสุขมากๆ แล้ว เงินไม่เคยสำคัญเท่าความอบอุ่นของครอบครัวเรา เจนจะตั้งใจเรียนนะครับ”

“อื้ม แม่กับป๊าไม่ได้เรียนจบปริญญาตรีมา แม่รอไปงานเจนนะลูก ปริญญาคนแรกของบ้านเรา”

“รับรองได้ไปแน่ ไว้ใจลูกชายคนนี้ได้เลย”

ผมเต๊ะท่าขยันขันแข็งเรียกเสียงหัวเราะจากป๊ากับแม่ แล้วแม่จึงก้มลงมาหอมแก้มผมอีกครั้ง

“เข้านอนได้แล้วลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว”

“ครับ”

“เอ้อ เจน แล้วที่เจนบอกว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเพื่อนตอนปิดเทอมนี่ล่ะ เท่าไหร่นะเดี๋ยวแม่จะได้โอนให้ เป็นรางวัลให้ลูกชายที่ขยันเรียนสักหน่อย”

“โอ๊ยไม่ต้องเลย เจนมีเงินเก็บอยู่”

“เจน อะไรที่แม่ให้ได้แม่ก็อยากให้เจนนะ เจนไม่ต้อง – “

“แม่นั่นแหละไม่ต้อง เจนจัดการเองได้ แค่เที่ยวญี่ปุ่นเอง ชิวๆ น่า”

แม่ทำหน้ายุ่งยากใจ “ไปญี่ปุ่นเงินเยนมันไม่ใช่ถูกๆ นะลูก ไปแล้วถ้าต้องเที่ยวแบบไม่เต็มที่ก็อายเพื่อนเปล่าๆ” แม่คิดเสมอว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวเองที่ส่งผมไปเรียนมหาวิทยาลัยอินเตอร์ ฉะนั้นก็จะต้องหาเงินมาซัพพอร์ตสังคมตรงนั้นให้ได้ด้วย แม่ไม่ต้องการให้ผมอยู่แบบน้อยหน้าใคร ถึงจะไม่มีแบรนด์เนมใช้ แต่ต้องไม่มีใครดูถูก

“เจนมีเงิน จริงๆ นะครับ” ผมยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ ไม่อยากจะขอเงินป๊ากับแม่เอาไปเที่ยวเล่นจริงๆ ดูสิ ป๊ากับแม่ทำงานหนักขนาดนี้เพื่อนส่งพวกเราเรียน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และอะไรอีกมากมาย การเลี้ยงเด็กสามคนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วผมจะหน้าด้านเอามาได้ยังไง ผมเป็นลูกคนโตด้วย ขนาดไอ้เจตมันยังหาเงินเองได้เลย ทำไมผมจะทำไม่ได้

“เจน...”

“ป๊าไม่ต้องห่วง ยังไงเจนไปนอนแล้วนะครับ ราตรีสวัสดิ์”


 


 

ผมกระชับหมวก visor บนหัว ส่องกระจกอีกทีเพื่อเช็กให้มั่นใจว่าตัวเองผูกผ้ากั้นเปื้อนสีน้ำตาลช็อกโกแลตอันเป็นหนึ่งในเครื่องแบบดีแล้วจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายเซล์ฟฟี่


 

Jane

Sent a photo

ทำงานวันแรกแล้ว โอยยยยยยย

ขอกำลังใจหน่อยยยยย

P’Win

สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

น้องเจนทำได้

แหม ใส่เครื่องแบบแล้วน่ารักดีนะเนี่ย

ว่าแต่โลโก้บนหมวกหลบไปหน่อยรึเปล่า?

Jane

จริงด้วย


 

ผมส่องกระจก ขยับปีกหมวกให้โลโก้หันออกชัดๆ เครื่องแบบของร้านเป็นสีน้ำตาลช็อกโกแลตนมกับสีชมพูหวานๆ ก็แน่ล่ะ มันร้านกาแฟนี่นา จะพิสดารมากกว่านี้ก็คงไม่งามเท่าไหร่


 

Jane

ทำงานแล้วนะ

P’Win

ไว้ถ้าพี่ว่างจะแวะไปชิมฝีมือบาริสต้าเจนนะ 

Jane

มาเลย เดี๋ยวแถมวิปครีมให้

ไปจริงๆ ล่ะ!


 


 

“เอ้า ชื่ออะไรนะเรา” รุ่นพี่คนหนึ่งถามขึ้นหลังจากที่ผมเข้าไปประจำหลังเคาท์เตอร์

“ชื่อเจนครับ”

“เออ ประจำที่ เดี๋ยวก็รู้จักทุกคนไปเอง จำสูตรกาแฟได้หมดแล้วรึยัง”

“จำได้บ้างครับ”

“อือ พี่จะมีแปะๆ ไว้ตรงแถวนั้นแหละ แอบเหลือบเอาได้ แต่พวกเมนูยอดฮิตก็ต้องจำให้ได้นะ ทำวันแรกอย่าท้อล่ะ”

“ไม่ท้อครับ!”

เจนสู้ตาย!


 


 

ทำงานพาร์ทไทม์ได้สามวันผมก็ชินกับงานแล้ว มันไม่ยากเท่าไหร่เพราะผมหัวไวในการจำสูตรชากาแฟต่างๆ จะติดแค่พวกสูตรขนมนั่นแหละที่ยังไม่ได้เลย แต่ด้านขนมปกติก็มีปาร์ติซิเอ้ทำอยู่แล้ว เราแค่ต้องทำนิดๆ หน่อยๆ ส่วนเพื่อนร่วมงานทุกคนก็เป็นมิตรและน่ารัก ส่วนใหญ่ก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน และเพราะว่ามาทำงานที่คาเฟ่ทำให้ผมอดเตะบอลหลังเลิกเรียนเลย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็แบ่งเวลาเข้ากะได้ดีไม่ให้มันเบียดบังการเรียนอันเป็นหน้าที่หลัก ส่วนเรื่องบอลก็อดทนไว้ แค่ชั่วคราวๆๆ

กรุ๊งกริ๊ง~

เสียงกระดิ่งที่ดังจากหน้าประตูทำให้ผมที่กำลังอู้ยืนเล่นมือถืออยู่รีบเก็บแล้วเดินไปต้อนรับลูกค้าที่หน้าเคาท์เตอร์

“ยินดีต้อน... รับ...”

พยางค์หลังของผมแผ่วหายไปเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินเข้ามาในร้าน แต่คนๆ นั้นดูจะไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นผม บ้าเอ้ย! นี่เขารู้ได้ไงว่าผมทำงานที่นี่ มันอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยมาเยอะเลยนะ จากบ้านผมก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ามาตั้งสองสถานี นี่คือความบังเอิญหรือว่าเขาจงใจกันแน่ ให้ตาย ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังสติแตก ก็นับจากอาทิตย์ที่แล้วที่เราจูบกัน เราก็ยังไม่ได้คุยกันเลย...

ผมกระแอม นี่มันเวลางาน เพราะฉะนั้นเราต้องเป็นมืออาชีพ

“รับอะไรดีครับ”

ผมเอ่ยถามอย่างเป็นการเป็นงานขณะที่พี่เจนกำลังยืนมองเมนูต่างๆ บนป้าย ก่อนคนตัวสูงจะละสายตาลงมามองหน้าผมที่ตีหน้านิ่งอย่างที่สุด ผมรู้สึกได้ว่าเขามองผมที่อยู่ในชุดพนักงานหัวจรดเท้าเร็วๆ รู้สึกเหมือนว่าเขายิ้มนิดๆ ก่อนเสียงทุ้มจะสั่ง

“เอาอเมริกาโน่เย็นไซส์ M กับเพลนโยเกิร์ต”

“ครับ... สองรายการสองร้อยยี่สิบบาทครับ”

พี่เจนยื่นแบล็กการ์ดให้ผม ซึ่งผมก็รีบคิดเงินอย่างคล่องแคล่วก่อนจะคืนการ์ดให้เขาแล้วเดินไปชงกาแฟกับปั่นโยเกิร์ต เพื่อนอีกคนก็เพิ่งขอตัวไปเช็กสต็อกของที่หลังร้านตอนนี้ด่านหน้าเลยมีผมอยู่คนเดียว โอยๆๆๆ รู้สึกประสาทเสียแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ทำไมเขาถึงยังได้มีอิทธิพลต่อผมขนาดนี้นะ เขามันก็แค่แฟนเก่าหรอก!

ว่าแต่วันนี้มาแปลกแฮะ ทำไมกินตั้งสองแก้ว แล้วนี่สั่งเสร็จจะนั่งในร้านหรือว่าไปเลยล่ะ ช่วยไปเลยเถอะนะขอร้องล่ะ!

ผมใจเต้นไม่เป็นส่ำไม่แตกต่างจากโยเกิร์ตที่กำลังถูกปั่นหมุนติ้วอยู่ในเครื่อง ผมได้บอกรึเปล่านะว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ซื้อรูปผมได้สำเร็จ พี่วินโกรธมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเพราะคนที่ตกลงขายไปคือพี่เอก ซึ่งตอนแรกพี่วินเองก็เต็มใจซะยิ่งกว่าที่อยากจะขาย มากลับลำทีหลังนั้นไม่ทันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ขายไปไกลถึงรูปละล้านหรอก แต่ราคาเท่าไหร่พี่วินก็ไม่ยอมบอกผมอยู่ดี และผมก็ไม่มีทางจะรู้ได้เลยนอกจากจะไปเค้นจากผู้ชายอีกคน...

“ได้แล้วครับคุณลูกค้า”

ผมยื่นแก้วอเมริกาโน่กับแก้วเพลนโยเกิร์ตปั่นให้เขา พี่เจนเอื้อมมือมารับแก้วกาแฟไปเจาะดูดแล้วพูด

“อีกแก้วของเรา พี่ให้”

“เอ๊ะ?”

คนตัวสูงที่เดินหมุนตัวหันหลังออกไปจากร้านแล้วขณะที่ผมยังยืนงงๆ อยู่กับแก้วโยเกิร์ตปั่นในมือ

แล้วถ้ามองไม่ผิด... ผมว่าผมเห็นเขายิ้มมุมปากก่อนหันหลังจากไปด้วย

ผมหยิบหลอดมาเจาะแก้วโยเกิร์ต ถอนใจขณะนั่งลงบนถังน้ำแข็งแล้วจึงดูดมันลงท้อง ก็ไหนๆ เขาก็เลี้ยงผมแล้วนี่ ผมอยากจะเป็นบ้า เจอเขาไม่ถึงสิบนาทีทำเอาผมปั่นป่วนได้ขนาดนี้เลยเหรอ ผมกำลังดูใจกับพี่วินอยู่นะ เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่รึไง จะมาผลุบๆ โผล่ๆ ทำให้ผมใจเต้นแบบนี้ไม่ได้

แล้วอยู่ดีๆ ก็มาเลี้ยงน้ำเฉย ทำอย่างนี้ทำไมวะ

อะไรของเขาอ่ะ...

ว่าแต่...รู้ได้ไงนะว่าผมชอบกินโยเกิร์ตปั่นของร้านนี้ที่สุดเลย

เอ๊ะ ให้งั้นเหรอ…

ผมมองแก้วเพลนโยเกิร์ตในมือที่ดูดไปประมาณสองอึกอย่างชั่งใจ เขาให้ผมนะ ผมไม่ได้ขอ

ผมตัดสินใจดูดมันต่อเพราะอย่างไรก็กินไปแล้ว นี่คงจะไม่นับเป็น favor ถูกไหม ไม่งั้นผมจะเอาแก้วน้ำที่ร้านไปปาใส่หัวเขาแน่


 

“เอาอเมริกาโน่เย็นไซส์ M เค้กช็อกโกแลตหนึ่งชิ้น แล้วก็นิวยอร์กชีสเค้กหนึ่งชิ้น”

ใช่แล้ว นายคนนั้นนั่นแหละ เขามาอีกแล้ว

“นี่ พี่เจน” ผมตบเคาท์เตอร์เบาๆ ระวังไม่ให้เพื่อนที่อยู่กะด้วยกันได้ยิน ผมถลึงตามองเขา “พี่จะมากินกาแฟอะไรที่นี่อยู่ได้ นี่มันห่างจากมหาวิทยาลัยแล้วก็คอนโดฯ พี่มาตั้งเยอะ พี่ตั้งใจตามเจนมานี่ พี่ทำอย่างนี้ไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนะ! อย่าทำตัวน่ารังเกียจได้ไหม แบบนี้มัน loser ชัดๆ”

“ใช่ พี่ตามเจนมา”

เห็นไหม ในที่สุดก็เผยไต๋ออกมาแล้ว!

“ตามมาทำงานน่ะสิ” เขาชูแม็กบุ๊กในมือให้ผมดู สีหน้าจริงจังอย่างที่สุด “เราทำงานคู่กันวิชาแอ๊บนอมอล ยังไม่ได้เริ่มกันเลยเพราะเจนนั่นแหละที่ไม่ว่างแล้วก็บล็อกไลน์พี่ แล้วจะเริ่มทำงานกันยังไง อาทิตย์หน้าก็พรีเซนต์แล้วนะ”

...พระเจ้า ผมลืมไปเลย

ผมอ้าปากหวอ หน้าเหวอสุดขีด ช่วงนี้มีหลายอย่างประเดประดังเข้ามามากเกินไปจนทำให้ผมลืมไปเสียสนิทว่าเรามีทำโปรเจ็กต์คู่กัน ผมเอาแต่สนความรู้สึกส่วนตัวจนลืมเรื่องสำคัญไปเลย

“แล้วนี่เอาแล็ปท็อปมารึเปล่า”

“อะ .. อือ เอามา”

“พี่นั่งรอตรงนั้นนะ” เขาชี้นิ้วที่ก็ถือขวดน้ำเปล่าในมือไปยังโต๊ะตัวหนึ่งในร้าน หน้าตาจริงจัง “เวลาอย่างนี้งานเจนคงไม่ยุ่งมาก ถ้ามีเวลาก็มานั่งเบรนสตรอมกับพี่ก่อน”

“ครับๆ”

“แล้วหัวข้อย่อยจะเอายังไง จะแบ่งงานกันพาร์ทไหน นี่ Syllabus ก็ยังไม่ได้ดูเลย”

“พี่เจนไปนั่งรอเจนก่อนนะ เดี๋ยวเจนไปหา แล้วจะเอาน้ำเอาหนมไปเสิร์ฟพร้อมกันเลย แต่ขอเจนรับออเดอร์ลูกค้าคนอื่นก่อน”

“อืม รีบมาล่ะ”

ผมผงกศีรษะให้เขา แล้วก็มาคิดได้ว่านี่ตัวเองกำลังเชื่องโคตรๆ... แบบว่าว่านอนสอนง่ายขึ้นมาเสียฉิบ เอ๊ะ นี่ผมโดนเขาหลอกให้คุยด้วยโดยเอาเรื่องงานมาอ้างรึเปล่านะ เราสองคนกำลังขุ่นเคืองใจกันอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมบรรยากาศมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แต่เราก็มีงานให้ทำร่วมกันจริงๆ นี่นา ผมควรจะลดอคติ วางทิฐิแล้วก็เอาเรื่องงานก่อน งานคือคะแนนคะแนนคือชีวิต แล้วเจน แพทริคก็เรียนเก่งอย่างมาก... งานที่แล้วที่คู่กันเกรดดีแค่ไหนผมยังจำได้ไม่ลืม คราวนี้มันอาจจะเป็นอย่างนั้นอีกก็ได้ต่อให้เราจะมีเวลาน้อยก็เหอะ

เวลานี้ไม่ใช่เวลามาทำเก่ง การเรียนหนังสือคือหน้าที่หลักของผม ผมต้องลบอคติ ลดทิฐิลงแล้วเอาเรื่องนี้ก่อน

ผมไปขออนุญาตพี่ผู้จัดการว่าจะขอไปนั่งทำงานกับเพื่อนได้ไหมในช่วงที่ไม่มีลูกค้าอย่างนี้ แต่ถ้ามีเมื่อไหร่จะรีบกลับมาช่วยทันทีเพราะรู้อยู่ว่าเป็นเวลางาน ซึ่งก็ถือว่าโชคดีที่พี่ผู้จัดการใจดีเลยไม่ห้ามเลย บอกให้ผมไปทำได้ถ้ายุ่งแล้วเดี๋ยวจะไปเรียกมาช่วย ผมเลยเดินไปหยิบแล็ปท็อปที่เก็บไว้ในล็อกเกอร์รวมกับชุดนักศึกษา แล้วก็เดินออกมาตรงไปหาพี่เจนที่โต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นมาพอดี

อา ให้ตาย... ผมไม่เห็นเขาใส่แว่นนานเป็นชาติแล้วนะ

นี่มันไม่ยุติธรรมเลย แดเมจแรงเป็นบ้า หล่อแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิ

ไม่! ผมจะไม่ยอมให้เจน แพทริคปั่นหัวอีก ต่อให้จะมาลูกไม้ไหนก็ตาม อย่าลืมสิว่านี่คือคนที่เข้าหานายเพราะบอกว่าหน้าตานายโง่ดีนะเจนอารีย์

แล้วเราก็ชอบพี่วิน เราชอบพี่วิน ชอบพี่วิน... เราไม่ได้ชอบพี่เจน ไม่ได้ชอบ ไม่ได้ชอบ... เราไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกแล้ว เขาเป็นคนน่ากลัว ชอบเล่นกับจิตใจคน เขามันตัวร้าย เขามันปิศาจแห่งคำขอ แต่ที่เราจำเป็นต้องมาเข้าใกล้เขาอย่างนี้มันเพราะเรื่องงานต่างหาก!

เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วผมจึงค่อยนั่งลงตรงข้ามกับเขา ไม่ทันได้กดปุ่มเปิดแล็ปท็อปฝ่ายตรงข้ามก็เอ่ยก่อน

“มีที่คิดไว้ในใจไหมว่าอยากทำหัวข้อแบบไหน"

ผมตั้งหลังตรง ไหล่ตรง เม้มปาก ผมไม่ได้คิดอะไรไว้ในใจทั้งนั้น อันที่จริงก็คือผมลืมเรื่องงานนี้ไปเลย

ก๊อกๆ

มือหนาเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ ทำให้ผมสะดุ้งเฮือก ก่อนเขาจะเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

“ตกลงว่าไง"

“ยังไม่ได้คิด ก็นี่พี่บอกให้เรามาเบรนสตรอมกันก่อนไม่ใช่เหรอ"

“มันก็ต้องมีไอเดียอะไรมาก่อนไหม"

“เอ๊ะ ก็มานั่งคิดแล้วนี่ไง จะเอาอะไรอีก"

ผมชักโมโหที่ถูกเขาไล่ต้อน ไม่อยากจะยอมรับว่ามันเป็นความผิดของตัวเองที่ละเลยความรับผิดชอบในส่วนนี้ ทั้งที่ปกติผมไม่ใช่คนแย่ๆ อย่างนี้เลยนะ แต่เพราะมันเป็นเขา... ผมเลยไม่อยากแพ้

ผมหลับตาลงครู่หนึ่ง ช่วงนี้มีอะไรให้ผมคิดเยอะเหลือเกิน เรื่องเก็บเงินไปเที่ยวญี่ปุ่น เรื่องพี่วิน แล้วก็เรื่องคนตรงหน้า .. ทุกอย่างมันประเดประดังเข้ามาพร้อมกันจนผมลำดับความสำคัญในสมองไม่ถูก ไหนจะไอ้โปรเจ็กต์นี่อีก สัปดาห์หน้าก็ส่งแล้ว เหลือเวลาอีกแค่นิดเดียวจริงๆ มันยุ่งเหลือเกิน ผมไม่ได้เตะบอล ไม่ได้ทำอะไรเลย Netflix ที่สมัครไว้ก็ไม่มีเวลาดู ทุกอย่างมันหนักไปหมด

“จะขอให้พี่ทำงานนี้คนเดียวก็ได้นะ แล้วเจนก็ปล่อยชิวได้เลย"

ผมลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินพี่เจนพูดอย่างนั้น รู้สึกสับสน เขาหมายความว่ายังไงน่ะ...

"จำได้ใช่ไหมว่าพี่จบปริญญาตรีจิตวิทยามา"

ใช่ จริงด้วย สำหรับเขาวิชา Abnormal Psychology นี้มันคงง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เพราะเขาเรียนทั้งหลักสูตรมาหมดแล้วจากฮาร์วาร์ด แล้วจากโปรเจ็กต์ที่แล้วที่เราทำร่วมกัน เขาก็ทำให้ผมเห็นแล้วว่าเขามันเทพแค่ไหน…

เขาก็แค่มาลงเรียนวิชานี้ชิวๆ เล่นๆ

คนตัวสูงยิ้มมุมปาก

“แต่แน่นอน มันก็จะเป็น ‘คำขอ’ "

“...”

“It's like you ask me a favor.”

ผมหยิบสมุดปกอ่อนบนโต๊ะขึ้นมา เปิดไปหน้าว่างแล้วฉีกกระดาษออกมาทันทีหนึ่งแผ่น ตะคอกใส่เขา

“เดี๋ยวจะลิสต์ท็อปปิคแล้วร่างดราฟต์หนึ่งให้เดี๋ยวนี้แหละ!”

คนอย่างเจนอารีย์ไม่มีวันขออะไรเขาหรอก!

ผมได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนตรงข้ามขณะที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ดินสอเขียน bullet points รู้สึกหมั่นไส้เขาจนอยากจะตั๊กใบหน้าหล่อๆ นั่นให้แว่นหักคาหน้า

ก๊อกๆ

“อะไรอีกล่ะ"

ผมเงยหน้าขึ้นไปตวาดหน้ายุ่งเมื่อเขาเคาะโต๊ะอีกแล้ว เป็นโรคชอบเรียกร้องความสนใจรึไง คนยิ่งตันๆ คิดงานไม่ออกอยู่ ขีดฆ่าจนเลอะเทอะไปทั้งกระดาษแล้วเนี่ย

“จะถามว่าเมื่อไหร่พี่จะได้เค้กกับกาแฟ"

...ลืมไปเลย

ผมเม้มปาก แล้วรีบลุกขึ้นไปเอาเค้กกับกาแฟใส่ถาดมาเสิร์ฟให้เขา จากนั้นก็มานั่งพยายามคิดงานต่อ

“เอาไปสิ"

มือหนาวางจานนิวยอร์กชีสเค้กลงตรงหน้าผม

“กินอะไรหวานๆ หน่อยจะได้คิดออก"

“...”

ผมมองจานนิวยอร์กชีสเค้ก สรุปว่าเขาซื้อมาให้ผมอีกแล้วเหรอ แล้วผมควรจะกินมันจริงๆ เหรอ มันจะเท่ากับว่าผมรับอะไรมาจากเขาอีกแล้วน่ะสิ

“เอาไปเถอะ ไม่คิดเป็น favor หรอก"

...เขารู้ได้ไง

มือหนาวางส้อมลงบนจานให้ผมด้วย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งผมก็ตัดสินใจตักชีสเค้กเข้าปากหนึ่งคำ รสหวานอร่อยของมันแผ่ซาบซ่านไปทั่วปากทำให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย รู้ตัวอีกทีผมก็ตักกินไปมากกว่าสามคำ

“อีกอย่าง เจนผอมไปเยอะเลยนะจากตอนคบกับพี่"

“ผอมอะไรล่ะ ไม่ผอมเลย"

“จริงๆ แปลว่าคนใหม่เขาเลี้ยงไม่ดีน่ะสิ"

“...”

“ไม่ได้เรื่องเลย"

“...อย่าว่าพี่วิน"

ผมพูดออกไปได้แค่นั้น ทั้งๆ ที่สิ่งที่เขาพูดมันมั่วสิ้นดีแต่ผมกลับไม่อาจตอบโต้มากไปกว่านี้ได้ ผมไม่ได้ผอมลงเพราะพี่วินเลี้ยงไม่ดีแน่ๆ มันผอมลงไปเองด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ถึงอย่างนั้นผมกลับไม่หนักแน่นพอที่จะฉอดกลับแทนคนที่กำลังดูใจกันอยู่ในปัจจุบัน

คนที่สวมแว่นกระตุกยิ้ม

“ไม่ได้ว่า พูดความจริง"

“มันไม่เกี่ยวกับพี่วิน แล้วก็ไม่ได้ว่าจะผอมไปเยอะอะไรสักหน่อย"

“เหรอ"

“...!”

เขากำข้อมือผมขึ้น เอานิ้วโป้งกับนิ้วกลางวัดรอบมัน

“หลวมไปตั้งขนาดนี้น่ะนะ"

“...ก็บอกว่ามันผอมไปเองไง"

ผมเถียง จะชักข้อมือออกจากวงนิ้วของเขาแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะถูกจับไว้

“ไม่กินดีอยู่ดีก็บอกมาเถอะ"

“ก็บอกว่าเปล่าไง พี่เป็นบ้าเหรอ"

“กลับมาคบกับคนรวยดีกว่าไหม จะไม่ปล่อยให้อดๆ ยากๆ แบบนี้หรอก"

“นี่ – "

“เจน พี่เป็นห่วงนะ"

"…"

เขามองหน้าผมลอดผ่านแว่นด้านบน สายตาที่คมกริบราวกับเอ็กซเรย์เข้าไปถึงปอดและตับไตหัวใจข้างในของผม

"คิดถึงด้วย"

“...”

ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...!

“เจน ไม่เอาน่ะ จะปฏิเสธเหรอว่าเจนไม่คิดถึงพี่"

ไม่พูดเปล่า เขายังเอื้อมมือนั้นจากที่ข้อมือมาจับมือของผมเบาๆ เขาวางมือผมลงบนโต๊ะ แล้วใช้นิ้วโป้งนั่นลูบเกลี่ยหลังมือ

ผมกำลังใจสั่น… สั่นมากเสียด้วย…

ไม่รู้ว่าเพราะวาบหวาม หรือเพราะว่าโกรธที่ถูกเขาพูดจามั่นหน้าใส่

หรือเพราะว่ามันแทงใจดำ

ร่างสูงละมือออกจากมือของผมไปวางเท้าคาง เหมือนปล่อยพื้นที่ให้ผมได้ตระหนักคิดทุกอย่างด้วยตัวเอง

“อย่าหลอกตัวเองเลยเจน"

เสียงกระดิ่งประตูร้านดังขึ้นเมื่อมีลูกค้าหน้าใหม่เข้ามา หากผมไม่อาจหันไปสนใจได้เพราะมัวแต่ใจจดจ่ออยู่กับผู้ชายตรงหน้า

“เฮ้ย ทำอะไรน่ะ!”

“…! พี่วิน!?”

ผมหันขวับไปตามต้นเสียง ไม่ทันได้หายตกใจพี่วินก็เข้ามาถึงเนื้อถึงตัวผมพร้อมกับพายุอารมณ์ ใบหน้าของเขาโกรธจัด

“นี่มันอะไรกันน่ะน้องเจน ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มานั่งมองหน้าน้องเจนอยู่ในร้านแบบนี้" เขาซักไซ้ไล่เรียงกับผมอย่างเกรี้ยวกราด ผมที่ยังอยู่ในอารามตกใจรีบร้อนลุกขึ้น หวังใช้น้ำเย็นเข้าลูบพี่วิน

“พี่วินใจเย็นๆ ก่อน มันมีเหตุจำเป็นนิดหน่อย...”

“นี่คุณ คุณน่ะตั้งใจมาหาน้องเจนใช่ไหม ทำแบบนี้มันสารเลวเฮงซวยนี่! ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าน้องเจนมีผมแล้ว เกิดหวงก้างอะไรขึ้นมาวะ!”

คนถูกด่าหน้านิ่งหน้าตายไม่สะทกสะท้าน ทำเหมือนเสียงของอีกฝ่ายเป็นแค่ลมผ่านหู และนั่นก็ยิ่งทำให้โทสะของวินพุ่งขึ้นสูง

“เฮ้ยมึงอย่ามากวนตีนนะเว้ย"

“พี่วิน ฟังเจนก่อนได้ไหม!”

ผมแผดเสียงกลับ เพราะเสียงของพี่วินเริ่มดังจนเรียกความสนใจจากทุกคนในร้านและดูท่าจะไม่ยอมลดละ ตรงกันข้ามกับพี่วินที่ร้อนเป็นไฟ พี่เจนเพียงถอดแว่นของตัวเองออกวางบนโต๊ะ แล้วเอ่ยเรียบๆ

“ผมกับน้องเจนมีงานคู่ต้องทำด้วยกัน ผมมาที่นี่มาทำงาน ไม่ได้มีเจตนาอะไร ถ้าผมทำให้คุณวินไม่สบายใจ ผมขอโทษด้วย"

“มึงไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีตีหน้าซื่อ กูไม่เชื่อมึงหรอก!” พี่วินตบโต๊ะดังลั่น

“พี่วิน หยุดสักที! มีอะไรไว้ค่อยพูดกันเถอะครับ นี่เป็นเวลางานเจนด้วย"

หากพี่วินที่เกลียดที่เจนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วไม่ยอมฟังเสียง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นเขาโมโหได้ขนาดนี้ เขาผูกใจเจ็บที่เจนมาตั้งแต่เรื่องที่กวาดซื้อรูปผมไปจนหมด

“อย่ามาตีท้ายครัวชาวบ้านแบบนี้ คนดีๆ เขาไม่ทำกันหรอก ทำตัวให้มันเป็นลูกผู้ชายหน่อยสิวะ"

“ลูกผู้ชายเขามีกฏบัญญัติด้วยเหรอว่าต้องทำตัวแบบไหน แล้วถ้าว่ากันตรงๆ ก็คือผมมาก่อนคุณ แล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วย ผมมีสิทธิ์ที่จะซื้อรูปที่คุณถ่าย ผมมีสิทธิ์ที่จะมานั่งที่ร้านกาแฟนี่ หรือผมต้องโวยวายไปทั่วแบบคุณถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย" ร่างสูงเผยรอยยิ้ม...แบบที่ผมจะเรียกว่ายิ้มเยาะ "อีกอย่าง ผมไม่เคยบอกใคร ว่าผมเป็นคนดี"

“หน็อย ไอ้เจน!”

“พี่วิน อย่าาา!”

พี่วินพุ่งปราดเข้าไปคว้าคอเสื้อพี่เจน โต๊ะกระทบกระทั่งกันจนแจกันดอกไม้เกิดหล่นลงไปแตกกระจายบนพื้น ตามด้วยเหยือกน้ำเหยือกใหญ่ที่ร่วงลงเสียงดังจนน้ำเปียกเจิ่งนองไปทั่ว เก้าอี้ล้มระเนระนาดไปสี่ห้าตัว

พอได้แล้ว!” เสียงของผู้จัดการร้านดังกัมปนาทหยุดการกระทำได้ทั้งหมด ก่อนเขาจะหันมาหาผมอย่างข่มอารมณ์ที่สุด "เจน เอาตัวเพื่อนสองคนออกไปนอกร้านเดี๋ยวนี้ แล้ววันนี้เจนเลิกงานได้แล้ว!”

“...พี่เฟิร์ส...” ผมพูดอะไรไม่ออก

“ไป! ไม่อย่างนั้นพี่จะแจ้งตำรวจ! แล้วพี่จะไล่เจนออก!”

เสียงเฉียบขาดของเขาทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง ก่อนพี่เฟิร์สจะหันหลังเดินกลับไปอย่างหัวเสีย ผมเม้มปาก กระชากหมวกออกจากหัวแล้วมองหน้าพี่วินด้วยสายตาที่ผมไม่เคยมองใครอย่างนี้ ผมเห็นแววตาตกใจของพี่วินแต่ผมก็ไม่แยแส ก่อนผมจะเก็บแล็ปท็อปบนโต๊ะ แล้วเดินกระแทกเท้ากลับไปเก็บของทั้งหมดที่หลังร้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปทันที ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนใดกล้าพูดกับผมแม้แต่คำเดียว

“น้องเจน! น้องเจนรอพี่ก่อน!”

เสียงพี่วินไล่หลังตามมา ก่อนเขาจะเข้ามาแตะไหล่ผม เพราะโมโหมากเหลือเกินผมจึงสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี

“น้องเจน น้องเจนจะทำอย่างนี้กับพี่ไม่ได้..."

“แล้วเจนต้องทำยังไงล่ะครับ" ผมหันขวับไป พยายามสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองพูดจาหยาบคายเพราะโทสะ "ตะโกนเสียงดังแบบที่พี่วินทำงั้นเหรอ"

"...พี่ไม่ได้ตั้งใจ" เขาเสียงแผ่ว

"พี่วินทำให้เจนเกือบถูกไล่ออก พี่วินมาทะเลาะวิวาทในที่ทำงานเจนแบบนี้ได้ยังไง"

“แล้วน้องเจนล่ะ" อีกฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าบิดเบี้ยว "น้องเจนยอมให้มันมาหาที่ร้าน ให้มันมานั่งมองหน้าพูดจาโอ้โลมไปถึงไหนต่อไหน นี่พี่อุตส่าห์มาหาเพื่อที่จะเซอร์ไพร์สน้องเจน แล้วนี่คือสิ่งที่พี่ต้องเจอเหรอ”

“พี่วินพูดอย่างกับร้านนี้เจนเป็นเจ้าของ ใครจะไปใครจะมาเจนห้ามได้หรือไง เจนก็บอกแล้วไงว่าเจนไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่เจนแล้ว เจนไล่ให้เขาไปไกลๆ ด้วยซ้ำ แต่นี่มันเกิดได้ทำงานคู่กันขึ้นมา แล้วใครจะไปทำอะไรได้ เจนก็หนีเขาสุดชีวิตแล้วพี่วินก็รู้ หรือพี่วินจะไปคุยกับอาจารย์ให้เจน ไปสิ เจนจะได้เปลี่ยนคู่สักที"

“...พี่ไม่ได้"

“ช่างเถอะ วันนี้พี่วินกลับไปเถอะครับ เราค่อยคุยกันวันหลัง"

“น้องเจน ไม่เอา"

พี่วินเข้ามารวบกอดตัวผม ทำให้ผมไม่อาจเดินไปที่ไหนได้ ผมใจอ่อนเมื่อเขามาง้อ ผมรู้ดีว่าปกติพี่วินไม่ใช่คนใจร้อนอะไรเลย มันเป็นเพราะคู่กรณีที่ทำให้เขาอยู่เฉยไม่ไหว

“พี่เจนเขาก็เป็นคนอย่างนั้นแหละ พี่วินอย่าไปเต้นตามอารมณ์เขาได้ไหม เขามัน...ซาตาน เขายั่วยุอารมณ์คนเก่งจะตาย พี่เจนก็เหมือนงูในสวนเอเดนนั่นแหละ อย่าปล่อยให้เขาสนุกกับการได้ยั่วยุพี่เลย"

พี่วินดูจะตกใจที่ผมถึงขนาดต่อว่าพี่เจนขนาดนี้ ผมกล่าวต่อ

"ต่อให้เขาจะทำยังไงเจนก็ไม่มีวันจะกลับไปเป็นแฟนเขาหรอก เจนขอให้พี่วินมั่นใจได้"

“...จะมั่นใจได้ยังไง พี่ไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย" เสียงของพี่วินแผ่วเบา

“อะไรล่ะที่สู้ไม่ได้ หน้าตาเหรอ พี่วินก็หล่อดีนี่ หน้าที่การงานก็มั่นคง"

“...”

“เงินทองน่ะมันแค่ของนอกกาย อย่าไปคิดมากเลย เจนเองก็ไม่ได้หวังว่าพี่วินจะต้องรวยอะไร เราแค่คุยกันคบกันอย่างสบายใจได้ไหม"

“พี่อยากให้เจนทำให้พี่มั่นใจ ว่าเจนจะไม่กลับไปหาเขา"

ผมขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผมจะทำตรงพาร์ทนั้นได้ยังไง ผมพลิกตัวไปมองหน้าพี่วินทันที

“ยังไง?”

“...”

พี่วินไม่ตอบอะไร แต่เอื้อมสองมือมากุมมือผม สอดประสานนิ้วเข้ามาทั้งสิบนิ้ว มองผมด้วยแววตาที่ทำให้ผมรู้สึกสองแก้มร้อนผ่าว ผมเข้าใจได้ในทันที

ผมหันหน้าหนีหลบไปทางอื่น รู้สึกหัวใจเต้นระรัว

“น้องเจน...”

“ไม่ .. ไม่ใช่ว่าเจนจะปฏิเสธ แต่มันยังเร็วเกินไป เรายังไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ"

“น้องเจนรู้ใช่ไหมว่าพี่จริงใจกับน้องเจนแค่ไหน"

“...เจนรู้" ผมเอ่ยเสียงบาง พี่วินกระชับมือแน่นขึ้น

“เพื่อให้ความมั่นใจกับพี่ ไม่ได้เหรอ"

“พี่วิน เจนไม่ได้บอกว่าเจนจะไม่ให้นะ แต่ตอนนี้เจนยังไม่พร้อม...”

“ไม่พร้อมเพราะไม่ได้ชอบพี่เท่าที่ชอบเขารึเปล่า หรือเพราะยังลังเลอะไร"

“...ไม่ใช่อย่างนั้น"

ผมพูดอะไรไม่ออก จริงๆ ผมก็ไม่เคยมีอะไรกับพี่เจนเลย แบบมีอะไรกันจริงๆ น่ะ ที่ผ่านมาก็แค่ภายนอก แล้วพี่เจนก็ไม่ได้มาขอผมตรงๆ อย่างนี้ เขาตะล่อมผมไปที่ห้องแล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามสถานการณ์แวดล้อมต่างหาก ซึ่งการมาถูกถามซึ่งหน้าแบบนี้มันกระอักกระอ่วนนะ แต่ผมก็ตอบไม่ได้ว่าอย่างไหนมันดีกว่ากัน

“น้องเจน"

“เจนจะให้พี่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้"

“...”

“เจนพูดจริงๆ นะ พี่วินจะได้เป็นคนแรกของเจน"

ผมหันกลับไปสบตาเขา เห็นแววตาพี่วินมีประกายขึ้นมาหน่อย และสีหน้าของเขาก็แช่มชื้นขึ้น พอพูดออกไปแล้วผมก็อายจนแทบทนตัวเองไม่ได้ ให้ตายเถอะ ของแบบนี้ก็สัญญิงสัญญากันได้เหรอ

แต่ว่ากันตรงๆ ผมไม่แปลกใจนักที่วินจะไม่มั่นใจในตัวผม เพราะแม้ผมจะมั่นใจในตัวเองสักแค่ไหน แต่ร่างกายของผมมันไม่เป็นไปตามใจเลย ผมคิดถึงวันก่อนที่ผมถูกเขาปลุกเร้าตรงบันไดหนีไฟ ผมเตลิดไปอย่างง่ายดาย…

ไอ้ร่างกายไม่รักดีนี่ถูกเขาจุดไฟติดง่ายจริงๆ

“เอาเป็นว่าตามนั้น" ผมตัดบท ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ให้กระดากอายอีก "แต่พี่วินก็ต้องสัญญาเหมือนกันว่าพี่วินจะไม่โมโหแล้วใช้กำลังแบบนั้นอีก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เจนไม่อยากมีแฟนเป็นอันธพาล แล้วเราก็โตๆ กันแล้ว"

“พี่สัญญาครับ" พี่วินตอบตกลงทันที

“แล้วเจนก็คิดว่ามันจะดีกว่าถ้าพี่วินจะไม่มาที่ร้านนี้สักพัก พี่เฟิร์สคงไม่อยากเห็นหน้าพี่ พี่คงไม่อยากให้เจนถูกไล่ออกหรอกใช่ไหม"

“ครับ พี่เข้าใจ"

“อืม เจนจะกลับบ้านแล้วนะ"

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง นั่งรถไฟฟ้านะ"

“อือ"

ผมจับมือกับพี่วินเดินไปที่สถานีรถไฟฟ้า พี่วินเอากระเป๋าแล็ปท็อปของผมไปสะพายให้

ผมไม่รู้เลยว่า มีผู้ชายอีกคนที่ยืนสูบบุหรี่แอบฟังบทสนทนาของผมกับพี่วินตั้งแต่ต้นจนจบ

 

---------

Okay, so now what's next?

#อย่าขอพี่เจน

 

ปล. พี่เจนไม่เคยบังคับใคร และจะเป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.073K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,780 ความคิดเห็น

  1. #3755 Sariei_va (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 22:51
    เจนค่ะเจนค่ะเราชื่อเจนมากับพี่เจนแล้วก็พี่วินนน
    #3,755
    0
  2. #3434 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 15:26
    เฮ้อ พี่เจนรีบๆโตรีบๆเรียนรู้แล้วกลับมาดูแลเจนดีๆทีเถอะ พี่วินพี่ได้โอกาสดีๆแล้วถ้าพี่ไม่รักษาไว้ก็ตัวใครตัวมันแล้วนะ
    #3,434
    0
  3. #3254 tarun_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:29
    ทีมพี่เจนใหญ่มาตลอด พระเอกปรอทแตกของฉัน
    #3,254
    0
  4. #3253 tarun_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:28
    ไม่ใช่ละพี่วินนนนนนน มันไม่ใช่
    #3,253
    0
  5. #3240 Phat. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 20:20

    วินแปลกๆนะ

    #3,240
    0
  6. #3163 silvestxx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 20:49
    ไม่โอเคกับน้องเลยพาร์ทนี้ แบบถ้ามาคิดๆดูแล้วพี่เจนไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ มีแต่น้องที่อ่อนไหวไม่ได้มั่นคงอะไรเลยแต่ก็อย่างว่านะรักชอบแต่ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นไม่ได้ แล้วอิพี่วินก็อยากได้ความมั่นใจนี่ต้องมีเซ็กส์หรอ แล้วที่น่าปวดหัวคือน้องแม่งยังเขินและสัญญาจะให้อีก
    #3,163
    0
  7. #2988 สาววายกับเจ้าชายอสูร (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:25
    be honest little Jane เป็นชั้นจาร้องไห้เลยนะแบบรักเค้ามากๆ แต่เราก็รับที่เค้าเป็นไม่ได้อะ ทั้งที่ทูเจนก็ออกจะเข้ากันได้ดี
    #2,988
    0
  8. #2931 dochalida0412 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 02:34
    วินคือหลอกฟันแล้วล่ะ
    #2,931
    0
  9. #2929 20215 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 01:51
    อ่านมาจนถึงตอนนี้อยากบอกว่าอึดอัดมากๆเลย ไม่ชอบการกระทำของเจนเล็กที่พยายามทำเหมือนไม่ได้ชอบเจนใหญ่แล้ว ดึงเอาบุคคลที่สามเข้ามาทำให้อะไรทันยากขึ้น ทั้งๆที่ไม่เคยคิดจะยอมเจนใหญ่แต่จะให้วินเป็นคนแรก เหอะ อีกอย่างคืออยากรู้ว่าจะจบแฮปปี้หรือเปล่า เพร่ะถ้าถึงตรงนั้นแล้วไม่แฮปปี้คงจะดิ่งมากๆ ขนาดตรงนี้เรายังดิ่งขนาดนี้
    #2,929
    0
  10. #2905 PCB614 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 00:21
    พี่วิน แกไม่ได้หวังแค่อยากจะเคลมน้องใช่มั้ย
    #2,905
    0
  11. #2754 monster_evil (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 11:26
    เชียร์เจนบิ๊กสุดใจเลยขร่ะ
    #2,754
    0
  12. #2639 yukiara (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 18:58
    นี่เข้าใจ big เจนนะ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่มุมมองจริงๆ แต่ little เจนก็ไม่ผิด ถ้าเป็นเราจู่ๆมาเจองี้ ก็คงตกใจ กลัว ไม่มีสติเหมือนกัน เป็นเรื่องของตัวเองคนมักจะโง่ลงเสมอ ค่อยๆนะ little jan มันอาจจะแย่ไปบ้าง พวกเธอทั้งสองเจนจะได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลย😥😥
    #2,639
    0
  13. #2444 tang_thai°°° (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 14:01
    ไม่ชอบพี่วิน ชูป้ายไฟเชียร์พี่เจนอย่างเดียว
    #2,444
    0
  14. #2416 missJ mantita (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:24
    ทีมพี่เจนแบบชูป้ายไฟพี่เจนในทุกๆที่
    #2,416
    0
  15. #2396 SSbts2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:44
    โมโหครั้งหนึ่งตราตรึงตลอดไป พี่วินโคตรแย่ หัวฟัดหัวเหวี่ยงอะไรขนาดนั้น ควบคุมตัวเองไม่ได้เลยอ่ะ แย่ๆ ทำไมตอนนี้ชีวิตน้องดึงดูดแต่ผู้ชายแบบนี้เนี่ย คนนึงก็อารมณ์ร้อน อีกคนก็กวนประสาทเก่ง สงสารน้องจัง น้องมันทำอะไรผิดอ่ะ ;-;
    #2,396
    0
  16. #2371 blueeyes111 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:00
    ฉันเชียร์พี้เจน
    #2,371
    0
  17. #2301 Maei_Ai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 19:02
    ทีมพี่เจนอะจริง
    #2,301
    0
  18. #2285 reyya555 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 18:15
    นายเอกกูไงเป็นงี้ ใจง่าย ลังเล ใจสั่นหวั่นไหวกับใครต่อใครง่ายๆ... อึกอัดชิบหาย อ่านแรกๆคือดี แต่ตอนนี้ หงุดหงิดเว้ยเ
    #2,285
    1
    • #2285-1 20215(จากตอนที่ 21)
      13 มิถุนายน 2563 / 01:34
      จริงค่ะะ อึดอัดมากๆเลย อะไรจะง่ายขนาดนั้น ฮือออออ
      #2285-1
  19. #2284 nngg (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 17:33
    พี่วินไม่ผิดที่โมโห เขาก็หึงเป็นธรรมดา แต่พี่วินก็ต้องควบคุมอารมณ์และดูสถานการณ์ด้วย น้องมันก็ทำงาน

    ไม่รู้นะ ไม่ได้ชอบฝ่ายไหนเลยทั้งพี่วิน ทั้งพี่เจน ทั้งน้องเจนด้วย เออมันเป็นเรื่องที่พูดยากอะเนอะ มันยังลืมคนเก่าไม่ได้ก็อย่าไปให้ความหวังคนไหมก็ได้ไหม
    #2,284
    1
    • #2284-1 nngg(จากตอนที่ 21)
      13 มกราคม 2563 / 17:34
      คนใหม่*
      #2284-1
  20. #2239 ebarrrr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 19:59
    อีพี่วินหวังฟันน้องแน่ๆเลยอ่ะพี่เจนช่วยด้วยยย
    #2,239
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #2174 Dahyunn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 20:40
    ทีมพี่เจนจ้า พี่วินคือไปพักดูไม่จริงใจกับน้องสุด พี่เจนรีบมาทวงน้องเจนคืนเร็วๆนะ พี่เจนต้องเป็นคนแรกของน้อง
    #2,174
    0
  23. #2169 เมี๊ยว~ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 11:35
    แล้วพี่เจนเราอะ เจนไม่ชอบเลยว่ะ มันจะอะไรหนักหนาวะกับเรื่องแค่นี้ ถ้าคิดดูแล้วพี่เจนก็ดีกว่า เราโกรธมากที่มาว่าพี่เจนแลบนี้กับปากเจนใหอิพี่วิน คือถามจริงนะเว้ย อิพี่วินทำเรื้องใหญ่ถึงสองเรื่องที่เจนไม่ชอบป่ะวะ กับพี่เจนแค่เรื้องพวกนั้น พี่เจนไม่ได้ขอให้คนพวกนั้นมาขอ พวกนั้นมันมาขอเองป่ะวะ ถ้าไม่เอาก็เอามานี่ กุเอาเอง โกรธอ่ะ เราทีมพี่เจน ถ้าด่าแบบนี้จะจบแบดก็ไม่สนแล้ว ฮือ เราร้องไห้เลย น้องมาสัญญาว่าจะให้อิพี่วินเป็นคนแรกอ่ะนะ เออ ให้มันได้งี้ดิ อิพี่วินก็หวังฟัน เชี้ย โมโห
    #2,169
    0
  24. #2167 plzcallme33905 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 23:14
    การที่คนเราจะแสดงว่ามั่นคงต่อคนๆนึงมันหมายถึงเราต้องมีเซ็กกันหรอ​
    #2,167
    0
  25. #2158 Kibibiza (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 22:35
    เราชอบพี่เจนมากกว่าวินอีกอะ
    #2,158
    0