Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 20 : 18 | Eyes and ears everywhere

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,056 ครั้ง
    3 ม.ค. 63

Chapter 18

Eyes and ears everywhere


 

I'm at the heartbreak hotel

I'm gonna take sometime to love myself

Gotta try to forget you

Gotta learn to forgive you

But I'm not checking out till I'm over you


 


 

“เจนดู... โทรมจัง...”

น้ำขิงทักขึ้นมาในวันหนึ่ง ผมยิ้มอย่างพยายามสดใสที่สุดใส่เพื่อนสาว

“เจนอ่านหนังสือหนักทุกคืนเลย”

“...แต่...เราว่าเจนโทรมไปนะ ได้นอนบ้างรึเปล่า”

“นอนสิ นอนตั้งเยอะ”

“เหรอ...”

“อื้ม เจนจริงจังเรื่องมิดเทอมมากเลย รอบนี้หวังมากๆ ว่าคะแนนมิดเทอมทุกวิชาต้องเลิศ สอบตัวสุดท้ายเมื่อเช้าก็ทำได้หมดเลย

“มีอะไรไม่สบายใจก็บอกเราได้นะ มิดเทอมหมดไปแล้ว อีกตั้งนานกว่าจะไฟนอล เจนไม่ต้องโหมอ่านหนังสือแล้วนะ”

ผมพยักหน้า คุยกับน้ำขิงให้เธอสบายใจอีกสองสามประโยคแล้วจึงหันกลับมาดูชีทเรียนต่อ ความจริงก็คือผมนอนไม่หลับเลย...

ผ่านมาสามสัปดาห์แล้วแท้ๆ แต่พิษอกหักยังคงเรื้อรังไม่จางหายไปไหนง่ายๆ ผมไม่อยากจะนอนร้องไห้ตอนกลางคืนอีกเพราะเจตมันจะรู้ ตามประสาพี่น้องผู้ชายมันก็แค่พูดปลอบสองสามคำ ตบไหล่ผมนิดหน่อย แล้วกลับไปนอนต่อ แต่ผมก็รู้ได้ว่าน้องชายไม่สบายนักที่เห็นผมเศร้าไม่หาย อีกอย่างผมไม่อยากให้เจตต้องมาคอยกังวลเรื่องของผม ในวัยมอห้ามันควรจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า ผมเลยพยายามอั้นเอาไว้คนเดียว มันยิ่งแย่ตรงที่ว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงสอบมิดเทอม แม้ผมจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยการเอาช่วงเวลาที่นอนไม่หลับอ่านหนังสือเรียนอย่างบ้าคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อาจปฏิเสธมวลความเศร้าใจที่อัดแน่นอยู่ในร่างกาย มันคอยแต่ปริ่มจะล้นจนจุกขึ้นมาที่คอหอยอยู่ทุกนาที

ผมได้แต่หวัง… หวังจริงๆ ว่าช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้จะผ่านพ้นไปโดยเร็ว

“โอ๊ยๆๆๆ กว่าจะเข้ามอมาได้ รถโคตรติด คนก็เยอะ”

พุฒิที่เพิ่งโผล่มานั่งร่วมโต๊ะเดียวกันดึงมือกระพือคอเสื้อพลางบ่นด่าไม่หยุด เชอร์รี่เงยหน้าขึ้นสนทนาด้วย

“ก็ต้องติดดิ วันนี้มันวันซ้อมใหญ่รับปริญญา”

“เออ ก็ว่า คนเดินกันว่อน เฮ้อ พุฒิจะได้เรียนจบกับเขาไหมนะ”

“จบดิ” ทั้งผม เชอร์รี่ และน้ำขิงประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกันพลางโยนของบนโต๊ะใส่มัน เราห้าคนบอกแล้วว่าจะต้องจบไปด้วยกัน ถึงได้เข็นกันเรียนอยู่ทุกวี่ทุกวันเนี่ย

“แล้วนี่ไอ้แก๊ปไหน”

“ไปสูบบุหรี่อ่ะ” ผมเป็นคนตอบ

“เหรอ ไปบ้างดีกว่า”

“มาแล้วจ้าๆๆ” แก๊ปวิ่งโร่มาจากไหนไม่รู้เข้ามากอดคอผมกับพุฒิ แล้วพูดกับทั้งกลุ่ม “ไปๆๆ เก็บของๆๆ”

“เก็บของบ้าไร”

“ไปแสดงความยินดีกับพวกพี่ๆ เขาดีกว่า พวกแก๊งพี่ต่ออ่ะ พี่กรุ๊ปกูเอง วันจริงพวกเราก็ไม่ได้มาเรียนอยู่ดีเพราะมหา'ลัยหยุด เพราะงั้นไปกันวันนี้แหละ”

“เออ จริงๆ ก็ดีนะ” เชอร์รี่พูด “นี่พี่อิ๋มพี่ปลายก็รับรอบนี้นี่นา ไปแสดงความยินดีกับพี่เขาดีกว่า”

“แล้วเรื่องเรียนล่ะ?”

“โธ่! ไอ้เจน อีกตั้งสองชั่วโมง จะนั่งรอให้รากงอกทำเพื่อ? ไปๆๆๆ”

แล้วเราห้าคนก็เคลื่อนขบวนเพื่อไปยังคอนเสิร์ตฮอลล์และหอประชุมใหญ่ที่ใช้รับปริญญา ตลอดทางมีแต่ใบหน้าชื่นมื่นของเหล่าญาติผู้ใหญ่และเพื่อนฝูงที่มาร่วมแสดงความยินดี มันทำให้ผมรู้สึกสดชื่นไปด้วย ผมเคยบอกรึเปล่าว่าผมชอบบรรยากาศตอนรับปริญญามาก แม้ว่าแดดจะร้อน ฝนจะตก หรือจากที่เขาห้ามเอารถเข้ามาจอดจะสร้างความลำบากแค่ไหน แต่ใบหน้าของทุกคนที่มานั้นดูเปี่ยมสุขถึงจะเหนื่อยล้าเต็มที คงเป็นเพราะได้เห็นผลผลิตที่ตัวเองเพียรส่งเรียนสำเร็จดั่งใจ ได้มาร่วมถ่ายรูปในชุดครุยด้วยกัน

ระหว่างทางเชอร์รี่แวะซื้อสายสะพายสองอันเพื่อนำไปมอบให้กับพวกลูกพี่แก๊งเชียร์ลีดเดอร์ของเธอ ส่วนน้ำขิงก็ซื้อช่อดอกไม้จะเอาไปให้กิ๊กเก่าที่กลายมาเป็นเพื่อน แก๊ปกับพุฒิก็ซื้อดอกไม้ก้านยาวเหมือนกัน ส่วนผมไม่ได้ซื้ออะไร เพราะนอกจากเพื่อนตัวเองแล้วผมไม่ได้สนิทสนมกับพวกรุ่นพี่มากนัก ก็แค่รู้จักหน้าค่าตาทุกคนเฉยๆ ไม่มีใครที่ผมอยากแสดงความยินดีด้วยเป็นพิเศษ

“ไอ้แก๊ป ไอ้แก๊ปโว้ย!”

“อ้าว พี่วิน!”

พวกเราเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาพี่วินที่ยืนยิ้มในชุดครุยอยู่ พี่วินเป็นรุ่นพี่ที่พวกเราทุกคนรู้จักและสนิทสนมด้วยพอควร เขาเป็นคนที่นิสัยดีมากและยังหน้าตาดีอีกต่างหาก จริงๆ สมัยเรียนเขาเป็นคนดังคนนึงของคณะเลย

“อ่ะพี่ ยินดีด้วยนะครับ”

“โห ขอบใจมาก มาสิทุกคน นี่แม่พี่ แม่ๆ นี่รุ่นน้องวินอ่ะ ไล่เลยนะ คนนี้แก๊ป นี่น้องเจน พุฒิ น้องขิง น้องเชอร์รี่”

“สวัสดีจ้าเด็กๆ ขอบคุณนะจ๊ะอุตส่าห์มาแสดงความยินดี ไหนๆ มาแล้วก็ถ่ายรูปกับวินเขาหน่อยนะ แม่อยากเก็บไว้ดู”

“ได้ครับ/ได้ค่า~”

ตากล้องที่คุณแม่กับพี่วินจ้างมาเก็บภาพของพวกเราไปหลายช็อต แล้วพวกสาวๆ ก็เห็นพวกพี่ๆ ของเธอจึงแยกตัวไป เหลือแต่พวกเราสามหนุ่มยืนคุยกับพี่วิน

“น้องเจน”

“ครับๆ ว่าไงครับพี่วิน”

เขายิ้มขี้เล่นให้ผมเหมือนทุกที

“ไม่มีอะไรให้พี่บ้างเหรอ”

“แฮ่ เจนไม่ได้ซื้อมาเลย ขอโทษนะครับ”

“ไรว้า ว่าแต่เป็นอะไรเปล่านั่น ทำไมเงียบๆ จังวันนี้”

แก๊ปยกแขนขึ้นมาคล้องคอผมทันใด

“มันอกหักครับช่วงนี้ เพิ่งกลับมาโสด ถ้ามันเอ๋อๆ เบลอๆ พี่ก็ให้อภัยมันนะ ถือว่าทำบุญ”

“แฮะๆ” ไอ้เพื่อนเวร บอกพี่เขาไปทำไม

“อ้าวเหรอ”

“แล้วนี่ตอนนี้พี่วินทำอะไรอยู่ครับ” ผมรีบถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง กลัวเขาจะหันมาเจาะเรื่องของตัวเองเอา

“อ๋อ ทำบริษัท Ex... น่ะ” พี่วินเอ่ยถึงบริษัทด้านพลังงานยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน

“แล้วพี่ยังถ่ายรูปอยู่ไหม” พุฒิถามบ้าง

“ก็ยังถ่ายอยู่เหมือนเดิม เป็นงานอดิเรกแหละ จะให้มาตะล่อนๆ ออกทริปเหมือนเมื่อก่อนไม่มีเวลาแล้วโว้ย”

“ว่าแต่พี่ฟางอยู่ไหนอ่ะ อยู่กับเพื่อนๆ เขาเหรอ” แก๊ปมองหา

“อ่อ ฟางไม่ได้มารับปริญญาหรอก ไม่สะดวกจะมา”

“อ้าว ทำไมล่ะ” ผมกับแก๊ปร้องออกไปพร้อมกัน พี่ฟางเป็นแฟนสาวของพี่วิน คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งแน่ะ

“อื้ม... ฟางท้องอยู่”

“เฮ้ย! นี่พี่จะเป็นพ่อคนแล้วเหรอ ยินดีด้วยครับพี่”

“เปล่า ฟางไม่ได้ท้องกับพี่หรอก”

“...”

“...”

“...”

เกิดความเงียบที่น่าอึดอัดขึ้นมา ผม แก๊ป และพุฒิได้แต่เงียบกริบทำตาปริบๆ ส่วนแม่พี่วินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็หันมามองหน้าลูกชายอย่างเป็นห่วง ก่อนพี่วินจะหัวเราะจนดวงตากลายเป็นรูปสระอิ

“เฮ้ย พวกมึงอย่าทำหน้าอย่างงั้นดิ กูโอเค ช่างมันเหอะ ก็คงไม่ใช่คู่กันแหละ”

“...พี่”

“ไม่ต้องมาทำหน้าสงสารกูอย่างนั้นหรอกแก๊ป กูโอเคจริงๆ ก็ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตแหละ ถ้าไม่เชื่อถามแม่ดิว่ากูโอเค ใช่ไหมแม่ วินโอเคมาก”

คุณแม่ยิ้มเนือยๆ “โอเคก็ดีแล้ว วินไม่ออกไปกอดขวดเหล้าร้องไห้แล้วแม่ก็ดีใจ”

“แม่! อย่าแฉวิน!”

พวกเราหัวเราะกันขึ้นมาบ้างทำให้บรรยากาศคลี่คลายในที่สุด แล้วแม่พี่วินก็ขอให้เราทุกคนถ่ายรูปคู่กับพี่วินหน่อย ผมเป็นคนสุดท้าย

“เจนเกาะไหล่วินหน่อยลูก แม่อยากให้ดูสนิทสนม”

ผมรู้สึกอิหลักอิเหลื่อเพราะจริงๆ ตัวเองก็ไม่ได้สนิทกับพี่วินมากขนาดนั้น เรียกว่าแค่ระดับคนรู้จัก แต่พี่วินก็พาดแขนซ้ายมาโอบไหล่ผมเสียก่อนทำให้ผมต้องเขยิบเข้าไปใกล้เขาจนได้

“ยิ้มนะครับ .. สาม – สอง – หนึ่ง ! เยี่ยมครับ!”

ตากล้องเอ่ย แล้วพี่วินก็หันมายิ้มให้ผม

“น้องเจนผอมลงรึเปล่า ตัวเบาเชียว”

“ก็ผมบอกแล้วไงพี่ว่ามันตรอมใจ”

“แก๊ป มึงน่ะหุบปาก”

“พี่วิน งั้นพวกผมไปก่อนนะครับ ต้องไปแสดงความยินดีกับพี่ๆ คนอื่นด้วย”

“ได้ๆ ไว้นัดกันข้าวกันโว้ย”

“คร้าบ สวัสดีครับ”

หลังจากนั้นผมก็หัวหมุนกับการถูกแก๊ปและพุฒิลากไปถ่ายรูปทางโน้นทางนี้ที บางทีก็แค่ไปเป็นช่างกล้องให้เขาอีกต่างหากเพราะไม่ได้สนิทสนมด้วย ผมไม่ได้เป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวนะ จริงๆ ผมค่อนข้างจะร่าเริง แต่ผมก็ไม่ได้ว่าจะรู้จักคนเยอะไปทั่วแบบไอ้สองคนนี้ เอาเป็นว่าผมโอเคกับสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่พอได้มาเดินแบบนี้ก็มีโหวงบ้างแหละเวลาที่พวกพี่ๆ เขาจ้อกับแก๊ปกับพุฒิอย่างเยอะแต่ไม่ค่อยคุยกับผมเลย ฮือๆ

ก็นะ รุ่นพี่ที่ผมสนิทสนม ก็มีอยู่แค่คนเดียว

...เออช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ได้สนิทกันแล้ว ไม่เลยสักนิด

พวกเราแสดงความยินดีกับพวกรุ่นพี่หอมปากหอมคอก็กลับตึกเรียนเพื่อไปเข้าคลาส ผมนั่งจดเลคเชอร์อย่างตั้งใจจนกระทั่งแก๊ปสะกิด

“อะไร ถ้าจะขอลอกก็ท้ายคาบเลย ตอนนี้ขอจดก่อน” ผมรีบดักคอเพราะเห็นมันไม่ฟังอาจารย์เลยเอาแต่กดมือถือยิกๆ ทั้งคาบ

“ไม่ใช่...”

“แล้วมีอะไรล่ะ”

มันชูไอโฟนขึ้นให้ผมดูหน้าจอ

“พี่วินขอไลน์มึง จะให้ไหม”

“...”

“เออ นั่นแหละ กูว่าเขาคงชอบๆ มึงว่ะ”


 


 

Win

- พี่ใส่เสื้อสีฟ้านะครับ

- ยืนอยู่หน้าแมค

Jane

- เห็นแล้วครับ


 

“พี่วิน!”

“น้องเจน เป็นไงบ้าง” เขาเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือ ผมที่หอบน้อยๆ ตอบ

“ขอโทษทีพี่ บีทีเอสคนอย่างกับหนอนแน่ะ”

“ไม่เป็นไร วันอาทิตย์ก็แบบนี้แหละ” พี่วินยังคงยิ้ม “พักก่อนก็ได้ พี่ไม่รีบ”

“พี่วินกินอะไรมารึยัง”

“ยัง เจนล่ะ”

“เจนก็ยังครับ”

“อื้ม งั้นพี่ว่าเราไปดูรอบฉายหนังกันก่อนไหม แล้วค่อยมากิน”

“ดีเลย”

แล้วผมกับพี่วินก็ขึ้นไปยังชั้นโรงภาพยนตร์ด้วยกัน เราเลือกหนังที่อยากดูแล้วก็รอบฉาย จากนั้นจึงเดินไปซื้อตั๋ว

“เฮ้ย พี่วิน เดี๋ยวเจนจ่ายเอง”

“ไม่เป็นไร เลี้ยงๆ”

“ไม่เอาาา”

“เออน่า เป็นรุ่นน้องห้ามขัดคำสั่งรุ่นพี่สิ”

“ไรว้า”

แล้วพี่วินก็เอื้อมมือมาขยี้ผมผมอย่างเอ็นดู ผมนิ่งไปเพราะมันทำให้ผมคิดถึงใครอีกคนขึ้นมา แต่ผมก็รีบปัดมันออกไปจากใจ ก่อนจะเงยหน้าไปยิ้มกับพี่วิน

“งั้นเดี๋ยวเจนเลี้ยงข้าวเอง กินบอนชอนนะ”

“ได้ เจนชอบกินไก่ทอดเหรอ”

“ชอบที่สุดในโลกเลยแหละ”

แล้วเราก็มานั่งอยู่ในร้านอาหารด้วยกัน เราสนทนากันสัพเพเหระไปเรื่อย เพราะเรามี bound จากที่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องสถาบันเดียวกันอยู่แล้วอะไรๆ จึงไหลไปได้ง่ายๆ และเป็นธรรมชาติ ผมไม่รู้สึกอึดอัดกับพี่วินเลย แล้วตั้งแต่เราคุยกันมา พี่วินก็ไม่เคยแสดงท่าทีว่าจีบผมอย่างออกนอกหน้า เราคุยกันสบายๆ เป็นพี่เป็นน้องกัน และคุยถูกคอกันมากๆ พี่วินเป็นคนช่างพูดช่างคุย และยังตลกอีกต่างหาก ผมชอบแบบนี้นะ มันพอดี

“อื้ม เจน”

“ครับ”

“แฟนเก่าเจนที่ว่าเพิ่งเลิกกันน่ะ เป็นคนในมอรึเปล่า”

ผมที่กำลังดูดน้ำจากหลอดชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้า ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังนี่

“พี่รู้จักไหม เป็นคนในคณะเรารึเปล่า”

“...ครับ เป็นคนในคณะเรา พี่วินก็น่าจะรู้จัก เขารุ่นห่างจากพี่วินแค่นิดเดียว”

“บอกพี่ได้ไหมว่าใคร”

“ได้ครับ เขาชื่อพี่เจน”

“อ๋อ! เจนเทพเหรอ”

“...พี่วินรู้จักพี่เจนเหรอ”

“ก็แค่รู้ว่าเป็นใคร รู้ว่าน้องคนนี้เรียนเก่งมากๆ หล่อด้วย รวยอีกต่างหาก แต่ก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก”

“อ่อ... พี่รู้ได้ไงอ่ะว่าพี่เจนรวย”

“ก็เห็นว่าใส่เข็มขัด Hermes มาเรียน ยังเคยคุยกับเพื่อนเลยว่าไอ้น้องนี่โคตรรวย ทำไมล่ะ ไม่รวยเหรอ”

“...รวยครับ”

“แต่เพื่อนพี่เคยเรียนวิชาเดียวกับน้องเจนคนนั้นนะ บอกว่าเขาก็นิสัยดี สุภาพอีกต่างหาก เหมือนคนกลัวเขาไปเอง เพราะน้องเขาขรึมๆ มั้ง”

ผมพยักหน้า ลองพูดแบบนี้ล่ะก็แปลว่าไม่รู้จักเบื้องลึกพี่เจนจริงๆ นั่นแหละ เพราะจริงๆ แล้วพี่เจนแก่กว่าพี่วินซะอีก...

“เฮ้อ ฝ่อเลยอ่ะ” จู่ๆ พี่วินก็ถอนหายใจ

“อ้าว พี่วินเป็นไร”

“ก็น้องเจนชอบอย่างเจนเทพมาก่อน แล้วจะชอบพี่ไหมเนี่ย”

“บ้าาาา”

ผมเขินขึ้นมาจนหน้าร้อน ต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เขิน อย่างที่บอกว่าพี่วินไม่เคยหยอดผมเลย นี่เป็นครั้งแรก แล้วมันก็ทำให้ผมใจเต้นขึ้นมาจริงๆ

“ก็พี่ไม่มีอะไรสู้คนเก่าเราได้เลยอ่ะ”

“พี่วินก็มีดีเยอะเหมือนกันแหละน่า อย่างน้อยก็น่ารักกว่าคนนั้นตั้งเยอะ”

พี่วินนี่ถือว่าหล่อเลยแหละ เขายิ้มน่ารักจะตาย เฟรนด์ลี่อีกต่างหาก พี่วินเป็นหนึ่งในตัวท็อปของรุ่นเลย แต่ที่เขาไม่ได้ป๊อปมากเพราะเขามีพี่ฟางครองใจแต่แรกแล้ว

“พูดจริงนะ”

“จริงๆ” ผมยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“งั้นเราก็ชอบพี่แล้วดิ”

“อะไร ใครพูด อย่ามามั่ว”

พี่วินหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของผม ก่อนเขาจะถามต่อ

“แล้วทำไมเลิกกันอ่ะ เขา...ทิ้งน้องเจนเหรอ”

“เปล่า เจนทิ้งเขา”

พี่วินดูประหลาดใจ “แต่แก๊ปมันบอกพี่ว่าน้องเจนอกหักมา”

“ก็ใช่อ่ะ แต่เจนเป็นคนทิ้งเขา แล้วก็เศร้าเอง แต่ก็ไม่ได้อยากกลับไปคืนดีหรอก ไม่เลยสักนิด เจนอยากมูฟออนให้เร็วที่สุด”

“อ๋อ”

“แล้วพี่วินล่ะ...”

“กับฟางน่ะเหรอ”

ผมพยักหน้า ไม่กล้าถามมากนัก เพราะเรื่องของเขาดูเป็นเรื่องใหญ่มากๆ

พี่วินยิ้มบางๆ แต่ตาไม่ยิ้มไปด้วย

“พี่ยังรักฟางนะ ก็หวังดีกับฟางเสมอแหละ แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว”

“ใจหล่อมากเลย”

“อืม ตอนที่พี่รู้ พี่โกรธมากเลยแหละ ช็อกไปหมด ไม่คิดเลยว่าแฟนที่กินข้าวด้วยกันทุกเย็นจะแอบไปมีคนอื่น”

“...มันพีคมากจริงๆ ครับ”

“อืม ตอนเห็นผลตรวจพี่ก็คิดนะว่าอาจจะเป็นลูกพี่ก็ได้ แต่นับช่วงเวลายังไงก็เป็นไปไม่ได้ พอฟางบอกความจริง พี่นี่ตัวเย็น หูอื้อตาลายไปหมด เข้าใจคำว่าหัวใจตกลงไปตาตุ่มก็วันนั้น พี่อยากจะฆ่าฟางให้ตายคามือเลย แต่ก็ทำไม่ลง”

“แล้วผู้ชายอีกฝ่ายคือใคร”

“รองประธานบริษัทที่ฟางทำงานอยู่”

“หะ...หา!”

พี่วินหัวเราะห้าวๆ “ผู้ชายอายุตั้งสี่สิบเจ็ดแล้วเจน มีเมียอยู่แล้วด้วย ลูกอีกสาม แต่ก็นะ บ้านฟางเขายากจน พี่เองถึงจะพอมีพอใช้แต่ก็คงไม่เท่าที่บ้านฟางเขาต้องการ ตั้งแต่เรียนจบมาฟางว่าพี่ทุกวัน ถามพี่อยู่นั่นเมื่อไหร่จะรวย เมื่อไหร่จะพร้อม หาว่าพี่ไม่ก้าวหน้าเลย ทำไมไม่ได้ดั่งใจ พี่ก็พยายามนะ แต่พี่เพิ่งจะเรียนจบเองอะเจน พี่จะกระเตื้องได้มากแค่ไหน ก็นั่นแหละ มีป๋ามาเลี้ยงดูมันก็คงสบายกว่ามาเริ่มกับผู้ชายที่อยู่ในวัยเพิ่งสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างพี่แหละ”

“...”

“แต่ที่พี่เสียใจคือ... ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ”

“...”

“มาทำให้พี่เสียเวลาตั้งห้าปีกับเขาทำไม”

“...”

“บอกเลิกมาสิ ไม่ใช่ให้มารู้ทีหลังอย่างนี้”

“พี่วิน... ไม่เป็นไรนะครับ”

ผมเอื้อมมือไปจับมือเขาเพราะเห็นว่าพี่วินน้ำตาคลอขึ้นมา จริงๆ พี่วินนี่ไม่ได้จนเลยนะ ไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ ผมว่าเขามั่งมีกว่าผมซะอีก แต่มันก็คงไม่มากเท่าที่ครอบครัวพี่ฟางต้องการ เพียงแป๊บเดียวพี่วินก็ยิ้มออก

“พี่ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องห่วง แม่พี่ก็บอกให้ปล่อยฟางเขาไป อย่าไปผูกใจเจ็บ ถือว่าเราสิ้นเวรสิ้นกรรมกันแค่นี้”

ผมพยักหน้า ในใจคิดว่าพี่ฟางนั้นแย่มาก แต่ก็ไม่อยากจะด่าใครออกมาจึงเงียบปาก ก่อนผมจะหยิบปีกไก่มากัดเพื่อทำลายความอึดอัด พี่วินเองก็เช่นกัน ก่อนผมจะพบว่าพี่วินกินได้น่ารักสุดๆ ท่ากัดเขามันเหมือนเด็กๆ เลย ซอสเลอะปากเขาด้วย มันเป็นท่ากินที่ดูจริงใจมากๆ

“น้องเจนยิ้มอะไร”

“ยิ้มว่าท่าพี่วินกินน่ารักเฉยๆ”

“น่ารักเหรอ กินปกติเนี่ยนะ” เขาดูงงๆ

“ไม่รู้อ่ะ เจนว่าน่ารักดี”

เพราะถ้าเป็นพี่เจน... ทุกอย่างมันเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว เขากินไก่แบบใช้ส้อมกับมีด มือไม่เลอะเลยแม้แต่นิดเดียว และเขายังแกะเนื้อไก่ให้ผมด้วย

เออ ช่างมันเถอะ ผมกำลังเริ่มใหม่อยู่นี่ไง

ลืมซาตานอย่างเจน แพทริคได้แล้วเจนอารีย์ ลืม ลืม ลืม!

มูฟออน!

หลังจากกินข้าวดูหนังเสร็จก็เพิ่งจะสี่โมงเย็นเท่านั้น เวลาเหลืออีกมากพี่วินจึงชวนผมไปเดินเล่นที่สวนรถไฟ ผมไม่ขัดข้อง

“น้องเจน หันมาหน่อย”

“หือ?”

แชะ

“อ้าว ทำไมมาถ่ายทีเผลอแบบนี้ล่ะ”

“เอาน่า ไหนเก๊กหน่อยสิ”

“ไม่เอาๆๆๆ เจนโพสท่าไม่เก่งเลย”

“นิดเดียวน่า มา”

ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นว่าผมโดนพี่วินถ่ายรูปไปเป็นล้านช็อตได้ จากที่เกร็งกล้องจนผมชักจะชินกับกล้องและพี่วินมากขึ้นทุกทีๆ ผมเท้าเอว ทำหน้าทะเล้น ไปจนถึงโพสท่ากับต้นไม้ หรือทำสีหน้าในแบบต่างๆ พี่วินก็ถ่ายแบบทุ่มสุดตัวสุดๆ ถึงลงไปนั่งไปนอนสารพัด จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด แสงหมดนั่นแหละเราถึงได้หยุดกัน แล้วก็ไปหาอะไรกินง่ายๆ ข้างทาง เสร็จแล้วก็แยกกันขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน

“บ้านพี่ลงสถานีนี่แหละ”

“ครับ ของเจนลงสุดสายเลยอ่ะ แล้วต้องต่อรถไปอีก”

“ให้ไปส่งบ้านไหม”

“โอ๊ย ไม่ต้องหรอก ตั้งไกล เจนกลับเองได้ พี่วินเข้าบ้านเถอะ มืดแล้ว”

“จะดีเหรอ...”

“ดีดิ”

“แต่...”

“รอเป็นแฟนก่อนนะ ค่อยมาส่ง”

“...”

“ไปได้แล้วครับพี่วิน บ๊ายบาย”

พี่วินยอมลงไปจากรถไฟฟ้าจนได้หลังจากที่ถูกผมดันหลัง ผมเห็นเขายกมือขึ้นเกาหัว เดินงงๆ ลงบันไดไปกับฝูงชน ผมยิ้มขำเล็กๆ


 

Win

- น้องเจนถึงบ้านยังครับ

Jane

- ถึงสักพักแล้วครับ

Win

- ไม่เห็นไลน์มาบอกพี่เลย

Jane

- ขอโทษษษษษ

- ก็อาบน้ำ คุยกับพ่อแม่ กับน้องด้วยอ่า

- T T

Win

- วันหลังต้องบอกทันทีนะ

Jane

- ค้าบบบ

- เออ รูปที่ถ่ายไปตั้งเยอะอ่ะ พี่วินส่งให้เจนบ้างนะ

- รูปรับปริญญาพี่ด้วย

Win

- ได้เลย

- แต่เดี๋ยวขอแต่งก่อน

Jane

- พี่วินรีบนอนนะ

- พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า

Win

- ครับ

- Good night

- Sweet dream

Jane

- Sweet dream krubbb


 

ผมกดปิดเสียงมือถือ แล้วนอนตะแคงลงบนที่นอนขณะที่ฟังเสียงกรนเบาๆ ของไอ้เจต

จริงๆ ความรักแบบธรรมดาๆ .. มันก็ดีนะ


 


 

ตลอดสองสัปดาห์ความสัมพันธ์ของผมกับพี่วินพัฒนาขึ้นตามลำดับ เชื่องช้า...และค่อยเป็นค่อยไป รวมเวลาทั้งหมดตอนนี้เราก็คุยกันได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้ว เป็นความสัมพันธ์ที่สบายๆ และดีต่อใจเราทั้งคู่ อาจเป็นเพราะว่าเราต่างก็ช้ำรักมา เราเลยสงวนท่าทีในการเข้าหากัน ซึ่งมันก็ดีนะ ผมไม่อยากจะกระโจนเข้าไปเต็มตัวแล้วต้องมาเจ็บปวดเจียนตายเหมือนรักครั้งที่แล้วแล้ว ความรักครั้งก่อนเหมือนเปลวเพลิง มันเกิดขึ้นอย่างเร่าร้อน แผดเผาผมไปทั้งกายและใจ และจบลงเหมือนมีใครเอาน้ำมาฉีดดับ การที่มีพี่วินเข้ามาในชีวิตก็ทำให้ผมสดชื่นขึ้น ผมถึงกับกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง ไอ้แก๊ปเองก็แซวไม่หยุด

ผมนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขณะคุยไลน์กับเขา พี่วินขอให้ผมส่งรูปเซล์ฟฟี่วันนี้ไปให้ดูหน่อย แล้วเขาเองก็ส่งอย่างเดียวกันกลับมา


 

Jane

- ทำไมทำหน้างั้น

- ตลก 55555555555

Win

- เบื่อออออ

Jane

- ทำไมเบื่อ?

Win

- เบื่อดิ

- โดนพี่ที่แผนกโบ้ยงานใส่อีกแล้วอ่ะ

- อยากด่าแบบ x you man

- แต่ชีวิตจริงเหรอ

- ครับๆ ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย!

Jane

- 5555555555555

- โอ๋ๆ สู้ๆ น้า~

Win

- สู้อยู่แล้ว

- จะเอาโบนัสไปเลี้ยงข้าวมือใหญ่ใครบางคน

Jane

- ใครอ่ะ :D

Win

- แถวนี้แหละ


 

“Little Jane, are you with me?” (เจนเล็ก นี่เธออยู่กับอาจารย์รึเปล่า?)

“Y...Yes!”


 

Jane

- พีวินเจรไปก้อนนะ

- อาจานด่า


 

ผมพิมพ์เร็วๆ แล้วรีบเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา อาจารย์ซาแมนธามองผมอยู่ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่ชอบใจเลยที่ผมเอาแต่เล่นมือถือในคาบของเธอ ผมเม้มปาก ยอมรับความผิดแต่โดยดี อายเป็นบ้า เหมือนโดนประจานความผิดเลย แต่ผมก็ทำตัวเองจริงๆ

การที่ผมถูกเรียกทำให้นักศึกษาอีกหลายคนที่แอบเล่นมือถืออยู่พากันเก็บหมด แล้วอาจารย์ซาแมนธาก็เอ่ยต่อ

“Okay, so now we will start matching again for the project.” (เอาล่ะ เราจะมาเริ่มการจับคู่ทำโปรเจ็กต์อีกครั้งนะ)

ให้ตาย จับคู่ทำโปรเจ็กต์อีกแล้วเหรอ โปรเจ็กต์หัวข้ออะไรล่ะ เมื่อกี้ไม่ได้ฟังเลย อ๊ากกกกก

“Start with you.” (เริ่มจากเธอ)

อาจารย์ยื่นแก้วน้ำที่เขียนชื่อนักศึกษาอีกครึ่งห้องให้ตาพี่ปีสามคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่แรก แล้วก็ไล่มาเรื่อยๆ ผมนั่งฟังว่าเมื่อไหร่จะโดนชื่อตัวเองเพราะวันนี้ผมนั่งท้ายห้องเลย ยังไงก็คงไม่ได้จับสลากแน่ๆ

“Little Jane”

“...!” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อชื่อถูกเรียก

“Aha, Big Jane got Little Jane again. You two come sit together.” (อ่าฮะ เจนใหญ่จับได้เจนเล็กอีกแล้วสินะ เธอสองคนย้ายมานั่งด้วยกันเลย)

บ้าน่า...!

ผมตกใจ แต่เพราะไม่อยากถูกอาจารย์ซาแมนธาว่าให้อายอีกจึงรีบกระวีกระวาดเก็บข้าวของ ก่อนเสียงของพี่ปีสี่อีกคนที่นั่งถัดจากพี่เจนจะทำให้ผมงง

“Little Jane. Samantha I got Little Jane too.” (เจนเล็ก ซาแมนธาค่ะ ฉันก็จับได้ชื่อเจนเล็กเหมือนกัน)

พี่ปุ้ยก็งงผมก็งง อาจารย์ซาแมนธาเองก็งงไม่แพ้กัน ก่อนเธอจะสรุป

“Maybe I got confused and accidently repeated the names. So Pui, you wait until the drawn finished so you can match with a person that got left.” (บางทีอาจารย์อาจจะสับสนเลยเผลอใส่ชื่อซ้ำ เอาอย่างนี้นะปุ้ย เธอรอจนกว่าการจับสลากจะจบแล้วก็ไปคู่กับคนที่เหลืออยู่แล้วกัน)

“No problem.” (ไม่มีปัญหาค่ะ)

สรุปก็คือผมต้องคู่กับเขาอยู่ดี

ผมเดินเข้าไปนั่งข้างพี่เจนขณะที่พี่ปุ้ยย้ายออกไปยืนรอหน้าห้องจนกว่าจะได้คู่ของตัวเอง กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นกายของเขาโชยเข้าจมูก ชวนให้รู้สึกหวิวไหวเหมือนในอดีต ผมยังจำได้ว่าผมรักกลิ่นนี้มากแค่ไหน...แม้แต่ในตอนนี้ ผมก็ยังชอบมัน แต่ผมไม่แสดงท่าทีเอนไหวอะไรทั้งนั้น เพราะเราก็ยังเรียนลีลาศด้วยกันอยู่ทุกสัปดาห์ แม้มันจะเป็นการเต้นที่ตึงเครียดสิ้นดีก็ตาม

เรานั่งข้างกัน แต่ไม่ได้พูดอะไรกันทั้งนั้นเพราะซาแมนธายังไม่ได้แจกหัวข้อย่อยที่คู่ของเราจะต้องทำ ผมนั่งคอแข็ง มองตรง มือถือของผมสั่นติดกันหลายครั้งผมเลยหยิบขึ้นมาดูหน่อยเพราะการจับคู่ยังไม่เสร็จ


 

Win

- เป็นไงๆๆๆ

- โดนด่าเยอะไหม

- พี่ขอโทษษษษษษ

Jane

- ไม่เป็นไรรรร

- 55555555555555555555

- เจนก็คุยกับพี่เพลินเองอ่ะ

- งั้นเก็บก่อนนะ

Win

- อืมๆ เดี๋ยวคืนนี้พี่คอลไป

Jane

- พรุ่งนี้ก็เจอกันแล้วววววว

- ถ้าทำงานเลิกดึกค่อยคุยกันพรุ่งนี้เลยก็ด้ายยยย


 

พี่วินชวนผมไปนิทรรศการภาพของเพื่อนเขาในวันพรุ่งนี้ และเพราะมันเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่มหาวิทยาลัยหยุดเรียนหมดผมจึงไปได้


 

Win

- จำได้ใช่ไหมว่านิทรรศการตั้งที่ไหน

- หรือจะให้พี่ไปรับที่บ้าน

Jane

- จำได้น่าาาา

Win

- ดีๆ

- อยากเจอน้องเจนแล้วอ่ะ

Jane

- ไม่ต้องมาพูดเลย


 

ผมคุยกับเขาจนกระทั่งอาจารย์เรียกพี่ปุ้ยไปจับคู่กับพี่บูมที่เหลืออยู่นั่นแหละ ผมจึงได้รีบเก็บโทรศัพท์ อาจารย์ซาแมนธาแจกหัวข้อย่อยให้แต่ละคู่ทำ ผมเลยต้องหันหน้าไปลอกหัวข้อจากกระดาษแผ่นเล็ก พลางพูดปรึกษาเขาอย่างเสียมิได้

“จะเริ่มทำวันไหน”

“พรุ่งนี้หยุด ทำพรุ่งนี้เลยก็ได้ถ้าเจนสะดวก”

เขาเองก็ตอบเหมือนเราไม่เคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนเลย ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาทันที แล้วก็ต้องตกใจเล็กๆ เมื่อผมว่าเขาจ้องผมอยู่ก่อน และเหมือนท่าทางว่าจะจ้องมานานแล้ว

“ไม่ได้ พรุ่งนี้เจนไม่ว่าง”

เขายกสองมือขึ้นกอดอก เอียงศีรษะ

“ไม่ว่างนี่ทำอะไรล่ะ สำคัญมากไหม ถ้าต้องรอวันอื่นพี่ก็ไม่ว่างเหมือนกัน”

“มันก็ต้องมีวันอื่นที่พี่ว่างบ้างแหละ” ผมพูดอย่างไม่ยอมแพ้ รู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของเขา

“พี่ไม่ว่าง ธุระพี่เยอะ เจนก็น่าจะรู้ดีกว่าใคร”

“แต่เมื่อก่อนพี่ยังว่างตั้งเยอะตั้งแยะเลยนี่” ยังมีเวลามาอยู่กับผมตั้งมากมายไม่ใช่รึไง

แก้มขวาของเขากระตุก เป็นอากัปกิริยาที่เหมือนว่าจะยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ เหมือนจะเหยียดหยามแต่ก็ไม่เชิง ผมเกลียดตัวเองจริงๆ ที่ยังจำได้ทุกรายละเอียดของเขา เราสองคนนี่มันผัวเก่าเมียเก่าแท้ๆ...

“ก็ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่าง ถ้าเริ่มพรุ่งนี้ได้ ก็จะดีต่องานของเรา”

“แต่เจนไม่ว่าง!” ผมตะคอกอย่างสุดทนที่เขาดึงดันบ้าบอ ก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าอย่างส่งเดชเพราะมันหมดเวลาเรียนแล้ว “ตกลงไม่ได้ก็ค่อยคุยกันวันอื่นแล้วกัน!”

เพราะใส่อารมณ์มากไปหน่อยผมเลยทำยางลบก้อนใหม่เอี่ยมที่ยังไม่ทันได้ใช้ตกลงไปใส่บนตักเขา ผมรีบเอื้อมมือไปจะหยิบมันคืนมาแต่ก็ไม่ทันเมื่อคนตัวสูงฉวยไปก่อนด้วยความรวดเร็ว ผมเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิดเต็มที่

“เอายางลบเจนคืนมานี่”

ผมแบมือลงตรงหน้าเขา คนตังสูงยิ้ม .. ยิ้มเหมือนตัวโกงในละครแบบตอนที่ผมเจอเขาครั้งแรก

“ก็ได้”

เขาเอายางลบของผมใส่ปากหน้าตาเฉยทำให้ผมอึ้งจนพูดไม่ออก ก่อนเขาจะเอ่ยทั้งที่ยังคาบก้อนยางลบ

“แต่ต้องเอาคืนด้วยปากนะ”

“…!”

เขายักคิ้วขวาขึ้นทั้งที่ยังยิ้ม เอ่ยเสียงอู้อี้

“มาสิ”

...ทุเรศ!

แล้วผมก็ลุกขึ้น เดินกระแทกเท้าออกไปพร้อมกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ทยอยกันออกจากห้อง ไปสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำอีกสิบกว่านาทีผมถึงจะออกมาได้

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังหัวร้อนไปตลอดทางที่เดินออกไปหน้ามอเพื่อรอพ่อมารับกลับบ้าน เป็นบ้ารึไงถึงได้พูดไม่รู้เรื่อง กวนประสาทอยู่ได้ทั้งเรื่องยางลบแล้วก็เรื่องงาน จะทำอย่างนั้นไปทำบ้าอะไร ก็บอกว่าไม่ว่างไงวะ จะดึงดันอะไรให้เป็นพรุ่งนี้อยู่ได้ คนมีเดทเว้ย

ปิ๊นๆ

เสียงบีบแตรดังเบาๆ ข้างตัวขณะที่ผมเดินฝ่าเมฆหมอกในยามหัวค่ำมาได้สักพักใหญ่ เมื่อหันไปก็พบกับรถมาเซราติ เลบานเต้ คนขับลดกระจกหน้าต่างลง หันมายิ้มให้ผม

“พี่ไปส่งหน้ามอไหม”

ให้ตาย... นี่เขามีรถกี่คันกันแน่

ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มน้อยๆ ประดับอยู่บนนั้น รอยยิ้มที่เหมือนกับเยาะเย้ย ข่มขวัญ แต่ก็ทรงเสน่ห์และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน

“แค่เล็กน้อย ไม่คิดเป็น favor หรอก”

รวมถึงความหล่อเลาอันหาได้ยากของเขา มันน่าประทับใจเหมือนเคย

เขาพยักพเยิดหน้า

“ขึ้นมาสิ”

“...ไม่ต้องยุ่ง! เดินเองได้!”

ในชั่วเสี้ยววินาทีที่ในใจผมกำลังคิดว่าจะเดินไปเปิดประตูรถข้างคนขับ ผมก็ยั้งตัวเองไว้ได้ทันแล้วตะโกนออกไปอย่างที่เห็น

เจ้าของจี้รูปแม่กุญแจหันไปมองถนนเบื้องหน้า รอยยิ้มไม่จางไปเลยสักนิด

“งั้นก็ตามใจนะ”

รถคันหรูแล่นออกจากมหาวิทยาลัยไปด้วยความเร็วสูงจนผมได้แต่มองตามมันลิบๆ นึกเสียดายขึ้นมานิดหน่อยที่ไม่ยอมติดรถเขาออกไปหน้ามอ แค่นิดหน่อยแหละน่า... ก็มันมืดแล้วนี่นา แถมต้องข้ามสะพานลอยอีกต่างหาก แต่ถ้าเขาอยากช่วยไปส่งผมจริงๆ เขาก็ควรจะดึงดันกว่านี้สิ!

เออช่างเถอะ เรื่องอะไรผมจะต้องรับของอะไรจากเขาให้เขามาอ้างบุญอ้างคุณกับผมทีหลังได้ด้วยล่ะ นี่แหละสิ่งสำคัญ อย่าลืมสิเจนอารีย์ว่าตานั่นน่ะไม่ใช่คนธรรมดา!

เลิกกันแล้ว ก็ให้มันจบๆ ไป


 


 

ผู้คนเดินชมภาพกันอย่างสนใจในสถานที่ที่คุณเอกอนันต์ รุ่นพี่ที่พี่วินเคารพนับถือเช่าเต็มวันเพื่อแสดงนิทรรศการภาพถ่ายของตัวเอง แม้คนไม่ได้ล้นทะลักอะไรแต่ทุกคนที่มาต่างก็มาด้วยใจที่รักในศิลปะ หรือไม่ก็มาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเจ้าของผลงาน พี่วินเองเป็นทั้งสองอย่างนั้น เมื่อครู่คุณเอกอนันต์ หรือที่พี่วินเรียกว่าพี่เอกอย่างสนิทสนม ออกมาต้อนรับพวกเรา พูดคุยสักพักเขาจึงได้ไปต้อนรับเพื่อนคนอื่นต่อ ปล่อยให้ผมกับพี่วินชมภาพกันอย่างหนำใจ ในมือของผมถือสูจิบัตรเอาไว้ด้วย ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของคุณเอกอนันต์ในทุกสิ่งทุกอย่าง

“ภาพนี้แสงสวยจัง” ผมเอ่ยขึ้นมา ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องภาพถ่ายมากนัก แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าภาพนี้สวยดี

“อื้ม พี่เอกแกมีลายเซ็นชัดเจนน่ะ เห็นภาพโทนอย่างนี้ทีไรรู้เลยว่าแกเป็นคนถ่าย”

“เก่งเนอะ”

“ใช่ พี่ก็ฝึกอยู่”

“โห พี่วินก็เก่งแล้ว”

ผมยิ้มให้เขา พี่วินยิ้มกลับให้ เราเดินชมภาพอยู่สักพักผมก็อดไม่ได้ที่จะหาวออกมา คือไม่ใช่ว่างานมันน่าเบื่อนะ แต่ว่าบรรยากาศงานอาร์ตแบบนี้มันสงบมากๆ เลย พอเรารู้สึกสงบและผ่อนคลาย ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนีนออกมาทำให้เรารู้สึกง่วง

“โทษที งานแบบนี้น้องเจนคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่”

“เฮ้ย ไม่ใช่อย่างนั้นเลยพี่วิน แต่ว่าทั้งเพลงทั้งบรรยากาศมันทำให้รู้สึกใจสงบอ่ะ แต่ไม่ได้ว่าเบื่อนะ ที่หาวเพราะว่าผ่อนคลายมากๆ เฉยๆ”

“อ๋อ อืม แต่จริงๆ พี่ว่าเราก็กลับกันได้แล้วนะ พี่เริ่มหิวแล้วสิ”

“ใจตรงกันเลยอ่ะ เจนก็หิวแล้วเหมือนกัน อยากกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำ”

“งั้นเดี๋ยวเราไปดูตรงนั้นกันอีกหน่อยดีกว่า แล้วค่อยกลับ”

“โอเช~”

ผมเดินตามพี่วินไปยังมุมผนังขาวมุมหนึ่ง มีรูปขนาดใหญ่ที่แขวนไว้สองภาพ แต่ประมาณหกภาพนั้นยังมีผ้าคลุมไว้อยู่ รูปภาพตรงพื้นที่นี้สูงใหญ่กว่าตัวผมเสียอีก ก่อนพี่วินจะหันมาฝากสูจิบัตรตัวเองกับผม

“ถือให้พี่แป๊บนึงนะ”

“จะไปเข้าห้องน้ำเหรอ”

“อืม น้องเจนรอพี่ตรงนี้นะ”

“อ่าฮะ”

ผมมองแต่ละภาพอย่างสนใจขณะรอพี่วิน พอดูไปดูมาและฟังพี่วินอธิบายมาสักพักผมก็ชักจะเริ่มดูรายละเอียดเป็นกับเขาบ้าง ก่อนผมจะต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ผ้าสีเงินที่คลุมกรอบรูปขนาดใหญ่หกรูปเอาไว้จะถูกชักเปิดให้หล่นลงมาพร้อมกัน แล้วรูปอยู่ในนั้นก็ถูกเผยออกสู่สายตาสาธารณะชน ผมตกใจจนอ้าปากค้าง ก็นี่มัน... รูปของผมที่สวนรถไฟ!

ผมยืนช็อกขณะที่ผู้คนเริ่มกลุ้มรุมกันมาดูรูปภาพของผม พลางส่งเสียงคุยกัน พี่วินถ่ายแสงเงาออกมาได้สวยมาก ภาพที่ถ่าย close-up portrait เขาก็ทำให้มันเป็นขาวดำจนผมดูลึกลับน่าค้นหาอย่างที่ไม่น่าจะใช่ตัวผมเลย ผมไม่ยักรู้มาก่อนว่าตัวเองมีสีหน้าแบบนี้กับเขาด้วย

“เป็นไง”

“...”

“น้องเจนชอบไหม”

ผมหันไปมองคนพูดทันที รู้สึกเหมือนสติยังไม่กลับเข้าร่าง

“...พี่วิน”

เขายิ้มกว้าง “สวยเนอะ พี่คัดรูปที่พี่ชอบที่สุดเลยนะ”

“...”

“หกรูปนี้ไม่มีรูปไหนที่ตัดใจได้เลยจริงๆ”

“...”

“อย่างรูปนี้ สายตาเจนดีมากเลย มันดูเหงาๆ แต่กลับดูเย้ายวน แล้วในนั้นก็มีแรงดึงดูด”

“พะ...พี่วิน คือเจนปลื้มใจนะครับ แต่...เจนไม่ชอบเป็นจุดสนใจอย่างนี้เลย คือถ้าถ่ายเล่นๆ เก็บไว้ดูกันเองก็โอเค”

“นานๆ ทีน่า น้องเจนดูดีออก ไม่เห็นเหรอ มีแต่คนชื่นชม”

ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นว่าทุกคนพากันมาสนใจรูปของตัวเอง ผมเริ่มคิดไปว่าพวกเขาจะคิดยังไง จะคิดว่าผมที่ไม่ได้หน้าตาดีอะไรทำไมถึงกล้ามาเสนอหน้าเป็นแบบรึเปล่า บางคนถึงกับเริ่มเอาโทรศัพท์มือถือมาถ่ายเก็บไว้แล้ว ทั้งที่คุณเอกอนันต์ก็ตั้งกฏห้ามถ่ายภาพในนี้แท้ๆ ให้ตาย ผมไม่ชอบแบบนี้เลย ไม่ชอบเลยจริงๆ

“พี่วินครับ เจนดีใจมากเลย ประทับใจมากด้วย มันเซอร์ไพร์สมากๆ แต่เจนอาย...”

“อายอะไร”

“เจนไม่เพอร์เฟ็กต์... คนดูรูปเขาจะคิดยังไง เอาลงเถอะนะครับ”

“เจน ศิลปะก็คือความไม่เพอร์เฟ็กต์นี่แหละ อาร์ตก็คืออาร์ต ทุกอย่างงดงามในตัวของมันเองนะ แม้แต่ในรอยแตกร้าวก็มีความงดงามซุกซ่อนอยู่ แล้วเจนก็น่ารักขนาดนี้ มั่นใจในตัวเองหน่อย”

“...”

“วิน วิน!”

“ครับพี่เอก”

พี่วินหันไปตามเสียงเรียกของรุ่นพี่ที่เดินปรี่เข้ามาหาตัวเอง

“วิน มีคนมาขอซื้อรูปแกหมดทั้งหกรูปนี่เลยว่ะ”

“เฮ้ย เจ๋งอ่ะพี่”

“อะไรนะครับ!? รูปเจนเนี่ยเหรอครับ!?” ผมตกใจแทบสิ้นสติ

“ใช่ รูปน้องคนนี้นี่แหละ ให้ราคาสูงด้วยนะ แกต้องอยากขายแน่วิน”

“ใครอ่ะครับพี่เอก ใครมาซื้อ”

“เขาชื่อมิสเตอร์เจน แพทริค พลากร ชื่อฝรั่งแต่พูดไทยชัดแจ๋วเลย ยืนถือเช็ครอแกอยู่ตรงมุมโน้นแล้วเนี่ย ไปกับพี่เร็ววิน!”

...!!!?

 

 

-----------

น้องเจนกับความรักครั้งใหม่ .. ที่มีคนเก่ามาแทรกเฉย

จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมได้ที่ฮวังซอลที่เดียวนะกั๊บบ

#อย่าขอพี่เจน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.056K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,788 ความคิดเห็น

  1. #3754 Sariei_va (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 22:11
    เรื่องจะจบยังไงก็ยังไม่รู้
    #3,754
    0
  2. #3433 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 14:43
    ถ้าอิพี่ไม่เปลี่ยนตัวเองให้ดีกว่านี้ ฉันก็พร้อมจะให้น้องไปมีความสุขกับคนที่เค้าดูแลอิน้องได้อย่างดี!!!
    #3,433
    0
  3. #3251 tarun_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:05
    เป็นแผนของพี่เจนตั้งแต่แรกอะแหละที่พูดจาไม่ดีกับน้องวันนั้น
    #3,251
    0
  4. #3250 tarun_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:04
    กรี๊ดดด อิพี่ตัดขาดกับน้องไม่ได้เลย ฉันดูออกกกกก
    #3,250
    0
  5. #3160 silvestxx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 20:05
    คือเราทีมเจนใหญ่สินะ ถึงว่าทำไมรู้สึกเจ็บแปลกๆแงง
    #3,160
    0
  6. #2986 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:05
    เห้อๆๆๆ โถๆพี่เจนน้าาา
    #2,986
    0
  7. #2985 สาววายกับเจ้าชายอสูร (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 01:52
    อะพอรู้ว่าเป็นรูปเจนเล็กชั้นเดาได้เลยทันทีว่าใครกว้านซื้อ เก็บไปมองเล่นที่บ้านหรอคะะ
    #2,985
    0
  8. #2902 PCB614 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 23:44
    งงแล้ว พี่เจนเป็นอะไร อันนี้คือแค่แกล้งหรือว่ายังไงอะคะ
    #2,902
    0
  9. #2753 monster_evil (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 11:10
    เหนือสิ่งอื่นใดคือสงสารพุฒิมาก แค่เพื่อนอะนะกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #2,753
    0
  10. #2443 tang_thai°°° (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 13:41
    อะไรของพี่เจน
    #2,443
    0
  11. #2394 SSbts2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:19
    แลงมากพี่เจน!!! พี่จะซื้อไปถมบ้านหรอคะ เห็นน้องจะมูฟออยหน่อยมันทนไม่ได้สินะ นิสัยเสียจังอ่ะเรา แต่ชั้นเชิงการกวนประสาทของพี่เจนก็ยังน่าหลงอยู่ดีอ่ะ ที่สุดเลยเว้ยแกร!! เราเริ่มรู้สึกว่าน้องเจนเปลี่ยนไปนิดๆ หรือเพราะพี่เจนทำให้น้องดูอ่อนแอนะ
    #2,394
    0
  12. #2364 blueeyes111 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:17
    อิพี่ต้องการอะไร
    #2,364
    0
  13. #2324 jh C (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 23:08
    พี่เจนหวงหรออ
    #2,324
    0
  14. #2312 mme_mint (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 00:07
    ฉันย่านเจนใหญ่มาก
    #2,312
    0
  15. #2300 Maei_Ai (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:29
    หืมมมมม พี่เจนนนนน
    #2,300
    0
  16. #2289 RainyPula (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 17:28
    พี่เจนใหญ่นี่ยังไงนะ ไหนว่าน้องเจนหน้าโง่ดี แต่ที่ทำแบบนี้เหมือนหลงรักและหวงก้างมากเลย
    #2,289
    0
  17. #2283 nngg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 16:03
    ถ้าวินขายเนี่ยเกลียดวินเลยนะ อย่าน้องมาขายน้อง น้องไม่ใช่ของซื้อของขายถึงเป็นรูปก็เถอะ รู้ว่าเอามาเซอร์ไพรส์เจนแต่ถ้าราคาสูงก็อย่าขายกันเลยนะ ด้วยความไว้ใจ
    #2,283
    0
  18. #2175 0894565626 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:19
    พี่เจนกินยางลบ นึกถึงตอนเด็กๆเรยชอบกินยางลบเพื่อน
    #2,175
    0
  19. #2166 เมี๊ยว~ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 16:12
    รวยมาก อหห รวยสุด ทีมพี่เจนยืนหนึ่งง รักพี่นะคะ กรี๊ดดดดด ถือเช็ครอเลยนะคะ รวยสุด แงงง
    #2,166
    0
  20. #2157 รักแมวมากกว่าชีวิต (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 20:42
    ฮือ พี่เจนกินยางลบตกพื้นๆๆๆๆ
    #2,157
    4
  21. #2155 Kibibiza (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 17:25
    เจนใหญ่ถ้ารักน้องจริงก็อย่าปากร้ายสิ แค่ตามง้อยอมๆเค้าหน่อยแค่นั้นเอง
    #2,155
    0
  22. #2144 Phoomesri567 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 03:33
    แอบคอมเมดี้นิดๆนะ เอ๊ะใช่มั้ยนะ 55555
    #2,144
    0
  23. #2121 Chonthicha Phalanisong (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 20:35
    ตาเจน แพทริค นี่มันจริงๆเลย จิ๊ๆๆๆ
    #2,121
    0
  24. #2110 Midories (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 16:52
    อิพี่เจนนี่ก็ตามน้องเป็นวิญญาณหลอนอาฆาต แบบว่ากัดไม่ยอมปล่อยเลยนะ แอบไม่ชอบที่พี่วินทำอะไรไม่ขออนุญาตน้องก่อน เป็นเราก็ไม่โอเคนะ
    #2,110
    0
  25. #2069 Cream_2546 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 09:29
    พี่เจนหึงหรอ5555555
    #2,069
    0