Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 17 : 16 | Burn baby burn

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 898 ครั้ง
    21 ธ.ค. 62

Chapter 16

Burn baby burn


 

On the first page of our story

The future seemed so bright

Then this thing turned out so evil

I don't know why I'm still surprised


 

ผมบอกแท็กซี่ให้จอดลงยันหน้าคลับแห่งหนึ่ง ผมเห็นว่าพี่เจนลงจากรถ แล้วเห็นแผ่นหลังเขาไหวๆ เดินหายเข้าไปในคลับสามชั้น ผมรีบวิ่งให้เร็วที่สุดก่อนที่เขาจะคลาดสายตาไป

“คุณครับ ต่อแถวตรวจบัตรประชาชนก่อนครับ”

“แต่ -- !”

“ถ้าคุณสร้างความวุ่นวายผมจะให้การ์ดอีกคนมาพาตัวคุณออกไปนะ”

คำขู่ของการ์ดหน้าคลับได้ผลชะงัด ผมจำต้องไปต่อแถวที่ยาวเหยียดทั้งที่ใจร้อนรนไปหมด รู้สึกได้ว่ายืนไม่ติดที่ราวกับตัวเองยืนอยู่บนพื้นที่ร้อนจัด กว่าจะถึงคิวที่ผมได้ตรวจบัตรก็นานกว่าสิบห้านาที และพอได้เข้าข้างในไปผมก็มืดแปดด้าน บ้าจริง ไม่รู้ป่านนี้พี่เจนหายไปไหนแล้ว แล้วทำไมเขาไม่เห็นต้องต่อคิวตรวจบัตรเหมือนผมเลย

ผมพยายามมองหาพี่เจนท่ามกลางความมืด เขาโดดเด่นอยู่แล้วบางทีผมอาจจะหาได้ง่ายๆ ไม่ยากก็ได้ แต่คลับนี้ก็มีตั้งสามชั้น... มันเป็นคลับเปิดใหม่เมื่อต้นปีที่เรียกได้ว่ากำลังเป็นดาวรุ่งในหมู่นักเที่ยวกลางคืนชาวกรุงเทพฯ ถึงการเปิดประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่

ผมแออัดเบียดเสียดคนขึ้นบันไดเพื่อไปยังชั้นสองและชั้นสาม แต่ไม่ว่ายังไงก็หาพี่เจนไม่เจอ เราอาจจะคลาดกันระหว่างทางก็ได้ หรือบางที...เบื้องบนอาจจะอยากให้ผมได้รู้เพียงเท่านี้ และคิดว่าเท่านี้ก็พอแล้วที่ผมจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไประหว่างเรื่องของผมกับพี่เจน เอาล่ะ... มันถึงเวลาที่ผมควรจะกลับบ้านสักที

ผมพยายามเบียดเสียดกลับไปลงบันได แต่เพราะคนที่แออัดกันมากเกินไปทำให้ผมไม่อาจลงไปได้เร็วดั่งใจนึก ผมที่หงุดหงิดอยู่แล้วรู้สึกขัดใจ แต่แม้ว่าจะตะโกนขอให้ผู้คนหลีกทางให้ผมหน่อย ก็มีน้อยคนนักที่จะได้ยินแล้วหลบให้เพราะเสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มไปทั่ว ผมตัดสินใจหันหลัง แล้วเดินตรงไปยังทางหนีไฟที่อยู่ใกล้ๆ ห้องน้ำเพื่อที่จะใช้ทางนั้นลงไปแทน

ผมปิดประตูทางหนีไฟลงอย่างเบามือเพราะติดเป็นนิสัย ทันทีที่บานประตูงับปิดลง ผมก็รู้สึกราวกับว่าอยู่คนละโลกกับในคลับนั้น เพราะตรงนี้เงียบและแทบไม่ได้ยินเสียงเพลงเลย ผมก้าวเท้าเพื่อที่จะลงไปยังชั้นสอง หากทว่า...

“พี่... ผมขอโทษ แต่ผมยอมปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้”

เสียงพุฒินี่!

เสียงที่คุ้นหูของเพื่อนในกลุ่มทำให้ผมได้แต่ยืนจับราวบันไดชั้นสามไม่กล้าขยับไปไหน ก่อนเสียงต่อมาจะทำให้ผมขนลุกกว่าเดิม

“ทำไมถึงจะทำไม่ได้ ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของพุฒิอยู่แล้วไม่ถูกเหรอ”

เสียงทุ้มต่ำเนิบนาบนั้นไม่มีทางที่ผมจะจำไม่ได้ว่ามันเป็นเสียงของแฟนตัวเอง ช่างน่าตลกเหลือเกินที่ในวินาทีที่ผมถอดใจ ผมก็กลับได้มาเจอเข้าเต็มเปาอย่างไม่คาดคิด

ผมกลั้นหายใจ มองลอดลงไปอย่างช่องของราวบันไดทั้งที่ใจเต้นรัวก็เห็นร่างของสองคนนั้น พี่เจนกำลังพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างจมูกและปากอย่างใจเย็นขณะที่พุฒิดูเครียดจัด ก่อนมันจะกลั้นใจพูดอีกครั้ง

“พี่เจนปล่อยเจนไปเถอะ ผมขอร้อง”

“พุฒิ พุฒินั่นแหละที่ควรจะปล่อยวางเรื่องนี้ได้แล้วนะ มันไม่ใช่เรื่องของพุฒิเลย”

“...” พุฒิไม่ตอบอะไรแต่เม้มปากและกำมือแน่นอย่างอึดอัด ก่อนพี่เจนจะเอ่ยอีกครั้งหลังสูบบุหรี่

“เราคิดเหรอว่าพาเจนไปเจอทีแล้วพี่จะไม่รู้”

“...”

“ให้ทีพูดอะไรให้เจนฟังล่ะ”

“...”

“พุฒิก็รู้นี่ว่าคอนเนกชั่นของพี่มันไม่ธรรมดา ไม่ฉลาดเลยนะที่ทำอย่างนั้น”

รอยยิ้มราวปิศาจระบายอยู่ทั่วใบหน้าคมคร้าม

“คิดว่ามีแค่นักศึกษาเหรอที่ติดค้างพี่”

เสียงหัวเราะเบาๆ ของพี่เจนทำให้พุฒิขนลุกไปทั้งตัว เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนขนที่ท้ายทอยยังต้องลุกตั้ง

“ไงล่ะ คิดว่าทีจะกล่อมเจนให้เชื่อได้ใช่ไหม”

พุฒิได้แต่ก้มหน้าขณะที่ถูกไล่ต้อน

“ที่รถบุบคราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ”

“...”

“หรือว่าพี่จะทุบมันเบาไป พุฒิอยากให้คราวนี้พี่ฟาดมันทั้งคันเลยไหม ด้วยไม้นี่น่ะ”

“...”

“หือ?”

“...”

“อยากให้พี่ขออะไรคืนจากเราเร็วขึ้นเหรอ”

พี่เจนเอาปลายของไม้เบสบอลกระทุ้งท้องพุฒิที่ยืนนิ่งไปด้วยยามพูดจบแต่ละประโยค ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มบางๆ ที่เชือดใจเหยื่อตลอดเวลาตอนพูด เขากระทุ้งไม้เบสบอลเข้าท้องพุฒิอีกครั้งจนน่ากลัวว่ามันจะช้ำในตาย

“ปล่อยเรื่องของพี่กับเจนไปได้แล้วน่า... ทำไมยังปล่อยไม่ได้อีก”

“ผมปล่อยไม่ได้...”

“ทำไม”

“ผมรู้ว่าพี่รู้...”

“รู้อะไร”

“พี่ก็รู้... ว่าผมชอบเจน”

“...”

จังหวะไม้เบสบอลที่สม่ำเสมอของพี่เจนชะงักไป และหากเป็นปกติ ผมก็คงจะช็อกจนน้ำลายฟูมปากที่ได้รับรู้ว่าพุฒิคิดเกินเพื่อนกับตัวเอง แต่วันนี้ผมมีเรื่องให้ตกใจมากเกินไปแล้ว ผมจึงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับหุ่น หากร่างที่แข็งจนขยับไม่ได้นั้นกลับสั่นน้อยๆ ไปทั้งตัว

“ผมรักมันมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกตอนรับน้อง เพราะฉะนั้นผมขอร้อง พี่ปล่อยมันไปเถอะนะ เจนมันเป็นคนดี มันเป็นแค่คนซื่อๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง มันไม่ทันพี่หรอก พี่อย่าทำร้ายมันเลย”

“...”

“มันก็แค่คนธรรมดา มันไม่มีอะไรมาแลกให้พี่หรอก พี่ปล่อยมันไปเถอะ”

พุฒิเงยหน้าสบตาร่างสูงตระหง่านด้วยแววตามั่นคงของตัวเอง

“ถ้าพี่เลิกเล่นสนุกกับมันแล้ว ผมจะเป็นคนดูแลมันเอง”

“...พุฒิ ไม่ฉลาดเลยนะที่พูดอย่างนี้กับพี่” เขาคลี่ยิ้มเย็น “ใช่ พี่รู้อยู่แล้วว่าพุฒิชอบเจน แต่ก็ไม่เคยคิดว่าแกจะกล้าพูดออกมาซึ่งๆ หน้า”

“พี่ไม่ได้รักมันสักหน่อย ในเมื่อไม่ได้รักมันก็หยุดยุ่งกับมันได้แล้ว หยุดหลอกมันสักที ผมกราบพี่ก็ได้ ผมขอร้อง”

“พอได้แล้ว!”

อย่านะ พุฒิ!

ผมตะโกนออกไปเต็มเสียงเมื่อเห็นพี่เจนเหวี่ยงไม้เบสบอลขึ้นสูงในอากาศ ผู้ชายทั้งสองคนสะดุ้ง หันมามองผมอย่างตกใจ

เจน!

พวกเขาตะโกนเรียกชื่อผมพร้อมกัน แต่ผมไม่มีสติที่จะสนใจรับฟังใครอีกแล้ว ผมเปิดประตูบันไดหนีไฟ หนีกลับเข้าไปในคลับหวังให้บรรดาฝูงชนและความมืดพรางร่างของผมจากปิศาจร้ายคนนั้น

“เจน! เจน!”

ผมไม่อยากเชื่อว่าเขาจะตามตัวผมได้ง่ายกว่าที่คิด ผมพุ่งไปที่ลิฟต์ แซงทุกคนที่กำลังจะเข้าไปแล้วกดปุ่มปิดอย่างบ้าคลั่ง ผมไม่สนใจแล้วว่าใครจะด่าพ่อด่าแม่ผมว่ายังไง เราสบตากันขณะที่ผมหนีลงลิฟต์ได้อย่างเฉียดฉิว ผมเห็นโหนกแก้มขวาของเขากระตุก สายตาที่วาวโรจน์นั้นเหมือนจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่มองให้มอดไหม้ และเมื่อลิฟต์มาถึงชั้นล่างสุด ผมก็วิ่งหนีโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้วออกไปบนถนนทันที

...พี่เจนเป็นอย่างที่เขาลือกันทุกอย่าง เขาคือนักล่าวิญญาณคนนั้น เขาคือคนที่แจ้งความจับที คนที่ยึดรถพ่อพี่แดนไป เขาพาจุ๋ยไปหาใครก็ไม่รู้ และผมก็คือไอ้โง่ที่ตาบอดหูหนวกเพราะเชื่อใจเขา

ผมคิดถึงวันนั้นที่เขารู้ว่าผมโดดเรียนลีลาศ คิดว่าเขาเองก็โดดเรียนมาดักรอเจอผมได้เพราะเขาคงใช้ให้บรรดามือเท้าของเขาสะกดรอยตามผมทั้งวัน นี่มันน่ากลัวสิ้นดี

“เจน!”

“ปล่อยนะ!”

“เจน จะไปไหน!”

“ปล่อย!! บอกให้ปล่อยไงวะ! มีใครอยู่แถวนี้ไหม ช่วยด้วย!”

“เจนฟังพี่ก่อน”

“ฟังบ้าอะไรอีก! พี่ปิดบังทุกอย่าง เจนรู้ความจริงหมดแล้ว แม้แต่เรื่องที่พี่โดนไทร์ออกจากฮาร์วาร์ด!”

“Fu ck!” เขาสบถขึ้นฟ้าแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากผม มิหนำซ้ำยังบีบไหล่ผมแน่นขึ้น “เจน เราต้องคุยกัน ไปหาที่เงียบๆ คุยกันเถอะ...”

“นี่พี่ยังคิดที่จะมายุ่งกับเจนอีกเหรอ?” ผมแผดเสียงอย่างไม่อยากเชื่อ “ไอ้คนเลวสองหน้า!”

“เจน อย่าทำอย่างนี้ได้ไหม!”

“ปล่อย ออกไป! อย่าเอานิสัยมาเฟียมาใช้กับเจนนะ!”

“พี่ไม่ใช่มาเฟีย!”

“ที่พี่ทำอยู่นี่แหละที่เขาเรียกว่ามาเฟีย หรือพี่คิดว่าตัวเองทำอะไร เป็นพ่อพระใจบุญที่ช่วยเหลือคนอื่นตามคำของั้นเหรอ ไม่เลย! พี่ทำไปเพราะหวังให้เขาตอบแทนพี่คืน พี่ทำเพราะมันสนุกที่ได้ควบคุมคนอื่น พี่ทำให้เขาต้องขายชีวิตขายวิญญาณให้ตัวเอง พี่มันเลว!”

เผียะ!

ผมสะบัดตัวออกมาได้สำเร็จแล้วฟาดตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด ก่อนจะกระชากสร้อยคอรูปลูกกุญแจออกอย่างไม่ไยดีแล้วปาใส่เขา มันตกลงไปบนพื้น

“กูไม่น่ามารักคนอย่างมึงเลย”

ผมเอ่ยท่ามกลางดวงตาที่เอ่อท้นไปด้วยน้ำตา ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ

ความเงียบงันแผ่ขยายไปทั่วขณะที่ผมสะอื้น ก่อนพี่เจนจะหันหน้าที่โดนตบกลับมามองผม เขาก้มลงเก็บจี้รูปดอกกุญแจ แล้วก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าและแววตาที่ทำให้ผมต้องกลัวจนถอยหนี หากก็ไม่อาจไปไหนได้ไกลเมื่อเขาเข้ารัดตัวผมเอาไว้แน่น

“ปล่อยนะ ปล่อย .. อื้อ ---!

ผมครางประท้วงเมื่อถูกกดเข้ากับกำแพงตรอกแล้วประกบริมฝีปากอย่างดุเดือด ยิ่งผมพยายามผลักไสเขาก็ยิ่งจูบดุขึ้น ดุขึ้นจนผมอ่อนแรงประท้วง จนกระทั่งเมื่อคนตัวสูงมั่นใจว่าผมสิ้นฤทธิ์ เขาจึงได้ถอนใบหน้าออกมามองผม เงาจันทร์ที่พาดทับใบหน้าของเขาเพียงซีกเดียวยิ่งทำให้เขาดูน่ากลัวกว่าคราวใด นิ้วเรียวยาวนั่นเชยคางผมให้เงยขึ้นสบตาเขา ดวงตาของเขาคมจนผมร้องไม่ออก

ไม่... ผมไม่รู้จักเจนคนนี้เลย

ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากขวาเหมือนอย่างครั้งแรกที่เราพบกัน

“ใช่ พี่มันคนเลว เลวสุดๆ เลยแหละ”

“...”

“แต่พนันกันไหมล่ะ สักวันเจนจะต้องมาขออะไรสักอย่างกับพี่”

ยิ้มของซาตาน...

“แล้วถึงตอนนั้น พี่จะให้เจนทุกอย่างที่เจนปรารถนา”

“...”

“แล้วเจนจะต้องจ่ายคืนพี่อย่างสาสม”

“...”

“เจนไม่มีทางหนีพี่ไปได้นานหรอก”

มือหนาปล่อยใบหน้าของผม รวมถึงปล่อยแขนอีกข้างที่โอบกอดรอบเอวผมเอาไว้ ผมร่วงหล่นอย่างไร้เรี่ยวแรงลงไปบนพื้นราวกับเป็นเพียงลูกโป่งไร้ก๊าซขณะที่เขาหันหลังเดินกระเผลกจากไป ในมือหนาข้างซ้ายยังคงกำสร้อยและสายสร้อยที่ผมปาใส่ไว้ ผมเพิ่งรู้ว่าเขารีบวิ่งมาจนเหลือรองเท้าผ้าใบแค่ข้างเดียว

ใจของผมยังคงเต้นกระหน่ำในอก คำพูดของเขาดังก้องซ้ำๆ ในหัวราวกับบทสวดมนต์ที่สลัดไม่หลุด มันหลอกหลอนจนผมต้องยกสองมือปิดหูตัวเอง ผมร้องออกมาดังๆ เพื่อหวังให้คำพูดนั้นถูกลบหายไป

...คนธรรมดาอย่างผมน่ะเหรอที่จะไปขออะไรจากเขา คนที่ไม่เคยทะเยอทะยานอะไรเลยในชีวิตนี้

พี่เจนมองผมผิดไปแล้ว

เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้หรอก

ไม่มีทาง!


 


 

ผมพูดได้เต็มปากว่าผมอกหัก...

และพิษของมันก็ร้ายแรงมากจนผมนอนซมหยุดเรียนไปสองวันเต็มๆ

เรื่องที่เกิดขึ้นทำลายความรู้สึกของผมจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เพราะมันไม่ใช่แค่อกหักธรรมดา ผมไม่ได้แต่เลิกกับแฟนเหมือนชาวบ้านปกติเขา แต่ผมทั้งโดนหลอก โดนตีสองหน้าใส่จนหัวหมุน ผมเที่ยวพูดปกป้องเขาอยู่ทุกวันทั้งๆ ที่เขาเป็นอย่างข่าวลือทุกอย่าง และเรื่องที่แย่ยิ่งกว่านั้น... คือเรื่องที่เขาไม่เคยรักผมเลย

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจ ว่าถ้าอย่างนั้นเขาเข้าหาผมทำไม เขามายุ่งกับโนบอดี้อย่างผมไปเพื่ออะไร เพราะก็อย่างที่พุฒิพูดนั่นแหละ ผมไม่มีอะไรให้เขาสักอย่าง ไม่มีเลย...

คำถามนี้มันคาใจจนผมเลิกคิดถึงมันไม่ได้ง่ายๆ จริงๆ

ก๊อกๆ

“เจน วันนี้จะไปเรียนไหมลูก น้ำขิงโทรหาแม่ด้วยนะ บอกว่าลูกไม่รับโทรศัพท์เพื่อนๆ เลย”

“อืม ไปๆ”

“ดีแล้วล่ะ ตอนต้นเทอมก็ขาดไปตั้งนาน เดี๋ยวมีปัญหาไม่มีสิทธิ์สอบจะแย่เอา”

“อืม เจนรู้แล้วน่า”

แม่มองหน้าผมที่กำลังติดกระดุมนักศึกษา ก่อนจะเอ่ยถาม

“งั้นวันนี้ให้ป๊าไปส่งไหมล่ะ”

“ได้ฮะ ก็ดี”

“งั้นก็ไปกินข้าวเช้าได้แล้วลูก น้องกับป๊าก็กินกันอยู่”

ผมกินข้าวต้มกุ้งแทบไม่พร่องเพราะความหดหู่หม่นหมองที่อัดแน่นอยู่ในใจ แต่จะแสดงออกก็ไม่ได้เพราะป๊ากับแม่ไม่รู้เรื่องนี้ รวมถึงน้องๆ ของผม ผมดื่มนมไปครึ่งแก้วก็ลุกขึ้นตามป๊าออกไปนอกบ้าน เพราะวันนี้ผมเรียนแปดโมงเช้า ป๊าเลยจะวกไปส่งน้องทั้งสองที่โรงเรียนเพื่อให้ทันเข้าแถวก่อน แล้วจึงค่อยตามไปส่งผมที่มอ ก่อนจะไปเข้างานตัวเอง

ผมไหว้ลาป๊า เดินเข้ามาในตึกคณะได้สักพักก็หยิบมือถือออกมา ผมดูหน้าจอโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องไม่รับสายใครเลยตลอดสองวันที่ผ่านมา มีเบอร์ของเพื่อนๆ ผลัดกันโทรเต็มไปหมด และไลน์อย่างห่วงใยจากทุกคน ในกลุ่มคุยกันว่าจะมาเยี่ยมผมที่บ้านเพราะรู้สึกไม่สบายใจที่ผมหายไป แต่ก็มีพุฒิปรามว่าไม่ต้อง ผมคงแค่ป่วย ทุกคนไม่มารบกวนครอบครัวผมจะดีกว่า

น่าตกใจที่นอกเหนือจากเบอร์ของเพื่อนๆ ยังมีเบอร์ของเขาโทรมาหลายครั้งมาก

ผมไม่คิดจริงๆ ว่าเขายังจะโทรมาหลังจากที่ปล่อยผมไปวันนั้น

เพราะผมคิดว่าเขาจะยอมปล่อยผมไปง่ายๆ ซะอีก

ผมเดินไปยังล็อกเกอร์ที่ผมเช่าไว้เก็บของ ดึงหนังสือหนาๆ สองเล่มออกมาใส่กระเป๋าสะพายข้างแล้วจึงปิดฝามัน

“...!”

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นข้างๆ หลังจากที่ผมปิดฝาล็อกเกอร์ แต่ผมก็รีบเดินหนี

“เจน คุยกับพี่ก่อน”

ผมจ้ำเท้าหนีเร็วขึ้น ทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ ข่มความเจ็บเสียดที่คอยแต่เรียกร้องขึ้นมาในใจ เราเลิกกันแล้ว เราจบกันไปแล้ว และผมก็ไม่ต้องการผู้ชายคนนี้อีก ไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าเขาด้วย...

“เจน”

ผมเดินเร็วจนแทบจะวิ่ง แต่เขาก็ตามทัน

“เจน พี่ขอโทษ สำหรับทุกอย่างเลย แต่เจนฟังพี่ก่อนได้ไหม”

“พี่เจนพอเถอะ เจนว่าเราคุยกันเรียบร้อยแล้วนะ เราจบกันตั้งแต่คืนนั้นแล้ว พี่ก็ยอมรับแล้วนี่ว่าตัวเองเป็นคนเลว ไม่ใช่ว่าพี่ตัดสินใจจะปล่อยเจนไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

เขาเม้มปาก เพราะสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงทุกประการ แต่จู่ๆ คงจะนึกติดค้างอะไรในใจขึ้นมาทำให้ยังไม่ยอมรามือจากผมอย่างนี้

“...ก็ใช่ แต่ -- ”

“พี่เลิกมาตามเจนอย่างนี้สักที แล้วก็ไม่ต้องมาจอดรถดักรอเจนหน้าบ้านแล้วด้วย มันขวางรถในซอยเขาจะเข้าจะออก”

“พี่อยากให้เจนเข้าใจพี่”

“เข้าใจ!?” เพราะคำนั้นคำเดียวทำให้ผมถึงกับยอมหยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าเขา “ให้เจนเข้าใจว่าอะไร!? ให้เจนเข้าใจว่าพี่จำเป็นต้องทำอย่างนี้เหรอ ก็เปล่า บ้านพี่ก็รวยดี ไม่ได้ลำบากยากจนอะไร หรือจะบอกว่าพี่ถูกใครบังคับให้ทำ? ก็ไม่นี่ เจนก็เห็นว่าพี่ทำเอง หรือให้เจนเข้าใจว่าพี่มีความจำเป็นต้องหลอกเจนล่ะ!”

“เจน พี่ไม่ได้ไม่ยอมรับในสิ่งที่พี่ทำนะ”

เขาดูเหมือนจะใช้ความอดทนอย่างยิ่งยวดในการอธิบายเรื่องนี้กับผม แต่ผมไม่อยากฟังคำโกหกอะไรอีกแล้ว

“พี่พอเถอะ ก็อย่างที่พุฒิพูด ปล่อยเจนไปสักที เจนไม่มีอะไรที่อยากได้จากพี่หรอก ถ้าพี่อยากได้เงินที่เคยเลี้ยงข้าวคืนก็ส่งเลขที่บัญชีมาแล้วกัน เจนจะได้โอนให้จบๆ ไป”

“เจนก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเงิน”

“เออ ใช่สิ เงินน่ะพี่มีล้นฟ้านี่ แล้วพี่อยากได้อะไรจากเจนล่ะ ตัวเจนเหรอ”

เขาจ้องหน้าผมนิ่งขณะที่ผมยังคงแผดเสียง บ่ากว้างทั้งสองข้างนั่นขยับขึ้นลงตามจังหวะการสูบลมหายใจ

“ตัวเจน หรือว่าใจเจน แล้วจะเอามันไปทำไม จะต้องทำร้ายความรู้สึกกันไปถึงไหน แค่เราไม่เคยมีเซ็กส์กันพี่คงไม่เสียดายมากหรอกมั้ง หรือว่าพี่อยากได้อะไรจากเจนอีกล่ะ? เพราะขอโทษนะ ถ้าเป็นตัวเจนคงให้ไม่ได้ เพราะคนก็ต้องมีอะไรกับคนด้วยกัน ไม่ใช่มีกับปิศาจ!”

“เจน!” เขาก้าวเข้ามาจับบ่าทั้งสองข้างของผม “ถ้าเจนยังเป็นแบบนี้พี่จะไม่ใจดีแล้วนะ”

“พี่ก็ไม่ใจดีตั้งแต่วันนั้นแล้วนี่! วันที่พี่บอกว่าสักวันเจนจะต้องมาขออะไรสักอย่างจากพี่ แล้วพี่จะทำให้เจนต้องตอบแทนอย่างสาสม”

“แล้วพี่ก็คิดไงว่าจริงๆ แล้วพี่ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น พี่ไม่อยากให้เจนเสียใจ!”

“เสียใจ? เหอะ ตลก เจนไม่มีทางที่จะเสียใจไปมากกว่านี้แล้ว ทำไมล่ะ พี่ไม่ใจดีแล้วจะทำอะไรเจน พี่จะบังคับให้เจนทำโน่นทำนี่เหมือนที่บังคับคนอื่นเหรอ ไอ้แบบที่เขาเรียกกันว่าขายวิญญาณใช่ไหม”

ผมตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดัง ไม่สนใจใครต่อใครว่าจะมอง

“เสียใจ! พี่ทำไม่ได้หรอก เพราะเจนไม่ได้ติดค้างอะไรพี่เลย!”

“...”

“ทีนี้ก็เลิกยุ่งกับเจนสักที เพราะพี่ไม่มีวันได้อะไรจากเจนอีก ส่วนไอ้ที่ผ่านๆ มา เจนถือว่าทำทาน! ลาก่อน!”

ผมสลัดแขนออกมาจากตัวเขาที่กำลังนิ่งไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะหันหลังเดินจากมา เขาไม่มีวันจะได้ตัวผม หรือได้ความบริสุทธิ์ของผมไปครอบครอง เพราะผมจะไม่มีเซ็กส์กับคนที่ไม่รักผม คนที่เห็นผมเป็นแค่อะไรก็ไม่รู้

“เจน”

หากมันเป็นน้ำเสียงปกติของเขา ผมคงไม่ใส่ใจแล้วเดินหนีไปได้ในทันที แต่เพราะมันเป็นเสียงที่ต่ำและเยียบเย็นเสียจนทำให้ขนที่ต้นคอของผมลุก เสียงของเขาราวกับเกล็ดน้ำแข็ง เป็นเสียงที่ทำให้จู่ๆ ผมก็หนาวจนต้องยกสองแขนกอดตัวเอง

ผมไม่รู้ตัวเลยว่าผมหยุดเดินตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งเสียงนั้นมากระซิบอยู่ข้างหูผม

“เจนเลือกเองนะ ที่จะทำกับพี่อย่างนี้”

“...”

“ต่อจากนี้ เจนอย่าหาว่าพี่ใจร้ายแล้วกัน”

สองมือหนาลูบลงไปตามแนวแผ่นหลังของผม ไม่แผ่วเบา ไม่หนักแน่น แต่ชวนให้ขนลุกไปทั้งกาย

“ตัวเจนเหรอ ไม่ต้องห่วง พี่ได้แน่”

“...!”

เขาละมือออกไปจากร่างกายของผมแต่โดยดี

“แต่จำได้ไหมที่รัก ที่พี่บอกว่าพี่ไม่เคยบังคับใคร”

เสียงกระซิบพร่านั้นทำให้ผมใจเต้นระรัว

“พี่ยังคงเป็นคนนั้นอยู่นะ”

“...”

“เพราะเจนจะต้องมาสังเวยตัวเองให้พี่”

“...”

“แล้วถึงวันนั้น อย่าหนีก็แล้วกัน”

เขาเดินจากไปแล้ว... อีกครั้งที่ผมเห็นแผ่นหลังนั้นจากไป เหมือนวันนั้น...วันที่เขาทิ้งคำพูดที่น่ากลัวไม่แพ้กันไว้ที่ทำให้ผมต้องนอนคิดถึงมันไปหลายคืน

และคำพูดวันนี้มันเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากจากเขาอีกครั้ง

สัญญาณที่บอกว่าในเมื่อพยายามจะดีแล้วผมไม่เห็นใจ

ต่อจากนี้...เขาจะเลวให้ผมดู

 

 

---------

ฮวังซอล

 

พี่เจนใหญ่จะดาร์กแล้วน้าาาา

ทีนี้มันจะไปสู่คำถามที่ว่า น้องรู้แล้ว น้องเลือกเลิก แล้วยังไง สองคนนี้จะทำยังไงกันต่อ เพราะอะไรมันถึงได้ไปสู่จุดที่เกิดขึ้นตอน intro.

 

อ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจ สกรีมแท็กให้ที่ #อย่าขอพี่เจน

รักคนอ่านนะคะ รออ่านทุกฟีดแบ็คเลยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 898 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,780 ความคิดเห็น

  1. #3750 Sariei_va (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 21:17
    อยากตีเจนจริงๆเลยยยย เพื่อนก็ไม่ฟังพี่เขาก็ไม่ฟังง หนูต้องฟังก่อนนะลูกกก พี่เจนโกรธแล้วววว
    #3,750
    0
  2. #3248 tarun_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 22:47
    เจนก็คือโวยวายสุด ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น555 เจอดีแน่ลูก
    #3,248
    0
  3. #2980 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 01:23
    ฉันว่า ใช่เรื่องที่น้องสาวเจนชนะสุนทรพจน์อะไรมั้ย...
    #2,980
    0
  4. #2928 dochalida0412 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 01:33
    น้องก็ไม่ใจเย็นเลย ไปสุดมาก
    #2,928
    0
  5. #2923 NuyNaritsara (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 07:50
    คุกเข่าให้เลยค่ะ เป็นนิยายเรื่องแรกเลยที่อ่านแล้วใจสั่น มือสั่น
    #2,923
    0
  6. #2891 PCB614 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 20:01
    พี่เจนคือไม่ยอมปล่อยน้องจริง ๆ สินะ กลัวแทนน้องเลยอะ
    #2,891
    0
  7. #2873 Naraprinnnt (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 13:13
    หนูกัว แม่จ๋า
    #2,873
    0
  8. #2637 My friend (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 18:34
    แก ชั้นเป็นห่วงครอบครัวเจนอ้ะ นี่อ่านมาถึงตอนนี้คืออยู่ไม่เป็นสุขแล้วนะ สั่นไปหมด กลัวน้องป่วยอ้ะ กลัวว่าน้องจะเป็นอะไรเต็มไปหมด ชั้นว่สชั้นคิดมากไป แต่ชั้นว่าชั้นคิดถูกนะ อ่านไปก็เริ่มจิตตกแทนน้องงง
    #2,637
    0
  9. #2440 tang_thai°°° (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 13:11
    แงงง น่ากลัวมากพี่เจนตือจะเป็นพี่เจนดาร์คแล้วเน้อ
    #2,440
    0
  10. #2392 SSbts2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:52
    น่ากลัวของจริงมันเป็นอย่างนี้ แต่เจนน้อยพูดแรงมากอ่ะ ไม่คิดว่าจะแรงขนาดนี้ เด็กน้อยใสๆได้ตายไปแล้ว เป็นได้ขนาดนี้เพราะพี่เจนเลยนะ โคตรใจร้ายกับน้องเลยว่ะ อยากจับมาตีๆๆ // พี่เจนน่ะมองเห็นแต่ของที่คนอื่นอยากได้ และคนอื่นก็ไม่เคยเห็นของที่พี่เจนอยากจะได้(จริงๆ) ถึงได้โดนพี่เจนตลบหลังแบบนั้น ทางรอดของน้องคือต้องทำให้พี่เจนปรับมุมมองเท่านั้นเลย ซึ่งมันน่าจะยากน่าดู แงงงงงง
    #2,392
    0
  11. #2358 blueeyes111 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:09
    พี่เจนโคตรน่ากลัวเลย เเค่เรียกเจนเฉยๆก็หลอนแล้ว
    #2,358
    0
  12. #2345 SUNTaTo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:28
    น้องจีนรึป่าว อมกๆๆๆๆ
    #2,345
    0
  13. #2280 Yoyo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 03:21

    ไม่ชอบเจนเล็กเลยอะ แงงงง น่าจะฟังพี่เจนก่อนนะ คิดว่าที่พี่เจนทำไปก็ต้องมีเหตุผลแหละ ถ้าเจนเล็กยอมใจเย็นลงอีกสักนิดแล้วให้พี่เจนได้อธิบาย เจนเล็กก็จะรู้เองแหละว่าทำไมพี่เจนต้องเข้าหา เราแอบมองว่าพี่เจนต้องชอบเจนเล็ก ความรู้สึกมันบอก 5555 อยากให้เจนเล็กใจเย็นลงกว่านี้น้าาาาา

    #2,280
    0
  14. #2164 NuMuE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 14:52
    กลัวพี่เจนนะ แต่น้องจะจะใจเย็นๆและฟังพีาเจนสีกหนาอย แง้ สงสารใครเลือกไม่ถูกเลยยย
    #2,164
    0
  15. #2149 mod152545 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 09:49
    กลัวแล้วแม่แงงงงง อ่านละขนลุกเรยแต่งดีมากๆค่ะ
    #2,149
    0
  16. #2125 frodono44 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 21:14

    หายใจไม่ทั่วท้องงง

    #2,125
    0
  17. #2027 ChobaeI (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 22:34
    เจนใหญ่จะทำอะไรน้องงงง
    #2,027
    0
  18. #1972 doggyv (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 16:46
    ... เจนเล็ก​นี่จะมีสักตอนที่โตขึ้นไหมเนี่ย​ ปุบปับๆก็โวยวายใช้แต่อารมณ์​ หาทางออกจบกันดีๆไม่ได้เหรอ​ รู้ไหมว่าทำร้ายคนอื่นไม่ว่าทางกายหรือวาจา​ สร้างความแค้นให้เขสา กรรมมันอาจจะตามสนองได้น่ะ
    #1,972
    0
  19. #1969 Kibibiza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 11:44
    พี่เจนจะบีบให้เจนต้องไปขอความช่วยเหลือสินะ
    #1,969
    0
  20. #1956 mme_mint (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 00:12

    เห้อ เจนแ่ะไม่ฟังเจน ฟังเขาก็จบแล้วค่อยตัดสินใจ หาเรื่องเข้าตัวแท้ๆ
    #1,956
    0
  21. #1951 Clamsmooth (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 20:35
    กดดันจนจะร้องไห้ สงสารเจนเล็ก
    #1,951
    0
  22. #1931 Midories (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 01:44
    ก็น่าจะรักน้องจริง แต่วิธีการแสดงออกของพี่อาจจะประหลาดกว่าคนทั่วไปสักหน่อย เป็นเครียดแทนน้องเจนแล้วว
    #1,931
    0
  23. #1928 ASPA_JJJJ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 01:06
    พี่เจนน่าจะรักน้องเจนไปแล้วจริงๆ แต่เพราะปมที่พี่เจนสร้างไว้อะ ทุกอย่างดูยากไปหมด ในตอนที่เขาต้องการความรักและจริงใจจากใครสักคนนึง แต่เขาก็พังมันลงด้วยมือตัวเอง
    #1,928
    0
  24. #1927 Tippaya Yuivip (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 00:42
    อะไรมันจะรุนแรงเบอร์นี้
    #1,927
    0
  25. #1918 ExOne_08 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 22:34
    แกกกกกชั้นสับสนมาก ตกลงพี่เจนใหญ่ชอบเจนเล็กจริงๆป่ะวะะะะะ
    #1,918
    0
  26. #1846 cutsweet (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 03:11
    จริงๆเห็นคนสงสารพี่เจนใหญ่เยอะมากเลย แต่นี่ยังไม่สงสารเท่าไหร่555 ด้วยความที่พี่แกไม่บอกอะไรเจนในสิ่งที่พี่แกทำ ทั้งๆที่มีโอกาสได้พูดได้อธิบายอยู่ตลอด พอในวันที่เจนรู้ก็อยากจะอธิบายให้เจนได้เข้าใจ แต่มันก็ไม่ทันแล้วป่ะ เคยได้ยินป่ะว่าโอกาสเราให้กับคนที่จะไม่ทำให้มันเสียไปอ่ะ ซึ่งพี่เจนทำมันพังไปแล้ว เจนเจอแบบนี้อย่าว่าแต่จะให้โอกาสเลย แค่ควส.ที่ผ่านเจนคงไม่อยากจำได้อีก เราเสียใจนะเพราะน้องซื่อมากๆและค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ ยิ่งพี่เจนจะร้ายกับน้องเรายิ่งมองว่าทั้งๆที่พี่เป็นคนทำมันพังแท้ๆทำไมถึงต้องร้ายด้วยล่ะ เราสงสารไม่ลงนะ แงงงงง พิ่เจนนนนอย่าทำอะไรน้องนะะะTT
    #1,846
    2
    • #1846-1 J JAM(จากตอนที่ 17)
      28 ธันวาคม 2562 / 07:04
      ใช่ป่ะๆ พี่เจนทำตัวเองเเท้ๆ ถ้าอธิบายให้เจนเข้าใจด้วยเหตุผลที่เพียงพอว่าทำยังงี้ทำไม ทำไมเจนจะรับไม่ได้ เเค่พูดความจริงทุกอย่าง พูดทุกๆอย่างอ่ะ มันจะตายหรอ บัก-
      #1846-1
    • #1846-2 cutsweet(จากตอนที่ 17)
      28 ธันวาคม 2562 / 23:14
      แงง เราเสียใจ เราอยากให้เค้าได้คุยกันจริงๆ คนเป็นแฟนกันอย่างน้อยก็ควรบอกกันมากกว่านี้ เราเลยไม่ค่อยสงสารพี่เจนที่เจนเล็กไม่ฟังพี่แก5555 แล้วเราคิดว่าถ้าเจนได้รับฟังเหตุผลจริงๆน้องจะรับได้แน่ๆแค่พูดออกมาจากใจน้องต้องมองเห็นตัวตนที่แท้จริงๆของพี่แน่ๆTT
      #1846-2