Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 16 : 15 l A simple favor

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 850 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

Chapter 15

A simple favor

 

Fame

I'm gonna live forever

I'm gonna learn how to fly, high

I feel it comin' together

People will see me and cry...

 

 

สิ้นเสียงของที ผมก็รู้สึกเหมือนหูได้ยินเสียงวิ้ง... ดังยาวและก้องจนไม่ได้ยินเสียงสรรพสิ่งใดรอบๆ อีก หูโทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงไป แต่แล้วผมก็รีบคว้ามันขึ้นมาแนบหูอีกครั้ง

“มึงพูด...อะไร...”

[เจน กูรู้ว่ามันดูน่าเหลือเชื่อ แต่มึงมองกูสิ กูไม่มีอะไรจะเสียแล้ว กูจะโกหกมึงไปทำไมอีก]

ผมพยายามควานหาสติท่ามกลางความมืดมิดที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัว

“ทำไมมันถึงเป็นพี่เจนไปได้วะที เขาจะมาเกี่ยวข้องกับมึงได้ยังไง”

[กูก็รู้จักเขาแบบเดียวกับที่คนอื่นรู้จัก]

“...”

[คือกูไปขอความช่วยเหลือจากเขา]

“...”

ผมไม่เข้าใจ...

[กูไปขอให้เขาช่วยกูเรื่องเรียน...]

“มึงไปขอเรื่องเรียนเนี่ยนะ?”

ผมไม่เข้าใจเลย ทีเป็นที่หนึ่งของรุ่นมาตลอด แล้วทำไมมันสมองอย่างมันจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากพี่เจนด้วย นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย

ทีมีสีหน้าหนักใจและอึดอัด ราวกับว่าช่างยากลำบากเหลือเกินที่จะต้องเอ่ยอะไร แต่สุดท้ายแววตาของมันก็อ่อนลง มันคงกำลังคิดอีกครั้ง ว่ามันไม่มีอะไรจะเสียแล้วจริงๆ

[เจน กูไม่ได้เป็นอย่างที่พวกมึงคิดหรอกนะ]

“มึงหมายความว่าไง? มึงเป็นประธานสโมฯ มีตำแหน่งสำคัญอีกตั้งหลายตำแหน่ง มึงเป็นคนเพอร์เฟ็กต์ อาจารย์คนไหนก็รัก ความจริงมันคืออะไรล่ะ!”

[ความจริงก็คือสิ่งที่มึงกำลังเห็นกูในห้องขังนี่ไงเจน! ความจริงก็คือว่ากู...กูมันไม่มีอะไรเลย!]

เสียงตวาดอย่างปวดร้าวของทีทำให้ผมสงบลง

[กูก็แค่ไอ้เด็กบ้านนอกที่หวังจะถีบตัวเองพอเข้ามาอยู่เมืองกรุง กูสร้างภาพลักษณ์ใหม่ทุกอย่าง ว่ากูบ้านรวย เรียนเก่ง เพอร์เฟ็กต์ นิสัยดี มีน้ำใจ เป็นขวัญใจทุกคน กูไม่ใช่ไอ้เด็กผอมแห้งคนนั้นที่โดนรังแกมาทั้งชีวิต กูทะเยอทะยานที่จะทำทุกอย่าง แต่อะไรๆ มันก็ไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิด ที่กรุงเทพฯ มีคนเรียนเก่งหัวกะทิมากมาย ตั้งแต่เทอมแรกกูก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่เรียนเก่งที่สุดอีกต่อไป แล้วการต้องทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งรักษาเกรด ทั้งเป็นกิจกรรมนั่นโน่นนี่ มันหนักเหลือเกิน...]

“...”

[แล้ววันนึงกูก็พบว่ากูอ่านหนังสือไม่ทันแล้ว แต่บัญชีของชมรมจิตอาสาก็ต้องทำให้เสร็จในสองวันนี้ กูได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งในมอ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า แต่กูเข้าตาจนแล้วเลยตัดสินใจลองเสี่ยงดู แล้วกูก็ขอ...ให้พี่เจนช่วยเอาข้อสอบไฟนอลของทุกวิชามาให้กู]

“...!”

[กูไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง แต่เขาเอามาให้กูได้จริงๆ อย่างกับความฝัน เทอมนั้นกูได้ A ทุกวิชา ทุกคนชื่นชมกู กูกลายเป็นคนที่เก่งที่สุดในชั้นปี แล้วกูก็เลิกไม่ได้... กูทนไม่ได้ที่จะไม่ได้เป็นคนเพอร์เฟ็กต์คนนั้นอีก กูเลยโกงมาตลอด กูไม่เคยทำได้ด้วยตัวเองจริงๆ เลย]

“นี่มึงจะบอกว่า...พี่เจนช่วยมึงขโมยข้อสอบมาตลอดงั้นเหรอ!”

ทีหลับตาแน่น

[มันก็ไม่เชิงว่าอย่างนั้น...]

“แล้วมันเป็นอย่างไหน!”

[ครั้งแรกเขาเอาข้อสอบให้กูเป็นกระดาษที่เขียนด้วยลายมือ แต่พอกูไปขออีก เขาก็บอกว่าเขาไม่มีเวลาจะมาทำให้แล้ว เอาเป็นว่าเขามียูสเซอร์ของมหา'ลัยอยู่อันหนึ่ง ให้กูไปจัดการเอง .. กูลองล็อกอินดู มันเป็นยูสเซอร์ของบุคลากรคนหนึ่งในมหา’ลัย เข้าไปดูข้อสอบของทุกวิชาและทุกคณะที่อัพโหลดไว้ได้ ใช่ เขาไม่ได้พูดอะไรอีก การที่กูจะเข้าไปดูหรือไม่ดู... เป็นสิทธิ์ของกู แต่ที่เขาทำก็คือชี้โพรงให้กระรอก กูต้องเข้าไปดูอยู่แล้ว]

“...แต่...แต่เขาก็ไม่ได้ขโมยอะไรมาให้มึง มึงเข้าไปดูข้อสอบด้วยตัวเอง!”

[เจน! แล้วยูสเซอร์นั่นล่ะ เขาเอายูสเซอร์มาได้ยังไงมึงคิดบ้างไหม! ถ้าไม่ขโมยมาหรือแอบดู เขาจะเอามาได้ยังไง! ยังไงวิธีที่ได้มาก็ต้องไม่โปร่งใส่ มึงหยุดเข้างข้างพี่เจนสักทีเหอะ]

“...”

[ตอนนั้นกูมันโง่ กูหลงระเริงกับเปลือกนอกที่ทุกคนชื่นชมกู ยิ่งพี่เจนบอกว่าไม่ต้องการเงินหรืออะไรจากกูเลย กูก็ยิ่งลืมความจริงที่ว่ากูติดหนี้เขา ลืมไปว่าคนเราไม่มีใครช่วยเหลือคนอื่นฟรีๆ หรอก รอยยิ้มของเขามันทำให้กูเบาใจไปหมด แล้ววันหนึ่งเขาก็มาเอาคืน เขามาขออะไรบางอย่างจากกูตอบแทน]

“แล้วเขาขออะไรมึง...” ผมกำหูโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วสีซีด เสียงของผมเบาราวกับเสียงกระซิบ “ขออะไร”

[เขาบอกว่ามันเป็นแค่คำของ่ายๆ เท่านั้น]

ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!

[เขาขอให้กูลาออกจากการเป็นประธานสโมฯ]

“...อะไรนะ” ผมไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ในใจของผมค้านขึ้นมาทันทีว่าแล้วพี่เจนจะได้อะไรจากสิ่งนี้ แต่ทีก็เล่าต่อก่อน

[ใช่ เขาขอให้กูลาออกจากการเป็นประธานของสโมฯ เพราะ...มีคนอื่นมาขอเขาว่าอยากเป็นประธาน แต่สโมฯ คือชีวิตกูมึงก็รู้ กูตัดใจจากตำแหน่งประธานไม่ได้ ให้กูตายยังดีซะกว่า กูเลยไม่ยอม และบอกว่ากูจะเอาเงินให้เขาแทน กี่บาทก็ว่ามา]

“...”

[แล้วนั่นก็ทำให้พี่เจนโกรธมาก...โกรธจัดเลย เพราะกูไม่ทำตามข้อตกลงที่วางกันไว้แต่แรก แล้วเขาก็ตัดขาดกู กูโดนบล็อกทุกช่องทาง โทรไม่ได้ ไลน์ไม่ได้ ติดต่อเขาไม่ได้สักอย่าง พอกูรู้ตัวว่าโดนเขาตัดหางปล่อยวัด กูก็กลัวมาก กูพยายามเข้าหาเขาแต่ก็ทำไม่ได้ แล้วหลังจากนั้น กูก็มาอยู่ในคุกนี่]

“...แต่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่เจนนี่ มึงติดคุกเพราะมึงยักยอกเงินสโมฯ กับพรากผู้เยาว์ต่างหาก!”

[คนอื่นมันจะรู้ความลับของกูได้ยังไงถ้าไม่ใช่เขา มึงไม่รู้หรอกว่าหูตาเขาเป็นสัปปะรด แม้แต่ในคุกนี่ยังมีพรรคพวกเขาอยู่ กูไม่เคยรอดจากสายตาเขาเลยเจน!]

“มันไม่เกี่ยวกันเลย!” ผมตะคอก ไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ได้ฟัง “มึงทำตัวเองทั้งนั้น พี่เจนไม่เกี่ยวอะไรกับการที่มึงต้องหมดอนาคตอย่างนี้ มึงเลือกที่จะล็อกอินเข้าไปดูข้อสอบเอง มึงยักยอกเงินสโมฯ เอง มึงไปเอากับเด็กมอสองเอง!”

[เออ กูรู้ว่ากูทำตัวเอง!] ทีตะโกนกลับเสียงดังยิ่งกว่า ในดวงตาอิดโรยนั้นมีน้ำตาคลอเมื่อต้องนึกถึงความเจ็บปวด [แต่ทุกทิศทางของชีวิตกูมันพลาดเพราะกูคิดว่ามีเขาเป็นแบ็ค เพราะกูไว้ใจเขา กูเล่าให้เขาฟังทุกอย่าง เขารู้ว่ากูอยู่หอกับน้อง รู้ว่าบ้านกูไม่ได้รวย แต่เขาก็ไม่เคยว่าอะไรเลย เขาทำให้กูอุ่นใจมาตลอด กูนึกว่าเราเป็นพวกเดียวกันจริงๆ .. แต่เปล่า กูก็แค่หมากตัวหนึ่งในธุรกิจของเขา พอวันหนึ่งที่เขาไม่ได้ดั่งใจ เขาก็หันมาแทงกูจนยับ กูยอมเล่าให้มึงฟังเพราะไม่อยากให้มึงต้องมีอนาคตเหมือนกูนะเจน]

“นี่มันบ้าชัดๆ! กูไม่เชื่อมึงหรอก มึงทำตัวเองทั้งนั้นที มึงไม่ต้องมาเอาพี่เจนไปเกี่ยวด้วยเลย!”

[เจน เชื่อกูเถอะนะ มึงออกห่างจากเขาเถอะ เขาใจดีใช่ไหมล่ะ เขาดีกับมึงมากๆ ใช่ไหม เวลาที่เขายิ้ม มันรู้สึกอุ่นใจไปหมดเลย นั่นมันไม่ใช่ตัวจริงของเขาหรอกเจน เขาไม่เคยเป็นพี่ใครหรือเป็นเพื่อนใคร แล้วทำไมเขาถึงจะมารักมึง คนอย่างเขารักใครไม่เป็นหรอก เขาแค่หาผลประโยนชน์จากคนอื่น เขาไม่รักใคร...]

“พอ...”

[ถ้ามึงไม่ยังเชื่อกูกับพุฒิ ให้มึงไปตามหาศาสตราจารย์จอห์น ธอมป์ทอน ที่อยู่ตามนี้...] ทีเอ่ยรัวเร็ว [มึงไปหาเขา ไปคุยกับเขา ไปถามเขาถึงมิสเตอร์เจน แพทริค พลากร อดีตเอซของโรงเรียนกฏหมาย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แล้วมึงจะได้ตาสว่างสักทีว่าจริงๆ แล้วพี่เจนของมึงเขาเป็นยังไง...]

เงียบนะ! กูไม่คุยกับมึงแล้วที กูจะกลับบ้าน!”

ผมกระแทกหูโทรศัพท์วางเก็บ แล้วลุกหนีออกมาโดยไม่สนใจทีอีกว่าจะเป็นยังไงอยู่อีกด้าน พี่เจนน่ะเหรอช่วยทีทุจริตเรื่องสอบ พี่เจนน่ะเหรอจะใจดำขนาดแจ้งตำรวจทั้งๆ ที่ทียอมบอกความลับเพราะไว้ใจ

 

'สงสารมันจังเลยอ่ะพี่ คงเพราะมันเป็นเพื่อนด้วยมั้งเลยรู้สึกโกรธคนไปแจ้งตำรวจจัง อนาคตคนทั้งคนเลยนะ มันน่าจะมีวิธีคุยกันดีๆ ได้สิ'

'แล้วเจนจะบอกว่าคนแจ้งผิดเหรอ คนเราน่ะถ้าไม่มีเรื่องอะไรที่ปกปิดไว้ก็ไม่มีใครทำอะไรเขาได้อยู่ดี ถูกไหม'

'...'

'เพราะอย่างนั้นกรณีนี้พี่ไม่สงสารหรอก พี่คิดว่าเขาทำตัวเอง'

'แต่มันก็ยังไงไม่รู้สิ เจนลองคิดเชื่อมโยงเหตุการณ์ดูแล้ว ทุกอย่างมันดูแปลกๆ อ่ะพี่เจน มันเหมือนว่าทีโดนเจาะจงเล่นงานมากกว่า อารมณ์แบบไปกระตุกหนวดเสือเข้าเลยโดนเก็บ บู้ม! ตายเลย'

'...คงงั้นล่ะมั้ง อาจจะเป็นเสือตัวใหญ่ก็ได้'

'ทำไมพี่เจนชอบยิ้มเยาะ'

'ยิ้มเยาะอะไร'

'ก็ยิ้ม... ยิ้มแบบนี้อ่ะ ยิ้มเหมือนพวกตัวร้ายโรคจิตในหนัง เจนว่ามันดูน่าขนลุกยังไงไม่รู้ แบบ...เหมือนข่มขวัญคนอื่นอ่ะ มีคนเคยบอกไหม'

'ไม่เห็นจะมีเลย'

 

จู่ๆ บทสนทนาที่เราเคยคุยกันเมื่อนานแสนนานมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องทีก็ลอยกลับเข้ามาในหัวผม คิดถึงความจริงที่ว่าตอนนั้นเขาดูจะสนใจเป็นพิเศษตอนที่ผมคุยโทรศัพท์กับแก๊ปเรื่องของที ทุกอย่างเมื่อมาผสมกับสิ่งที่ได้รับรู้วันนี้ยิ่งดูเข้าเค้าจนผมใจหาย

เขาสินะ...

เขาคือเสือตัวนั้นที่ทีไปกระตุกหนวด

ไม่ ไม่! ผมไม่เชื่อหรอก!

“เจน!”

ผมไม่รู้ตัวเลยว่าหลังรับบัตรประชาชนคืนผมเดินเหม่อออกมาถึงตรงไหน พอหันไปก็พบว่าเป็นพุฒิที่คว้าข้อมือผมเอาไว้ ผมสะบัดข้อมือออก

“เจน จะไปไหน!”

“กูไม่อยากฟังเรื่องเลอะเทอะที่มึงกับไอ้ทีรวมหัวกันหลอกกู!”

“หลอกเหี้ยอะไรล่ะ มึงคิดว่าทีมันจะโกหกมึงทำไม มันมีอะไรที่จะได้ขึ้นมาเหรอ”

“ไม่รู้สิ เพราะเงินมั้ง! มันก็บอกกูแล้วว่ามันไม่ได้รวย แต่บ้านมึงรวยนี่พุฒิ”

“แล้วกูจะได้อะไรจากการจ้างมันทำอย่างนั้นวะ ฮะ!”

พุฒิจับไหล่ทั้งสองข้างของผมเขย่า มันแผดเสียงต่อ

“มึงตาสว่างสักทีเถอะ ขนาดนี้แล้วเจน! พอได้แล้ว!”

“...ทีมันทำตัวเอง!” ผมไม่ยอมแพ้ทั้งที่ขอบตาแสบร้อนเหมือนจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหรือได้รับรู้ในวันนี้แม้แต่นิดเดียว ผมกำลังอยู่ในช่วงที่ไม่อาจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ “คนขี้โกหกอย่างมันจะใส่ร้ายอะไรพี่เจนบ้างกูจะรู้ได้ยังไง! พี่เจนไม่เคยโกหกอะไรกูเลย แต่ทีโกหกกู โกหกทุกคนมาตลอด!”

“งั้นมึงก็ดูนี่!”

พุฒิยกมือถือของตัวเองให้หันหน้าจอมาหาผม บนนั้นปรากฏเบอร์ของคนๆ หนึ่งอยู่ ผมขมวดคิ้ว

“อะไร!”

“มึงรู้จักเบอร์นี้รึเปล่า”

“ไม่รู้จัก!”

“นี่แหละเบอร์พี่เจน”

“นี่มึงเพ้ออะไร เบอร์พี่เจนไม่ใช่เบอร์นี้!” ไม่มีทางที่ผมจะจำเบอร์แฟนตัวเองไม่ได้

“นี่แหละเบอร์เขาเวลาที่ใครอยากจะโทรไปขออะไร ถ้ามึงไม่เชื่อมึงก็ลองโทรดู!”

ผมเม้มปาก มองหน้าพุฒิอย่างชั่งใจ ผมรู้ดีว่าในใจของผมมันสั่นไหวเพียงใด ผมรู้สึกว่าผมได้กลิ่นของฮอร์โมนตัวเองฟุ้งขึ้นมาอย่างแจ่มชัด

...กลิ่นของความกลัว...

“ลองโทรเลยเจน ตู้โทรศัพท์อยู่แค่ตรงนั้น มึงโทรเลย”

ผมยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่สุดท้ายก็ฉวยไอโฟนมาจากมือของพุฒิ ก่อนผมจะก้าวเข้าไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะ ไม่ต้องควานหาเหรียญบาทให้เสียเวลาเมื่อพุฒิยื่นมาให้ผมก่อน ผมหยอดมันลงตู้ กดเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยแม้แต่นิดทีละตัวเลข

เสียงสัญญาณที่ดังขึ้นแต่ละครั้งเหมือนจะกรีดใจผมให้ขาด มันดังอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนรับ ผมกำลังจะหันไปตวาดใส่พุฒิ จะด่าที่มันทำให้ผมจิตตกและเสียเวลา และกำลังจะโล่งใจเมื่อมันเป็นเบอร์อะไรก็ไม่รู้

[ฮัลโหลครับ]

“...”

[ฮัลโหล ได้ยินไหม]

“...”

[ฮัลโหล ฮัลโหล]

“...”

[ไม่ต้องกลัว อยากได้อะไร พูดได้เลย]

ตู๊ดๆๆๆ...

เสียงปลายสายหายไปเมื่อพุฒิเอื้อมมือมากดวางลิ้นโทรศัพท์ให้สัญญาณถูกตัด

“เสียงเขาใช่ไหมล่ะ”

“...”

“ทีนี้มึงจะเชื่อกูกับทีได้รึยัง”

“...”

“เจน...”

“...”

“เจน”

ผลั่ก!

“เจน! มึงจะไปไหน เจน!”

ผมที่ไม่มีสติผลักพุฒิแล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้น ก่อนจะโบกเรียกแท็กซี่คันที่ใกล้ที่สุดโดยไม่สนเสียงพุฒิที่ตะโกนตามหลังมา ผมบอกให้คนขับรีบขับหนีไปขณะที่พุฒิรัวมือเคาะกระจกรถจากข้างนอก

พุฒิโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของผมอย่างบ้าคลั่ง แต่ผมก็ไม่รับ ผมบอกให้แท็กซี่ขับพาผมไปไหนก็ได้

...เสียงนั้นมันไม่ใช่เสียงพี่เจนหรอก

มันก็แค่เสียงของคนที่คล้ายเขามาก เสียงของคนอื่นที่ไม่ใช่เขา...

เสียงนั้นน่ะ... มันจะเป็นพี่เจนไปได้ยังไง

“น้อง... น้องเป็นอะไรรึเปล่า”

เสียงคนขับแท็กซี่ถามเมื่อผมซบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องออกมาดังๆ อย่างสับสน ก่อนมือถือของผมจะสั่นเมื่อไลน์เข้า

 

ป๊า:

- วันนี้เลิกหกโมงใช่ไหม

- ไม่ต้องเตะบอลวันนึงได้รึเปล่า

- เดี๋ยวป๊าไปรับที่มอ

- จะพาไปกินเลี้ยงฉลองให้จีน

- น้องชนะประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษระดับเขต

 

“น้อง พี่วนตรงนี้มาสามรอบแล้ว ตกลงจะไปไหน”

ผมยกสองมือขึ้นเสยผม พยายามรวบรวมสติกลับเข้าร่างแม้ว่ามันจะหายกระจายกันไปคนละทางจนหาแทบไม่พบ ผมบอกคนขับแท็กซี่ให้พาผมกลับไปมหาวิทยาลัย ผมไม่ได้บอกป๊ากับแม่ว่าวันนี้คลาสแคนเซิล แล้วก็ไม่อยากจะทำให้พวกท่านตกใจที่ผมโผล่มาอยู่เรือนจำคลองเปรมโดยไม่บอกไม่กล่าวด้วย ดังนั้นการกลับไปมหาวิทยาลัยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

แต่เพราะตอนนี้เพิ่งจะบ่ายเท่านั้น ผมจึงไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับไปทำอะไรที่มหาวิทยาลัยได้ แต่ถ้ากลับบ้านไปต้องถูกสงสัยแน่ ที่อยู่ของศาสตราจารย์จอห์นอะไรนั่นเอาแต่ลอยไปมาทั่วสมองของผม ทีบอกว่ายังไงนะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มก็ให้ผมไปถามจากศาสตราจารย์คนนี้งั้นเหรอ ถามทำบ้าอะไรล่ะ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ ทำไมถึงจะมารู้อะไรเกี่ยวกับพี่เจน

หากผมกลับเอื้อมมือไปจับไหล่ของคนขับแท็กซี่

“พี่ครับ ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมอยากไปที่นี่...”

 

 

ผมมองบ้านเดี่ยวหลังขนาดกำลังดีที่มีสวนดอกไม้น่ารักอยู่หน้าบ้าน มีป้ายติดเอาไว้ด้วยเป็นภาษาอังกฤษว่า Dr. John Thomton, Psychologist (ด็อกเตอร์จอห์น ธอมป์ทอน, นักจิตวิทยา) และบอกด้วยว่ารับปรึกษาปัญหาทั่วไป ผมสูดลมหายใจเข้าลึกหลังจากยืนละล้าละลังมานานสองนาน ก่อนผมจะกดกริ่ง

[Hello.]

เสียงที่ดังออกมาจากลำโพงทำให้ผมตกใจจนสะดุ้งโหยง ก่อนผมจะกรอกเสียงกลับ

“H... Hello.”

[I don't remember having any appointment today. May I know your name boy?] (ฉันจำไม่ได้เลยว่าฉันมีนัดวันนี้ด้วย ขอชื่อเธอหน่อยได้ไหมพ่อหนุ่ม)

ผมสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง หลับหูหลับตาพูด

“... I didn't make any appointment with you earlier, but I heard of you from my friend that you taught in Harvard before. I am a college student and I want to interview you, if I may.” ( ผะ... ผมไม่ได้นัดกับคุณมาก่อน แต่ผมได้ยินมาจากเพื่อนว่าคุณเคยสอนที่ฮาร์วาร์ด ผมเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่อยากจะสัมภาษณ์คุณครับ)

ผมปั้นเรื่องเร่งด่วน ใจเต้นขณะรอเขาตอบกลับ

[Well... fine! Why don't you come in!] (เอาล่ะ... ก็ได้! ทำไมไม่เข้ามาล่ะ!)

ศาสตราจารย์อาวุโสที่อยู่ในวัยเกษียณแล้วเปิดประตูบ้านก้าวออกมาต้อนรับผมทั้งรอยยิ้ม เชื้อเชิญให้ผมเข้าไปข้างในอย่างใจดีและยังชงชาให้ผมดื่มอีกด้วย ผมแสร้งทำเป็นว่าเอาโทรศัพท์มือถือมาอัดเสียง ตั้ง Airplane mode ไม่ให้พุฒิหรือใครโทรเข้ามารบกวนได้ ถามคำถามที่คิดเองสดๆ ร้อนๆ ไปหลายคำถามขณะที่อีกฝ่ายตอบอย่างตั้งอกตั้งใจจริงๆ จนเมื่อเวลาล่วงเลยมาสักพัก ผมจึงได้กดปิดเครื่องอัดเสียง เอ่ยขอบคุณเขา และขอโทษที่รบกวน

“C'mon! It's okay son. I have nothing to do today anyway.” (โธ่! ไม่เป็นไรน่าพ่อหนุ่ม ยังไงฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ววันนี้)

ผมยิ้มรับ ก่อนจะแสร้งถามเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

“By the way, Mr.Thomton. I know somebody who said he used to study law school at Harvard. Maybe you might know him. You taught law students before right?” (เอ้อ คุณธอมป์ทอนครับ ผมรู้จักคนหนึ่งที่บอกว่าเขาเคยเรียนกฏหมายที่ฮาร์วาร์ด บางทีคุณอาจจะรู้จักเขาก็ได้นะครับ คุณสอนพวกเด็กนิติมาก่อนใช่ไหมครับ)

“Hmm? Do you have his photo? What is his name?” (หืม? เธอมีรูปเขารึเปล่า แล้วเขาชื่ออะไรล่ะ?)

จอห์นหยิบแว่นสายตายาวขึ้นมาสวมขณะที่ผมเปิดรูปในมือถือทันที

“Here. This guy.” (นี่ครับ คนนี้)

ชายวัยเกษียณนิ่งอึ้งไป ผมรู้สึกตกใจที่เห็นเขามือสั่นจนปัดถ้วยชาหล่นลงแตกบนพื้น ผมรีบเข้าไปจับเนื้อจับตัวเขา

“Mr.Thomton are you okay?” (คุณธอมป์ทอน คุณเป็นอะไรรึเปล่า)

“...You know Jane Patrick.” (...เธอรู้จักกับเจน แพทริคงั้นเหรอ)

เสียงของจอห์นสั่นเครือขณะที่ยังเพ่งมองรูปพี่เจนบนหน้าจอมือถือของผม ผมพยักหน้า

“Yes. I know him. Now we're studying in a same major. He is my senior. He told me he left Harvard to enter our university because he couldn't stand studying laws anymore.” (ครับ ผมรู้จักเขา ตอนนี้เราอยู่คณะเดียวกัน เขาเป็นรุ่นพี่ของผม เขาเล่าให้ผมฟังว่าเขาลาออกจากฮาร์วาร์ดมาเข้ามหาวิทยาลัยเราเพราะไม่อยากทนเรียนนิติศาสตร์ต่อแล้ว)

ดวงตาของศาสตราจารย์ผู้ชราเบิกกว้าง เขาหันมามองหน้าผม เอ่ยอย่างตกใจสุดขีด

“What... Jane Patrick is here... in Bangkok...?” (อะไรนะ... เจน แพทริคอยู่ที่นี่ ที่กรุงเทพฯ งั้นหรือ...)

เสียงนั้นเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ ผมพยักหน้าอีกครั้งช้าๆ และคราวนี้ก็เป็นคราวของจอห์นที่จับบ่าผมไว้

“You need to stay away from Jane Patrick.” (เธอต้องอยู่ให้ห่างเจน แพททริคเข้าไว้)

จอห์นจับบ่าผมแน่น แววตาของเขาเป็นแววตาที่ทั้งโกรธแค้นและกลัวสุดขีดปะปนกัน และยังเป็นแววตาที่ห่วงใยผมจากใจ

“And for your information, Jane Patrick didn't left Harvard.” (และฉันจะบอกไว้ให้รู้นะ เจน แพทริคไม่ได้ลาออกจากฮาร์วาร์ด)

“...”

“Het got expelled.” (เขาโดนไล่ออก)

 

 

“ฮัลโหลป๊า อยู่ไหนกัน”

[เฮียๆ เจตเอง เฮียรอก่อนนะ ยางมันเกิดแตก]

“แล้วมีใครเป็นอะไรรึเปล่า”

[ไม่มี แต่ก็เปลี่ยนยางอยู่ ช่างเขาว่าอีกแป๊บเดียวก็เสร็จ นี่ป๊ากำลังดูกับช่างอ่ะ]

“ไม่เป็นไรหรอก เฮียรอได้”

[เฮียเจน ป๊าบอกให้เฮียรอตรงป้ายรถรางหน้าตึกสีส้มอิฐอ่ะ ตึกที่มันตรงข้ามกับลานจอดรถ B ที่ป๊าเคยไปรับไปส่งเฮียสมัยยังเข้าห้องเชียร์บ่อยๆ]

“ก็นั่งรออยู่ตรงนั้นแหละ”

[เฮียเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเหมือนเสียงไม่สดใส]

“ไม่มีอะไร .. เรียนเครียดเฉยๆ”

[โอเค เจตว่าเดี๋ยวอีกแป๊บก็เสร็จแล้วแหละ แล้วเจอกันนะ จะกินหมูหันให้พุงกางเลย]

แล้วเราก็วางสายกันไป ผมนั่งจมจ่อมอยู่ในภวังค์ที่หลุดออกมาไม่ได้ พุฒิเลิกโทรหาผมไปได้ประมาณชั่วโมงนึงแล้ว แต่มันส่งไลน์มาอีกเยอะแยะ ซึ่งผมยังไม่ได้เข้าไปอ่านแม้แต่บรรทัดเดียว

...พี่เจนไม่ได้ลาออกจากฮาร์วาร์ด แต่เขาโดนรีไทร์เพราะถูกจับได้ว่าทำความผิดกับเพื่อนนักศึกษาอีกคน จอห์นเล่าว่าเขาเองก็รู้แค่นี้ เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่เขาลาออกมาได้ปีนึงแล้ว เหตุที่รู้เพราะเครือข่ายพรรคพวกฮาร์วาร์ดที่ยังติดต่อกันอยู่เป็นประจำ แล้วพี่เจนก็เป็นนักศึกษาชื่อดังของฮาร์วาร์ดในตอนนั้น ข่าวนักศึกษาตัวท็อปผู้มีความทรงจำแบบภาพถ่ายและไอคิวสูงลิ่วถูกไทร์ย่อมดังกระฉ่อนไปทั่ว ส่วนสาเหตุที่จอห์นทั้งกลัวและเกลียดพี่เจนอย่างกับอะไรดี เนื่องจากเขาต้องยอมเกษียณก่อนถึงเวลาเพราะพี่เจน และเขาก็ไม่ยอมปริปากบอกรายละเอียดกับผมในเรื่องนี้เลย

ผมไม่เข้าใจ ผมตื๊อถามเขาว่าทำไมเขาต้องยอมลาออกแค่เพราะพี่เจนบอกด้วย ไม่ต้องเล่ารายละเอียดเรื่องราวกับผมก็ได้แต่ขอแค่บอกว่าทำไมต้องยอมขนาดนี้ หากสิ่งเดียวที่จอห์นยอมตอบผมคือ

'I owed him a favor. I had no choice!' (ฉันติดค้างเขา ฉันไม่มีทางเลือก!)

'...'

'If I didn't, he would come after me!' (ถ้าฉันไม่ทำตาม เขาจะต้องตามเช็กบิลฉัน!)

และนั่นก็ทำให้ผมหนาวเข้าไปถึงกระดูก การติดค้างประเภทไหนกันที่ทำให้คนๆ หนึ่งต้องยินยอมแลกทั้งชีวิตอย่างนี้

มากกว่านั้น จอห์นดูจะเป็นกังวลมากที่ตอนนี้พี่เจนอยู่กรุงเทพฯ เหมือนกัน เขาถามข้อมูลเกี่ยวกับพี่เจนจากผมมากมาย และเอาแต่พึมพำว่าเขาอุตส่าห์เลือกมาใช้ชีวิตวัยเกษียณในบั้นปลายอย่างสงบที่นี่ ที่ซึ่งไกลแสนไกลจากบอสตัน ไม่คิดเลยว่าจะคนที่ทำให้ชีวิตของเขาพังทลายจะมาหลอกหลอนอยู่ใกล้ๆ

ผมได้ยินเสียงยุงที่บินว่อนไปมาเพราะท้องฟ้าเริ่มมืดเต็มที ผมตบยุงไปหลายตัวเมื่อมันก่อกวนการใช้ความคิดของผม ก่อนเจตจะไลน์มาบอกว่าให้ผมหาแท็กซี่นั่งไปเจอกันร้านอาหารได้เลย เพราะป๊าตัดสินใจไม่รอแล้วทิ้งรถไว้ที่อู่ก่อน ตอนนี้ทุกคนกำลังนั่งแท็กซี่ไปที่ภัตตาคารมีชื่อที่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยของผม

ผมลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปหาแท็กซี่ แล้วเดินราวกับลอยข้ามถนนไปยังฝั่งลานจอดรถ B เพราะค่ำแบบนี้คงไม่ค่อยมีแท็กซี่เข้ามาในตัวมอแล้ว น่าจะต้องเดินไปหาข้างหน้า หากทว่าผมอาจจะยังมีโชคอยู่บ้างเมื่อข้ามมาเสร็จก็เห็นแท็กซี่คันสีส้มที่เปิดไฟว่างอยู่ไกลๆ ผมโบกมือเรียกทันทีทั้งที่ตอนนี้ตัวเองเหมือนมีแค่ร่างไร้วิญญาณ

ผมมองเข้าไปในลานจอดรถ B ขณะรอให้แท็กซี่มาจอดตรงหน้า ก่อนจะต้องตกใจจนตัวเย็นเฉียบเมื่อพบเข้ากับคนที่ผมไม่คาดฝันว่าจะอยู่ที่นี่เวลานี้

...พี่เจน...

และเขาไม่ได้อยู่คนเดียว

จุ๋ย... พี่เจนกำลังยืนคุยกับจุ๋ยอยู่

จุ๋ยคนที่เขาเคยบอกผมว่าไม่รู้จักเลย

หัวใจของผมเต้นแรงเหมือนเพิ่งวิ่งมาพันกิโลเมตร รูม่านตาขยายกว้าง ผมรู้สึกได้ว่าสองมือของตัวเองเย็นราวกับน้ำแข็ง เหมือนฟ้าคงคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้รู้ในวันนี้มันคงยังไม่น่าตกใจมากพอ ถึงได้ทำให้ผมต้องแทบล้มไปทั้งยืนในวันเดียว

ทั้งคู่ยืนสนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง พี่เจนยืนสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าของเขานิ่งสงบในขณะที่จุ๋ยมีน้ำตา จากตรงนี้ผมไม่ได้ยินเลยว่าทั้งคู่คุยอะไรกันบ้าง ก่อนจุ๋ยจะเดินอ้อมไปนั่งตรงเบาะข้างคนขับส่วนที่เจนเองก็เข้าไปสตาร์ตรถ แล้วทั้งคู่จึงออกไปด้วยกัน

“ไปไหนน้อง”

“ตามรถคันนั้นไปเลยครับ”

ผมบอกคนขับแท็กซี่ทันทีที่เข้าไปนั่ง ไลน์ไปบอกเจตว่าฝากขอโทษทุกคนโดยเฉพาะจีนที่ไม่ได้ไปกินข้าวด้วย เพราะพอดีเพิ่งนึกออกว่ามีงานที่ยังทำไม่เสร็จต้องส่งเข้าเว็บไซต์ turnitin ภายในสี่ทุ่มคืนนี้

ผมตามรถ BMW สีน้ำเงินเข้มของพี่เจนด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ

ถ้ามีอะไรจะต้องพัง ผมก็ขอให้มันพังเพราะผมรับรู้ด้วยตัวเอง

 

 

เจน แพทริค จอดรถ BMW ของตัวเองลงตรงหน้าคอนโดฯ แห่งหนึ่งที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยตัวเองชอบเช่าอยู่กันรายเดือนเป็นหอนอก ก่อนเขาจะหันไปหานักศึกษาสาวข้างตัว แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

“ลงไปได้แล้ว”

“ฮึก...ฮือ...”

“จุ๋ย พี่บอกว่าลงไปได้แล้ว”

“พี่เจน... หนูไม่อยากไป หนูไม่อยากไปจริงๆ...”

ใบหน้าของร่างสูงเรียบเฉย ไม่สงสารเด็กสาวที่กำลังร้องไห้ราวกับใจจะขาดสักนิด เขาหันไปมองเธอด้วยสายตาคมกริบที่ทำให้คนถูกมองสะอึก จุ๋ยปิดปากสนิทแม้ว่าจะยังสะอื้น

“จุ๋ย เรามีข้อตกลงกันนะ ตอนจุ๋ยมาขอพี่ พี่ยังช่วยจุ๋ยเลย”

“ฮึก...”

สายตาของชายหนุ่มมองเด็กสาวอย่างปราศจากแววเสน่หาใดๆ

“นี่พี่ไม่ได้คิดบัญชีที่จุ๋ยฝากให้เจนมาบอกพี่อย่างนั้นด้วยซ้ำ ถ้าเจนรู้พี่จะทำยังไง คิดอะไรอยู่ถึงฝากเจนมาบอกพี่อย่างนั้น ที่พี่ยอมมาเจอจุ๋ยอีกนี่พี่ก็ใจดีมากแล้ว จริงไหม” มือหนาข้างขวาล็อกใต้คางของเด็กสาว เชยให้เธอต้องสบตาเขา เสียงที่เอ่ยออกไปเย็นเยียบ จุ๋ยยกสองมือขึ้นพนม

“ฮึก... หนูขอโทษ... แต่หนูกลัว... หนูไม่รู้จะทำยังไง...”

ร่างสูงยอมปล่อยมือจากคางนั่น

“อย่าเข้าใกล้เจนอีก”

จุ๋ยพยักหน้าระรัวราวกับตุ๊กตาไขลานที่ระบบเสีย

“ไม่อย่างนั้น จะได้จบลงยิ่งกว่าทีแน่”

“ตั้งแต่วันนั้นที่พี่โทรมาบอกหนูก็ไม่เคยเข้าใกล้เจนเล็กอีกเลย เวลาเจอหน้าเจนเล็กหนูก็รีบหนี...”

“ดี แล้วอย่าให้เจนสงสัยอะไรไปมากกว่านี้ ถ้าเจนเข้าถึงตัวแล้วถามเรื่องวันนั้น ก็ให้บอกว่าไม่มีอะไร เข้าใจพี่ไหม”

“เข้าใจค่ะ”

“แล้วตกลงจะเอายังไง จะลงไป หรือจะยกเลิกข้อตกลง”

จุ๋ยร้องไห้เหมือนน้ำตาจะไหลเป็นสายเลือด เธอจับชายเสื้อของชายที่ได้ชื่อว่านักล่าวิญญาณ ใช่ วันนั้นเขาช่วยให้เธอได้สมใจหมาย แล้ววันนี้เธอก็ต้องตอบแทนเขา

“พี่เจน ฮึก ขออย่างอื่นหนูเถอะนะ หนูไม่อยากไปเจอไอ้เจมส์ หนูขอร้อง...”

“จุ๋ย...” เจนเอ่ยเสียงนุ่มขณะปลดข้อมือของเด็กสาวออกจากชายเสื้อตัวเอง “ตอนนั้นพี่ช่วยจุ๋ยนะ ตอนนี้จุ๋ยต้องช่วยพี่บ้าง เจมส์เขามาขอพี่ว่าเขาอยากเจอจุ๋ยอีกสักครั้งในชีวิต แค่คำของ่ายๆ เองจุ๋ย ไปเจอเจมส์หน่อยไม่ได้เหรอ ฮึ?”

“เจมส์มันซ้อมหนูนะพี่ กว่าหนูจะเลิกกับมันได้... หนูเกือบตาย... แม่หนู พ่อหนู... ทุกคนช่วยกัน...”

“ไม่ใช่เรื่องที่พี่ต้องรับรู้ ลงไปได้แล้ว เจมส์รอจุ๋ยอยู่” เสียงของคนพูดเฉียบขาด

“พี่เจน” จุ๋ยร้องไห้จนสองแก้มเปียกโชก “พี่ขอให้หนูไปตายยังง่ายกว่า”

เจนเหยียดยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ เปล่า เขาไม่ได้พึงใจที่เด็กสาวคนนี้จะต้องไปเจอกับแฟนเก่าเสียสติ แต่ประโยคอย่างนี้เขาได้ยินนับครั้งไม่ถ้วน

แต่ทุกคนก็ควรทำใจแล้วไม่ใช่หรือตั้งแต่ก่อนมาขออะไรจากเขา ไหนจะมีเวลาให้คิดทบทวนอีกครั้งก่อนทำสัญญา

ก็ฉายาของเขาคือนักล่าวิญญาณ

เห็นเจน แพทริคเป็นนักบุญหรือไง

When you ask somebody to give you a favor, it means you owe that guy a favor too, so of course you need to do him a favor in return.

“เจมส์มันให้อะไรพี่เจน ถ้าหนูให้ได้ หนูจะให้แทน พี่อย่าให้หนูไปเจอมันเลย”

เจนกระตุกยิ้มมุมปาก

“พี่ยังไม่ได้ขออะไรเจมส์ แต่สิ่งที่พี่จะขอ จุ๋ยให้พี่ไม่ได้หรอก เพราะจุ๋ยไม่มีสิ่งนั้น”

“...”

“แต่สิ่งที่พี่ขอจุ๋ยตอนนี้ จุ๋ยให้พี่ได้นะ”

เจนยังคงยิ้ม เป็นยิ้มเทพบุตรที่อ่อนโยนที่ดูราวกับคนยิ้มใจดีเสียเต็มประดา

“พี่ขอให้จุ๋ยไปเจอเจมส์”

“...”

“ลงไปเถอะ พี่จะไม่บังคับจุ๋ยนะ เพราะพี่ไม่เคยบังคับใคร แต่ถ้าพี่นับถอยหลังห้าถึงหนึ่ง แล้วจุ๋ยยังไม่ลงไป ก็ให้ถือว่าข้อตกลงของเราจบกัน”

“...”

“ไม่มีโอกาสที่สามแล้วจุ๋ย”

“...”

“ห้า สี่ สาม...”

เสียงบานประตูรถถูกเปิดออก จุ๋ยยอมก้าวออกไปจนได้ แต่ถึงอย่างนั้นเจนก็ยังไม่ไว้ใจ เขาลงจากรถไปเดินตามหลังเพื่อคุมเชิงเด็กสาว แล้วจึงโทรบอกเจมส์ให้ลงมารับแฟนเก่าได้แล้ว

สีหน้าของเจมส์ที่เจอจุ๋ยนั้นบอกไม่ได้เลยว่าเบิกบานเพียงใด เด็กหนุ่มรีบคว้าร่างอดีตแฟนสาวเข้าไปกอดขณะที่จุ๋ยตัวแข็งด้วยความหวาดกลัว

“จุ๋ย เราคิดถึงจุ๋ยมาก”

ก่อนเจมส์จะหันมาหาผู้เป็นรุ่นพี่ เด็กหนุ่มที่ตัวผอมกะหร่องเพราะเสพยาเป็นประจำก้มตัวจนแทบติดพื้น

“ขอบคุณครับพี่เจน ขอบคุณ ผมเป็นหนี้พี่แล้ว ผมยอมตอบแทนพี่ด้วยอะไรก็ได้ ขอบคุณที่พาจุ๋ยกลับมาหาผม”

เจนเพียงแต่ยิ้มน้อยๆ

“เอาไว้ก่อน โชคดีนะเจมส์”

“...ฮึก”

“จุ๋ยไม่สบายนิดหน่อยเลยร้องไห้ พี่ฝากเจมส์ดูแลด้วยนะ”

“ได้ครับพี่เจน จุ๋ย ขึ้นห้องไปกับเรานะ เราคิดถึงจุ๋ยมากจริงๆ”

“เจมส์”

“ครับพี่เจน”

รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้าคมคร้าม ก่อนเขาจะเน้นย้ำอีกครั้ง

“พี่พามาให้ได้แค่ครั้งเดียวนะ ที่เหลือก็อยู่ที่เราแล้ว” เพราะถ้าขอให้พามาเจออีก แน่นอนว่ามันก็คือคำขอที่เพิ่มขึ้น และการติดค้างที่เพิ่มขึ้นตามกัน

“ครับ แค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว โธ่ จุ๋ย ทำไมร้องไห้อย่างนี้ล่ะ...”

“ฮือ... ฮืออ ออกไป”

เจ้าของจี้รูปแม่กุญแจหันหลัง เดินกลับไปที่รถ ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่ต้องสนใจอะไรหลังจากนั้นอีก หน้าที่ของเขามันจบลงไปแล้วตั้งแต่ส่งตัวจุ๋ยเสร็จ ตอนนี้ก็เท่ากับว่าจุ๋ยไม่มีอะไรติดค้างเขา และเจมส์ก็กลายเป็นรายชื่อใหม่ที่ติดหนี้ ยอมตอบแทนด้วยอะไรก็ได้งั้นเหรอ น่าสนใจ...

แต่ไม่เห็นทำได้อย่างปากสักคน

 

 

เจนจอดรถ BMW หน้าคลับสามชั้นชื่อดังย่านใจกลางเมือง เขาหยิบไม้เบสบอลที่หลังรถมาถือติดมือ แล้วโยนกุญแจรถให้วาเลทบอยที่รีบรุดออกมารับ ก่อนร่างสูงจะเดินเข้าคลับไปทางโซน VIP ที่กั้นไว้โดยไม่ต้องรอต่อคิวเลนปกติเพื่อตรวจบัตรประชาชน

เสียงเพลงตามสมัยนิยมดังเร้าใจไปทั่วคลับเหมือนต้องการจะทำให้แก้วหูคนฟังแตก บรรดานักท่องราตรีทั้งหลายเริงระบำไปตามเสียงเพลงเหมือนหมู่แมลงเต้นหยอกล้อกับเปลวเพลิง เจนไม่สนใจเสียงสีเสียงหรือนักท่องเที่ยวคนใด และยังไม่สนใจสั่งเครื่องดื่มในตอนนี้ เขาเดินตรงไปยังทางหนีไฟที่เงียบสงบกว่า ในคลับไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ แต่ตรงนี้ไม่ได้ห้าม

เจนคาบมวนบุหรี่สีขาว จุดไฟแช็กที่ปลายมวนเพื่อสูบ อัดควันเข้าเต็มปอดแล้วจึงพ่นยาวออกมา ทุกกิริยาเชื่องช้าราวกับทำอารมณ์สุนทรีย์ ก่อนร่างสูงจะเอ่ยกับเด็กหนุ่มที่รอเขาอยู่ก่อนแล้วอย่างใจเย็นทั้งรอยยิ้มน้อยๆ แบบที่ดวงตาไม่ยิ้มไปด้วย

“ไงพุฒิ พี่ได้ข่าวว่าพาเจนไปคุยกับทีมาเหรอ”

 

 

--------

ฮวังซอล

ขอโทษที่เสาร์ที่ผ่านมาหายไปนะคะ พอดีซอลไม่สบายมากๆ เลยค่ะ TT ยังไงมาอัพทดแทนให้วันนี้นะคะ แล้วต่อไปนี้ถ้าศุกร์เสาร์ไหนติดภารกิจ ซอลจะมาแจ้งนะคะ ขอบคุณค่ะ

เหมือนพักนี้คอมเม้นจะหดไปนิดนึง ._. เพื่อไม่ให้คนแต่งใจฝ่อ อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจ แล้วสกรีมแท็กที่ #อย่าขอพี่เจน นะคะ เรื่องกำลังเข้มข้นเหลยยยยยยยย

รออ่านของทุกคนเลยน้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 850 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,780 ความคิดเห็น

  1. #3749 Sariei_va (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 20:30
    เอ๊ะะะะนี่มันยังไง น้องเจนนนฟังหูไว้หูนะลูกกก อย่าเข้าข้างเจ้าคนพี่มาก เราว่าพี่มันน่ากลัววว
    #3,749
    0
  2. #3276 Soo Gass (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 13:49
    อ่านตอนนี้เริ่มไม่ชอบลูกตัวเอง ทำไมหนูไม่ฟังเพื่อนวะ ทำไมอ่ะหนู ฟังเพื่อน!!!!! กรี๊เดดดดด
    #3,276
    0
  3. #3247 tarun_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 22:38
    ฮื่ออออ เจนเล็กทำไมไม่ฟังเพื่อน ทำไมมมมม หลงจนหูตาดับ
    #3,247
    0
  4. #3246 tarun_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 22:38
    แรงมากพี่เจนนนนนนน
    #3,246
    0
  5. #2989 20006 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:45
    หงุดหงิดเจนตอนเพื่อนเตือนมากแบบเทอฟังก่อนนนนแค่ฟัง
    #2,989
    0
  6. #2978 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 01:06
    อุทานว่าเ-้ยดังมากๆ อีเ-้ยยยย กลัวแล้ว กลัวมากๆ แต่สนุกละเกิน แงงงง ซูฮกคุณไรท์เลยยย
    #2,978
    0
  7. #2943 ttwachi_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 22:04
    สนุกมากเลยยย ติดตามนะคะ💖
    #2,943
    0
  8. #2889 PCB614 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 19:10
    อย่าทำอะไรพุฒินะพี่เจน ขอร้องงง เจนต้องยอมรับความจริงได้แล้วนะลูก
    #2,889
    0
  9. #2872 Naraprinnnt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 13:06
    ไอเห้้้้้้
    #2,872
    0
  10. #2791 BSRin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 13:29
    พี่เจนน่ากลัวมากแม่
    #2,791
    0
  11. #2650 Becaamlum (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 19:02
    แงงงงง กลัวพี่เจนนนน
    #2,650
    0
  12. #2486 Ludeer520 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 15:48
    ตอนนี้สงสารทุกคนมากโดยเฉพาะตัวเอง กลัวไปหมดแล้ว
    #2,486
    0
  13. #2439 tang_thai°°° (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 12:55
    พี่เจนน่ากลัวมากหนูโดนตกไปแล้ววว
    #2,439
    0
  14. #2390 SSbts2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:04
    โอ้ยยยยย อิพี่เจน!!! เพิ่งบอกว่าครอบครัวน้องเจนน่ารักไปหยกๆ วันนี้ไปยุ่งอะไรกับครอบครัวน้องรึเปล่า ที่จีนได้รางวัลมันเป็นเพราะพี่เจนใช่ไม่ใช่! ต่อไปจะเอาอะไรมาล่อน้องอีก น่ากลัวมากๆ คนคนนี้ -*- เป็นคนฉลาดที่มีอิทธิพลน่าดูเลยนะ เล่นงานได้แม้กระทั่งอาจารย์เนี่ย
    จะให้น้องหนีตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วแหละ ดูท่าจะต้องมีเรื่องให้ขอแน่ๆล่ะ ร้ายกาจจริงๆ
    #2,390
    0
  15. #2366 mookkuyy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:12
    กลัวพุฒตายมาก อุแงงงงงง
    #2,366
    0
  16. #2357 blueeyes111 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:45
    สงสารเจนเล็กอะ พี่เจนน่ากลัวจังวะ
    #2,357
    0
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #2323 jh C (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:20
    ถ้าเปิดพรีนส นี่ซื้อเลยนะ555
    #2,323
    0
  19. #2322 jh C (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:20
    ถ้าเปิดพรีนส นี่ซื้อเลยนะ555
    #2,322
    0
  20. #2282 nngg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 12:33
    พี่เจนเนี่ยรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง เป็นคนร้ายที่รู้ความเคลื่อนไหวของเหยื่อ ไม่รู้ว่าที่เขาหาน้องเจนเนี่ยมันเป็นความจริงหรือแค่ต้องการให้น้องขออะไรหรือเปล่า แต่สิ่งที่จะขอจากน้องเหมือนฉันจะรู้เลยว่าหลังจากที่น้องขอพี่เจนแล้วพี่เจนจะขออะไรจากน้อง
    #2,282
    0
  21. #2153 Sasuke2312 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 15:37
    เบื่อเจนเล็กอะ รู้สึกว่าโง่เกิน งมงายเกิน อินอะ เห้อ
    #2,153
    1
    • #2153-1 Pi.pa(จากตอนที่ 16)
      16 มิถุนายน 2563 / 16:35
      ++เลยค่ะ
      #2153-1
  22. #2122 frodono44 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 20:56

    เห้ยยย พี่เจ๊นน น่ากลัวขึ้นไปทุกตอนเลยอ่ะ

    แต่คิดๆไป พี่แกน่าจะชอบน้องเจนจริงๆ(รึเปล่าเนี่ย). เป็นห่วงน้องเว้ยย

    #2,122
    0
  23. #1978 Pratchakorn Cheeva (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 00:34
    กลัวทุกตอนเลยอ่าาา
    #1,978
    0
  24. #1968 Kibibiza (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 11:12
    ตามยแล้วพุฒิ เจนต้อง่วยพุฒินะ
    #1,968
    0
  25. #1946 Oo แว่นน้อย oO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 18:53
    เจนเล็กควรตาสว่างได้แบ้ววว พี่เจนดูร้ากาจมากก
    #1,946
    0