Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 15 : 14 | Bubble pop

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 995 ครั้ง
    21 ธ.ค. 62

Chapter 14

Bubble pop


 

Nothing is more sad than the death of an illusion.”

- Arthur Koestler


 

“เจน มึงเป็นอะไรวะวันนี้ ดูเหม่อๆ”

“กู... นอนน้อยมั้ง”

“มึงโดนเคิร์ทสวดในคาบเลยนะเว้ย เขาเรียกมึงตอบ definition แล้วมึงตอบไม่ได้อ่ะ ไม่ได้ยินที่เขาเรียกตั้งหลายรอบอีก”

“กูคงเพลียน่ะ เดี๋ยวได้กินกาแฟก็คงดีขึ้นแหละ”

“ตั้งใจหน่อยมึง ใกล้มิดเทอมแล้วนะ”

“อือๆ...”

“อ้าว พี่เจน หวัดดีครับ”

ผมสะดุ้งเล็กๆ เมื่อแก๊ปเอ่ยเรียกร่างสูงที่เดินยิ้มบางๆ มาแต่ไกล ก่อนเขาจะเข้ามานั่งข้างๆ ผม แล้วยังเอื้อมมือโอบเอวผมอย่างเป็นธรรมชาติอีกต่างหาก

“เป็นยังไงกันบ้างวันนี้”

“ก็เรื่อยๆ ครับพี่” แก๊ปเป็นคนตอบ

“แล้วสามคนนั้นก้มหน้าก้มตาทำอะไรกันอยู่ล่ะ” พี่เจนหมายถึงน้ำขิง เชอร์รี่ แล้วก็พุฒิ

“ทำ analysis อ่ะค่ะ อาจารย์ให้จับกลุ่มสามคน พวกเราเลยต้องแยกกัน”

เชอร์รี่เป็นคนตอบคำถามนั้นให้ ส่วนน้ำขิงกับพุฒิกำลังขมักเขม้นดูงานในไอแพดจนไม่สนใจสิ่งรอบตัว พี่เจนพยักหน้า แล้วหลังจากนั้นเขาจึงหยิบชีทเรียนของตัวเองมาอ่านด้วย เขาไม่ส่งเสียงรบกวนใครอีก ส่วนผมแม้จะเปิดกางสมุดอยู่แต่กลับไม่รู้สึกว่ามีสมาธิเลย ตาผมไล่ไปตามตัวอักษรแต่ละตัว ตามบรรทัดแต่ละบรรทัด แต่มันกลับไม่ซึมเข้าหัวสักนิด ผมหันไปหาพี่เจนก็เห็นว่าเขากำลังจดโน้ตอยู่

“พี่เจน”

ผมเรียกชื่อเขาจนได้ คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมามองผมทันที ผมจ้องตาเขานิ่ง แล้วจึงเอ่ย

“มีคนฝากเจนมาบอกอะไรพี่ด้วยอ่ะ”

เขาเลิกคิ้วขวาขึ้นทันที

“ใครเหรอ”

“ชื่อจุ๋ย เขาฝากเจนมาบอกพี่เจนว่า ขอโทษที่หนี คืนนี้จะไปรอพี่เจนที่ลานจอดรถ B ตอนสี่ทุ่ม แล้วก็ขอให้พี่เลิกบล็อกเบอร์เขา”

“...”

“มีเรื่องอะไรกันเหรอ”

พี่เจนคลี่ยิ้มออกมา

“ใครเหรอ”

“...ก็จุ๋ยไง จุ๋ยน่ะ”

“อืม พี่ไม่รู้จักนะ ไม่เคยได้ยินเลย เขาอยู่ปีเดียวกับเจนเหรอ”

“...”

“ว่าไง?”

“...ไม่รู้จักจริงๆ เหรอ”

พี่เจนพยักหน้า

“ไม่รู้จัก พี่ว่าเขาคงจำคนผิดแล้วล่ะ”

“แต่จุ๋ยบอกว่าพี่เจนใหญ่ ที่อยู่ปีสี่นะ... มันก็มีแค่พี่ไม่ใช่เหรอ”

พี่เจนยิ้มจนเคิร์ฟมุมปากขึ้น เขาพลิกกระดาษไปอีกหน้า ดูเหมือนเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกและไร้สาระ

“เอาเป็นว่าไม่ใช่พี่แน่ๆ เขาคงสับสนอะไรแล้วล่ะ”

“...”

แต่ผมยังอดที่จะเคลือบแคลงไม่ได้ เลยนั่งจ้องหน้าเขาอย่างนั้นแม้ว่าเขาจะกลับไปสนใจชีทเรียนแล้ว ก็คนมันเคยมีคดีมาก่อน... ก็ไม่แปลกที่ผมจะสงสัยเขาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขาถึงได้นิ่งขนาดนี้ นี่เขาไม่รู้จักจุ๋ยจริงๆ หรือว่าเขาแสดงเก่ง

ในที่สุดพี่เจนก็เงยหน้ากลับมามองหน้าผม

“งั้นคืนนี้อยู่ด้วยกันไหม”

“ฮะ ยังไง?”

“ก็อยู่ด้วยกันไง จะได้มั่นใจว่าพี่จะไม่ไปไหนตอนสี่ทุ่ม”

แบบนั้น มันอาจจะดีก็ได้ อย่างน้อยผมก็จะมั่นใจได้ว่าเขาไม่ไปไหนจริงๆ แต่...

“ไม่ได้อ่ะ... คืนนี้ทั้งป๊าทั้งแม่ไม่อยู่บ้าน ไปงานศพญาติห่างๆ ที่ต่างจังหวัด แม่บอกให้เจนดูน้อง”

“ก็ไม่ยาก พี่ไปนอนบ้านเจนก็ได้”

“หะ... ฮะ!?”

“นอนห้องรับแขกก็ได้”

ผมคิดตาม ผมก็อยากจะอยู่กับเขานะ จะได้จับให้มั่นคั้นให้ตายไปเลยถ้าเกิดอะไรขึ้น แล้วนี่เขาก็กำลังแสดงความบริสุทธิ์ใจอยู่

“ไม่ได้อ่ะ เจนมีน้องสาว แล้วพี่เจนก็เป็นผู้ชายแปลกหน้าสำหรับคนที่บ้าน ขืนเจนให้พี่มานอนแล้วเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แม่กับป๊าต้องฆ่าเจนแน่”

ผมไว้ใจเขานะว่าไม่ทำอะไรน้องสาวผมหรอก แต่ผมไม่คิดว่าป๊ากับแม่จะยอมเข้าใจแน่นอน

ร่างสูงเอามือเท้าคางบนโต๊ะ

“แล้วจะเอายังไง”

“...”

“เชื่อใจพี่ดีไหม ไม่งั้นก็ไปเรียกคนนั้นมาคุยตอนนี้เลยก็ได้ พี่จะได้ยืนยันให้รู้ว่าไม่รู้จักจริงๆ”

“มีเรื่องอะไรกัน ทะเลาะอะไรกันน่ะ” น้ำขิงเอ่ยขึ้นมาหลังจากเงยหน้าจากไอแพด ทำเอาทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว ผมกับพี่เจนรีบโบกไม้โบกมือ

“ปล๊าวว ไม่ได้ทะเลาะกันเลย เจนคุยกับพี่เจนเฉยๆ”

“อ่าเหรอ คุยกันหน้าเครียดจัง เรานึกว่าทะเลาะกันซะอีก”

“เปล่าๆ”

แล้วทุกคนก็หันไปทำเรื่องของตัวเองต่อ แต่ผมยังคงมองหน้าพี่เจน ก่อนจะหันกลับไปดูสมุดโน้ตตัวเองบ้าง แล้วค่อยพูด

“งั้นคืนนี้พี่มาเล่นที่บ้านเจนก็ได้ แล้วก็ค้างไปเลย แต่ต้องนอนโซฟาข้างล่างนะ เพราะปกติเจนนอนกับน้องชาย”

“ไม่มีปัญหา” เขาตอบกลับมาทันที

...รู้สึกผิดนิดๆ เลยอ่ะ ผมไปนอนห้องเขาทีไรก็นอนเตียงตลอด แต่นี่ผมกำลังเอาคุณชายเจนมานอนโซฟาที่บ้าน ซึ่งมันก็แคบจะตาย

เออเว้ย แต่จะบอกว่าเป็นความผิดผมก็ไม่ได้หรอก เขาชอบทำตัวน่าสงสัยเองนี่ มันก็เลยต้องคอยพิสูจน์ตัวเองอยู่แบบนี้แหละ ผมมีสิทธิ์ที่จะข้องใจเต็มประตูไม่ใช่เหรอ

จนกว่าเราจะคบกันจนมั่นคง ผมว่าเรายังต้องฝ่ากันอีกหลายด่านเชียวล่ะ


 


 

“ชนะ! สลาฟล้มเจ้าคร้าบ!!”

ไอ้เจต น้องชายของผมตะโกนดังลั่นบ้าน ผมวางไพ่ในมือลงบนผ้าอย่างเซ็งๆ เพราะเป็นคิงที่โดนมันล้ม

“เออ ยินดีด้วย”

“พี่เจนใหญ่กับจีนเล่นต่อเลย แข่งกันเป็นควีนกับรองสลาฟ” เจตเอ่ยอย่างกระตือรือร้น จีนทำปากยื่น

“หนูได้เป็นรองสลาฟอยู่แล้ว นี่พี่เจนใหญ่ยังไม่หลุดจากการเป็นควีนเลยนะ เซฟโซนมากอ่ะ”

พี่เจนไม่ตอบอะไรแต่ยิ้มเท่านั้น ก่อนเขาจะวางไพ่ต่อเพราะมันรีเทิร์นกลับมาที่ตาเขา พวกน้องๆ ของผมตัดสินใจเรียกเขาว่าพี่เจนใหญ่เพื่อไม่ให้สับสนกับพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง

พวกเราเล่นไพ่สลาฟกันต่ออีกหลายยก จนกระทั่งผมแอบเห็นว่าจีนแอบยกไพ่ขึ้นมาบังหน้าตอนหาวแป๊บหนึ่ง พอเล่นจนหมดตา ผมจึงรวบไพ่เข้าด้วยกันแล้วก็เอ่ย

“เฮียว่าจีนไปอาบน้ำนอนได้แล้วล่ะ เอ้า ไป แกด้วยไอ้เจต”

“โห ไรวะเฮีย สี่ทุ่มครึ่งนี่เพิ่งจะหัวค่ำเอง”

“หัวค่ำบ้าอะไรล่ะ พรุ่งนี้แกมีเรียนนะโว้ย” ผมเอาสำรับไพ่เคาะหัวมัน เจตลูบหัวแล้วบ่นอุบอิบ

“ตื่นได้น่า...”

“งั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะ”

แล้วจีนก็ลุกขึ้นจากพื้น ผมลุกตามไปด้วย ปล่อยให้พี่เจนอยู่กับเจตสองคน แล้วก็มาบอกน้องสาวตอนที่เรามาอยู่หน้าห้องน้ำกันแล้ว

“จีน คืนนี้นอนอย่าลืมล็อกห้องนะ เช็กประตูหน้าต่างให้ดีทุกบาน”

“ค่า เฮียเป็นห่วงอะไรเนี่ย ไม่มีใครมาทำอะไรหนูหรอก พี่เจนใหญ่เขาก็เป็นแฟนเฮียไม่ใช่อ๋อ?”

“เฮ้อ เด็กเอ๊ย เรื่องอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละบนโลกนี้” ผมขยี้หัวน้องสาวอย่างเอ็นดู แค่มอสามเท่านั้นจะไปรู้อะไร .. แล้วก็พาลคิดไปว่ามีคนๆ หนึ่งชอบทำอย่างนี้กับหัวผมเหมือนกัน “เอาเป็นว่ากันไว้ก่อนดีกว่าแก้”

“ห่วงหนูขนาดนี้ให้มานอนบ้านทำไมเนี่ย”

“ก็... เฮียมีเหตุผลนิดหน่อยน่ะ”

“อืมๆ หนูอาบน้ำแล้วนะ ง่วงมากเลย”

แล้วยัยจีนก็เดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูพาดบ่า ผมเดินกลับไปหาน้องชายกับพี่เจน ทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่ดูเข้ากันได้ดี เห็นแบบนี้ผมก็เบาใจและสุขใจ ถึงแม้ว่าพี่เจนจะยังไม่เคยรู้จักป๊ากับแม่ผม แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่รังเกียจครอบครัวของเรา

“คุยกับใครน่ะ” ผมถามเจตที่กดโทรศัพท์มือถือยิก

“ก็กับพลอย... ถามทำไมเล่า!”

“เอ๊ะ ไอ้นี่ เฮียก็ถามเฉยๆ ไหม ตวาดใส่ทำไมวะ พลอยเดิมหรือพลอยไหน”

“พลอยเดิมสิเฮียนี่ จะมีพลอยอื่นได้ยังไง”

“อะไรวะ คุยกันมาเป็นปีๆ ยังไม่ได้เป็นแฟนกันอีก แกโดนผู้หญิงเขาหลอกรึเปล่า”

“ก็พลอยบอกให้รอติดหมอก่อน... โอ๊ย! ไม่รู้ๆๆๆ แล้ว เจตไปล่ะ รำคาญเฮียเจนว่ะ”

แล้วมันก็พุ่งจู๊ดขึ้นบันไดหนีผมไปในทันที ผมป้องปากตะโกนไล่หลังมัน

“นี่! พูดเพราะหวังดีนะโว้ย ไม่อยากเห็นแกเสียใจ เข้าใจไหม!!”

ไม่ต้องมายุ่งน่า!” มันตะโกนกลับมาจากชั้นสอง เพราะไปไกลแล้วเสียงเลยไม่ชัด ผมส่ายศีรษะ แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ข้างตัว

“อะไร พี่เจนขำอะไรเนี่ย”

“ขำเรานั่นแหละ”

“เจนตลกเหรอ?”

“เปล่า น่ารักต่างหาก”

“...”

เขาคว้าเอาหมอนรูปหัวใจที่วางอยู่บนโซฟามากอด ตาที่เป็นประกายยังคงมองผม

“พอเห็นแบบนี้แล้วพี่รู้สึกขึ้นมาว่าเจนเป็นพี่คนโตจริงๆ นั่นแหละ ปกติในสายตาพี่เจนดูเด็กมากเลย”

“...ก็...ก็เป็นพี่ไง”

“เป็นเฮียเจนของน้องๆ ด้วย”

“ไม่ต้องมาแซวน่า...”

“เก่งจังเลย น้องเจนของพี่”

“...”

ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก...

ผมรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นจนดังคับอกขณะที่เขายื่นมือมาลูบศีรษะของผมอย่างอ่อนโยน

“เป็นพี่ใหญ่ของใครยังไง ก็เป็นเด็กน้อยของพี่เสมอแหละ”

ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก...

“ทำดีมากเลย”

“...เจนรู้แล้วน่า”

“คนเก่งอยากได้จูบเป็นรางวัลไหม”

“พี่เจน อย่าเข้ามานะ!” ผมตาโต ทำท่าจะยันเขาด้วยเท้า น้องผมก็อยู่ทั้งสองคน ผมถูกพร่ำสอนมาให้เป็นตัวอย่างที่ดีของน้องๆ ดังนั้นจะให้ใครออกมาเห็นผมจูบกับแฟนกลางบ้านไม่ได้

พี่เจนหัวเราะ

“พี่ล้อเล่นน่ะ”

“ล้อเล่นแต่เขยิบเข้ามาตั้งขนาดนี้เนี่ยนะ ออกไป!”

“นิดๆ หน่อยๆ เอง”

“ไม่นิดแล้ว พี่เจนอ่ะ ตลอด เอามือออกไปจากขาเจนด้วย”

“ไม่เอาจริงๆ เหรอ”

ไม่เอา!

ผมตะโกนไม่ทันขาดคำเจตก็ลงมาจากบันไดบ้านพร้อมกับผ้าขนหนู แล้วเดินก้มหน้าก้มตาดูมือถือเข้าไปในห้องน้ำชั้นล่าง (ยัยจีนอาบห้องน้ำข้างบน) เราสองคนเลยเงียบกริบกันไปจนกระทั่งเจตมันล็อกประตู ผมขู่ฟ่อทันที

“ออกไปเลย เดี๋ยวพอเจตมันอาบน้ำเสร็จเจนจะให้พี่เจนไปอาบต่อมัน”

“แล้วเจนล่ะ?”

“เจนก็อาบคนสุดท้ายไง เพราะคิดว่ากว่าจีนจะอาบเสร็จ พี่เจนคงเสร็จก่อน”

น้องสาวผมอาบน้ำนานมาก เหมือนแม่ไม่มีผิด ไม่เข้าใจเลย ทำไมผู้หญิงชอบเข้าห้องน้ำนานๆ นะ บางทีอาจจะเพราะมีอะไรให้ขัดสีฉวีวรรณมากกว่าผู้ชายล่ะมั้ง

เสียงร้องเพลงและเสียงอาบน้ำดังออกมาจากห้องน้ำที่เจตเข้า ผมลุกขึ้นไปล็อกหน้าต่างทุกบานให้สนิทโดยที่มีพี่เจนลุกขึ้นไปช่วยเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น ขณะที่ล็อกบานสุดท้ายผมก็หันไปยกมือไหว้หิ้งพระกับตี่จู่เอี๊ยะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ จู่ๆ ผมก็นึกสงสัยอะไรบางอย่าง

“พี่เจน”

ผมหันไปเรียกเขาที่กำลังเดินมาหาผม ร่างสูงขานรับขณะที่เรานั่งลงบนพื้นพร้อมๆ กัน

“ว่าไง”

“พี่เจนนับถือศาสนาอะไรอ่ะ”

เขายิ้มบางๆ “ไม่มีศาสนา”

“เหอ?”

พี่เจนเท้าคางลงกับตักตัวเอง มองหน้าผม ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ บนหน้า ผมลอบกลืนน้ำลาย ...ให้ตายสิ ดวงตาของเขานี่มัน...มีเสน่ห์จริงๆ

“พี่ไม่ค่อยเชื่อในอะไรที่มองไม่เห็น”

“...งั้นเหรอครับ”

“ใช่ พี่ไม่นับถืออะไรที่พี่จับต้องไม่ได้หรอก พี่นับถือตัวเอง”

“...”

ทำไมมันฟังดูขวางโลก แต่ก็เท่จัง

ผมกระแอม ชวนคุยต่อ

“แล้วพี่กลัวผีไหม”

“ไม่เลย” เขาตอบทันที

“เพราะมองไม่เห็นเหรอ?”

“ก็ด้วย แต่ถึงมองเห็นก็ไม่กลัวหรอก ตอนเป็นคนยังไม่มีปัญญาทำอะไรใคร ตายไปก็อย่าซ่าให้มันมาก”

“หูย... เกรี้ยวกราดเว่อร์ ว่าแต่อยากรู้จัง ทำไมพี่ถึงเป็นคนไม่มีศาสนาได้ หรือพ่อแม่พี่ก็ไม่นับถืออะไร”

“พ่อพี่เป็นคริสต์ ส่วนแม่เป็นพุทธ พี่ก็เคยปฏิบัติทั้งสองศาสนานั่นแหละ ทั้งเข้าวัดและไปโบสถ์ แต่สุดท้ายพี่พบว่าพี่เชื่อตัวเองมากกว่า”

“...แล้วเคยมีใครเขาหาว่าพี่แปลกไหมอ่ะ”

“เยอะแยะ”

“แล้วพี่บอกคนพวกนั้นว่ายังไง”

“ก็บอกว่า...”

คนตัวสูงหันมาจ้องตาผม เรียวปากหยักนั่นขยับ

“You believe in god although you're not sure if he's real, I believe in myself which I know I'm real.” (คุณเชื่อในพระเจ้าทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเขามีจริงรึเปล่า ผมเชื่อในตัวเองแล้วก็รู้ด้วยว่าตัวเองมีอยู่จริง)

“...”

“Look who’s a weirdo.” (เอาล่ะ ตกลงใครเป็นคนแปลกกันแน่)

แม่ง... โคตรเท่เลย...

“เอาไว้บอกพวกคนที่แหย่มากๆ น่ะ พี่ไม่ได้พูดไปทั่วหรอก อย่างจะพูดกับแม่ก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เพราะเรื่องนี้แม่ก็หาว่าพี่แปลกอยู่ทุกวัน”

ผมพยักหน้าหงึกๆ แสดงออกว่าเข้าใจ เอาเถอะ จริงๆ มันก็สิทธิ์ของใครของมัน การมีศาสนามันไม่สำคัญเท่าการที่เราเป็นคนดี คิดดีทำดี กตัญญูต่อบุพการี มีสิ่งเหล่านี้ก็พอแล้วล่ะ...

เจตนุ่งผ้าขนหนูรอบเอวเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วกลับไปที่ชั้นสอง พี่เจนเลยลุกขึ้นบ้าง เขาเตรียมพวกผ้าขนหนูและเสื้อผ้ารวมถึงเครื่องอาบน้ำต่างๆ มาจากคอนโดฯ ตัวเองแล้ว เขายิ้ม ชี้นิ้วโป้งไปที่ห้องน้ำ

“งั้นพี่ไปอาบเลยนะ”

“ครับ”

พี่เจนอาบน้ำเสร็จก็เป็นคิวผมไปอาบต่อ ผมแต่งตัวจนเรียบร้อยก็เดินลงมาจากชั้นสอง เห็นพี่เจนกำลังเล่นมือถืออยู่ พอเขาได้ยินเสียงฝีเท้าผม เขาก็วางมันลงแล้วคว่ำหน้าด้วย

“เจนว่าจะลงมาปูผ้านอนกับพี่”

“ไม่ต้องเลย ไปนอนเตียงดีๆ เถอะ”

“ไม่เป็นไร เจนนอนได้”

“ไม่เอา ถ้าเจนปูผ้าพี่จะลงไปนอนพื้นนะ ไม่นอนโซฟาหรอก”

“โหย...”

“ไปนอนเตียงเถอะ”

ผมยอมพยักหน้าจนได้ ก่อนจะเอ่ย

“งั้น... เจนอยู่คุยเล่นกับพี่ก่อนได้ไหมอ่ะ พี่ง่วงยัง”

“ได้สิ”

แล้วคนตัวสูงก็คว้าผมไปกอด กลิ่นหอมๆ ของเราสองคนฟุ้งผสมกัน ผมเห็นว่าน้องๆ หลับหมดแล้วเลยยอมปล่อยให้เขากอดได้ตามใจชอบ คนตัวสูงหอมแก้มซ้ายผม

“พี่ดีใจนะ ได้มานอนบ้านเจนด้วย”

“ดีใจอะไรล่ะ... บ้านเจนเทียบอะไรคอนโดฯ พี่ไม่ได้เลย ทำให้พี่ลำบากเปล่าๆ วันหลังไม่เอาแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอก วันหลังชวนพี่มาอีกสิ ตอนที่พ่อแม่เราอยู่”

ผมเขินขึ้นมาทันที

“...พี่ไม่คิดว่ามันเร็วไปเหรอ”

“ไม่เร็วหรอก ขนาดนี้แล้ว วันหนึ่งถ้าเราย้ายไปอยู่ด้วยกันพวกเขาจะได้ไม่ตกใจไง”

“...เราเพิ่งคบกันได้แค่ไม่ถึงเดือนเลยนะพี่เจน”

พูดบ้าอะไรเนี่ย เขินโว้ย ถ้าเป็นผู้หญิงนี่คือจะเอาพ่อแม่มาขอเลยใช่ไหม

“ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่จริงจังกับเรา”

“โอ๊ย ตอนนี้ยังใหม่อยู่ก็ปากหวานอย่างนี้แหละ”

“พี่พูดจริงๆ นะเจน”

เขาสูดดมความหอมของผมผม พูดเสียงพร่า

“พี่ชอบเจนมากจริงๆ”

“...”

“เกิดมายี่สิบเจ็ดปี พี่ไม่เคยชอบใครเท่าเจนเลย”

เขินฉิบหาย... เลยโว้ยยยยยยยย

“...เจนก็ชอบพี่เจนมากเหมือนกัน”

ผมเอ่ยความในใจที่ตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบดำเนินนับนาที

“แต่เจนสู้อะไรพี่ไม่ได้เลย...”

เสียงของผมแผ่วเบา ดวงตาหลุบลงมองต่ำ รู้สึกได้ถึงจี้รูปลูกกุญแจที่ทาบอยู่บนหน้าอกตัวเอง แม้ผมจะรู้สึกดีกับคำพูดของเขา แต่เราก็มีหลายอย่างให้ต้องคำนึงถึง ทั้งฐานะและทุกสิ่งทุกอย่าง เราไม่อาจพูดได้ว่าอยู่ในระดับที่ทัดเทียมกัน แม้ว่าบ้านผมจะไม่ได้ยากจนหรือมีหนี้สิน แต่ผมก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมเทียบอะไรกับพี่เจนไม่ได้สักนิด พ่อแม่เขาจะคิดยังไงกับผม มันต้องเป็นงานหนักแน่ๆ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เราควรคบกันในขั้นพื้นฐานให้รอดก่อน

“สู้ได้สิ เจน พี่ว่าถ้าเจนเรียนจบแล้วจะชวนกลับไปอยู่อเมริกาด้วยกัน”

“หะ...ฮะ!!” ผมตกใจจนเด้งตัวออกจากแผงอกแกร่งแล้วหันไปมองหน้าเขาเร็วจนคอแทบเคล็ด

“พี่จริงจังนะ”

“...”

“ไปอยู่กับพี่เถอะ”

“...”

ผมมองตาเขาที่มองผมอยู่ก่อน ในดวงตาคมคร้ามคู่นั้นไม่มีวี่แววล้อเล่นสักนิด ผมเม้มปาก ใจหนึ่งก็รู้สึกหวั่นไหวและยินดีจนแทบจะติดปีกโผบินไปรอบบ้าน แต่อีกใจก็ยังรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ไกลตัวและยุ่งยากกว่าที่คิดมากนัก

พี่เจนเองก็เป็นอเมริกันกึ่งไทยที่สับสน ผมไม่รู้ว่าวัฒนธรรมครอบครัวเขาเป็นยังไง ไหนจะเรื่องที่เราเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก จริงอยู่ว่าวัฒนธรรมตะวันตกนั้นมักจะปล่อยให้ลูกไปมีชีวิตของตัวเองตอนอายุสิบเจ็ดปีโดยที่พ่อแม่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ดังนั้นแปลว่าพ่อเขาอาจจะไม่วุ่นวาย แต่แม่เขาล่ะ? ไม่สิ พ่อเขาก็อาจจะวุ่นวายด้วยก็ได้ คุณชัคอาจจะคิดว่าผมไปเกาะลูกชายเขากิน พวกที่ไม่ยุ่งกับลูกแล้วนั้นคือพวกคนทั่วไป แต่ระดับมหาเศรษฐีจะไม่ยุ่งก็คงเป็นไปไม่ได้ ผมเคยดูในซีรีส์ Dynasty

“...เอาแค่คบตอนนี้ให้รอดก่อนเหอะ”

พี่เจนหลุดยิ้มออกมาจนได้หลังจากที่ทำหน้าขรึมอยู่นาน เขาหอมแก้มผมอีกครั้ง

“รอดอยู่แล้ว”

“ยังคบกันไม่ถึงอาทิตย์ดีเลยนะ”

“แต่พี่ก็รู้สึกได้ว่าเราจะคบกันยาวนาน”

“วัดจากอะไรเนี่ย”

“ไม่รู้เหมือนกัน”

ผมชกไหล่เขาอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหาวหวอดแล้วยกมือขวาขึ้นขยี้ตา

“เจนจะขึ้นห้องไปนอนแล้วนะ ง่วงมากๆๆ แล้วอ่ะ ฝืนไม่ไหวแล้ว”

“งั้นมา Goodnight kiss ก่อน”

เราจุ๊บปากกันเบาๆ แล้วพี่เจนก็ยอมปล่อยผมไปนอนโดยไม่ลีลา ผมปิดปากหาว มองนาฬิกาบ้านบนฝาผนังก่อนจะปิดไฟบ้านชั้นล่างให้เขาจนมืดสนิท เห็นเงารางๆ ว่าพี่เจนกำลังซุกตัวลงนอนในผ้าห่ม

เที่ยงคืนสิบสองนาทีแล้ว เขาไม่ได้มีนัดอะไรกับใครที่ลานจอดรถจริงๆ นั่นแหละ


 


 

“ไม่ต้องหรอก พี่อยู่กับแม่เถอะ”

[อืม พี่ขอโทษด้วยนะ]

“ขอโทษอะไร สัปดาห์นี้เราอยู่ด้วยกันเยอะจะตาย จนเพื่อนเริ่มโวยเจนแล้วเนี่ยว่าพอมีแฟนแล้วทิ้งเพื่อน”

[เจนไม่งอนพี่นะ]

“ไม่งอน งอนอะไรล่ะ คิดมากน่า”

[พี่ต้องวางสายแล้วนะ มีอะไรก็ไลน์มา]

“คร้าบบบ แล้วค่อยคุยกันครับคืนนี้”

ผมวางสายจากเขา แล้วก็สลับสายไปรับสายเพื่อนที่โทรเข้ามาพอดี

[นี่มึงอยู่ไหน มึงทำการบ้านของอีธานยัง!] ปลายสายเอ่ยอย่างร้อนรนสุดขีด

“ทำแล้ว” พี่เจนช่วยทำเมื่อวาน “นี่มึงอยู่ไหนล่ะพุฒิ”

[กูขับรถอยู่ กำลังรีบไป!]

“เออ รีบมาลอกเลย กูรอตรงใต้ตึกนะ”

[เออๆๆๆ มึงห้ามให้คนอื่นนะ มึงให้กูลอกก่อน]

เพียงอึดใจเดียวพุฒิก็ปรากฏตัวราวกับว่าหายตัวมา มันลอกการบ้านผมอย่างบ้าคลั่งด้วยสกิลส่วนตัว

“เจน มึงนี่คือผู้ช่วยชีวิตกูชัดๆ ไม่เสียแรงที่กูรักมึง”

“แหม ทีแบบนี้นี่รักกูเชียว”

“...กูก็รักมึงตลอดแหละ อยู่ที่มึงจะรู้รึเปล่า”

“พูดอะไรวะ งง”

“เออเปล่าๆ”

“ลอกไป”

“ว่าแต่มึงทำได้ไงวะ assignment นี้อย่างยาก พวกซิลเวียยังทำไม่ได้เลยนะ กูเห็นทั้งกลุ่มไปรอต่อคิวพบอาจารย์อยู่วันก่อน” พุฒิหมายถึงกลุ่มตัวท็อปด้านคะแนนของรุ่นเรา แก๊งสาวเด็กเรียน

“อ่อ พี่เจนช่วยกูอ่ะ”

“...อืม กูไม่น่าถามเลยเนอะ”

แล้วบรรยากาศก็พลันแปลกๆ ไปทันที เพราะผมเงียบ พุฒิยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังลอกงานผมต่อ จู่ๆ มันก็อึดอัดขึ้นมามากๆ จนผมทนไม่ได้ ผมตัดสินใจตบโต๊ะแล้วพูด

“พุฒิ กูรู้ว่ามึงไม่ชอบเขา แล้วก็โกรธด้วยที่กูบอกว่าจะถอย แต่กลายเป็นไปตกลงเป็นแฟนเขา”

พุฒิแค่นหัวเราะเสียงขึ้นจมูก ไม่เอ่ยอะไรนอกจากตวัดสายตาลอกงานต่อ

“พุฒิ แต่กูก็เล่าให้มึงฟังแล้วไงว่าเราเคลียร์กันแล้ว เราเปิดอกพูดกันทุกอย่างเลย มึงเลิกโกรธกูเรื่องนี้ได้ไหมวะ”

“ถ้าโกรธกูจะคุยกับมึงเหรอ อีกอย่าง กูมีสิทธิ์โกรธมึงด้วยเหรอ เรื่องอย่างนั้นน่ะ มันเป็นชีวิตของมึง กูก็เป็นแค่เพื่อน”

“งั้นมึงก็มองหน้ากูดิ”

“กูลอกงานอยู่”

ผมดึงสมุดตัวเองออกมาทันที

“มึงจะมองหน้ากูได้ยัง”

“เจน เอาคืนมา อีกสิบห้านาทีจะเรียนแล้ว”

“อีธานแคนเซิลคลาสตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พวกที่เหลือมันถึงไม่มามอไง ส่วนกูมาเข้าชมรมตอนเช้า กูจงใจไม่บอกมึงเองแหละเพราะอยากจะคุยด้วย”

“...”

“ก็ใช่แหละ มึงคุยกับกูเหมือนปกติ แต่พอพี่เจนกับกูอยู่ด้วยกัน มึงทำเหมือนพวกเราเป็นธาตุอากาศ พอใครในกลุ่มพูดถึงพี่เจนมึงก็เงียบ มึงต้องเป็นขนาดนี้จริงๆ เหรอ”

“...”

“พุฒิ”

“เจน กูเป็นห่วงมึงนะ”

“เออ กูรู้ มึงบอกกูเป็นพันๆ รอบล่ะ แต่กูก็อยากบอกมึงจริงๆ ว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิดเลย มึงเองก็ฟังจากพี่แดนมาอีกที มึงอย่าไปเชื่อพี่แดนมากเลยพุฒิ”

“ที่มึงเป็นอย่างนี้ก็เพราะมึงมีใจจะเชื่อเขามากกว่าใครอยู่แล้ว มึงกำลังเลือกเชื่อในสิ่งที่ใจมึงอยากเชื่อ มึงอยากให้ข่าวลือเกี่ยวกับเขามันไม่เป็นความจริง”

“เออ ใช่ กูยอมรับ แต่กูก็ไม่ได้เชื่อแค่เพราะเขาบอก กูเชื่อเพราะทุกอย่างมันได้รับการพิสูจน์มาแล้วไงพุฒิว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ กูบอกแล้วไงว่าเขาเคลียร์ทุกเรื่องอย่างหมดแล้ว เราไม่มีอะไรติดใจกันเลยมึง”

พุฒิเงียบไป มันมองหน้าผมด้วยสายตาที่ผมอธิบายไม่ได้เลยว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ความรู้สึกทั้งรัก ทั้งห่วง ทั้งหวง ทั้งอึดอัด ทั้งกลัว และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายลอยวนอยู่เต็มไปหมดในดวงตาที่ลึกล้ำเหมือนน้ำทะเลของมัน แล้วพุฒิจึงเอ่ยปาก

“...วันนี้อีธานแคนเซิลคลาสใช่ไหม”

“ใช่”

“แปลว่าเราไม่มีเรียนกันแล้ว”

“อืม ทั้งวัน” ผมพยักหน้า

“แล้วมึงจะไปไหนกับใครรึเปล่า”

“ไม่มี”

พุฒิมองหน้าผม แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“งั้นมึงไปกับกูหน่อย”


 


 

“พุฒิ...นี่มึงพากูมาที่นี่ทำไม...”

“ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรหรอก กูมาสองรอบแล้ว”

“...มึง...แต่มันรู้สึกแปลกๆ นะ...”

“ถ้ามึงกลัวก็จับมือกูไว้”

ผมเข้าไปจับมือพุฒิทันทีที่มันบอก ปกติผมเคยจับมือมันที่ไหน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกหวั่นใจจริงๆ กับสถานที่นี้

...เรือนจำกลางคลองเปรม...

คุก หรือเรือนจำใดๆ ก็ตาม เป็นที่ๆ ผมตั้งมั่นว่าจะไม่มีวันเข้ามาเหยียบย่างเพราะไม่คิดว่าชีวิตนี้จะทำผิดกฏหมายใดๆ จนถึงขั้นต้องมาติดคุกติดตะรางได้ พอจู่ๆ ต้องมาจึงทำให้ผมรู้สึกกลัวจนตัวเย็นแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่น้อย พุฒิกระตุกมือผมให้เดินไปข้างหน้าด้วยกัน

เราสองคนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามเงื่อนไขของเรือนจำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจค้นตัวหรือการตรวจสอบบัตรประชาชน ก่อนพุฒิจะหันมาพูดกับผม

“มึงเข้าไปเลย เขาให้เยี่ยมได้แค่ทีละคน”

“พุฒิ...”

“ไปเถอะ กูจะรออยู่ตรงนี้ ไม่มีอะไรหรอก”

ผมพยักหน้า เพราะเข้าใจแล้วว่ามันพามาหาใครที่นี่ แม้จะยังไม่แน่ใจเจตนาที่มันพามาก็ตาม

ผมก้าวเข้าไปยังที่ที่พัศดีบอก ยกหูโทรศัพท์ขึ้นพลางมองใบหน้าของคนที่อยู่ในชุดสีส้มฝั่งตรงข้ามของกระจก ผมพยายามฝืนยิ้ม

“เป็นไงบ้างวะที สบายดีไหม”

ทีในชุดนักโทษยิ้มกลับมาแม้จะดูอิดโรยกว่าทุกทีที่ผมเคยเห็น ทีที่ผมรู้จักมีใบหน้าอิ่มเอิบและสดใสกว่านี้นัก คุกและเพื่อนนักโทษคงเปลี่ยนอะไรในตัวทีไปมาก

เสียงของอดีตประธานสโมฯ ตอบกลับมาผ่านทางโทรศัพท์

[จะพูดว่าสบายดีก็คงยาก แต่กูก็ชินแล้วล่ะ]

“มึงเก่งอยู่แล้ว กูรู้ว่ามึงทำได้”

[กูดีใจนะที่มึงมาเยี่ยมกู]

“มึงยังเป็นเพื่อนกูเสมอเว้ย แข็งใจนะมึง แค่แป๊บๆ มึงก็ได้ออกมาแล้ว”

[อืม แล้วนี่มึงเป็นยังไงบ้างวะเจน มาได้ยังไง]

“พุฒิพามา มันก็มาด้วย แต่มันอยู่ข้างนอก”

[กูเข้าใจอยู่]

ผมคุยกับทีอีกหลายนาที ขอให้มันเล่าเรื่องราวต่างๆ นานาในเรือนจำ พอได้ฟังแล้วก็รู้สึกสลดปนเศร้าใจไม่น้อยกับชะตากรรมของเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ต้องมาเห็นคาตา หากใจหนึ่งผมอดคิดไม่ได้ว่ามันทำตัวเอง ไม่น่าเลย... คนเก่งอย่างทีไม่น่าจะต้องมาจบอนาคตลงอย่างนี้เลยจริงๆ

[ว่าแต่มึงใส่สร้อยอะไรวะ ทำไมไม่เคยเห็น]

“อ๋อ แฟนกูให้มาว่ะ เขาให้ใส่คู่กัน”

[เฮ้ย อะไรวะ มึงมีแฟนแล้วเหรอ กูมาอยู่นี่แป๊บเดียวเอง]

ผมหัวเราะ “มีแล้วๆ โทษที กูอยากรู้เรื่องของมึงมากกว่านี่หว่า เลยไม่ได้คิดจะเล่า”

[ไม่ต้องเลย เล่ามา แล้วไอ้พุฒิมันว่าไงล่ะ]

“กูมีแฟนทำไมมันต้องมาว่าไงด้วย เกี่ยวไรกับมันอ่ะ” ผมงง

[เปล่าๆ อ่ะ ว่ามา แฟนมึงเป็นใคร หญิงที่ไหนคณะอะไรบอกมาซะดีๆ]

“คณะเดียวกันนี่แหละ แต่ไม่ได้เป็นหญิงว่ะ...”

[โฮ่] มันส่งเสียงอย่างประหลาดใจปนประทับใจ [ผู้ชายเหรอ ใครล่ะ คณะเรา กูก็รู้จักน่ะสิ]

“อาจจะไม่ก็ได้ เขาอยู่ตั้งปีสี่แล้ว”

[กูเป็นอดีตประธานสโมนะเว้ย รู้จักคนเยอะแยะ อาจจะผ่านหูผ่านตากูมาก่อนก็ได้]

“เออๆ บอกแล้ว แฟนกูชื่อพี่เจน อยู่ปีสี่”

[...]

“ที ที! มึงเหม่ออะไร ได้ยินกูไหม ฮัลโหล”

[มึงหมายถึงเจน แพทริคใช่ไหม...]

“...มึงรู้ชื่อนั้นได้ยังไง” ผมตกใจขึ้นมาจริงๆ เมื่อทีเอ่ยเสียงสั่นมาตามสาย และดูจะรู้ลึกพอๆ กับที่ผมรู้ ใบหน้าที่ซูบตอบของทีซีดเผือดจนกลายเป็นสีเหลืองอ่อน ก่อนทีจะตะเบ็งเสียงดังลั่น

[ไอ้พุฒิมันเป็นเหี้ยอะไร ทำไมเรื่องมันกลายเป็นอย่างนี้ไปได้วะ ไหนมันบอกว่ามันจะกันมึงออกมาจากพี่เจน แล้วทำไมมันเป็นอย่างนี้ไปได้]

“หมายความว่ายังไง? นี่หมายความว่ามึงกับพุฒิเคยคุยกันเรื่องกูกับพี่เจนมาก่อนเหรอ”

[เจน มึงรีบออกห่างจากไอ้นักล่าวิญญาณนั่นเดี๋ยวนี้ มึงอยากลงเอยแบบกูรึไง!]

“อะไรวะ นี่มึงพูดอะไร มึงทำให้กูกลัวแล้วนะที”

[เพราะแบบนี้สินะพุฒิถึงพามึงมาหากู... มันคงพูดแล้วมึงไม่ฟังใช่ไหม]

“ที นี่มันเรื่องอะไรกันแน่”

[เจน มึงฟังกูนะ]

“...”

ผมกำหูโทรศัพท์แน่น ริมฝีปากปิดสนิท รู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดขณะรอฟังทีพูดในแต่ละคำ

[พี่เจนเป็นคนทำให้กูติดคุก เขานั่นแหละที่เป็นคนไปแจ้งตำรวจว่ากูยักยอกเงินชมรมแล้วก็มีแฟนอยู่แค่มอสอง]

 

 

------------------

ฮวังซอล

ไม่รู้เคยบอกรึเปล่าแต่ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างในเรื่องนี้มันจะเป็นจิ๊กซอว์มาเชื่อมต่อกันเป็นภาพใหญ่ค่ะ

เค้าใส่ใจในทุกรายละเอียดเลย ถ้าทุกคนรู้ใจซอลล่ะก็รับรองว่าต้องจับผิดเอ๊ะๆ กันมาได้ตลอดแน่ๆ

ยังจำเรื่องทีตั้งแต่บทแรกกันได้อยู่ใช่ไหมเอ่ย

 

อ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ซอลคนนี้

แล้วก็เค้ารออ่านสกรีมแท็กของทุกคนในทวิตเตอร์อยู่นะคะ ตื่นเต้นๆๆ '-' #อย่าขอพี่เจน

 

twitter: @seoulstuff_

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 995 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,788 ความคิดเห็น

  1. #3748 Sariei_va (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 19:53
    พี่เจนนนนน เรื่องมันเป็นมายังไงนะ
    #3,748
    0
  2. #3245 tarun_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 22:17
    มันลงล็อคมาตั้งแต่ต้นเรื่องเลยอะ
    #3,245
    0
  3. #2888 PCB614 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 18:30
    ก็กะไว้อยู่แล้วว่าต้องฝีมือพี่เจน แต่รายละเอียดมันเป็นยังไงนี่สิ
    #2,888
    0
  4. #2636 My friend (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 17:48
    เรื่องรถชนหลัง ม.ด้วยแหล้ะ เรื่องรถของพุฒิอีก โอ้ยยย เครียดอ้ะ
    #2,636
    0
  5. #2465 จันทร์คราม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 22:18
    จากมุมคนอ่านคือทุกอย่างมันลงล็อคแล้วมันเป๊ะมาก แต่ในมุมเจนเล็กอาจจะไม่เคลียร์ขนาดนั้น
    #2,465
    0
  6. #2438 tang_thai°°° (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 12:41
    นี่ไม่ใช่สายแนวซับซ้อนพอมาอ่านเลยงงๆบ้างแต่แบบมันก็สนุกมากเลยอะ คุณไรท์แต่งดีมากกกกก
    #2,438
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #2389 SSbts2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:31
    แอบคิดนะว่าพี่เจนเลื่อนนัดจุ๋ย -.- แต่ก็นับว่าพี่เขาเก่งอีกแล้ว ล่อให้น้องตายใจนี่งานถนัดเขาล่ะ //ครอบครัวเจนน่ารักจัง ;-; // เรื่องทีนี่ยังไม่รู้ตื้นลึกนะ ทีก็ทำผิดจริงๆนี่ พี่เจนแค่ทำให้ทีได้รับผลที่ทำเฉยๆ แต่ทีทำผิดเพราะอะไรล่ะ เพราะพี่เจนมาล่อไปรึเปล่า อันนี้แหละน่าเป็นห่วง คนน่ากลัวก็คือคนน่ากลัว!
    #2,389
    0
  9. #2355 blueeyes111 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:14
    พุฒิชอบเจนนนนนน
    #2,355
    0
  10. #1974 Bearszone (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 12:25

    ย้อนกลับมาอ่านเพราะชอบattitudeศาสนาของพี่เจนมาก ;-;

    #1,974
    0
  11. #1849 KATTYKITTYKATE (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 04:26
    เด๋วนะนี่พุฒิรักเจนปะเนี่ย แบบบๆๆไม่ใช่เพื่อนน่ะ งงๆอะคับบ สถานะมันครุมเครือ
    #1,849
    0
  12. #1776 MakusuMasuku (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 01:13
    อยากรู้ที่สุดคือชอบเจนจริงๆหรือแค่อยากเอาชนะเจน​ แบบพอเจนรัก​ เจนอาจจะขออะไรสักอย่างแน่ๆ
    #1,776
    0
  13. #1755 hoiiiii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 19:16
    อยากรู้ว่าล่าวิญญาณยังไง ฮือออ
    #1,755
    0
  14. #1643 nnnida (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 01:52
    ผมว่าแล้ว แงงงงงงง
    พี่เจนจริงๆด้วย เกี่ยวกับงานของพี่เจนสินะ
    #1,643
    0
  15. #1628 Chonthicha Phalanisong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 19:04
    ทำไมพี่เจนถึงต้องทำอย่างงี้วะ แบบเพื่อความสะใจตัวเองเฉยๆหรอ
    #1,628
    0
  16. #1625 Jinjoo.K (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 13:10
    เอาดีๆนาาา ไม่ได้จะเข้าข้างพี่เจน แต่ทีก็ทำผิดจริงๆอ่ะ เรื่องคบเเฟนก็ใหญ่ละ แต่นี่โกงเงินอะ
    #1,625
    0
  17. #1623 lailinn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 12:00
    ตื่นเต้นๆๆๆๆๆ
    #1,623
    0
  18. #1621 Kibibiza (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 07:08
    มองอีกมุมถึงเค้าจะร้ายและเลวกับคนทั้งโลกแต่ถ้าเค้ารักและดีกับเราแค่นั้นก็ควรพอแล้วไม่ใช่เหรอ
    #1,621
    0
  19. #1612 tonxxi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:10
    มันเหมือนมีปมให้คอยตามเเก้ไม่จบไม่สิ้นอะ ถ้าเราเปนเจรถึงเรารักพี่เจนยังไงเราก้คงเหนื่อยที่ต้องคอยเเก้ปมตลอดเวลา
    #1,612
    0
  20. #1611 jasuhimo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:09
    เอาดีๆนายทำตัวเองหรือเปล่าที ปล.อยากรู้ค.คิดพี่เจนสุดๆๆๆ
    #1,611
    0
  21. #1605 Cream_2546 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 22:18
    กลัวพี่เจน ไม่ไว้ใจมาก
    #1,605
    0
  22. #1592 pepimm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 19:02
    อยากเห็นในมุมเจนใหญ่บ้าง ว่าอะไรทำให้เป็นแบบนั้น คือแบบคนเรามันต้องมีเหตุผลสักนิดแหละเว้ยหน่าาา
    #1,592
    0
  23. #1590 Npmoon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 18:58
    ฮื่ออออ เป็นนิยายที่ชั้นรักอีกเรื่องเลยอ่ะ
    #1,590
    0
  24. #1578 pick-17 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 18:02
    ถ้าคุณทำผิด ยังไงก็คือผิด เจนต้องคิดให้มันยุติธรรมนะ แต่ถ้าพี่เจนใส่ร้ายนี่กลัวใจพี่ในอนาคตมากค่ะ รักแค่ไหนก็กลัวอ่ะบอกเลย
    #1,578
    0
  25. #1576 kritsanabaimon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 17:09
    มันก็ถูกแล้วนี้น้า ทำผิดไงถึงเข้าคุก (หรือถ้าระแวง พี่เจนอาจสร้างหลักฐานปลอมเพื่อทวงหนี้อะไรสักอย่างที่ทีขอแน่เลยแล้วจับเข้าคุก)

    ขอทีมเจนใหญ่แล้วกัน จะเห็นดีเห็นงามกับเจนใหญ่(ชอบนิสัย)
    #1,576
    0