Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 14 : 13 | Reveal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,002 ครั้ง
    14 ธ.ค. 62

Chapter 13

Reveal


 

Fool me once, shame on you;

Fool me twice, shame on me.


 

ผมยังคงตัวแข็งเป็นหินราวกับโดนสาป ลมหายใจที่เคยชะงักงันไปกลายเป็นปั่นป่วนไม่เป็นจังหวะ ผมหันหลังไป แล้วก็พบกับพี่เจนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งในแคนทีน ก่อนเสียงเก้าอี้เลื่อนดังครืดเพราะคนตัวสูงที่ลุกขึ้นจะทำให้ผมยิ่งตกใจไปหมด

ร่างนั้นย่างสามขุมเข้ามาหาผม

“หือ...?”

“...”

“ว่าไงเจน"

ผมถอยหลังกรูดตามจังหวะที่เขาสาวเท้าเข้าใกล้ ไฟในโรงอาหารที่เปิดอยู่ไม่กี่ดวงกะพริบเพราะหลอดใกล้ขาดยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนในหนังสยองขวัญ ผมรู้สึกหนาวยะเยือกไปทั้งกาย ทว่าเหงื่อกลับออกจนท่วมแผ่นหลัง จนในที่สุดผมก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่าตัวเองก้าวถอยจนติดกับผนัง ไม่มีที่ให้หนีอีกต่อไป

พี่เจนตามเข้ามาชิดจนเราห่างกันเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว ผมหายใจไม่เป็นจังหวะ ในเวลาที่สติกระจัดกระจายอย่างนี้ผมยังรู้ว่าผมยังอาจจะผลักเขาและวิ่งหนีไปได้ แต่เสียงที่ฉลาดกว่าในหัวก็กู่ร้องบอกอย่างชัดเจน ว่าการกระทำแบบนั้นมันโง่สิ้นดี ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย

ปัง!

เสียงมือหนาข้างซ้ายที่ตบกำแพงข้างตัวทำใผ้ผมสะดุ้งโหยง สีหน้าและแววตาของพี่เจนในเวลานี้ไม่มีแววขี้เล่นอยู่เลย เขากำลังโกรธ โกรธจนน่ากลัว

และในวินาทีนั้น รอยยิ้มที่น่าขนลุกก็ปรากฏขึ้นบางๆ บนใบหน้าของเขา

“ตกลงว่ามันมีเรื่องอะไรครับ"

“...”

“บอกพี่ได้นะ"

ประกายในดวงตาสีดำนั้นชัดเจน

“เจนก็รู้ ว่าเจนถามอะไร พี่ก็ตอบทุกอย่าง”

“...พี่เจน...”

“ว่าไง"

ผมสูดลมหายใจลึกเข้าปอด ร้องบอกประโยคแรกที่ก้องอยู่ในหัว

“นี่พี่สะกดรอยตามเจนเหรอ?”

เขาเอียงศีรษะปรับองศาการมองหน้าผมเล็กน้อย เกิดความเงียบงันขึ้นครู่หนึ่ง แล้วเขาก็ตอบ

“...เปล่า"

แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ได้โกหกอีก แต่เมื่อเขาโกหกผมมาทุกสิ่งทุกอย่าง

“...หก"

“อะไรนะ?” คนตัวสูงทวน

“โกหก... เจนบอกว่าพี่เจนโกหกไง!

ผมใช้สองแขนผลักอกเขาเต็มแรง จนเขาต้องเซถอยหลังไปบ้าง ผมตั้งสติ คิดว่าทำไมผมต้องกลัวเขามากมายด้วยในเมื่อผมไม่ใช่คนที่ทำผิดเลย เขาต่างหากที่ผิด เขาต่างหากที่ต้องกลัวผม แล้วก็จะมาทำเหมือนผมเป็นผู้ต้องหาอย่างนี้ไม่ได้

“โกหกอะไร" เขาตั้งตัวกลับมาได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ และกลายเป็นฝ่ายกลับมาไล่ต้อนผมอีกครั้ง สายตาคมราวกับเต็มไปด้วยเพลิงสีน้ำเงินแห่งอารมณ์

เปลวไฟสีน้ำเงิน...ที่ร้อนยิ่งกว่าเปลวไฟสีแดง

“พี่โกหกอะไรเจน” เขาขึ้นเสียงอีกครั้ง

“ทุกเรื่องนั่นแหละ! พี่เจนโกหกทุกเรื่อง พี่ยังจะต้องมาถามอีกเหรอว่าพี่โกหกอะไร คิดให้ออกดีกว่าว่าอะไรบ้างที่พี่ไม่ได้โกหก!”

“นี่เจนพูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่”

...พี่เจนอายุยี่สิบเจ็ดปี!

“...”

ผมแผดเสียงดังจนตัวโก่ง และก็เป็นครั้งเดียวเท่านั้นที่ผมเห็นว่าม่านตาของพี่เจนขยายขึ้นเพราะความตกใจ แต่มันก็แค่วินาทีเดียว... วินาทีเดียวจริงๆ

“พี่อายุตั้งยี่สิบเจ็ด ชื่อเจน แพทริค .. บ้าบออะไรนั่น!” ผมระเบิดเรื่องทั้งหมดอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป "แต่พี่กลับมาบอกเจนว่าพี่เป็นคนไทย แล้วพี่ก็ไม่ได้มีแฟนตอนเรียนปีสองด้วย!”

“...”

“พี่บอกว่าแม่พี่เป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อพี่เคยทำงานโรงงานรองเท้า ตอนนี้ทำบริษัทขนส่ง แต่พี่ใส่นาฬิกาโรเล็กซ์เรือนล่ะสี่ล้านสอง มีรถของตัวเองไม่รู้กี่สิบคัน ทั้งที่เจนเคยนั่งแล้วก็ไม่เคยนั่ง มีอะไรที่พี่พูดเป็นเรื่องจริงบ้าง"

“เจน...”

“ความจริงใจมันคือปราการด่านแรกของคนเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ!” ผมไม่ปล่อยช่วงให้เขาอธิบาย "ในเมื่อพี่หลอกเจนทุกอย่างแล้วเจนจะเชื่ออะไรพี่ได้อีก เราจะรักกันได้ยังไงถ้าพี่ยังโกหกเจนแบบนี้ บางเรื่องเจนไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าพี่โกหกไปทำไม เจนไม่มีวันไว้ใจพี่ได้อีกแล้ว"

คำพูดไหลทะลักออกจากปากผมเหมือนลาวาร้อนที่พวยพุ่งจากภูเขาไฟ

“ทั้งพุฒิ ทั้งพี่แดน ใครต่อใครก็บอกเจนว่าพี่เจนไม่ใช่อย่างที่เจนคิด แต่เจนก็ไม่รู้เลยว่ามันจะหนักขนาดนี้"

เขายังคงมองหน้าผมนิ่งไม่ไวติง ราวกับรอให้ผมพูดให้จบก่อน และผมก็ตัดสินใจจบการระเบิดอารมณ์นี้อย่างรวดเร็ว

“เจนว่าเราเลิกคุยกันเหอะ เจนทนกับอะไรอย่างนี้ไม่ได้ พี่อย่ามาเล่นกับใจเจนเลย"

“เจน... เจน!”

ผมรีบจ้ำเท้าเร็วๆ ลงบันไดข้างๆ ไปโดยที่มีอีกคนตามมาอย่างไม่ลดละ เพราะอย่างนั้นผมเลยเร่งฝีเท้าวิ่งหนีเขา แต่แล้วก็ถูกร่างสูงกระชากให้ไปยืนติดกับกำแพงอีกครั้ง คราวนี้พี่เจนขังล็อกผมแน่นหนาด้วยสองแขนและตัวของเขาจนผมแทบขยับไม่ได้

ผมจ้องตาคนตัวสูง ไม่ ผมไม่กลัวเขา เพราะผมไม่ได้ผิด

“พี่เจน ปล่อย"

“ไม่"

“ปล่อยเจน เดี๋ยวนี้!”

เจนนั่นแหละฟังพี่ก่อน!

เขาตะโกนเสียงดังกึกก้องจนผมต้องเงียบเสียง สีหน้าของพี่เจนจริงจัง ไม่น่ากลัวเหมือนในทีแรกที่มาอย่างสยองขวัญเพราะโกรธจัดและคิดว่าผมผิดเต็มประตูที่หลบหน้าเขา เขาคงไม่ได้คาดคิดเลยว่าผมจะไปรู้ความลับของเขาเข้า อะไรก็ตามที่เขาซุกซ่อนเอาไว้ใต้หน้ากากสวยหรู

ตอนนี้แววตาที่วาวโรจน์ของเจ้าของจี้แม่กุญแจสงบลงไปหน่อย แต่ก็ยังมีประกายไฟที่แตกตัวเบาๆ ในดวงตาคู่นั้น บรรยากาศรอบข้างเงียบจนผมได้ยินลมหายใจยาวๆ ของเขา เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังจัดการกับโทสะของตัวเอง ก่อนเขาจะพูดออกมาอย่างคนที่คิดทบทวนดีแล้ว

“พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเจนรู้จักพี่ เจนก็ต้องรู้ดีที่สุดว่าพี่เป็นคนยังไง ที่ผ่านมาที่เราก็ใกล้ชิดกันมากกว่าใคร แล้วทำไมเจนถึงไปเชื่อคนอื่นมากกว่าพี่!”

เขาระเบิดออกมาในประโยคท้ายสุด ผมตอบคำถามนี้ได้อย่างทันท่วงทีโดยแทบไม่ต้องคิด

“เพราะมันไม่มีอะไรที่พี่พูดเป็นเรื่องจริงเลย!”

“พี่ไม่ได้โกหกเจน! แม้แต่เรื่องเดียว!”

“หมายความว่ายังไง? แล้วไอ้ชื่อจริงยาวๆ ของพี่มันคืออะไร แล้วเจนก็เห็นเต็มตาว่าพี่เกิดปีค.ศ. 1993 เจนเห็นจากบัตรประชาชนอเมริกันของพี่เจนเองด้วยสองตา ไม่ได้มีใครคาบข่าวมาบอกทั้งนั้น!”

เขาหลับตาอย่างอดทนก่อนจะเปิดเปลือกตาแล้วพูดออกมาเร็วๆ

“พี่ไม่ได้เป็นลูกครึ่งจริงๆ แต่พี่เป็นลูกเสี้ยว!”

“...แล้วพี่ต้องรอให้มันเกิดเรื่องอย่างนี้ก่อนด้วยเหรอถึงจะบอกเจนได้! พี่บอกตอนนั้นตอนที่เจนถามเลยมันจะตายเหรอ!”

“เจน! เจนถามแค่พี่เป็นลูกครึ่งรึเปล่า พี่ก็บอกว่าพี่ไม่ได้เป็น พี่ไม่ได้โกหกเจนเลยสักคำ!”

“พี่บอกว่าพี่เป็นคนไทยนะ!”

“พี่บอกว่าแล้วคนไทยชื่อเจนเฉยๆ ไม่ได้เหรอ ไม่ได้บอกสักคำเลยว่าพี่เองเป็นคนไทย แล้วมันก็เป็นเจนเฉยๆ จริงๆ มันไม่ได้ย่อมาจากอะไรนี่ เจน แพทริคมันเป็นชื่อจริงสองชื่อมาต่อกันต่างหาก ก็เหมือนผู้หญิงที่ชื่อโรส แมรี่ โรสมันก็ไม่ได้ย่อมาจากโรซานหรืออะไรสักหน่อย"

ผมโมโหจนควันแทบพุ่งออกจากสองหู เหลือเชื่อเลยผู้ชายคนนี้!

“ส่วนเรื่องครอบครัวพี่ พี่ก็ไม่ได้หลอกเจน พวกเขาเจอกันที่อเมริกาตอนแม่พี่ไปเรียนต่อโทที่นั่น พ่อพี่เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เกิดแล้วก็โตที่อเมริกาเหมือนกัน ส่วนแม่พี่เป็นไทยแท้ พวกเขาหย่าตั้งแต่พี่เรียนประถม แล้วพี่ก็อยู่กับพ่อมาตลอด พี่เพิ่งจะย้ายมาอยู่ไทยกับแม่ได้ไม่กี่ปีนี้แหละ แล้วมันก็เป็นความจริงที่พ่อพี่เคยทำงานบริษัทรองเท้า และตอนนี้ทำบริษัทขนส่ง..."

ผมมองหน้าเขาโดยไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่ามันไม่ได้มีแค่นี้แน่ๆ

...มิน่าเล่าตอนนั้นที่ผมถามเขาว่ากลับไทยมาปรับตัวลำบากไหม เขาถึงยิ้มแล้วไม่ตอบ เพราะเขาไม่เคยอยู่ประเทศไทยมาก่อนด้วยซ้ำ มันไม่ใช่การปรับตัวเพราะกลับมา แต่มันเป็นการปรับตัวเพราะมาอยู่ที่ใหม่ต่างหาก

เราจ้องตากันอยู่อย่างนั้น พี่เจนคงรับรู้ได้ว่าผมจะไม่มีวันยอมเย็นลงง่ายๆ กับคำตอบแค่ส่วนหนึ่งแบบนี้ เขาสูดลมหายใจอย่างอดทน ก่อนจะเล่าต่ออย่างจำใจ

“พ่อพี่เคยเป็นซีอีโอของบริษัทรองเท้าผู้ชาย CHUCK TARRY (ชัค แทรี่) แต่ตอนนี้ลดบทบาทเป็นแค่ผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็จะทุ่มเทเวลาให้กับบริษัทขนส่ง Palakorn Trade Express (พลากร เทรด เอ็กซ์เพรส) มากกว่า"

เป็นคราวผมบ้างที่ต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ตัวแทบจะพองเป็นบอลลูนเพราะลมร้อนแห่งความโกรธ พ่อเขาคือมิสเตอร์ชัค แทรี่ พลากร หนึ่งในมหาเศรษฐีนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลของโลก แต่เขากลับไม่เคยแม้แต่ปริปากบอกผมเนี่ยนะ!

มิสเตอร์ชัค พลากรโด่งดังจากการสร้างแบรนด์รองเท้าของสุภาพบุรุษให้ติดตลาดได้ตั้งแต่เมื่อปีค.ศ. 1983 และเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปีค.ศ. 1990 ก่อนจะหันไปจับธุรกิจโลจิสต์ติกในปีค.ศ. 2010 ทำให้ผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย

ใช่ พ่อเขาทำงานบริษัทรองเท้าแล้วก็บริษัทขนส่งจริงๆ นั่นแหละ เป็นเจ้าของไง!

“แม่พี่ชื่อสกุลณา จึงทวีเกียรติยศ..."

ผมแทบจะเป็นบ้า ใบหน้าแดงก่ำสลับสีเข้มเพราะความโกรธเคืองอีกครั้ง นี่มันนามสกุลดังของพวกนักการเมืองนี่! ผมเคยเห็นแม่เขาออกโทรทัศน์ด้วยซ้ำ

“แม่พี่ไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนใหญ่ถ้าไม่ออกงานสังคมกับคนในตระกูลก็อยู่บ้าน พี่ก็เลยบอกว่าเป็นแม่บ้าน...”

“นี่พี่เจนจะบอกว่าเจนเข้าใจผิดเพราะตีความไปเองจากคำตอบของพี่เหรอ! พี่คิดว่าคำพูดของตัวเองมันชัดเจนหรือว่าคลุมเครือ สมองอย่างพี่คิดเอาเองก็น่าจะรู้!"

“พี่ขอโทษ...”

“กองมันไว้ตรงนั้นแหละ!”

ผมเดือดปุดเป็นกาน้ำร้อน มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าไม่ใช่การโป้ปด ใช่ เขาไม่ได้โกหกผมเลยสักอย่าง แต่เขาก็ใช้วาทะศิลป์ในการทำให้คู่สนทนาเข้าใจผิดคิดไปเองง่ายๆ แบบนี้มันยิ่งน่าโมโหเข้าไปใหญ่

“เจน... พี่ขอโทษจริงๆ แต่ตั้งแต่เรารู้จักกันมาจนวินาทีนี้ พี่ไม่เคยโกหกอะไรเจนเลย..."

“ไม่ได้โกหกแต่ปกปิด พูดไม่หมด! แล้วเรื่องที่พี่อายุยี่สิบเจ็ด แล้วเคยมีแฟนตอนอยู่ปีสองนั่นล่ะ!? เจนได้คุยกับพี่แดนมา พี่แดนบอกว่าพี่ไม่เคยมีแฟนในมหา'ลัยนี้มาก่อน แล้วที่พี่เจนบอกเจนมันคืออะไร อธิบายมานะ!”

พี่เจนใช้มือขวาตบกำแพงดังปัง หันข้างไปสบถคำหยาบเป็นภาษาอังกฤษเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาอธิบายต่ออย่างพยายามใจเย็นที่สุด

“ใช่ พี่อายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว..."

“เพราะอะไร!?”

“เพราะพี่ซิ่วจากฮาร์วาร์ดตอนพี่อยู่ปีสี่"

“...”

“พี่มาเริ่มเรียนปริญญาตรีอีกครั้งที่นี่ตอนอายุยี่สิบสี่ แฟนที่พี่เคยมีตอนปีสอง...หมายถึงปีสองสมัยเรียนที่ฮาร์วาร์ด ไม่ใช่ปีสองที่มหา'ลัยนี้"

“...”

“แล้วตามหลักสูตรที่อเมริกา จะเรียน law school ได้ต้องจบป.ตรีมาก่อนใบหนึ่ง ซึ่งพี่ก็จบมาแล้วตั้งแต่ตอนอายุยี่สิบ จบจิตวิทยา"

“...”

“พี่ไม่ได้โกหกเรื่องเคยมีแฟนนะ มันแค่ไม่ใช่ปีสองที่นี่เฉยๆ"

คนตัวสูงยกมือขวาขึ้นขยี้ผมตัวเอง

“เอาเป็นว่าพี่ขอโทษ พี่พูดไม่ละเอียดเอง พี่พูดชี้นำให้เจนเข้าใจผิด"

“...ทำไม...ทำไมพี่ถึงลาออกจากมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก...”

ผมมองหน้าเขาอย่างตกใจเหมือนเห็นคนออกลูกเป็นไข่ตรงหน้า ไม่สนใจแม้กระทั่งเรื่องแฟนเก่าของเขา มันเป็นความจริงที่มหาวิทยาลัยของเราเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ติดอยู่ในร้อยอันดับของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก แต่มันเทียบอะไรไม่ได้เลยกับมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งอย่างฮาร์วาร์ด

...ว่าแล้วว่าสมองอย่างเขาต้องเคยเผชิญกับอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้มาก่อน

ผมว่าแล้ว...!

มิหนำซ้ำ เขายังจบตรีใบแรกตั้งแต่อายุยี่สิบเท่านั้น ก็คือเท่าผมตอนนี้เอง

พี่เจนที่กัดริมฝีปากหลับตากับคำถามของผมลืมตาขึ้น ตอบในที่สุด

“เพราะมันไม่ใช่ พี่เคยเรียนนิติศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด เรียนจนปีสี่แล้วพี่ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของพี่ พี่ไม่ได้อยากจะเป็นทนายหรืออัยการ หรืออะไรก็ตามในสายงานนั้น แล้วที่ตัดสินใจมาอยู่ไทยก็เพราะว่าแม่ขอ พี่อยู่กับพ่อมาตลอดชีวิต พี่คิดว่าอยากจะมาอยู่กับแม่บ้าง ถึงพอเอาเข้าจริงแล้วส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เจอกันก็เถอะ แต่พี่ก็ได้ช่วยงานพวกญาติๆ ในตระกูลจึงทวีเกียรติยศตามโอกาส"

“แต่นั่นฮาร์วาร์ดนะพี่เจน!”

“ก็แล้วไงล่ะ"

“พี่ต้องเป็นบ้าแน่ๆ...” ผมอึ้งตะลึงจนลืมไปเลยว่าโกรธเขาอยู่

“เอาล่ะ พี่พูดไปหมดแล้ว ทีนี้เจนจะเย็นลงแล้วคุยกับพี่ดีๆ ได้ไหม"

พอได้รู้เรื่องทุกอย่างผมก็ใจเย็นลงไปเยอะ จริงๆ มันอาจเป็นเพราะช็อกจัดจากเรื่องที่เขาลาออกจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกก็ได้ ทำไมเขารู้ตัวช้าขนาดนั้นนะ มารู้ตอนอยู่ปีสุดท้ายแล้วว่าไม่ได้ชอบกฏหมาย นี่มันบ้าบอจริงๆ เลย...

“...ทำไมพี่ไม่ทนเรียนต่อให้จบล่ะ มันอีกเฮือกเดียวเองนะ ปีสี่แล้วแท้ๆ"

“มันยุ่งยากกับความรู้สึก ตอนนั้นคิดแต่ว่าไม่อยากทนแล้วจริงๆ"

"งั้นทำไมพี่ไม่แค่สอบเข้าฮาร์วาร์ดอีกครั้งล่ะ เปลี่ยนคณะเป็นบริหารธุรกิจเอา มาเรียนใหม่ที่ไทยทำไม...”

“ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่มาอยู่กับแม่ ถ้าพ่อแม่พี่อยู่ด้วยกันพี่ก็ไม่มาหรอก"

เออ นั่นสิ

สิ่งที่เขาบอกตอบคำถามที่คาใจผมได้ทั้งหมดในครั้งเดียว จะว่าไปเขาเป็นลูกชายที่น่ารักจัง... เพราะแม่ขอก็เลยมาอยู่กับแม่ที่นี่งั้นเหรอ ทั้งที่เขาต้องมาปรับตัวใช้ชีวิตใหม่หมดทุกอย่าง

“อีกอย่าง ตอนเรียนตรีใบแรกก็เรียนที่ฮาร์วาร์ดนั่นแหละ เบื่อแล้ว เปลี่ยนบ้างก็คงไม่เสียหาย”

“งั้นทำไมไม่เรียนบริหารเป็นโทไปอ่ะ ทำไมมาเรียนตรีอีก” ผมรู้สึกว่าตัวเองมีคำถามไม่จบไม่สิ้น ก็มันน่าสงสัยไปหมดเลยนี่นา

“โทมันเรียนแป๊บเดียว อยากเรียนนานๆ พี่ชอบเรียนหนังสือ”

เออ ไม่แปลกใจ ก็เรียนเก่ง

"แล้วพี่ก็อยากใช้ชีวิตแบบนักศึกษาไทยดูด้วย ศึกษาสังคมใหม่ๆ มันน่าสนใจดี ถ้าเรียนเป็นโทก็คงไม่ได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้"

“แล้วพ่อพี่อยู่กับใครล่ะ มิสเตอร์ชัคไม่ได้แต่งงานใหม่นี่"

“อีหนูเยอะแยะ"

"โห..."

"ก็พูดจริงๆ แล้วทำงานขนาดนั้นเขาไม่เหงาหรอก สักวันพี่ก็คงต้องกลับไปอยู่บ้านที่อเมริกาอยู่ดี ไม่งั้นก็คงไปๆ มาๆ จะทิ้งสักฝ่ายไม่ได้หรอก"

“อืม” ผมพยักหน้า "แล้วทำไมพี่ต้องปิดบังเรื่องพวกนี้ด้วยล่ะ ทำไมพี่ต้องทำให้เหมือนว่าชีวิตของพี่มันเป็นความลับนักหนาด้วย พูดอะไรก็พูดไม่หมด"

พี่เจนมองหน้าผมด้วยแววตาจริงจังกว่าครั้งใด

“แล้วทำไมพี่จะต้องเที่ยวประกาศบอกเรื่องส่วนตัวของพี่ให้ใครต่อใครรู้ด้วย ชีวิตส่วนตัวของพี่ก็เหมือนกางเกงใน เราจำเป็นด้วยเหรอที่จะต้องบอกคนอื่นว่าเราใส่กางเกงในสีอะไร"

"..."

คมกริบเลยแฮะ เขาพูดถูกทุกอย่าง

“ส่วนเรื่องอายุ ที่ไทยมันเคร่งเรื่องซีเนียริตี้บ้าบอ ถ้าพี่บอกใครต่อใครว่าพี่เกิดปีเก้าสามตั้งแต่ตอนเข้าปีหนึ่ง มันก็คงจะทำให้พี่กลายเป็นจุดสนใจมากเกินไป แล้วพวกซีเนียร์ก็คงจะอึดอัด มันไม่มีประโยชน์ที่จะต้องป่าวประกาศนี่ แล้วพี่ก็ไม่ได้สนใจอยากจะให้ใครมาเคารพเพียงเพราะว่าแก่กว่าด้วย ถ้าพี่ยังอยู่อเมริกา พี่ไม่แคร์หรอกที่จะต้องบอกใครต่อใครว่าอายุยี่สิบสี่แล้วเรียนปีหนึ่ง คนอายุสามสิบยังมีที่เพิ่งเริ่มเรียนเลย แต่ที่ไทยมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น"

มันก็จริงอีกนั่นแหละ

ผมกระแอม ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ผมขึงตามองเขา

“แต่เจนเป็นคนคุยของพี่นะ อนาคตเราจะเป็นแฟนกัน พี่จะมาให้เจนรู้แค่เท่ากับคนอื่นๆ ได้ยังไง"

“...พี่ขอโทษ พี่ติดนิสัยชอบเก็บความลับไปหน่อย โดยเฉพาะกับเรื่องครอบครัว พี่ไม่ชอบบอกใครเรื่องฐานะนอกจากจำเป็น เพราะมันจะทำให้คนอื่นมองเราเปลี่ยนไป ปฏิบัติกับเราเปลี่ยนไป”

“...”

“แล้วแม้แต่เจนตอนนี้ เจนก็รู้สึกกับพี่เปลี่ยนไป”

เขาพูดถูก...

“แต่แล้วไงล่ะ เจนแค่ตกใจเฉยๆ แต่มันไม่ได้มีผลกับความรู้สึกรักชอบซะหน่อย เจนจะไม่รักพี่มากขึ้นแค่เพราะพี่เป็นลูกเศรษฐีหรอก เหมือนกับที่จะไม่เลิกชอบแค่เพราะพี่เป็นเด็กซิ่วนั่นแหละ แล้วจะบอกให้เลยนะ ว่าถ้าพี่ไม่อยากให้คนเขาสงสัยอะไรในตัวพี่ พี่ก็ต้องเลิกมีไลฟ์สไตล์แบบนี้ ไม่งั้นใครที่ไหนมันก็ต้องข้องใจทั้งนั้น พูดออกมาได้ว่าพ่อทำงานโรงงานรองเท้า ตอนนี้เปลี่ยนมาทำบริษัทขนส่ง ส่วนแม่เป็นแค่แม่บ้าน จะบ้าเหรอ คนมันก็ยิ่งสงสัยน่ะสิ เผลอๆ จะคิดว่าพี่ไปฉกชิงวิ่งราว ขโมยขโจร หรือทำงานผิดกฏหมายถึงใช้ชีวิตแบบนี้ได้”

เขาถอนใจ ยอมพยักหน้าแกนๆ ให้เรื่องมันจบเพราะไม่อยากเถียงกับผมอีก (ส่วนใหญ่ผู้ชายก็จะยอมเพื่อให้เรื่องมันจบๆ อย่างนี้แหละ ผมรู้น่า เคยคุยกับผู้หญิงมาก่อน)

“อืมๆๆ พี่ผิดเองแหละ”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว!”

“แล้วตกลงว่าเราสองคนจะยังคุยกันต่อใช่ไหม"

ผมยกมือขวาขึ้นเกาหัว มองไปที่สนามหญ้ามืดๆ ข้างหลังเขา แต่ก็พยักหน้า...

พอได้รู้ทุกอย่างแล้วผมรู้สึกโล่งขึ้นเยอะมาก หัวใจมันกลับมาพองฟูอีกครั้งเหมือนชีสซูเฟล่ที่อบเสร็จใหม่ๆ พอมาคิดดูแล้ว...พี่เจนก็ไม่ได้โกหกผมจริงๆ นั่นแหละ... ผมก็อาจจะอ่อนไหวเกินเบอร์ไปหน่อย แต่ตอนนี้เมื่อเขาเคลียร์ทุกอย่างให้ผมได้ ผมก็ไม่มีอะไรที่จะต้องติดใจอีก

พี่เจนยิ้มน้อยๆ ออกมาจนได้ เขาเอามือขวากดหัวผมจนผมแทบจะหน้าคว่ำคะมำลงไปบนพื้น

“โอ๊ยยย พี่เจนนน!”

“วันหลังมีอะไรก็มาถามพี่ก่อนสิ เก็บไปไม่คุยกันแบบนี้ได้ยังไง"

“ก็เจนถามแล้วไง ตอนเราเรียนโซเชียลแดนซ์ พี่นั่นแหละบ้ารึเปล่า ทำไมไม่อธิบายมาดีๆ ตั้งแต่แรกล่ะ นี่พี่ผิดนะ ไม่รู้ตัวเหรอ ไหนเมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยไงว่าตัวเองผิดเอง"

เขายอมปล่อยมือจากผมที่โวยวายอยู่จนได้ ผมรู้สึกว่าผมได้ยินเสียงถอนหายใจ ก่อนเขาจะพูดออกมา

“...พี่เสียใจมากนะที่เจนหลบหน้าพี่"

“เสียใจอะไร โกรธมากกว่าน่ะสิ มาซะน่ากลัวเลยนะ"

“เสียใจจริงๆ เสียใจมากกว่าโกรธเยอะ เจ็บไปทั้งใจเลย"

“ขนาดนั้น...”

เพราะเขินผมเลยพูดออกไปได้แค่นั้น ผมยกมือลูบตีนผม แล้วพี่เจนก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวจะระเบิดเอาให้ได้

“อืม นอนไม่หลับเลย ก็บอกแล้วไงว่าพี่ชอบเจนมาก"

“พอเหอะ...”

“ทำให้พี่คิดเลยนะ ว่าตอนนั้นที่พี่หลบหน้าเจน เจนคงรู้สึกแย่แบบนี้เอง"

“อืม...รู้แล้วก็ดี ถือว่าใช้กรรมกันไป"

“ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวเลย ใจจะขาด"

ผมก้มหน้าเอาเท้าเขี่ยพื้นหินจนถ้ามันเป็นทรายก็คงจะกลายเป็นหลุมลึก แล้วพอเงยหน้าขึ้นไปก็ต้องพบกับสายตาที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหวรุนแรง สายตาที่เจือแววตัดพ้อ... แต่ก็ยังแสดงออกชัดว่าต้องการเรามากแค่ไหน

“อะไร ไม่ต้องมามองแบบนี้เลย" ผมทำปากเก่ง

“อยากมอง ไม่ได้เหรอ ไม่ได้มองตั้งนาน"

“มองบ้าอะไรล่ะ"

“มองคนที่บอกเลิกเรา"

“...บะ...บ้า! ก็ไม่เลิกคุยแล้วไง ตอนนั้นมันโมโหนี่หว่า...”

“ยี่สิบเจ็ดแล้ว ไม่อยากเริ่มใหม่แล้วอ่ะ"

“...พอเหอะ"

คำว่าไม่อยากเริ่มใหม่แล้ว ทำให้ผมรู้สึกจั๊กจี้ในอกแปลกๆ มันทำให้ผมรู้สึกพิเศษเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของเขา ผู้ชายที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็กต์คนนี้

จริงๆ ผมก็ชอบนะ ผู้ชายที่แก่กว่าเยอะๆ น่ะ ให้ความรู้สึกแด๊ดดี๊ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ ชูการ์แด๊ดดี๊อะไรงั้น ฟีลป๋าๆ อบอุ่นจะตาย

“พี่พูดจริงๆ กว่าจะเจอคนที่รู้สึกว่าโดนใจทุกอย่างมันยากนะ ยิ่งโตก็ยิ่งคิดเยอะ"

“ตาแก่เอ๊ย...”

ผมหน้าแดงจนแผ่รังสีความร้อนเพราะความเขิน พี่เจนไม่ได้ว่าอะไรที่ผมว่าเขาอย่างนั้น แต่ใบหน้าหล่อเหลานั่นกลับยิ้มน้อยๆ อยู่ ก่อนเขาจะยื่นมือมาข้างหน้า

“ไม่หนีพี่แล้วเนอะ"

“อืม"

“งั้นไปกินข้าวกัน"

ผมพยักหน้า แล้วคว้าจับมือเขา ผมมองมือเราที่จับกันขณะเดินไปยังลานจอดรถ ใจเต้นตึ้กตั้กเพราะเราไม่เคยจับมือกันเดินมาก่อนเลย

ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีจริงๆ กับการที่เราจับมือใครคนหนึ่ง .. แล้วเราจะไม่อยากปล่อยมือเขาตลอดไป


 


 

“พี่เจน อื้ม...”

ผมหลับตาเมื่อถูกเขาดันลงบนเตียงที่มีผ้าปูสีน้ำเงินเข้มขณะที่ถูกบดขยี้ริมฝีปาก นี่ผมมาให้เขาล่อถึงถ้ำเสืออีกแล้วใช่ไหมเนี่ย แต่พี่เจนสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรนี่ ให้ตาย เชื่อไม่ได้เลย

“พี่เจน... ไหนบอกจะไม่ทำอะไรเจนไง...” ผมพูดเสียงอ่อนขณะถูกไซ้เข้าซอกคอ รู้สึกแปลบปลาบไปทั้งเนื้อทั้งตัวในบริเวณที่เขาสัมผัสผ่าน

“ก็ไม่ได้ทำอะไร...”

ไม่ได้ทำบ้าอะไรล่ะ! กระดุมหลุดจะหมดแผงแล้วเนี่ย

“พี่เจน...เจนก็บอกแล้วไงว่ายังไม่พร้อม...”

“แต่ร่างกายเจนมันพร้อมแล้วนะ”

“อย่ามาหลอกล่อขืนใจเจนอย่างนี้”

“โธ่...เจนครับ”

โอ๊ย เจนครับอีกแล้ววววว

พอได้ยินคำนี้ทีไรใจผมมันหวิวๆ ทุกที เหมือนตัวจะละลายราวกับน้ำแข็งกลางแสงแดดเปรี้ยง แล้วรู้ตัวอีกครั้งทั้งผมทั้งพี่เจนก็ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ ผมครางขณะถูกครอบปากดูดยอดอกข้างขวาในขณะที่อีกข้างถูกมือใหญ่ขยำฟ้อนเฟ้น จี้รูปแม่กุญแจที่เย็นเยียบระไปตามแนวหน้าท้องของผม ถ้าเขาจะทำอะไรผมขึ้นมา ผมก็รู้ว่าผมไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงหรือสู้ได้เลย แต่ผมก็ได้แต่หวังว่าพี่เจนจะไม่ข่วนใจผมให้เป็นแผล ผมหวังว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่มีสัจจะพอ

พี่เจนจุมพิตขึ้นมาจากแผ่นอกจนถึงซอกคอของผม ก่อนเขาจะละตัวขึ้นมาจ้องตากัน เขาอ้าปาก แลบลิ้น แล้วบางสิ่งบางอย่างก็ตกลงมาจากปากเขา ภาพที่เห็นเซ็กซี่จนผมใจเต้นรัว

...จี้รูปลูกกุญแจ...

เขาทำได้ยังไง เสกมันมาจากไหนเมื่อไหร่ มายากลเหรอ

มือหนาสวมสร้อยรอบคอที่เปลือยเปล่าของผมให้ จี้รูปลูกกุญแจกลิ้งไปบนแผ่นอกเปลือยเปล่า ก่อนพี่เจนจะก้มลงไปจุมพิตมันเบาๆ ผมทั้งเขินอาย ทั้งซาบซึ้งและตื้นตันจนอธิบายความรู้สึกของตัวเองในยามนี้ไม่ได้ ความวาบหวามที่แล่นไปทั่วร่างเองก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่เด่นชัด เขาทำของคู่กันมาให้ผม แปลว่าเขาเปิดใจให้ผมจริงๆ ใช่ไหม เขาจริงจังกับเรื่องของเราจริงๆ ใช่ไหม...

ร่างสูงยิ้มในความมืดสลัว

“จะให้ตั้งนานแล้ว แต่มัวโดนหลบหน้าอยู่”

นิ้วเรียวยาวหยิบลูกกุญแจดอกที่ผมสวมมาเสียบเข้ากับแม่กุญแจของตัวเอง เสียงคลิกดังขึ้นเบาๆ เมื่อมันลงล็อกกันพอดีอย่างไร้ที่ติ ในยามนี้หน้าของพี่เจนอยู่ห่างจากผมเพียงแค่นิดเดียว ผมเห็นแม้แต่การเรียงเส้นของขนตาเขา .. เพราะเขาไม่ใช่ลูกครึ่ง เขาเป็นเพียงลูกเสี้ยว และเลือดไทยในตัวเขาก็ไหลเวียนเยอะกว่าเลือดอเมริกันจึงทำให้ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าเขาเหมือนฝรั่งตรงไหน แต่ในยามนี้ที่เราใกล้กันเพียงเท่านี้ ผมจึงได้เห็นรอยกลุ่มกระจางๆ เหนือโหนกแก้มของเขา เห็นว่าจมูกของเขาโด่งสวยได้รูปกว่าชายเอเชียทั่วไป เห็นเบ้าตาที่ลึกชัดอย่างคนตะวันตก คิ้วที่เข้มดกและแพขนตาที่งอนสวยราวกับปัดมาสคาร่า

เขาคือส่วนผสมของงานศิลปะตะวันตกและตะวันออกที่ลงตัวที่สุดในโลก

“มาเป็นเจนเล็กของเจนใหญ่ตลอดไปเลยนะ”

“...”

“นะ”

ผมพยักหน้าทั้งรอยยิ้มกว้าง หยดน้ำใสรื้นขึ้นมาบนสองตาเพราะรู้สึกเต็มตื้นไปทั้งใจ

ผมรักเขา

ผมรักพี่เจน

จุมพิตที่แสนสุภาพประทับผะแผ่วลงมาบนเรียวปากของผมอีกครั้ง ก่อนมันจะกลายเป็นจูบที่เร่าร้อนด้วยเพลิงแห่งรัก จนกระทั่งเป็นจูบที่เร้าใจเพราะเพลิงแห่งเสน่หา มือของเราทั้งสองคนทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง

...คืนนั้น...เราช่วยกันโดยที่แม่กุญแจและลูกกุญแจไม่หลุดออกจากกันเลยทั้งคืน...


 


 

เรายังไม่ได้มีเซ็กซ์กัน ผมยังบริสุทธิ์อยู่

จริงๆ นะ สาบานใต้ต้นโพธิ์เลย

พี่เจนรักษาคำพูดจริงๆ และเขาก็บอกด้วยว่าเขาไม่รับปากว่าจะยอมทนทำอย่างนี้ได้อีกแม้แต่ครั้งเดียว ถือว่าเตือนผมแล้วนะ แน่นอนว่าผมสั่นไหวไม่น้อยกับคำพูดของเขา คิดว่าจะต้องเลี่ยงการอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องหับที่อับจากสายตาคนให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะใจแข็งแค่ไหน เพราะขนาดแค่เป็นการช่วย...ผมว่าผมยังติดใจมันซะแล้ว...

จะเปลี่ยนจากสั่นไหวเป็นสั่นสู้ดีไหมนะ

มันเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่เมื่อรักกันก็จะปรารถนาอยากสัมผัสเรียนรู้ร่างกายของกันและกัน ผมไม่ใช่ผู้ทรงศีลมาจากไหน เมื่อถูกเขาเปิดกล่องแพนโดร่าแน่นอนว่าผมย่อมติดใจได้ไม่ยาก และลีลาของเขาก็ช่างน่าประทับใจขนาดว่ามันยังไม่เต็มรูปแบบ เอาจริงๆ ผมก็กลัวนะว่าเขาจะเบื่อผม จะเบื่อรึเปล่าที่ตอนนี้ผมให้ได้แค่นี้ เพราะจากอายุ...และจากการที่เขาเติบโตมาในประเทศเสรีอย่างอเมริกา เขาคงเคยผ่านอะไรที่เร้าใจกว่าเด็กอนุบาลอย่างผมมาเยอะ

“เป็นอะไรอีกล่ะ ทำไมนั่งก้มหน้าอย่างนั้น”

“หือ?”

“เจนนั่งเงียบตั้งแต่เรากินข้าวเช้ากันจนจะถึงมอแล้วเนี่ย มีอะไรรึเปล่า”

“อ่อ ก็... กำลังมองหุ่นตัวเองอ่ะ”

พี่เจนเลิกคิ้วขวาขึ้น หันมามองผมเพราะรถติดไฟแดงอยู่พอดี สีหน้าเขาดูไม่เข้าใจ

“มองทำไม?”

“ก็... ไม่รู้ดิ แค่อยู่ๆ มันก็คิดมั้ง”

พี่เจนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาพยักหน้าแล้วก็หยิบไอโฟนขึ้นมาเลือกเปลี่ยนเพลงใน Apple music เสียงเพลงสากลดังออกมาจากลำโพงในรถ คลอไปเบาๆ เป็นเพื่อนการเดินทาง แต่อยู่ดีๆ ก็เป็นผมเองที่เอ่ยปากถามขึ้นมา

“พี่เจนคิดว่าเจนลดน้ำหนักดีป้ะ”

เขาหันมามองผม สายคมเคลื่อนขึ้นลงหัวจรดเท้าจนผมชักจะเขินแปลกๆ สายตาเขาทำให้รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวเลย

“ทำไมล่ะ ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่”

“เหรอ... พี่ไม่คิดว่ามันอ้วนไปเหรอ”

“ก็ไม่ พี่คิดว่าคนไทยคลั่งผอมเกินไปมาก”

“อืม จริง” บ้านนี้เมืองนี้เน้นคนผอม เสื้อฟรีไซส์ที่ทำออกมาขายก็เล็กอย่างกับเสื้อหมา จะไม่มีที่ยืนให้คนไซส์ปกติแล้วเนี่ย

“อย่างเจนถ้าอยู่อเมริกา ถือว่าเป็นผู้ชายตัวเล็ก”

แฮะ อยู่ไทยก็เล็กค้าบบบ

“ไอ้เล็กน่ะมันเล็กอยู่แล้ว แต่เจนไม่เพรียวไง คือตัวไม่บางอ่ะ พี่เข้าใจใช่ป้ะ อย่างพี่กับไอ้แก๊ปอ่ะ คือทรงผอม ยิ่งพี่ออกกำลังกายอัพกล้าม มันเลยพอดีมากๆ เลย”

พี่เจนหุ่นดีมากนะเห็นผอมๆ แบบนี้ กล้ามอกกล้ามแขนขึ้นอย่างสวย ผมเห็นซิกส์แพ็คเขาสองรอบล่ะ ตราตรึงละเกิน...

“เข้าใจ แต่พี่ก็ไม่เห็นว่าหุ่นเจนจะมีปัญหาอะไร ถ้าทุกวันนี้มีความสุขกับตัวเองก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ ยกเว้นแต่ว่าเจนจะไม่มีความสุขกับตัวเอง อย่างพี่ พี่ก็เคยคิดว่าตัวเองผอมไป เลยเล่นเวท ซึ่งพี่ก็ชอบตัวเองตอนนี้”

“มีแต่คนบอกว่าเจนออกอวบอ่ะ เจนเลยคิดว่า อืม .. ลดน้ำหนักก็ดีนะ”

พี่เจนขมวดคิ้วขณะเปลี่ยนเลนรถ

“คนพูดมันเป็นใครเนี่ย แบบนี้คือถือว่าอวบแล้วเหรอ พี่ว่ามันปกติมากๆ”

“ปกติ แปลว่าไม่ผอมใช่ไหม สงสัยเจนจะได้ลดน้ำหนักจริงๆ ก็คราวนี้แหละ”

“แล้วเจนจะอยากผอมไปทำไมล่ะ”

“...ไม่รู้ดิ มันคงจะทำให้ดูดีขึ้นเวลาใส่เสื้อผ้ามั้ง จะได้มั่นใจในตัวเองมากขึ้น”

จริงๆ ก็คือจะได้ดูดีขึ้นในสายตาพี่นั่นแหละ...

“ถ้าเจนจะลด เจนก็ต้องลดเพราะตัวเจนเอง เพราะอยากลดเอง ไม่ใช่เพราะมีใครมาบอกว่าเจนอ้วนไป เราไปวิ่งตามความพอใจคนอื่นน่ะเท่าไหร่มันก็ไม่ถึงหรอก” พี่เจนกล่าว สิ่งที่เขาพูดมันตกกระทบในใจผมอย่างจัง จริงที่สุด... ถ้าเราจะทำอะไร เราก็ควรจะทำเพื่อตัวเราเอง ทำเพราะเรารักที่จะเห็นตัวเราเป็นแบบนั้น ไม่ใช่ทำเพราะคนอื่น ทำไมผมไม่คิดได้อย่างนี้นะ หรือเป็นเพราะพี่เจนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วในขณะที่ผมเป็นแค่วัยรุ่น เขาผ่านอะไรมามากกว่าถึงมีระบบความคิดที่ดีกว่าผมหลายเท่า

“แต่ถ้าถามพี่นะ ไม่ต้องลดหรอก ให้มันมีเนื้อมีหนังหน่อยก็ดีแล้ว อ้วนกว่านี้ยังได้เลย”

แต่แทนที่ผมจะสบายใจกลับรู้สึกเครียดขึ้นมาซะอย่างนั้น

“หมายความว่าพี่คิดว่าเจนยังผอมไปเหรอ สำหรับพี่”

“ไม่ใช่ .. นี่เจนไล่บี้อะไรพี่เนี่ยวันนี้ พี่ไม่ได้คิดว่าเจนผอมหรืออ้วน ก็บอกแล้วไงว่าปกติ”

“ก็พี่บอกว่าอ้วนกว่านี้ยังได้เลย แปลว่าพี่อยากให้อ้วนขึ้นป้ะ ประมาณว่าตอนนี้เจนไม่ค่อยมีเนื้อสำหรับพี่ แบบนั้นรึเปล่า”

“เอาเป็นว่ามันโอเคแล้ว กำลังเข้ามือ แบบนี้ได้ไหม”

“ทะลึ่ง!”

“เอ้า” พี่เจนหันหน้ามามองหน้าผมที่แก้มแดง เขายิ้มอยู่ “แต่ที่เราชวนพี่คุยมาทั้งหมดนี่ มันส่อออกไปเรื่องบนเตียงหมดเลยนะ”

เปล่าสักหน่อย!

ผมปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่จริงๆ แล้วก็คิดถึงเรื่องอย่างว่าล้วนๆ พี่เจนเอื้อมมือมาขยี้ศีรษะผม

“แค่นี้ก็ดีจะแย่แล้ว”

คำพูดของเขาทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา แล้วเขาก็กลับไปขับรถต่อสองมือ ผมแอบยกมือขึ้นมาจับหน้าอกตัวเอง

“แบนจังวะ...”

“มันก็ต้องแบนสิ มันไม่แบนก็ประหลาดแล้ว เราเป็นผู้ชายนะ”

“ก็รู้...”

“ทำไมล่ะ เจนอยากนมใหญ่เหรอ”

“บ้าดิ!”

“เอ้า ก็พูดแปลกๆ”

“ไม่อยากนมใหญ่ เจนชอบตัวเอง ไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงสักหน่อย”

“พี่ก็ว่างั้นแหละ”

“...แล้วพี่เจนล่ะ”

“พี่อยากนมใหญ่รึเปล่าน่ะเหรอ ไม่ล่ะ ขอบใจ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น!”

“แล้วอย่างไหนล่ะ”

“พี่ชอบ... ผู้หญิงนมใหญ่รึเปล่า”

“...”

“...”

เกิดความเงียบงันหลายนาที ก่อนพี่เจนจะเปลี่ยนเลนแล้วจอดรถลงข้างทาง ผมหันไปมองเขา แล้วก็พบว่าเขามองผมอยู่ก่อนด้วยสายตารู้เท่าทันเหมือนเวลาผู้ใหญ่มองเด็ก มองด้วยแววตาที่สื่อว่าเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอยู่ๆ ผมถึงมากังวลกับอะไรแบบนี้ ผมเลยได้แต่กลับมาก้มหน้าก้มตามองตักตัวเอง

“พี่ชอบเจน แค่นี้ได้ไหม”

...ตาพี่คนนี้พูดอะไรอีกแล้วง่าาาา

“ชอบหุ่นเจน ชอบหน้าเจน ชอบผมเจน ชอบทุกอย่างที่เป็นเจน”

ผมได้แต่เม้มปากเพื่อกลั้นรอยยิ้มไม่ให้หลุดออกมา

“อีกอย่างนะ นมน่ะ ใหญ่แค่ไหนก็อมได้แค่หัวนั่นแหละ”

พี่เจน!!

ผมตาโตอย่างตกใจกับคำพูดสุดฮาร์ดคอร์นั่น รู้สึกได้ว่ากำลังตัวแดงเป็นกุ้งเผา ข้างในมันอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ หรือลงไปชักๆๆ กับพื้น แต่คนพูดลามกง่ายๆ ไม่อายฟ้าดินกลับยิ้มจนตาโค้งลงไปหมด

“ตามนั้นนะ ไม่ต้องซีเรียสแล้ว”

“ทำไมเป็นคนแบบนี้วะ...”

“เป็นคนแบบไหน”

เป็นคนหื่น!

“...ก็เป็นคนที่ดูน่าจะผ่านมาเยอะ”

“ไม่เยอะหรอก ปกติ เจนน่ะสิไม่ปกติ บริสุทธิ์อะไรขนาดนี้”

“เออๆ”

“แต่ก็ดีใจนะ ที่หลุดมาถึงมือพี่”

ไอ้บ้าาาาาา!

พูดเปล่าๆ ก็เขินแล้วนะ แต่พูดแล้วทำตาเป็นประกายแบบนั้นมันยิ่งเขินเลยโว้ยยยย

คนพูดหัวเราะกับตัวเอง แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนโน่นเลื่อนนี่อยู่สักพักเขาก็วางมันลง ก่อนจะออกรถต่อ

“เจน”

“อะไรอีกล่ะ”

“ฟังเพลงนี้สิ เก่าแล้วแต่เพราะนะ”


 

Oh, her eyes, her eyes make the stars look like they're not shinin'

Her hair, her hair falls perfectly without her trying

She's so beautiful and I tell her everyday

(ตาของเธอ ตาของเธอคู่นั้น สดใสจนทำให้เหมือนว่าดวงดาวบนท้องฟ้าไม่ส่องแสงเลย

ผมของเธอ ผมของเธอ ก็สมบูรณ์แบบโดยที่เธอไม่ต้องแต่งอะไรทั้งนั้น

เธอสวยมากเหลือเกิน และผมก็บอกเธออย่างนี้ทุกวัน)


 

Yeah, I know, I know when I compliment her she won't believe me

And it's so, it's so sad to think that she don't see what I see

But every time she asks me "Do I look okay?"

I say

(แล้วผมก็รู้ ผมก็รู้ว่าเวลาผมชมเธอ เธอไม่เคยเชื่อผมหรอก

แล้วมันก็ช่างน่าเศร้า น่าเศร้าเหลือเกินที่เธอไม่เห็นความงดงามที่ผมได้เห็น

แต่ทุกครั้งที่เธอถามผมว่า “เราดูโอเคไหม?”

ผมก็ตอบทุกครั้งว่า)


 

When I see your face

There's not a thing that I would change

'Cause you're amazing

Just the way you are

And when you smile

The whole world stops and stares for a while

'Cause girl you're amazing

Just the way you are

(ทุกครั้งที่ผมมองหน้าคุณ

ไม่มีสิ่งใดเลยที่ผมอยากจะให้มันเปลี่ยนไป

เพราะคุณน่ะมหัศจรรย์

ในแบบที่คุณเป็นอยู่แล้ว

แล้วเวลาที่คุณยิ้ม

โลกมันเหมือนหยุดหมุนไปเลยชั่วขณะหนึ่ง

เพราะคุณช่างมหัศจรรย์

ในทุกสิ่งที่คุณเป็น)


 

เฮ้อ

...เขินโว้ยยยยยยยย

“อ่ะ ถึงตึกแล้ว เลิกเรียนแล้วไลน์มานะ เดี๋ยวพี่มารับ”

“อืม ไปแล้วนะ” ผมพูด ยังคงแก้มแดงเพราะเขินและมีความสุขอยู่มาก รู้สึกเหมือนทั้งใจมันพองฟูขึ้นมาจนจะล้นออกมานอกอก

ผมปลดเข็มขัดนิรภัยกำลังจะเปิดประตูออกไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกหยิกแก้มขวาขึ้นมา

“ไม่ต้องคิดมากนะ หุ่นเจนดีที่สุดแล้ว แค่นี้ก็เซ็กซี่จะแย่”

“เว่อร์ๆๆๆ”

เขายิ้มจนมุมปากขึ้นเป็นเคิร์ฟสวย

ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าผมรักเคิร์ฟนี้จริงๆ

“ไม่ต้องเขินหรอก มันดีจริงๆ”

“เออๆ พอเลย ไปเรียนแล้วนะ”

ผมปัดมือเขาที่ยังหยิกแก้มผมอยู่ พอลงไปแล้วก็โบกมือบ๊ายบายคนที่ตีวงรถออกไปด้วยหัวใจที่เป็นสุข วันนี้ผมมีเรียนเมคอัพตอนแปดโมงเช้าถึงสิบโมงเช้า พี่เจนไปรับผมมาจากบ้าน เอาจริงมีคนมาคอยดูแลมันก็ดีจริงๆ นะ สบายไปหลายอย่างเลย เรียกว่าเราดูแลกันแล้วกัน

ผมมองนาฬิกาบนหน้าจอไอโฟน ผมมาถึงเร็วมาก เจ็ดโมงครึ่งเท่านั้นเอง ผมหาที่นั่งแล้วไลน์หาเดอะแก๊ง ให้ตาย ยังไม่มีใครมาถึงมอสักคน เจ้าพ่อจอมขี้เซาอย่างไอ้พุฒิยังไม่ตื่นแน่ๆ ส่วนไอ้แก๊ปก็บอกว่ากำลังเข้าห้องน้ำอยู่ น้ำขิงกับเชอร์รี่หายไปเลย สองคนนั้นถ้าไม่แต่งหน้าก็ขับรถอยู่สักอย่าง ส่วนพี่เจนก็คงวกกลับคอนโดฯ ไปแล้ว รู้งี้ให้ลงมารอเป็นเพื่อนก็ดี

เมื่อเพื่อนยังมาไม่ถึงผมเลยนั่งเขียนดราฟต์เอาท์ไลน์ของ essay ชิ้นที่สอง ใส่หูฟังฟังเพลงไปด้วย หากจู่ๆ ก็มีคนมานั่งลงตรงข้ามกัน ผมเงยหน้าขึ้น

“อ่า...”

ผมคุ้นหน้าเธออยู่นะ แต่ว่าผมจำชื่อเธอไม่ได้แม่น เราอยู่ชั้นปีเดียวกันก็จริงแต่แทบไม่เคยพูดคุยกันด้วยซ้ำ รู้สึกเธอจะชื่อขึ้นต้นด้วยจ.จานเหมือนกัน ชื่อไรวะ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่เจน

“เจนเล็ก”

“เอ้อ! ว่าไง”

ผมสะดุ้งเล็กๆ เพราะเธอเป็นฝ่ายที่เรียกผมขึ้นมาก่อน แล้วดึงหูฟังออกจากหูเพื่อแสดงออกว่าสนใจที่จะฟังเธอเต็มที่

“คือ...เจนเล็กจำเราได้ไหม เราเคยให้เจนเล็กยืมชีทเราไปซีร็อกซ์วันก่อนโน้น...”

“จำได้สิ จุ๋ยไง ว่าแต่จุ๋ยมีอะไรให้เจนช่วยรึเปล่า”

ผมนึกออกแล้ว เธอชื่อจุ๋ยนั่นเอง

“เจนเล็ก เราได้ยินมาว่าเจนเล็กสนิทกับพี่เจนใช่ไหม .. พี่เจนใหญ่ ที่อยู่ปีสี่”

“...”

ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่พยักหน้าช้าๆ หัวใจเต้นเร็วขึ้นขณะที่ในหัวเริ่มคิดไปร้อยแปดพันเก้า จุ๋ยมีอะไรกับพี่เจนงั้นเหรอ เอาล่ะ ถามแบบนี้จุ๋ยคงไม่รู้ว่าผมกับพี่เจนเป็นแฟนกันแล้ว (อันที่จริงก็เพิ่งเป็นแฟนกันได้แค่สองวัน) คงไม่ใช่ว่าจะมาฝากของอะไรไปให้พี่เจนหรอกนะ หรือว่าจะฝากผมไปบอกรักเหมือนตอนคราวน้ำขิง ขืนผมทำให้ มีหวังคราวนี้ได้ทะเลาะกันใหญ่โตแน่ แค่คราวที่แล้วพี่เจนยังงอนแทบตาย

“เอ่อ จุ๋ยมีอะไรรึ -- ”

“ฝากไปบอกพี่เจนว่าอย่าทำอะไรเราเลยนะ เราขอโทษที่หนี คืนนี้สี่ทุ่มเราจะไปรอที่ลานจอดรถ B .. ถ้าพี่เจนอยากจะเปลี่ยนเวลาหรืออะไร ขอแค่เลิกบล็อกเบอร์เราแล้วโทรมา คราวนี้เราจะไม่หนีอีกแล้ว อะไรที่ขอมา เราจะทำให้ทุกอย่าง ทุกอย่างเลย”

“...”

เสียงของจุ๋ยที่ละล่ำละลักอย่างกลัวสุดขีดทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก ก่อนเธอจะจับแขนผมราวกับว่ามันคือเส้นด้ายที่ยื้อชีวิตเธอไว้ ดวงตาคู่นั้นเริ่มเอ่อท้นด้วยน้ำตา เธอก้มหน้าก้มตาพูดเสียงสั่นจนน้ำตาหยดลงบนแขนผม

“นะ เจนเล็กไปบอกพี่เจนให้เราหน่อยนะ เราขอร้อง เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

ภาพของเพื่อนร่วมรุ่นที่ก้มลงร้องไห้ราวใจจะขาดทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก

...นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!

 

 

 

 

----------------------

ฮวังซอล

จริงใจกับน้องเจนเล็กรึเปล่าไม่รู้ให้คิดกันเอง แต่ไอ้เรื่องไม่เคยจะไว้ใจได้นี่ปวดหัวแทน 5555

หมดเรื่องนั้นไปก็มีเรื่องนี้มาต่อ โอ้ยยยยย

อากาศหนาวแล้ว คนอ่านอย่าลืมห่มผ้าอุ่นๆ กันนะคะ

รักเสมอค่ะ รักมากๆ ด้วย ขอบคุณที่สนับสนุนกันนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

รออ่านสกรีมแท็กที่ #อย่าขอพี่เจน ในทวิตเตอร์อยู่นะ 3

 

ปล. ตั้งแต่เรื่องหัวบนหัวล่าง มายันเรื่องอมได้แค่หัว น่าจะรู้กันว่านอกจากความลึกลับแล้วพี่เจนมีมุมไหนอีก 55555

ปล2. เค้าขอขึ้นราคา coins นิดนึงนะคะ แค่นิดเดียวจริงๆ ค่ะ ._. แล้วเค้าสัญญาว่าจะไม่ขึ้นอีกแล้ว มันจะราคาเท่านี้ตลอดไปไม่มีอำนาจใดลบล้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.002K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,788 ความคิดเห็น

  1. #3275 Soo Gass (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 13:43
    อิพี่เจน แม่อยากทบุพี่จริงๆ555 หื่นจังเลยเว้ยยยยย
    #3,275
    0
  2. #3239 tarun_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 19:56
    พี่อธิบายดีมากนะ ถ้าเราเป็นเจนเราก็เชื่อพี่อะ หลักฐานของพ่อแม่มันชัดเจนทุกอย่าง ติดอยู่อย่างเดียวที่น้องไม่ได้ถามคืองานที่พี่เจนทำ ซึ่งถ้าถามก็คงตอบแบบกว้างๆอีกเหมือนเดิม สู้นะเจนเล็ก
    #3,239
    0
  3. #2969 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 00:20
    เจนเล็กทำใจดีๆไว้ ตอนไปนี้ต่างหากของจริง 55555เคยคิดว่าพี่มันเป็นแวมไพร์ด้วย55555555555 เอ้อ ลึกลับละเกิน
    #2,969
    0
  4. #2887 PCB614 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 17:07
    ก็ว่าอยู่ มันน่าจะไม่จบแค่นี้อะ พี่เจนยังมีความลับอะไรอีกมากมายเลยที่เรายังไม่รู้ น้องเจนทำยังไงดีลูก
    #2,887
    0
  5. #2842 สาววายกับเจ้าชายอสูร (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 03:22
    เหมือนยกภูเขาออกจากอก ที่ไหนได้ มันยังมีอยู่บนหัว เจนใหญ่จะเรียกว่าแถก็ไม่ได้ เรียกว่ารู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางหรอ แบบเออนางก็ตอบตามจริง แต่มันแค่ผิวเผินไม่ได้ลงรายละเอียดลึกอะไร นั่นก็พออนุโลมไหนจะที่เคยเรียนฮาวาร์ดแบบคนอะไรฉลาดจังโว้ยย แล้วเหมือนจะเรียนจิตวิทยามาด้วย ไม่แปลกเลยที่เขาจะรู้วิธีควบคุมคนอื่น ถ้าทำแบบนี้คนฟังจะรู้สึกแบบไหน ใดๆก็คือเขินที่นางเปิดเพลงให้ฟัง สรุปตอนนี้เป็นไบโพล่าแล้วคนอ่านฮื่อออ ตอนที่มีความสุขมันก็โคตรสุขเลย ชอบจัง
    #2,842
    0
  6. #2633 BunBunpp_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 13:35
    แต่มันมีจริงๆนะ คนที่ถามแล้วตอบเท่าที่ถามอ่ะ...
    #2,633
    0
  7. #2437 tang_thai°°° (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 12:29
    นี่คือเชื่อใจพี่เจนไปเต็มๆแล้วอ่ะ
    #2,437
    0
  8. #2388 SSbts2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:44
    เชื่อแล้วว่าพี่เจนฉลาดมาก ตอบครบจบทุกข้อสงสัยเลยอ่ะ แต่ยัยน้องยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอื่นๆอีกอ่ะ ถ้ารู้มาจะรอดมั้ยเนี่ย ยังคงเชื่อพุฒินะ ถ้าไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอก! แล้วมาคบกับพี่เจนแบบนี้พุฒิจะว่าไงหว่า คราวก่อนขอให้เลิกคุย สรุปว่านอกจากไม่เลิก ยังยอมคบด้วยจ้า ไปสุดมากยัยน้องเจน555555555 // ชอบมุกหื่นๆของพี่เจนอ่ะ เป็นสเน่ห์อีกอย่างที่น่าหลงเป็นบ้า ฮือออออ
    #2,388
    0
  9. #2314 mnisp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 00:57
    กลับมาอ่านอีกรอบคือพี่เจนให้สร้อยลูกกุญแจน้องคือเหมือนจะให้น้องเป็นข้อยกเว้นปะแต่ตอนนี้น้องคืนพี่เจนไปแล้วแงงง
    #2,314
    0
  10. #1642 nnnida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 01:35
    กำลังจะบอกน้องเลยว่าเหลือเรื่องงานขอวพี่เจนนะลูก ลูกไม่ได้ถามพี่เค้าๆก็ไม่ได้ตอบ แงงงงง พี่เจนปมเยอะจริง ใจระทึกไปหมด
    #1,642
    0
  11. #1486 yamakawaii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 09:46
    5555 พี่เจนหาเรื่องอีกแล้วว

    แต่เอาจริงๆสิ่งที่เจนเล็กสงสัยเจนใหญ่ก็ตอบหมดแล้วนี่เจนเล็กไม่ได้ถามเรื่องที่แบบหนี้บุญคุณไรงี้เลย 555
    #1,486
    0
  12. #1480 OhohohLOTTO (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:34
    เป็นรักที่มีให้น้องแบบรุนแรงชัวว์ๆ แบบรักมาก ไว้ใจมากก //เรื่องยังไม่ทันหายดีเรื่องใหม่มาอีกแล้วว แล้วยัยจุ๋ยนี่มาทำให้น้องคิดอี๊กกก //น้องต้องทำอะไรสักอย่างจนตะพี่โกธรเป็นปีศาจจจจ
    #1,480
    0
  13. #1460 Mabaeklol (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 08:01
    คิดว่าชอบน้องจริงๆนั้นแหล่ะเพราะคนแบบนี้คงเชื่อใจคนยากแต่ให้แม่กุญแจน้องไปแล้วแต่เรื่องอื่นนี่ต้องว่ากันต่อไป;-;ปมคงหนักหนา
    #1,460
    0
  14. #1459 Nam_THTH (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 21:28
    น่าจะจริงใจกับเจนเล็กแหละ แต่พี่เจนน่าจะมีแบบต้องตอบแทนบุญคุณอะไรแบบนี้ มันต้องมีเหตุผลมาอธิบายเรื่องข่าวลือ คนเรามันเป็นสีเทาหมดนั้นแหละ ขึ้นอยู่กับว่าเข้มมากหรือน้อย
    #1,459
    0
  15. #1453 super__p (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 15:35
    ยังระแวง แต่ฟังคำอธิบายนี่คือเคลียร์มากอ่ะ
    #1,453
    0
  16. #1446 kornkamon_cy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 13:48
    เป็นคนน่ารักแบบนี้ตลอดๆไปนะพี่เจนนนน
    #1,446
    0
  17. #1444 pepimm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 09:21
    เปิดมาแบบเครียดๆ ผ่านมาพักนึงเริ่มผ่อนลง ตอนจบพลิกกลับมาเครียดอีก พนมมือแล้วพ่อ__/|\__
    #1,444
    0
  18. #1443 ts0606nan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 09:06
    เอาเเล้วพี่เจนไม่ทันได้นั่งพักหายใจก็ดันมีเรื่องมาอีกเเล้ว
    #1,443
    0
  19. #1442 mme_mint (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 05:36
    โอ้ยคือบับ ดือมาก สนุกมากวางไม่ลง
    #1,442
    0
  20. #1440 Witch Y (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 04:57
    เอาแล้วพี่ ทีนี้จะอธิบายยังไงงงง
    #1,440
    0
  21. #1436 Jinjoo.K (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 01:32
    คำอธิบายอิพี่มันก็ดูมีเหตุผลนะ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้มีข่าวลืออะไร แต่พออ่านมาเรื่อยๆ เออ นั่นแหละ ไม่ไว้ใจ55555
    #1,436
    0
  22. #1435 tonxxi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 01:22
    น้องเจนมีเรื่องให้คิดอีกเเล้ว คงไม่เเฟนกัน2วันเลิกนะเเงงงง
    #1,435
    0
  23. #1434 beamark9397 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 01:22
    อยากรู้แล้ววววสสสส
    #1,434
    0
  24. #1433 doggyv (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 01:02
    น้องเจนเล็กคิดไปเองจนมีปัญหามาทีหนึ่งแล้ว​ คราวนี้ก็กรุณาไปคุยกับเจ้าตัวตรงๆเถอะค่ะ
    #1,433
    0
  25. #1432 pcard (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 00:38
    โถ่~~พี่เจนนนนน มีเรื่องมาอีกแล้วจ้าาา อะไรที่ปิดน้องไว้ก็ค่อยๆโผล่ออกมาละ
    #1,432
    0