Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 13 : 12 | He always answered

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,052 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

Chapter 12

He always answered


 

Baby I'm not Rihanna,

so I don't love the way you lie.”


 

- Anonymous


 


 

ผมมาคิดดูแล้ว ผมไม่เคยได้รู้ชื่อเต็มเขาเลย และเขาก็ไม่เคยบอก... และชื่อในหน้าปกโปรเจ็กต์ของเรา มันก็เขียนแค่ Mr. Jane Palakorn


 

'ไอ้จี้รูปแม่กุญแจนี่มีความหมายไหมอ่ะ หรือแค่ใส่เพราะชอบเฉยๆ'

'มีสิ'

'เหรอๆๆ คืออะไร'

'มันล็อกเก็บอะไรบางอย่างเอาไว้'

'เก็บอะไรอ่ะ บอกหน่อยดิ'

'ความลับไง'

...’

'พี่ล้อเล่น ทำหน้าซะตกอกตกใจใหญ่'


 

ผมสับสนไปหมด เริ่มคิดมากและรู้สึกว่าเขามีความลับจริงๆ ไม่ได้แค่ล้อเล่น

...ถ้าไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงไม่บอกผมว่าเขาเป็นลูกครึ่ง หรืออะไรก็ตามแต่ที่เขาเป็น ไหนจะเรื่องที่เขาอายุตั้งยี่สิบเจ็ดปีแล้วอีก

อยู่แค่ปีสี่แต่อายุตั้งยี่สิบเจ็ดปี นี่มันบ้าชัดๆ แล้วสมองอย่างพี่เจนน่ะเหรอจะตกจนต้องเรียนซ้ำ ไม่ว่าจะชั้นมัธยมหรือมหาวิทยาลัยก็เหอะ เขาฉายาว่าเจนเทพนะ มีความทรงจำแบบรูปภาพ เป็นเจ้าพ่อเก็บ A มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เขาจะอายุตั้งเท่านั้นแล้วยังเรียนปริญญาตรีไม่จบ นี่มันบ้าชัดๆ อะไรกัน... มันคืออะไรกันแน่!

ผมยกมือขึ้นกุมศีรษะ รู้สึกสับสนจนปวดหัวเหมือนกำลังอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย เท่ากับว่าพี่เจนห่างกับผมตั้งเจ็ดปี แล้วเขาก็ไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้เลยสักแอะเดียว

...แล้วมันมีอะไรเกี่ยวกับเขาอีกบ้าง ที่ผมยังไม่รู้...


 


 

“เอาล่ะนักศึกษา วันนี้เราจะเริ่มจังหวะวอลซ์ (Waltz) กันนะ ทุกคนดูครูก่อน"

แล้วอาจารย์รพีก็จับคู่กับกิ๊บเหมือนเดิม เพื่อเต้นวอลซ์ให้ทุกคนดู จังหวะวอลซ์นั้นค่อนข้างช้ามากถ้าเทียบกับท่าเต้นพื้นฐานอื่นๆ ที่เราได้เรียนกันไปก่อนหน้านี้ เพราะดนตรีของจังหวะวอลซ์บรรเลงด้วยความเร็วสามสิบเอ็ดห้องเพลงต่อหนึ่งนาทีเท่านั้น เทียบกับชะชะช่าไม่ได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นวอลซ์ก็มีความยากของมันตรงความสง่างามที่ทุกคู่ต้องนำเสนอ และยังต้องเต้นให้ดูลื่นไหล นุ่มนวล ซาบซึ้ง และเร้าอารมณ์อีกด้วย

ในการแข่งขันลีลาศจริงๆ จังหวะวอลซ์จะเป็นจังหวะแรกเสมอที่จะได้แสดงให้ประจักษ์แก่คณะกรรมการผู้ตัดสิน และจะเป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียวที่จะสร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็น ดังนั้นคู่เข้าแข่งขันส่วนใหญ่จึงมักเจียดเวลาถึง 40% ของการฝึกซ้อมให้กับจังหวะวอลซ์ ซึ่งเรียกได้ว่าวอลซ์นั่นเป็นจังหวะที่มีความสำคัญในการเต้นลีลาศอย่างมาก

“เอาล่ะทุกคน เข้าคู่ได้!"

ผมก้าวเข้าไปประสานมือกับพี่เจน เริ่มนับจังหวะในใจตามที่อาจารย์รพีสอนเมื่อกี้แล้วจ้องตากับคู่เต้นรำ พี่เจนยังคงเป็นผู้นำที่ดีเสมอ ประสบการณ์ในการเต้นของเขาไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้

จังหวะวอลซ์ที่ค่อนข้างช้าทำให้ผมเต้นเป็นได้ไวกว่าท่าอื่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้ดีแก่ใจว่าผมยังไม่สามารถนำเสนออารมณ์ซาบซึ้งอะไรผ่านท่าเต้นตัวเองได้ทั้งนั้น ที่ผมทำอยู่ก็แค่ท่าเต้นมาตรฐานที่ไร้ซึ่งอารมณ์

พี่เจนยิ้ม

“เจนเต้นเก่งขึ้นนะ"

ผมยิ้มบางๆ กลับ ยักคิ้วให้เขาด้วย

"คนเราก็ต้องพัฒนา อีกอย่าง ท่ามันไม่ยากนี่"

'ยัง' ไม่ยากน่ะสิ"

"เจนก็ว่างั้น"

แล้วสักพักอาจารย์รพีก็เริ่มเปิดเพลงวอลซ์ให้พวกเราเต้นไปตามเพลงหลังจากที่ให้นับจังหวะด้วยปากเปล่าอยู่ครู่ใหญ่ ผมรู้สึกจริงๆ ว่าท่านี้ผมเต้นได้คล่องกว่าท่าอื่นๆ มาก เพราะผมเต้นได้โดยที่บางครั้งก็ไม่ต้องนับจังหวะในใจด้วยซ้ำ หรือมันเป็นเพราะว่าผมเริ่มชินกับการเต้นลีลาศแล้วก็ไม่รู้ หรือว่าความจริงแล้วผมเป็นเทพแห่งวอลซ์

ก็แย่ล่ะ...

ผมจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำของพี่เจนที่ก็จ้องมองผมอยู่เหมือนกัน ตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่ม

“พี่เจน"

“ว่าไง"

“ตกลงชื่อเจนนี่ มันย่อมาจากอะไรนะ"

“ก็เจนเฉยๆ ไง"

โกหก...

“ทำไมครับน้องเจนอารีย์"

เขาถามกลับ ผมยังคงยิ้มหน้าชื่นทั้งที่หัวใจกระตุกเล็กๆ กับคำตอบของเขา เราเต้นรำเคลื่อนตัวกันไปอีกด้านของห้องตามท่วงท่า ผมถือโอกาสถามก่อนหมุนตัวออก

“เปล่าหรอก .. แค่ยังข้องใจไม่หายว่าทำไมชื่อเจนเฉยๆ ล่ะ พี่เป็นลูกครึ่งเหรอไง"

พี่เจนดึงผมให้หมุนกลับมาเผชิญหน้ากับเขา คนตัวสูงยังคงยิ้มบางๆ

“เปล่า พี่ไม่ใช่ลูกครึ่ง คนไทยชื่อเจนไม่ได้เหรอ"

โกหก...

โกหกทั้งเพ...

ผมยิ้มรับคำพูดของเขาทั้งที่เจ็บปวดที่โดนโกหกตลบแตลงซึ่งหน้า รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงจนหน้าสั่น ผมไม่คาดฝันมาก่อนจริงๆ ว่าจะถูกโกหกใส่ จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าผมอยากจะตะโกนกรีดร้องใส่หน้าเขา แต่แล้วไงเล่า... มันจะมีประโยชน์อะไร...

คำถามที่จะถามว่าจริงๆ แล้วเขาอายุเท่าไหร่กันแน่ถูกกลืนกลับเข้าไปในท้อง

เพราะเขาคงไม่มีวันพูดความจริงกับผม ไม่มีวัน...


 


 

ผมเลิกคิดในสิ่งที่ได้รู้อยู่เต็มอกไม่ได้ หากก็ไม่กล้าพอที่จะถามเขาอีกครั้ง ในเมื่อเขาเอ่ยออกมาแบบนั้น มันก็ชัดเจนแล้ว ว่าเขาโกหก

และการที่เขาโกหกผมมันแปลว่าเขามีเรื่องอะไรที่ต้องปิดบัง แล้วคนเราจะต้องปิดบังเรื่องอะไรไปทำไมกันถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ดี

มันเป็นเรื่องปกติที่เวลาที่เรามีอะไรดีๆ เรามักจะประกาศบอกให้โลกรับรู้ แต่เวลาที่เรามีอะไรเน่าๆ ซ่อนไว้ นั่นแหละ...คือสิ่งที่เราอยากจะซุกซ่อนไว้ใต้พรมผืนสวยให้ลึกที่สุด คือสิ่งที่เราอยากจะฝังมันลงดินไว้ตลอดกาล

และการโกหกก็คือการปิดพรางที่ทำได้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด และก็ยังเป็นการกระทำเบื้องต้นของการปกปิดความผิดทุกประเภทด้วย

ตอนนี้สิ่งที่รายล้อมอยู่รอบตัวผมในตอนนี้มันเป็นความรู้สึกกลัวที่ชัดเจนมากๆ กลัวทั้งที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังกลัวอะไร และมันพาลทำให้พฤติกรรมและการกระทำของผมเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ปกติแล้วผมติดพี่เจนมาก เราไปไหนมาไหนกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ตอนนี้ผมกลับอ้างว่าผมไม่ว่างไปเจอ และสารพัด เวลาเดินสวนกันผมก็บอกว่าผมรีบอยู่ คลาสแอ๊บนอมอลผมก็บอกว่าต้องนั่งกับฤกษ์ ไม่งั้นเดี๋ยวมันไม่พอใจ ทั้งที่ฤกษ์ไม่เคยพูดอย่างนั้นสักคำ ซึ่งมันสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้พี่เจนสงสัยมากๆ เพราะปกติไอ้ฤกษ์มันเข้าใจดีที่ผมจะไปนั่งกับพี่เจน ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเลี่ยงเขาไปได้อีกนานแค่ไหน

“พุฒิ มึงไปไหนวะ"

“กลับหอดิ essay วิชา ec กูยังเขียนไม่เสร็จเลยไหม outline อย่างเน่า พรุ่งนี้เช็ก first draft ด้วย"

“เหรอ... กูไปด้วยได้ป้ะ เดี๋ยวช่วยทำ"

“จริงอ่ะ? ของมึงเสร็จแล้วเหรอ"

“เสร็จเมื่อวานซืน ตกลงให้กูไปด้วยได้ไหม"

“ได้ อะไรวะ มาแปลก หรือว่ามีอะไรอยากคุยกับกู?"

“...เปล่า"

“แล้วมึงไม่เตะบอลเหรอวันนี้" แก๊ปยื่นหน้ามาถาม ผมส่ายหน้า

“ไม่ว่ะ วันนี้ไม่มีอารมณ์"

“นี่มึงไม่สบายป้ะเนี่ย ไม่ไปเตะบอลแต่จะไปช่วยไอ้พุฒิทำ essay เหี้ย! กูต้องบันทึกโมเมนต์นี้แล้ว"

“เว่อร์ไปไอ้สัด"

ผมด่าไอ้แก๊ปที่เอะอะแถมยังหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าจะอัดวีดีโอ แล้วเราก็แยกกัน ส่วนสองสาวนั่นก็ไปทางใครทางมันแล้ว เชอร์รี่ไปกับแฟน ส่วนน้ำขิงก็ไปกับน้องปีหนึ่งที่คุยๆ กันอยู่ (คนสวยไม่เคยว่างนาน) ผมเดินไปที่รถพุฒิที่ตอนนี้ซ่อมเสร็จดีแล้ว เข้าไปในรถมันที่สะอาดเนี้ยบเหมือนทุกที คนรักรถก็แบบนี้แหละ ผมไม่เคยเห็นฝุ่นสักเม็ดในรถมันเลย

“ตกลงมึงรู้ยังว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถมึงตอนนั้นน่ะ"

“ช่างมันเหอะว่ะ กูไม่อยากพูดถึงมันแล้ว"

“โอเคๆ งั้นกูไม่พูดล่ะ" ผมกล่าว ในเมื่อเพื่อนไม่อยากพูดถึงผมก็จะไม่ทู่ซี้ พุฒิเลี้ยวรถไปหลังมออันเป็นที่ๆ หอมันตั้งอยู่ ไอ้แก๊ปอยู่หน้ามอ ส่วนพุฒิอยู่หลังมอ ส่วนพี่เจน... อยู่ไกลไปอีก เพราะเขาไม่ได้อยู่หอหรืออพาร์ทเมนต์ เขาอยู่คอนโดมิเนียม

“หาไรกินก่อนไหม มึงหิวรึเปล่าเจน"

“อือ ก็นิดนึงอ่ะ แดกล่าสุดก็พร้อมมึง ตั้งแต่สิบเอ็ดโมง"

“จะกินไรล่ะ เดี๋ยวเลี้ยง"

“ทำไมชอบเลี้ยงกูวะ ไม่ต้องเลย เดี๋ยวกูจ่ายเอง"

เราตัดสินใจแวะกินขาหมูเฮียกัน ระหว่างที่กำลังรออาหารมาเสิร์ฟเราก็คุยกันสัพเพเหระ หากจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแหวกอากาศมาก

“ไอ้พุฒิ! พุฒิโว้ย!”

พวกผมหันหน้าไปตามเสียง แล้วก็เรียกร้องชื่ออีกฝ่ายออกมาพร้อมกัน

“พี่แดน!”

“อ้าว ไอ้เจนอยู่ด้วยเหรอ ไงมึง ไม่เจอหน้านานเลย"

“ก็สบายดีครับพี่แดน" ผมตอบทั้งรอยยิ้มบางๆ ผมไม่ได้สนิทกับพี่แดนเท่าพุฒิ แต่เราก็คุยกันได้ พี่เขาเป็นคนใจกว้าง และอัธยาศัยดีกับน้องๆ เสมอ

“พี่แดนนั่งด้วยกันไหม พวกผมก็นั่งกันแค่สองคน" พุฒิเอ่ย

“เออ ขอบใจว่ะ คนเยอะชิบหาย โต๊ะเต็มหมดเลย ดีนะเจอพวกมึง"

“นั่งเลยครับพี่" ผมผายมือไปยังเก้าอี้ที่ว่าง พี่แดนนั่งลงอย่างว่าง่าย แล้วพุฒิก็ถาม

“เรื่องไดโน่ไปถึงไหนแล้วพี่" (*ไดโน่ ย่อมาจาก Dynamometer center เป็นศูนย์ทดสอบที่ใช้วัดกำลังงานของเครื่องยนต์ที่มีการถ่ายทอดกำลังงานผ่านเกียร์และเพลาขับ มีไว้เพื่อทดสอบสมรรถภาพรถแข่ง)

“ก็ตั้งไข่อยู่ว่ะ ยังไม่พร้อมเปิดเลย” พี่แดนตอบพลางเอาน้ำแก้วไอ้พุฒิมาดื่ม “กูขอกินนะ”

“ตามสบาย เดี๋ยวผมไปสั่งใหม่”

“ยังไงเดี๋ยวพอเปิดจะให้มึงลองทดสอบฟรีเลยครั้งแรก โอเคไหม”

“โหย พี่แดนแม่ง ไม่เสียแรงที่ผมเป็นน้องพี่ แจ๋วเลย”

“แต่ครั้งหลังต้องจ่ายนะเว้ย พรรคพวกมึงก็กูไม่ให้ฟรีเหมือนกัน ไม่งั้นหมดตูด”

“ฮ่าๆๆ รู้น่า”

“พุฒิ มึงไปสั่งขาหมูให้กูหน่อยดิ เอาแต่หนัง เนื้อไม่เอา พิเศษ ใส่ไข่ด้วยสองฟอง”

“ได้ๆ”

“เออ เดี๋ยวมื้อนี้พี่เลี้ยงเองนะเด็กๆ”

“ไม่ต้องพี่!” พวกผมรีบร้องกันเสียงหลง แต่พี่แดนก็ยืนกรานที่จะเลี้ยง จนในที่สุดพุฒิก็เดินไปสั่งขาหมูให้ผู้เป็นรุ่นพี่ ผมเลยชวนพี่แดนคุยเพื่อไม่ให้มันเงียบเกินไป

“พี่แดนเปิดไดโน่เหรอครับ”

“ใช่แล้วล่ะ แต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างหรอกนะ เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่เท่าไหร่”

“เหนื่อยแย่เลย”

“เหนื่อยสัดหมาเลยล่ะ แต่พ่อพี่กับแฟนพี่ก็ช่วยกันอยู่ จริงๆ เรื่องกำไรก็ยังหวังเป็นเรื่องรองนะ หวังคอนเนกชั่นมากกว่า”

“โหย แต่พี่รู้จักคนเยอะแยะอยู่แล้ว เจนว่าไปได้ดีแน่ๆ”

“สาธุว่ะน้อง” พี่แดนยกมือขึ้นท่วมหัวรับคำอวยพรโดยไม่ถือว่าผมเด็กกว่า แล้วเขาก็ดูดน้ำชาอึกใหญ่ จากนั้นเราก็คุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ พี่แดนเองก็ปีสี่แล้ว ไม่แปลกหรอกที่เขาจะเริ่มหากิจการอะไรของตัวเองทำเป็นการวางแผนอนาคต

พอคิดว่าเขาก็อยู่ปีสี่เหมือนใครอีกคน...ทำให้ผมไม่ได้ที่จะเลียบเคียงถามออกไป

“เอ้อ พี่แดนรู้จักกับพี่เจนไหมครับ”

“เจน? ไอ้เจนเทพใช่ไหม”

“ใช่ครับ”

ไม่แปลกที่พี่แดนจะเรียกพี่เจนว่าเจนเทพ ไม่ได้เรียกว่าเจนใหญ่ เพราะเขาปีสี่แล้ว คงรู้จักกับพี่เจนมานานนมเนื่องจากรุ่นเดียวกัน พวกที่เรียกว่าเจนใหญ่ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นน้องมากกว่า

พี่แดนหรี่ตามองหน้าผม ก่อนจะกล่าวออกมา

“เราคุยกับมันอยู่นี่ มีอะไรอยากถามพี่ล่ะ”

“...” ผมถึงกับสะอึกไป จู่ๆ ก็พูดไม่ออก

“ทำไมล่ะ คิดว่าพี่จะไม่รู้เหรอว่าเราคุยกับมันอยู่ เรื่องดังจะตาย เขารู้กันทั้งมอแล้วแหละ”

“...แฮะๆ ครับ”

“ถามมาสิ”

“อื้ม... พี่แดนสนิทกับพี่เจนไหมครับ”

เขายักไหล่ “ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน ก็รู้จักกันนั่นแหละ”

“งั้นพี่ก็คงรู้เรื่องของพี่เจนบ้าง”

“ก็รู้ .. ทำไมล่ะ อยากรู้เรื่องแฟนเก่ามันรึไง” พี่แดนยิ้มล้อๆ ผมเลยรีบตอบ

“แหม ไม่อยากรู้เรื่องนั้นหรอก เจนรู้แล้วว่าพี่เจนเคยมีแฟนในมอคนนึง แล้วเลิกไปตอนปีสอง”

พี่แดนขมวดคิ้ว

“ไอ้เจนไม่เคยมีแฟนในมอนะ”

“...”

“มึงนั่นแหละเป็นคนแรกที่ชาวบ้านเห็นว่ามันยุ่งด้วย แฟนเก่าในมออะไร ไม่มี กำลังคิดเลยว่าถ้ามึงถามก็จะบอกว่าไม่รู้ เพราะไม่เคยเห็นมันจีบหรือคุยกับใคร”

“...แต่พี่เจนบอกเจนว่าเลิกกับแฟนคนล่าสุดตอนปีสอง”

“ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางแน่ๆ” พี่แดนยืนยันหนักแน่นจนผมพูดไม่ออก “ช่วงปีสองพี่สนิทกับมัน ไม่สิ คำว่าสนิทก็ออกจะเกินไป เรียกว่าตอนนั้นจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันเยอะแล้วกัน แทบจะกินนอนด้วยกัน และพี่ยืนยันล้านเปอร์เซนต์ว่าไอ้เจนไม่เคยมีแฟนในมหา’ลัย”

แล้วถ้าอย่างนั้นเขาบอกผมทำไมว่าเขาเลิกกับแฟนคนล่าสุดตอนปีสอง... เขาโกหกผมอีกแล้วเหรอ แม้แต่เรื่องอย่างนี้ก็ต้องโกหกด้วยเหรอ ผมไม่เข้าใจ

ไม่สิ นี่มันไม่ใช่แค่การโกหกแล้ว มันคือการปั้นเรื่องชัดๆ

“มึงมีคำถามแค่นี้เหรอเจน?”

“เปล่า... พี่แดนก็ .. เจนยังไม่ได้ถามอะไรเลย”

“กูก็ว่างั้น”

“งั้นจากที่พี่แดนบอก ถามได้ไหมทำไมหลังๆ พี่ไม่สนิทกันแล้วอ่ะครับ เคยเป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆ”

พี่แดนหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของผม

“ใครบอกว่าพี่เป็นเพื่อนมัน”

“อ้าว...”

“ไอ้เจนน่ะนะ คนอย่างมันไม่มีเพื่อนหรอก”

พี่แดนมองหน้าผม ยิ้มแปลกๆ เย็นๆ แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันมีแววความเครียดและความแค้นแอบแฝงอยู่ในนั้น

“มันนับใครเป็นเพื่อนด้วยเหรอ”

“...”

“ตั้งแต่มึงรู้จักเจนมา มึงรู้จักเพื่อนเจนสักคนไหมล่ะ ที่เป็นเพื่อนจริงๆ”

“...แต่...แต่พี่เจนเขาก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนตลอด...”

“คนพวกนั้นไม่ใช่เพื่อนไอ้เจน แต่เป็นมือตีน เป็นคนที่จำเป็นต้องอยู่รับใช้มันเพราะติดพันธะกับแม่งต่างหาก”

“...”

“ถ้าเป็นเพื่อนทำไมมึงไม่รู้จัก เจนมันยังรู้จักเพื่อนมึงเลยไม่ถูกเหรอ”

ก็จริง...

“เพราะมันไม่มีเพื่อนไง มันเลยไม่จำเป็นต้องเอาใครมาแนะนำให้มึงรู้จัก ดูเผินๆ มันก็คุยได้กับทุกคน แต่มันไม่มีเพื่อนจริงๆ หรอก”

“...”

“เจน แล้วทำไมมึงไปรักกับปิศาจแบบนั้นได้วะ” จู่ๆ พี่แดนก็หันมามองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ คำพูดออกมาเหมือนเขาระเบิดออกมาทั้งที่พยายามอดทนมาก่อน “ใสๆ อย่างมึงถูกมันเคี้ยวไม่เหลือซากแน่ แล้วมันคิดอะไรอยู่ถึงมายุ่งกับมึง มันคิดจะหลอกมึงรึเปล่า กูล่ะไม่ไว้ใจเลย”

“...”

“พุฒิมันไม่เตือนมึงเหรอ ไอ้ห่านี่ ปล่อยให้เพื่อนไปยุ่งกับอะไรวะ”

แล้วเขาก็ส่ายศีรษะเมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดลงไปถนัดตาของผม

“เอาเหอะ อนาคตแฟนมึงนี่ กูไม่พูดมากแล้ว เดี๋ยวมึงวิ่งไปฟ้องมัน กูจะซวยเอา แต่ช่างแม่งเหอะ มันจะทำอะไรกูก็คงไม่เจ็บแสบเท่าที่ผ่านมาหรอก ไอ้เวรเจน”

“พี่แดน! เฮียบอกว่าเอาเนื้อปนมาด้วยได้ไหม หนังจะหมด”

“เออๆ ได้!”

พี่แดนตะโกนกลับ แล้วเราก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้กันอีกเมื่อพุฒิกลับมานั่งที่แล้วเฮียก็นำขาหมูมาเสิร์ฟ สองคนนั้นกินกันไปคุยกันไปขณะที่ผมเงียบกริบ หมดอารมณ์อยากอาหารจนกินขาหมูได้แค่สองสามคำเท่านั้น ก่อนจะจากกันพี่แดนเข้ามาตบบ่าผม

“มึงจะลืมเรื่องที่กูพูดก็ได้นะเจน แต่กูจะไม่บอกว่ากูล้อเล่นหรอก เพราะกูไม่ได้ล้อเล่น”

“...”

“ถึงเราไม่ได้สนิทกัน แต่มึงก็น้องคนนึง...”

“...”

“ยังไงถ้ามึงเลือกแล้วก็อย่าใส่ใจเลยว่ะ เพราะใส่ใจไป...ก็เท่านั้นแหละ”

...แล้วพี่แดนก็จากไป ทิ้งผมไว้กับความรู้สึกที่หนักอึ้งมากกว่าเดิม ผมมาถึงหอของพุฒิเหมือนร่างไร้วิญญาณ หูมันอื้อไปหมดจนไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น

“...เจน... ไอ้เจน!!”

“ฮะ!! ว่าไงวะพุฒิ”

ผมสะดุ้งสุดตัวขณะที่นั่งอยู่บนเตียงเพื่อน พุฒิเดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าไม่เข้าใจปนกับเป็นห่วง มันเอามือทาบหน้าผากผม

“มึงเป็นอะไรวะ ไม่สบายเหรอ กูเรียกชื่อมึงตั้งนาน พูดอะไรไปมึงก็ไม่ได้ยิน”

“...กู...เบลอๆ ว่ะ... ขอโทษ มึงพูดอะไรนะ พูดอีกทีซิ กูจะตั้งใจฟังแล้ว”

พุฒิละมือออกแล้วนั่งลงข้างๆ ผม จ้องเข้ามาในดวงตา

“มึงมีเรื่องอะไรรึเปล่า มันแปลกตั้งแต่ที่มึงขอมาห้องกูล่ะ ร้อยวันพันปีที่มึงจะขอมาห้องกู ยกเว้นวันที่กลับดึก มีอะไรก็พูดๆ มาเหอะ”

“...”

พุฒิถอนใจ ลุกขึ้นยืน

“ตามใจมึง กูไปเขียน essay แล้วนะ”

“...มึง”

ผมจับชายเสื้อพุฒิไว้ เสียงที่เรียกมันออกไปสั่นเครือสิ้นดี พุฒิหันมา จับมือผมที่สั่นไปหมด

“ว่าไงเจน”

“มึง... กูเห็นบัตรประชาชนพี่เจน เขาเกิดปีสามหก แปลว่าเขาอายุยี่สิบเจ็ดแล้วมึง แล้วเขาก็ไม่ใช่คนไทยด้วย เพราะมันเป็นบัตรประชาชนเมกา พุฒิ...กูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย กูไม่รู้แล้วว่ากูคุยกับใครอยู่ แล้วกูก็กลัวจนกูไม่กล้าถามเขา กูไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

คำพูดของผมล้นทะลักเหมือนเขื่อนน้ำที่แตกออก แล้วน้ำก็ไหลท่วมทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง ผมทนอึดอัดเก็บเรื่องนี้ไว้หลายวันจนพอมีใครมาสะกิดแม้แต่นิดเดียวผมก็ระเบิดได้อย่างง่ายดาย

“แล้วพี่แดนยังมาพูดแปลกๆ กับกูอีก พูดเหมือนที่มึงเคยบอกกู .. แล้วเขาก็บอกว่าพี่เจนไม่มีแฟนมาก่อน ทั้งที่พี่เจนบอกกกูเองว่าเลิกกับแฟนคนล่าสุดตอนปีสอง ทำไมเขาต้องโกหกกูด้วยวะ นี่มันบ้าอะไรกันแน่ มีอะไรที่เขาบอกกูแล้วมันจริงบ้าง กูกลัวอ่ะมึง พุฒิ กูกลัว...”

“เจน มึงใจเย็นๆ”

กูใจเย็นจนจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว! มึงก็เห็น!

“เจน! สงบสติอารมณ์”

พุฒิเอ่ยเสียงเข้มแล้วบีบไหล่ผม มันเขย่าตัวให้ผมตั้งสติ ไม่โกรธสักนิดที่ผมพาลใส่มัน แล้วจึงลูบหลังผมอย่างปลอบประโลม ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเพื่อน

“พุฒิ...”

“เจน”

“พุฒิ...กูอยากร้องไห้...”

“งั้นมึงก็ร้องเลย กูจะปลอบมึงตรงนี้เอง”

ผมปล่อยให้น้ำตาแห่งความสับสนไหลทะลักออกมา แล้วผมก็รู้สึกได้ถึงอ้อมกอดของพุฒิ ผมไม่รู้ว่ามันกอดผมทำไม...แต่ว่าอ้อมกอดของมันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย

“เจน...กูเตือนมึงมาตลอดเลย เพราะกูเป็นห่วงมึง กูรักมึงนะเว้ย...”

“กู...ขอโทษที่ร้องไห้... กูแม่ง... อ่อนแอ...”

“ร้องออกมาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก ถึงมึงอ่อนแอ...มันก็ไม่เป็นไรเลย”

“พุฒิ... มึงรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้วใช่ไหม... มึงถึงไม่ตกใจเลย”

พุฒิไม่ตอบ และนั่นก็คือคำตอบที่ว่ามันรู้อยู่แล้ว... รู้อยู่แล้วว่าพี่เจนอายุยี่สิบเจ็ด และอะไรอีกมากมายที่ผมอาจจะไม่รู้เท่ามันด้วยซ้ำ ก่อนพุฒิจะเอ่ยเสียงแผ่ว

“เจน มึงเลิกยุ่งกับพี่เจนเถอะนะ ได้ไหม”

“...”

“ได้ไหม...”

ผมได้แต่ร้องไห้กับคำถามนั้น เพราะผมไม่รู้ว่าผมจะทำได้ไหม... ผมยังชอบผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อเจน ผู้ชายที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ผู้ชายที่ใครหลายคนบอกว่าอันตราย แต่ผมก็กลัวเขาซะแล้ว และตั้งแต่เล็กจนโต ผมไม่เคยชอบเรื่องอันตรายเลย มากพอๆ กับที่ผมเป็นคนอ่อนไหว แล้วทำไมเขาต้องมาเล่นกับใจผมด้วย ทั้งที่เขาก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง

ทำไมต้องโกหก... ทำไมต้องปิดบัง...

“เจน...มึงเลิกยุ่งกับเขาเถอะนะ...อย่างมึงยังไงก็ต้องมีคนดีๆ มารักอีก... อย่าคิดว่าตัวเองไม่มีใครรักดิวะ...”

คำพูดของพุฒิไหลเข้าร่างผม แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ กลับไป ผมเอาแต่ร้องไห้และเงียบเพราะหาทางออกไม่ได้ และคืนนั้นก็เป็นอีกคืนที่ผมไม่ได้กลับไปนอนบ้าน แต่นอนอยู่ที่หอไอ้พุฒิจนเช้า...


 


 

“เจน มึงกับพี่เจนทะเลาะกันเหรอ”

ผมหันไปมองหน้าแก๊ปอย่างตกใจ แต่ก็ควบคุมสีหน้า

“เปล่า ทำไมมึงถามอย่างนั้น” ผมตอบเสียงเรียบ แก๊ปยักไหล่ พลิกชีทเรียนไปอีกหน้า

“ก็พี่เจนมาตามมึงที่สนามบอลเมื่อคืน”

“...”

“กูก็งงๆ เลยบอกไปว่ามึงไม่มาเตะวันนี้ ไม่ได้บอกเหรอ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วก็กลับไป”

“แล้วมึงได้บอกอะไรเขาอีกไหม”

“ก็บอกว่ามึงไปช่วยไอ้พุฒิเขียน essay เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะโทรหามึงเอง แต่กูก็เดาเอาจากการที่เขาถ่อมาถึงสนามบอลแปลว่ามึงไม่ได้คุยกับเขาก่อน ซึ่งอาจหมายความว่ามึงกับเขาทะเลาะกันอยู่ ไม่ใช่เหรอ?”

“...ไม่ได้ทะเลาะ”

เราไม่ได้ทะเลาะกันจริงๆ ผมไม่ได้โกหก

ผมคิดถึงสายที่ไม่ได้รับสามสายของเมื่อคืน และไลน์อีกมากมายของพี่เจนที่ดองไว้แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกกลัวแปลกๆ ทำไมอยู่ๆ เขาก็กลายเป็นเหมือนเมฆหมอกพิษที่ผมกลัวที่จะเข้าไปหาก็ไม่รู้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้แค่แป๊บเดียว...ผมยังเอาแต่ฝันหวานถึงเขาทุกวัน

“เหรอ อืม งั้นก็ไปคุยกันเองแล้วกันนะ”

“อือ ไม่มีอะไรหรอก”

“นึกว่ามึงงอนเขา มึงยิ่งขี้งอนอยู่ อ่อนไหวเก่ง คิดมากก็เก่ง กูยังบอกเขาอยู่เลยว่าสู้ๆ นะพี่!”

“ไอ้บ้า...”


 


 

หกโมงสิบห้านาที ถ้าเข้าไปตอนนี้ก็ยังทัน ก็จะยังไม่ถูกเช็กชื่อว่าขาดเรียน

ผมมองประตูห้องเรียนลีลาศด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ราวกับว่ามันเป็นประตูแห่งชีวิตของผม ลังเลอย่างมหาศาลว่าจะเปิดประตูเข้าไปดีไหม สองหูได้ยินเสียงเพลงวอลซ์ที่ดังลอดแผ่วๆ ออกมาจากใต้ประตู

...ไม่...ไม่... ผมทำไม่ได้ ผมยังไม่พร้อมเจอพี่เจนตอนนี้ ถ้าเจอหน้าแล้วจะพูดว่าอะไร จะตอบคำถามยังไงที่ไม่รับสายและไม่ตอบไลน์เขาเลยมาตลอดอาทิตย์

ขอตั้งหลักก่อนเถอะ

ผมหันหลังวิ่งสุดฝีเท้าออกมาจากประตูห้องเรียนลีลาศจนเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นดังไปทั่วอาคาร ก่อนจะมายืนหอบอยู่ชั้นสองอันเป็นชั้นโรงอาหารที่เงียบสงัด มีเพียงไฟไม่กี่ดวงเปิดเอาไว้เพราะเวลานี้ไม่มีร้านค้าไหนเปิดแล้วหลังสี่โมงเย็น ให้ตายเหอะ นี่มันอาคารร้างรึไง เกลียดบรรยากาศแบบนี้จัง ในเมื่อตัดสินใจโดดเรียนอย่างนี้แล้วก็กลับบ้านดีกว่า

“ที่รักครับ...”

“...!”

ผมตัวแข็งทื่อ เสียงที่คุ้นเคยจากด้านหลังไม่ใกล้ไม่ไกลทำให้ผมรู้สึกเหมือนเลือดจับตัวกันจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง ผมสูดจมูกอย่างตกใจ กลิ่นน้ำหอมเจือกับกลิ่นบุหรี่จางๆ อัดเข้าเต็มปอด หัวใจของผมตกลงไปแตกบนพื้น

ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“กลายเป็นฝ่ายพี่ที่โดนหลบหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพี่ไม่รู้"

 

 

----------------

ฮวังซอล

 

สุขสันต์วันพ่อค่ะ 3

หวังว่าจะสนุกสนานในการอ่าน

รออ่านคอมเมนต์กับฟีตแบ็คในแท็กทวิตเตอร์เสมอนะค้าบ

#อย่าขอพี่เจน

 

ปล. ถ้าใครอยากโดเนทให้เรา เรายินดี และขอบคุณมากๆ ที่ชื่นชอบฝีมือ เราตั้งใจกับเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะ T_T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,780 ความคิดเห็น

  1. #3237 tarun_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 19:28
    ขนลุกนะ ที่รักงี้ โอ้ยยยย
    #3,237
    0
  2. #2886 PCB614 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:39
    รู้สึกกับคำว่าที่รักของพี่เจนมาก
    #2,886
    0
  3. #2866 Naraprinnnt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 11:48
    เป็นที่รักที่อ่านแล้วขนลุกค่ะ
    #2,866
    0
  4. #2841 สาววายกับเจ้าชายอสูร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 02:44
    เจนใหญ่ทำไมโกหก ชอบคำโปรยมาก แบบความจริงมันตำตาทำไมเทอถึงกุเรื่องมาถึงขนาดนี้ ที่พูดมามันไม่จริงหมดเลยอะ เส้าใจ
    #2,841
    0
  5. #2726 Pawtt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 03:50
    เป็นที่รักที่หลอนมาก ฮือออ อ่านถึงคำนี้แล้วขนลุกไปหมด
    #2,726
    0
  6. #2514 gamnunnapat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 22:14
    คำว่าที่รักคือหลอนไม่ไหว
    #2,514
    0
  7. #2485 Ludeer520 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:38
    กลัวจนหลอนไปหมดเลยอ่ะ ที่รักครับแบบมันไม่ใช่เลย ฮืออออ
    #2,485
    0
  8. #2463 Ice1234567891011 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 01:14

    เป็นเรื่องเเรกที่ทำเรากลัว

    หลอนจัง

    #2,463
    0
  9. #2436 tang_thai°°° (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 12:14
    หลอนจังเลยค่ะ
    #2,436
    0
  10. #2419 Aei Montra (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:30
    แง้้้ ขนลุกตั้งแต่ตอนนที่แล้ว ตอนนี้ใดๆก็คือ หลอนค่ะ
    #2,419
    0
  11. #2387 SSbts2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:59
    โคตรหลอนเลยอ่ะตอนนี้ พอเริ่มรู้ว่าพี่เจนไม่น่าไว้ใจก็ตุ้มๆต่อมๆ ไปหมด ที่บอกว่าให้น้องหนีไปก็คือเรื่องจริง หนีไปน้องเจน หนีไปปปปปปป // พุฒิไม่ได้แอบคิดไม่ซื่อกับเจนน้อยใช่มั้ย -.-+ น่าสังสัยนะนายคนนี้
    #2,387
    0
  12. #2365 mookkuyy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:45
    เป็นที่รักครับที่หลอนมาก แง
    #2,365
    0
  13. #2353 blueeyes111 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:26
    อิพี่เจนน่ากลัวอะ อ่านแล้วเข้าใจเจนเลย หลอน
    #2,353
    0
  14. #2321 jh C (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:36
    น่ากลัวว ทำไมคำว่าที่รักถึงน่ากลัวขนาดนี้ เก่งมากกเลยค่ะไรต์ยกนิ้วโป้งให้เลยค่า
    #2,321
    0
  15. #2320 jh C (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:36
    น่ากลัวว ทำไมคำว่าที่รักถึงน่ากลัวขนาดนี้ เก่งมากกเลยค่ะไรต์ยกนิ้วโป้งให้เลยค่า
    #2,320
    0
  16. #2303 เดือนหนาวเอง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 18:03
    อิพี่อย่าทำแบบเน้ชั้นหลอนไปหมดแล้ว
    #2,303
    0
  17. #2106 frodono44 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 15:28

    บอกเลยว่าตอนอ่านนี่ขนลุกไปหมดแล้วววว


    #2,106
    0
  18. #1641 nnnida (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 01:10
    อุแงงงง ตอนนี้ยังไว้ใจใครได้อยู่มั้ยอ่ะ สับสนไปหมดดดด
    #1,641
    0
  19. #1505 Windysep (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 23:58
    พี่เจนน่ากลัวจังว่ะ 5555555
    #1,505
    0
  20. #1496 totwo.22 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 00:48
    ชั้นไม่ไหวใจใครทั้งนั้น
    #1,496
    0
  21. #1478 OhohohLOTTO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 21:47
    เป็นงงไปหมดเแล้วค้าบบบงง แต่แอบน่ากลัวนะตอนท้ายยยย //พุฒิเหมือนมีซัมติงงง
    #1,478
    0
  22. #1458 ----My-lady---- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:38

    สับสนวู้ยยย

    อย่าทำอะไรลูกฉันนะเจนเทพ!!
    #1,458
    0
  23. #1457 sauvegarder (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 19:57
    โอย ตอนนี้กลัวใจพี่ไปหมด ที่ผ่านมาพี่ชอบน้องจริงๆมั้ย เข้ามาเพื่อหวังอะไรหรือเปล่า โอโห เดาใจไม่ถูกเลย
    #1,457
    0
  24. #1441 mme_mint (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 05:03
    เป็นการอ่านนิยายที่เหงื่อมือแตกตลอด กลัวพี่เจนมากอ่ะ
    #1,441
    0
  25. #1404 turtleswag (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 19:26
    กลัวพี่เจนงะ
    #1,404
    0