Rule no.1: "Don't be too emotional."

ตอนที่ 12 : 11 | I finally sense something + annoucement

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,237 ครั้ง
    5 ธ.ค. 62

Chapter 11

I finally sense something


 

How old are you?”

Seventeen”, he answered promptly

And how long have you been seventeen?”

His lips twitched as he stared at the road.

A while”, he admitted at last.


 

- Stephanie Mayer, Twilight


 


 

ผมตื่นกลางดึกตอนประมาณตีสาม อาบน้ำแปรงฟันแล้วก็สะลึมสะลือกลับมานอนต่อจนเช้า พี่เจนเองก็เหมือนกัน แล้วผมก็ตื่นเต็มตามาอีกครั้งในตอนเช้าตรู่ ดูเวลาแล้วแค่เจ็ดโมงเช้าเท่านั้น ที่เป็นอย่างนี้เหตุเพราะมันนอนเยอะนอนอิ่มจนทู่ซี้นอนต่อไม่ไหวอีกต่อไป

ก็แน่ล่ะสิ หลังจากช่วยกันเสร็จ ผมก็หลับไปเลย จำได้ว่าตอนนั้นฟ้ายังไม่มืดด้วยซ้ำ

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่พี่เจนรักษาสัญญา เพราะเขาโดดเรียนของตัวเองมาติวฟันด์แมทต่อให้ผมจริงๆ ติวจนถึงเที่ยงเราถึงได้อาบน้ำอาบท่าแล้วออกมาหาข้าวกิน แล้วจึงเข้ามาในมอ ผมขยับตัวอย่างรู้สึกแปลกๆ เพราะเสื้อนักศึกษาของพี่เจนตัวใหญ่มาก ส่วนกางเกงผมต้องใส่ของตัวเองซ้ำ เพราะของเขาต่อให้จะรัดเข็มขัดยังไงก็เกาะเอวผมไม่ได้จริงๆ

“เจน เป็นอะไร"

“ก็รู้สึกโล่งๆ อ่ะ เพราะเสื้อมันหลวมโพรกเลย"

“เหรอ ติดกระดุมเม็ดบนสิ"

“โอ๊ยย พี่เจน ไม่เอ๊าา อีกแล้วววว"

ผมดิ้นฮึดฮัดแต่สุดท้ายก็ถูกเขาติดกระดุมเม็ดบนสุดให้อยู่ดี แถมยังยีหัวผมที่เพิ่งสระเมื่อกลางวันจนมันฟูเป็นรังนกอีกต่างหาก พอเขาติดให้แบบนี้ก็แปลว่าห้ามผมแกะออก ต้องอยู่ในสภาพเด็กเอ๋อไปทั้งวัน เพราะไม่งั้น เขาจะงอนผม

“พี่เจน คนบ้า เฮ้ย!”

ผมยกมือขึ้นมาจับแก้มขวาเมื่อโดนเขาขโมยหอมแก้ม แล้วก็ต้องตกใจรอบสองเมื่อเขารวบผมไปนั่งกอดบนตัก

“พี่เจน นี่มันในคณะนะ"

“ใครมันจะผ่านมาตรงนี้ล่ะ ฮึ"

เขาขโมยหอมแก้มผมไม่หยุด ถึงรู้ว่าตรงนี้เป็นจุดที่ไม่ค่อยมีคนผ่านมาแต่ผมก็กลัวอยู่ดี ผมใจเต้นระรัวเพราะยังไม่เคยชินกับความใกล้ชิดระหว่างเราสอง เราไม่ได้เป็นแฟนกัน...แต่ก็เหมือนเป็นแฟนกัน พี่เจนทำให้ผมคิดว่าวันนั้นผมจะเล่นตัวไปทำไมนะ เอาสถานะมานอนกอดตั้งแต่แรกก็ดีไปแล้ว

“จำอะไรที่พี่สอนได้บ้าง"

“ก็... ก็จำได้เยอะอยู่...”

“แล้วจำอะไรได้แม่นที่สุด"

“เรื่องอินทิเกรตนั่นไง" ทวนแล้วทวนอีก

“เหรอ" เขากระซิบทั้งรอยยิ้มร้าย "ไม่ใช่เรื่องที่พี่ใช้ปากให้เหรอ"

“พี่เจน!”

“หืม..."

"...อย่า"

ผมขนลุกเกรียวจนต้องหลับตาปี๋เมื่อถูกเขาเป่าลมเย็นๆ ใส่หลังต้นคอ รู้ตัวอีกทีก็นั่งหนีบขากันแน่นอยู่บนตักเขาแล้ว มือหนาข้างหนึ่งลูบต้นขาผมผ่านกางเกงนักศึกษา

“แล้วตอนนี้จำอะไรได้บ้าง"

จำอะไรไม่ได้เลย...

เขาจูบใบหูของผมแล้วถามอีกครั้งเสียงนุ่ม

“จำอะไรได้บ้างบอกพี่สิ"

ผมส่ายหน้าทั้งที่ยังหลับตา รู้สึกเหมือนความรู้ที่ทวนมาแตกกระจายซ่านเซ็นกันไปคนละทาง

“...จำ...จำไม่ได้..."

“ไม่เอาน่า... จำอะไรได้บ้าง"

“จำได้แต่พี่เจน...”

เพราะหลับตา ผมจึงไม่อาจเห็นรอยยิ้มพอใจของร่างสูง

ในความทรงจำผมเห็นแต่ภาพของเราสองคนบนเตียง ภาพศีรษะของเขาเคลื่อนไหวระหว่างสองขาของผม เห็นมันวนซ้ำๆ อย่างกับภาพยนตร์ที่ฉายจนฟิล์มยืด

“แล้วแบบนี้เวลาสอบจะทำยังไง"

“ฮึก...!” ผมซบหน้าลงกับไหล่ตัวเองเมื่อถูกเขาแกล้งลูบเข้าไปที่โคนต้นขาด้านใน เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหูผมอีกครั้ง

“ข้อไหนที่ทำไม่ได้...ก็เขียนว่าพี่ปล้ำเจนลงไปแล้วกัน"

ผมไม่ได้ถูกปล้ำซะหน่อย

แค่เกือบ...

“เจน...”

จะเรียกทำไมเล่า...

แล้วถ้าจะกอดจะลูบขนาดนี้ก็พากลับไปห้องเหอะ

“โอ๊ย!”

ผมร้องออกมาเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนถูกมดกัดที่หลังคอ มันเกิดขึ้นเร็วมากจนงงทั้งที่เมื่อกี้กำลังเคลิ้มๆ แต่ผมก็ไม่ทันได้พูดอะไรทั้งนั้นเพราะเสียงทุ้มเอ่ยก่อน

“เจน ไปห้องสอบได้แล้ว บ่ายโมงสี่สิบแล้วนะ"

“...หะ...หา!”

ผมเด้งตัวขึ้นมาจากตักเขาอย่างกับติดสปริงไว้ที่ก้น อารมณ์วาบหวามเหือดหาย ยิ่งหันไปเห็นคนตัวสูงยักคิ้วขวาให้รัวๆ แล้วก็รู้สึกอยากจะบีบคอเขาขึ้นมา โอ๊ย ชอบนักเรื่องแกล้งผมเนี่ย! นับวันยิ่งแกล้งหนัก จากแค่ยีหัวก็กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ ฮึ่ย

“ไอ้พี่บ้า! ฝากไว้ก่อนเหอะ" ผมจับไหล่เขาเขย่าๆ เหมือนเขากินยาไม่เขย่าขวดมา พี่เจนที่ตัวโคลงไปมาตามแรงหัวเราะร่วน

“ไปเร็ว สอบบ่ายสองไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวไม่ทันนะ"

ดูมัน ยังยิ้มอยู่ได้! หน้าผมยังแดงอยู่เลยเนี่ย

“เออ!” ผมกระแทกเสียงใส่แล้วปล่อยมือจากบ่าเขา หมุนตัวเตรียมจะวิ่งขึ้นตึกเรียน แต่แล้วก็ถูกดึงรั้งข้อมือซ้ายไว้ก่อน

“พี่ไปส่งหน้าห้องสอบไหม เดี๋ยวเจนคิดถึงพี่"

“บ้า! ไม่ต้อง ไปเข้าเรียนวิชาตัวเองเลย วันนี้จะไม่มาให้เจอแล้วด้วย!”

ผมสะบัดข้อมือออกแล้วเก็บข้าวของวิ่งจี๋จากมาทันที หากหูก็ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลัง

“จะไม่เจอได้ยังไงล่ะ วันนี้มีเรียนเมคอัพแอ๊บนอมอลด้วยกันนะ!”

อ๊ากกกกกก จริงด้วย

ทำยังไงจะแกล้งพี่เจนกลับได้บ้างนะ เซ็ง เซ็ง เซ็ง!


 


 

“เบรกเจน เบรก"

ผมเบรกเท้าเอี๊ยดตามที่ไอ้แก๊ปบอก

“มึงๆ กูมาสายไหม"

“สายบ้าอะไรล่ะ อาจารย์เพิ่งส่งเมลให้ทุกคนเมื่อกี้ว่าขอเลื่อนไปควิซบ่ายสองครึ่ง เพราะประชุมยังไม่เลิก นี่เพิ่งบ่ายโมงห้าสิบเอง"

“โหย จะดีใจดีไหมวะ แต่จริงๆ ไม่ค่อย อยากรีบควิซให้เสร็จๆ ไปมากกว่า"

“กูก็เหมือนกัน"

แล้วเราสองคนก็นั่งลงบนพื้นหน้าห้องสอบนั่นแหละ รวมถึงเพื่อนร่วมคลาสคนอื่นๆ พอเห็นทุกคนกางชีทและสมุดโน้ตออกมาเพื่อติวในโค้งสุดท้ายแล้วผมก็รู้สึกสั่นไหวเอามากๆ บรรยากาศแห่งการสอบมันมาชัดเจนที่สุดก็ตอนนี้เอง

“เหี้ยแล้ว!” ไอ้แก๊ปร้องดังลั่นจนผมสะดุ้งเฮือก ชีทในมือแทบยับ

“อะไรของมึง!”

“กูลืมเอาเครื่องคิดเลขมา!” มันหน้าเสียสุดขีด ผมเหยียดปาก

“อ่ะเหรอ"

“นี่มึงช่วยเดือดร้อนกับกูหน่อยได้ไหม" ไอ้แก๊ปร้อนรน เพราะถ้าไม่มีเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ก็เข้าสอบไม่ได้ หรือถึงเข้าสอบได้ก็ทำข้อสอบไม่ได้หรอก

“เป็นโชคดีของมึงแล้วเพราะกูเอามาสองเครื่อง"

“...จริงเหรอวะ"

“เออ"

“ฮืออออ เพื่อนเจนของน้องแก๊ป!”

“ไอ้ห่า ออกไปจากตัวกูเลย ไม่ต้องมากอดกู รังเกียจ"

ผมผลักมันให้ออกห่างหลังจากที่มันส่งเสียงกระซิกๆ แล้วเข้ามากอดผมอย่างซาบซึ้งเหมือนว่าผมช่วยชีวิตมันขึ้นมาจากหุบเหว มันยอมผละออกไป และทำท่าเอาหลังมือปาดน้ำตาอย่างตอแหลที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในชีวิตนี้

“ไหนอ่ะครับคุณเจนอารีย์ ขอกฤษดาหน่อยครับ"

“เออ รอแป๊บ"

ผมหันหน้าไปด้านข้าง แล้วก้มหน้ามองในกระเป๋าสะพายของตัวเองเพื่อคุ้ยหาเครื่องคิดเลข คือจริงๆ ผมก็มีแค่เครื่องเดียวแหละ แต่ว่าผมดันเผลอเอาของพี่เจนใส่กระเป๋ามาด้วยเพราะเราใช้สีเดียวรุ่นเดียวกัน ผมเลยสับสน พี่เจนรู้แล้วก็บอกให้ผมเก็บไว้ก่อน ค่อยคืนวันหลังเพราะเขาขี้เกียจถือ

ผมเอาอันของตัวเองหันไปยื่นให้ไอ้แก๊ป แล้วก็เห็นว่ามันทำหน้าแปลกๆ ขณะรับไป ผมเลิกคิ้วขึ้น

“มีอะไร? ทำไมมึงทำหน้าแบบนั้น"

“เปล๊า...”

“ไม่เปล่าแน่ๆ ว่ามา"

แก๊ปยังคงยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ก็ไม่มีอะไร...”

“มึงจะบอกดีๆ หรือบอกกูทั้งน้ำตา ไอ้แก๊ป ถ้าไม่บอกกูจะยึดเครื่องคิดเลขคืนนะ"

แก๊ปดูเหมือนจะหุบยิ้มไม่ได้เลย

“กูก็แค่รู้สึกตกใจแล้วก็ประทับใจ ที่เพื่อนกูแตกเนื้อหนุ่มแล้ว"

ผมยกนิ้วชี้หน้าตัวเอง "กูเนี่ยเหรอ?”

“อืม"

“พูดเหี้ยอะไรเนี่ย" งงว่ะ

“ก็พูดเรื่องที่มึงมีอะไรกับพี่เจนแล้วไง"

...ไอ้บ้า! กูกับเขายังไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ มั่ว!”

“อ่ะเหรอ แต่เมื่อคืนแม่มึงโทรหากู บอกว่าฝากเจนด้วยนะลูก ถ้าจะไปเที่ยวกลางคืนกันก็โทรมาบอกแม่หน่อย แม่โทรหากูเพราะมึงไม่รับโทรศัพท์ กูก็เลยโกหกแม่มึงให้ว่ามึงอาบน้ำอยู่"

“...”

“อ่ะ มึงจะว่ายังไง เพราะกูได้ข่าวว่ากูนอนคนเดียวนะเมื่อคืน"

“...ก็... เออ กูไปนอนห้องพี่เจนจริงๆ แต่ไม่ได้เอากันโว้ยยย"

ผมไม่ได้โกหกนะ ก็ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ!

“ตอแหล หูมึงแดงขนาดนี้ มึงจะอายอะไรวะ วัยนี้แล้ว"

“กูไม่ได้อาย! แล้วก็ไม่ได้ตอแหลด้วย กูไม่ได้มีอะไรกับพี่เขาจริงๆ"

“แล้วรอยที่หลังคอมึงอะไรล่ะ"

“ฮะ? รอยอะไร"

“รอยเนี่ย เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้ดู"

แก๊ปส่งโทรศัพท์ของมันให้ผมดู แล้วผมก็ต้องตัวเย็นเฉียบ เพราะ...รอยดูดสีม่วงเบ้อเริ่มอยู่ที่หลังคอผมได้ยังไงก็ไม่รู้!

“เชี่ย!” ผมยกมือขึ้นปิดหลังต้นคอทันที นี่มันอะไรกันเนี่ย ตอนผมอาบน้ำเมื่อกลางวันผมยังไม่เห็นอะไรเลยนะ เพราะผมส่องกระจกเช็กทุกซอกทุกมุม

“มึงยังจะโกหกกูอีกไหม เล่ามา เป็นไง ลีลาพี่เจน บอกหน่อยเพราะกูคงไม่ได้มีประสบการณ์แบบเดียวกัน"

...ผมคิดถึงความรู้สึกเจ็บจี๊ดแปลกๆ ที่รู้สึกเมื่อกี้ก่อนมาห้องสอบแล้วก็เข้าใจได้ในทันที

ไอ้พี่เจน อ๊ากกกกกกกกกกกกก!

“โห... ขนาดนั้นเลยเหรอวะ หน้ามึงแดงมาก นี่แทนที่เขาจะติวเลขให้มึง เขาทำอะไรมึงวะเนี่ย"

“...”

แล้วอยู่ๆ แก๊ปก็เปลี่ยนมาทำหน้าเห็นใจผมอย่างสุดซึ้ง

“หรือที่มึงไม่อยากเล่าเพราะมันแย่มาก เขาห่วยขนาดนั้นเลยเหรอ โธ่ สงสาร..."

“ไม่ห่วย! ดี! พี่เขาเก่งจะตาย!”

แก๊ปยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างสมใจขณะที่ผมเอาสองมือตะครุบปิดปากเมื่อเผลอหลุดออกไปจนได้ แก๊ปกระดิกนิ้วยิกๆ

“เล่ามาให้หมดจ้ะหนูเจนอารีย์ ไม่อย่างนั้นกูวิ่งไปบอกอีรี่กับอีขิงแน่ว่ามึงเสียตัวแล้ว ให้มันสองคนมาช่วยกูรุมเค้นมึง มึงก็รู้ฤทธิ์อีสองคนนั้น"

“...”

“เลือกเอาว่าจะให้จบที่กู หรือจะให้จบที่คนทั้งคณะ"

“...”

“เฮ้อ กูมีพลาสเตอร์ติดมาอันนึงพอดี เอามาแปะตาตุ่มกูดีกว่า"

ผมรีบจับแขนไอ้แก๊ปที่ฉีกซองพลาสเตอร์ยาออกแล้วทำท่าจะติดลงบนตาตุ่มอันด้านดำของมัน

ไอ้เพื่อนเวร มึงไม่เหลือทางเลือกอะไรให้กูเลยยยยย


 


 

แค่ก...! เดี๋ยวมึง สองมือ...กำไม่หมด...”

“เออ...”

“ไอ้เหี้ย นั่น xxx หรืออนาคอนด้า!” แก๊ปพูดใส่อารมณ์แต่เสียงค่อย เราแอบมาคุยกันตรงบันไดใกล้ๆ ห้องสอบแต่ไกลจากเพื่อนนักศึกษา (บอกน้ำขิงกับเชอร์รี่ว่าไอ้แก๊ปจะไปสูบบุหรี่) ผมกระซิบตอบ

"เออ กูตกใจสัดอ่ะตอนเห็น ใจนี่สั่นตุ้บๆๆๆ คิดว่าถ้าเอาเข้ามาคือกูไม่รอดแน่นอน อยากหนีเลยแหละ แต่ก็...”

“ไม่ได้มีอะไรกัน แค่ handjob แล้วก็ blow-job”

“อืม...”

แก๊ปถึงกับเปิดขวดโค้กดื่มจนหมดในรวดเดียวราวกับกระหายมาก แล้วจึงโอบกระชับบ่าผม

“มึงโชคดีแล้วเพื่อน! หล่อ รวย กล้วยใหญ่อีก มึงจะหาที่ไหนเพอร์เฟ็กต์ขนาดนี้ได้อีกวะเจน"

“โห่ย! ไม่ต้องมาพูดเลย" ผมยักไหล่ให้มือมันกระเด็นออกไป "เอาจริงกูกลัวนะมึง"

แต่ไอ้แก๊ปก็กลับมาโอบผมอีกครั้ง คราวนี้ตบไหล่ผมด้วย

"กลัวไร ครั้งแรกมึงก็ต้องกลัวแหละ แต่กูว่าไปเรื่อยๆ มึงคงจะติดใจเอง ของแรร์เลยนะมึง"

"โอ๊ย! กูแม่ง...เหมือนทั้งอยากทั้งกลัวอ่ะ บอกไม่ถูก แต่จะยังไงก็ตาม ต้องรอเป็นแฟนกันก่อน ไม่งั้นกูไม่ยอมจริงๆ ด้วย"

“แต่ทำไมมันไซส์ใหญ่นั้นได้วะ อย่างกับของฝรั่ง ผิดปกติของชายเอเชียมาก"

"นี่เราต้องถกกันเรื่องนี้จริงๆ เหรอวะ..." เรื่องจุดจุดจุดของพี่เจน...

แต่แก๊ปกลับสงสัยไม่เลิกรา

"มึงบอกว่าเขาโตเมืองนอกมานี่ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นลูกครึ่งนะ"

“ลูกครึ่งบ้าไร หน้าเขาไม่เห็นดูฝรั่งเลย ตาก็ดำ ผมก็ดำ"

“กูว่าก็ได้อยู่นะ เครื่องหน้าชัดๆ อย่างนั้นอ่ะ ของแบบนี้มันมีหลายแบบ อาจจะมีเชื้อซ่อนก็ได้ ชื่อจริงเขาอีกล่ะ ชื่อแค่เจนเฉยๆ เอง ก็เป็นไปได้ไม่ใช่เหรอ"

“...เออ กูไม่รู้อ่ะ"

“ว่าแต่เขาโตประเทศไหนมาล่ะ"

“ยังไม่ได้ถามเลยว่ะ"

“วะ! นี่มึงเป็นแฟนเขาภาษาอะไรเนี่ย ทำไมมึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแฟนตัวเองเลย"

“กูบอกแล้วไงว่ายังไม่ได้เป็นแฟนกัน...”

“แต่ยังไงก็คุยกันอยู่ถูกไหมล่ะ คนคุยกันนี่มันก็ต้องรู้เรื่องของอีกฝ่ายไหม เวลากูจีบหญิงนี่กูรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาเลยนะ รู้ยันไซส์รองเท้า นี่กูถามจริงนะมึงรู้อะไรเกี่ยวกับพี่เจนบ้าง มึงรู้พอๆ กับกูเลยอ่ะ ซึ่งแบบ ผิวเผินเหี้ยๆ"

“...”

ผมนั่งคิดแล้วก็รู้สึกว่าจริง ทำไมผมถึงไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพี่เจนเลย ทั้งที่ถ้าผมถาม เขาก็ตอบทุกอย่าง แต่มันเหมือนแบบ... เขาไม่ค่อยปริปากพูดเรื่องของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างดูเป็นความลับและคลุมเครือ แล้วผมต้องค้นมากเท่าไหร่กันถึงจะได้รู้หมด

ขณะที่ผมจมอยู่ในความคิดของตัวเองเสียงแก๊ปก็เหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ

“อีกสิบห้านาทีสอบแล้ว กลับไปนั่งติวกับพวกผู้หญิงไหมมึง"

“อืม ก็ดี เออ แล้วไอ้พุฒิล่ะ"

“มันตื่นสาย ไอ้เวรนี่ กูโทรไปปลุกมันตอนบ่ายนี่เอง คงมาตอนนาทีสุดท้ายเลย"

“เหอๆ" ผมหัวเราะแค่นๆ เพราะว่าผมยังทะเลาะกับมัน แก๊ปตบบ่าผมอีกครั้ง

“เจน"

“อะไร"

“มึงอย่าโกรธกับมันนานเลยนะ กูว่ามันเลิกบ้าแล้วแหละ เมื่อวานกูคุยให้แล้ว วันนี้ก็คืนดีกันเถอะนะ มึงก็รู้ว่าพวกกูไม่สบายใจ"

“กูไม่ได้เป็นคนเริ่ม"

“เออ กูรู้" มันกระชับแขนและลูบไหล่ผมไม่หยุด "มัน...บ้าแหละมึง มันอาจจะเป็นห่วงมึงมากไปหน่อย มึงให้อภัยมันเหอะ"

“...ทำไมมึงดูเข้าอกเข้าใจมันจังอ่ะ แล้วกูล่ะ มันมาว่าคนที่กูคุยอยู่สาดเสียเทเสียอย่างนั้น ไม่คิดว่ากูจะโกรธบ้างเหรอ พี่เจนเขาไปทำอะไรมันรึไง"

“เฮ้อ ของอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่พูดยากนะ"

“อะไรวะ...”

“ไม่รู้! เอาเป็นว่ากูคุยกับมันแล้ว มันสงบลงไปเยอะ ช่วยคืนดีกันทีเถอะ น้ำขิงร้องไห้เลยนะมึงเมื่อวานอ่ะ มึงก็รู้อีขิงมันเกลียดเวลาเพื่อนทะเลาะกัน"

“...อืม เอาเป็นว่าถ้ามันคุยกูก็จะคุย โอเคป้ะ"

“เอ้า! เออก็ยังดี ไป ลุก ไปห้องสอบกันได้แล้วมึง"

“อือ"


 


 

ไอ้พุฒิโผล่หัวมาตอนเราเริ่มควิซกันไปได้สิบนาที ยังดีที่อาจารย์อนุญาตให้มันเข้ามาสอบ ไม่งั้นซวย จะได้คะแนนศูนย์ตรงนี้ไปเลย ผมรู้สึกขอบคุณพี่เจนเพราะผมทำได้มากกว่าที่คิด เขามันอัจฉริยะจริงๆ นั่นแหละ เพราะโจทย์ที่เขาเอามาติวให้ผมนี่มันคือโจทย์ที่กำลังสอบอยู่ชัดๆ เปลี่ยนก็แค่ตัวเลขเท่านั้น เขาบอกว่าเขาจำโจทย์พวกนี้ได้จากความทรงจำ เทพจริงๆ (และแปลว่าอาจารย์ไม่เคยเปลี่ยนโจทย์เลยตลอดหลายปี เปลี่ยนแค่ตัวเลข)

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้วาดฝันว่าตัวเองจะได้เต็ม แต่ก็คิดว่าคงผ่านสัก 65%-70% ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะต่อลมหายใจให้ผมไปอีกเฮือกจนกว่าจะมิดเทอม ผมทำควิซครั้งนี้เสร็จด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งกว่าควิซรอบแรกมหาศาล เพราะตอนนั้นพอผมก้าวขาออกมานอกห้องสอบ ผมก็รู้ได้ในทันทีว่าผมต้องตกแน่นอน

“เยยย่! ควิซเสร็จแล้ว ไปหาอะไรกินฉลองกันเถอะ"

น้ำขิงชูมือขึ้นทั้งสองข้างอย่างร่าเริงเมื่อพวกเราทยอยกันออกมานอกห้องสอบจนครบแก๊ง ไอ้แก๊ปเสริมทันที

“ไปคร้าบ ไปด้วย อาหารญี่ปุ่นได้ไหม อยากกินอ่ะ อยากกินโคตร"

“ได้ๆ"

“งั้นก็ไปเซ็นทรัลกันแล้วกัน เผื่อดูหนังต่อ" เชอร์รี่เอ่ย

“เอ้ย เจนคงดูไม่ได้นะ มีเรียนเมคอัพตอนหกโมงเย็นวันนี้ น่าจะไม่ทัน"

“อ้าวเหรอ... งั้นกินแค่หลังมอก็ได้"

“ร้าน I am sushi ของพี่ย้งใช่ป้ะ โอเคแหละ ก็อร่อยดี" แก๊ปเอ่ย "แล้วไปยังไงดี?"

“ไปรถกูแล้วกัน กูมาถึงมีที่จอดข้างคณะพอดีเด๊ะ" พุฒิพูด "เลยเสียบเข้าไปแล้ววิ่งขึ้นไปสอบเลย"

“โหย โชคดีจัดอ่ะ" น้ำขิงเอ่ย เพราะปกติที่จอดข้างตึกคณะมีน้อยมาก ไม่ถึงสิบที่ แล้วไอ้พุฒิมาสายแต่ก็ยังได้จอดถือว่าเป็นบุญ "มิน่า ไม่งั้นพุฒิไม่ทันแล้วน้า"

“พุฒิก็ว่างั้น"

“ไป งั้นไปรถพุฒิกันนะ" เชอร์รี่สรุป แล้วทุกคนก็ออกเดินไปยังที่จอดรถข้างคณะ มีผมที่เดินอ้อยอิ่งรั้งท้ายไกลๆ เพราะว่ายังเคืองกับไอ้พุฒิอยู่ แต่แล้วผู้ชายที่ถือกุญแจรถ Subaru ก็หันหน้ามาหาผม

“ไอ้เจน มึงมานั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วกัน ไม่งั้นเดี๋ยวมึงก็บ่นว่ากูขับรถเหี้ย มึงจะอ้วกอีก"

“...”

ผมรู้สึกได้ว่าน้ำขิง เชอร์รี่ และไอ้แก๊ปกลั้นลมหายใจรอว่าผมจะตอบพุฒิกลับยังไง จะตอบไหม...หรือว่าจะไม่ตอบ... เป็นช่วงวินาทีสั้นๆ ที่ดูเหมือนนานแสนนาน

“เออ ก็ได้ ก็มึงขับเหี้ยๆ จริงๆ อ่ะ ขับให้มันดีๆ ดิวะ คนบ้าอะไรขับรถเหมือนแข่งตลอดเวลา"

“วิญญาณนักสู้มันอยู่ในสายเลือดกู"

“พอเลย เวลาแข่งก็ส่วนเวลาแข่งดิวะไอ้บ้า ขับปกติก็ให้มันนุ่มนวล"

“มึงแม่งขี้บ่นวะเจน"

“มึงก็ตีนผีอ่ะพุฒิ"

ผมเห็นเพื่อนอีกสามคนยิ้มออกที่เห็นผมกับพุฒิคืนดีกันจนได้แม้จะไม่มีคำขอโทษ มีแต่เสียงพูดคุยถึงเรื่องควิซที่เพิ่งผ่านมา และเสียงหัวเราะที่ผมกับเชอร์รี่สะดุดบันไดต่อกันจนเกือบกลิ้ง

นี่แหละนะ... คำว่าเพื่อนมันสั้นแต่ความหมายมันยาว...


 


 

“พุฒิ นี่รถมึงเป็นอะไรวะ..."

แก๊ปเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นรถของพุฒิแปลกตาไปกว่าที่เคย พวกผมที่เหลือเองก็เงียบกริบ

ผมมองรถซูบารุของเพื่อนแล้วก็เห็นว่ากระโปรงหน้ารถมันยุบลงไป มันบุบเหมือนมีใครจงใจฟาดน่ะ ซึ่งกับคนรักรถอย่างไอ้พุฒิเพื่อนผมเรื่องอย่างนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย เพราะคนทำต้องไม่ตายดีแน่ๆ

ผมหันไปมองหน้าพุฒิ มันมีสีหน้าโกรธปนเครียด แววตาแข็งแต่ไม่ได้ดูอาฆาต ความจริงแล้ว...มันเป็นสีหน้าของคนที่เข้าใจว่าทำไมถึงมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น แต่ถึงเข้าใจก็ยังอดโกรธไม่ได้ หากเหนือความโกรธนั้นแล้วมีความเครียดกับความกังวลมากกว่า แล้วแป๊บเดียวมันก็กลับมายิ้มเหมือนเดิม

โคตรแปลก

“มันบุบตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแหละ"

"หา ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเหรอ? นี่มึงรู้ตัวคนทำรึเปล่า”

"ช่างแม่งเหอะ ปล่อยวางว่ะ ยังขับได้ก็โอเค"

“เหี้ย มันบุบตรงกลางแบบนี้คือโดนอะไรกระแทกชัดๆ มีคนแกล้งมึงป้ะเนี่ย"

“เออ กูบอกให้ช่างมันไง อาจจะหินหล่นใส่หรืออะไรก็ได้ ช่างแม่งมันเหอะว่ะ เดี๋ยวกูค่อยเอาไปซ่อม"

“อืม"

พวกเราพึมพำตอบรับ ในเมื่อเจ้าของไม่เดือดร้อนพวกเราก็ไม่ถามอะไรอีก และเพราะต้องนั่งหน้าผมเลยต้องเดินอ้อมทางหน้ารถ เลยถือโอกาสดูรอยบุบที่ฝากระโปรงหน้านั่นซะหน่อย ให้ตาย...ต้องเอาไปซ่อมอีกหลายพันแน่ๆ

“เจนมึงลูบอะไรนั่น ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวมึงต้องกลับมาเรียนอีกไม่ใช่เหรอ" พุฒิเดินมาบอก ผมเลยหันหน้าไปหามัน

“ลองซ่อมกันเองดูก่อนไหม กูเคยดูคลิปในเน็ตอ่ะ ถ้าเราเอาน้ำเดือดมาราดแล้วเอามือดันจากข้างใน มันก็จะกลับมาเข้าทรงเดิมได้นะเว้ย มึงจะได้ไม่ต้องไปเสียตังค์"

“โอ๊ย มันบุบตรงนี้ดันจากด้านในได้ที่ไหนล่ะ มึงนี่ก็...” มันทุบหัวผมเบาๆ ผมร้องโอ๊ย ไอ้พุฒินี่ก็เป็นอีกคนที่ชอบเล่นหัวผมมาแต่ไหนแต่ไร "เอ้า ขึ้นรถได้แล้ว เร็ว ทุกคนหิวข้าว"

พุฒิดันหลังผมไปที่ประตูข้างคนขับ ผมแทบจะหันไปต่อยเบ้าตามัน เร่งจริงๆ ไอ้บ้านี่

“เจน คอมึงเป็นอะไร"

“แมลงกัด!” ผมเอามือขึ้นมาตะปบหลังคอตัวเองแทบไม่ทัน ใจเต้นโครมครามบ้าคลั่ง แล้วก็สงบลงไปหน่อยเมื่อเห็นว่าพลาสเตอร์ยังติดดี "เออกูขึ้นรถแล้ว มึงไปขับได้แล้วพุฒิ"

“อือๆ"


 


 

“เจนคิดว่าก็น่าจะผ่านแหละ ผ่านแน่ๆ คราวนี้"

“อือฮึ"

“แต่พี่เจนจำโจทย์แม่นมากเลยนะ เหมือนข้อสอบเปี๊ยบเลย"

“อาจารย์ยังไม่เปลี่ยนโจทย์อีกเหรอ”

ผมส่ายหน้าหวือ มือเล่นเข็มขัดนิรภัยไปด้วย

"ยังอ่ะ เปลี่ยนแค่ตัวเลข แต่ก็มีโจทย์เพิ่มมานะ ข้อไหนที่ทำไม่ได้เจนข้ามเลย ไปทำข้อที่ทำได้ชัวร์ๆ ดีกว่า เจนทำแบบนี้ถูกแล้วใช่ไหม ไม่ไปเสียเวลากับข้อที่ทำไม่ได้ เก็บคะแนนที่เรามั่นใจ"

“ถูกแหละมั้ง ไม่รู้... พี่ไม่ค่อยทำข้อสอบไม่ได้"

“...”

ผมอดเบะปากอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ มันยิ่งน่าโมโหเพราะเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบเฉยอย่างกับพูดว่าวันนี้ฝนตกนะอะไรอย่างนั้นเนี่ยแหละ ผมอยากจะมีโมเมนต์ที่ได้พูดอะไรอย่างนี้เต็มปากบ้างจัง

“เอ้า ทำไมทำหน้าอย่างนั้น" พี่เจนถามผมหลังจากเลี้ยวรถ ผมบอกรึยังว่าเขากำลังไปส่งผมกลับบ้าน

“เปล่า...”

“มีอะไรก็บอกพี่ได้นะ" เขาพูดอย่างใจดีแล้วเอื้อมมือมมาขยี้ผมผม ผมปล่อยให้ไออุ่นจากมือร้อนส่งผ่านมาที่ศีรษะ มันทำให้ผมรู้สึกดีเสมอเลย...

“ก็แค่อิจฉาพี่อ่ะที่สมองดี พี่เจนเก่งไปหมดเลย"

“ไม่ทุกอย่างสักหน่อย พี่เล่นบอลแย่กว่าเจนเยอะ วันนี้เจนยิงเข้าตั้งสองลูก"

“ก็คงเป็นอย่างเดียวที่เจนเก่งกว่าพี่อ่ะ"

วันนี้เรามีเรียนเมคอัพด้วยกัน พอเรียนจบพี่เจนก็ไปเฝ้าผมเตะบอลที่ขอบสนาม เขาปรบมือให้ผมด้วยแหละตอนผมยิงเข้า ปรบเสียงดังแถมยังป้องปากตะโกนเชียร์จนผมเขินแทบวิ่งแล้วล้ม ไอ้พวกเพื่อนๆ ก็พากันแซวผมยับ

คนบ้า...

แต่ก็นะ... เขารู้กันทั้งมหาวิทยาลัยแล้วอ่ะว่าผมกับพี่เจนคุยกันอยู่ เราไม่ได้ปิดบังเลย

“แต่เจนว่านะ ถ้าพี่เจนมาฝึกเตะบอล ก็คงจะต้องเตะเก่งแน่ๆ เลย"

“อย่าเลย พี่ไม่ค่อยชอบเล่นกีฬาแบบทีม"

“พี่ชอบฉายเดี่ยวเหรอเนี่ย"

เขาเลี้ยวรถแล้วตอบช้าๆ

"จะว่างั้นก็ได้ พี่ชอบทำอะไรคนเดียว"

“แต่มีเพื่อนทำด้วยกันมันก็สนุกนะ"

“อย่าดีกว่า...”

“ทำไมอ่ะ เจนอ่ะไม่ชอบทำอะไรคนเดียวเลย มันเหงาจะตาย รู้สึกโดดเดี่ยว เลยอยากรู้ว่าทำไมพี่เจนชอบทำอะไรคนเดียว"

“มันจะมีสักกี่เหตุผลล่ะที่ทำให้คนเราไม่ไว้ใจใคร"

"หืม? แปลว่ามีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อนเหรอ"

เขาพยักหน้า ตายังมองถนน

"พี่เคยถูกหักหลัง"

“หา จริงเหรอ?”

“จริง"

“จากเพื่อนเหรอครับ"

เขาพยักหน้าอีกครั้ง

“ใช่ ตอนนั้นก็เป็นเพื่อนกันแหละ"

“โห...”

ผมไม่ทันต้องถามเพิ่มว่าเรื่องอะไรพี่เจนก็พูดต่อมาก่อนเหมือนรู้ใจ

“แล้วเรื่องมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ปกติก่อนหน้านี้พี่ก็ไม่ค่อยไว้ใจใครง่ายๆ อยู่แล้ว คิดว่าตัวเองกรองดีแล้วนะ แต่ก็ยังพลาด แล้วดันมาเจอจังๆ เข้าให้ พี่เลยรู้สึกว่าพี่พอล่ะ ต่อไปนี้พี่ขอทำคนเดียว"

“แย่จัง...”

ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปาก คราวนี้เป็นยิ้มที่น่าขนลุกยังไงไม่รู้

“คนเรามันก็แบบนี้แหละ ทรยศกันได้ง่ายๆ ถ้าไม่มีอะไรมาต่อรองมันไว้"

“...”

“เชื่อใจมันก็แค่คำพูดโง่ๆ"

“...ฟังดูน่ากลัวแปลกๆ นะ แต่เจนว่าพี่เจนแค่โชคร้ายที่เจอเพื่อนเฮงซวย แต่มันก็แค่คนเดียวเองไม่ใช่เหรอ เจนนะยังไม่เคยโดนเพื่อนหักหลังเลย จริงๆ"

“เพราะเจนไม่มีความลับไง"

“...”

“เจนไม่มีความลับ ไม่มีเรื่องอะไรเลย ใครจะมาหักหลังเจนได้"

“..."

เกิดความเงียบงันประมาณหนึ่งนาที แล้วผมจึงค่อยๆ เอ่ยปาก

"...พูดแบบนี้ แปลว่าพี่มีเหรอ...”

พี่เจนหัวเราะออกมาดังๆ จนผมสะดุ้ง

“ความลับอะไรล่ะ พี่ก็บอกเจนทุกอย่าง"

...ก็จริงแหละ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาเลย

“เอ้อ พี่เจน...”

“อืม ว่าไง"

“อยากถามอะไรหน่อย"

"ถามมาสิ"

"ไอ้จี้รูปแม่กุญแจนี่มีความหมายไหมอ่ะ หรือแค่ใส่เพราะชอบเฉยๆ"

เขายิ้มมุมปาก "มีสิ"

“เหรอๆๆ คืออะไร"

“มันล็อกเก็บอะไรบางอย่างเอาไว้"

“เก็บอะไรอ่ะ บอกหน่อยดิ"

“ความลับไง"

“...”

“พี่ล้อเล่น" เขาเอื้อมมือมายีหัวผมอย่างแรงอีกครั้ง คราวนี้ยิ้มจนดวงตาโค้งลง "ทำหน้าซะตกอกตกใจใหญ่"

“โหย ก็ใครใช่ให้พี่พูดเสียงจริงจังขนาดนั้นล่ะ เจนขนลุกเลยนะ" ผมชูแขนให้เขาดู เมื่อกี้ขนลุกจริงๆ ด้วย เพราะเสียงเขามันทุ้มลึกและเย็นเยียบแปลกๆ ขึ้นมา พี่เจนขำ เขาไม่ได้พูดอะไรอีก ผมเลยถือโอกาสถามต่อ

“พี่เจนบอกว่าโตเมืองนอก โตที่ไหนอ่ะ"

“อเมริกา"

“โห! เท่อ่ะ"

คราวนี้เขายิ้มเล็กๆ ออกมาเหมือนเอ็นดูผม

“มันแค่ฟังดูเท่ แต่จริงๆ ก็งั้นๆ แหละ ไม่ได้วิเศษอะไรหรอก"

“แล้วพี่อยู่นานไหม"

“นาน"

“พี่เรียนมัธยมที่นั่นเหรอ"

“ใช่"

“ตั้งแต่มอหนึ่งเลยเหรอ?”

“อือฮึ"

เขาพยักหน้า ผมครางเบาๆ ตอบรับ

“เจนไม่รู้เลยว่าพี่โตเมืองนอก พี่พูดไทยชัดมากกกก ลิ้นไม่เปลี้ยเลย"

จริงๆ นะ คำควบกล้ำ ร.เรือ ล.ลิง ง.งู อะไรเขาก็ชัดเป๊ะ เสียงวรรณยุกต์ยังไม่เพี้ยนเลย ผมฟังไม่ออกสักนิดว่าเขาโตเมืองนอกแถมอยู่มาตั้งนาน

"แรกๆ คงเปลี้ยบ้างมั้ง แต่พี่ก็อยู่นานแล้วนี่"

เฮ้อ ผมลืมไป เขามันอัจฉริยะ สมองขนาดนั้นคงไม่เคย struggle กับการทำอะไรสักอย่างหรอก...

กับอีแค่พูดให้ชัดทั้งสองภาษา มันคงจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

“แต่เจนก็ว่าอยู่ เวลาพี่พูดอังกฤษมันรัวแล้วก็ชัดมากๆ คือเจนหมายความว่าเราเรียนอินเตอร์กันทุกคนก็พูดเก่งอยู่แล้วแหละ แต่พี่เจนก็คือ another level”

“เว่อร์แล้ว" เขาละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยมากดหัวผม แล้วก็ปล่อย

“จริงๆ นะพี่เจน เวลาพี่เจนพูดภาษาอังกฤษมันดูเท่สุดยอดไปเลยอ่ะ ดูหล่อขึ้นมาสักสิบระดับ เหมือนอย่างคราวที่เราพรีเซนต์ด้วยกันอ่ะ คนตั้งใจฟังพี่กันทั้งห้องเลย เจนนะหล๊ง~~หลง~"

“ขนาดนั้น .. ชมเยอะๆ พี่เขินนะ"

“จริงๆ น้า~" ผมเอาศอกถองเขา พี่เจนยิ้มจนตาโค้ง

“อย่าน่ะ พี่ขับรถอยู่"

“คนเก่งงง พี่เจนคนเก่งงง"

“พอเลย"

“เก่งจังเลย เก่งที่สุดเลยยยย"

“เจน" เขาเรียกชื่อผมเสียงดุ แต่คราวนี้หน้าไม่ขรึมพอ น่าจะเป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นเขาเสียอาการ ผมเลยแซวเขาไปชุดใหญ่ จนกระทั่งเหนื่อยนั่นแหละผมถึงกลับมานั่งดีๆ

"แล้วตอนพี่กลับมาอยู่ไทยใหม่ๆ ลำบากไหมอ่ะ ปรับตัวเยอะไหม"

คราวนี้พี่เจนเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบอะไร เอ้า ซะงั้น อะไรของพี่แกวะ

คนตัวสูงเลี้ยวรถ ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นมาหลังจากปล่อยให้ความเงียบดำเนินไปครู่หนึ่ง

“วันนี้มีเรื่องอะไรอยากเล่าให้พี่ฟังบ้างไหม"

“แหม เปลี่ยนเรื่องเก่ง เออ แต่จริงๆ ก็มีอยู่นะ"

"เรื่องอะไร?”

"พี่ .. ไอ้พุฒิอ่ะ เหมือนมันจะโดนทุบรถ"

“อ่าฮะ...”

“คือกระโปรงหน้ามันบุบแปลกๆ อ่ะพี่เจน ประหลาดมากกก" ผมเล่าต่ออย่างตั้งใจ "ถ้าไม่โดนทุบก็คือซวยโดนหินตกใส่แน่นอน แต่พุฒิมันก็บอกว่าไม่รู้ แล้วก็เอาแต่บอกว่าช่างมันอ่ะ"

“งั้นก็คงไม่มีอะไรหรอก"

“เจนแปลกใจที่มันไม่โวยวายอะไรเลย มันรักรถจะตาย เชอร์รี่เคยขึ้นรถมันตอนตัวเปียกหลังเล่นน้ำตกเสร็จ มันโมโหจนด่าเชอร์รี่ยับอ่ะ หงุดหงิดตลอดทางที่กลับกรุงเทพฯ เพื่อนนี่นั่งตัวเกร็งกันเงียบกริบ นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่มันทำเชอร์รี่ร้องไห้ แต่คราวนี้มันไม่โวยอะไรเลยอ่ะพี่เจน ผิดวิสัยมาก"

พี่เจนเปลี่ยนเลนรถ ตอบเรียบๆ

"เขาอาจจะรู้อยู่แล้วไงว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น อาจจะมีเหตุผลที่เขาเข้าใจได้ ก็เลยไม่โวยวาย"

“...นั่นดิ แต่ก็รู้สึกว่าแปลกอยู่ดีอ่ะ"

“งั้นเหรอ .. เจน นั่งเฉยๆ เร็ว มีด่าน"

“เฮ้ย"

ผมรีบเช็กตัวเองว่ายังรัดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้วก็โล่งอก พี่เจนเคลื่อนรถเบนซ์ของตัวเองเข้าไปช้าๆ ตำรวจทำสัญญาณมือบอกให้เขาลดกระจกลง ซึ่งเขาก็ทำตาม

คุณตำรวจเอ่ย

“นักศึกษา ดื่มอะไรมารึเปล่าครับ"

“เปล่าครับ"

พี่เจนปฏิเสธ แต่เพราะว่าหน้าเขามันคงดูชั่ว (นี่ผมทำร้ายเขาไปไหมนะ) คือผมหมายความว่าเขาหล่อร้ายๆ น่ะ หน้าเหมือนเกิดมาเป็นแบดบอยอะไรแบบนั้น ลุคเขาก็ดันเป็นอย่างนั้นด้วยสิ ตำรวจเลยสั่งให้เขาเป่าวัดแอลกอฮอล์อยู่ดี ผมขำมากตอนเห็นพี่เจนกลอกตาเร็วๆ เพราะเขาโดนสั่งเป่าตลอดเลย ฮ่าๆๆๆ หรือไม่งั้นก็ต้องโดนตำรวจเรียกตรวจอะไรสักอย่าง หน้าตานี่มันมีส่วนมากจริงๆ นะ เพราะเวลาผมเอารถที่บ้านมาขับ ต่อให้จะดึกแค่ไหนตำรวจเห็นหน้าผมก็จะปล่อยผ่าน เพราะหน้าผมมันเจี้ยมเจี๋ยม เหมือนเด็กที่ปกติจะสวดมนต์กินนมนอนที่บ้านตั้งแต่สองทุ่ม ตรงข้ามกับขวัญใจด่านตรวจอย่างพี่เจนลิบลับ

“แล้วยังไงขอดูใบขับขี่ด้วยครับ"

เพราะมือหนึ่งต้องถือเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ อีกมือต้องล้วงกระเป๋าสตางค์เพื่อเอาใบขับขี่ ทำให้พี่เจนพลาดทำกระเป๋าสตางค์มาเปิดอ้าลงบนตักผม บัตรหลายใบกระเด็นออกมา

“โทษทีเจน .. นี่ครับ"

เขาส่งใบขับขี่ให้ตำรวจ แล้วก็รวบเก็บบัตรอื่นๆ เข้ากระเป๋าสตางค์เอามันกลับเข้าที่ ก่อนจะเป่าเครื่องเป่าเต็มแรงแล้วส่งคืน แน่นอนว่าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีเพราะพี่เจนไม่ได้ดื่มมาสักหยด ตำรวจเองก็คืนใบขับขี่ให้เขาเช่นกันเพราะมันไม่มีปัญหาอะไร ก่อนจ่าจะอวยพรให้เขาขับรถต่อโดยสวัสดิภาพ เราจึงได้ลุดออกมาจากด่านกันได้

คนตัวสูงส่ายหัว

"ไม่ไหว อะไรจะโดนเรียกเป่าทุกคืนเลย"

“...”

“ดีนะเขามีแต่ตรวจแอลกอฮอล์ เพราะถ้าตรวจนิโคลตินพี่คงขับรถไม่ได้ โดนจับแน่ๆ"

“...”

“เจน ทำไมอยู่ๆ เงียบจัง มีอะไรรึเปล่า”

“...ปะ...เปล่า พี่เจนครับ เข้าซอยข้างหน้านี่เลยก็ได้ ซอยหลักมันซ่อมท่ออยู่"

เขาพยักหน้าแล้วเลี้ยวรถ เพียงไม่ถึงสิบนาทีดีรถเบนซ์ก็จอดลงตรงหน้าบ้านผม ผมหันไปไหว้เขาเหมือนทุกวันที่เขามาส่ง

“เจนไปแล้วนะครับ"

“เจน เดี๋ยวก่อน"

“...”

เขาคว้าจับแขนผมไว้ ใช้อีกมือเชยคางผมให้เงยหน้าขึ้น ผมจึงจำต้องจ้องตาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาสีดำลึกล้ำคู่นั้นจ้องผมอย่างสำรวจ มันคมปลาบเสียจนผมรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูก

“ไม่สบายรึเปล่า ทำไมอยู่ๆ เหมือนแปลกๆ ไป"

“ไม่สบายอะไรล่ะ...”

“ไม่เป็นไรจริงๆ นะ"

ผมพยักหน้ายืนยัน เขามองตาผมอยู่อีกครู่ แล้วในที่สุดก็ยอมปล่อยตัวผมจนได้เมื่อไม่พบความผิดปกติอื่นใด มือหนาขยี้ศีรษะผมอีกครั้ง

“งั้นรีบเข้าบ้านได้แล้วล่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ"

“อือ...”

ผมเปิดประตูรถลงไปเหมือนทุกวัน ลงมือไขกุญแจประตูรั้วบ้านโดยรู้ดีว่าเขายังคงมองผมจากบนรถ เขาจะรอส่งผมทุกวันจนกว่าผมจะเข้าไปในบ้าน แล้วผมก็จะโบกมือลาเขาส่งท้ายอีกครั้ง เขาจึงจะยอมออกรถกลับไป

หากวันนี้ผมกลับเข้าบ้านไปโดยไม่ได้หันไปโบกมือให้เขาเหมือนทุกที ผมตรงไปที่ห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียงขณะที่ยังคงครุ่นคิดในสิ่งที่เห็น

...บัตรประชาชนอเมริกันของพี่เจน...


 

Jane Patrick Tarry Palakorn


 

มันเขียนเด่นชัดอยู่บนนั้น

เขาชื่อเต็มว่า เจน แพทริค แทรี่ พลากร


 

เจน แพทริค เป็นชื่อจริง, แทรี่ เป็นชื่อกลาง, และ พลากร คือนามสกุล


 

เขาเป็นลูกครึ่งเหรอ แถมเกิดที่อเมริกาอีกเพราะไม่อย่างนั้นจะได้สัญชาติได้ยังไง .. ผมไม่รู้ ไม่รู้เลย .. แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือวันเกิดของเขา


 

June 29th, 1993


 

ปีนี้พี่เจนอายุยี่สิบเจ็ดปี

 

 

--------

ฮวังซอล

 

เอาแล้ววววววววววว

โป๊ะมาหนึ่งสิ่งค่ะเจนใหญ่!

เอ๊ะ ไม่ดิ นอกจากเรื่องอายุ ก็ยังมีเรื่องชื่ออีกนะ ไหนจะไซส์ที่เกินชายเอเชียอีก สรุปคือนายเป็นใครกันแน่หนอเจน แพทริคคคค

ชี้แจงนิดนึงนะคะ ปกติคนต่างชาติจะมีชื่อจริงสองชื่อต่อกันอย่างนี้เป็นเรื่องปกติค่ะ เช่น ผู้หญิงที่ชื่อ ซาร่าห์ เจน, คริสทีน จอย หรือที่โด่งดังมากๆ ก็คือนางเอกสไปเดอร์แมน เธอชื่อว่าแมรี่ เจน แต่ทุกคนจะเรียกสั้นๆ ว่าเอ็มเจ ซึ่งตัวหลังมันไม่ใช่นามสกุลของพวกเขานะคะ เป็นชื่อเฉยๆ นี่ล่ะ นามสกุลก็จะต่อไปอีก

สำหรับใครที่รู้สึกว่าเมื่อไหร่จะไปถึงตอนอินโทรสักทีให้อดใจรออีกสักนิดนะคะ เค้าไม่ได้อยากจะยืดเรื่องเลย ตรงกันข้ามเค้าอยากจะให้มันเข้าเรื่องให้เร็วที่สุดด้วยซ้ำ เค้าเองก็กลัวว่ามันจะเอื่อยค่ะ แต่ว่าด้วยหลายๆ อย่างที่ปูมาและวางเอาไว้ตั้งแต่อยู่ในหัวมันต้องค่อยๆ ลำดับใส่ไปทีละอย่าง ปมมันต้องค่อยๆ สร้างและคลี่คลายไปตามๆ กัน จะให้มาถึง 2-3 ตอนเข้าเรื่องปุบปับเลยเนื้อเรื่องมันก็จะเสียได้ค่ะ มันจะเหมือนไม่มีที่มาที่ไปไม่ได้ผ่านกระบวนการความคิด เพราะพี่เจนก็เป็นคนที่มีปริศนาในตัวมากมายพอดูเลย ที่สำคัญคือเขาก็เป็นคนฉลาด ซึ่งคนฉลาดก็คงจะไม่เสียรู้หรือถูกเปิดโปงอย่างง่ายดายจริงไหมคะ

ยังไงอ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจ สกรีมแท็กเป็นพลังให้เค้าเยอะๆ ที่ #อย่าขอพี่เจน นะคะ

** ปล. ที่อายุพี่เจนเป็น 27 เพราะตอนแรกซอลคิดว่าจะได้อัพนิยายเรื่องนี้ปีหน้าเลยค่ะ แฮ่ๆ

 

 

แล้วก็เค้าขอใช้พื้นที่ตรงนี้ประกาศอะไรนิดนึงนะคะ

ต่อจากวันนี้ เค้าจะอัพแค่อาทิตย์ล่ะ 2 วันนะคะ คือคืนวันศุกร์กับคืนวันเสาร์ คงไม่ได้อัพทุกวันแบบนี้แล้ว เพราะสาเหตุก็คือ เค้าแต่งไม่ทันค่ะ T_T ตอนนี้คือลงรัวมาสิบเอ็ดบท แล้วที่มีเก็บไว้ในสต็อกก็คือหร่อยหรอมาก เค้ารู้สึกว่ามันกดดันมากๆ เลยค่ะ อีกอย่าง เค้าอยากให้เรื่องนี้อยู่กับทุกคนไปนานๆ ด้วย เพราะอัพเร็วก็จะจบเร็ว

อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ตั้งแต่บทที่ 12 เป็นต้นไป เค้าจะเปิดขายตอนล่วงหน้านะคะ เป็นระบบเหมือนกับ webtoon ที่ทางเด็กดีมีให้สำหรับนักเขียน ก็คือคุณผู้อ่านสามารถใช้เหรียญเพื่อปลดล็อกในการอ่านตอนต่อไปได้ที่อัพได้ในทันที! แต่หากใครไม่สะดวก ก็ยังอ่านฟรีแบบนี้ไปได้จนจบเรื่องค่ะ เพราะหลังจากที่อัพลงเว็บได้ 7 วันระบบก็จะปลดล็อกเนื้อหาออกอัตโนมัติให้ทุกคนได้อ่านโดยทั่วกัน และขึ้นกระดิ่งเตือนให้ด้วยค่ะ เนื่องจากว่าเค้าไม่ได้ทำงานอะไร เค้าเป็นนักเขียนอาชีพ การเขียนนิยายคือรายได้หลักของเค้า จึงหวังว่าทุกคนจะเข้าใจและไม่ว่ากันนะคะ TT สายฟรีก็ยังมีให้อ่านค่ะ เพียงแต่จะได้อ่านช้ากว่าเล็กน้อยเท่านั้นเอง เค้าเข้าใจทุกคนเลย พยายามจัดการให้ดีที่สุด ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจเค้านิดนึงนะ

ขอบคุณค่ะ อยู่ด้วยกันไปจนจบเรื่องเลยน้า

#อย่าขอพี่เจน

ฮวังซอล

 

https://www.dek-d.com/writer/howto << วิธีการใช้งานระบบ coin ของเว็บไซต์ dek-d 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.237K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,788 ความคิดเห็น

  1. #3707 Sariei_va (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 22:44
    เอ๊ะะะะะ นี่มันยังไงคับเนี่ยววว
    #3,707
    0
  2. #3706 Sariei_va (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 22:44
    เอ๊ะะะะะ นี่มันยังไงคับเนี่ยยนน
    #3,706
    0
  3. #3217 tarun_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 00:57
    พุฒิเจ็บใจแหละแต่ทำอะไรไม่ได้ไง เผลอไปเล่นกับเสือ
    #3,217
    0
  4. #3216 tarun_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 00:56
    ฉันว่าแล้วพี่แกดูโตดูผ่านโลกมาเยอะมากกว่าจะอายุ23อะ ที่แท้ก็27
    #3,216
    0
  5. #2942 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 21:31
    เป็นแวมไพร์? เป็นอมตะ???
    #2,942
    0
  6. #2941 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 21:30
    ว่าละว่าคำโปรยมันแปลกๆ!!!! ที่แท้...
    #2,941
    0
  7. #2885 PCB614 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 16:22
    ว้าวมากกกก พี่เจนอายุ 27

    ไหนจะชื่ออีก โอโห! ช็อคไปเลยชั้น
    #2,885
    0
  8. #2840 สาววายกับเจ้าชายอสูร (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 02:27
    โหหหหหห โหหเจนใหญ่ ความลับอันเบอเร่อ มีใหญ่กว่านี้อีกมั้ย อมก.
    #2,840
    0
  9. #2774 BSRin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 08:58
    พี่เจนน่ากลัว ขนลุกเลยค่าาาพากวกว
    #2,774
    0
  10. #2484 Ludeer520 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:10
    กรี๊ดเลยว่าแล้วววววว ต้องอายุมากกว่า ชอบมากแนวนี้
    #2,484
    0
  11. #2435 tang_thai°°° (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 12:05
    ปริศนาเยอะมาก ปมก็เยอะมากดกก
    #2,435
    0
  12. #2418 Aei Montra (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:15
    ขนลุกซู่ซ่าา
    #2,418
    0
  13. #2386 SSbts2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:30
    ปริศนาธรรมเต็มไปหมดเลยค่ะซิส ;-; ทั้งเรื่องพุฒิ ทั้งเรื่องพี่เจน มาเลย มากันให้หมด! เราพร้อมแล้ว!!!
    พี่เจนขี้แกล้งน้องจังวะ ตอนนี้นอกจากจะเป็นคนเซ็กซี่แล้วยังอีโรติกแบบเปิดเผยด้วย อยากจะบ้า TOT
    ยัยน้องรู้แบบนี้แล้วจะทำไงต่ออ่ะ น่าลุ้นนะ แต่จากอาการก็คือน้องเริ่มระวังตัวแล้ว และพี่เจนก็น่าจะสัมผัสได้เหมือนกันด้วยแหละ โอ้ยยยย ลุ้นอ่ะ
    #2,386
    0
  14. #2350 blueeyes111 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:13
    พี่เจนอายุ27แล้วหรออออ ความลับเริ่มคลายขึ้นเรื่อย แต่เจนเล็กนี่เราว่าอิพี่เจาหาเพราะชอบเเหละ เจนใหญ่หลงน้องแล้วตอนนี้
    #2,350
    0
  15. #1640 nnnida (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 00:56
    ลึกลับสุดอ่ะ ความลับเริามมาแล้ววววววว แต่เอ๊ะ สรุปอิพี่พลาดจริงหรือจงใจกันแน่
    #1,640
    0
  16. #1610 Aidan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 22:56
    พี่เจนขวัญใจด่าน555555555
    #1,610
    0
  17. #1475 OhohohLOTTO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 21:22
    พุฒิ เจน พี่เจน ต้องมีอะไรบางอย่าง...
    #1,475
    0
  18. #1456 sauvegarder (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 18:43
    อย่าบอกนะ ว่าพี่เป็น..
    #1,456
    0
  19. #1307 Jinjoo.K (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 00:53
    พลาดจริงหรือจงใจฟระ! อิพี่คือไม่เคยทำให้ชั้นไว้ใจได้สักตอน55555
    #1,307
    1
    • #1307-1 lininnin(จากตอนที่ 12)
      15 ธันวาคม 2562 / 17:02
      จีง555 ระดับพี่เจนไม่น่าพลาด55555 จงใจป่าวเนี่ยย
      #1307-1
  20. #1295 tonggryf (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 20:43
    พี่เจนเป็นพระเอกจริงหรือเปล่านะ แง5555555555555
    #1,295
    0
  21. #1279 doggyv (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 15:47
    ตกใจไรเบอฺร์นั้น​ แค่อายุ​27เอง​ทำเหมือนค้นพบความลับว่าเขาเป็นปีศาจ
    #1,279
    2
    • #1279-1 Dummy (จากตอนที่ 12)
      10 ธันวาคม 2562 / 18:36
      มันน่าตกใจนะคะ อยู่แค่ปีสี่แต่อายุตั้ง 27

      แล้วอันที่จริงพี่เจนก็เรียนเก่งมาก เข้าข่ายอัจฉริยะแต่ทำไมถึงเรียนนาน ที่สำคัญไม่เคยปริปากบอกใครอีกว่าตั้ง27แล้ว เป็นเราเราตกใจ
      #1279-1
  22. #1209 mtbb_th (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 17:18
    ฮือชอบมากๆๆๆๆๆ
    #1,209
    0
  23. #1207 Preawysw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 13:12
    พี่เจนดูจงใจอะ ตอนหน้าเราอ่านไม่ได้อีก7วันจะไปเม้นให้นะคะ><
    #1,207
    1
    • #1207-1 อีกิบ (จากตอนที่ 12)
      6 ธันวาคม 2562 / 14:55
      เติมคอยน์เลยค่ะตัวเอง ไม่แพงเลย ถูกมากๆ 10 บาทเอง มาหวีดด้วยกันๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หนับหนุนนักเขียน
      #1207-1
  24. #1169 ccgdcctv (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 19:44

    พึ่งมาเจอเรื่องนี้ อ่านรวดเดียวเลย สนุกและน่าติดตามมากค่ะ เกียมอุดหนุนไรท์นะคะ ไว้เป็นกลจ.ให้แต่งต่อ
    #1,169
    0
  25. #1167 ชาลินิน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 15:21

    อยากอ่านต่อแง้ว ติดงอมแงมเลยค่า
    #1,167
    0