SF : IT'S MY LIFE

ตอนที่ 2 : II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    21 ธ.ค. 60



เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่โยซอบเหมอมองประตูห้องทุกวัน ไม่มีเสียงเคาะหรือใครสักคนที่มาเยี่ยมหา มันก็เหมือนชีวิตของเขาก่อนที่จุนฮยองจะก้าวเข้า แต่โยซอบกลับไม่ชินกับมันเสียเลย


เขาเกลียดความโดดเดี่ยวที่สุด…


ก๊อก ก๊อก ก๊อก~


เสียงเคาะประตูดังขึ้นมา ทำให้โยซอบที่นั่งเหมอสะดุ้งจนตัวโยน ใจของเขาเต้นแรงทันที


เมื่อเขามองลอดผ่านตาแมวและเห็นว่าใครที่ยืนอยู่หน้าประตู ปากบางยกยิ้มขึ้นกว้างอย่างไม่รู้ตัว


“ทำไมเปิดประตูช้าจัง ฉันจะหนาวตายอยู่แล้ว” ร่างสูงบ่นขึ้นเมื่อโยซอบเปิดประตูให้


“เข้ามาสิครับ” คนตัวเล็กหลีกทางให้จุนฮยองและเดินไปเทน้ำจากกาใส่แก้วให้อีกคน


วางแก้วไว้บนโต๊และนั่งลงข้างๆ คนที่หายหน้าหายตาไปนาน “คุณ...เอ้อ จุนฮยองเป็นยังไงบ้าง?”


“ฉันสบายดี แล้วนายล่ะ?” จุนฮยองที่รับแก้วน้ำร้อนมาตอบ โยซอบมองไปที่คนบอกว่าสบายดี มันก็คงจริง...คนตรงหน้าเขาตอนนี้ดูดีกว่าเมื่อก่อนมาก ทั้งสภาพร่างกายและการแต่งตัว


“ผมก็สบายดีครับ” หลังจากประโยคนี้ ทั้งคู่ก็กลับมาเงียบอีกครั้ง


“นี่ก็หนาวแล้ว...ฉันตั้งใจจะเอานี่มาให้นาย” จุนฮยองที่ทำลายความเงียบหยิบกระเป๋าขึ้นมาและเปิดมัน หยิบเสื้อกันหนาวเนื้อดีออกมาและยื่นให้โยซอบ


“ให้ผม?...เออ ขอบคุณครับ” โยซอบรับมาอย่างเคอะเขิน จับเสื้อในมือแน่น


“ลองใส่สิ ฉันเลือกมาเพราะคิดว่ามันเหมาะกับนาย” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ย ส่งยิ้มบางๆ กลับให้คนที่ยิ้มกว้างมาให้


“สวยมากเลยครับ” คนตัวเล็กสวมแล้วเอ่ยชม รอยยิ้มบนหน้าหวานยังไม่จางหาย


จุนฮยองจับไหล่อีกคนไว้ พลิกตัวโยซอบไปมา “แต่มันผิดไซซ์ไปหน่อย”


“ไม่เป็นไรครับ เอาไว้เผื่อโต” ว่าเสร็จเจ้าของห้องก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ทำเอาจุนฮยองหลุดขำตาม


“ยังจะโตอีกหรอ หือ?”


“จุนฮยองก็อยู่คอยดูผมโตสิครับ” ไม่แน่ใจว่าประโยคนั้นจะสื่อความหมายแฝงอะไร มือหนาเอื้อมไปจับหัวกลมและโยกไปมา


“...”


“เย็นนี้ อยู่กินข้าวด้วยกันนะครับ” ตากลมช้อนขึ้นมามองคนตรงหน้า


“ได้สิ นายไม่ไปทำงานที่ร้านหนังสือหรอ?” ร่างสูงถามอย่างแปลกใจ


“เดี๋ยวผมลางานกับคุณหมอก็ได้ครับ”


“ทำไมต้องลำบากแบบนั้นด้วยล่ะ? ฉันรอได้ ไม่เป็นไร”


“ผม...ผมอยากอยู่กับจุนฮยองนี่ครับ...ตอนจุนฮยองไม่อยู่ ผมเหงามากเลย ผมรู้...รู้ว่าเดี๋ยวจุนฮยองก็ต้องไปแล้ว” โยซอบรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อพูดออกไป แต่สุดท้าย...เขาก็ไม่กล้ารั้งอีกคนไว้


“เอาอย่างนั้นก็ได้ วันนี้ฉันจะเป็นลูกมือนายเอง”






เสียงเคาะประตูดังขึ้นขณะที่โยซอบกำลังตัดอาหารจานสุดท้ายใส่จาน


“คุณ เอ้อ จุนฮยองเอาวางไว้บนโต๊ะเลยครับ เดี๋ยวผมไปดูก่อนว่าใครมา” โยซอบเช็ดมือแล้ววิ่งไปยังหน้าประตู


“คุณจินอุน? มีอะไรรึเปล่าครับ?” โยซอบถามอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นว่าใครมาหา เสียงของโยซอบทำให้คนที่ยืนข้างโต๊ะกินข้าวหันไปมอง


หมอจินอุน? ผู้ชายคนนั้นดูหนุ่มกว่าที่จุนฮยองคิดเสียอีก


“อยู่ดีๆ โยซอบก็โทรมาลา ฉันก็นึกว่าไม่สบายน่ะสิ” คนตัวสูงหน้าห้องยกมือที่ว่างขึ้นมาทาบหน้าผากเล็ก ทุกอย่างยังอยู่ในสายตาของจุนฮยอง


“เออ ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ พอดี...มีเพื่อนมาหาน่ะครับ” โยซอบหันมามองคนในห้อง


“หือ เพื่อนหรอ?”


“ครับ คุณจินอุนจะเข้ามาก่อนไหมครับ?”


“ไม่เป็นไร อ่ะ ฉันทำไก่ต้มโสมมาให้” โยซอบรับมาอย่างว่าง่ายและเอ่ยขอบคุณเบาๆ คุณหมอตัวสูงยีผมนุ่มของโยซอบเล่นทีหนึ่งก่อนจะบอกลา


“หมอที่นายเคยบอกหรอ?” จุนฮยองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เรียบร้อยถามขึ้นเมื่อโยซอบเดินไปหยิบจานมาใส่ไก่ต้มโสม


“ใช่ครับ” คนตัวเล็กนั่งลงตรงข้ามจุนฮยองและพยักหน้าตอบ


“ฉันก็นึกว่าเป็นคนมีอายุซะอีก” จุนฮยองพูดขณะที่ก้มหน้าก้มตาตักอาหารใส่จานของตัวเอง


“ฮ่าๆๆ คุณหมอไม่ได้แก่หรอกครับ ยังอายุไม่ถึงสามสิบเลย”


“นายชอบเขาหรอ?” จุนฮยองถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


“ห๊ะ?”


“นายชอบหมอจินอุนนั่นหรอ?” จุนฮยองถามย้ำอีกครั้ง แก้มกลมๆ ของโยซอบกำลังขึ้นสี ซึ่งนั่นทำให้เขาโมโหอย่างไม่รู้ตัว


“ป...เปล่าครับ ผมแค่ชื่นชมคุณหมอมากๆ เท่านั้นเอง” โยซอบที่หน้าแดงยังคงไม่กล้าหันมาสบตาคนถาม


“ฮึ” เสียงหัวเราะขึ้นจมูกทำให้คนตัวเล็กรู้สึกอึดอัด “หลังกินเสร็จแล้ว ฉันจะกลับเลยนะ”


“อ๋อ ครับ” โยซอบตอบรับเบาๆ เขาไม่รู้ว่าทำไมท่าทีและคำพูดของจุนฮยองถึงทำให้เขารู้สึกเจ็บที่หัวใจแบบนี้?







หลังจากวันนั้นแขกประจำห้องของโยซอบก็หายตัวไปอีกครั้ง โยซอบรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรมที่เขาต้องเป็นคนรออยู่ฝ่ายเดียว ไม่ยุติธรรมที่อีกคนมาทำให้เขารู้สึกแปลกๆ แล้วจากไป ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด...


“โยซอบ มีคนโทรมา” เสียงเพื่อนร่วมงานปลุกให้โยซอบตื่นจากความคิด


“สวัสดีครับ” เขากรอกเสียงตอบรับ ไม่รู้ว่าใครโทรมา เพราะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึก


“โยซอบ”


“จุนฮยอง!?”


“ใช่ฉันเอง”


“เออ มีอะไรรึเปล่าครับ?”


“นายเลิกงานสามโมงใช่ไหม?”


“ใช่ครับ”


“ฉันจะชวนนายออกไปกินข้าวข้างนอกน่ะ ถ้านายว่าง..”


“ตกลงครับ!” โยซอบเผลอพูดเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง ดีที่ตอนนี้ลูกค้าในร้านมีไม่มาก


“เจอกันหลังเลิกงานนะ ฉันจะไปรับที่ห้อง” เสียงทุ้มที่เอื้อนเอ่ยทำให้คนฟังใจสั่น


“ได้ครับ แล้วเจอกัน”


“อื้ม เจอกัน”


หลังจากวางสายคนตัวเล็กก็ยิ้มขึ้นกว้างกว่าเดิม มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากเมื่อรู้สึกว่าตัวเองหุบยิ้มไม่ได้ วันนี้เขารู้สึกสดใสกว่าทุกวัน







วันนี้โยซอบที่แต่งตัวนานเป็นพิเศษเดินออกมาจากห้อง บนหน้าหวานยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ เขากำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่สายตาเหลือบไปเห็นคนตัวสูงเดินขึ้นมา


“เสื้อสวยดีนะ โยซอบ” จุนฮยองเอ่ยทักและส่งยิ้มให้


“ผ้าพันคอจุนฮยองก็สวยเหมือนกันครับ” โยซอบสบตาจุนฮยองขณะพูด เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองจ้องนานเกินไป คนตัวเล็กก็รีบก้มหน้างุดซ่อนแก้มแดงๆ ที่ไม่รู้ว่าแดงเพราะอากาศหนาวหรือเพราะอะไรกันแน่


“ไปกัน” จุนฮยองพูดและเอามือออกจากกระเป๋าโค้ทตัวยาว โยซอบจับมือที่ยื่นมาโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ







“ว้าว ร้านนี้บรรยากาศดี แถมอาหารยังอร่อยด้วยนะครับ” โยซอบพูดขึ้นเมื่อตักคำแรกเข้าปาก


“ใช่ไหมล่ะ ฉันคิดไว้แล้วว่านายต้องชอบ” จุนฮยองยกยิ้มและเอาแต่ตักอาหารใส่จานอีกคน


“พอแล้วครับ ถ้าผมกินไม่หมดเสียดายแย่” โยซอบหยุดมือหนาไว้ หน้าเล็กมุ่ยลงเล็กน้อย


“งั้นก็กินให้หมด จะได้โตไวๆ”


หัวกลมส่ายไปมา “ไม่หมดแน่ จุนฮยองสั่งมาทำไมเยอะแยะ?”


“เอาหน่า ฉันไม่แน่ใจว่านายชอบอะไรนี่ ถ้าไม่หมดก็ห่อกลับบ้าน กินได้แล้วไม่ต้องพูดมาก” ทั้งสองกินไปพูดคุยไปจนอาหารเริ่มพร่องลงไปเยอะ


“กินเสร็จแล้วไปเดินเล่นที่แม่น้ำฮันกันนะ” จุนฮยองเอ่ยชวนพูดอีกครั้ง


“อ๋า ได้ครับ ที่นั่นสวยมากเลย ถ้าได้ปั่นจักรยานเล่นก็คงจะดี”


“เอาสิ ความจริง...ฉันยังไม่เคยไปที่นั่นเลย” จุนฮยองคิดว่าเขาอาจไม่สามารถแบกรับความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างนั้นไว้ได้ หากเขาเดินอยู่ตรงนั้นคนเดียว


“จริงหรอครับ? งั้นเดี๋ยวผ-”


“อ้าว จุนฮยอง?” ทั้งสองคนที่กำลังนั่งคุยอยู่หันไปมองต้นเสียง


“เออ...สวัสดีครับคุณคูฮาร่า” คนที่นั่งตรงข้ามโยซอบกล่าวทักทายผู้หญิงที่พึ่งเดินเข้ามา


“ฉันก็ว่าทำไมไม่เห็นนายที่บ้าน วันนี้เป็นวันหยุดใช่ไหม?” ผู้หญิงคนนั้นนั่งลงข้างๆ จุนฮยองทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครเอ่ยเชิญ ยังโยซอบมองตามเธออย่างไม่รู้ตัว


“ใช่ครับ เออนี่ ยังโยซอบ…น้องชายที่รู้จักครับ โยซอบ นี่คุณคูฮาร่า เธอเป็นลูกเจ้านายฉันเอง” จุนฮยองที่เป็นคนกลางแนะนำทั้งสองคน


“สวัสดีครับ ผมโยซอบครับ” โยซอบทักทายและก้มหน้าลง เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงกลัวสายตาของผู้หญิงคนนั้น


“สวัสดีค่ะ อุ๊ย! ตายจริง นี่เสื้อที่ฉันซื้อให้จุนฮยองไม่ใช่หรอ?” ฮาร่าที่สังเกตเห็นเสื้อที่โยซอบใส่เอ่ยทักขึ้น


โยซอบที่ได้ยินอย่างนั้นหันไปมองหน้าจุนฮยองทันที ในหัวเขาตอนนี้มีแต่คำว่าทำไม


“ผมเอาให้น้องแทนน่ะครับ” จุนฮยองที่ทำตัวไม่ถูกตอบออกไป ตอนนี้...เขากลัวว่าโยซอบจะโกรธ


โยซอบมองมือตัวเองที่กำกันแน่นอยู่บนตัก เขากำลังเก็บความน้อยใจเอาไว้ เก็บความรู้สึกที่ไม่ควรรู้สึก


“นายนี่ใจดีจังเลยนะ งั้นเย็นนี้เราไปซื้อตัวใหม่กัน” ฮาร่าชวนอย่างใจดี ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ โยซอบถึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก


“แต่ว่าเย็นนี้ผม...” จุนฮยองกำลังจะปฏิเสธ แต่คนตรงข้ามกลับพูดขึ้นแทรก


“เอ้อ คุณจุนฮยองครับ คือ คือผมไม่ได้ลางานกับคุณจินอุนไว้ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” คนตัวเล็กพูดจบและรีบลุกขึ้นโค้งให้ทั้งสองคน ก่อนจะรีบก้าวออกจากร้าน





ระหว่างกลับบ้านโยซอบก้าวเดินด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง มือเย็นจับเสื้อกันหนาวไว้แน่น เขาอยากจะกระชากมันออกตอนนี้จริงๆ ความคิดมากมายที่หลั่งใหลเข้ามาในหัวถูกหยุดลงเมื่อโยซอบรู้สึกว่ามีใครบางคนจับไหล่เขาไว้


เมื่อหันไปก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าใคร “คิดว่าทำพวกฉันซะเจ็บแสบแล้วจะหนีไปง่ายๆ หรอ”


คนพวกนั้นที่เคยซ้อมจุนฮยอง…







“คุณฮาร่าครับ ผมคงไปกับคุณวันนี้ไม่ได้ ขอตัวก่อนนะครับ” จุนฮยองจ่ายเงินค่าอาหารและวิ่งออกไปโดยไม่ฟังอีกคน


จุนฮยองมองไปรอบๆ ตอนนี้โยซอบลับสายตาเขาไปแล้ว ขายาวก้าวต่อไปเรื่อยๆ ร่างสูงคาดว่าโยซอบคงกลับบ้าน


“ปล่อยนะ! ฮึก ปล่อยผม!!” จุนฮยองชาวาบไปทั้งตัวเมื่อเสียงร้องที่คุ้นเคย เขาออกตัววิ่งทันที จนมาถึงท้ายซอย


ภาพที่เห็นทำเอาเลือดในกายของเขาร้อนไปหมด คนตัวเล็กเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและโดนล็อกตัวเอาไว้ คนพวกนี้พยายามจะล่วงเกินร่างบางที่เขาไม่กล้าแตะ!


“มึงมีเหี้ยอะไรก็มาจัดการกับกูสิวะ!” จุนฮยองกระชากคนที่กำลังเลียซอกคอของโยซอบออก หมัดหนักชกเข้าที่หน้าอย่างสุดแรงจนคนโดนถลาลงไปกับพื้น เขาดึงโยซอบเข้ามาในอ้อมกอดและถีบลูกน้องของไอ้จองคิมอีกคน กระซิบปลอบคนที่เสียขวัญก่อนที่จะดันคนตัวเล็กให้มาอยู่ข้างหลัง


“จุนฮยอง มึง!” คนที่พึ่งเซไปข้างหลังกระโจนเข้าหาจุนฮยองด้วยความแค้น ด้วยความที่ไวกว่า ขายาวเตะเข้าก้านคอของศัตรูอย่างจัง ร่างหนาถึกสลบลงตรงหน้าทันที


ขาของเขาสั่นเพราะความโกรธแต่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความหนักแน่น ตาคมน่ากลัวจนทำให้อีกคนที่นอนอยู่บนพื้นถอยหนี เท้าหนักยกขึ้นสูงและกระทืบลงที่กลางลำตัว ความแรงของมันทำให้คนที่คลุกดินงอตัวอย่างเจ็บปวด


แค่นี้มันยังน้อยไป...เมื่อคิดได้ดังนั้น เป้าหมายของจุนฮยองเลื่อนไปที่ปากอันน่ารังเกียจ เตะลงไปไม่ยั้งจนเลือดมันกบปาก คนตัวสูงใช้เท้าเขี่ยร่างที่อยู่บนพื้นให้หันมามองหน้า “ถ้ามึงทำคนของกูอีก ครั้งต่อไปมึงได้ตายแน่”


เสียงสะอื้นที่ดังบาดใจของโยซอบทำให้ไฟแค้นของเขาปะทุขึ้นมาอีกครั้ง จุนฮยองกระทืบคนที่นอนโอดครวญอีกหลายที เท้าหนาหยุดลงเมื่อรู้สึกถึงแรงกอดจากข้างหลัง เขาหันไปกอดคนที่สะอื้นจนตัวโยนแน่น ยกคนตัวเล็กขึ้นอุ้มแนบอกและเดินออกจากสถานที่ที่มีความทรงจำอันเลวร้ายนี่






เมื่อมาถึงห้อง จุนฮยองก็วางร่างที่ตอนนี้ดูบอบบางไว้บนเตียง กระซิบคำปลอบโยนไม่หยุด “ฉันอยู่นี่แล้วนะโยซอบ ไม่มีใครทำอะไรนายได้แล้ว”


“ฮึก ฮื้ออออออออออ” โยซอบยังคงหยุดน้ำตาตัวเองไม่ได้ เขาถอดเสื้อกันหนาวออกและโยนมันไปที่มุมห้อง จุนฮยองมองการกระทำนั้นด้วยสายตาที่เจ็บปวด “ตอนนี้...ผมมันสกปรก!”


“ไม่! โยซอบ นายไม่ได้เป็นอย่างนั้น” จุนฮยองถลาเข้าไปกอดอีกคนทันทีที่เห็นมือบางถูกหน้าอกตัวเองอย่างแรง ผิวขาวของโยซอบตอนนี้มันแดงจนน่ากลัว



โยซอบพยายามดันจุนฮยองที่กอดตัวเขาแน่นให้ออกห่าง “ไม่เอา ฮื้อออ ออกไป!”


“โยซอบ...นายจะผลักไสฉันยังไงก็ได้ แต่วันนี้ขอให้ฉันได้อยู่ข้างๆ นายนะ”


แค่วันนี้ก็พอ…


“ไหนดูซิ แดงหมดเลย ฉันจะไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้นะ” จุนฮยองก้มมองรอยแดงบนหน้าอกและพึมพำบอก โยซอบยังคงร้องไห้ไม่หยุด บีบหัวใจคนมองที่ทำอะไรไม่ได้เลย


กลับเข้ามาในห้อง จุนฮยองก็หยิบผ้าขุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดเบาๆ ที่หน้าอกบาง ถูกวนไปมาจนถึงลำคอ เขาจ้องมันอย่างเหมอลอย


มือของโยซอบหยุดมือเขาไว้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ออกไป…”


“โยซอบ…” จุนฮยองเรียกชื่อและจ้องตาที่แดงก่ำและถูกกบด้วยน้ำตา


น้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อตากลมปิดลง โยซอบที่ตัวสั่นตะเบงเสียงใส่อีกคน “ผมบอกให้คุณออกไป!”


“เข้าใจแล้ว…” จุนฮยองมองคนตัวเล็กด้วยสายตาที่เจ็บปวด เขาลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้อง


เมื่อเสียงประตูปิดลง โยซอบก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งห้องเหลือเขาคนเดียวและมันช่างว่างเปล่า…


โยซอบล้มลงนอนสะอื้นกอดตัวเองไว้ให้แน่นเท่าที่จะทำได้ รอบกายเงียบสงัด คนตัวเล็กได้ยินแต่เสียงร้องไห้ เสียงความคิดและภาพเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น


เขารู้สึกขยะแขยง

เขารู้สึกว่าไม่มีใครต้องการ

และจากนี้ไป...จุนฮยองก็คงเดินออกไปจากชีวิตเขา


โยซอบพลิกตัวนอนคว่ำ ซุกหน้าลงกับหมอน เขากรีดร้องเสียงดังเหมือนว่าหมอนใบนี้สามารถรับทุกความรู้สึกของเขาได้ มือเย็นกำเข้าหากันแน่น ทุบลงบนเตียงเพื่อระบายอารมณ์ออกมา


ร่างเล็กสะดุ้งทันทีที่โดนดึงเข้าไปในอ้อมกอดที่เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าโหยหา


จุนฮยองยังคงกอดปลอบคนขวัญเสีย มือหนาลูบแผ่นหลังเล็กอย่างอ่อนโยน ใช้ความเงียบส่งผ่านความห่วงใย ไร้คำพูดใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมา


โยซอบที่เริ่มผ่อนคลายลงพยายามจะหลุดจากพันธนาการของจุนฮยองอีกครั้ง จุนฮยองคลายอ้อมกอดอย่างง่ายดายเพราะกลัวว่าอีกคนจะเจ็บ


ทั้งสองสบตากัน และเป็นโยซอบที่ทำลายความเงียบ “จุนฮยอง ช่วมผมด้วย”


คนที่ถูกขอร้องไม่เข้าใจในสิ่งที่โยซอบต้องการจะสื่อ แต่เมื่อมองตามมือขาวที่กำลังปลดกระดุมเสื้อและกลับมามองตากลมที่เว้าวอนอีกครั้ง ทุกอย่างก็กระจ่าง…


จุนฮยองหยุดมือนั้นและปลดกระดุมที่เหลืออีกสองเม็ดด้วยตัวเอง เขาดันโยซอบให้นอนลงไปเบาๆ สบตาที่ต้องมนต์นั้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เมื่อไม่มีความลังเลในสายตาคู่นั้น ปากหนาค่อยๆ จูบวนแถวๆ หน้าท้องขึ้นไปถึงหน้าอก ลิ้นร้อนลากเลียไปทั่วหน้าอกขาว ลบทุกสัมผัสอันน่าเกลียดออกไป เหลือเพียงความอบอุ่นและวาบหวาม


“อื้อออ” เสียงหวานครางออกมาเบาๆ สัมผัสของจุนฮยองช่างแตกต่าง มันอ่อนโยนและทำให้ใจสั่น


ร่างสูงที่คล่อมคนตัวเล็กไว้รู้สึกยังไม่พอใจกับการล้างพิษ ลากลิ้นไปตามลาดไหล่ คอระหง และวกมาขบเม้มที่กระดูกไหปลาร้า เสียงหวานยังคงดังคลอ


จุนฮยองชะงักเมื่อมือบางเอื้อมมาจับหน้าของเขาไว้ ใจเขาสั่นรัวกว่าเดิมเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังทำให้โยซอบตกใจกลัว


คนแก่กว่าผละออกมาเล็กน้อยและกล่าวขอโทษจากใจจริง “โยซอบ ฉันขอ-”


คำพูดของจุนฮยองหยุดลงเมื่อแขนเรียวโน้มคอคนตัวสูงลงมาและประกบปาก นานหลายวินาทีก่อนที่จุนฮยองจะแทรกลิ้นเข้าไปในโพลงปาก ดูดดึงลิ้นเล็กและกลืนกินน้ำหวาน จูบแรกของทั้งสองช่างดูดดื่ม อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด


จุนฮยองละออกมาจากริมฝีปากบางเมื่ออีกคนเริ่มขาดอากาศหายใจ พลิกตัวลงนอนข้างๆ และดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก จูบขมับทีหนึ่งก่อนจะกระซิบเสียงหวาน “นอนนะ ฉันจะกอดนายไว้เอง”







ร่างกายเคยชินกับการตื่นนอนเช้า จึงทำให้จุนฮยองตื่นขึ้นมาโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก สิ่งแรกที่ทำให้เขายิ้มขึ้นมาคือคนตัวนุ่มในอ้อมกอด แค่นอนมองโยซอบที่หลับสนิทก็ทำให้จุนฮยองมีความสุขได้


ก๊อก  ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่หยุด จนปลุกคนที่หลับบนปุยเมฆตื่นขึ้นมา โยซอบลืมตามองหน้าจุนฮยองอย่างสะลึมสะลือ


“เดี๋ยวฉันไปดูเอง” ว่าแล้วก็ลูบหัวทุยเบาๆ ก่อนจะลุกออกจากเตียง เดินไปยังหน้าประตูเพื่อดูว่าใครมา


“จุนฮยอง! ทำไมกูติดต่อมึงไม่ได้เลย!” เมื่อเปิดประตูออกมา คนตรงหน้าห้องพูดเสียงดัง ดังจนเขาอยากจะตบปากมันซักที


“ก็ปิดเครื่อง แล้วมาหากูได้ยังไง?” จุนฮยองที่ดูรู้จักกับแขกที่มาใหม่เอ่ยถาม


“มึงเคยบอกไอ้กีกวังว่าถ้าหายไปให้มาตามที่นี่”


“แล้วที่มาตามนี่เรื่องดีหรือไม่ดีวะ?” จุนฮยองที่ไม่คิดจะเอ่ยชวนเพื่อนเข้ามาในห้องถามต่อ  

 

“กูให้มึงทาย”


“ไอ้สัส อย่ามาลีลา” จุนฮยองที่เริ่มรำคาญพูดขึ้น อุตส่าห์เปิดประตูมาคุยกับมันเนี่ย หนาวก็หนาว


“แผนเมื่อวานสำเร็จ! ตำรวจจัดการตระกูลคูได้แล้วเว้ย! หลักฐานที่มึงรวบรวมมาได้นี่มัดตัวพวกมันแน่นเลย เนี่ยผู้บัญชาการเรียกตัวมึงให้เข้าไปหา กูถึงต้องเหาะมาตามมึง”


“มีเรื่องอะไรกันหรอครับ?” โยซอบยืนที่แอบฟังได้สักพักเอ่ยขึ้นมา ขายาวก้าวไปยืนข้างจุนฮยอง

“เออ...คือ” จุนฮยองคิดว่าโยซอบยังอยู่ในห้องนอน นั่นจึงทำให้เขาไม่รู้ว่าจะตอบเรื่องนี้กับอีกคนยังไง


“ใครวะจุนฮยอง?” คนที่ยืนข้างนอกเอ่ยถาม


“มึงกลับไปรอข้างล่างก่อน เดี๋ยวกูตามไป” พูดเสร็จจุนฮยองก็ปิดประตูทันที


“อยากอธิบายไหมครับ?” โยซอบถามเสียงแข็ง


“อยากสิ แต่ฉันยังอธิบายอะไรให้นายฟังตอนนี้ไม่ได้”


“ทำไมล่ะครับ?” โยซอบที่เริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมาอีกครั้งถาม


“เรื่องมันยาวน่ะ...และฉันต้องรีบไป” จุนฮยองที่ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ตอบอย่างหนักใจ


“...” คำตอบนั้นทำเอาอีกคนเบือนหน้าหนี


เขาไม่เคยรั้งจุนฮยองไว้ได้เลย


“อย่าพึ่งโกรธฉันนะโยซอบ” จุนฮยองรวบคนตัวเล็กเข้ามากอด “เดี๋ยวฉันกลับมา...ฉันจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง จะตอบนายทุกคำถาม ให้โอกาสฉันนะ...”







เสียงไขประตูดังขึ้นมาหลังจากที่เจ้าของห้องนั่งเงียบมานานหลายชั่วโมง โยซอบยังคงนั่งเหม่ออยู่บนโซฟา แม้ว่าโซฟาจะยุบตัวลงเพราะแรงนั่งของจุนฮยองแล้วก็ตาม


“โยซอบ...”


“พูดมาสิครับ” คนตัวเล็กยังคงไม่หันไปมองคนเรียก


“คือ...ความจริงแล้วฉันเป็นตำรวจ”


“แปลว่าคุณโกหกผม...” คราวนี้ตากลมของโยซอบจ้องจุนฮยองเขม็ง


“ฉันไม่ได้อยากโกหก” จุนฮยองที่ไม่ละสายตาไปไหนตอบอย่างจริงใจ


เขาไม่ได้โกหกเลยสักนิด


“...” ร่างเล็กเงียบ


เมื่อเป็นอย่างนั้นจุนฮยองจึงเล่าต่อ “เมื่อก่อนชีวิตของฉันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่คุณคัง เพื่อนพ่อที่เป็นตำรวจด้วยกันเขาตามหาฉันเจอ ตอนนั้นฉันอายุได้สิบเจ็ด ฉันต้องไปอยู่กับกรมตำรวจ ฉันใช้ชีวิตทุกวันอยู่กับการฝึกฝน สุดท้าย...ฉันก็ต้องกลับมารับบทเด็กกำพร้าเหมือนเดิม”


“ทำไมคุณต้องเข้าแก๊งนั้นด้วย?”


ถ้าเป็นตำรวจ...จุนฮยองก็ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรแบบนั้น


“มันยากที่จะทำให้ศัตรูไว้ใจ พวกเขาทำแบบนั้นเพื่อสร้างประวัติให้ฉัน ฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อให้พวกมันเชื่อสนิทใจ เชื่อฉันเถอะ…ว่าฉันไม่ได้อยากกลับไปมีชีวิตอย่างนั้นเลยสักนิด ทุกอย่างมันเป็นแค่แผน”


แผนที่ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่เหลือใครสักคน


“แล้วผมเป็นแค่แผนของคุณด้วยรึเปล่า?”


การทำให้ผมตกหลุมรักคุณ มันเป็นแค่แผนของคุณหรือเปล่า?


แผนที่คุณทำสำเร็จแล้ว คุณก็จะทิ้งผมไป


“นายไม่ใช่แผน โยซอบอา นายเป็นมากกว่านั้น”


มากกว่านั้นมันคืออะไร? โยซอบอยากรู้ แต่เขาก็กลัวที่จะถาม


“จุนฮยองรักเธอหรอครับ?” คำถามนี้อาจจะฟังดูนอกเรื่องไปหน่อย แต่โยซอบคิดว่า...ถ้าจุนฮยองรักเธอ เขาก็หมดสิทธิ์


“ใคร?” คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย


“คุณคูฮาร่า” โยซอบรู้ โยซอบได้ยินว่าครอบครัวของเธอถูกจับ แต่เท่าที่ได้ยินมา จุนฮยองอาจจะใช้ชีวิตกับเธอมากกว่าเขา...เธอทั้งสวยและเพรียบพร้อม มันไม่แปลกที่จุนฮยองจะรักเธอ

“ไม่ได้รัก และไม่มีวันรักด้วย” คนแก่กว่าตอบอย่างหนักแน่น


“เพราะไม่รักก็เลยเอาเสื้อที่เธอซื้อมาให้ผมหรอครับ?” นี่เป็นคำถามที่ค้างคาใจโยซอบมานาน


ทำไมจุนฮยองต้องเอามันมาให้เขา เพียงเพราะไม่ต้องการ? แต่ที่เจ็บปวดไปกว่านั้นก็คือ...ทำไมจุนฮยองต้องมาพูดให้เขารู้สึกดีด้วย?


“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันตั้งใจจะซื้อให้นายนะโยซอบ” จุนฮยองรีบปฏิเสธเมื่ออีกคนกำลังเข้าใจผิด


“แล้วทำไมเธอถึงพูดแบบนั้น? พูดว่าเธอซื้อให้จุนฮยอง แล้วจุนฮยองก็มาบอกว่าซื้อให้ผม มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกลอก!” มือเล็กกำกันแน่น โยซอบตัวสั่นไปเพราะความโกรธและน้อยใจ

  

“วันนั้นฉันตั้งใจจะซื้อเสื้อให้นาย แต่เธอไปด้วย เธอไม่ยอมให้ฉันจ่ายเงินเอง และก็บอกว่าเสื้อตัวที่ฉันเลือกมันตัวเล็กเกินไป ฮาร่าให้คนเอาไปเปลี่ยนไซซ์ โยซอบอ่า...ตอนนั้นเธอเป็นเจ้านาย แล้วฉันก็ทำอะไรไม่ได้” จุนฮยองมองโยซอบด้วยสายตาอ้อนวอน เขาอยากให้โยซอบเข้าใจ เขาไม่อยากให้สิ่งที่ทำไปทั้งหมดไร้ความหมายและทำลายความรู้สึก


“คุณฮาร่าคงจะชอบจุนฮยองมากนะครับ...” คนตัวเล็กพูดเสียงเศร้า


“แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ โยซอบอา นายรู้ใช่ไหมว่าฉันชอบใคร?” จุนฮยองเอื้อมมือมาจับมือที่วางอยู่ของโยซอบ


“ใครครับ? ผมจะไปรู้ได้ยังไง ผมก็พึ่งรู้จักคุณ พึ่งรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณ” โยซอบกลับมาใช้สรรพนามที่ห่างเหินกับจุนฮยองอีกครั้ง


สิ่งที่โยซอบต้องการคือความชัดเจน ไม่ใช่คำถาม...


“ฉันไม่ได้อยากปิดบัง...แต่นายคงเกลียดฉันแล้วสินะ ฉันขอโทษ” นี่คือสิ่งที่จุนฮยองพูดได้ตอนนี้ จุนฮยองกลัวว่าถ้าเขาพูดอะไรมากกว่านี้ คนตัวเล็กอาจเกลียดเขามากกว่าเดิม ดูจากตอนนี้สิ โยซอบยังเบือนหน้าหนีไม่สบตากับเขา “ถ้านายไม่อยากเจอฉันอีก ฉันก็จะไป”


“...” คนตัวเล็กยังคงนิ่งเงียบ โยซอบไม่กล้าจะเปร่งอะไรออกไป เสียงของเขาอาจจะสั่น น้ำตาของเขาอาจจะไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้


นายนี่มันอ่อนแอจริงๆ ยังโยซอบ


“ลาก่อน ยังโยซอบ” จุนฮยองปล่อยมือโยซอบแล้วลุกขึ้น การเดินออกจากห้องนี้ไป ก็เหมือนการเดินออกจากชีวิตโยซอบ


“ยงจุนฮยอง!” คนที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาเรียกชื่ออีกคนเสียงสั่น หน้าเล็กที่อาบไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นมาสบตาคนที่ยืนอยู่ “คุณเข้ามาในชีวิตผม มาทำให้ผมรัก แล้วจะจากไปอย่างนี้หรอ? คุณมันคนใจร้าย...”


“โยซอบ...ฉันไม่รู้ว่านายรู้สึกยังไงกับฉัน” จุนฮยองเจ็บแปลบที่ใจเมื่อเห็นอีกคนร้องไห้ และสาเหตุของน้ำตานั้นก็คือต้วเขาเอง


เขายอมรับว่าตัวเองโง่ เขาไม่เคยมีความรัก...แล้วนี่คือรักใช่ไหม?


“แล้วคำว่ารักมันพูดยากมากหรอครับ? คุณจะพูดออกมาก่อนไม่ได้ใช่ไหม? หรือว่าสุดท้ายเป็นผมเองที่รู้สึกไปคนเดียว” มือเรียวยกมาปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุด


“ไม่ โยซอบ นายไม่ได้รู้สึกไปเอง” จุนฮยองส่ายหัวปฏิเสธและยอมรับความจริงในขณะเดียวกัน “ฉันก็รักนาย ฉันรักนายนะโยซอบ”


“ผมไม่ได้บังคับจุนฮยอง ฮึก ถ้าจุนฮยองไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ...”


คนตัวสูงทรุดลงไปคุกเขาตรงหน้าโยซอบและดึงมากอด


“ยังโยซอบ นายทำให้ชีวิตฉันมีความหมาย นายทำให้ชีวิตฉันมีความหวัง นายทำให้ฉันรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร โยซอบ...นายคือคนที่มอบชีวิตให้ฉันอีกครั้ง”


นายทำให้ฉันรู้ว่ารักมันเป็นยังไง


“ฮื้อออ ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ” โยซอบกอดตอบจุนฮยองแน่น


“ฉันสิที่ต้องขอบคุณนาย ขอบคุณนะโยซอบ”


“ฮึก พูดว่ารักอีกครั้งได้ไหมครับ?” โยซอบที่สะอึกอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นร้องขอ


“ยงจุนฮยองรักยังโยซอบครับ ถ้าโยซอบอยากให้พูดอีกสักร้อยครั้ง ฉันก็จะพูด” จุนฮยองกระซิบที่หูนิ่ม


คนตัวเล็กผละออกจากอ้อมกอดและจ้องตาคมที่ทำให้ใจสั่น “งั้น...ช่วยพูดคำนั้นให้ผมฟังทั้งชีวิตได้ไหมครับ?”


“ได้สิ ถ้าโยซอบอยู่กับฉันทั้งชีวิต ฉันจะพูดให้ฟังทุกวันทุกคืนเลย”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Happy JunYo's Day

นี่เป็นการเขียน SF จบครั้งแรก (และฟิคยาวก็ยังไม่เคยเขียนจบ 555)

ติชมกันได้นะคะ แล้วก็อยากได้เมนต์กำลังใจมากๆ 555

ไว้เจอกันใหม่ค่า จุนซอบจงเจริญญญญญญ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Anndizz23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 21:13
    ดีจัง
    ชอบไรท์แต่งดี หวานละมุน
    #5
    0
  2. #3 KARN_JUNSEOB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:24
    ฮือออออออออออออออ ในที่สุดก็ได้บอกรักกัน
    คุณคูฮาร่า ชื่อที่มาทีไรก็รู้สึกทุกที 55545555
    #3
    0
  3. #1 LIGHTHIGHLIGHT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 23:35
    กรี๊ดดดดดดฟ ฟเ้ห่กาดสไสแาินนากา สดสสกสิอาหากสกส ไม่ไหวแล้วววววววว แต่โมโหกับเจ้านายอิพี่มากเลยค่ะ พยายามไม่อคติกับนาง แต่เห็นชื่อปุ๊บมันจะโมโหแทน5555555
    #1
    0