[จบแล้ว] เธออยู่ร้อยปี ฉันอยู่เก้าสิบเก้าปี (お前百までわしゃ九十九まで)

ตอนที่ 5 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 303 ครั้ง
    8 ก.ย. 61



ออกแรงหน่อยสิครับ ทำแบบนั้นใช้เวลาทั้งคืนก็ลากลงไปไม่ได้หรอกนะ

          เสียงควบคุมกำกับดังแว่วมาจากด้านข้าง ทำให้มิจิรุที่กำลังออกแรงลากตุ๊กตายัดนุ่นขนาดเท่ามนุษย์ได้แต่เม้มปากอดกลั้น แม้จะบอกว่าให้เธอมา ช่วย แต่เมื่อมาถึงหน้างานกลับกลายเป็นว่าเธอต้องลงมือทำคนเดียวส่วนเขาชี้นิ้วสั่งปาวๆ

คุณก็มาช่วยฉันสิคะ…”

          มิจิรุพึมพำตอบกลับไป ยกมือขึ้นปาดเหงื่อแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ยืนกอดอกอยู่ เท่าที่เธอเข้าใจ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในการทดลองเพี้ยนๆ ของอาจารย์อิจิโนะยูกิเหมือนกัน เขากำลังคิดทริกฆาตกรรมใหม่ๆ เพื่อเอาไปใส่ในนิยาย และเธอก็ดันซวยที่รูปร่างลักษณะตรงกับตัวละครของเขาพอดี

จะช่วยได้ไงครับ แบบนั้นก็ผิดวัตถุประสงค์สิ ฆาตกรเป็นผู้หญิงนะครับ

ชายหนุ่มโต้แย้งมาคำหนึ่ง ส่วนตัวเขายังยืนกอดอกมองอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน

งั้นฆาตกรของคุณก็เจอปัญหาแล้วค่ะ หนักขนาดนี้ผู้หญิงคนเดียวจะลากยังไงไหว 

             มิจิรุนิ่วหน้า แม้ว่าภายในตุ๊กตาตัวนี้จะเต็มไปด้วยนุ่น แต่เธอเดาว่ามันน่าจะถูกถ่วงเอาไว้ด้วยอะไรบางอย่างเพื่อให้น้ำหนักใกล้เคียงมนุษย์เพศชายรูปร่างสูงใหญ่มากที่สุด

ไม่ไหวเหรอครับ คนถามขมวดคิ้ว

ก็ต้องไม่ไหวสิคะ

แน่ใจเหรอ คุณลองใช้พลังทั้งหมดที่มีหรือยัง บางทีถ้าใส่ความโกรธแค้นลงไปอาจจะทำให้มีแรงมากขึ้นก็ได้นะครับ

“…คุณจะให้ฉันโกรธแค้นตุ๊กตายัดนุ่นเหรอคะ

อย่าไปคิดแบบนั้นสิครับ จินตนาการว่าเป็นใครสักคนที่คุณเกลียดมากจนอยากให้เขาตายสิ

ไม่มีคนแบบนั้นหรอกค่ะ

คุณไม่เคยโกรธแค้นใครเลยเหรอครับ

          เคยสิคะตอนนี้ก็คุณไง

มิจิรุบ่นอุบในใจ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เธอพยายามออกแรงดึงอีกครั้ง โชว์ให้คุณนักเขียนชื่อดังดูว่าเธอไม่ได้อู้งาน ทว่าภารกิจนี้มันเกินศักยภาพของเธอไปเยอะมากจริงๆ

เห็นมั้ยคะ ไม่ไหวหรอก หญิงสาวปล่อยมือในที่สุด

คุณพยายามสุดกำลังแล้วเหรอ

ใช่ค่ะ ไม่ไหวจริงๆ

อืมอย่างนั้นสินะ คนมองพึมพำเบาๆ แต่แทนที่เขาจะออกอาการไม่พอใจ หรือกลัดกลุ้มที่ผลการทดลองออกมาเป็นแบบนี้ เขากลับพยักหน้ารับ เข้าใจแล้วครับ ก็คิดไว้แล้วแหละนะว่าน่าจะเป็นแบบนี้

เอ๊ะ?” มิจิรุขมวดคิ้ว รู้อยู่แล้วเหรอคะ

ครับ ต้องรู้อยู่แล้วสิ

แล้วจะเรียกฉันมาทำไมคะ

มาทดสอบว่าใช่อย่างที่คิดมั้ยยังไงล่ะครับ

          ขณะที่พูดนั้น เขาก็หยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงไป ทิ้งให้คนมองได้แต่นั่งอึ้ง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอมารยาททางสังคมแบบนี้มาก่อน

คุณทำแบบนี้กับเพื่อนบ้านทุกคนเลยเหรอคะ

          มิจิรุอดถามออกไปไม่ได้

แบบไหนครับ จิอากิถามกลับ แต่สมาธิยังง่วนอยู่กับสมุดในมือ

ก็เรียกมาใช้งานทั้งที่ไม่ได้สนิทอะไรกัน

          หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบกลับ หยอดคำตำหนิลงไปเล็กน้อยหวังสะกิดให้เขารู้ตัว แต่ดันกลายเป็นว่านั่นคือความผิดพลาดมหันต์

อ้อ เปล่าครับ ไม่ได้ทำแบบนี้กับทุกคนหรอก

          ชายหนุ่มตอบกลับ เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้ว และตอนนี้ก็กำลังยิ้มอยู่

แล้วคุณทำแบบนี้กับเพื่อนบ้านทุกคนเลยมั้ยครับ

คะ?”

บุกรุกบ้านเขา แล้วก็โทรเรียกตำรวจมาจับทั้งที่ไม่ได้สนิทอะไรกัน

“…”

ไม่ค่อยได้ทำสินะ

“…ค่ะ

บางครั้งถ้าเกิดเหตุสุดวิสัย เราก็ต้องทำเรื่องที่ปกติไม่ค่อยทำหรอกจริงมั้ยครับ?”

“…ค่ะ

          โดนตอบโต้ด้วยวิธีนี้ มิจิรุก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้ารับทั้งน้ำตา สภาพของเธอตอนนี้ต่อให้อีกฝ่ายสั่งให้แบกตุ๊กตาขึ้นหลังแล้วเดินวนรอบบ้านเพื่อชดใช้ความผิดก็เห็นจะต้องก้มหน้ายอมทำตามโดยห้ามปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว

          คิดได้แค่นั้นมิจิรุก็รู้สึกหนาววูบขึ้นมา ถ้าหากว่านี่เป็นแค่การเริ่มต้นล่ะ? ถ้าเกิดว่าหลังจากนี้เธอจะต้องโดนเรียกมาใช้งานเรื่อยๆ โดนแบล๊คเมลตลอดกาลเพราะความผิดที่เคยก่อไว้จะทำยังไง ความคิดนั้นทำให้ถึงกับต้องทำหน้าเครียด เหลือบมองเจ้าของบ้านที่ยังขีดเขียนสมุดโน้ตไม่หยุดแล้วทำใจกล้าถามออกไป

เอ่อปกติเรื่องพวกนี้ใครช่วยคุณเหรอคะ มิจิรุเม้มริมฝีปาก มันน่าจะมีใช่มั้ยคะ คนที่คุณสามารถขอให้มาช่วยทำการทดลองบ่อยๆ ได้ เช่นบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ หรือเพื่อนสักคน…”

          เธอถามด้วยความคาดหวัง โล่งอกจนเผลอลอบระบายลมหายใจเมื่อชายหนุ่มพยักหน้ารับโดยที่ยังไม่ละสายตาจากสมุด

ครับ ก็พอจะมีอยู่ เขาตอบ ที่ผ่านมาก็จะเรียกสาวเพื่อนเที่ยวมาช่วยน่ะ

สาวเพื่อนเที่ยว?” มิจิรุทำตาโต เป็นคำตอบที่เธอคาดไม่ถึงมาก่อน

อืม รู้จักใช่มั้ยครับ ที่พวกลุงๆ ชอบจ้างไปนั่งเป็นเพื่อนตามร้านคาราโอเกะน่ะ

อ่าก็เคยได้ยินนะคะ มิจิรุทำหน้าครุ่นคิด แต่ไม่รู้ว่าเขารับงานแบบนี้ด้วย

ถ้าเป็นคนปกติทั่วไปก็ไม่รับหรอกครับ จิอากิตอบ มีคนรู้จักที่พอจะเรียกมาช่วยได้อยู่คนสองคน แค่ช่วงนี้เขาไม่ว่างน่ะ

          พูดจบเขาก็ปิดสมุด ดูเหมือนการจดบันทึกจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ว่าแต่คุณเถอะ ทำงานที่นากาโนะโชเต็นสินะครับ

ชายหนุ่มยิงคำถาม จำได้เลือนรางว่าการพบกันครั้งแรกของพวกเขาเกิดจากเรื่องเข้าใจผิด  ถึงลงท้ายแล้วเธอจะไม่ใช่บรรณาธิการคาชิมะ มาโดกะ แต่เรื่องทำงานที่สำนักพิมพ์น่าจะไม่ผิดพลาด

ใช่ค่ะ

ตำแหน่งอะไรครับ เป็นบรรณาธิการเหรอ

เปล่าค่ะเป็นนักเขียน

          มิจิรุตอบแผ่วเบา อยู่ดีๆ ก็ขาดความมั่นใจไปเสียอย่างนั้น อยู่ต่อหน้านักเขียนชื่อดังขนาดนี้ จะให้เธอประกาศอย่างกล้าหาญว่าเป็นเพื่อนร่วมอาชีพของเขาก็ดูจะไม่เจียมเนื้อเจียมตัวไปสักหน่อย

นักเขียน?” จิอากิเลิกคิ้วขึ้น เขียนแนวไหนครับ

ทั่วๆ ไปค่ะ ส่วนมากก็โรแมนติก

          คนฟังพยักหน้ารับเล็กน้อย มองเธอแล้วพูดต่อ

น่าสนใจนะครับ เขาพึมพำกับตัวเอง งั้นถ้านี่เป็นหนังสือของคุณ คุณจะทำยังไงต่อครับ

คะ?” มิจิรุทำหน้างง เธอเริ่มตามเขาไม่ค่อยทันแล้ว

หมายถึงสถานการณ์นี้ไงครับ มีคนตาย แล้วคุณก็จัดการกับศพไม่ได้ เป็นคุณจะทำยังไงต่อ

          หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย นี่มันคำถามประเภทไหนกัน นิยายรักจะไปมีฉากแบบนี้ได้ยังไง

หนังสือของฉันไม่มีฉากแบบนี้หรอกค่ะ เธอตอบไปคำหนึ่ง

นิยายโรแมนติกไม่มีคนตายเหรอครับ

ก็มีบ้างค่ะ แต่ไม่ใช่แบบนี้

แล้วตายกันแบบไหนครับ

          มิจิรุขมวดคิ้ว พยายามคิดหาคำตอบ เธอไม่เคยเขียนให้ตัวละครของตัวเองเสียชีวิตมาก่อน แต่ถ้าให้พูดถึงทั่วๆ ไป

ส่วนใหญ่ก็ป่วย หรือไม่ก็ประสบอุบัติเหตุค่ะ

อ๋าอย่างนี้นี่เอง จิอากิพยักหน้า เข้าใจแล้วครับ งั้นถ้าตัวละครนี้ประสบอุบัติเหตุ หรือป่วยตาย คุณจะจัดการกับศพยังไงครับ

          มิจิรุกะพริบตาปริบๆ อยากซบหน้าเข้ากับฝ่ามือ ตรงไหนของประโยคเมื่อกี้ที่บ่งบอกว่าเขาเข้าใจ เธอตอบได้เลยว่าไม่มี ไม่มีเลยสักนิด

          ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ขี้เกียจจะอธิบายอะไรเพิ่มแล้ว ตามน้ำไปก่อนแล้วรีบหาทางปลีกตัวกลับบ้านคงดีที่สุด

ไม่รู้สิคะจ้างคนมาช่วยจัดการกับศพมั้ง

จ้างคน?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น จ้างใครครับ

ก็พวกคนที่ทำงานนอกกฎหมาย มีอยู่ไม่ใช่เหรอคะ พวกลูกน้องยากูซ่าอะไรทำนองนั้น

มิจิรุตอบตามที่เข้าใจ ถึงเธอจะไม่ชอบเสพงานประเภทนี้ แต่ก็เคยได้ยินว่ามีอะไรแบบนี้อยู่บ้างเหมือนกัน

อือฮึน่าสนใจนะครับ เขาพูดประโยคเดิมอีกครั้ง แล้วจะติดต่อพวกเขายังไงครับ

คะ?”

จะจ้างพวกเขามาช่วยนี่ครับ คุณจะติดต่อยังไง ตัวละครของคุณเป็นภรรยาหรือลูกสาวของยากูซ่าเหรอครับ

เป็นคำถามราบเรียบ ถูกถามออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่มิจิรุรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกไล่ต้อนยังไงไม่รู้

“…เปล่าค่ะ เธอพึมพำตอบ

เป็นคนทั่วไปที่มีคนรู้จักเป็นยากูซ่าเหรอครับ

“…ไม่ใช่ค่ะ

งั้นจะจ้างยังไงครับ ถือเงินเดินเข้าไปในถิ่นของพวกเขาแล้วตะโกนเรียกเหรอ

          มิจิรุเม้มริมฝีปาก รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางสุดๆ

คุณให้สมมตินี่คะ…”

ก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงด้วยสิครับ

          หญิงสาวถอนหายใจ ตัดสินใจว่าจะไม่โต้เถียงต่อ หากก็ยังไม่วายโดนตำหนิอีกรอบ

คิดแบบคุณคงเป็นฆาตกรที่ดีไม่ได้หรอกนะ

          แล้วฉันไปบอกตอนไหนคะว่าอยากเป็น

          มิจิรุบ่นอุบในใจ ก่อนเธอจะเงยหน้าขึ้น โต้ตอบบ้าง

แล้วคุณจะทำยังไงคะ ตัวละครของคุณจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง

         เธอถามกลับ ถือโอกาสล้วงเอาวิชาจากอีกฝ่ายเสียเลย

หืม? คุณอยากรู้เหรอ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น งั้นจะบอกให้ก็ได้

         ว่าแล้วเขาก็เดินมาหยุดข้างๆ ตุ๊กตายัดนุ่นที่ทำหน้าที่เป็นศพจำลองตัวนั้น

ในสถานการณ์แบบนี้ผมก็จะกลบเกลื่อนให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุหรือการป้องกันตัวน่ะสิ เขาชี้นิ้วไปที่ตัวหุ่น ผู้ตายเป็นชายรูปร่างใหญ่โต เวลาผู้หญิงให้ปากคำว่าถูกเขาทำร้ายจนต้องป้องกันตัวมักจะได้รับความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว ที่ต้องทำคือดัดแปลงสถานที่เกิดเหตุ ในเมื่อทำอะไรกับศพไม่ได้ ก็ทำลายที่เกิดเหตุที่จะบ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรมซะ

          มิจิรุทำตาโต ทึ่งไปเล็กน้อย อดถามต่อไม่ได้

แล้วยังไงต่อคะ เธอจะถูกจับได้หรือเปล่า

อืม ต้องถูกจับได้สิ แต่ระหว่างนั้นก็จะมีเรื่องน่าปวดหัวให้คนอ่านต้องขบคิดเต็มไปหมด

          จิอากิยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

เช่นว่าระหว่างที่ฆาตกรของเราออกไปซื้ออุปกรณ์ทำลายที่เกิดเหตุ เมื่อกลับมาแล้วดันพบว่าศพหายไป

เอ๊ะ!?” มิจิรุทำท่าตกใจ ศพหายไปเหรอคะ

ครับ หายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่เลย

ได้ยังไงกันคะ

คุณคิดว่าไงล่ะ ชายหนุ่มถามกลับ

อ่า…” หญิงสาวมุ่นคิ้วเข้าหากัน หรือว่าที่จริงแล้วผู้ชายคนนี้ยังไม่ตาย?”

เปล่าครับ เขาตายแล้ว จิอากิส่ายหน้า ศพเคลื่อนย้ายเองไม่ได้ แต่มีคนโผล่มาทำให้มันหายไปครับ

แปลว่าฆาตกรของคุณจะเรียกคนมาช่วย?”

คุณยังไม่เลิกคิดเรื่องลูกน้องยากูซ่าอีกเหรอครับ

          ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางถอนหายใจ

คิดให้กว้างขึ้นสิครับ คดีนี้มีฆาตกรมากกว่าหนึ่งคนต่างหาก

          คนฟังทำตาโต

ร่วมมือกันเหรอคะ

เปล่าครับ ทั้งคู่ไม่รู้จักกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน เลยกลายเป็นร่วมมือกันโดยไม่รู้ตัว

เอ๊ะ ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอคะ มิจิรุทำหน้าเหลือเชื่อ

ได้สิครับ ถ้าอธิบายด้วยหลักการที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ครับ

          แม้ว่าอาจารย์อิจิโนะยูกิจะพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ ดูไม่เหมือนเขาพยายามจะอวดภูมิหรืออะไรทั้งนั้น แค่พูดไปตามสิ่งที่คิด ทว่ามิจิรุที่นั่งฟังก็ยังอดทึ่งไม่ได้ บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่โปรดิวเซอร์อายุคาวะจากเซชิอุริทีวีเคยพูดไว้ สิ่งที่เธอยังขาดอยู่ แรงกระตุ้นที่ทำให้เส้นเรื่องไม่ราบเรียบจนคนอ่านต้องรีบพลิกหน้าถัดไป

           ของแบบนั้น อาจจะเป็นอะไรทำนองนี้สินะ?’

แล้วยังไงต่อคะ ตำรวจจะไขปริศนาเรื่องนี้ยังไง

          มิจิรุพลั้งถามออกไปด้วยความอยากรู้ ทว่าคราวนี้อาจารย์อิจิโนะยูกิไม่ตอบอีกแล้ว เขาหรี่ตามองเธอ จากนั้นก็ส่ายหน้าใส่

เรื่องนั้นบอกไม่ได้หรอกครับ ความลับพวกนี้คือสิ่งที่บรรณาธิการของสำนักพิมพ์ต้องใช้เงินเป็นล้านมาขอแลกเลยนะ เป็นแค่เพื่อนบ้านที่ไม่สนิทกันแท้ๆ จะมาถามดื้อๆ แบบนี้ได้ยังไงครับ

          เหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดหน้าเป็นรอบที่สองของวัน มิจิรุได้แต่ถอยหลังมานั่งสงบเสงี่ยม วลี เพื่อนบ้านที่ไม่สนิทกัน ของเธอถูกนำมาใช้ทิ่มแทงอีกครั้ง จะว่าเขาก็ไม่ได้ เพราะคนที่ยกมันขึ้นมาตั้งแต่แรกก็คือตัวเธอเอง

คุณคงแค้นฉันมากเลยสินะ…” เธองึมงำในลำคอ

อะไรนะครับ?”

เปล่าค่ะ

          มิจิรุรีบปฏิเสธ จากนั้นก็เหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้ใกล้จะสี่ทุ่มแล้ว เท่ากับว่าเธออยู่ที่นี่มาเกือบชั่วโมง น่าจะเป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะขอปลีกตัวสักที

เสร็จแล้วใช่มั้ยคะ การทดลองของคุณน่ะ

          ขณะที่ถามนั้นก็ลุกขึ้นยืน แสดงออกทางอ้อมว่าเธอจะไปแล้ว

ครับ จะกลับเลยก็ได้ ขอบคุณมาก

          ได้ยินดังนั้นมิจิรุก็พยักหน้ารับ เธอหมุนตัวเตรียมเดินไปที่ประตู แต่ก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แม้ว่าเธอกับอาจารย์อิจิโนะยูกิจะไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเท่าไหร่ ทว่าเรื่องที่เธอแอบนับถือกระบวนการคิดของชายหนุ่มในฐานะนักเขียนคนหนึ่งก็ยังเป็นเรื่องจริง

          หญิงสาวจึงหันกลับไป ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเริ่มตั้งคำถาม

ขอโทษนะคะ ฉันรบกวนอะไรหน่อยได้มั้ย

          ประโยคนั้นเรียกคนที่กำลังออกแรงขนย้ายตุ๊กตายัดนุ่นอยู่ให้เงยหน้าขึ้นมา

อะไรครับ?”

คือฉันยังไม่เคยอ่านหนังสือของคุณสักเล่ม มิจิรุเกริ่น แต่ตอนนี้สนใจขึ้นมาบ้างแล้ว คุณพอจะแนะนำได้มั้ยคะว่ามีเรื่องไหนที่ฉันควรอ่านบ้าง

          เธอเอ่ยขอด้วยความเกรงใจ แม้จะไม่กล้าหาญถึงขนาดขอคำแนะนำด้านการเขียนจากเขาอย่างที่คุณโปรดิวเซอร์เคยชี้แนะไว้ แต่ถ้าให้เขาแค่แนะนำหนังสือบางเล่มให้เธอก็พอจะทำได้อยู่

หืม? อยากอ่านหนังสือของผมเหรอครับ

          จิอากิเลิกคิ้วขึ้น เขาทำท่าครุ่นคิดชั่วครู่แล้วตอบกลับ

จะว่าไปก็พอจะมีหนังสือที่สำนักพิมพ์ส่งมาให้เหลืออยู่ คุณอยากขึ้นไปเลือกดูมั้ยล่ะ

เอ๊ะ มิจิรุทำตาโต ได้เหรอคะ

ได้สิครับ รอบนี้ผมพาขึ้นไปเอง คุณไม่ต้องแอบขึ้นไปแล้ว

          และแล้วก็โดนไปอีกหนึ่งดอก

          มิจิรุยิ้มแห้งๆ ในจังหวะหนึ่งเธอก็เริ่มจะชินชาขึ้นมาทีละนิด

          เอาเถอะ ต่อจากนี้ก็คงไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันแล้ว

          หญิงสาวให้กำลังใจตัวเอง จากนั้นก็พยักหน้ารับข้อเสนอนั้น

 

 

 


ห้องเก็บหนังสือที่ว่านั้นอยู่บนชั้นสองของบ้าน เพราะรอบแรกมิจิรุมัวแต่โฟกัส (อย่างเข้าใจผิด) เรื่องที่เจ้าของบ้านกำลังพยายามจะฆ่าตัวตาย เธอจึงไม่ทันได้สังเกตว่าบ้านหลังนี้กว้างขวางและถูกออกแบบไว้เป็นอย่างดีทีเดียว การตกแต่งทันสมัย แม้แต่แสงไฟในบ้านก็ดูรู้ว่าใช้ผู้เชี่ยวชาญมาวางผังให้ บรรยากาศหลายส่วนทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าบ้านหลังนี้เป็นทรัพย์สินของเขาแน่นอน ไม่ใช่บ้านเช่าอย่างที่เธออยู่ บางจุดก็แสนจะเด่นชัดว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้อาศัยโดยแท้จริง ยกตัวอย่างเช่นห้องที่เธอกำลังยืนอยู่ขณะนี้

          แม้อาจารย์อิจิโนะยูกิจะบอกว่าเป็นห้องเก็บหนังสือ แต่มิจิรุอยากเรียกมันว่าห้องสมุดขนาดย่อมมากกว่า ในนั้นมีชั้นวางนับสิบ หนังสือหลายภาษาจากทั่วทุกมุมโลกถูกวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ จัดวางตามตัวอักษร ขนาดสัน ที่มุมสุดของห้องยังมีเก้าอี้โซฟาและมุมชงกาแฟ แถมยังมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอีกหนึ่งชุด ดูเหมือนว่าบางครั้งคุณเจ้าของบ้านก็มักจะเข้ามานั่งทำงานในนี้

          ยอดไปเลย

         เขามีรายได้ปีละเท่าไหร่เนี่ย

          หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น แม้รายได้ของเธอจะไม่ได้ต่ำต้อยขนาดเรียกว่าเป็นนักเขียนไส้แห้ง แต่การจะมีห้องแบบนี้ในบ้านของตัวเองก็ยังเป็นเรื่องที่เกินเอื้อมอยู่ เอาเฉพาะว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังก็เป็นยังเป็นแผนการที่วางไว้สำหรับอนาคตอยู่เลย

ทางนี้ครับ

          ชายหนุ่มหันมาเรียกเมื่อเห็นเธอยืนนิ่งไม่ขยับ มิจิรุจึงรีบเดินตามไป ดูเหมือนหนังสือของเขาจะถูกเก็บไว้ในตู้ที่แยกออกมาโดยเฉพาะ แถมยังอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม ชนิดที่พลาสติกหุ้มเล่มยังไม่ถูกแกะออกด้วยซ้ำ

คุณเอาไปอ่านเองใช่มั้ย

          เขาถามขณะกวาดตามองหนังสือบนชั้นที่ดูเหมือนหนังสือในร้านค้ามากกว่าหนังสือสะสม

ใช่ค่ะ แต่ฉันไม่เคยอ่านนิยายสืบสวนมาก่อน ถ้าได้เรื่องที่เข้าใจง่ายๆ ก็น่าจะดี…”

          มิจิรุอ้อมแอ้มตอบ รอลุ้นว่าเขาจะตำหนิอะไรเธออีกมั้ย ทว่าคราวนี้เธอยังโชคดี เพราะอีกฝ่ายทำเพียงพยักหน้ารับแล้วคัดสรรหนังสือ 2-3 เล่มออกมาถือไว้

ลองดูครับ อาจมีศัพท์การแพทย์กับข้อกฎหมายผสมอยู่บ้าง แบบนี้ถือว่าอ่านยากมั้ย

ไม่ค่ะ แบบนี้ไม่มีปัญหา

          คำตอบรับรวดเร็วทำจิอากิเลิกคิ้วขึ้น อดหันไปมองแวบหนึ่งไม่ได้

แน่ใจนะครับ?”

แน่ใจค่ะ

          มิจิรุยิ้มรับ หยิบหนังสือเหล่านั้นมาถือไว้เองแล้วผายมือเชิญให้เขาเลือกต่อ เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับไปเลือกหนังสือบนชั้นอีกครั้ง

คุณชอบแบบไหน ย้อนยุคหรือปัจจุบัน

อ่าปัจจุบันดีกว่าค่ะ

เอาแบบเล่มเดียวจบหรือมีหลายเล่มครับ

เล่มเดียวจบค่ะ

          คนฟังพยักหน้ารับ หลังจากนั้นหนังสืออีก 5 เล่มก็เข้ามาอยู่ในกอง เผลอแป๊บเดียวหญิงสาวก็หอบหนังสือของเขาเป็นตั้งแล้ว

อืมเท่าที่ผมดู น่าจะยังขาดอีกนิด

          เสียงทุ้มพึมพำ ทำมิจิรุอดประทับใจไม่ได้ ความจริงแล้วเธออาจจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ดูๆ ไปแล้วอาจารย์อิจิโนะยูกิคนนี้ก็ไม่ใช่คนอัธยาศัยแย่นัก เพียงแค่เธออาจจะเข้าหาเขาด้วยวิธีการที่ผิดเท่านั้นเอง

          เขาก็มีน้ำใจเหมือนกันนะ

         มิจิรุแอบคิดอย่างนั้น แต่เธอคิดเร็วไปประมาณ 1 นาที

เอาหนังสือรวมเรื่องสั้นไปอีกเล่มมั้ยครับ เขียนไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่คิดว่าน่าจะอ่านง่ายตามที่คุณอยากได้

ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ

ไม่เป็นไรครับ จะได้ลงตัวพอดี ผมขี้เกียจทอน

          ประโยคท้ายทำมิจิรุชะงักไป เธอทบทวนคำพูดเมื่อครู่อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าได้ยินไม่ผิด

คุณว่าไงนะคะ

          แต่ไม่จำเป็นต้องรอคำตอบ เพราะตอนที่มัวแต่คิดว่าจะถามดีมั้ยนั้น อาจารย์อิจิโนะยูกิก็เดินไปกดเครื่องคิดเลขแล้ว

อ๋อ ผมบอกว่าขี้เกียจทอนครับ ถ้าจำราคาไม่ผิดทั้งหมดนั่นก็น่าจะประมาณ 5 พันเยนพอดี

          รอยยิ้มน่ามองผุดขึ้นบนใบหน้าเขา พร้อมกันนั้นเครื่องคิดเลขก็ถูกชูขึ้นกลางอากาศ ตัวเลข 5,000 โชว์หราอยู่บนนั้นไม่ขาดไม่เกิน

เห็นมั้ยครับ ไม่เหลือเศษเลย

คนพูดประกาศด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ส่วนหญิงสาวนั้นอึ้งไปแล้ว

ทั้งหมดนี่จะขายให้ฉันเหรอคะ

มิจิรุจำเป็นต้องถามออกไป ให้มั่นใจว่าเธอเข้าใจสถานการณ์นี้ถูกต้อง

ครับ นี่เป็นหนังสือใหม่ทั้งหมด ไม่ต่างจากซื้อที่ร้านแน่นอน

          จิอากิตอบ ทว่าเมื่อเห็นคนฟังทำสีหน้าแปลกประหลาด เขาก็ขมวดคิ้วถาม

ทำไมเหรอครับ ชายหนุ่มเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง หรือว่าคิดว่าจะให้ฟรี?” คราวนี้เขาหรี่ตาลง

          ท่าทีนั้นทำมิจิรุน้ำท่วมปาก นี่คือความกระอักกระอ่วนอย่างไม่ต้องสงสัย เธออยากตอบกลับไปว่า ปกติเขาก็ให้ยืมกันฟรีๆ ไม่ใช่เหรอคะ แต่ถ้าพูดแบบนั้นออกไปก็จะกลายเป็นคนหน้าไม่อายขึ้นมาทันที คนเขาไม่ให้ ยังมีหน้าจะไปต่อว่าเขา เธอจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง

เปล่าค่ะ เธอจึงส่ายหน้า คุณว่าเท่าไหร่นะคะ

“5 พันเยนพอดีครับ

ค่ะ ค่ะ

มิจิรุพยักหน้ารับทั้งน้ำตา เธออุ้มหนังสือทั้งหมดไว้ด้วยมือข้างเดียว พยายามมองหากระเป๋าตังค์ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันยังอยู่ที่บ้าน เธอไม่ได้เอามันออกมาด้วยตอนที่เขาไปเรียก

อ่าดูเหมือนฉันจะลืมเอาเงินมาค่ะ

          มิจิรุยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายมองเธอแล้วพยักหน้าช้าๆ นี่มันสายตาเดียวกับสายตาที่เขาใช้มองเธอตอนพยายามจะออกจากแถวชำระเงินในร้านคอนบินิเพราะหยิบข้าวกล่องราคาแพงมาผิดชัดๆ เป็นสายตาเวทนา สงสาร อะไรทำนองนั้น

อย่างนี้นี่เองเข้าใจแล้วครับ

          จิอากิตอบเสียงเรียบ เดินเข้าไปหาแล้วช้อนหนังสือทั้งหมดคืนมา

งั้นวันหลังค่อยมาเอาดีกว่านะครับ เราไม่สนิทกัน ค้าขายแบบเอาของไปก่อนค่อยมาจ่ายทีหลังผมว่าไม่เหมาะเท่าไหร่

        นี่เขาแค้นฉันจริงๆ สินะ

          มิจิรุหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก จะเป็นเพราะเหตุผลนั้น หรือเป็นเพราะปกติเขาก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เธอไม่อยากรับรู้แล้วทั้งนั้น สิ่งเดียวที่อยากทำ คือหาทางหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนจะอับอายมากไปกว่านี้

ค่ะฉันก็คิดว่าอย่างนั้น

ครับ พร้อมแล้วค่อยมาเอานะ ผมจะเก็บไว้ให้

“…รบกวนด้วยนะคะ

          มิจิรุพึมพำแผ่วเบา โค้งตัวบอกลาเจ้าของบ้านโดยไม่มองหน้า จากนั้นก็พุ่งตัวออกจากที่นั่นด้วยความเร็วแสง ตั้งมั่นว่าให้ตายยังไงก็จะไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเป็นครั้งที่สาม

          ทว่าตอนนั้นมิจิรุยังไม่รู้ ว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้มาเหยียบบ้านของอาจารย์อิจิโนะยูกิ แถมครั้งต่อไปนั้น คนที่ต้องมายืนก้มหัวขอร้องให้ได้เข้ามาที่นี่ก็คือตัวเธอเอง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 303 ครั้ง

2,015 ความคิดเห็น

  1. #2001 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 21:11
    อีนนี้นี่มันพระเอกจริงใช่มั้ย เหอะๆ
    #2001
    0
  2. #1916 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 20:31
    สงสารมิจิรุอ่ะ เฮ้ย นี่ต้องเป็นปีชงของหนูเเน่ๆเลย ตั้งเเต่เจอกับจิอากิก็ซวยไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
    อยู่ดีๆก็โดนเรียกให้ออกจากบ้านโดยไม่ทันตั้งตัว ใครจะหยิบเงินออกมากันเล่า//กางเเขนปกป้องหนูมิจิรุเบอร์สุด
    #1916
    0
  3. #1828 MyBeLov3 (@mybelov3) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:13
    ตลกพระเอกไม่ไหวแล้ว 55555
    #1828
    0
  4. #1706 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 14:19

    พระเอกหน้ามึนจริงจังแอ่ะ นางเอกก็น่าสงสารยิ่งนัก

    #1706
    0
  5. #1690 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 18:40

    555555555555 ทำไมเขี้ยว ขนาดนี้

    #1690
    0
  6. #1606 toei. (@yadatoei) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:21
    แงงง้ เป็นเราเราก็อาย ไอ่บ้าา55555
    #1606
    0
  7. #1309 MyrrH~* (@myrrh_hymn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 03:05

    ฮือออ สนุกมากเลยค่า ชอบนิยายบรรยากาศประมาณนี้ และพระเอกที่ชอบแกล้งแบบนี้ ทำไมเพิ่งเจอเรื่องนี้เนี่ย

    #1309
    0
  8. #600 fallingforyou. (@derodero) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:52
    นี่พระเอกจริง ๆ ใช่ไหมคะ 5555555
    #600
    0
  9. #585 amnesiac (@amnesiac) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:20
    สงสารน้องหนูเสียจริง จะต้องถูกแกล้งไปตลอดแน่ๆเลยเชียว
    #585
    0
  10. #79 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 11:34
    พระเอกคือสุดยอดของความอโรแกรนด์!
    #79
    0
  11. #73 punny-choco (@punny-choco) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 19:31
    ที่จริงพระเอกก็ผิดนะ5555 ว่านางเอกอย่างเดียวไม่ได้หรอก
    #73
    0
  12. #70 Xiujing XV (@xiu-jing) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 16:12
    จิอากิ น่าหมั่นไส้มากกกกก
    #70
    0
  13. #60 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 10:37
    แพ้ทางตลอด น่าเอ็นดูและน่าสงสาร555
    #60
    0
  14. #59 EveiI_retasia (@EveiI_retasia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:48
    นี่คือวิธีการที่ทำให้นางเอกได้สายสัมพันธ์กับพระเอกของไรท์หรอคะ55555555555 วงสารนางเอกเด้อออ
    #59
    0
  15. #58 B365 (@104543) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:40
    นิสัยยยย ทำไมต้องแกล้งนางเอก นี่จะแพ้เขาทุกทางเลยใช่มั้ยคะ 555555555 *ชอบนิยายเรื่องนี้มากเลยค่ะ*
    #58
    0
  16. #56 PreawSone (@PreawSone) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 07:09
    ทำไมนางเอกน่าสงสารจัง
    #56
    0
  17. #55 Poani (@Poani) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 06:52
    เป็นนางเอกที่น่าวงวารมากตั้งแต่ที่อ่านมาเลยค่ะ5555
    #55
    0
  18. วันที่ 8 กันยายน 2561 / 01:45

    ขำทั้งตอน โอ๊ยยยย555555555555

    #54
    0
  19. #53 adaisy (@adaisy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 01:05
    จะรักกันอีท่าไหนละเนี่ย มองไม่เห็นความโรแมนติกเลย ฮา
    #53
    0