[จบแล้ว] เธออยู่ร้อยปี ฉันอยู่เก้าสิบเก้าปี (お前百までわしゃ九十九まで)

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 332 ครั้ง
    4 ก.ย. 61



ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ คราวหน้าฉันจะระมัดระวังให้มากขึ้นค่ะ

          มิจิรุพูดพลางโค้งตัวให้คุณตำรวจลาดตระเวนเป็นรอบที่สาม ตอนนี้เธอและเจ้าของบ้านกำลังอยู่ในระหว่างไกล่เกลี่ยสถานการณ์และอธิบายว่าเรื่องทุกอย่างเกิดจากความเข้าใจผิดของเธอ

ครับ ครับ วันหลังก่อนจะแจ้งเหตุอะไรต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนนะครับ

          คุณตำรวจลาดตระเวนถอนหายใจ จากนั้นก็หันไปทางผู้ต้องสงสัยว่า เกือบจะฆ่าตัวตาย ที่ยืนกอดอกอยู่เงียบๆ

อาจารย์เองก็เหมือนกัน วันหลังจะทดลองอะไรก็ระวังหน่อยสิครับ เพื่อนบ้านเขาแตกตื่นกันหมด

ครับ ครับ จะระวังให้มากขึ้นแล้วกัน

จิอากิตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย เขาแค่คิดจะทดสอบทริกฆาตกรรมที่จะเอาไปใส่ในนิยายเรื่องใหม่เท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีคนผ่านมาเห็นแล้วเอาไปปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวใหญ่โตจนต้องลากตำรวจมายุ่ง

ถ้าจะใช้ห้องนั้นอีกก็ไปหาผ้าม่านทึบแสงมาใช้นะครับ

ครับ ครับ

ว่าแต่หนังสือเล่มใหม่จะออกเมื่อไหร่ครับ

กลับไปได้แล้วครับ

          ชายหนุ่มตอบกลับแล้วหมุนไหล่คุณตำรวจให้หันไปยังทางออก เห็นดังนั้นมิจิรุจึงเลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนทั้งสองคนจะรู้จักกันอยู่แล้ว คุณตำรวจคนนั้นดูเหมือนจะเป็นแฟนนิยายของอาจารย์อิจิโนะยูกิด้วย

ครับ กลับแล้วครับ ยังไงคราวหน้าก็อย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีกแล้วกัน

          คุณตำรวจตักเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนตัวเขาจะเดินจากไป ทิ้งให้มิจิรุกับเจ้าของบ้านยืนกระอักกระอ่วนกันต่อในความเงียบงัน

งั้นฉันก็ขอกลับ…” มิจิรุออกตัว แต่ก็โดนขัดขึ้นทันใด

จะไปไหนครับ มาก่อเรื่องไว้แล้วจะหนีไปเฉยๆ เหรอ

          หญิงสาวหน้าเสีย เธอรีบทำหน้าสำนึกผิดแล้วโค้งตัวให้อีกฝ่ายอย่างรู้งาน

ขอโทษค่ะ คราวหน้าฉันจะระวังให้มากกว่านี้

          ประโยคเดิมกับที่ใช้กับคุณตำรวจถูกหยิบขึ้นมา แม้ไม่เงยหน้าขึ้น แต่มิจิรุก็คล้ายจะได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ของคนฟัง

ครับ อย่าด่วนสรุปทั้งที่ขาดหลักฐานอีกนะครับ ชายหนุ่มชี้นิ้วสั่งสอน คนแบบคุณเนี่ย ทำรูปการณ์ของคดีเสียหายมานักต่อนักแล้ว

คะ?” มิจิรุเลิกคิ้วขึ้น ตอนนี้เธอเงยหน้าแล้ว

ถ้าสมมติผมคิดจะฆ่าตัวตายจริงๆ แล้วคุณทะลึ่งพรวดบุกเข้าบ้านมาแบบนั้น ไม่กลัวจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยเหรอครับ

อ่าคือฉัน…” หญิงสาวอ้ำอึ้ง เธอไม่คิดว่าบทสนทนาจะถูกนำพามาในทิศทางนี้

หรือถ้าเกิดเป็นคดีฆาตกรรม แล้วผมเป็นคนร้าย คุณไม่กลัวจะโดนหางเลขไปด้วยเหรอ

เรื่องนั้นฉัน…”

อีกอย่างถ้าคุณตามดูมาตั้งแต่แรก ก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอครับว่าผมปีนเก้าอี้ขึ้นไปปรับเชือกตั้งหลายครั้ง คนฆ่าตัวตายเขาไม่ทำแบบนั้นหรอก มองแวบเดียวก็รู้ว่านี่คือแผนการที่มีการไตร่ตรอง มีแต่ฆาตกรที่ศึกษามาแล้วเป็นอย่างดีเท่านั้นถึงจะรู้ว่าระดับของเชือกมีผลต่อสาเหตุการตายของเหยื่อ

         เรื่องพวกนั้นฉันจะไปรู้ได้ยังไงคะ

มิจิรุอยากเถียงกลับใจจะขาด อยู่ดีๆ ก็ต้องมาโดนด่าในเรื่องอะไรไม่รู้ แต่เธอรู้ว่าการสงบปากสงบคำเอาไว้คือทางเลือกที่ดีที่สุด

ว่าแต่คุณมาอยู่แถวนี้ได้ยังไงครับ อาศัยอยู่ในย่านนี้เหรอ

          คราวนี้คำถามเปลี่ยนทิศทางไป ทำให้หญิงสาวรีบไหวตัว หลังคิดไตร่ตรองอยู่ห้าวินาทีเต็มก็ส่ายหน้าออกไป

เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้อยู่แถวนี้

          แค่นี้ก็อับอายจะตายอยู่แล้ว เธอจะไม่มีวันบอกเขาว่าอาจจะกลายมาเป็นเพื่อนบ้านในอนาคตแน่นอน

งั้นมาทำอะไรล่ะ

อ่าฉัน…” เธอเม้มริมฝีปาก เหงื่อตก แล้วก็โพล่งออกไป เป็นอาสาสมัครค่ะ

อาสาสมัคร?”

ค่ะ ฉันเพิ่งสมัครเข้าร่วมโครงการเก็บขยะปรับปรุงสภาพแวดล้อม วันนี้ได้รับผิดชอบย่านจิยุงาโอกะพอดี

คุณน่ะนะเป็นอาสาสมัคร?”

ค่ะ

ไหนป้ายล่ะครับ

“…เรื่องนั้น…”

ถุงเก็บขยะล่ะ

“…”

          ความเงียบงันคือคำตอบอย่างดี มิจิรุรู้ว่าเธอขุดหลุมฝังตัวเองด้วยข้ออ้างสุดโง่เง่าไปแล้ว คนฉลาดอย่างอีกฝ่ายจะไม่รู้ก็คงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเขาก็คงรู้ เพราะเขาส่ายหน้าเบาๆ

คุณโกหกได้แย่มาก

ขอโทษค่ะ

แล้วก็ยอมรับเร็วเกินไป

“…ขอโทษค่ะ

          ชายหนุ่มส่ายหน้าอีกครั้ง

เอาเถอะ ไม่อยากบอกก็เรื่องของคุณ แต่วันหลังอย่าบุกเข้าบ้านคนอื่นอีกนะครับ

ค่ะฉันจะไม่ทำอีกแล้ว

หวังว่าจะไม่เจอคุณอีกนะครับ

ไม่เจอแน่นอนค่ะ

งั้นก็กลับไปได้แล้วครับ

          เหมือนเสียงสวรรค์จากฟากฟ้า มิจิรุรีบค้อมตัวบอกลาจนหน้าเกือบชิดพื้นแล้ววิ่งหนีออกมาทันที แต่เธอก็ไม่งี่เง่าขนาดจะตรงเข้าบ้านให้อาจารย์อิจิโนะยูกิเห็นแน่นอน จึงทำเป็นวิ่งไปยังย่านการค้า เดินวนอยู่แถวนั้นเกือบชั่วโมงแล้วค่อยย่องกลับเข้าบ้าน

          สุดท้ายค่ำคืนอันยาวนานก็สิ้นสุดลงด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้า หัวถึงหมอนไม่เกินสิบนาทีก็หลับยาวไปถึงเช้าทีเดียว

 

 



สามวันแห่งการทดลองอยู่อาศัยผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรทาเคอุจิซังก็มารับกุญแจบ้านคืนแล้ว เธอหน้าชื่นตาบาน คาดหวังว่าจะปิดดีลบ้านเช่าหลังนี้ได้เสียที ทว่าคำตอบที่ได้รับนั้นไม่อยู่ในความคาดหมายมาก่อน

เอ๋? อยากคิดดูก่อนเหรอคะ ทาเคอุจิทำหน้าผิดหวัง 

ทำไมเหรอคะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่ชอบใจอะไรงั้นเหรอ

          เธอรีบคาดคั้นสาเหตุ หากเป็นบางอย่างที่พอแก้ไขได้จะได้รีบแก้ ทว่าทาเคอุจิไม่มีวันรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้มาจากตัวเธอ รายละเอียดสัญญา ค่าเช่าหรือตัวบ้าน แต่มาจากปัญหาชีวิตส่วนตัวของคุณผู้เช่า

เปล่าหรอกค่ะ ทุกอย่างดีหมด ฉันชอบมากแค่อยากจะขอคิดดูอีกหน่อยก็เท่านั้น

          มิจิรุทำหน้าสำนึกผิด เธอรู้ว่าอีกฝ่ายพยายามแค่ไหนเพื่อทำให้ข้อตกลงนี้ประสบความสำเร็จ ถึงขั้นยอมให้เธอหอบกระเป๋ามาลองใช้ชีวิตเลยทีเดียว มิจิรุเองก็ใช่ว่าจะไม่ชอบพอที่นี่ อันที่จริงแล้วเธอประทับในในหลายๆ ส่วนเป็นอย่างมาก จะติดก็แค่ปัญหาเดียวเพื่อนบ้านที่อยู่เยื้องกัน

          หญิงสาวถอนหายใจ นี่เป็นแค่อุปสรรคเล็กๆ ที่เธอติดขัดอยู่เท่านั้น ก็เขาเล่นประกาศว่าอย่ามาเจอะเจอกันอีกเลยขนาดนั้น จะให้เธอทำตัวหน้าไม่อายย้ายเข้ามาเลยโดยไม่ไตร่ตรองดูสักนิดก็ยังไงๆ อยู่ เลยอยากลองขอเวลาเพื่อหาลู่ทางอีกนิด หากระหว่างนี้เจอบ้านที่ถูกใจพอๆ กัน เธอจะได้มีตัวเลือกอื่นเพื่อตัดสินใจ

อย่างนั้นเหรอคะ

ทาเคอุจิพึมพำพลางถอนหายใจ แม้จะผิดหวังมาก แต่เธอไม่ใช่นายหน้าประเภทตามตื๊อตอแย การตัดสินใจที่ใหญ่ขนาดนี้ บางครั้งผู้เช่าจะเกิดอาการลังเลบ้างก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

เอาเถอะค่ะ ถ้าอุเอฮาระซังว่าอย่างนั้น ฉันก็เข้าใจค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

          มิจิรุทำหน้าซาบซึ้ง สมแล้วที่เป็นนายหน้าขาประจำของชาวนากาโนะโชเต็น เป็นคนที่คุยง่ายและเข้าอกเข้าใจได้ดีทีเดียว

ไว้ถ้าตัดสินใจได้ ฉันจะรีบติดต่อทาเคอุจิซังทันทีนะคะเธอรีบเสริมต่อ

ค่ะ ฉันจะรอรับโทรศัพท์นะคะ

          ทาเคอุจิส่งยิ้มให้ รับกุญแจบ้านไป จากนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกัน

 

 

 


ตอนที่มิจิรุบอกว่าเธอขอเวลาคิดอีกสักนิดนั้น เธอกะเอาไว้ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ทว่าชีวิตมักไม่ดำเนินไปตามแผนการที่วางไว้ เพราะในเช้าวันหนึ่งหลังจากส่งคืนกุญแจได้เพียง 4 วันเศษ เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าก็ดังขึ้น คนที่โทรมาคือคุณนายหน้านั่นเอง

อุเอฮาระค่ะ

          มิจิรุแนบโทรศัพท์มือถือไว้กับหัวไหล่ ส่วนสองมือกำลังพิมพ์ก๊อกแก๊กลงบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เธอกำลังอยู่ในระหว่างค้นหาข้อมูลเรื่องที่อยู่อาศัยพอดี

สวัสดีค่ะ ฉันโทรมารบกวนคุณนักเขียนหรือเปล่าคะ

          เมื่อได้ยินคำถาม มิจิรุก็ปฏิเสธทันที ตอนนี้เธอละมือจากคีย์บอร์ดมาถือโทรศัพท์แนบหูแล้ว

อ๊ะ เปล่าค่ะๆ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันว่างพอดี มีอะไรหรือเปล่าคะ

          หญิงสาวถามด้วยความกังวล ความคิดอันเลวร้ายพุ่งขึ้นมา กลัวว่าเรื่องที่เธอไปแจ้งความเท็จกับตำรวจเอาไว้จะทำให้เธอชวดบ้านหลังนั้นไปเลยหรือเปล่า

อ๋า งั้นก็คุยได้ใช่มั้ยคะ

ได้ค่ะ

ค่ะ งั้นเข้าเรื่องเลยนะคะ ทาเคอุจิเว้นวรรค ฉันไม่ได้อยากจะเร่งนะคะ แต่อุเอฮาระซังตัดสินใจได้หรือยังคะ

อ่ายังเลยค่ะ

มิจิรุอ้อมแอ้มตอบ พลันความรู้สึกผิดก็ตีวูบขึ้นมา นี่เธอกำลังจับปลาสองมือชัดๆ บ้านหลังนั้นก็ยังสองจิตสองใจ ขณะเดียวกันก็หาข้อมูลที่อื่นไปด้วย ถ้าคุณนายหน้ารู้ต้องไม่พอใจแหงๆ

อ่อ อย่างนั้นเหรอคะ กำลังหาข้อมูลที่อื่นอยู่สินะ

เอ๊ะ!?” เมื่อถูกจับได้ มิจิรุก็เผลออุทานออกมา เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากปลายสาย

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันทำอาชีพนี้มานาน ผู้เช่าทุกคนก็ทำแบบอุเอฮาระซังนี่แหละ ไม่มีอะไรต้องกังวลหรือรู้สึกผิดหรอกค่ะ

อ่างั้นเหรอคะ ขอโทษด้วยนะคะ

ค่ะ ฉันเข้าใจนะคะ แต่ที่โทรมาหาก็เพราะเข้าใจนี่แหละค่ะ

คะ?”

ตอนนี้มีผู้เช่ารายใหม่มาขอดูบ้านน่ะค่ะ

          มิจิรุทำตาโต

งั้นแปลว่าทาเคอุจิซังจะปล่อยให้คนอื่นเช่าเหรอคะ

ยังค่ะ

คำตอบนั้นทำคนฟังโล่งอก

ฉันหาบ้านให้คนของนากาโนะโชเต็นมาเยอะ ครั้งนี้ก็อยากจะทำให้สำเร็จค่ะ

ทาเคอุจิพูดด้วยความมุ่งมั่น

แต่จะทำอย่างนั้นได้ อุเอฮาระซังก็ต้องให้ความร่วมมือด้วยนะคะ เธอพูดต่อ ถ้าเกิดว่าไม่ชอบ หรือติดปัญหาอะไร ก็อยากให้บอกฉันตรงๆ นะคะ ฉันจะได้มองหาที่อื่นให้

เปล่าค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น…” มิจิรุทำหน้าหนักใจ ฉันชอบบ้านหลังนั้นมากค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะเหมาะกับตัวเองจริงหรือเปล่ากลัวจะเข้ากับเพื่อนบ้านไม่ได้น่ะค่ะ

          หญิงสาวตอบอ้อมๆ แบบอ้อมโลกไปไกลมาก เพราะเพื่อนบ้านที่ว่าถ้าให้เจาะจงบอกชื่อก็คงจะมีแค่คนเดียว

เพื่อนบ้านเหรอคะ?” คุณนายหน้าทำเสียงประหลาดใจ เท่าที่ได้ยินมาคนแถวนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ ไม่มีคดีความ หรือการแจ้งเรื่องรบกวนกันอะไรทำนองนั้นเลย

          ค่ะไม่มีจนฉันลองย้ายเข้าไปอยู่นี่แหละค่ะ

          มิจิรุหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ถ้าคุณนายหน้าสละเวลาไปเยี่ยมสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ สักนิด น่าจะได้รับข้อมูลที่แตกต่างออกไปแน่นอน

แล้วผู้เช่าคนนั้นจะมาดูบ้านเมื่อไหร่เหรอคะ มิจิรุถามต่อไป

อืมมเขาติดต่อมาว่าว่างประมาณสัปดาห์หน้า ให้ฉันเป็นคนนัดเวลาที่สะดวกไปเองค่ะ

ฉันมีเวลาตัดสินใจอีกนานแค่ไหนคะ

ถ้าให้พูดตามตรงวันนี้เลยได้มั้ยคะ

          คำขอนั้นทำคนฟังขบริมฝีปากเล็กน้อย ถ้าเป็นวันนี้เธอคงหาข้อมูลที่อยู่ใหม่ไม่ได้แน่ๆ แปลว่าถ้าไม่ตกลง ก็ต้องยอมปล่อยไปทั้งๆ ที่ยังล่องลอยอยู่อย่างนี้สินะ

ฉันอยากให้อุเอฮาระซังอยู่ที่นั่นนะคะ จู่ๆ ทาเคอุจิก็พูดขึ้น เจ้าของบ้านน่ะ ดีใจมากเลยที่รู้ว่าจะมีนักเขียนย้ายเข้ามาอยู่ ถ้ามีหนังสือสักเล่มถูกเขียนขึ้นมาในบ้านที่เขาเป็นเจ้าของ เขาบอกว่าเขาคงมีความสุขมากๆ เลยค่ะ

          มิจิรุหนักใจมากขึ้นไปอีก วิธีหว่านล้อมอันน่ากลัวของอาชีพนี้กำลังเล่นงานเธอเข้าแล้ว

อุเอฮาระซังเองถ้าชอบแล้วก็ควรจะพุ่งไปข้างหน้านะคะ หาไม่ได้บ่อยๆ หรอกนะบ้านที่ถูกใจน่ะ บางคนยอมตกลงทั้งที่ชอบแค่ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

          โดนไปอีกหนึ่งดอก มิจิรุเริ่มนั่งไม่ติดแล้ว

แต่ถ้าติดปัญหาเรื่องราคาฉันคิดว่าฉันพอจะคุยให้ได้นะคะ เจ้าของบ้านน่าจะยอมลดให้อยู่

          คราวนี้ทาเคอุจิหงายไพ่ไม้ตาย แม้ไม่ใช่ปัญหาที่มิจิรุกังวลอยู่ แต่เจอหมัดนี้เข้าไป ปัญหาเพื่อนบ้านเขม่นหน้าก็สลายเป็นฝุ่นผงทันที

“…ลดให้ได้จริงเหรอคะ

จริงค่ะ ลองระบุตัวเลขมาสิคะ

          มิจิรุขมวดคิ้วครู่หนึ่ง

งั้นลดลงจากเดิมสิบเปอร์เซ็นต์ได้มั้ยคะ

ถ้าลดให้แล้วจะเซ็นสัญญาวันนี้เลยมั้ยคะ

“…วันนี้เลยเหรอคะ

มิจิรุคิดหนักอีกรอบ อยู่ดีๆ เด๊ดไลน์ก็มาปรากฏตรงหน้าพร้อมยมทูตที่ห้อยป้ายว่านายหน้า เธอถึงกับเงียบไปครู่ใหญ่ บวกลบคูณหารชั่งน้ำหนักทุกอย่าง จะว่าไปย่านจิยุงาโอกะก็ไม่ใช่จะคับแคบ เธอเองก็ไม่ได้ออกจากบ้านบ่อยๆเรื่องจะให้หลบหน้าเพื่อนบ้านบางคนก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

แต่ขณะที่เริ่มเข้าข้างตัวเองนั้น เสียงอีกเสียงก็คัดค้านขึ้น หลบหน้าเพื่อนบ้านน่ะไม่ยาก แต่อยู่ตรงข้ามกันแบบนั้น วันใดวันหนึ่งก็ต้องวนเวียนมาเจอกันอยู่ดี แล้วถ้าเจอกันจะเลวร้ายแค่ไหน คนที่แถหน้าซื่อๆ ว่าไม่ได้อยู่แถวนี้แต่ผ่านมาเพราะเป็นอาสาสมัคร อยู่ดีๆ ก็ย้ายมาอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม ฟังยังไงก็ไม่สามารถดูเป็นพลเมืองดีไปได้เลย

คิดอยู่นาน อีกฝ่ายก็รอด้วยความอดทน หลังพยักหน้าสามรอบ ส่ายหน้าอีกสี่รอบ ในที่สุดมิจิรุก็ตัดสินใจโยนตรรกะทิ้งไปแล้วทำตามอารมณ์ล้วนๆ ก็อย่างที่คุณนายหน้าพูดไว้ บ้านที่ถูกใจไม่ใช่จะหากันได้บ่อยๆ

ตกลงค่ะ บ้านหลังนั้น ฉันจะขอเช่าเอง!”

          ประกาศออกไปด้วยความมุ่งมั่น คิดเข้าข้างตัวเองเต็มที่ ถึงเป็นเพื่อนบ้านก็อาจไม่เจอหน้ากันอีกตลอดชาติเลยก็เป็นได้ คนที่อยู่อพาร์ทเม้นต์ห้องติดกันไม่เคยเห็นหน้ากันก็มีถมเถไป นี่มันยุคไหนแล้ว ใช่ว่าผู้อยู่อาศัยทุกคนจะต้องไปไล่เคาะแนะนำตัวตามประตูเพื่อนบ้านเพื่อฝากตัวเสียเมื่อไหร่

          ถ้าไม่ได้ดวงซวยจริงๆ

          ถ้าไม่ได้บังเอิญไปทำอะไรไม่เข้าท่า

          ถ้าหลีกเลี่ยงบ้านหลังนั้นกับเจ้าของบ้านเอาไว้

          มันก็เป็นไปได้ ที่จะไม่ต้องเจอกันอีกเลยใช่มั้ย?

 

 

 


คุณอีกแล้วเหรอครับ

          คำตอบคือไม่ใช่...

          แม้รู้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะบังเอิญผ่านมาเจอกันอยู่ แต่หญิงสาวไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วถึงเพียงนี้

          หลังจากย้ายเข้าได้เพียงสามวัน ในมุมหนึ่งของร้านคอนบินิที่อยู่หน้าปากซอย บนชั้นวางที่มีข้าวกล่องเหลือเพียงกล่องเดียว แต่มีผู้เข้าแข่งขันเพื่อช่วงชิงมันถึงสองคน คนแรกคือมิจิรุ

          …ส่วนอีกคนนั้นกลับเป็นอาจารย์อิจิโนะยูกิ

ผมคิดว่าคุณไม่ได้อยู่แถวนี้เสียอีก ชายหนุ่มขมวดคิ้วมอง วันนี้ก็มาเก็บขยะเหรอครับ

          มิจิรุแทบแทรกแผ่นดินหนี เขาต้องรู้สิว่าเธอโกหกเรื่องเป็นอาสาสมัคร แต่ก็ยังมาแกล้งถามให้หน้าเธอชาเล่นๆ จิตใจโหดร้ายเกินไปแล้ว!

เปล่าค่ะฉันแค่ผ่านมาซื้อข้าว

กล่องนี้น่ะเหรอ

เปล่าค่ะกล่องนี้ให้คุณไปเลย

ครับ ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ผมหยิบก่อนนี่

          เขาตอบหน้าตายแล้วหยิบมันลงตะกร้า ทิ้งให้คนมองได้แต่เม้มปากสะกดอารมณ์ เธอเห็นก่อน และนิ้วเธอก็แตะมันก่อน ที่ยอมยกให้เพราะชนักมันติดหลังอยู่ต่างหาก

          โชคดีว่าหลังจากนั้นอาจารย์อิจิโนะยูกิก็เดินจากไป เขาไม่ได้มาคาดคั้นถามอะไรจากเธออีก มิจิรุจึงผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก เธอรีบกวาดตามองบนชั้น หาอาหารอย่างอื่นทดแทนข้าวกล่องที่เสียสละไป มีข้าวหน้าเนื้ออีกกล่องตั้งอยู่บนนั้น หญิงสาวจึงหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินดุ่มๆ ไปยังเคาน์เตอร์ชำระเงิน รีบจ่ายรีบจบจะได้ออกไปจากที่นี่ก่อนคู่กรณีจะตามออกมาเห็นว่าเธออยู่บ้านตรงข้ามเขา

สี่รายการนะครับพนักงานทวนออเดอร์

ค่ะ

สามพันหกร้อยห้าสิบเยนครับ

ค่ะเอ๊ะ!?”

          มิจิรุทำหน้าตกใจ แค่ข้าวกล่องกับน้ำและขนมไม่กี่รายการทำไมถึงแพงขนาดนี้

คิดราคาผิดหรือเปล่าคะ เธอลองถามดู แต่พนักงานส่ายหน้าทันที

ไม่ผิดครับ เฉพาะข้าวกล่องนี่ก็สามพันเยนแล้วครับ

สามพันเยน!?”

ครับ นี่เป็นเนื้อวากิวเกรด A5 สูตรพิเศษที่ออกจำหน่ายเฉพาะช่วงนี้ เป็นของหายากที่มีเพียง 1,000 กล่องทั่วประเทศครับ

          หญิงสาวทำหน้าตกใจ ตอนหยิบมาเธอไม่ได้ดูราคาหรือทราบเบื้องหลังอันแสนพิเศษของมันด้วยซ้ำ แค่คว้าอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้มือออกมาเท่านั้น

อ่าขอเปลี่ยนได้มั้ยคะ ฉันคงหยิบมาผิด

          เธอส่งยิ้มแห้งๆ ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินจ่าย แต่ถ้าต้องจ่ายค่าข้าวมื้อละสามพันเยนแล้ว เธอเอาเงินไปนั่งทานบุฟเฟ่ต์ที่ลดราคาช่วงอาหารกลางวันยังจะดีกว่า

ได้ครับ

พนักงานตอบรับสั้นๆ จากนั้นก็ผายมือให้ลูกค้าคนต่อไปร่นแถวขึ้นมา มิจิรุที่เตรียมจะออกจากคิวชำระเงินจึงหมุนตัวกลับไป ตอนนั้นเองที่เธอเห็นว่าคนที่ต่อแถวอยู่คือคนที่เธอหลีกเลี่ยงมาตลอดอาจารย์อิจิโนะยูกิคนนั้นอีกแล้ว

เขาเองก็มองหน้าเธอ สลับกับกล่องข้าวในมือ ท่าทีนั้นทำมิจิรุเริ่มร้อนๆ หนาวๆ สังหรณ์ใจว่าเขาอาจพูดจาไม่เข้าท่าขึ้นมาอีกซึ่งก็เป็นจริงดังนั้น

ทำไมถึงเปลี่ยนล่ะครับ เงินไม่พอเหรอชายหนุ่มถามหน้าตาย จะยืมเงินผมก่อนมั้ยล่ะ

          เขาเสนอด้วยความหวังดีเพราะไม่ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้า ทว่าคนฟังนั้นอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ทำไมนะ ทำไมเธอจะต้องบังเอิญมาเจอเขาในสถานการณ์ทำนองนี้ตลอด

          มิจิรุอยากร้องไห้ ทว่าแม้แต่น้ำตาก็ไม่มีจะไหลแล้ว

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมี

แล้วจะเปลี่ยนทำไมครับ

ไม่เปลี่ยนแล้วค่ะ

          หญิงสาวตอบกลับอัตโนมัติ จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปหาพนักงาน วางทุกสิ่งลงบนเคาน์เตอร์ชำระเงินแล้วเชิดหน้าขึ้น

ไม่เปลี่ยนแล้วค่ะ เอาทั้งหมดนี่แหละ

ครับ สามพันหกร้อยห้าสิบเยนครับ 

          มิจิรุยิ้มทั้งน้ำตา แต่ก็ทำใจป้ำยอมควักเงินจ่ายไปโดยไม่ปริปากบ่น เมื่อได้ของแล้วก็ยัดใส่ถุงผ้าที่เตรียมมา ก้มหน้าก้มตาเดินออกไปจากจุดนั้นทันที

          แต่เดินออกมาได้ไม่เท่าไหร่ก็รู้สึกได้ว่ามีคนวิ่งตามมา เธอรีบหันไปมอง พบว่าเป็นอาจารย์อิจิโนะยูกิที่กำลังโบกมือเรียกเธอจากหน้าประตู

พนักงานบอกว่าคุณลืมเงินทอนน่ะ กลับมาเอาด้วยครับ

“…”

          มิจิรุจะร้องไห้จริงๆ แล้ว

 


 


หลังเดินกลับไปรับเงินทอนแล้ว ในที่สุดมิจิรุก็สามารถออกจากร้านคอนบินิได้โดยปราศจากเรื่องน่าอับอายเสียที

          ทว่าเธอไม่ได้เดินออกมาเพียงลำพัง ตอนที่กลับไปรับเงินทอนนั้น อาจารย์อิจิโนะยูกิก็จ่ายเงินค่าสินค้าของเขาเสร็จพอดี ตอนนี้เขาเลยเดินออกมาพร้อมกับเธอ หญิงสาวทำหน้าเครียด คิดว่าจะแยกไปอีกทางแล้วเดินอ้อมอีกสักรอบก่อนเข้าบ้านดีมั้ย ถ้าเดินไปด้วยกันตอนนี้ เขาต้องเห็นแน่ๆ ว่าเธอกับเขาเป็นเพื่อนบ้านกัน

แปลกจังนะครับ ที่เราวนเวียนมาเจอกันบ่อยขนาดนี้

          ยังไม่ทันจะได้ตัดสินใจ เขาก็โพล่งขึ้นมา

ค่ะแปลกดีค่ะ มิจิรุพึมพำตอบ ย่ำเท้าเร็วขึ้น แต่อีกฝ่ายยังเดินตามมา

คุณว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ผมว่าไม่ใช่นะ

“…เหรอคะ

มันน่าจะมีเหตุผลที่พวกเราต้องมาเจอกันบ่อยๆ

คงงั้นมั้งคะ

ครับ เพราะฉะนั้นแล้วคุณก็สารภาพมาเถอะครับ

คะ?” ตอนนี้มิจิรุหยุดเดินแล้ว เธอเลิกคิ้วขึ้น หันไปเผชิญหน้าเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ สารภาพอะไรเหรอคะ

         หรือเขาจะรู้แล้วว่าฉันอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม? หญิงสาวลอบกลืนน้ำลาย

ก็สารภาพว่าคุณเป็นคนพวกนั้นไงครับ

          แต่คำตอบของเขากลับต่างออกไป ทำเธอขมวดคิ้วมุ่น อดถามออกไปไม่ได้

พวกไหนคะ

          ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็ถอนหายใจ

สตอล์กเกอร์*ไงครับ(stalker = พวกโรคจิตชอบสะกดรอยตาม)

          คำตอบนั้นทำมิจิรุอ้าปากค้าง ไปกันใหญ่แล้ว เธอใช่คนพวกนั้นเสียที่ไหน!?

ไม่ใช่นะคะ!

ไม่ใช่แล้วมาตามผมทำไม เป็นแฟนคลับเหรอครับ

ไม่ได้เป็นค่ะ ฉันยังไม่เคยอ่านหนังสือของคุณสักเล่ม

          หญิงสาวเถียงกลับไป แต่กลับทำให้คนฟังยิ่งหรี่ตาลง มองเธอเหมือนเป็นผู้ต้องหา

ไม่ได้เป็นแฟนคลับ หนังสือก็ไม่ได้อ่าน แสดงว่าเลือกเหยื่อจากรูปลักษณ์ภายนอกเหรอครับ

          มิจิรุอ้าปากค้างอีกรอบ กะพริบตาครั้งเดียวเธอกลายเป็นพวกโรคจิตไปแล้ว

ใช่ที่ไหนล่ะคะ!? ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้น ฉันเหมือนพวกสตอล์กเกอร์ตรงไหน

ก็คุณแอบมองผมจากหน้าต่างบ้านผม งัดประตูเข้ามาในบ้าน ตามผมไปร้านคอนบินิตรงไหนไม่เหมือนครับ?”

          ชายหนุ่มกอดอกถาม ส่วนหญิงสาวก็ชะงักไป เพราะเมื่อลองคิดตามแล้ว จากมุมของเขาสถานการณ์ก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

          มิจิรุถอนหายใจ ซบหน้าเข้ากับฝ่ามือ คงถึงเวลาแล้วที่เธอต้องบอกความจริง ไม่อย่างนั้นตำรวจอาจจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นรอบที่สอง

ฉันไม่ได้เป็นสตอล์กเกอร์ค่ะฉันเป็นเพื่อนบ้านคุณ

หืม?” จิอากิเลิกคิ้วขึ้น ถ้าเป็นเพื่อนบ้าน ทำไมผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน

ฉันเพิ่งย้ายเข้ามานี่คะ มิจิรุตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ ถึงขั้นนี้แล้ว สารภาพไปให้หมดเปลือกเลยคงดีกว่า วันที่ฉันบุกหมายถึงวันที่ฉันเข้าใจผิดว่าคุณจะฆ่าตัวตาย ฉันเพิ่งย้ายเข้าไปทดลองอยู่

          คนฟังหรี่ตาลง ทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

ถ้าเป็นเพื่อนบ้านจริง งั้นบ้านคุณอยู่หลังไหนล่ะ

          มิจิรุหันหน้าไปด้านข้าง แล้วก็ชี้นิ้ว

หลังนี้ไงคะ ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่หยุดยืนอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดี

อ่อ…” ชายหนุ่มรับคำเบาๆ ทำท่าครุ่นคิด ถ้าเป็นหลังนี้ จากหน้าต่างก็จะเห็นห้องผมพอดีสินะ

“…ค่ะ หญิงสาวพยักหน้ารับ

งั้นทำไมไม่บอกล่ะครับว่าเป็นเพื่อนบ้าน ทำไมต้องโกหกว่าไม่ได้อยู่แถวนี้

          เมื่อคำถามนั้นถูกส่งมา มิจิรุก็เม้มริมฝีปากเล็กน้อย

ตอนนั้นฉันยังไม่ตัดสินใจว่าจะย้ายมาค่ะแล้วฉันก็อายด้วย

ก็เลยโกหกว่าเป็นอาสาสมัครเก็บขยะเหรอครับ

ค่ะ

แบบนั้นไม่น่าอายกว่าเหรอครับ

          เหมือนโดนสวนหมัดเข้าที่คาง มิจิรุได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่ได้ตอบกลับอะไร

ว่าแต่เป็นเพื่อนบ้านจริงๆ สินะครับ

          ชายหนุ่มพึมพำ ไม่ใช่ประโยคคำถาม ดูราวกับเขากำลังพูดกับตัวเองเสียมากกว่า ขณะเดียวกันเขาก็หันมองเธอแวบหนึ่ง ทำท่าเหมือนครุ่นคิดอะไรในใจ จากนั้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย มือข้างหนึ่งก็ถูกยื่นออกมาด้านหน้า

เป็นเพื่อนบ้านก็ต้องทำความรู้จักกันไว้สินะมาซามุเนะ จิอากิครับ

          มิจิรุเลิกคิ้วขึ้น ผงะไปเล็กน้อยเมื่อเขายื่นมือออกมาให้เธอจับ แถมยังแนะนำตัวเสียดิบดีทั้งที่ไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งบอกว่า หวังว่าจะไม่เจอกันอีก แท้ๆ

          อะไรของเขา

         ทำไมเดาใจยากจัง

          หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ถึงอย่างนั้นเมื่อฝ่ายตรงข้ามหยิบยื่นไมตรีมาให้ เธอที่เป็นฝ่ายหลบหน้ามาตลอดก็ไม่กล้าเสียมารยาทขนาดจะเพิกเฉย เลยยื่นมือตัวเองไปจับแล้วแนะนำตัวบ้าง

อุเอฮาระ มิจิรุค่ะยินดีที่ได้รู้จัก

ครับ อุเอฮาระซังนะ?”

“…ค่ะ

มิจิรุตอบรับด้วยท่าทีลังเล ตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อเขาส่งยิ้มมาให้ อาจารย์อิจิโนะยูกิไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยมือเธอแล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้านฝั่งตรงข้ามไปดื้อๆ ทิ้งให้เธอยืนสับสนเพียงลำพังว่าท่าทีเมื่อครู่มันหมายความว่ายังไงกันแน่

          มิจิรุยืนคิดอยู่นาน ทว่าในที่สุดก็ตัดสินใจเดินกลับเข้าบ้านไปเหมือนกัน ตอนนั้นเธอไม่รู้เลย ว่าคำตอบของคำถามนี้จะมาถึงเร็วกว่าที่คิด ระบุให้ชัดคือตอนเวลาสามทุ่มตรงของวันนี้ เธอก็จะเข้าใจความหมายของท่าทีนั้น

 

 

 

 

          ตอนที่มิจิรุเขียนร่างแรกของบทนำหนังสือเล่มใหม่จบ นาฬิกาก็บอกเวลาเกือบสามทุ่มพอดี

          เธอยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ ป้องปากหาวเล็กน้อย จากนั้นก็คิดว่าจะไปล้างหน้าให้สดชื่นเสียหน่อย หญิงสาวลุกขึ้นยืน คว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมาพาดไว้บนบ่า บิดขี้เกียจอีกรอบแล้วตั้งท่าจะเดินเข้าห้องน้ำ ในตอนนั้นเอง เสียงกดกริ่งประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น

          มิจิรุขมวดคิ้ว นึกสงสัยว่าใครจะมาเยี่ยมเยียนเธอเอาป่านนี้ บางทีอาจจะเป็นฮารุกะซัง? เธอคิด คุณบรรณาธิการอาจจะแวะมาต้อนรับเนื่องในโอกาสย้ายเข้าบ้านใหม่ก็เป็นได้

          หญิงสาวพาดผ้าขนหนูกลับไว้ที่เก่า จัดเสื้อผ้าที่ยับย่นจากการนั่งทำงานเล็กน้อยแล้วรีบเดินลงไปชั้นล่าง ใช้เวลาไม่นานนักเธอก็มาถึงประตูหน้า ทว่าเมื่อเปิดออกความประหลาดใจก็ฉายชัด เมื่อพบว่าแขกยามวิกาลไม่ใช่คุณบรรณาธิการ

          แต่เป็นอาจารย์อิจิโนะยูกิ หรือชื่อที่เขาแนะนำตัวคือมาซามุเนะ จิอากิ

อ่าสวัสดีค่ะ

สวัสดีครับ

มาหาฉันเหรอคะ

ใช่ครับ คุณพอจะมีเวลาว่างหรือเปล่า

          มิจิรุเลิกคิ้วขึ้น เธอกำลังทำงานอยู่ แต่ก็ไม่ได้ยุ่งถึงขั้นปลีกตัวไม่ได้ จึงพยักหน้ารับ

ดีครับ งั้นไปที่บ้านผมหน่อย

คะ?”

ไปช่วยขนศพจากชั้นสองลงมาชั้นล่างหน่อยครับ

“…”

          ในที่สุดมิจิรุก็ได้รู้ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาให้เธอจับ

          และก็ได้รู้ ว่าหนทางแห่งการเป็น เพื่อนบ้านที่ดี ของนักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

 

 

         

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 332 ครั้ง

2,015 ความคิดเห็น

  1. #2007 มืใหม่คาซึ (@wapaya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 02:53
    น่าสนุกจัง 555
    #2007
    0
  2. #1915 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 20:20
    คุณพระเอกกกกกกก ประโยคที่ฟังยังไงก็ดูไม่ปกติสุดๆนั้นคืออะไรคะ คาดว่านิยายเรื่องใหม่อ.น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเขียนนิยายโรเเมนซ์ฆาตกรรมนักเขียนนิยายสืบสวน เพราะความอับอายก็เป็นได้ 555
    #1915
    0
  3. #1757 memamame (@memamame) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 13:26
    โอ้ย สงสารนางเอกก55555
    #1757
    0
  4. #1689 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 18:40

    5555555 อาจารย์อยู่แต่กับงานมากไปรึเปล่าคะ

    #1689
    0
  5. #1612 ladyjj (@jib-john) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:24
    หนุกง่าาาา
    #1612
    0
  6. #1604 toei. (@yadatoei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:08
    น่าร้ากกก555555
    #1604
    0
  7. #1254 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 10:56
    ขำมาก555555555555มีเพื่อนบ้านแบบนี้ปวดหัวแทน
    #1254
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #599 fallingforyou. (@derodero) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:43
    5555555555555 ขำไม่ไหวเเล้ว
    #599
    0
  10. #584 amnesiac (@amnesiac) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:08
    น่ารักจัง เอ๊ะ! ทำไมถึงเห็นการเรียกให้ไปช่วยขนศพเป็นเรื่องน่ารักไปได้ล่ะเนี่ย
    #584
    0
  11. #250 Yony-Sama (@pimtawan123456) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 13:36

    พระเอ๊กกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!! จะสงสารนางเอกหรือจะฮาความโชคร้ายของนางดีเนี่ย!!! 55555555

    #250
    0
  12. #122 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:29
    จากวันนั้นสู่วันนี้
    #122
    0
  13. #57 B365 (@104543) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:33
    ฮามาก 5555555 พระเอกเรื่องนี้มาเรียกนางเอกตอนสามทุ่มให้ไปช่วยขนศพ...
    #57
    0
  14. #51 So_Creepy (@So_Creepy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 21:18

    อยากฝากบอกอาจารย์อิจิโนะยูกิว่าให้นอนบ้างนะ สงสารมิจิรุมากเวอร์ 55555 // ตอนนอนอาจารย์จะกอดศพด้วยไหมครับพี่ซิน 555555


    #51
    0
  15. #50 Xiujing XV (@xiu-jing) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 15:28
    น่าสงสารมิจิรุ555
    #50
    0
  16. #48 BlueBeelzebub (@BlueBeelzebub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 00:12
    โอย ตาย 5555555555555 อ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ได้แต่คิดในใจว่า พยานรักของสองคนนี้จะเป็นหุ่นใช้ทดลองฉากฆาตกรรมของคุณจิอากิรึเปล่า หวั่นใจเด้ ถถถถถ ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่านักเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนคนนี้จะมีมุมโรแมนติกอะไรยังไงบ้าง จะรอติดตามนะคะ!! สู้ๆค่าา

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 กันยายน 2561 / 00:15
    #48
    0
  17. #42 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 18:13
    สนุก มาก รอเล่มแล้วนะคะ555
    #42
    0
  18. #39 Dark Nigth (@s-night) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 12:24
    เข้าใจขึ้นมาละ ว่า-จุดที่มาถึงการทดลองฆาตกรรมด้วยไวท์ผ่านปากมามีที่มายังไง โอ๊ยยยยชอบบบบบ
    #39
    1
    • #39-1 Dark Nigth (@s-night) (จากตอนที่ 3)
      4 กันยายน 2561 / 12:24
      นางเอกน่ารักกกง่ะ
      #39-1
  19. #38 Mululeee (@Mululeee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 05:54
    สงสารนางเอก5555555 สู้ๆ นะมิจิรู้~*
    #38
    0
  20. #37 CHERMADA (@Blackberrymind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 03:54

    โอ๊ยยอมใจอาจารย์ 55555 เก็บทุกเม็ด สมแล้วที่เขียนนิยายสืบสวน 5555 งานเข้ามิจิรุแล้วววว เอาใจช่วยนาง น่าสงสารแต่ก็ขำ ต้องรีบใช้โอกาสนี้เรียนรู้จากอาจารย์ไว้แล้วน้าาา ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว XD

    ปล. มีคำผิดนิดหน่อยค่า
    ติดสินใจ...ตัดสินใจ
    เคาท์เตอร์...เคาน์เตอร์
    นัยยะ...นัย (คำนี้อ่านได้สองแบบอยู่แล้วจ้า)
    #37
    1
    • #37-1 senorita-p (@senorita-p) (จากตอนที่ 3)
      4 กันยายน 2561 / 04:40
      ขอบคุณค่ะ แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่ะ :)
      #37-1
  21. #36 บียี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 02:50

    มีคำนาม..อาจารย์ๆ นำหน้า พระเอก แล้วี้สึกพระเอก แก่ มากกกกก =ภาพจำนักเจียนกาตูน เจ้าของ ค่าย จืบิ????


    #36
    0
  22. วันที่ 4 กันยายน 2561 / 00:56
    สนุกมากกกก แต่พระเอกคือแบบนี้ก็ได้เหรอ555555555555
    #35
    0
  23. #34 pigof28 (@pigof28) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:56

    มีเพื่อนบ้านไว้ใช้งานสินะ เริ่มเห็นใจนางเอกละ 5555555
    #34
    0
  24. #33 #MoOnLiGht_FaLl (@michaela) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:49
    สงสารรร~ 555
    #33
    0
  25. #32 มาญ่าาา~ (@kim-yoosong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 22:39
    สนุกมากกกกก เฮ้อ อยู่ๆก็รู้สึกว่าเงินจะหายไปตอนเล่มออก 5555
    #32
    0