[จบแล้ว] เธออยู่ร้อยปี ฉันอยู่เก้าสิบเก้าปี (お前百までわしゃ九十九まで)

ตอนที่ 15 : บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 412 ครั้ง
    5 พ.ย. 61



อย่าลืมจดสภาพแวดล้อมภายในห้องมาด้วยนะครับ ขอละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ

          จิอากิส่งประโยคกำชับ ตอนนี้พวกเขายืนอยู่หน้าประตูห้องเก็บตุ๊กตาแล้ว ขาดอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะได้เข้าไป น่าเสียดายที่เขาไม่มีสิทธิ์นั้นเลยได้แต่รออยู่ข้างนอก

          ส่วนคนที่มีสิทธิ์นั้น

ฉันต้องเข้าไปจริงๆ เหรอคะ…”

          มิจิรุหันไปถามเป็นรอบที่ห้าเผื่อว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจ หรือเกิดมีใจเมตตาสงสารเธอขึ้นมาบ้าง ทว่าไม่มี ไม่มีแม้แต่นิดเดียว เพราะทันทีที่ถามออกไป ทางนั้นก็พยักหน้าตอบกลับโดยไม่เสียเวลาคิด

ต้องเข้าสิครับ โอกาสแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ เลยนะ

          ได้ยินแบบนั้นมิจิรุก็รู้ว่าไม่มีหวังแล้ว เธอทำคอตก วูบหนึ่งก็คิดว่าขอลาออกจากการเป็นผู้ช่วยตอนนี้เลยจะได้ไหม แต่เมื่อคิดคำนึงถึงเหล่าโปรดิวเซอร์และผู้กำกับละครโทรทัศน์ที่อาจจะได้เข้าพบ เธอก็ต้องกล้ำกลืนคำปฏิเสธแล้วรวบรวมความกล้าเพื่อปฏิบัติภารกิจ

เข้าไปแล้วเปิดประตูทิ้งไว้ได้มั้ยคะ

          มิจิรุหันไปถามเจ้าอาวาสด้วยความคาดหวัง

ไม่ได้ๆ ต้องปิดประตู

          แต่เจ้าอาวาสก็ไร้เมตตาไม่ต่างกับอาจารย์อิจิโนะยูกิ มิจิรุทำหน้าเหมือนโลกจะแตกอีกครั้ง เธอเม้มริมฝีปาก ลองหันไปหาทางเลือกถัดมา

คุณจะรออยู่ตรงนี้ใช่มั้ยคะ

          เธอหันไปถามเจ้าของไอเดียบ้าบอนี้ ถึงไม่เข้าไปด้วยกัน แต่อย่างน้อยถ้ารู้ว่ามีคนยืนอยู่ใกล้ๆ ประตูก็น่าจะพออุ่นใจได้บ้าง

อืม อยู่ตรงนี้ครับ จิอากิตอบ

อยู่หน้าประตูเลยใช่มั้ยคะ

ครับ

รับปากแล้วนะ? คุณห้ามทิ้งฉันไว้คนเดียวนะคะ

          มิจิรุทำหน้าจริงจัง

ครับ ครับ ไม่ไปไหนหรอก อยู่ตรงนี้แหละครับ

          ชายหนุ่มตอบส่งๆ ถึงอย่างนั้นมิจิรุก็พอจะคลายใจลงได้บ้าง เธอคิดว่าเขาพูดจริง ไม่ใช่เพราะรับปากไว้แล้ว แต่น่าจะเป็นเพราะอยากเข้าใกล้ตุ๊กตาตัวนั้นให้มากที่สุด ซึ่งหน้าประตูก็คือพื้นที่ของเขา

          เธอจึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับประตู สูดลมหายใจเข้า จากนั้นก็เลื่อนเปิดออกแล้วเดินเข้าไป ตั้งใจว่าจะค่อยๆ ปิดลงช้าๆ เพื่อประวิงเวลา แต่เมื่อก้าวเข้าไปแล้ว เจ้าอาวาสก็เดินมาปิดประตูทันที ตัดขาดเธอกับโลกภายนอกแบบไม่ทันให้ตั้งตัว

          มิจิรุอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา เธอสูดลมหายใจเข้าอีกรอบ หยิบสมุดโน้ตกับปากกาขึ้นมา ทางเดียวที่จะออกไปจากที่นี่คือต้องทำงานให้เสร็จ ดังนั้นจะมามัวโอ้เอ้ไม่ได้อีกแล้ว

          หญิงสาวยืดตัวขึ้น หันหน้าไปทางหิ้งไม้ที่มีตุ๊กตาเท่าข้อศอกตั้งอยู่ ของสิ่งนั้นสวมใส่กิโมโนสีแดง เส้นผมสีดำสนิทยาวถึงข้อเท้า ภาพที่เห็นทำมิจิรุขาแข็งขึ้นมาทันที

          ไม่เป็นไรหรอก

         ฉันไม่ได้ไปสร้างความแค้นอะไรให้เขาสักหน่อย

          มิจิรุให้กำลังใจตัวเอง ระหว่างนั้นก็เริ่มสังเกตการณ์สภาพห้องนี้ จดทุกอย่างลงในสมุดของอาจารย์อิจิโนะยูกิ ลายมือวันนี้ออกจะแย่เกินมาตรฐานเพราะเขียนไปสั่นไป แต่ถ้ายังอยู่ในเกณฑ์ที่พออ่านออกเธอก็ไม่คิดจะแก้ไข

          ผ่านไปราวๆ 15 นาทีงานของเธอก็เสร็จเรียบร้อย มิจิรุกลืนน้ำลาย หันไปมองตุ๊กตาโอคิคุเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อเก็บรายละเอียด โชคดีที่เธอค้นข้อมูลมาก่อนแล้ว พอจะเห็นว่ามีภาพถ่ายระยะใกล้ของตุ๊กตาตัวนี้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปใกล้เกิน แค่จำตำแหน่งที่ตั้งกับของที่อยู่รายล้อมก็น่าจะใช้ได้แล้ว

          หลังจดทุกอย่างลงสมุดจนครบมิจิรุก็ผ่อนลมหายใจโล่งอก เธอรีบหันขวับแล้วเดินไปที่ประตู มือกำลังจะแตะบานจับอยู่แล้วกระทั่งเสียงของคนที่อยู่หน้าห้องดังขึ้น

อ้อ อุเอฮาระซัง ฝากวัดความยาวเส้นผมของตุ๊กตาให้ด้วยนะครับ

“…”

          มิจิรุชะงัก กะพริบตาปริบๆ

คุณว่าไงนะคะ? เธอถามกลับไป

ผมบอกว่าฝากวัดความยาวเส้นผมตุ๊กตาให้ด้วยครับ อาจจะเอาไปใช้ตีความเชิงสัญลักษณ์ได้

          จิอากิตอบกลับ ไม่รู้ตัวเลยว่าคนฟังนั้นแทบจะล้มทั้งยืนไปแล้ว

ฉันว่าไม่เหมาะมั้งคะ มิจิรุกัดฟันตอบกลับ ของแบบนี้เราไม่ควรไปแตะต้องรึเปล่าคะ

          เธอเสนอความคิดเห็นที่ไตร่ตรองมาดีแล้ว ตุ๊กตาอาถรรพ์ที่อาจมีวิญญาณสิงสู่แบบนี้คนสติดีที่ไหนเขาจะเดินไปจับกัน!?

หืม? แตะต้องไม่ได้เหรอครับ

          ชายหนุ่มพึมพำถาม มีความเสียดายเจือในน้ำเสียงนั้น มิจิรุที่ได้ยินเลยรีบพยักหน้ารับ ก่อนจะนึกได้ว่าเขาคงไม่เห็นเลยอ้าปากเตรียมตอบคำถาม

แตะได้ ไม่เป็นไร ผู้หญิงแตะได้ โอคิคุเขาไม่ว่า

          จู่ๆ เจ้าอาวาสก็โพล่งขึ้นมา ทำเอามิจิรุที่คิดว่ากำลังจะรอดแล้วเข่าอ่อนไปอีกรอบ

          เจ้าอาวาสคุณเองก็เคียดแค้นฉันหรือคะ!?

          มิจิรุคาดโทษในใจ แต่ไม่สามารถตะโกนถามออกไปตรงๆ ได้ อีกฝ่ายเป็นพระ แค่คิดจะตำหนิเขาเธอก็ตีตั๋วเข้าสู่โลกคนบาปไปครึ่งตัวแล้ว

          พลันจังหวะนั้นเอง วัตถุบางอย่างก็ถูกสอดเข้ามาทางช่องว่างใต้ประตู เมื่อเพ่งมองดีๆ มิจิรุถึงเห็นว่ามันเป็นไม้บรรทัดอันหนึ่ง

คุณใช้อันนี้วัดความยาวเส้นผมนะ

          เสียงอาจารย์อิจิโนะยูกิดังขึ้นจากหลังประตู มิจิรุเลยได้แต่เอามือกุมขมับ นอกจากเขาแล้วคนปกติที่ไหนเขาพกไม้บรรทัดมาออกทริปกัน

ไม่วัดไม่ได้เหรอคะ คุณให้เจ้าอาวาสช่วยวัดให้ไม่ได้เหรอ…”

          หญิงสาวพึมพำถาม

ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ นี่งานของพวกเรา คุณจะไปรบกวนคนอื่นได้ยังไง

          คำตอบนั้นทำมิจิรุส่ายหน้ารัว

งานของพวกเราอะไรกัน งานของคุณคนเดียวต่างหาก!

ไม่ทำไม่ได้เหรอคะ ฉันว่าฉันไม่ไหว…” มิจิรุตอบด้วยเสียงอ่อนแรง

อย่าคิดมากสิครับ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก คุณคิดไปเองทั้งนั้น จิอากิตอบ

จะคิดไปเองได้ไงคะ คุณไม่ได้ยินเจ้าอาวาสเหรอ ท่านยังบอก…”

ก็แค่ความเชื่อที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เท่านั้นแหละครับ ผมบอกแล้วไงว่าพวกวิญญาณน่ะไม่มี…”

เฮ้ๆ พ่อหนุ่ม พูดจาระวังๆ หน่อย

          เจ้าอาวาสรีบเอ่ยขัด มิจิรุเองก็เหวอไป ไม่คิดว่าเขาจะกล้าโพล่งเรื่องนี้ออกมากลางวง แถมพูดตอนไหนไม่พูด ยังมาพูดตอนอยู่ต่อหน้าตุ๊กตาโอคิคุอีก ไม่เห็นอกเห็นใจเธอที่ต้องอยู่ในห้องสองต่อสองกับสิ่งลี้ลับบ้างเลย!

ขอโทษครับ จิอากิหันไปบอกเจ้าอาวาส จากนั้นก็หันไปป้องปากพูดผ่านประตู ส่วนอุเอฮาระซัง คุณรีบวัดรีบออกมาแล้วกัน ข้างนอกนี่หนาวจะตายแล้ว เราจะได้กลับกันสักที

          ประโยคนั้นทำมิจิรุถอนหายใจ ทว่าเมื่อเป้าหมายสอดคล้องกันคือการรีบออกไปจากที่นี่ มิจิรุก็ไม่ไปโต้แย้งอะไรอีก ทำเพียงกัดฟันก้มตัวลงไปหยิบไม้บรรทัดขึ้นมาแล้วหันไปเผชิญหน้ากับตุ๊กตาโอคิคุอีกรอบ

          เอาน่ะไม่เป็นไรหรอก

         เจ้าอาวาสบอกว่าไม่เป็นไรนี่นา

          หญิงสาวสูดลมหายใจเข้า ค่อยๆ ย่างเท้าเข้าหาเป้าหมายช้าๆ ราวกับกลัวว่าถ้าหุนหันพลันแล่นเข้าไปจะทำให้ทางนั้นขุ่นเคือง ไม่นานนักก็อยู่ในระยะประชิดที่พอจะเอื้อมไปสัมผัสเส้นผมสีดำยาวได้ มิจิรุมือสั่นเล็กน้อย แต่ก็ใช้นิ้วช้อนปลายผมของตุ๊กตาออกมาจัดเรียงกันแล้วเริ่มวัดความยาวตามใบสั่ง

          ปอยที่หนึ่ง ปอยที่สอง ปอยที่สาม

          ใกล้เสร็จแล้ว มิจิรุเริ่มมีสีหน้าดีขึ้นทีละนิด

          เหลือเพียงปอยผมกลุ่มสุดท้ายที่อยู่ด้านหลังเท่านั้น มิจิรุจำต้องพลิกตุ๊กตาไปอีกทาง เพราะถ้าดึงผมพวกนั้นออกมาวัดด้านหน้าอาจจะทำให้ความยาวคลาดเคลื่อนได้ เธอพึมพำขอขมาเล็กน้อย จากนั้นก็ค่อยๆ หมุนตุ๊กตาโอคิคุให้หันหลัง

          ทุกอย่างกำลังจะเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงจดบันทึกความยาวที่วัดได้ลงในสมุดเท่านั้น ทว่าทันใดนั้นเอง สายลมเย็นยะเยือกบาดผิวก็พัดเข้ามาในห้อง ทั้งที่ประตูปิดอยู่แท้ๆ แต่ราวกับมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ผุดขึ้นกะทันหัน มิจิรุสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับไปทางประตู ความรีบร้อนนั้นทำให้เผลอเอามือไปพันเข้ากับเส้นผมของตุ๊กตา สัมผัสนั้นทำให้หญิงสาวเบิกตากว้าง ปฏิกิริยาตอบรับบังคับให้ร่างกายสะบัดมือเพื่อหลุดพ้นการเกาะกุม

           ทว่าดูเหมือนว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

          เพราะทันทีที่สะบัดมือ นอกจากเส้นผมจะไม่หลุดแล้วยังทำให้ตุ๊กตาลอยขึ้นจากหิ้ง ติดมือเธอมาด้วย มิจิรุทำหน้าช็อกสุดขีด หลับตาปี๋รีบก้าวถอยหลัง แข้งขาพันกันอุตลุดก่อนจะล้มลงไปนอนที่พื้น เกิดเสียงโครมครามเล็กน้อย คงมีของบางอย่างตกลงมาจากหิ้งด้วย

          เธอขมวดคิ้ว ใช้มือข้างหนึ่งแตะศีรษะเบาๆ ให้มั่นใจว่าไม่กระทบกระเทือนแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น จังหวะนั้นก็สบตาเข้ากับใครบางคนเป็นดวงตากลมโตสีดำสนิทที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ

          ตอนนี้มิจิรุรู้แล้วว่าอะไรที่ตกลงมาจากหิ้ง

          เป็นตุ๊กตาโอคิคุตัวนั้นที่ตอนนี้นอนอยู่บนหน้าเธอ

กรี๊ด!”

          หญิงสาวร้องลั่น ครู่ถัดมาเสียงประตูห้องก็เลื่อนเปิดออก ตามด้วยเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งที่ดูร้อนรน

เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรหรือเปล่าครับ

          เสียงของอาจารย์อิจิโนะยูกิดังขึ้น มิจิรุจึงรีบชันตัวลุกขึ้นแล้วหันไปหาเขา เธอเกือบจะซาบซึ้งใจอยู่แล้วเมื่อเห็นเขาวิ่งเข้ามาหาคล้ายจะเป็นห่วง ก่อนจะชะงักไป ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นไม่ได้สนใจเธอแต่สนใจตุ๊กตาที่อยู่บนพื้นต่างหาก

มีเรื่องอะไรหรือครับ ตุ๊กตาตกลงมาได้ยังไง

          จิอากิถามต่อ สีหน้าเปล่งประกาย ทำคนมองถึงกับพูดไม่ออก

หรือว่ามันขยับเองได้? คุณเห็นตุ๊กตาขยับเองได้หรือเปล่าครับ

“…เปล่าค่ะ มิจิรุส่ายหน้า

งั้นเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ผมได้ยินเสียงคุณ

ฉันแค่ตกใจเลยสะดุดล้มน่ะค่ะ

          ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

แค่นั้นเหรอครับ?

ค่ะ

ไม่มีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอะไร?

“…ไม่มีค่ะ

อ่อครับ

          จากสีหน้า มิจิรุบอกได้เลยว่าเขากำลังเสียดายสุดชีวิตที่ตุ๊กตาโอคิคุไม่ได้ลุกขึ้นมาวิ่งไล่เธอ ข้อสรุปนั้นทำให้แอบถอนหายใจเบาๆ ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องมาแสดงความเป็นห่วงอะไรมากมาย แต่ไม่ต้องใจร้ายขนาดนี้ก็ได้มั้ง!

ว่าแต่คุณเข้ามาได้ยังไงคะ เจ้าอาวาสล่ะ มิจิรุหันไปถาม เมื่อมองออกไปนอกประตูแล้วไม่เห็นใคร

อ่อ มีพระท่านอื่นมาเรียกไปน่ะครับ ผมเฝ้าประตูคนเดียวมาสักพักแล้ว

          จิอากิตอบ ประคับประคองตุ๊กตาโอคิคุกลับไปวางบนหิ้งอย่างระมัดระวัง

คุณเสร็จงานแล้วใช่มั้ยครับ จดรายละเอียดทุกอย่างได้ครบมั้ย

          ชายหนุ่มหันมาถาม มิจิรุจึงพยักหน้ารับ ส่งสมุดโน้ตกับปากกาคืนเขา

เรียบร้อยค่ะ

ดีครับ งั้นเราออกไปก่อนเจ้าอาวาสจะกลับมาดีกว่า เห็นผมเข้ามาในห้องเดี๋ยวเขาจะว่าเอา

          พูดจบเขาก็เดินนำออกไป มิจิรุจึงรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามไป เป็นคำสั่งที่ไม่จำเป็นต้องให้ใครพูดซ้ำ ก่อนประตูจะปิดลงก็แอบชำเลืองมองตุ๊กตาโอคิคุแวบหนึ่ง บอกลาเบาๆ ในใจเพราะคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้วนเวียนกลับมาพบกันอีก

 

 

 

 

ซะเมื่อไหร่

          เพราะทันทีที่ออกมาด้านนอก ข่าวร้ายที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนก็จู่โจมทันที

เอ๊ะ!? ปิดถนนเหรอคะ

          มิจิรุเบิกตากว้าง เธอกำลังโทรหาบริษัทแท็กซี่เพื่อหารถมารับไปส่งที่สนามบิน ทว่าทางนั้นดันแจ้งว่าตอนนี้ไม่สามารถส่งรถออกมารับผู้โดยสารได้

ครับ เส้นทางจากวัดเมนเนนจิไปสนามบินหิมะตกหนักมาก ถนนกลายเป็นน้ำแข็ง ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังปิดถนนเพื่อความปลอดภัย คาดว่าจะส่งรถไปได้ก็หลัง 4 โมงเย็นเลย

“4 โมงเย็นเลยเหรอคะ

          มิจิรุหน้าซีด เธอต้องไปให้ถึงสนามบินก่อน 5 โมงเย็นเพื่อเช็กอิน การออกจากที่นี่หลัง 4 โมงเย็นคงจะทำให้เธอและอาจารย์อิจิโนะยูกิตกเครื่องแหงๆ

ครับ ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าจะจองรถรบกวนโทรมาเช็กอีกทีช่วงบ่ายนะครับ

          เจ้าหน้าที่พูดเท่านั้น แล้วเขาก็กดวางสายไป ปล่อยให้มิจิรุยืนเคว้งคว้างท่ามกลางอากาศหนาวที่ใกล้ติดลบเต็มที

ทำไมคุณทำหน้าแบบนั้น มีปัญหาอะไรเหรอครับ

          จิอากิถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาว ได้ยินดังนั้นเธอจึงเล่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ฟัง

อ่อแปลว่าวันนี้คงไม่ได้กลับโตเกียวแล้วสินะ

          เขาทวนความเข้าใจ แต่กลับใจเย็นผิดปกติ ทุกข์ร้อนได้ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของมิจิรุด้วยซ้ำ

ใช่ค่ะเหมือนจะเป็นอย่างนั้น

เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นคุณลองหาโรงแรมใกล้ๆ ดูแล้วกัน แล้วก็โทรบอกพวกสำนักพิมพ์ด้วยว่าวันนี้เราไม่กลับ ให้เขาฝากกระเป๋าไว้ที่สนามบิน ถ้าเลื่อนวันเดินทางได้ฝากเขาเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ให้ด้วย แต่ถ้าเลื่อนไม่ได้เดี๋ยวผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้คุณเอง

          จิอากิออกคำสั่ง มิจิรุจึงรีบพยักหน้ารับแล้วเริ่มดำเนินการทันที ผ่านไปครู่หนึ่งภารกิจกว่าครึ่งก็สำเร็จลง โทรแจ้งสำนักพิมพ์แล้ว เลื่อนตั๋วเดินทางได้แล้ว แต่ปัญหาก็คือโรงแรมที่จะพักในคืนนี้ดูท่าจะหายากกว่าที่คิด

ทำไงดีคะ แถวนี้ไม่มีโรงแรมเลย ใกล้ที่สุดคือต้องเดินไปจากที่นี่ราวๆ 4 กิโลเมตรค่ะ

          เธอหันไปถาม

อ่าไกลขนาดนั้นเลยเหรอครับ จิอากิขมวดคิ้ว เงยหน้ามองฟ้า จากสภาพอากาศตอนนี้การเดินฝ่าหิมะและอุณหภูมิติดลบถึง 4 กิโลเมตรน่าจะเป็นการฆ่าตัวตายได้เลย

งั้นคงจะเหลือทางเลือกเดียวแล้วละมั้ง เขาพึมพำ

คะ?

คงต้องนอนที่วัดกันแล้วละครับ

เอ๊ะ!?”

          มิจิรุทำท่าตกใจ ในตอนนั้นเจ้าอาวาสก็เดินกลับมาพอดี เมื่อเห็นพวกเธอยืนคุยกันอยู่ เขาก็ทักทายขึ้น

อ้าว ยังไม่กลับกันอีกเรอะ

          ได้ยินดังนั้นมิจิรุก็ส่งยิ้มแห้งๆ ให้ ทว่าจิอากิรีบเดินเข้าไปหาผู้อาวุโส

ยังไม่กลับครับ เกิดปัญหานิดหน่อย ถนนถูกปิดน่ะครับ

โอ้ ลำบากเลยสิ เจ้าอาวาสทำท่าเข้าอกเข้าใจ

ครับ เลยอยากจะถามว่าเป็นไปได้มั้ยถ้าจะขอค้างที่วัด

หืม? จะนอนที่นี่กันเรอะ เจ้าอาวาสถาม ไอ้นอนมันก็นอนได้อยู่หรอก แต่คงต้องให้แยกห้องกันนะ ยังไงนี่ก็เป็นวัด ให้ผู้ชายกับผู้หญิงนอนด้วยกันไม่ได้หรอก

          ประโยคนั้นทำมิจิรุหน้าแดง เธอเห็นด้วยเต็มร้อยเรื่องแยกห้องอยู่แล้ว แต่พอเจ้าอาวาสพูดจาแบบนั้นออกมาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เหมือนกัน

ได้ครับ ไม่มีปัญหา จะให้นอนที่ไหนก็บอกมาได้เลย

          แต่จิอากิไม่ได้ติดใจอะไร เขาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว

อืม งั้นพ่อหนุ่มมานอนเรือนพักผ่อนของพวกพระก็ได้ ส่วนผู้หญิงน่าจะเหลือประมาณ 2 ห้องให้เลือก…”

          เจ้าอาวาสทำหน้าครุ่นคิด

ที่ไหนบ้างเหรอคะ มิจิรุถาม

อืมห้องแรกก็ห้องที่เข้าไปเมื่อกี้ นอนกับโอคิคุเขา…”

ไม่เอาค่ะ!”

          มิจิรุชิงปฏิเสธทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายจบประโยค แค่เข้าไปไม่ถึงชั่วโมงก็กลัวจะแย่แล้ว จะให้เธอไปนอนห้องนั้นน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ!

อ่าไม่เอาสินะ งั้นก็เหลืออีกห้อง เจ้าอาวาสพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

ห้องไหนเหรอคะ มิจิรุทำหน้าระแวง กลัวจะได้อะไรที่เลวร้ายกว่าเดิม ทว่าก็โล่งใจเมื่อได้ยินคำตอบ

ห้องของรองเจ้าอาวาสเพิ่งว่างลงเมื่อสัปดาห์ก่อน นอนที่นั่นก็ได้

         ห้องของรองเจ้าอาวาส?

         ห้องของพระสินะ งั้นก็คงไม่มีอะไรน่ากลัว

          หญิงสาวพยักหน้ารับทันที คลี่ยิ้มบางๆ ด้วยความโล่งใจ ทว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับช่างสงสัยเกินความจำเป็น เพราะเขาไม่ยอมจบบทสนทนา ยังถามขึ้นต่อ

แล้วรองเจ้าอาวาสไปไหนล่ะครับ ย้ายไปประจำที่อื่นเหรอ

จิอากิขมวดคิ้ว ได้ยินแบบนั้นมิจิรุเลยเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เธอหันไปมองเจ้าอาวาส รอคอยคำตอบ

อ่อ เปล่าหรอกๆ ไม่ได้ย้ายไปไหน แค่เดี๋ยวนี้ท่านไม่ต้องนอนที่นั่นแล้วน่ะ

          เจ้าอาวาสส่งยิ้มบางๆ

ท่านเสียไปแล้ว เสียในห้องนั้นเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่แหละ เราเพิ่งทำพิธีเผาศพเมื่อวานเอง

“…”

          มิจิรุช็อกไปเรียบร้อยแล้ว

ก่อนไปนอนที่ห้องท่านจะแวะไปเคารพหลุมศพก็ได้นะ ท่านคงดีใจที่มีคนมาเยี่ยม

          เจ้าอาวาสพูดต่อ มิจิรุยังช็อกอยู่ แต่จิอากิหันมาพยักหน้าให้

ก็ดีนะคุณ ผมอยากเห็นสุสานของวัดนี้เหมือนกัน

          เขาทำตาเป็นประกาย ส่วนคนฟังอยากซบหน้าลงกับฝ่ามือ เลวร้าย เลวร้ายเกินไปแล้ว นี่มันโชคชะตาอะไรกัน

อืม ไปกันสิ อยู่ด้านหลังวัดนี่เอง เดินอ้อมไปหน่อยหนึ่งก็ถึงแล้ว สรุปจะนอนที่นี่ใช่มั้ย เดี๋ยวจะให้คนเตรียมห้องให้

          เจ้าอาวาสหันมาถามต่อ จิอากิจึงพยักหน้ารับ

ครับ คงต้องรบกวนทางวัดแล้ว

ไม่เป็นไรๆ เดินทางกันมาไกลเลยนี่

          เจ้าอาวาสส่งยิ้มให้ จากนั้นก็ขอปลีกตัวแยกไปอีกทางเพื่อจัดการเรื่องห้องนอน เห็นดังนั้นจิอากิจึงหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยืนจ้องพื้นด้วยสายตาว่างเปล่าอยู่

คุณโทรไปจองรถเลยก็ดีนะ ให้เขามารับตอนเช้าเลย

“…”

อุเอฮาระซัง?

“…”

อุเอฮาระซัง ได้ยินมั้ยเนี่ย

อ๊ะ! คะ?มิจิรุกะพริบตา เพิ่งดึงสติกลับมาได้ตอนที่ถูกเรียกซ้ำๆ

ผมบอกให้โทรไปจองรถเลยก็ได้ครับ ให้เขามารับตั้งแต่เช้า เราจะได้ไม่ตกเครื่องอีก

อ่อ ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ จะรีบจัดการให้นะคะ

          หญิงสาวพยักหน้ารับ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วรีบต่อสายหาบริษัทแท็กซี่ ไม่นานนักก็จองคิวรถตอน 6 โมงเช้าได้ก่อนจะกดวางสาย

เรียบร้อยแล้วค่ะ เธอหันไปบอก เรียกสีหน้าพึงพอใจให้ปรากฏบนหน้าชายหนุ่ม

ดีครับ วันนี้ก็เข้านอนเร็วหน่อยแล้วกัน พรุ่งนี้จะได้ไม่ตื่นสาย

          ประโยคนั้นทำมิจิรุยิ้มแห้งๆ เธอไม่ได้ตอบอะไรออกไปตรงๆ ทำเพียงหันไปด้านข้างแล้วงึมงำตัดพ้อกับตัวเอง

ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ วันนี้คงไม่ได้นอนหรอก ใครจะไปหลับลง…”

คุณว่าไงนะครับ? จิอากิขมวดคิ้วถาม

เปล่าค่ะ ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย

          มิจิรุถอนหายใจ เงยหน้ามองฟ้าแล้วส่ายหน้าเบาๆ จังหวะนั้นเลยไม่ทันเห็นว่าคนที่อยู่ด้านข้างหรี่ตาลงคล้ายครุ่นคิด แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกัน

 

 

 


          หลังจากจัดเตรียมห้องพักเรียบร้อย เจ้าอาวาสก็ส่งคนมาเรียกมิจิรุกับจิอากิ ทั้งคู่จึงแยกย้ายกันไปดูที่พักของตัวเอง จากนั้นก็กลับมาเจอกันอีกรอบเพื่อเดินไปเก็บข้อมูลสุสานที่หลังวัด ตอนนี้หิมะเริ่มโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย อยู่ด้านนอกได้ไม่นานก็ต้องกลับเข้ามาหลบอากาศหนาวในวัด เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดท้องฟ้าก็มืดลง แม้จะยังเป็นช่วงหัวค่ำแต่พระของวัดเข้านอนกันเร็วกว่าคนทั่วไป เพียง 1 ทุ่มตรงมิจิรุก็ต้องเดินฝ่าหิมะที่สูงราว 2 นิ้วกลับเข้าห้องพักของตัวเองที่อยู่ถัดออกมาจากเรือนพักผ่อนของพวกพระและอาจารย์อิจิโนะยูกิราวๆ 20 เมตร

          หญิงสาวเริ่มลงมือจัดฟูก พยายามทิ้งตัวนอนพลิกไปพลิกมาอยู่หลายนาทีแต่ก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้ พอลองหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กก็พบว่าสัญญาณอ่อนแรงเกินกว่าจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตซะงั้น สุดท้ายเลยทำได้นอนคุดคู้กอดเข่าห่อพันตัวในผ้านวมฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะง่วง  

          ขณะที่กำลังพลิกตัวนอนจ้องเพดานเป็นรอบที่ห้านั้นเอง เสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นข้างนอกประตู มิจิรุสะดุ้งโหยง รีบผุดตัวลุกขึ้นมานั่งจ้องประตูตัวเกร็ง

         อะไรน่ะมีคนมาเหรอ

          เธอเบิกตากว้าง เงี่ยหูฟังอีกรอบจนค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นเสียงฝีเท้าแน่ๆ แต่ตอนนี้พวกพระควรจะนอนกันหมดแล้ว ไม่น่าจะมีใครมาเดินแถวนี้ได้เลย แล้วเสียงนั่นเป็นของใครกัน?

          หญิงสาวลอบกลืนน้ำลาย ขณะนั้นเสียงดังกล่าวก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ไม่นานนักเงาคนสีดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นที่ประตู เห็นดังนั้นมิจิรุจึงตั้งท่าจะร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ ทว่าผู้มาเยือนเหมือนจะรู้ เพราะทางนั้นรีบชิงแนะนำตัวทันที

อุเอฮาระซัง นี่ผมเอง

          มิจิรุที่อ้าปากแล้วชะงักไป เธอกะพริบตา ก่อนถามออกไปด้วยความลังเล

“…อาจารย์อิจิโนะยูกิเหรอคะ?

ครับ

          มิจิรุขมวดคิ้ว แต่ก็ลุกขึ้นไปเปิดประตู โล่งอกทันทีเมื่อพบว่าเป็นอาจารย์อิจิโนะยูกิจริงๆ

มีอะไรรึเปล่าคะมาหาฉันเหรอ

          เธอถาม ทว่าคนฟังกลับส่ายหน้า

เปล่าครับ จะมาหาที่นั่งอ่านหนังสือเฉยๆ

คะ? มิจิรุทำหน้างง

พวกพระปิดไฟนอนกันหมดแล้ว เหลือห้องคุณห้องเดียวที่ยังเปิดไฟอยู่ ผมจะอ่านหนังสือเลยต้องมาที่นี่น่ะครับ

          ระหว่างที่พูดเขาก็จัดการเบียดตัวเองเข้ามาในห้อง เดินไปนั่งใกล้ๆ เครื่องทำความร้อนแล้วถอดเสื้อโค้ทตัวหนาที่มีหิมะเกาะประปรายวางไว้ด้านข้าง ก่อนจะหยิบหนังสือออกมานั่งอ่านโดยไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม

นี่คุณมาอ่านหนังสือจริงๆ เหรอคะ

          มิจิรุนิ่วหน้าถาม ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะลงทุนเดินฝ่าหิมะมาเพื่อการนี้ แต่ทางนั้นไม่หันมาตอบแล้ว เขากำลังจดจ่อกับหนังสือในมือ หลุดหายเข้าไปในโลกส่วนตัวเรียบร้อย หญิงสาวเลยได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ไม่ไปซักถามอะไรอีก จากนั้นก็เดินไปนั่งห่อตัวในผ้านวมที่มุมห้องฝั่งตรงข้ามเงียบๆ รอดูว่าเขาจะกลับไปเมื่อไหร่

          ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็แล้ว หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็แล้ว ชายหนุ่มก็ยังไม่ปริปากอะไร สิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวในห้องนี้มีเพียงหน้าหนังสือที่ถูกพลิกทุกๆ สองนาทีเท่านั้น

          มิจิรุเม้มริมฝีปาก ในที่สุดก็ทนไม่ไหวเลยถามออกไป

คุณจะอยู่ที่นี่ถึงเมื่อไหร่เหรอคะ

          เหมือนจะได้ผล คนถูกถามละสายตาจากหนังสือเล็กน้อยแล้วตอบคำถาม

ไม่รู้สิครับ ก็คงนั่งอ่านไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะหลับมั้ง

คะ?

คุณจะนอนเมื่อไหร่ล่ะ

อ่าไม่รู้สิคะ…”

อืม งั้นง่วงเมื่อไหร่ก็บอกนะครับ คุณปิดไฟนอนเมื่อไหร่ผมก็ไปเมื่อนั้น

          พูดจบจิอากิก็ก้มลงไปอ่านหนังสือเหมือนเดิม ส่วนมิจิรุนั้นชะงักไปตั้งแต่ได้ยินคำตอบ เธอกะพริบตา พยายามตีความ แวบแรกที่ได้ฟังก็เผลอคิดไปว่าบางที

หรือที่เขามาที่นี่เพราะจะมานั่งเป็นเพื่อนงั้นเหรอ?

          มิจิรุเผลอหวั่นไหวไปวูบหนึ่ง ทว่าความคิดนั้นอ้อยอิ่งอยู่ได้ไม่กี่วินาทีก็ถูกสลัดทิ้งไป ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คิดว่าเขาจะทำเรื่องแบบนั้น เธอเคยบาดเจ็บมานักต่อนักเพราะพยายามตีความการกระทำของอาจารย์อิจิโนะยูกิ ดังนั้นครั้งนี้จะไม่คิดอะไรไปเองอีกแล้ว ถ้าปิดไฟนอนเขาคงอ่านหนังสือไม่ได้ ก็เลยกลับ คิดตื้นๆ แค่นี้ก็พอ

          เธอเลยตัดสินใจกลับไปนั่งคู้ตัวในมุมมืดเงียบๆ แต่นั่งอยู่ได้ไม่กี่นาทีก็เริ่มอึดอัดขึ้นมาอีก สุดท้ายเลยโยนคำถามไปให้ทางนั้นอีกรอบ

คุณอ่านอะไรอยู่เหรอคะ

คัมภีร์ไบเบิ้ลครับ จิอากิตอบทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่

เอ๊ะ? คุณนับถือศาสนาคริสต์เหรอคะ มิจิรุทำตาโต

เปล่าครับ แค่ลองเอามาศึกษาเฉยๆ

ศึกษา?

อืม นี่เป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดในโลก ผมกำลังดูว่าเขาเขียนยังไงให้ขายดี

“…”

          มิจิรุพูดไม่ออก นี่มันตรรกะอะไรกัน

คุณเคยอ่านมั้ย

          จู่ๆ ชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้น ถามเธอกลับบ้าง

ไบเบิ้ลเหรอคะน่าจะยังไม่เคยค่ะ

งั้นเหรอ จะอ่านมั้ยล่ะ ผมมี 2 เล่ม

มี 2 เล่มเลยเหรอคะ มิจิรุเลิกคิ้วขึ้น

ครับ มันมี 2 ภาคน่ะ ภาคแรกผมอ่านจบแล้ว กำลังอ่านภาค 2 อยู่

อ่อ…” เธอพยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นเมื่อไตร่ตรองดูแล้วว่านั่งเฉยๆ ก็ไม่มีอะไรทำ เลยตัดสินใจรับข้อเสนอนั้นแล้วเดินไปขอยืมไบเบิ้ลจากเขา

อ่านตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามได้นะครับ

ขอบคุณค่ะ

          มิจิรุยิ้มรับ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าไบเบิ้ลที่ถืออยู่ในมือเป็นฉบับภาษาอังกฤษล้วน

“…ไม่มีภาษาญี่ปุ่นเหรอคะ

ไม่มีครับ บริบทของคำแปลมักจะทำให้ความหมายเปลี่ยน ผมว่าอ่านภาษาอังกฤษดีกว่า

          คำตอบนั้นทำคนฟังได้แต่ยิ้มแห้งๆ ถึงช่วงนี้ทักษะภาษาอังกฤษของเธอจะเริ่มพัฒนาขึ้นบ้างแล้ว แต่จะให้มานั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษทั้งเล่มก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ดี

          แต่ก็ตัดสินใจไม่พูดอะไรออกไป คนเขาอุตส่าห์แสดงน้ำใจ ขืนปฏิเสธไปจะเสียมารยาทเปล่าๆ สุดท้ายเลยยอมเอาไบเบิ้ลภาษาอังกฤษล้วนเล่มนั้นมานั่งอ่านเงียบๆ ที่มุมห้อง ทว่าแสงไฟตรงที่เธออยู่ค่อนข้างสลัว หรี่ตามองแล้วมองอีกก็ชักจะเริ่มลำบาก มิจิรุเงยหน้าขึ้น มองหาทำเลใหม่ พลันก็พบว่าพื้นที่ใต้โคมไฟที่สว่างที่สุดถูกอาจารย์อิจิโนะยูกิจับจองไปแล้ว เธอเม้มริมฝีปาก ชั่งใจชั่วครู่แล้วถามขึ้นใหม่

ฉันไปนั่งอ่านใกล้ๆ คุณได้มั้ยคะ ตรงนี้มันมืด…”

          พูดไปแล้วก็ไม่แน่ใจ กลัวว่าคนฟังจะรำคาญเอาหรือเปล่า แต่ก็โล่งใจเมื่อเขาพยักหน้ารับ

เชิญครับ ห้องคุณนี่ จะนั่งตรงไหนก็ตามใจคุณเถอะ

          ได้ยินดังนั้นมิจิรุจึงเดินไปนั่งข้างเขา แต่ก็เว้นระยะห่างไม่ให้ก้าวก่ายกัน เธอเริ่มเปิดไบเบิ้ลของตัวเองขึ้นมาอ่าน ผ่านไปครู่หนึ่งก็เริ่มติดขัดตรงศัพท์เฉพาะในบางวรรค

          ขณะที่กำลังหรี่ตา ตั้งท่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือมาช่วยแปลภาษา คนที่นั่งอยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้นเหมือนรู้ทัน

ไม่เป็นไรครับ ตรงนั้นไม่สำคัญเท่าไหร่ คุณอ่านข้ามไปก็ได้

อ่อค่ะ ขอบคุณค่ะ

          มิจิรุพึมพำตอบ จากนั้นก็อ่านต่อไปเรื่อยๆ คราวนี้ความเกรงอกเกรงใจของเธอเริ่มลดลงบ้างแล้ว พอเจอส่วนที่ไม่เข้าใจก็รีบหันไปถามเขาทันที

ตรงนี้…”

เป็นชื่อเมืองครับ จำไว้ก็ดี ต่อไปจะมีพูดถึงอีก

          หญิงสาวพยักหน้ารับอีกรอบ ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นว่านั่งอ่านหนังสือด้วยกันไปเสียอย่างนั้น พลันจู่ๆ มิจิรุก็มีคำถามผุดขึ้นในใจ เธอลังเลเล็กน้อย แต่ก็ถามออกไปจนได้

คุณเก่งภาษาอังกฤษจังค่ะ ไปเรียนมาจากที่ไหนเหรอ

          จิอากิเลิกคิ้วขึ้น ละสายตาจากหนังสือของเขาแล้วหันมาตอบ

ธรรมดามั้งครับ ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ ก็ต้องอ่านออกเขียนได้บ้างอยู่แล้ว

เอ๊ะ!?” มิจิรุทำตาโต มองข้ามเรื่องเขาพูดจาหลงตัวเองอีกแล้วไปเพราะโฟกัสกับอย่างอื่นมากกว่า คุณเรียนจบจากต่างประเทศเหรอคะ

อืม

ที่ไหนเหรอคะ

อเมริกาครับ

เรียนจบอะไรเหรอคะ

จิตวิทยาครับ

          มิจิรุทำหน้าทึ่ง ก็พอจะรู้ว่าเขาน่าจะฉลาดเกินค่าเฉลี่ย แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะเรียนจบจากต่างประเทศด้วย

          ขณะที่คิดนั้นก็เผลอจ้องชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว กระทั่งเขายื่นมือมาเคาะหน้าหนังสือเบาๆ คล้ายบอกให้เธอกลับไปอ่านหนังสือของตัวเองได้แล้วถึงรีบพยักหน้าขอโทษแล้วละสายตากลับมา

          คราวนี้มิจิรุไม่เจออุปสรรคจากศัพท์เฉพาะยากๆ อีกแล้ว เธออ่านไปเรื่อย จนผ่านไปเกือบครึ่งเล่มก็รู้สึกว่าเปลือกตาชักจะหนัก แม้จะประกาศไว้ในใจว่าคืนนี้คงนอนหลับไม่ลง แต่เอาเข้าจริงความง่วงก็มาเยือนจนได้

          มิจิรุพยายามฝืน เหลือบมองอาจารย์อิจิโนะยูกิที่ยังอ่านหนังสือใจจดใจจ่อ ถ้าเธอบอกเขาว่าง่วงแล้วอาจจะไปรบกวนสมาธิอันแน่วแน่ของเขาก็ได้ รอให้ทางนั้นหยุดพักแล้วค่อยบอกน่าจะดีกว่า

          หญิงสาวคิดพลางสะบัดหน้าเบาๆ ก้มลงอ่านหนังสือต่อ แต่ฝืนได้ไม่กี่นาทีหัวก็เริ่มหนักอึ้งไม่ต่างจากเปลือกตา รู้ตัวอีกทีก็คือไม่รู้แล้ว มิจิรุผล็อยหลับไปในสภาพคอพับทั้งที่หนังสือยังเปิดอยู่

          เกิดความเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเสียงปิดหนังสือก็ดังขึ้น

          จิอากิเหลือบมองคนที่หลับอยู่ จากนั้นก็เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ

         2 ชั่วโมง 23 นาทีเร็วกว่าที่คิดไว้

           เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนคนด้านข้าง เดินไปลากฟูกนอนมาวางใกล้ๆ ประคองหญิงสาวให้นอนลงจากนั้นก็เก็บไบเบิ้ลคืนมาแล้วออกจากห้องไป

         

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 412 ครั้ง

2,015 ความคิดเห็น

  1. #1959 JJphakin (@pimchanoksirip) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:41
    งื้อออออ ละมุนตุ้น
    #1959
    0
  2. #1947 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:53
    แผนสูงจริงๆเลยน้า ขำการเอาไบเบิ้ลมาให้อ่าน นี่คาดว่ามิจิรุจะง่วงจนเผลอหลับใช่ไหมคะ
    #1947
    0
  3. #1794 memamame (@memamame) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:13

    เขิลลลลล
    #1794
    0
  4. #1710 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:28

    น่าร๊ากกกกกกกก

    #1710
    0
  5. #1699 fsn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 00:20

    โอ้ย ถึงพี่จะดูซึน ใจร้าย แต่จริงๆ พี่ใจได้อะ

    #1699
    0
  6. #1655 Aeron Moore (@jessiejazzy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 12:35
    คือน่ารัก น่ารักเกินไปแล้ววววว
    #1655
    0
  7. #1622 toei. (@yadatoei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 11:43
    งื้อออ เขิลลลล
    #1622
    0
  8. #1310 MyrrH~* (@myrrh_hymn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 07:32

    โอ๋ยน่าร้าก

    #1310
    0
  9. #601 fallingforyou. (@derodero) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:56
    ฮือออ กลายเป็นคนอยอุ่นไปซะแล้ว
    #601
    0
  10. #579 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:00
    แหนะะะะะ
    #579
    0
  11. #340 EchizenJiraporn (@EchizenJiraporn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 19:44
    น่ารักกกก อยากได้เล่มจัง
    #340
    0
  12. #261 u-2352 (@U-235) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 13:27
    รออออนะคะ ชอบมากๆ เพิ่งเริ่มมาอ่านผลงานครั้งแรกค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ
    #261
    0
  13. #254 nxmex (@namep_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 02:19
    คนปากแข็ง หึ
    #254
    0
  14. #252 Yony-Sama (@pimtawan123456) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 16:35

    ตะไมถึงได้เดาใจผู้ชายคนนี้ยากจริงๆน้า~~

    #252
    0
  15. #237 pariquinn (@pariquinn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 15:13

    คิดถึงไรท์เมื่อไรจะมา รอออออออ

    #237
    0
  16. #236 mynuri (@mynuri) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 04:34
    อ่านจบแล้วยิ้มมุมปาก.. ร้ายนะอาจาร์ย
    #236
    0
  17. #235 zephyrus.e (@thitawee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:00
    สงสารมิจิรุแง้555555 อาจารย์เนี่ย น่าสนใจจริงๆนะคะ คิดอะไรอยู่กันนะ
    #235
    0
  18. #234 purepeaw (@purepeaw) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 01:36
    ชอบบบบบบบบ
    #234
    0
  19. #232 Jirachaya Noey (@jirachaya14) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:43

    แอบมีความมานอนเป็นเพื่อน ละมุนไปอี้กกกก
    #232
    0
  20. #231 Y.brilliant (@YYM-3) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:56
    น่ารัก สุดๆๆเลย
    #231
    0
  21. #230 Beniiz Wanrada (@beniiz_z) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:12
    คือแบบให้นอนในห้องที่เจ้าอาวาสเพิ่งตาย....
    #230
    0
  22. #229 Mululeee (@Mululeee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 18:26
    ฉากเดินไปใกล้กับตุ๊กตานี่แทบจะปิดตาอ่านเลยค่ะ แง้55555
    #229
    0
  23. #228 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 16:23

    ที่มาคือเป็นความใจดี หรือมาเก็บสถิติว่าคนเราอ่านหนังสือที่ยากๆและไม่ถนัดนานเท่าไหร่จึงจะหลับกันคะ? ไม่กล้าคาดเดาความคิดจริงๆ

    #228
    0
  24. #227 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 08:28
    นี่ฉันจะฟินดีมะ 5555555 รู้สึกว่าเขาน่ารักกัน แต่ก็แบบ แอบฮา มิจิรุฮาอ่ะ 55555555 แต่ขุ่นพระเอกคือบับ ไม่รู้จะว่ายังไง 5555555555
    #227
    0
  25. #226 B365 (@104543) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 07:39
    ไม่อยากตีความการกระทำอาจารย์จิอากิแล้วค่ะ ท้อแท้ 5555555555555 นี่คือมาอ่านหนังสือล้วนๆแล้วมิจิรุหลับได้คือผลพลอยได้สินะ เขารักกันเมื่อไหร่ค่อยใช้นกพิราบส่งจดหมายมาก็แล้วกันนะคะ 5555555555555555
    #226
    0