[จบแล้ว] เธออยู่ร้อยปี ฉันอยู่เก้าสิบเก้าปี (お前百までわしゃ九十九まで)

ตอนที่ 14 : บทที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 350 ครั้ง
    23 ต.ค. 61



เดี๋ยวฉันกับพวกอิวาโมโตะซังจะแยกกันไป มิจิรุจังก็ไปกับอาจารย์อิจิโนะยูกิเหมือนเดิมนะ

          ฟุจิเอะซังกล่าวทิ้งท้าย ตบบ่ามิจิรุเบาๆ แล้วแยกไปอีกทางกับพวกนักเขียนรุ่นพี่คนอื่น ทิ้งให้มิจิรุยืนปั้นหน้าไม่ถูกเป็นรอบที่สองของวัน

          นับตั้งแต่เหตุการณ์บนโต๊ะอาหารเมื่อเช้านี้ มิจิรุก็ได้รับการปฏิบัติที่แปลกประหลาดออกไป เริ่มจากทุกคนคะยั้นคะยอให้เธอนั่งรถบัสที่ใช้เดินทางไปโนโบริเบทสึคู่กับอาจารย์อิจิโนะยูกิ จนถึงตอนนี้เมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์ในเมือง เธอก็ถูกจับแยกมาเข้าคู่กับเขาอีกครั้งในขณะที่คนอื่นๆ พากันไปเดินทัวร์ไปเป็นหมู่คณะ

          หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ตัดพ้อชะตาชีวิต จะไปโทษพวกเขาก็ไม่ได้ เธอเองก็มีส่วนที่ยอมปล่อยให้ความเข้าใจผิดพวกนี้ดำเนินต่อไปเพราะไม่อยากไปคัดค้านให้ตัวเองต้องมาลำบากอธิบายเอาทีหลัง

          มิจิรุถอนหายใจ เหลือบมองคนที่ถูกทิ้งไว้กับเธอ ดูเขาเองก็สงสัยไม่แพ้กัน

คุณไปทำอะไรมาน่ะ จิอากิขมวดคิ้วถาม

คะ?

พวกเขาไม่ชอบหน้าคุณหรือเปล่า ทำไมถูกทิ้งล่ะ นึกว่าสนิทกันเสียอีก

          คำถามนั้นทำมิจิรุพูดไม่ออก ได้แต่หันไปมองค้อน

          ฉันถูกทิ้งเพราะคุณนั่นแหละ ยังไม่รู้ตัวอีก!

         เธอบ่นในใจ แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธไป ขืนบอกความจริงคงเข้าหน้ากันไม่ติดพอดี

ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พวกเขารู้จักกันมาก่อน เลยอยากไปเที่ยวด้วยกันก็แค่นั้น

อ่ออย่างนี้นี่เอง

          ชายหนุ่มรับคำอย่างว่าง่าย มิจิรุจึงพอจะโล่งใจได้บ้าง เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ คิดว่าควรจะเริ่มเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ได้แล้ว แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาก็ถูกทำให้สะดุดอีกครั้ง

ว่าแต่คุณได้รับหรือยัง ของที่มาลืมไว้ที่ห้องผมน่ะ

          จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น มิจิรุจึงหันไปมองช้าๆ กลั้นใจถามบางอย่างออกไป

ได้แล้วค่ะแล้วคุณรู้มั้ยคะว่าข้างในมีอะไร

          เธอพึมพำถาม อย่างน้อยก็ไม่ได้ทะเล่อทะล่าขนาดจะไม่ห่อพันข้าวของส่วนตัวแล้วเดินหอบไปมา ดังนั้นแต่แรกก็มียูกาตะของโรงแรมหุ้มเอาไว้หนึ่งชั้น ถ้าไม่ได้แกะดูอาจจะไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรอยู่

          มิจิรุหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น

          ทว่าคำตอบของอาจารย์อิจิโนะยูกิทำลายทุกสิ่ง

ต้องเปิดสิครับ ถ้าไม่เปิดจะรู้เหรอว่าไม่ใช่ของผมน่ะ

“…”

          หญิงสาวยกมือกุมหน้าช้าๆ

งั้นก็เห็นของที่อยู่ข้างในสินะคะ…”

อ่าถ้าบอกว่าไม่เห็นก็คงจะโกหกละนะ…”

“…”

          มิจิรุหน้าแดงก่ำ อยู่ๆ ก็รู้สึกอยากทึ้งหัวตัวเองขึ้นมา ในตอนนั้นชายหนุ่มก็ทำท่าเหมือนจะถามอะไรขึ้นมาอีก

ผมว่าข้างใน…”

พอแล้วค่ะ คุณห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีกนะ!”

          มิจิรุออกคำสั่งทั้งที่ยังซบหน้ากับฝ่ามือ ก่อนจะหน้าชาอีกรอบเมื่อได้ยินคำตอบกลับ

คือแค่จะบอกว่าเราควรเข้าไปข้างในพิพิธภัณฑ์ได้แล้วน่ะครับ

          จิอากิตอบกลับหน้าตาย จากนั้นก็เดินนำเข้าไปก่อน ทิ้งให้มิจิรุที่อับอายครั้งแล้วครั้งเล่ายืนมองตาปริบๆ เธอถอนหายใจ ยิ่งเมื่อคิดถึงความจริงว่าวันนี้จะต้องถูกทิ้งให้อยู่กับเขาทั้งวันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจะหน้ามืดขึ้นไปอีก เธอไม่น่าหาเรื่องออกมาเที่ยวเลย ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้หาเรื่องนอนอยู่เรียวกังน่าจะดีกว่า ทว่าก็ได้แต่คิดเท่านั้น ในเมื่อตัวอยู่ตรงนี้แล้ว สุดท้ายก็ทำได้เพียงก้มหน้างุดเดินตามอีกฝ่ายไป

 

 

         


ไม่นานนักทั้งคู่ก็เข้ามาถึงส่วนจัดแสดงด้านใน

          เนื่องจากจิอากิมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว เขารู้ว่าเขากำลังมองหาข้อมูลอะไร ต้องไปที่จุดไหน จึงเดินตรงไปที่นั่นโดยไม่แวะไปเรื่อยเหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่น มิจิรุเองก็ไม่ได้สนใจอะไรในพิพิธภัณฑ์นี้เป็นพิเศษ เธอจึงตามไปสังเกตการณ์ด้วย ถึงจะมีคดีความกันมาหมาดๆ แต่เมื่อเข้าสู่โหมดทำงานแล้ว มิจิรุยอมรับว่าคนๆ นี้ก็ยังเป็นคนที่น่านับถืออยู่

          เดินกันอยู่พักหนึ่ง ชายหนุ่มก็หยุดแวะที่ภาพวาด 2 ภาพ เป็นภาพบ่อน้ำพุร้อนในเมืองโนโบริเบทสึ ด้านล่างมีข้อมูลอย่างละเอียดของมัน ทั้งประเภทและปริมาณของแร่ธาตุในน้ำ อุณหภูมิ อายุและประวัติอื่นๆ โดยสังเขป เป็นของที่คนทั่วไปคงทำเพียงกวาดตามองผ่านๆ แล้วเดินหนีไป ทว่าคุณนักเขียนชื่อดังไม่ได้ทำอย่างนั้น เขาหยิบสมุดโน้ตประจำตัวกับปากกาขึ้นมาจดข้อมูลทันที

          มิจิรุยืนมอง สักพักก็สงสัยจนอดถามขึ้นไม่ได้

คุณทำอะไรเหรอคะ

เก็บข้อมูลไงครับ จิอากิตอบ ยังก้มหน้าจดโน้ตอยู่

อ่าอันนั้นรู้แล้วค่ะ หมายถึงจะเอาข้อมูลพวกนี้ไปทำอะไรน่ะ

          คนฟังเลิกคิ้วขึ้น เหลือบมองเล็กน้อยแล้วตอบกลับ

จะเอาไปให้เพื่อนที่เป็นนักนิติวิทยาศาสตร์ช่วยวิเคราะห์ครับ

วิเคราะห์?

ครับ ว่าถ้าจะฆ่าคนแล้วอำพรางศพควรโยนลงไปในบ่อไหน แต่ละบ่อใช้เวลาในการย่อยสลายเท่าไหร่ แร่ธาตุพวกนี้จะส่งผลยังไงต่อศพบ้าง อุณหภูมิของน้ำบ่อไหนที่เหมาะแก่การทำลายศพทิ้งกว่ากัน

อ่อ…” มิจิรุพยักหน้า เข้าใจแล้วค่ะ

          เธอตอบ ไม่ประหลาดใจหรือตกใจอีกแล้วเมื่อได้ยินเรื่องทำนองนี้ จากนั้นก็ยืนรอเงียบๆ ให้ชายหนุ่มทำงานของเขา ไม่นานนักเขาก็เก็บสมุดเล่มนั้นกลับลงกระเป๋าเสื้อคลุม

เรียบร้อยแล้วครับ ไปกันเถอะ

          จิอากิพยักหน้าเรียก จากนั้นเขาก็เดินนำไปยังส่วนจัดแสดงอีกส่วน มันเป็นนิทรรศการชั่วคราว รวบรวมข้าวของโบราณอายุหลายร้อยปีที่ถูกค้นพบในแถบนี้พร้อมข้อมูลอย่างละเอียดมาโชว์ให้ดู แม้ไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจแต่แรกหรือมีประโยชน์ต่องาน แต่เมื่อมาถึงที่แล้วแวะดูสักหน่อยก็ไม่เสียหาย

คุณเดินระวังๆ หน่อยนะ

          เขาหันไปบอกมิจิรุ ส่งผลให้เธอเลิกคิ้วขึ้น

ระวังอะไรคะ

ระวังทำหล่นน่ะสิ ของพวกนี้ราคาแพงนะ อย่าเข้าไปใกล้เกิน อันที่จริงแล้วคุณมาเดินข้างในดีกว่า

          แล้วเขาก็จัดการสลับตำแหน่งตัวเองไปยืนติดกับของพวกนั้น ดึงหญิงสาวมาเดินอีกฝั่ง ท่าทีนั้นทำมิจิรุขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

อะไรของคุณ เธอนิ่วหน้า เห็นฉันเป็นคนซุ่มซ่ามเหรอคะ

เปล่าครับ แค่กันไว้ก่อน คุณเป็นคนส่วนน้อยที่ถนัดทำเรื่องคาดไม่ถึงนี่

หมายความว่าไงคะ มิจิรุทำหน้างง

ก็สมมติว่ามีแขก 100 คน จากสถิติมี 3 คนที่อาจจะเดินไปชนของพวกนี้หล่น คุณก็มีโอกาสจะเป็น 1 ใน 3 คนนั้นไงครับ

ทำไมฉันจะต้องเป็นคนส่วนน้อยด้วยล่ะ มิจิรุขมวดคิ้วถาม

เพราะที่ผ่านมาก็เป็นมาตลอดนี่ครับ

          หญิงสาวทำหน้างงกว่าเดิม จิอากิจึงถอนหายใจแล้วอธิบาย

สมมติในร้านอาหารมีคน 100 คน คุณคิดว่าโอกาสที่พวกเขาจะนั่งผิดโต๊ะมีเท่าไหร่ครับ

          ได้ยินคำถามนั้น มิจิรุก็พอรู้ว่าเขาจะสื่ออะไร

เรื่องนั้นคนที่นั่งผิดโต๊ะคือคุณไม่ใช่เหรอคะ เธอแย้งเบาๆ

แต่คุณเองก็ไม่รู้นี่ครับ ดังนั้นคุณก็เป็นส่วนน้อยเหมือนกัน

          มิจิรุขมวดคิ้ว ทำหน้าเหมือนไม่เห็นด้วย จิอากิเลยพูดต่อ

งั้นสมมติว่ามีคน 100 คน คุณคิดว่าโอกาสที่พวกเขาจะโทรแจ้งตำรวจมาจับเพื่อนบ้านที่กำลังจะฆ่าตัวตายเพราะเข้าใจผิดมีเท่าไหร่ครับ

“…”

เห็นมั้ยครับ มีแค่คนเดียว คือคุณไง

          มิจิรุหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นี่เขายังไม่ลืมเรื่องนี้อีกเหรอ!? เธอเม้มริมฝีปาก อยากจะเถียงกลับว่าเพื่อนบ้านที่ทดลองฆาตกรรมหุ่นยัดนุ่นในห้องจนคนอื่นเข้าใจผิดว่ากำลังจะฆ่าตัวตายก็เป็นส่วนน้อยเหมือนกันนั่นแหละ แต่ยังไม่ได้จะได้เกริ่นคำแรกของประโยค อีกฝ่ายก็ขัดขึ้นเสียก่อน

ถึงเวลาขึ้นรถแล้ว ออกจากที่นี่กันเถอะครับ

          พูดจบเขาก็เดินนำลิ่วไป กว่าจะหันมากวักมือเรียกเพราะเห็นเธอยังยืนอยู่กับที่ก็นำโด่งไปหลายก้าวแล้ว มิจิรุจึงต้องเก็บคำโต้แย้งทั้งหมดไว้แล้วรีบวิ่งตามไป

 

 

 



จุดแวะที่สองของทริปวันนี้คือหุบเขานรกจิโงคุดานิ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่เหนือบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ น้ำร้อนในลำธารของหุบเขาแห่งนี้มีแร่ธาตุกำมะถันและมีอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ระหว่างทางเดินขึ้นเขาก็จะพบบ่อน้ำร้อนอยู่เรื่อยๆ ตลอดทาง ทว่านี่พ้นช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงมาแล้ว อากาศที่ฮอกไกโดหนาวเร็วกว่าปกติ ดังนั้นต้นไม้ส่วนใหญ่จึงเหลือเพียงกิ่งไม้แห้งๆ ให้ดูต่างหน้า บ่งบอกว่าฤดูหนาวกำลังจะมาเยือนแล้ว

มิจิรุยกมือขึ้นกอดอก แม้ว่าอุณหภูมิบริเวณนี้จะไม่หนาวเท่าไหร่เพราะมีไอน้ำจากบ่อน้ำร้อนช่วยให้ความอบอุ่น ทว่าเมื่อเดินผ่านบริเวณโล่งเตียน ขึ้นสู่ที่สูงและมีลมพัดผ่านก็ทำให้ตัวสั่นได้เป็นระยะเหมือนกัน

เธอเหลือบมองอาจารย์อิจิโนะยูกิที่มาด้วยกัน หรือพูดให้ถูกคือถูกทิ้งไว้ด้วยกัน เขาดูสบายๆ ไม่สะทกสะท้านต่ออากาศ สองมือของเขาล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเทาเข้มตัวยาวพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆ มิจิรุเดาว่าเขาคงเล็งอยู่ว่าบ่อน้ำร้อนบ่อไหนจะสามารถโยนศพลงไปได้บ้าง

เป็นไงคะ เลือกได้หรือยัง

ครับ? จิอากิเลิกคิ้วขึ้น

ไม่ใช่ว่ามองหาสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรมอยู่เหรอคะ

          มิจิรุถามตามที่คิด ทว่าคนฟังกลับส่ายหน้า

เปล่าครับ ที่นี่มีคนตายบ่อยอยู่แล้ว เห็นว่ามีคนพลัดตกเขาทุกปี พอมีคนตายบ่อยๆ แล้วก็ออกจะน่าเบื่อไม่ใช่เหรอครับ

เอ๊ะ!? จริงเหรอคะ มิจิรุทำตาโต เธอหมายถึงเรื่องมีคนตายบ่อยๆ แต่ชายหนุ่มตีความไปอีกแบบ

ครับ ไม่ต้องวางแผนซับซ้อน แค่ผลักให้ตกลงไปก็เรียบร้อยแล้ว เนื้อเรื่องแบบนั้นใครจะอยากอ่าน จริงมั้ย?

อ่าค่ะ คงงั้นมั้งคะ

          หญิงสาวพยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะแสดงความเห็นอย่างไรต่อประเด็นนี้ แต่กลายเป็นว่าคำถามเมื่อครู่ของเธอเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้โจมตีอีกแล้ว

พูดถึงเรื่องนี้ คุณเข้ามาเดินข้างในดีกว่า

คะ?

มันอันตราย เดี๋ยวจะตกลงไปครับ คุณยิ่งเหมือนคนประเภทนั้นอยู่ด้วย

          มิจิรุขมวดคิ้ว จากนั้นก็หันไปมองค้อนรอบหนึ่ง

หมายถึงคนส่วนน้อยอะไรนั่นสินะคะ

หมายถึงคนที่ละสายตาแป๊บนึงแล้วจะต้องมีหน่วยกู้ภัยมาเกี่ยวข้องต่างหากครับ

          มิจิรุนิ่วหน้าหนักกว่าเดิม นึกสงสัยว่าภาพลักษณ์ของเธอในหัวของอาจารย์อิจิโนะยูกิเป็นยังไงกันแน่ พอจะรู้ว่าคงไม่ค่อยมีเรื่องดีให้จดจำ แต่ไม่รู้ว่าจะมีเยอะขนาดไหน ขณะที่คิดก็เผลอทำหน้าเหนื่อยใจ เธอส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นก็เดินต่อไป ทว่าจังหวะเล็กๆ นั้นคงไปเตะตาคนมองเข้าพอดี เพราะจู่ๆ เขาก็ถามขึ้น

ทำไมคุณทำหน้าแบบนั้น

แบบไหนคะ มิจิรุหันไปมอง

ทำหน้าตาเหมือนไม่พอใจน่ะครับ

          คำตอบนั้นทำมิจิรุชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็พึมพำตอบกลับ

ก็คุณเอาแต่ว่าฉัน…”

ว่าอะไรครับ?

ทั้งหมดนั่นแหละ คนส่วนน้อยอะไรนั่นฟังยังไงก็เป็นคำตำหนิไม่ใช่เหรอคะ

          พูดแล้วก็ถอนหายใจอีกรอบ ทว่าคนต้นเรื่องกลับขมวดคิ้วแล้วถามกลับ

ทำไมถึงคิดว่าเป็นคำตำหนิล่ะครับ จิอากิถาม

ไม่ใช่คำตำหนิแล้วจะเป็นอะไรล่ะคะ

อาจจะเป็นคำชมก็ได้นี่ครับ เป็นคนส่วนน้อยบางทีก็ดีออก

          มิจิรุขมวดคิ้ว

ดียังไงคะ

แปลว่าพิเศษกว่าคนอื่นไงครับ

แกร๊ก!

          คำตอบนั้นทำมิจิรุเสียหลักไปเล็กน้อย ขาที่ก้าวอยู่เผลอไปเหยียบหินก้อนเล็กๆ เข้าจนเกือบลื่นล้มลงกับพื้น โชคดีที่ชายหนุ่มพยุงแขนไว้ได้ทัน

เห็นมั้ยครับ เดี๋ยวก็ตกลงไปจริงๆ หรอก

          จิอากิส่ายหน้า ดึงหญิงสาวเข้าไปเดินด้านในแล้วออกเดินต่อ

          เห็นดังนั้นมิจิรุจึงค้อมหัวขอบคุณเล็กน้อย แต่สิ่งที่เพิ่งผ่านหูยังทำตกใจไม่หาย เธอเลยถามออกไปเพื่อคลายความสงสัย

ที่คุณพูดเมื่อกี้…”

ครับ?

ที่บอกว่าพิเศษกว่าคนอื่นน่ะ…”

อ่อ จิอากิพยักหน้า ทำไมเหรอครับ

          มิจิรุทำหน้าปั้นยาก ถ้าคนอื่นเป็นคนพูดคงเชื่อได้สนิทว่าเป็นคำชม แต่นี่คนพูดคืออาจารย์อิจิโนะยูกิ ยังไงความหมายของมันก็ต้องพิสดารไปจากปกติแน่นอน

หมายถึงอะไรเหรอคะ ก็เลยถามออกไปตรงๆ

          ท่าทีอึกอักนั้นทำคนมองเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนเขาจะตอบคำถาม

ก็อย่างเช่นคนที่มีพรสวรรค์ เป็นนักเขียนชื่อดังได้รับรางวัลของอาจารย์โยโคมิโซะ เซชิตั้งแต่อายุ 15 คนแบบนั้นก็เป็นส่วนน้อย แต่ก็เป็นส่วนที่ดีไม่ใช่เหรอครับ

          มิจิรุหันไปมอง กะพริบตาปริบๆ

“…นั่นคุณพูดถึงตัวเองเหรอคะ

          เมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้ารับ เธอก็อยากเอามือกุมขมับ ถึงจะเป็นส่วนน้อย และเป็นส่วนที่ดีจริง แต่คนปกติทั่วไปใครเขาชมตัวเองกันแบบนี้!?

          มิจิรุส่ายหน้า ก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป ในตอนนั้นอาจารย์อิจิโนะยูกิก็พูดขึ้นอีกประโยค

แต่คนที่ท่องประมวลกฎหมายได้ทั้งเล่มก็เป็นส่วนน้อยและส่วนที่ดีเหมือนกันนะครับ

คะ?

แบบนั้นก็พิเศษกว่าคนอื่นเหมือนกัน

          จู่ๆ มิจิรุก็สะดุดหินอีกรอบ ลำบากคนข้างๆ ต้องช่วยพยุงอีกครั้ง

มีสมาธิหน่อยสิครับ คุณจะฆ่าตัวตายหรือไง

          จิอากิถอนหายใจ จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก พวกเขาเดินกันเงียบๆ ไปจนสุดทาง ก่อนจะกลับลงมาแล้วไปขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่เพื่อพากลับเรียวกัง เป็นอันเสร็จสิ้นทริปสั้นๆ ในเมืองโนโบริเบทสึของวันนี้

         



 



วันที่สามของทริปฮอกไกโดไม่มีอะไรให้จดจำมากนัก มิจิรุตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม แวะไปแช่น้ำร้อนที่ออนเซ็นของเรียวกังก่อนไปรับประทานอาหารเช้ากับพวกนักเขียนรุ่นพี่แล้วขึ้นรถบัสไปทัวร์รอบเมืองซัปโปโร วันนี้อาจารย์อิจิโนะยูกิไม่มาร่วมด้วย เขาเก็บตัวเขียนงานอยู่ที่เรียวกังตลอดทั้งวัน มิจิรุจึงได้มีโอกาสเข้าสังคมกับพวกนักเขียนคนอื่น พวกเขายังอัธยาศัยดีเหมือนเดิม ตลอดทั้งวันมีแต่เรื่องเฮฮา และในบ่ายวันนั้นแต่ละคนถึงกับเล่าพล็อตเรื่องที่ตัวเองจะเขียนส่งพิจารณาโปรเจ็กต์ครบรอบ 20 ของสำนักพิมพ์

มิจิรุเองก็ร่วมแบ่งปัน แต่ละคนล้วนมีแนวทางที่ชัดเจนจนไม่กลัวที่จะเล่าเรื่องของตัวเอง ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าของแบบนี้ขึ้นอยู่กับว่าสำนักพิมพ์และโปรดิวเซอร์จะชอบแบบไหนมากกว่า นอกจากนั้นงานนี้ก็ยังเปิดให้นักเขียนภายนอกทั้งนักเขียนอิสระและคนที่มีสังกัดเข้าร่วม ดังนั้นคู่แข่งที่แท้จริงอาจวนเวียนอยู่ข้างนอกก็เป็นได้ พวกเขาที่เป็นนักเขียนสำนักพิมพ์เดียวกันกลมเกลียวกันไว้เป็นดีที่สุด ถึงขั้นพูดกันว่าหากหนึ่งในนี้ได้รางวัลก็จะจัดงานเลี้ยงรวมพลร่วมฉลองให้ด้วยซ้ำ

หลังตะลอนเที่ยวรอบเมืองกันอยู่หลายชั่วโมง ประมาณบ่ายแก่ๆ ทุกคนก็กลับเข้าที่พัก ก่อนแยกย้ายมีการนัดแนะเรื่องกำหนดการพรุ่งนี้ เนื่องจากเป็นวันฟรี พวกเขาจึงต้องออกแบบตารางการเดินทางเองและต้องควบคุมเวลาไปขึ้นเครื่องบินให้ทันตอน 1 ทุ่มตรง ในขั้นตอนนี้มิจิรุได้แต่ยิ้มบางๆ จำเป็นต้องขอปลีกตัวอย่างช่วยไม่ได้เพราะโดนจองตัวไว้แล้ว ซึ่งพอบอกว่าจะแยกไปกับอาจารย์อิจิโนะยูกิ ทุกคนก็เข้าใจทันทีแบบไม่ซักถามอะไรสักคำ

ในที่สุดวันที่สามของทริปก็จบลงเช่นนั้น

มิจิรุหลังแยกย้ายกับคนอื่นก็กลับเข้ามานั่งเขียนงานต่อในห้อง ใช้เวลาระหว่างรอรับประทานอาหารเย็นอย่างคุ้มค่า เขียนงานเสร็จก็เริ่มวางแผนการเดินทางตามล่าตุ๊กตาผีสิงในวันพรุ่งนี้ตามที่ได้รับมอบหมาย จากที่นี่ไปวิธีที่สะดวกที่สุดคือเรียกใช้บริการแท็กซี่ แม้ว่าจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเพราะต้องเดินทางจากเขตโจซังเคออนเซ็นข้ามไปเขตอิวามิซาวะที่ตั้งของวัดเมนเนนจิ แต่สำหรับคนที่จ่ายเงินค่าเช่าห้องคืนละ 70,000 เยนหน้าตาเฉย มิจิรุคิดว่าแค่นี้คงไม่คณามือเขา

ซึ่งก็เป็นดังนั้น เมื่อเธอส่งเมลแจ้งตารางเดินทางและค่าใช้จ่ายจากการคำนวณคร่าวๆ ตามระยะทางไปให้ เพียงไม่กี่นาทีต่อจากนั้นก็ได้รับเมลตอบกลับจากอาจารย์อิจิโนะยูกิ เนื้อหาคือเขารับทราบแล้วและจะมาเจอเธอที่จุดนัดพบตอน 8 โมงเช้า ไม่มีการบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆ

เมื่อเห็นทุกอย่างราบรื่นดี มิจิรุจึงปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ออกไปทานอาหารเย็นร่วมกับพวกนักเขียนรุ่นพี่ จากนั้นก็เข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

 

 


 

 


ในที่สุดทริปฮอกไกโดก็เดินทางมาถึงวันสุดท้าย

เนื่องจากต้องเช็กเอาท์ออกจากเรียวกังตอน 11 โมง พวกนักเขียนรุ่นพี่จึงเก็บกระเป๋าไปขึ้นรถกันแต่เช้า เที่ยวเสร็จจะได้ตรงไปสนามบินเลย ไม่ต้องย้อนกลับมาเรียวกัง มิจิรุกับอาจารย์อิจิโนะยูกิก็ทำเช่นนั้น พวกเขาทั้งคู่ฝากกระเป๋าไปกับรถบัสด้วย ยังไงก็ต้องไปเจอกันที่สนามบินตอนเย็น ซึ่งอิโคมะ ทานากะซังผู้ประสานงานทริปก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี

เครื่องบินออก 1 ทุ่มตรง ดังนั้นอย่างช้าสุดต้องมาถึงสนามบินไม่เกิน 5 โมงเย็นนะครับ

          เขากำชับเป็นรอบสุดท้าย จากนั้นก็อวยพรให้เที่ยวให้สนุก เช่นเดียวกับพวกนักเขียนคนอื่นที่นั่งอยู่บนรถบัส พวกเขายิ้มกรุ้มกริ่ม โบกมือให้มิจิรุเป็นพัลวัน ก่อนรถบัสจะวิ่งออกไป

          ในที่สุดก็เหลือเพียงมิจิรุกับจิอากิที่ยืนรอแท็กซี่อยู่

คุณนัดไว้กี่โมงนะ ชายหนุ่มหันมาถาม

“8 โมงค่ะ อีกสักพักก็คงจะมามั้งคะ

          มิจิรุเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ แม้จะเลทมาประมาณ 5 นาทีแล้ว แต่ล่าสุดที่โทรถามดูเหมือนคนขับจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่

          พวกเขายืนรออีกราวๆ 10 นาที ในที่สุดคนขับรถก็ปรากฏตัวขึ้น เขากล่าวขอโทษยกใหญ่ที่มาช้า บอกว่าบางจุดของฮอกไกโดเริ่มมีหิมะตกแล้วเลยทำให้การจราจรติดขัดเล็กน้อย พวกมิจิรุได้ฟังก็ไม่ได้ว่าอะไร โจซังเคออนเซ็นอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร แค่มีคนยอมมารับก็เป็นพระคุณแล้ว

ไม่เป็นไรค่ะ ไปกันเถอะ ส่งที่วัดเมนเนนจินะคะ

          มิจิรุส่งยิ้มให้เขา เปิดประตูรถเข้าไปนั่ง จิอากิจึงตามเข้าไป จากนั้นรถก็เคลื่อนที่ออกจากลานจอดของเรียวกัง

 

 


 

 


ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงทั้งคู่ก็มาถึงวัดเมนเนนจิในเขตอิวามิซาวะ 

ที่ตั้งของตุ๊กตาผีสิงที่ตามประวัติบอกว่าชื่อ โอคิคุ         

          มิจิรุลงจากรถ ตามด้วยอาจารย์อิจิโนะยูกิที่เพิ่งจ่ายค่าโดยสารเสร็จ พวกเขาสอบถามคนขับว่าจะมารับไปส่งที่สนามบินชิโตเสะตอนบ่ายได้หรือไม่ โชคร้ายที่เขาติดธุระอื่นแล้ว พวกมิจิรุเลยต้องหาแท็กซี่คันอื่นมารับ แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคต เวลายังเหลืออีกพอสมควร มิจิรุจึงไม่ไปเครียดมากนัก

          เมื่อเท้าเหยียบพื้น ลมหนาวยะเยือกก็พัดปะทะใบหน้าทันที มิจิรุรีบห่อตัวในเสื้อโค้ทตัวหนา พยากรณ์อากาศบอกว่าตอนนี้อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือเลขหลักเดียวแล้ว และในตอนนั้นเอง อะไรบางอย่างก็ลอยมากระทบผิว

          หญิงสาวขมวดคิ้ว ตอนแรกเหมือนจะเป็นฝนเม็ดเล็กๆ ได้ยินมาว่าช่วงเปลี่ยนฤดูกาลของที่นี่มักจะมีละอองฝนปะปน แต่เมื่อผ่านไปสักพัก จึงได้เห็นว่ามันคือหิมะอันเล็กๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมา

อ๊ะ! หิมะแรกของปีใช่มั้ยคะ

          มิจิรุทำท่าตื่นเต้น เธอไม่ได้เห็นหิมะแรกของปีมานานแล้ว กว่าหิมะจะเริ่มตกที่โตเกียวฮอกไกโดก็กลายเป็นสีขาวทั้งเกาะ แต่ครั้งนี้ได้มาเยือนฮอกไกโดในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวพอดี จึงน่าจะเรียกได้ว่าเป็นหิมะแรกของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

อืม คงใช่มั้งครับ ที่อื่นยังไม่ตกนี่

          จิอากิตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในวัด มิจิรุจึงรีบวิ่งตามไป เป้าหมายของพวกเขาคือเรือนไม้ที่มีตุ๊กตาตั้งอยู่

          ไปถึงก็เจอเจ้าอาวาสของวัด พวกเขารีบโค้งคำนับทำความเคารพทันที จากนั้นก็แจ้งความประสงค์

หืม? มาดูตุ๊กตาโอคิคุงั้นเหรอ

          เจ้าอาวาสถาม มองสองหนุ่มสาวที่ถ่อมาไกลเพื่อสิ่งนี้

ครับ อยากจะเข้าไปเก็บข้อมูลสำหรับเขียนหนังสือสักเล็กน้อย ไม่ทราบว่าพอจะเปิดให้เข้าชมได้มั้ยครับ

          จิอากิถาม แต่ในตอนนั้นเขาก็หยิบสมุดโน้ตออกมาเตรียมไว้แล้ว

อ่าไอ้เปิดมันก็เปิดได้อยู่หรอก เพียงแต่ช่วงนี้ของปีไม่ค่อยมีใครจะมากันเท่าไหร่

ทำไมเหรอคะมิจิรุขมวดคิ้วถาม

ส่วนใหญ่เขาจะมากันช่วงวันทำพิธีตัดผมเดือนมีนาน่ะ

อ่ออย่างนี้นี่เอง

          หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

ช่วงปลายปีแบบนี้ไม่ค่อยมีใครอยากมาหรอก ตุ๊กตาผมยาวได้ที่พอดี วิญญาณเลยมีพลังงานแรงกล้ากว่าปกติ

          มิจิรุกะพริบตา จู่ๆ ก็ขนลุกซู่ขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นเพราะอากาศหนาวหรือเรื่องที่ได้ฟังก็ไม่ทราบ ทว่าคนที่ดูจะยินดีปรีดาคือจิอากิที่ยิ้มร่าทันที

งั้นก็เยี่ยมไปเลยสิครับ ขอเข้าไปดูเลยได้หรือเปล่า

          มิจิรุหันขวับ คงมีแต่เขาที่ยิ้มกว้างให้กับอะไรแบบนี้ ส่วนเธอนั้นคิดว่าอาจจะขอรออยู่ด้านนอกดีกว่า ไม่คิดจะเข้าไปเสี่ยงทดสอบความกล้าให้ตัวเองต้องลำบาก

อืม จะเข้าก็เข้าได้ แต่เข้าได้แค่คนเดียวนะ

          โชคดีที่คำตอบจากเจ้าอาวาสเป็นสิ่งที่อยากฟังพอดี ถึงคราวมิจิรุได้ยิ้มบ้าง เธอรีบยกมือขึ้น เตรียมผายมือเรียนเชิญอาจารย์อิจิโนะยูกิให้รับบัตรเชิญจำกัดที่นั่งไปได้เลย

ให้เข้าได้เฉพาะผู้หญิง

“…”

          มือที่ยกขึ้นค้างเติ่งกลางอากาศทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

          หญิงสาวกะพริบตา หันไปมองคุณเจ้าอาวาสแล้วลองถามใหม่

อะไรนะคะ

ให้เข้าได้เฉพาะผู้หญิง

ทำไมล่ะคะ…”

ตุ๊กตาโอคิคุไม่ชอบผู้ชาย ทำให้คิดถึงพี่ชายที่ทิ้งเขาเพื่อไปสนามรบ ในช่วงขาดทำพิธีตัดผมมาหลายเดือนแบบนี้ไม่ให้ผู้ชายเข้าไปจะดีกว่า

          เจ้าอาวาสตอบเสียงเรียบ ส่วนมิจิรุทำหน้าเหมือนโดนน้ำเย็นจัดสาดใส่ เธอลอบกลืนน้ำลาย หันไปมองอาจารย์อิจิโนะยูกิเพื่อขอความช่วยเหลือ แม้จะมากันไกล แต่เขาต้องรู้สิว่าเธอไม่ชอบเรื่องพวกนี้ อีกอย่างเขาก็คงไม่กลัวว่าวิญญาณในตุ๊กตาจะแสดงอำนาจหรอก ดูน่าจะเป็นอะไรที่เขาคาดหวังอยู่ด้วยซ้ำ

          มิจิรุทำตาละห้อยเต็มที่ ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เรียกร้องความเห็นใจ ซึ่งตอนแรกเหมือนจะได้ผล เพราะชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิด มิจิรุคิดว่าเขาอาจกำลังวางแผนเสนอตัวเองอยู่ อาจกำลังคิดอยู่ว่าจะพูดขอร้องเจ้าอาวาสยังไงให้ตัวเองได้เข้าไป

          ทว่าเธอคิดผิด เพราะครู่ถัดมาอาจารย์อิจิโนะยูกิก็ส่งสมุดโน้ตกับปากกาให้เธอ

ผมคงไม่ได้เข้า ต้องฝากคุณช่วยเก็บข้อมูลแล้ว

ไม่ว่าเปล่า เขายังถอนหายใจ ทำหน้าเสียดายสุดกำลังแล้วหันมาเอ่ยประโยคทิ้งท้าย

คุณนี่โชคดีชะมัด น่าอิจฉาจริงๆ

          อุเอฮาระ มิจิรุอ้าปากค้าง

         ตรงไหนที่น่าอิจฉา

ตรงไหนของคุณที่เรียกว่าโชคดีน่ะ!?

 


         

           

            

         

         

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 350 ครั้ง

2,015 ความคิดเห็น

  1. #1946 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:35
    นี่คือความหมายของคนส่วนน้อยเเละคนพิเศษของคุณสินะ 555
    อ่านทุกตอน มิจิรุก็น่าสงสารทุกตอนจริงๆ
    #1946
    0
  2. #1788 chu-harmony (@chu-harmony) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:22
    แอบสงสารนางเอกอ่ะ 5555
    #1788
    0
  3. #1698 fsn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 00:20

    555555555 สงสารนาง

    #1698
    0
  4. #1621 toei. (@yadatoei) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 11:34
    แงงงง้ แอบกลัววว55555
    #1621
    0
  5. #591 amnesiac (@amnesiac) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:52
    ถึงจะดูอึนๆ ปากจัดๆ แต่ก็ยังคอยช่วยระวังสาวอยู่นิ ลักษณะนิสัยดูไม่สนใจใครอย่างนี้ แสดงว่าน่าจะมีอะไรพิเศษกันบ้างล่ะ มโนเริ่มมาแล้วจ้า
    #591
    0
  6. #209 ทองม้วน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 20:43

    ว้าว ชอบมากเลยค่ะ สำนวน สนุกสนาน รอติดตามต่อนะคะ ชอบความพิเศษของทั้งสองคน ๕๕

    #209
    0
  7. #207 xiangyan (@xiangyan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 23:49
    55555+
    #207
    0
  8. #205 BlueBeelzebub (@BlueBeelzebub) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 23:29
    คุณจิอากิค๊าาาาาาาา /เขย่าตัวคุณจิอากิแรงๆ เฮ้อ แม้แต่คำว่าคนพิเศษของคุณจิอากิยังพิเศษ(และออกไปทางประหลาด)กว่ามนุษย์มนาทั่วไปสินะ เราจะพยายาม ขออนุญาตขีดเส้นใต้สามเส้นและไฮไลท์ด้วยเหลืองแสบตาที่สุดในโลกตรงคำว่าพยายาม พยายามปลงๆกับนิสัยของคุณจิอากิและมีความสุขไปกับฉากกุ๊กกิ๊กน่ารักอย่างฉากที่มิจิรุตกใจกับคำว่าคนพิเศษแล้วกันนะคะ อ่านไปๆทำไมรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นเรื่อยๆ เอ๊ ทำไมนะทำไม 555555555555 อินมากกกก อินอะไรขนาดนี้ ถถถถถถถ สู้ๆนะคะไรท์ จะรอตอนต่อไปนะค้าาาาา
    #205
    0
  9. #204 Xiujing XV (@xiu-jing) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 10:43
    ระบบความคิดของอาจารย์เค้าช่างซับซ้อนหลายชั้นเหลือเกิน แค่จะบอกว่าคือคนพิเศษเนี่ย 555
    #204
    0
  10. #202 ZeeWaa (@ZeeWaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:14
    น่าสงสารมิจิรุ สู้ๆเค้านะ
    #202
    0
  11. #201 pariquinn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:27

    เหอเห้อ มันน่าอิจฉาตรงไหนเนี่ย อยากจะบ้าจริงๆ

    #201
    0
  12. #200 BamTTP (@thitaporn-bam) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:49
    แอบละมุนนิดๆ แต่ตอนท้ายที่เสียดายนี่ไม่ไหวจริงๆค่ะ ขำ5555555
    #200
    0
  13. #199 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:24
    ละมุนดีนะคะ
    #199
    0
  14. #198 (@alich25) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:00

    วงวารมิจิรุแรงมากก ให้ตายยังไงก็ไม่เข้าไปที่แบบนี้คนเดียวแน่ๆ TOT

    #198
    0
  15. #197 viskik (@viskik) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 18:20
    อือ สงสารมิจิรุ
    ตุ๊กตาผมยาวเองได้นี่น่ากลัวจริงๆนะคะ รีดแค่อ่านยังรู้สึกกลัวเลยอ่ะ --"
    #197
    0
  16. #196 liingel (@teepan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 17:58
    เราเข้าใจความรู้สึก​มิจิรุดี งื้อออออ T T​ ให้เข้าไปที่แบบนั้น ฆ่ากันยังจะดีซะกว่า
    #196
    0
  17. #195 #MoOnLiGht_FaLl (@michaela) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 17:02

    55555 โอ๊ย ขำจริงๆ น่าสงสารอ่ะ กำลังรู้สึกโรแมนติกกับหิมะแรก ก็ตัดมาฉากตุ๊กตา รอตอนต่อไปนะคะ อยากรู้ว่ามิจิรุจะทำไง
    #195
    0
  18. #194 ppeesw (@ricriccute) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 15:56
    เอ็นดูมิจิรุ เเงงงง
    #194
    0
  19. #193 B365 (@104543) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 15:51
    มิจิรุพ่ายแพ้ตลอดเลย น่าสงสาร 555555555
    #193
    0