คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า)

ตอนที่ 5 : บทที่ ๕ 100%


     อัพเดท 3 มิ.ย. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักดราม่า
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : นิลปัทม์ นลินนิภา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นิลปัทม์ นลินนิภา
My.iD: https://my.dek-d.com/senate
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 22 Overall : 369,835
2,524 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2644 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า) ตอนที่ 5 : บทที่ ๕ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9593 , โพส : 5 , Rating : 100% / 8 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





บทที่ ๕

ดาริกามองพวงกุญแจตุ๊กตาหมีถักมือที่หล่อนใช้เวลาทำเกือบทั้งอาทิตย์ด้วยแววตาภูมิใจ ถึงแม้มันจะบิดๆเบี้ยวๆไปบ้าง ไม่สวยงามเหมือนกับที่แม่ค้ามืออาชีพทำขายกันเกลื่อนตลาด หากหล่อนก็ทำมันด้วยความตั้งใจ เพื่อมอบมันเป็นของขวัญที่ระลึกให้แก่กลินท์ก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ

เอาไปอวดพี่กลินท์ดีกว่า

ดาริกายิ้มกว้าง ก่อนจะกระโดดลงจากเตียงนอน  ตั้งใจจะไปยังบ้านหลังข้างเคียงเพื่อเอาพวงกุญแจตุ๊กตาที่หล่อนถักเองกับมือไปอวดคนที่บ้านหลังนั้น หากยังไม่ทันก้าวพ้นบันไดขั้นแรก เสียงของพราวสิตางศุ์ก็เล็ดลอดออกจากห้องมาให้ได้ยิน ดาริกาจะไม่สนใจ...ถ้าในบทสนทนาไม่มีชื่อของกลินท์และไม่ได้ยินเสียงเจ้าของชื่อดังขึ้นในห้องนั้นด้วย เด็กหญิงที่เพิ่งวิ่งผ่านไปจึงวกกลับมายืนหน้าห้องของพี่สาวต่างมารดาอีกครั้ง โชคดีที่ประตูถูกเปิดแง้มเอาไว้  หล่อนจึงสามารถมองลอดช่องเล็กๆเข้าไปเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องได้โดยสะดวก

“เดือนขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่แล้วนะคะ ท่านอนุญาตให้เดือนบินไปหาพี่กลินท์ได้ปีละสี่ห้าครั้ง ตอนที่เดือนไม่ได้อยู่ด้วย...พี่กลินท์ห้ามแอบไปกิ๊กกับแหม่มที่นั่นเด็ดขาดเลยนะ”

พราวสิตางศุ์บอกคนที่นั่งอยู่เคียงข้างด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด  กลินท์ยิ้มบางๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแก้มนวลเบาๆ

“คู่หมั้นของพี่สวยขนาดนี้ พี่จะเอาตาที่ไหนไปมองแหม่มอังกฤษได้อีกเล่า”

“สวยแค่ไหนก็สู้ความเซ็กซี่ของผู้หญิงที่นั่นไม่ได้หรอกค่ะ”

“พูดแบบนี้  เราไม่เชื่อใจพี่หรือไง”

“เชื่อสิคะ แต่มันก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดี...เดือนรักพี่กลินท์นะคะ”

ว่าแล้วร่างบางโถมเข้ากอดคนตรงหน้าเต็มรัก  กลินท์ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความกระอักกระอ่วน  เนื่องจากสถานที่ที่เขากับหล่อนนั่งอยู่ในตอนนี้คือโซฟาในห้องนอนของหล่อนเอง...หากเด็กรับใช้มาเห็นเข้าว่าหล่อนอยู่สองต่อสองกับเขาในห้องนอน หล่อนอาจจะเสียหาย ไหนจะพ่อกับแม่ของหล่อนอีก

“รักที่สุดเลย...”  

 “พี่ก็รักเดือน”

ประโยคนั้นไม่เพียงสะท้านถึงหูของคนฟังอย่างพราวสิตางศุ์  หากยังดังไปถึงใจคนที่แอบมองอยู่ด้านนอก ดวงตากลมแป๋วหม่นแสงลง อาการเศร้าแปลกๆค่อยๆปรากฏขึ้นในอก...คำว่า รัก’  เขาก็เคยพูดกับหล่อน  แต่ดาริกาดูออกว่ามันไม่เหมือนตอนที่เขาบอกกับพราวสิตางศุ์

กับหล่อน...มันคือความเมตตาอาทร

แต่กับพราวสิตางศุ์...มันไม่ใช่ มันมากมายกว่านั้น

พวกเขาสองคนรักกัน

“เดือนหวงพี่กลินท์ หวงจนไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนมาเข้าใกล้”

พราวสิตางศุ์พูดอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นสบตาดำคมกริบที่หล่อนโหยหาอยู่ทุกคราวด้วยกิริยาออดอ้อนเหมือนลูกแมว หากหล่อนตั้งใจยั่วยวนเขา...กลินท์คิดว่าหล่อนทำสำเร็จ เพราะตอนนี้เขาอยากลิ้มรสริมฝีปากบางที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเหลือเกิน  และไม่ว่าเขาจะห้ามใจไม่โน้มลงไปสัมผัสมันมากแค่ไหน แต่พราวสิตางศุ์ก็ยังใช้มือรั้งท้ายทอย...ค่อยๆดันให้เขาก้มลงไปลิ้มรสหวานได้สำเร็จในที่สุด

ทันทีที่กลินท์สัมผัสถึงความอุ่นชื้นที่ถูกแทรกผ่านเข้ามาในโพรงปาก เลือดในกายก็พลันร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ราวกับร่างกายของเขาถูกปลุกได้ด้วยสัมผัสเดียวจากหล่อน  มือหนาที่โอบแผ่นหลังบางไว้เพียงหลวมๆจึงเปลี่ยนเป็นกอดกระชับจนแน่น  ในขณะที่พราวสิตางศุ์เองก็ไม่ยอมละห่างจากริมฝีปากของเขาเลยสักวินาที ซ้ำยังยกมือขึ้นคล้องลำคอแข็งแกร่งเพื่อรับสัมผัสเร่าร้อนจากเขาได้อย่างถนัดมากยิ่งขึ้น

ภาพการเคลื่อนไหวของคนในห้องตกอยู่ในสายตาของคนนอกอย่างดาริกาทั้งหมดตั้งแต่ต้น หล่อนเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่เห็น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดหน้า แก้มขาวๆขึ้นสีแดงปลั่ง ท่าทางของกลินท์กับพราวสิตางศุ์เหมือนกับที่พระเอกทำกับนางเอกในละครไม่มีผิด

พี่กลินท์กับพี่เดือนกำลัง...

“ทำอะไรอยู่คะคุณดาว”

ดาริกาถึงกับสะดุ้ง  พอหันกลับมาเจอจำเนียงยืนทำหน้าสงสัยอยู่ข้างๆ หล่อนก็รีบยืดตัวยืนตรง โบกไม้โบกมือตอบด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก มีพิรุธ

“เปล่าค่ะป้าเนียง”

“ดูอะไรอยู่คะ”

“เอะอะอะไรกัน”

ก่อนที่จำเนียงจะจับได้ว่าหล่อนแอบดูกลินท์กับพราวสิตางศุ์ทำอะไรกัน เจ้าของห้องก็เดินหน้าบึ้งออกมา ไม่รู้เหมือนกันว่าดาริกาควรโล่งอกหรือหนักใจกว่าเดิม เพราะตาคมหวานซึ้งของพี่สาวต่างมารดาที่กวาดมองมายังหล่อนและจำเนียงมันเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ...โดยเฉพาะหล่อนที่ถูกพราวสิตางศุ์จ้องเขม็งอย่างเอาเรื่องจนต้องค่อยๆขยับไปยืนหลบอยู่ข้างหลังจำเนียงด้วยความหวาดกลัวต่อความผิดโดยอัตโนมัติ

“แกมาทำอะไรหน้าห้องฉันนังดาว”

“...”

“แกมาทำอะไร ตอบ!

“ไม่มีอะไรค่ะคุณเดือน ป้าแค่มาตามคุณดาวไปทานของว่าง แกกำลังจะเดินผ่านหน้าห้องของคุณพอดี”

จำเนียงรีบบอก ไม่ว่าดาริกาจะแอบมาดูอะไร แต่ถ้าพราวสิตางศุ์รู้เข้า...ไม่แคล้วหล่อนคงถูกพี่สาวหรือไม่ก็แม่เลี้ยงบิดจนเนื้อเขียวอีกตามเคย จำเนียงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น...ไม่อยากเห็นคุณหนูของหล่อนต้องมาเจ็บเนื้อเจ็บตัวเพราะความใจไม้ไส้ระกำของสองแม่ลูกคู่นี้อีกแล้ว อะไรที่หล่อนช่วยได้ หล่อนก็จะช่วยให้ถึงที่สุด

และก่อนที่จะถูกซักถามอะไรอีก จำเนียงก็รีบรั้งให้ดาริกาเดินตามมา

“ไปกันเถอะค่ะคุณดาว”

“เดี๋ยว” พราวสิตางศุ์ยกมือขึ้นขวางไม่ให้ทั้งสองคนออกเดิน แล้วลดเสียงลงพอที่จะไม่ให้คนข้างในห้องได้ยินประโยคต่อมาที่หล่อนกำลังจะบอกกับดาริกา “พรุ่งนี้แกไม่ต้องเสนอหน้าไปส่งพี่กลินท์นะเข้าใจไหม”

“แต่ว่า...”

“ฉันสั่ง!

“ค่ะ”

เสียงแข็งกร้าวทำให้ดาริกาไม่กล้าคิดขัดขืน ได้แต่พยักหน้ารับคำสั่งนั้นอย่างจำยอม แม้ใจของหล่อนจะดิ้นรนบอกว่าไม่ยอมอีกสักเท่าไรก็ตาม พราวสิตางศุ์เหยียดยิ้ม...ทั้งพอใจและสาแก่ใจเป็นที่สุดที่เห็นแววตาเหมือนหมาหงอยของศัตรูอย่างมัน

เรื่องอะไรจะให้ดาริกาไปส่ง...รำคาญนักตอนที่เห็นมันชอบทำหน้าชื่นตาบานเวลาอยู่กับพี่กลินท์ของหล่อน!

“ดี พูดอะไร เข้าใจง่ายๆ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงไม้ลงมือ”

บอกเสร็จ เด็กสาวก็เดินนวยนาดกลับเข้าไปในห้องแล้วดึงประตูปิดตามหลัง ดาริกาเผลอมองตามเข้าไป...สิ่งสุดท้ายที่หล่อนทันได้เห็นก่อนที่ประตูห้องของพี่สาวต่างมารดาจะปิดลงคือตาคมสีดำสนิทของใครอีกคนที่มองออกมาสบเข้าพอดี

และนั่นคงเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่พราวสิตางศุ์ปล่อยให้หล่อนได้เห็นหน้าของกลินท์

 

 

ดาริกานั่งมองพวงกุญแจตุ๊กตาถักในมือด้วยความเศร้า พราวสิตางศุ์ออกจากบ้านไปส่งกลินท์ที่สนามบินพร้อมวิไลเรขและภูดิษศ์ได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว จึงเหลือแค่หล่อนคนเดียวที่อยู่บ้าน กลินท์กำลังจะขึ้นเครื่องตอนหกโมงเย็น  ยิ่งใกล้เวลานั้นเท่าไร หล่อนก็ยิ่งรู้สึกเศร้าขึ้นทบทวี ทั้งที่ตั้งใจจะมอบพวงกุญแจให้เขาตั้งแต่เมื่อวาน แต่จนกระทั่งวันนี้หล่อนก็ยังไม่ได้พบกับกลินท์

แค่คำลาสักคำ...หล่อนก็ยังไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เอ่ยบอกมันกับเขาเลย

ร่างเล็กลุกจากชิงช้าบริเวณสนามหญ้า เดินออกจากบ้านไปยืนเกาะรั้วบ้านหลังข้างเคียง ตากลมแป๋วมองไปยังหน้าต่างห้องนอนของกลินท์อย่างหงอยๆ แอบหวังเล็กๆให้คนที่หล่อนอยากเจอยังอยู่ในนั้น...แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ก็ตามที

พอเห็นเด็กรับใช้ที่กำลังกวาดใบไม้อยู่บริเวณหน้าบ้านของกลินท์ ดาริกาก็อดถามไม่ได้

“พี่กลินท์ออกไปนานแล้วเหรอคะ”

“คุณกลินท์เธอลืมของไว้เลยกลับมาเอา เพิ่งออกไปเมื่อครู่ก่อนเองค่ะคุณดาว”

ได้ยินดังนั้น ความหวังที่ดับไปแล้วก็เรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง ดาริการีบหันไปมองยังถนน  โชคดีที่รถของกลินท์ยังแล่นไปไม่ไกลมากนัก หล่อนยังเห็นท้ายรถยุโรปสีดำให้พอวิ่งตามได้อยู่ลิบๆ เด็กหญิงจึงเร่งฝีเท้าไปยังรถยนต์ที่เป็นจุดมุ่งหมายอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดชีวิต ปากก็ร้องตะโกนเรียกชื่อของคนที่อยากเจอไปด้วย

“พี่กลินท์!

เสียงที่ดังแว่วๆเรียกให้กลินท์เงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ด้วยความแปลกใจ เด็กหนุ่มหันซ้ายแลขวา เมื่อไม่เห็นต้นตอของเสียงนั้นจึงทำท่าจะก้มลงจดจ่ออยู่กับหน้าจอดังเดิม ทว่าตาคมดันเหลือบไปเห็นภาพของเด็กหญิงวัยสิบสามปีที่กำลังวิ่งไล่ตามท้ายรถในกระจกมองหลังเสียก่อน  กลินท์จึงหันไปมองด้านหลังให้แน่ใจ ก่อนจะสบถลั่นเมื่อเห็นว่าเด็กคนนั้นเป็นดาริกาอย่างที่คิดไว้จริงๆ เขารีบหันกลับมาบอกคนขับรถ 

 “เดี๋ยวครับลุง จอดรถก่อนครับ”

พอรถจอดสนิทตามคำสั่ง เจ้าของร่างสูงโปร่งก็เปิดประตูลงจากรถ  ก้าวฉับๆไปยังร่างเล็กที่หยุดยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า คิ้วเข้มเหนือตาคมขมวดเข้าหากันเป็นปม โมโหไม่น้อยที่ดาริกาทำตัวบ้าระห่ำ วิ่งตามรถของเขาโดยไม่นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองเช่นนี้

หล่อนคิดว่าตัวเองเป็นใคร...เป็นซุปเปอร์วูแมนหรือยังไงกัน! เด็กบ้า!

“ดาว! ทำอะไรน่ะ ทำไมวิ่งตามรถพี่แบบนี้ มันอันตรายมากนะรู้ไหม ถ้าหกล้มหรือโดนรถชนขึ้นมาจะว่ายัง...”

คำบ่นว่าที่กลินท์เตรียมจะเปล่งออกมาถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันทีที่ดาริกาพุ่งเข้ามาสวมกอดโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ท่อนแขนผอมๆของหล่อนรัดรอบเอวของเขาจนแน่น ใบหน้ากลมซุกนิ่งที่แผ่นอกแข็งแรง อาการสั่นสะท้านที่กลินท์สัมผัสได้ทำให้เขารู้ว่าหล่อนกำลังร้องไห้

 เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ที่ดาริกากล้าเข้าใกล้เขามากขนาดนี้  หล่อนอยู่แนบชิด...ชิดจนกลินท์รู้สึกถึงความอุ่นชื้นที่ซึมผ่านอกเสื้อเข้ามาต้องผิวกาย รับรู้แม้กระทั่งความเศร้าสร้อยที่ดาริกากำลังถ่ายทอดมาถึงเขาผ่านแรงสะอื้นไห้...มันเหมือนกับว่าความรู้สึกทุกอย่างของหล่อนกำลังส่งมาผ่านมาถึงเขาด้วยอ้อมกอดเล็กๆนี่อย่างไรอย่างนั้น

ทั้งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดและไม่เคยรู้สึกเศร้าเลยสักนิดที่ต้องจากบ้านไปใช้ชีวิตไกลในต่างแดน แต่ไม่รู้ทำไม...เด็กคนนี้กลับทำให้เขาสัมผัสถึงความเศร้าเป็นครั้งแรก

เศร้าที่ต้องจากทุกๆคนที่นี่ และจากหล่อนไป...

“ร้องไห้ทำไมฮึตัวแสบ”

มือหนายกขึ้นยีเรือนผมสั้นเบาๆอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ สัมผัสคุ้นเคยจากเขาไม่ต่างอะไรจากน้ำทิพย์ที่รินลดลงบนหัวใจ ดาริกายิ้มออกมาทั้งน้ำตา นึกว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วเสียอีก...แต่ในที่สุดหล่อนก็ได้มีโอกาสบอกลากลินท์  ในที่สุดก็ได้เห็นหน้าของเขาอีกครั้งก่อนที่จะไม่ได้เจอกันไปอีกหลายปี

ในที่สุด...

“รีบกลับมานะคะ”

หล่อนบอกอู้อี้อยู่กับแผ่นอกแข็งแรง น้ำหูน้ำตาเปียกเสื้อเชิ้ตสีขาวของกลินท์จนชุ่มไปหมด แต่เขาหาได้รังเกียจไม่ กลินท์ปล่อยให้หล่อนใช้อกของเขาเป็นที่เช็ดน้ำตาอยู่สักพักจนกระทั่งเสียงสะอื้นไห้ของหล่อนเริ่มเบาลง  เขาถึงได้เอ่ยขึ้น

“ไม่เอาน่า เลิกร้องไห้ได้แล้ว ถ้าเธอกอดพี่นานกว่านี้ พี่ต้องตกเครื่องแน่ๆเลยนะดาว”

ประโยคนั้นทำให้หล่อนยอมผละออกจากร่างสูงโปร่ง  ดวงหน้ากลมเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมูกและน้ำตาแลดูมอมแมมจนคนมองอดหัวเราะไม่ได้ กลินท์จึงล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดให้หล่อนอย่างอ่อนโยน

ดาริการู้ดี...ทุกสัมผัสที่เขาทิ้งไว้รังแต่จะทำให้หล่อนคิดถึงเขามากขึ้นกว่าเดิมก็เท่านั้นเอง

พอดวงหน้ากลมไม่มีคราบมอมแมมให้รำคาญตาอีก เด็กหนุ่มก็เก็บผ้าเช็ดหน้าลงกระเป๋ากางเกง  ยังไม่ทันที่กลินท์จะได้ต่อว่าต่อขานคนตรงหน้าที่กล้าบ้าบิ่นวิ่งตามรถของเขา ดาริกาก็รีบยื่นบางอย่างมาให้อย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่ามันจะไม่ได้ไปอยู่กับเขา

“ของขวัญที่ระลึก ดาวทำให้พี่กลินท์”

กลินท์หยิบพวงกุญแจตุ๊กตาถักหน้าตาบิดเบี้ยวมามอง  แล้วเผลอหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่

“ขำอะไรคะ”

“อุตส่าห์วิ่งตามมาตั้งไกลเพื่อเอาไอ้ตัวประหลาดนี่มาให้เนี่ยนะ”

คนฟังทำแก้มป่อง เคืองนักที่เขาเรียกพวงกุญแจของหล่อนอย่างนั้น

“ค่ะ ดาวทำมันเองกับมือเลยด้วย”

“ถึงจะขี้เหร่ไปหน่อย แต่เอาเป็นว่าพี่จะให้มันไปด้วยก็แล้วกัน”กลินท์บอกพลางยัดมันลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันมาโยกศีรษะเล็ก“แล้วก็...ขอบใจนะ กลับมาเมื่อไรจะซื้อขนมมาฝากเยอะๆ อยู่ที่นี่ก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยล่ะ แล้วอย่าลืมไปเยี่ยมน้ามนต์ด้วยนะ”

“ค่ะ  พี่กลินท์ไม่ต้องห่วง ดาวจะดูแลน้ามนต์ให้เอง”ดาริกาบอกด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนผู้ใหญ่จนคนมองอดเอ็นดูไม่ได้ “พี่กลินท์ก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะ ดาวจะคิดถึงพี่กลินท์ พี่กลินท์ก็อย่าลืมคิดถึงดาวล่ะ”

“รู้แล้วน่า ไม่ลืมหรอก ไปแล้วนะ เดี๋ยวตกเครื่อง”

กลินท์ส่งยิ้มให้หล่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินขึ้นรถไป ดวงตากลมแป๋วมองตามแผ่นหลังที่หล่อนแสนคุ้นเคยด้วยแววตาเศร้าสร้อย ดาริกาโบกมือตามหลังจนกระทั่งรถยุโรปสีดำลับหายไปกับกระแสรถคับคั่งบนถนนเส้นหลักนานหลายนาทีแล้ว...หล่อนก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

ไม่ว่าจะนานสักกี่ปี หล่อนก็จะรอ...รออยู่ตรงนี้ รอจนกว่าจะถึงวันที่เขาจะกลับเข้ามายังโลกใบเล็กๆของหล่อนอีกครั้ง กลับมาทำหน้าที่หลักยึดให้หล่อนได้พึ่งพิงอย่างที่เขาเคยทำ เป็นพี่ชายที่แสนดีคนเดิมของหล่อนตลอดไป

หล่อนจะรอ...

รีบกลับมานะคะพี่กลินท์...ดาวจะรอ

 

 

 

เสียงข้อความเข้าที่ดังขึ้นเรียกให้คนที่กำลังนอนคว่ำหน้าอ่านหนังสืออยู่บนที่นอนรีบกระวีกระวาดลงจากเตียงมายังโน๊ตบุ๊คบนโต๊ะมุมห้อง ดาริการีบใช้เม้าส์คลิกหน้าอีเมลที่หล่อนเปิดทิ้งเอาไว้ด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตมองรายชื่อข้อความที่เพิ่งเข้ามาใหม่ แต่เมื่อไม่ใช่ชื่อเจ้าของข้อความที่หล่อนรอคอย รอยยิ้มแห่งความหวังที่ประดับอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่มก็ค่อยๆจางหาย

เกือบสามปีได้แล้วกระมังที่หล่อนไม่ได้รับอีเมลจากกลินท์เลย...ครั้งล่าสุดที่เขาตอบอีเมลของหล่อนคือตอนที่หล่อนส่งข่าวไปบอกเขาว่าหล่อนสอบติดคณะบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เขาส่งข้อความกลับมาแสดงความยินดีกับหล่อนสั้นๆเพียงไม่กี่ประโยค จากนั้นก็หายไปเลย...ไม่ส่งข่าวกลับมาอีก ทั้งที่ช่วงแรกที่เขาบินไปอังกฤษ ดาริกาก็ได้รับอีเมลตอบกลับจากเขาทุกอาทิตย์ แต่พอผ่านไปเป็นเดือนจนกระทั่งเลื่อนมาเป็นปี อีเมลที่เขาตอบหล่อนก็เหลือแค่สามเดือนต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น ถึงกระนั้นหล่อนก็ยังไม่ย่อท้อ...ส่งอีเมลหาเขาทุกๆเดือนอย่างเดิมไม่เคยขาด แม้จะรู้ว่าคงไม่ได้รับอีเมลตอบรับจากเขาเช่นเคย

กลินท์อาจจะลืมหล่อนไปแล้วด้วยซ้ำ...คงมีแต่หล่อนฝ่ายเดียวที่เอาแต่บ้าคลั่งส่งอีเมลหาเขา ราวกับการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวหล่อนผ่านตัวอักษรให้เขาได้รับรู้และถามไถ่สารทุกข์สุกดิบจากเขาเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตที่ดาริกาขาดไม่ได้ไปแล้ว...

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์บนโต๊ะข้างหัวเตียงเรียกให้ดาริกาเลิกสนใจโน๊ตบุ๊คแล้วเดินไปหยิบมันขึ้นมาดูแทน  พอเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ หล่อนก็อดกรอกตาด้วยความเหนื่อยอ่อนไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าปลายสายโทรมาหาหล่อนทำไม

คงจะโทรหาพี่เดือนไม่ติดอีกตามเคย

“ว่าไงคะพี่ไทม์”

“เดือนติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ฉันโทรหาเขาไม่ติดเลย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ”

ดาริกาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ผิดอะไรจากสิ่งที่หล่อนคาดเดาเอาไว้เลยสักนิดเดียว

“พี่เดือนบินไปหาพี่กลินท์ที่อังกฤษเมื่ออาทิตย์ก่อนเองค่ะ คงจะอยู่ที่นั่นอีกอาทิตย์หนึ่งแล้วค่อยบินกลับ พี่เดือนไม่ได้บอกพี่ไทม์ไว้เหรอคะ”

“อะไรนะ! ไปอีกแล้วเหรอ!

เสียงของปรายสายฟังดูมีน้ำโห  จนดาริกานึกโมโหเขาไม่แพ้กัน จึงเตือนสติให้เขารู้ว่าคนที่พราวสิตางศุ์บินไปหาถึงอังกฤษเป็นใคร

“พี่ไทม์ พวกเขาเป็นคู่หมั้นกันนะคะ”

“ฉันรู้ แต่เธอก็น่าจะรู้นะดาว ยังไงฉันก็ไม่ชอบให้เดือนไปหามัน ไม่รู้จะไปทำไมบ่อยๆ”

“ก็พี่ไทม์เลือกที่จะอยู่ในฐานะนี้เองนี่ แล้วมีสิทธิ์อะไรไปห้ามหรือเรียกร้องไม่ให้พี่เดือนไปหาพี่กลินท์” ดาริกาอดขุ่นเคืองแทนกลินท์ขึ้นมาไม่ได้ ผู้ชายคนนี้พูดเหมือนกับตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ  ทั้งๆที่ผู้ถูกกระทำมันคือกลินท์ต่างหาก  กลินท์สิที่ต้องสมควรโกรธ  โกรธทั้งคู่หมั้นอย่างเดือนและมือที่สามอย่างเขา...รวมถึงคนนอกที่รับรู้ทุกอย่างมาตั้งแต่ต้นอย่างหล่อนด้วย

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวดาวจะส่งข้อความบอกพี่เดือนให้ก็แล้วกันค่ะ แค่นี้นะคะ ดาวต้องอ่านหนังสือเตรียมควิซพรุ่งนี้เช้า พี่ไทม์ก็อย่าลืมอ่านมาด้วยล่ะ”

ดาริการีบตัดบท ก่อนจะกดวางสายทันที ไม่นำพาต่อเสียงร้องเรียกจากปรายสาย แล้วจึงปิดเครื่องเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโทร.มารบกวนเวลาอ่านหนังสือได้อีก

ธนานพหรือไทม์เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนอยู่คณะและชั้นปีเดียวกับหล่อน...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหล่อนจะกล้าคบอันธพาลเป็นเพื่อน ทั้งที่ตอนช่วงมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลาย อย่าว่าแต่เพื่อนต่างเพศเลย  แม้กระทั่งเพื่อนเพศเดียวกันหรือเพื่อนสนิท ดาริกาก็ยังไม่มีกับใครเขา หล่อนเป็นคนเงียบๆมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ใช่เด็กที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีอย่างคนอื่น หล่อนจึงมีแต่เพื่อนที่รู้จักกันเพียงผิวเผินเท่านั้น จนกระทั่งหล่อนมาเจอกับธนานพ...

 ดาริกายังจำวันแรกที่พบกับเขาได้ดี ตอนนั้นเป็นวันเปิดเทอมวันแรก อาจารย์สั่งงานคู่มาให้ทำหนึ่งชิ้น หล่อนกำลังมองหาเพื่อน เพื่อน...ซึ่งไม่ใช่ชายหนุ่มที่แต่งตัวผิดระเบียบ มีรอยฟกช้ำที่มุมปากและโหนกแก้ม ท่าทางเหมือนนักเลงโตที่นั่งอยู่ข้างๆหล่อนในตอนนั้น แต่ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆนายนักเลงโตที่หล่อนไม่อยากรู้จักนั่นกลับหันมาถามชื่อของหล่อนหน้าตาเฉย

เธอชื่ออะไร

ดาวค่ะ

ฉันชื่อไทม์ ฉันคู่กับเธอนะ เอางานไปทำด้วย นี่ของเบอร์ฉัน เขาวางกระดาษที่มีเบอร์โทรศัพท์ไว้บนโต๊ะของหล่อน ทำเสร็จแล้วก็อย่าลืมส่งข้อความมาบอกล่ะ อ้อ แล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องโทรมาหาฉันนะ ฉันไม่ว่างคุย

สั่งเสร็จ นายนักเลงโตคนนั้นก็ลุกออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ดาริกานั่งอึ้งอยู่ตั้งนานถึงได้เข้าใจว่าหล่อนได้คู่แล้ว...และงานคู่ที่ว่าคืองานที่หล่อนจะต้องทำคนเดียว!

จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ไม่ว่าอาจารย์จะสั่งงานกลุ่ม งานคู่ หรือแม้กระทั่งงานเดี่ยว เขาก็มักจะมาเกาะหล่อนให้หล่อนช่วยทำอยู่ตลอด...ตอนแรกดาริกาก็นึกโมโหอยู่เหมือนกัน แต่หล่อนก็ไม่กล้าไปโวยวายเอาเรื่องเพราะกลัวจะถูกนักเลงอย่างเขาต่อยหน้าหงาย จนหลังๆมันเริ่มกลายเป็นความเคยชิน ดาริกาจึงปล่อยเลยตามเลย...สิ่งไหนที่เห็นว่าเขาพอจะช่วยได้ หล่อนก็ให้เขาช่วยตามสมควร

 แต่ก็ใช่ว่าเขาจะหาประโยชน์จากหล่อนอยู่ฝ่ายเดียวเสียเมื่อไร...

ดาริกาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาดี จนกระทั่งวันที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย...จู่ๆก็มีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาเกาะแกะหล่อนอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ยิ่งรู้ว่าพ่อของหล่อนเป็นใคร พวกนั้นก็ยิ่งเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม บางคนใจกล้าหน่อยก็ไปดักรอหล่อนอยู่ที่หน้าบ้านเก่าของแม่ที่หล่อนใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวเวลาอยู่เชียงใหม่จนดาริกาไม่กล้ากลับเข้าบ้าน ต้องไปหาร้านกาแฟนั่งรอแล้วโทร.เรียกให้จำเนียงมารับกลับไปด้วยกัน ยังดีที่ภูดิษศ์ให้จำเนียงมาอยู่เป็นเพื่อนเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของหล่อน ดาริกาจึงคลายความกลัวลงได้บ้าง

หญิงสาวต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงอยู่เป็นเดือนๆ ทว่ายิ่งหนีเท่าไร หล่อนก็ยิ่งเจอ...ราวกับว่าพวกนั้นรู้ความเคลื่อนไหวของหล่อนทุกๆที่ กระทั่งความอดทนของดาริกาใกล้จะหมดลง เมื่อผู้ชายพวกนั้นเริ่มเข้ามาวนเวียนใกล้ตัวหล่อนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เข้ามาคุกคามความเป็นส่วนตัวของหล่อน...อย่างการมานั่งล้อมวงดูหล่อนกินข้าวโดยไร้มารยาทกลางโรงอาหารคณะเช่นนี้

ถามว่าชื่ออะไรก็ไม่ตอบ บอกเราหน่อยไม่ได้เหรอ ถามมาทั้งเทอมแล้วนะ

...

งั้นวันนี้เดี๋ยวเรากับเพื่อนไปส่งเธอที่บ้านอีกก็แล้วกัน ดีไหม

...

 ‘เอ...หรือว่าจะไปแวะที่อื่นกันก่อนดี

มือบางกำช้อนกับส้อมในมือแน่น คำพูดคลุมเครือนั่นทำให้ดาริกานึกรังเกียจอยู่ในใจ  อยากจะหายไปจากตรงนี้เสียดื้อๆ  หากยังไม่ทันจะได้ลุกออกจากโต๊ะดั่งใจคิด น้ำเสียงเย็นยะเยือกของใครบางคนก็เรียกความสนใจจากหล่อนและผู้ชายทั้งโต๊ะไว้เสียก่อน   

ใครกล้ามายุ่งกับยัยนี่อีก...ตาย!’

ดาริกาเงยหน้าขึ้นมองคนพูด ก่อนจะเห็นธนานพยืนถือจานข้าว ทำหน้าถมึงทึงเหมือนยักษ์วัดแจ้งอยู่ตรงหน้า ตาคมมีประกายเรืองรองยามกราดมองผู้ชายสี่ห้าคนที่นั่งล้อมวงดูหล่อนกินข้าว ไม่ทันไร...พวกนั้นก็รีบลุกจากโต๊ะ วิ่งหายไปคนละทิศละทาง

และพอเก้าอี้ว่าง เขาก็ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามหล่อนหน้าตาเฉย ไม่ขออนุญาตหล่อนก่อนสักคำ

มองอะไร กินข้าวไปสิวะ

ชายหนุ่มบอก เมื่อเห็นหล่อนเอาแต่จ้อง ดาริกาจึงก้มหน้าก้มตากินข้าวตามที่เขาบอกเงียบๆ  ธนานพมองหล่อนอยู่นาน ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

นี่ ฉันถามจริง เธอไม่มีเพื่อนสักคนเลยเหรอ ฉันเห็นเธอไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด

ไม่มีค่ะ

แล้วเพื่อนม.ปลายที่มาเรียนที่นี่ด้วยกันล่ะมีไหม

หล่อนส่ายหัว

ผู้หญิงอะไรวะ เรียนก็เก่ง  หน้าตาก็ดี แต่ไม่มีคนคบ ตลกดีว่ะ

เขาเปรยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดาริกาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกเขาพูดจี้ใจดำ  

ระวังตัวไว้หน่อยก็แล้วกัน ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอก ฉันเห็นพวกนั้นมันชอบมายุ่งกับเธออยู่บ่อยๆ ซื่อๆบื้อๆไม่ทันคนดูน่าแกล้งแบบเธอนี่ถูกสเป๊กมันนักแหละ เป็นลูกสาวเจ้าสัวใหญ่ด้วยไม่ใช่เหรอ 

ประโยคนั้นทำให้หล่อนต้องมองเขาใหม่อีกครั้ง น่าแปลก  แวบนึงธนานพทำให้หล่อนเผลอนึกถึงกลินท์ขึ้นมา...ถ้าเขายังอยู่ที่นี่ หล่อนคงรีบโทรไปฟ้องให้เขามาจัดการผู้ชายที่มายุ่มย่ามกับหล่อนอย่างไม่ต้องสงสัย

จากนั้นเป็นต้นมาธนานพก็มานั่งกินข้าวกับหล่อนทุกวัน แค่นั้นยังไม่พอ เขายังอุตส่าห์พาเพื่อนของเขามาร่วมวงด้วย...เพื่อนของเขาที่กลายมาเป็นเพื่อนของหล่อนในวันนี้ด้วยเช่นกัน พวกผู้ชายที่เคยมาล้อมหน้าล้อมหลังหรือตามหล่อนไปถึงบ้านก็ไม่มีมาปรากฏให้เห็นอีก เนื่องจากธนานพไปส่งหล่อนที่บ้านหลังเลิกเรียนทุกครั้ง...แม้กระทั่งวันที่เขาไม่มีเรียน ดาริการู้สึกได้ว่าความโดดเดี่ยวอ้างว้างของหล่อนค่อยๆหายไปทีละนิดนับตั้งแต่วันที่เขาก้าวเข้ามา พาสีสันที่หล่อนไม่เคยรู้จักเข้ามาให้หล่อนได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต

หล่อนรู้ว่าธนานพไม่ใช่คนดีอะไร...นอกจากหน้าตาดีกับมีพ่อเป็นถึงนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ชอบหาเรื่องชกต่อยไปวันๆ เข้ามหาวิทยาลัยมาก่อนหน้าหล่อนได้สองปีแล้วแต่ก็ยังเรียนซ้ำอยู่ปีเดียวกันกับหล่อน ธนานพไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่หล่อนอยากจะทำความรู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหล่อนถึงเลิกคบกับเขาไม่ได้...อาจจะเป็นเพราะเขาช่วยเหลือหล่อนไว้หลายอย่าง เป็นทั้งผู้มีพระคุณและเพื่อนคนแรกที่ทำให้หล่อนไม่ต้องอยู่ที่นี่อย่างอึดอัดไปจนเรียนจบ

ทว่าความรู้สึกที่ดาริกามีต่อธนานพนั้นต่างจากที่หล่อนมีต่อกลินท์ ทั้งที่สิ่งที่หล่อนได้รับจากพวกเขาทั้งสองคนคือความช่วยเหลือเจือจุนไม่ต่างกัน แต่หล่อนรู้ชัดว่ากับกลินท์...หล่อนไม่มีทางมองเห็นเขาในแง่ลบได้เลย กลินท์เปรียบประดุจพระที่อยู่บนหิ้งให้หล่อนไว้เทิดทูนบูชาด้วยความรักและศรัทธา

สำหรับหล่อน...กลินท์เป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด

แต่ถ้าเขารู้ว่าพราวสิตางศุ์รู้จักสนิทสนมกับธนานพเพราะมีหล่อนเป็นต้นเหตุ เขาจะยังคงมองหล่อนเป็นน้องสาวที่แสนดีอยู่หรือไม่...ดาริกาไม่อยากจะคิด

หล่อนยังจำวันนั้นได้ดี...วันที่พราวสิตางศุ์พบกับธนานพเป็นครั้งแรก มันเกิดขึ้นช่วงปิดเทอมแรกของนักศีกษาชั้นปีที่หนึ่ง ดาริกากลับมาอยู่ที่บ้านตามปกติ แต่ใครจะคิดว่าธนานพอุตริตามหล่อนมาจากเชียงใหม่ แล้วบังคับให้หล่อนติวภาษาอังกฤษให้เพราะไม่อยากไปเรียนกับติวเตอร์ตามที่ผู้เป็นพ่อบังคับ

ช่างบังเอิญเหลือเกินที่วันนั้นพราวสิตางศุ์ก็อยู่บ้านด้วยพอดี...

นั่นเพื่อนแกเหรอยัยดาว

ค่ะ

แกมีเพื่อนหน้าตาหล่อขนาดนั้นด้วยเหรอ พราวสิตางศุ์เปรย สายตามองตรงไปยังชายหนุ่มที่กำลังนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้องรับแขกด้วยความสนใจ ก่อนจะหันมาสั่งผู้เป็นน้องสาว ไปบอกเขาไปว่าแกจะแนะนำฉันให้เขารู้จัก

ดาริกาทำหน้าสงสัย แล้วถามหล่อนด้วยความไม่เข้าใจ

พี่เดือน...จะทำอะไรหรือคะ

เรื่องของฉัน แกมีหน้าที่ทำตามที่ฉันบอกก็ทำไป! ไม่ต้องถาม!’

จบประโยคอันแสนเกรี้ยวกราดนั่น ดาริกาก็ไม่กล้าถามเซ้าซี้อีกและยอมทำตามที่พี่สาวต่างมารดาบอก...คือพาพราวสิตางศุ์ไปแนะนำตัวกับธนานพให้เขาได้รู้จัก หลังจากนั้นธนานพก็มาหาดาริกาที่บ้านทุกวัน เขาอ้างว่ามาให้หล่อนช่วยติวให้ แต่ดาริกาสังเกตเห็นว่าจิตใจของเขาหาได้จดจ่ออยู่กับหนังสือที่เรียน คอยแต่จะลอบมองหาใครบางคนอยู่ตลอดจนหล่อนเริ่มแปลกใจและสงสัยขึ้นมากเรื่อยๆ

กระทั่งวันหนึ่ง...หล่อนก็ได้รู้คำตอบ

พราวสิตางศุ์มักขึ้นมาเชียงใหม่แทบทุกครั้งที่มีโอกาสโดยเอาหล่อนเป็นข้ออ้าง ทุกคนจึงไม่สงสัยแต่อย่างใด  มีเพียงดาริกาคนเดียวที่รู้ว่าเหตุใดพราวสิตางศุ์ถึงขยันมาเชียงใหม่บ่อยๆ...เปล่าหรอก พี่สาวต่างมารดาไม่ได้มาหาหล่อนอย่างที่ผู้เป็นพ่อและวิไลเรขเข้าใจ แต่พราวสิตางศุ์มาหาธนานพต่างหาก ดาริกาเพิ่งรู้หลังจากนั้นไม่นานว่าทั้งสองคนแอบคบกัน คบกันทั้งๆที่ธนานพรู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงที่เขาเรียกเต็มปากว่าแฟนมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว

ดาริกาเหมือนคนน้ำท่วมปาก...หล่อนยอมเป็นไม้กันหมาตามที่พราวสิตางศุ์สั่ง ไม่กล้าบอกใครทั้งนั้น ได้แต่เก็บความลับนี้ไว้กับตัว และไม่กล้าเอ่ยปากห้ามปรามพี่สาว ทำได้เพียงแค่เตือนสติธนานพให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่เท่านั้น...เขาทำเหมือนรับรู้ แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกยุ่งกับพราวสิตางศุ์ และยังลากไม้กันหมาอย่างหล่อนไปไหนมาไหนด้วยทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวกับผู้เป็นพี่สาว

ดาริการู้ดีว่าสิ่งที่หล่อนทำมันไม่ต่างอะไรจากการช่วยพราวสิตางศุ์และธนานพหักหลังกลินท์เลยสักนิด หากย้อนเวลากลับไปได้...หล่อนจะไม่ทำความรู้จักกับธนานพ ไม่ปล่อยให้เขาเข้ามาทำความรู้จักกับพราวสิตางศุ์ ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์มันล่วงเลยมาจนวันที่กลินท์ใกล้จะเรียนจบจนใกล้จะกลับมาแล้วอย่างนี้  

และไม่ปล่อยให้ทุกอย่างมันสายเกินไปจนหล่อนไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว...

 

 

“พี่กลินท์คะ  พรุ่งนี้เราไปเที่ยวลอนดอนอายกันนะคะ เดือนอยากไปถ่ายรูปอวดเพื่อน”

พราวสิตางศุ์ขยับเข้าไปกอดแขนของคนที่นั่งเคียงข้างอย่างออดอ้อน ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ที่มีภาพสถานที่ที่หล่อนอยากไปให้เขาดู หากกลินท์กลับไม่แม้แต่จะเหลือบมอง พลางตอบออกไปโดยที่สายตายังไม่ละไปจากโน๊ตบุ๊คและกองเอกสารที่วางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะตรงหน้า

 “พรุ่งนี้พี่มีนัดทำรายงานกับริสาและอัลเบิร์ตที่ยูฯน่ะเดือน”

 “อะไรกันคะพี่กลินท์ ตั้งแต่เดือนมาอังกฤษ นอกจากที่ยูฯ เดือนก็แทบจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนกับพี่กลินท์เลยนะคะ”

หญิงสาวสะบัดตัวออกห่างจากเขาด้วยความโมโห หล่อนมาอังกฤษได้เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว แต่ยังไปไหนไม่พ้นมหาวิทยาลัยของกลินท์เสียที แถมยังต้องไปนั่งรอเขาทำงานที่ห้องสมุดทุกวัน

น่าเบื่อ!

“เดือนก็รู้นี่ว่าช่วงนี้พี่กำลังยุ่ง  ต้องทำวิทยานิพนธ์จบปริญญาโทส่งอาจารย์แทบไม่ได้หลับได้นอน ทนหน่อยนะ...อีกไม่กี่เดือนพี่ก็จะจบแล้ว  หลังจากเรียนจบพี่จะพาเดือนเที่ยวให้เต็มที่เลย”

“แต่เดือนอยากไปเที่ยวตอนนี้เลยนี่คะ”

หล่อนบอกอย่างดื้อดึง จนกลินท์ชักเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา

“ไม่เอาน่าเดือน อย่างี่เง่าได้ไหม พี่บอกว่าหลังเรียนจบก็คือหลังเรียนจบ ตอนนี้เดือนก็เห็นว่าพี่ไม่ว่างพาเราเที่ยว”

“ก็ถ้าพี่กลินท์บอกเดือนตั้งแต่แรกว่าไม่ว่าง เดือนก็คงไม่บินจากไทยมากวนใจพี่กลินท์ถึงที่อังกฤษหรอกค่ะ”

จบประโยคนั้น พราวสิตางศุ์ก็เดินกระแทกส้นเท้าตึงตังหายเข้าไปในห้องนอนทันที กลินท์ได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจ บางครั้งเขาก็อดโมโหไม่ได้ที่หล่อนทำตัวเหมือนเด็ก...เรียกร้องให้เขาตามใจหล่อนไปเสียทุกอย่าง ทั้งๆที่บางเรื่องเขาก็ไม่สามารถทำให้หล่อนได้ แรกๆที่ต้องตามใจหล่อน กลินท์ก็ยังพอจะชอบอยู่บ้าง เพราะชอบที่หล่อนมาออดอ้อนให้เขาพาไปเที่ยวที่นั่นที่นี่  แต่บ่อยครั้งเข้ามันเหมือนเขาตามใจหล่อนจนเคยตัว พราวสิตางศุ์ถึงได้มักจะแสดงอาการไม่พอใจออกมาให้เห็นทุกครั้งที่หล่อนไม่ได้ในสิ่งที่หล่อนต้องการจากเขา   

เสียงข้อความที่ดังถี่ๆจากโทรศัพท์ที่พราวสิตางศุ์ลืมไว้บนโซฟาดึงความสนใจของกลินท์จากหน้าจอโน๊ตบุ๊คให้หันมามอง เขาจึงถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมาดู

พี่เดือนคะ ช่วยโทรกลับหาดาวหน่อยค่ะ

ชื่อเจ้าของข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้กลินท์นึกสนใจขึ้นมา มือหนาจึงปลดล็อคหน้าจอก่อนจะเปิดเข้าไปยังห้องสนทนา นิ้วเรียวยาวกดขยายรูปเจ้าของข้อความเพื่อจะได้เห็นหน้าของหล่อนชัดๆ

เป็นหล่อนจริงๆ...ดาริกา

กลินท์มองภาพคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ดวงหน้ากลมแป้นของเด็กหญิงในวัยสิบสามปีที่เขาแสนคุ้นเคยได้แปรเปลี่ยนเป็นโครงหน้ารูปไข่เรียวยาวของหญิงสาวในวัยยี่สิบปีเต็มที่เขาไม่คุ้นชินไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เรือนผมสีดำสนิทที่เคยสั้นระดับคางนั้นยาวเหยียดตรงจนถึงกลางแผ่นหลัง...ขับผิวของหล่อนให้ขาวผ่องได้อย่างน่ามอง จมูกโด่งรั้นตรงปลายกับริมฝีปากอวบอิ่มทำให้เจ้าหล่อนดูจิ้มลิ้มพริ้มเพราเหมือนตุ๊กตาอย่างไรอย่างนั้น  หากสิ่งที่ทำให้กลินท์จำได้แม่นว่าผู้หญิงในรูปต้องเป็นดาริกา...ก็คือดวงตากลมโตที่กำลังโค้งขึ้นเป็นรูปจันทร์ครึ่งเสี้ยวของหล่อนนั่นเอง

เจ็ดปีแล้วสินะที่ไม่ได้เจอกัน... 

ไม่น่าเชื่อว่ายัยเด็กตัวแสบที่เคยเดินตามเขาต้อยๆจะโตเป็นสาวสวยขนาดนี้แล้ว  เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องเรียน  เลยไม่ได้ตอบอีเมลของหล่อน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วหรือยัง

สงสัยก่อนกลับบ้านคงต้องขนขนมกลับเมืองไทยยกลัง

กลินท์ละสายตาจากภาพของหญิงสาวตรงหน้า กดปิดโทรศัพท์ของพราวสิตางศุ์แล้ววางมันไว้ที่เดิม หากยังไม่ทันที่เขาจะกลับไปทำงานที่ทำค้างไว้ต่อ เสียงข้อความจากเครื่องของหล่อนก็ดังขึ้นอีก...ชายหนุ่มจะไม่สนใจอยู่แล้วเชียว แต่เหมือนอะไรบางอย่างมันดลใจให้เขาหยิบโทรศัพท์ของหล่อนมาเปิดดูอีกครั้ง

และกลินท์ก็คิดไม่ผิดจริงๆที่ถือวิสาสะเปิดดู...เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้เห็นข้อความที่ใครบางคนตั้งใจส่งมาหาคู่หมั้นของเขา นัยน์ตาสีดำสนิทค่อยๆเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นทีละนิดทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบและอ่านวนซ้ำอยู่อย่างนั้นราวกับว่าจะบันทึกมันลงสู่เซลล์สมองส่วนที่ลึกที่สุด

เดือน  อยู่ที่ไหน โทรหาผมด่วนเลยนะ ผมคิดถึงคุณจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วรู้ไหม





พี่กลินท์ไปอังกฤษแล้วน้า ฮือออออ ไรท์เตอร์ต้องคิดถึงพี่กลินท์คนดีแน่ๆเลยค่ะ เพราะไรท์เตอร์รักพี่กลินท์เวอร์ชั่นเจ้าชาย (ความจริงเค้าชอบผู้ชายรักเด็กกกกกกกกกกกค่า อิอิ) เดี๋ยวเรามาดูกันเนาะว่าน้องดาวจะได้พี่กลินท์ที่แสนดีคนเดิมกลับคืนมาได้หรือเปล่า หุหุหุ 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า) ตอนที่ 5 : บทที่ ๕ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9593 , โพส : 5 , Rating : 100% / 8 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1722
ฮือออออ สงสารดาวTT
Name : Oummro < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oummro [ IP : 27.55.16.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2559 / 01:12
# 4 : ความคิดเห็นที่ 310
รักฝังใจ...
PS.  
Name : cerberus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cerberus [ IP : 124.120.93.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2559 / 22:17
# 3 : ความคิดเห็นที่ 26
รีบมาต่อนะไรท์ ค้างมากเลย สนุกมาก
Name : katicknam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ katicknam [ IP : 115.84.119.173 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:55
# 2 : ความคิดเห็นที่ 25
ดาวเอ๋ยพี่เขาจะรักหรือจะเกลียดเราเพิ่มหละเนี่ย
Name : เมเเปิ้ล [ IP : 202.28.14.52 ]

วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:02
# 1 : ความคิดเห็นที่ 24
น้ำตาจะตกอีกแล้วหรือนี้
Name : วิภาภรณ์ [ IP : 122.59.116.20 ]

วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 05:14
# 2 : ความคิดเห็นที่ 23
รักไรท์สุดๆ
Name : ma112237 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ma112237 [ IP : 64.233.173.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:56
# 1 : ความคิดเห็นที่ 20
นิดเดียวเองอ่ะ😂😂
Name : เมเปิ้ล [ IP : 171.96.176.168 ]

วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:20
  • ความคิดเห็นที่ 20-1 (จากตอนที่ 5)
    แหม่ นี่มันแค่น้ำจิ้มมั้ยคะรีดเดอร์ 555555
    ใจเย็นค่ะ เดี๋ยวมาแน่ๆ เตรียมอำลาพี่กลินท์เวอร์ชั่นเจ้าชาย แล้วเวลคัมพี่กลินท์เวอร์ชั่นตัวร้ายได้เลย


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:37
    Name : My Dear :) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ My Dear :) [ IP : 101.108.151.168 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:23 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:36
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android