คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า)

ตอนที่ 4 : บทที่ ๔ 100%


     อัพเดท 3 มิ.ย. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักดราม่า
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : นิลปัทม์ นลินนิภา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นิลปัทม์ นลินนิภา
My.iD: https://my.dek-d.com/senate
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 369,830
2,524 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2644 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า) ตอนที่ 4 : บทที่ ๔ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9758 , โพส : 12 , Rating : 100% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





บทที่ ๔

“กลับมาแล้วครับ”

เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังมาก่อนตัวทำให้มนฤดีที่กำลังนั่งถักผ้าพันคออยู่บนโซฟาตรงโถงรับแขกฉีกยิ้มกว้าง  เพียงไม่นานร่างสูงโปร่งของกลินท์ก็เดินมาทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างผู้เป็นแม่

            “มาแล้วเหรอกลินท์ ทำไมวันนี้ถึงกลับเร็วจังล่ะลูก”

            “วันนี้ที่ชมรมไม่มีซ้อมบอลครับ ผมเลยโดดกลับมาบ้านก่อน ปล่อยให้พวกไอ้ภูมิมันไปเดินเตร่แถวสยามกันนู้นแน่ะครับแม่”

            “มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำส้มก่อนสิลูก คุณป้าวิไลเพิ่งเอามาให้เมื่อกี้นี้เอง คุยใหญ่ว่าเดือนเป็นคนคั้นเองกับมือ”

            “จริงเหรอครับ” ตาดำขลับของคนถามมีประกายระยิบระยับ ก่อนจะยกแก้วน้ำส้มที่ผู้เป็นแม่เพิ่งเลื่อนมาให้ขึ้นดื่มจนพร่องไปเกือบครึ่งแก้ว “อืม...อร่อยใช้ได้เลยนะครับ ฝีมือเดือนนี่ไม่เลวเหมือนกัน”

            แค่เห็นสีหน้าปลื้มปริ่มของลูกชาย มนฤดีก็รู้แล้วว่ากลินท์ประทับใจเจ้าของน้ำส้มคั้นแก้วนี้มากมายเพียงใด พอเด็กหนุ่มวางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ หล่อนก็เอาผ้าพันคอไหมพรมสีดำที่ยังถักไม่เสร็จดีไปคล้องคอให้ผู้เป็นลูก

            “แม่ถักให้กลินท์ไปใช้ที่อังกฤษ ไม่รู้ว่าจะกันลมหนาวของที่นั่นได้มากแค่ไหน เป็นไง อุ่นไหม”

            “อุ่นมากเลยครับแม่ ไม่รู้ว่าจะมีผ้าพันคอผืนไหนอุ่นเท่าผืนนี้ได้อีกหรือเปล่า”

            “ปากหวานจริงๆเลยนะเรา นี่ถ้าได้ผ้าพันคอจากสาวอื่นเมื่อไร ขี้คร้านจะโยนของแม่ทิ้งแทบไม่ทัน”

            “ผ้าพันคอของสาวไหนจะอุ่นเท่าของสาวคนนี้ได้อีกล่ะครับ ไม่มีอีกแล้ว”

            กลินท์สวมกอดผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน ก่อนจะลดตัวลงนอนหนุนตักของหล่อน ตาหลับพริ้ม ปล่อยให้มนฤดีลูบเรือนผมดกหนาอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

“เมื่อวันก่อน คุณป้าวิไลกับเจ้าสัวมาหาพ่อกับแม่ที่บ้าน เขามาคุยเรื่องเดือนกับลูก อยากจะให้ลูกหมั้นกับเดือนเขาไว้ก่อนจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ กลินท์ว่ายังไงลูก”

มนฤดีมีสีหน้าหนักใจไม่น้อยยามเอ่ยเรื่องนี้ให้ลูกชายฟัง หล่อนพอจะดูออกว่ากลินท์ชอบพราวสิตางศุ์ แต่ไม่รู้ว่าลูกชอบมากถึงขนาดที่พร้อมจะผูกมัดกับเด็กสาวหรือไม่ กลินท์เป็นลูกชายคนเดียวของหล่อน โตมาแบบอิสระทุกอย่าง หล่อนจึงไม่กล้าบังคับใจ เพราะรู้ดีว่ากลินท์มีนิสัยเอาแต่ใจมากมายขนาดไหน...เรื่องที่จะบังคับให้หมั้นนั้นลืมไปได้เลย สิ่งไหนที่เขาบอกว่าไม่ก็คือไม่ แต่ถ้าสิ่งไหนที่ต้องการแล้วล่ะก็...ไม่เคยมีทางที่จะรอดเงื้อมมือของลูกคนนี้ไปได้  ดังนั้นหล่อนคิดไว้แล้วว่าหากลูกปฏิเสธ  หล่อนก็จะแบกหน้าไปบอกปัดวิไลเรข ยอมโดนประณามดีกว่าปล่อยให้ลูกต้องทุกข์ทรมานใจเพราะต้องหมั้นหมายกับคนที่ไม่ได้มีใจใฝ่ปอง

มนฤดีรู้ดีว่าการเลี้ยงลูกแบบสปอยล์อย่างหนักเช่นนี้มีแต่จะทำให้กลินท์กลายเป็นคนเอาแต่ใจนิสัยเสียอย่างร้ายกาจ แต่จะทำอย่างไรได้...ในเมื่อกลินท์เป็นลูกชายคนเดียวที่หล่อนมี ใครไม่เคยมีลูกชายคนเดียวอย่างหล่อน ไม่มีทางเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่อย่างหล่อนหรอก

ตามใจพ่อกับแม่เถอะครับ  ถ้าพ่อกับแม่ว่าดี ผมก็โอเค ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

คำพูดนั้นของกลินท์เหมือนยกภูเขาออกจากอกของหล่อน 

ความจริงแล้วมนฤดีไม่คิดรังเกียจรังงอนพราวสิตางศุ์เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าหล่อนอาจจะมีนิสัยเสียไปบ้างตามประสาเด็กที่โดนพ่อแม่ตามใจอย่างหนัก หากหล่อนก็ไม่เคยเอานิสัยนั้นมาใช้หรือทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ให้ต้องลำบากใจ จริงอยู่ที่หล่อนใจร้ายกับน้องสาว  แต่มันเป็นคนละเรื่องกับที่กลินท์ชอบพอกับพราวสิตางศุ์

มนฤดีไม่ได้มีอคติกับดาริกา...และกับพราวสิตางศุ์ก็เช่นกัน

“แม่ถามจริงๆ...กลินท์ชอบน้องหรือเปล่า หมั้นเขาแล้วทิ้งๆขว้างๆไม่ได้นะลูก คุณป้าวิไลได้ถอนหงอกแม่แน่ๆถ้าลูกทำกับลูกสาวของเขาแบบนั้น”

“ชอบสิครับแม่ ถ้าไม่ชอบ ผมจะตามใจแม่เหรอ”

คนพูดมีรอยยิ้มระบายติดบนริมฝีปาก สำหรับเขาแล้ว ยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีก ไปเรียนอังกฤษตั้งหลายปี หมั้นไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน จะได้มีหลักประกันว่าพราวสิตางศุ์เป็นของเขา...ของเขาแค่คนเดียว เขาไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนมายุ่มย่ามกับหล่อนระหว่างที่เขาไม่อยู่ พราวสิตางศุ์นั้นหน้าตาสวย...สวยถึงขนาดที่มีผู้ชายมารุมจีบหล่อนอยู่ไม่ขาด แต่หล่อนไม่เลือกใครทั้งนั้น และกลินท์รู้ดีว่าทำไม...มันเป็นเพราะหล่อนยังปักใจอยู่ที่เขาตลอดมา

 แล้วถ้าเขาไม่อยู่ล่ะ หล่อนอาจจะโอนเอียงไปกับผู้ชายมากหน้าหลายตาที่เข้ามาหาก็ได้ไม่ใช่หรือ ดังนั้นการหมั้นน่าจะเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเขาเอง  ฟังดูอาจเห็นแก่ตัว...และใช่ กลินท์ยอมรับว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ผู้หญิงคนไหนก็ตามที่ก้าวเข้ามาในโลกของเขาได้สำเร็จ ทำให้ตัวเองกลายเป็นที่ต้องการของคนที่ไม่เคยสนใจใครอย่างเขาได้

การจะก้าวออกจากโลกของผู้ชายที่ชื่อกลินท์  โภคโยดมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเหมือนกัน

“ความจริงแม่ก็ชอบเดือนนะ เด็กคนนี้วางตัวดี รู้จักมีกิริยามารยาทต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ ชาติตระกูลก็ไม่ขี้ริ้ว หน้าตารึก็สะสวย เสียแต่ชอบข่มน้องไปหน่อย ดาวกลัวจนหงอไปเลย เอ้อ...พูดถึงดาว กลินท์ได้เจอน้องบ้างไหมลูก หลายวันก่อนแม่เอาขนมไปฝากจำเนียงให้แกที่บ้าน ไม่รู้ถึงมือหรือเปล่า”

“เมื่อสองสามวันก่อนเพิ่งเจอหน้ากันเองครับ วิ่งหนีผมจนหกล้มหกลุก ได้แผลที่หัวเข่ามารอยเบ้อเริ่ม ดีนะครับที่ผมจับขึ้นรถพาไปทำแผลได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงตั้งหน้าตั้งตาหนีไปทั้งรอยถลอกแบบนั้น”

กลินท์หัวเราะเบาๆ นึกถึงดวงหน้ากลมแป้นของดาริกาแล้วอดเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้ ตลอดสามปีที่ผ่านมา เจอเขาที่ไหน หล่อนก็เอาแต่วิ่งหนีและวิ่งหนีตลอด เหมือนเขาเป็นตัวอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจ แต่เขาก็ไม่เคยโกรธหรอกเพราะหล่อนยังเด็ก...เด็กเกินกว่าที่จะกล้าขัดขืนคำสั่งของวิไลเรขที่ห้ามให้หล่อนมายุ่งกับเขา

“นี่ดาวยอมคุยกับกลินท์แล้วเหรอ เป็นไปได้ยังไง...ปกติเจอกลินท์ที่ไหนแทบจะวิ่งหนีเลยไม่ใช่เหรอ”

“สงสัยคงเห็นว่าผมจะไปอังกฤษแล้วมั้งครับ นี่ถ้าผมไม่อยู่ แกก็อาจจะยอมมาหาแม่ที่บ้านได้แล้ว ไม่ต้องลำบากให้แม่เอาขนมไปให้ที่บ้านนู้นอยู่บ่อยๆ อีกหลายปีกว่าจะกลับมา...ไม่รู้ว่าดาวจะโตขึ้นขนาดไหนนะครับแม่ อะไรๆคงเปลี่ยนไปเยอะเลยทีเดียว”

แต่ไม่ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หากสิ่งหนึ่งที่เขาหวังจะเห็นจากดาริกาอยู่ไม่เปลี่ยนก็คือรอยยิ้มสดใสกับตาโค้งเป็นจันทร์ครึ่งเสี้ยวของหล่อน กลินท์หวังแค่ว่าเมื่อเขากลับมา ทุกอย่างระหว่างเขากับหล่อนจะกลับเป็นเหมือนเดิม...เขาจะเป็นพี่ชายที่แสนดีให้หล่อน และหล่อนก็จะเป็นน้องสาวที่แสนน่ารักของเขาตลอดไปอย่างนี้...นานแสนนาน

เขาก็ได้แต่หวัง...ว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

 

 

 

 “จริงเหรอคะแม่ พี่กลินท์ยอมหมั้นกับเดือนจริงๆเหรอคะ”

พราวสิตางศุ์เขย่าแขนผู้เป็นแม่ด้วยความดีใจ ริมฝีปากอิ่มเหยียดออกเป็นรอยยิ้มกว้าง  ข่าวดีที่แม่ของหล่อนนำมาแจ้งตอนอาหารมื้อเย็นทำเอาหล่อนไม่นึกอยากอาหารเมนูโปรดที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะเลยสักนิด  หล่อนเพิ่งเซ้าซี้ให้พ่อกับแม่ไปพบมนฤดีกับกรณ์เพื่อคุยเรื่องที่หล่อนอยากหมั้นกับกลินท์เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง ไม่นึกเลยว่าวันนี้หล่อนจะได้รับคำตอบที่น่ายินดีเช่นนี้กลับมา

พี่กลินท์ยอมตกลงหมั้นกับหล่อน

“จริงสิลูก น้ามนต์เค้าเพิ่งมาบอกแม่เมื่อวานนี้เอง พรุ่งนี้แม่กับน้ามนต์ก็นัดกันไว้แล้วว่าจะไปหาฤกษ์หมั้นให้กลินท์กับเดือน คงต้องฤกษ์ที่มันเร็วๆหน่อย เพราะอีกไม่กี่อาทิตย์ กลินท์ก็จะบินไปอังกฤษแล้ว”

“ขอบคุณนะคะแม่ ขอบคุณค่ะคุณพ่อ เดือนดีใจที่สุดเลยค่ะ”

กล่าวกับผู้เป็นแม่เสร็จ พราวสิตางศุ์ก็รีบหันไปบอกผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ภูดิษศ์อดยิ้มตามไม่ได้ เมื่อเห็นดวงตาเป็นประกายของลูกสาว แค่เห็นความสุขบนดวงหน้าขาวใสของหล่อน เขาก็คิดว่าคุ้มแล้วกับการที่ต้องแบกหน้าไปพูดกับกรณ์และมนฤดีเรื่องที่พราวสิตางศุ์อยากหมั้นกับกลินท์ก่อนไปเรียนต่อที่อังกฤษ

เขายอมให้หล่อนหมั้นไม่ใช่เพราะแค่อยากตามใจเท่านั้น แต่เพราะอยากแน่ใจว่าการที่พราวสิตางศุ์จะคบใครสักคนต้องอยู่ในสายตาของคนเป็นพ่ออย่างเขา  อีกอย่างก็เพราะคนที่หล่อนอยากหมั้นด้วยคือกลินท์ โภคโยดม...ภูดิษศ์มองออกว่าเด็กคนนี้มีความสามารถมากมายเพียงใด อนาคตของกลินท์จะต้องไปได้ไกลอย่างแน่นอน เขาจึงไม่นึกรังเกียจหากพราวสิตางศุ์จะหมั้นหมายกับกลินท์ให้เป็นเรื่องเป็นราว

“หมั้นกับกลินท์แล้วก็ต้องทำตัวดีๆนะลูก อย่าไปทำตัวเอาแต่ใจให้พี่เขาหนักใจล่ะ”

“เดือนสัญญาเลยค่ะว่าเดือนจะเป็นเด็กดี จะไม่เอาแต่ใจให้พี่กลินท์ต้องปวดหัว”

พราวสิตางศุ์รีบให้สัญญาต่อผู้เป็นพ่อ ก่อนที่ทุกคนบนโต๊ะอาหารเย็นมื้อนั้นจะสนทนาและรับประทานอาหารกันอย่างชื่นมื่น มีเพียงคนเดียวที่ถูกทิ้งลืมให้นั่งก้มหน้าก้มตาจัดการข้าวในจานเงียบๆ...ดาริกาลอบมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของพี่สาวต่างมารดาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ มันคล้ายกับเศร้าสร้อยและยินดีไปพร้อมๆกัน

แต่หล่อนอยาก...อยากจะยินดีกับพราวสิตางศ์และกลินท์ให้มากกว่านี้ แต่ไม่รู้ทำไมหล่อนถึงบังคับให้ความเศร้าในอกมันจางหายไปไม่ได้เลย มันเหมือนกับทุกครั้งที่หล่อนเห็นพี่สาวต่างมารดาได้เข้าใกล้กลินท์ สามารถไปหาเขาที่บ้านได้ทุกครั้งตามที่ใจนึกอยาก ในขณะที่หล่อน...อย่าว่าแต่จะเข้าใกล้กลินท์สักก้าว แม้แต่มองหน้าเขาหล่อนก็ยังไม่สามารถจะทำได้

“เป็นอะไรลูกดาว ดูหงอยๆ มีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียนหรือเปล่า”

ภูดิษศ์ที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของลูกสาวคนเล็กเอ่ยถาม เมื่อเห็นเจ้าของห้องเอาแต่นอนจ้องเพดาน ความจริงเขาสังเกตเห็นมาตั้งแต่ตอนทานข้าวช่วงหัวค่ำแล้วว่าท่าทางของดาริกาผิดไปจากเคย...หล่อนเอาแต่นั่งเขี่ยข้าวในจานไปมาก่อนจะขอตัวขึ้นห้อง ทั้งที่ภูดิษศ์เห็นกับตาว่าหล่อนเพิ่งตักข้าวเข้าปากไปสองคำเท่านั้น หากเขาก็ไม่ได้พูดหรือทักท้วงอะไร ปล่อยให้หล่อนขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว แล้วจึงค่อยมาซักถามทีหลัง

ดาริกาขยับตัวขึ้นนั่งหลังตรง ขณะมองภูดิษศ์ดึงเก้าอี้มานั่งที่ข้างเตียง แล้วจึงส่ายศีรษะตอบคำถามที่ผู้เป็นพ่อถามเมื่อครู่

“เปล่าค่ะ”

“หรือว่าน้อยใจที่พ่อให้พี่เดือนหมั้นกับกลินท์”

จบคำถามนั้น ดาริกาก็เงยหน้ามองภูดิษศ์ หล่อนรู้ว่าพ่อไม่เคยลำเอียงเข้าข้างผู้เป็นพี่สาว หล่อนเชื่ออย่างหมดใจว่าที่พ่อห้ามไม่ให้หล่อนไปข้องเกี่ยวกับกลินท์ก็เป็นเพราะไม่อยากให้หล่อนถูกวิไลเรขทำโทษ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หล่อนรู้สึกน้อยใจพ่อ...รู้สึกว่าพ่อกำลังให้ความสำคัญกับพราวสิตางศุ์มากกว่าหล่อน

“ทำไมดาวถึงเข้าไปคุยเล่นกับพี่กลินท์ไม่ได้คะคุณพ่อ ทีพี่เดือนยังหมั้นกับพี่กลินท์ได้เลย”

“พ่อบอกดาวแล้วใช่ไหมว่าที่พ่อห้ามไม่ให้ดาวไปยุ่งเกี่ยวกับกลินท์ก็เพราะคุณแม่ชอบใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างทำโทษดาวหนักๆ พ่อไม่อยากให้ดาวเจ็บตัวอีกแล้วนะลูก”

 “ดาวก็แค่อยากมีพี่กลินท์เป็นเพื่อนเล่น”

“ดาว...ฟังพ่อนะ” ภูดิษศ์จับไหล่เล็กให้หันมาหาตน “ตอนนี้กลินท์โตเป็นหนุ่มแล้ว ลูกก็โตเป็นสาวแล้วเหมือนกัน การที่ผู้หญิงจะเข้าไปสนิทสนมกับผู้ชายมันไม่ใช่เรื่องดีงามนักหรอก และที่พ่อยอมให้พี่เดือนหมั้นกับกลินท์ก็เพราะพ่อรู้ว่าเขาสองคนชอบกัน อีกอย่างพ่ออยากให้พี่เดือนเขาคบใครอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด ตอนนี้ดาวยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่แบบพ่อ ไว้รอดาวโตเมื่อไร ดาวจะเข้าใจที่พ่อพูด”

ดาริการับฟังเงียบๆ  ดวงตากลมโตจับจ้องผู้เป็นพ่อ พยายามเข้าใจทุกคำพูดของท่าน สมองของหล่อนซึมซับความห่วงใยจากพ่อที่ส่งผ่านมากับคำพูดทุกถ้อยคำ แต่หัวใจของหล่อนกลับดิ้นรนอย่างหนัก...ราวกับยิ่งพ่อห้ามไม่ให้หล่อนสนใจกลินท์มากเท่าไร ดาริกาก็ยิ่งไม่สามารถหยุดคิดถึงกลินท์ได้เลย

สามปีมานี้เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีแล้วว่าหล่อนไม่เคยลืมเขา...กลินท์ยังคงเป็นทั้งเพื่อนเล่นและพี่ชายแสนดีในความทรงจำของหล่อน เขาไม่เคยห่างหายไปจากใจของหล่อนเลย แต่จากนี้ไปนอกจากตำแหน่งเพื่อนเล่น...เขากำลังจะกลายมาเป็นพี่เขยของหล่อน

ตำแหน่งที่พราวสิตางศุ์จะไม่มีวันยอมให้หล่อนได้เข้าใกล้กลินท์ได้อีก...

“พอพี่เดือนหมั้นกับพี่กลินท์แล้ว ดาวจะคุยกับพี่กลินท์เหมือนเดิมได้ไหมคะพ่อ”

ภูดิษศ์รับรู้ถึงความหงอยเหงาผ่านน้ำเสียงเล็กๆของดาริกา แล้วอดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้ ทั้งที่เขาห้ามหล่อนไม่ให้ยุ่งกับกลินท์มาโดยตลอด แต่กับพราวสิตางศุ์...ภูดิษศ์เปิดโอกาสให้หล่อนได้เจอกับกลินท์เสมอ ไม่ใช่ว่าเขาลำเอียง...เขาก็แค่ไม่อยากให้วิไลเรขเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการหาเรื่องทำโทษดาริกา แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามันจะเป็นการทำร้ายจิตใจของลูกถึงเพียงนี้

“ได้สิลูก แต่อย่าลืมว่าลูกกับกลินท์โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้ว จะเข้าไปคลอเคลียกับพี่เขาเหมือนแต่ก่อนคงไม่ได้ นอกจากคุณแม่กับพี่เดือนจะไม่ชอบใจแล้ว พ่อก็ไม่ปลื้มเหมือนกัน ดังนั้นดาวต้องรู้จักรักษาระยะห่าง...ไม่ใช่แค่กับกลินท์คนเดียวนะลูก ดาวต้องรู้จักวางตัวให้ดีกับเพศตรงข้ามทุกคน  ไม่เข้าไปทำตัวสนิทสนมจนเกินงาม เข้าใจไหม”

“เข้าใจค่ะพ่อ”

ดาริกาพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น หล่อนรู้ตัวดีว่าหล่อนโตเป็นสาวแล้ว ไม่สามารถเข้าไปคลอเคลียกับกลินท์ได้อย่างแต่ก่อน แค่พ่ออนุญาตให้หล่อนคุยกับเขาเหมือนเดิม หล่อนก็พอใจแล้ว...ไม่ต้องถึงขั้นสนิทสนม แค่คุยกับเขาสักคำสองคำให้พอหายเหงาได้บ้างก็พอ

แค่ให้หล่อนได้รับรู้ว่ากลินท์ยังอยู่ในโลกของหล่อน เขายังไม่จากหล่อนไปไหน...แค่นั้นก็พอแล้ว

 

 

 

งานหมั้นระหว่างกลินท์และพราวสิตางศุ์ถูกจัดขึ้นในอาทิตย์ถัดมา ณ โรงแรมในเครือบริษัท พีเคแอล กรุ๊ป อันเป็นบริษัทของตระกูลโภคโยดม  แขกเหรื่อที่มาร่วมงานมีตั้งแต่นักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศที่รู้จักกับทั้งฝ่ายภูดิษศ์และฝ่ายกรณ์มาจนถึงบรรดาลูกหลานไฮโซ แก๊งค์เพื่อนสนิทของกลินท์กับพราวสิตางศุ์

พิธีการเริ่มขึ้นตอนเก้าโมงตรง พราวสิตางศุ์ในชุดไทยประยุกต์สีงาช้างและกลินท์นั่งพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อและแม่ของทั้งสองฝ่ายอยู่บนเวทีโดยมีแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานอยู่ทางด้านล่าง ดาริกานั่งพับเพียบเรียบร้อยร่วมกลุ่มอยู่กับบรรดาเพื่อนสาวของพราวสิตางศุ์เคียงข้างเจ้าภาพฝ่ายหญิง วันนี้หล่อนถูกจำเนียงจับแต่งตัวให้อยู่ในชุดเสื้อคอกระเช้าสีชมพูอ่อนกับโจงกระเบนผ้าไหมสีน้ำเงิน มีผ้าลูกไม้คาดอยู่บนเรือนผมสั้น แลดูน่ารักสมวัย นัยน์ตากลมแป๋วจับจ้องสองหนุ่มสาวที่นั่งเคียงข้างกันไม่วางตา

วันนี้พี่กลินท์ของหล่อนหล่อกว่าวันไหนๆ พี่เดือนก็สวยสมกับเป็นคู่หมั้นของพี่กลินท์...

นี่กระมังที่เรียกว่าสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

“สวมแหวนให้น้องสิกลินท์”

เมื่อได้ฤกษ์ มนฤดีก็โน้มตัวลงไปบอกลูกชาย  กลินท์จึงหยิบแหวนหมั้นขึ้นมาบรรจงสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของพราวสิตางศุ์ เพชรน้ำงามสะท้อนกับแสงไฟส่องประกายระยิบระยับจนแสบตา  เด็กสาวยกมือขึ้นไหว้กลินท์อย่างอ่อนช้อยตามที่ถูกสอนมา ก่อนจะก้มลงมองแหวนเพชรราคาแพงบนนิ้วนางด้วยความปลื้มปีติ

ในที่สุดกลินท์ก็เป็นของหล่อน...

“ต่อไปนี้ลูกต้องทำตัวดีๆกับพี่กลินท์นะเดือน ห้ามดื้อเด็ดขาด”วิไลเรขโน้มตัวลงไปบอกลูกสาว แล้วจึงหันไปหากลินท์ “ป้าฝากน้องด้วยนะกลินท์”

“ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับคุณป้า เรียนจบกลับจากอังกฤษเมื่อไร ผมจะแต่งงานกับเดือนทันที”

กลินท์ให้คำมั่น เอื้อมไปกุมมือบางไว้แน่น ความรักและหนักแน่นฉายชัดบนตาคมให้คนมองได้มั่นใจ เขาเลือกแล้ว...พราวสิตางศุ์เท่านั้นที่จะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดชีวิตจนกว่าจะแก่ตายกันไปข้าง วันข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง เขาไม่รู้ แต่ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอีกสักกี่ร้อยกี่พัน เขาจะจับมือพาหล่อนก้าวข้ามมันไปให้ได้

และไม่ว่ายังไง...ใครหน้าไหนมันก็มาพรากหล่อนไปจากเขาไม่ได้ทั้งนั้น

หลังจากงานพิธีการผ่านพ้นไป กรณ์ก็เชิญทุกคนร่วมรับประทานอาหารที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้เพื่อเลี้ยงฉลองงานหมั้นให้แก่ผู้เป็นลูกชาย  ดาริกาที่ทานข้าวจนอิ่มตามที่ผู้เป็นพ่อบอกแกมบังคับเป็นที่เรียบร้อย จึงปลีกตัวออกจากวงสนทนาทางธุรกิจของภูดิษศ์ที่เด็กอย่างหล่อนฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง มาเดินเล่นนอกห้องจัดงานแทน ดวงหน้ากลมมีแต่ความเบื่อหน่ายปรากฏให้เห็น ตั้งแต่ก้าวเข้างาน...ดาริกาก็รู้แล้วว่าเด็กอายุสิบสามอย่างหล่อนไม่เหมาะกับงานพิธีการเช่นนี้เลยสักนิด บรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีแต่ผู้ใหญ่ หรือไม่ก็เป็นวัยรุ่นที่อายุห่างจากหล่อนไปเลย

เพื่อนเล่นก็ไม่มีสักคน น่าเบื่อ 

ระหว่างที่กำลังเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ ร่างสูงคุ้นตาที่ยืนหลบอยู่ตรงมุมหนึ่งของโซนรับแขกก็ดึงสายตาของหล่อนไว้ได้ ดาริกาพิศมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง...วันนี้กลินท์ดูดีกว่าทุกวัน เขาอยู่ในชุดราชประแตนสีงาช้าง ผมที่เคยหล่นปรกหน้าถูกหวีเสยขึ้นไป เผยให้เห็นดวงตาคมกริบสีดำสนิทอย่างชัดเจน หล่อนรู้มานานแล้วว่าพี่กลินท์หล่อ...แต่ไม่นึกว่าเขาจะหล่อขนาดนี้ หล่อนไม่สงสัยอีกแล้วว่าทำไมรุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียนถึงกรี๊ดเขานัก

ทั้งรูปหล่อ ทั้งเรียนเก่ง ใครบ้างล่ะจะไม่อยากเข้าใกล้

ดาริกาลังเลอยู่นานว่าจะเดินเข้าไปทักเขาดีหรือไม่ กำลังจะตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องจัดงานไปนั่งฟังผู้เป็นพ่อคุยเรื่องธุรกิจด้วยความเบื่อหน่ายอีกครั้งแล้วเชียว ทว่าสิ่งที่กลินท์ใช้นิ้วคีบขึ้นมาใส่ปากทำให้หล่อนต้องเปลี่ยนใจกระทันหัน

“พี่กลินท์...สูบบุหรี่ด้วยหรือคะ”

เสียงเล็กๆที่ดังมาจากด้านหลังส่งผลให้กลินท์ต้องเปลี่ยนอิริยาบถจากเอนพิงผนังมายืนตัวตรง พอเห็นเจ้าของดวงตากลมโตใสแป๋วกำลังจับจ้องมายังเขา เด็กหนุ่มจึงอัดมะเร็งเข้าปอดเป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนจะบี้มันกับจานบุหรี่ที่โรงแรมเตรียมไว้ให้ในโซนสำหรับแขก

“อย่าไปบอกน้ามนต์ล่ะ”

“คุณครูที่โรงเรียนบอกว่าบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ แล้วทำไมพี่กลินท์ถึงสูบล่ะคะ”

คำถามนั้นเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาจนคนถูกถามรู้สึกได้

“ก็มันติดไปแล้ว เหมือนกับเวลาที่ดาวชอบขนมฝีมือน้ามนต์ไง”

“ก็เลิกสิคะ เลิกไม่ได้เลยเหรอ”

ประโยคของหล่อนเรียกรอยยิ้มเอ็นดูประดับที่ริมฝีปากหนา ไม่เคยมีใครมาพูดห้ามเขาแบบนี้เลยสักคน ผู้หญิงทุกคนเห็นเขายืนสูบบุหรี่ก็ว่าเท่หมด แม้แต่พราวสิตางศุ์เองก็ยังไม่เคยออกปากห้ามเขาแตะมันเลยสักครั้ง...ตรงกันข้าม หล่อนกลับมีความคิดเหมือนผู้หญิงทั่วๆไปที่ชอบผู้ชายกินเหล้า สูบบุหรี่เพราะเห็นว่าโก้ดีเวลาได้เดินควง อีกทั้งเขาเองก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น

แต่พอมาได้ยินคำขอแบบนี้ เขาจึงรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับตนเองเป็นเด็กถูกผู้ใหญ่จับได้ว่าทำผิดอย่างไรอย่างนั้น...

ทั้งที่คนที่จับได้ว่าเขาสูบบุหรี่เป็นแค่ยัยตัวจ้อยที่ยังสูงไม่ถึงไหล่ของเขาดีเลยด้วยซ้ำ

“ได้สิ แต่ไม่ขาดนะ เพราะเวลามีเรื่องเครียดก็ต้องใช้มันอยู่ดี” กลินท์รับปากไปส่งๆโดยไม่ได้ใส่ใจอะไร ก่อนจะเอามือโยกศีรษะเล็กไปมาเบาๆด้วยความเอ็นดู

“เราเถอะ ออกมาจากงานทำไม เบื่อแล้วเหรอ”

“ค่ะ เบื่อจะตายอยู่แล้ว อยากกลับบ้าน”

คนพูดหน้ามุ่ย กลินท์พอจะรู้ว่าหล่อนคงเบื่อเต็มที...งานสังคมแบบนี้ไม่เหมาะกับเด็กอายุสิบสามอย่างดาริกานักหรอก ยิ่งไม่เจอเพื่อนในวัยเดียวกันเลย หล่อนคงเหงาไม่น้อยทีเดียว

ก็แน่ล่ะ...นี่มันไม่ใช่งานโรงเรียนประจำปีหรือสนามเด็กเล่นเสียหน่อยนี่นะ

“เจ้าของงานยืนหัวโด่อยู่นี่แท้ๆ พูดจาไม่ถนอมน้ำใจกันเลยนะเรา”

“ก็ดาวไม่อยากโกหกนี่นา หรือจะให้ดาวแกล้งยิ้มแล้วบอกพี่กลินท์ว่า หูยยยย งานหมั้นของพี่กลินท์สนุกมากเลยค่ะ ดาวชอบมากๆ วันหลังพี่กลินท์จัดอีกหลายๆรอบเลยนะคะ ดาวจะมากินของในงานให้เรียบเลยอย่างนี้เหรอคะ”

นอกจากน้ำเสียง เจ้าหล่อนยังทำสีหน้าชอบอกชอบใจประชดเขาอีกด้วย กลินท์เห็นอย่างนั้นจึงเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมา ใช้มือหนาที่วางอยู่บนศีรษะเล็กเฉยๆในตอนแรกยีเรือนผมสั้นดกหนาของหล่อนจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

“ประชดเก่งนักนะยัยตัวแสบ”

 “ฮื้อ พี่กลินท์ หัวดาวยุ่งหมดแล้วนะ นี่แน่ะ”

“เฮ้ย เดี๋ยวนี้รู้จักสู้เหรอ ได้!

ว่าแล้วคนตัวใหญ่กว่าก็เอามือดันหน้าผากคนตัวเล็กที่กำลังใช้นิ้วจี้เอวเขา ส่งผลให้ดาริกาทำได้แค่เอามือคว้าลมคว้าแล้งจนแลดูน่าขบขันในสายตาคนมองอย่างกลินท์ เสียงหัวเราะราวกับจะเยาะเย้ยกันสร้างความเคืองขุ่นให้แก่ดาริกายิ่งนัก  หล่อนจึงคว้ามือหนาที่กำลังดันหน้าผากมากัดเต็มแรง แล้วอาศัยช่วงที่เขาเผลอ จู่โจมเข้าไปจี้เอวเขาหลายครั้งติดไม่ให้กลินท์ได้ทันตั้งตัว

“นี่แน่ะๆๆๆ ดาวจำได้นะว่าพี่กลินท์น่ะบ้าจี้ ฮ่าๆๆๆ คนบ้าจี้ นี่แน่ะๆๆๆ”

“ยัยตัวเล็ก! บังอาจกัดพี่จนจมเขี้ยว...ฤทธิ์เยอะนักนะเรา!

หลังจากนั้นสงครามย่อมๆก็บังเกิดขึ้น  ทว่าใช้เวลาเพียงไม่นาน กลินท์ก็จัดการยุติทุกอย่างลงได้สำเร็จโดยการรวบมือซนๆของคนฤทธิ์มาก และใช้ท่อนแขนแข็งแกร่งล็อกร่างที่เล็กกว่าเขาโขจากทางด้านหลังไว้อย่างแน่นหนา...แน่นจนแนบชิดร่างแบนราบไร้ส่วนเว้าส่วนโค้งที่ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ของหล่อน หากกลินท์หาได้ใส่ใจไม่ว่าคนในอ้อมแขนจะเป็นเด็กอยู่หรือโตเป็นสาวแล้ว นาทีนี้เขาสนใจเพียงแค่ชัยชนะที่ได้มา จึงก้มลงบอกผู้แพ้อย่างผู้กำชัยว่า

 “เป็นไงล่ะ ฤทธิ์เยอะดีนัก  ดูซิ...ทีนี้จะยังออกฤทธิ์ได้อีกไหม”

เสียงหัวเราะของดาริกาเงียบลงทันทีที่รับรู้ถึงอ้อมแขนแข็งแรงที่กอดรัดหล่อนไว้จากทางด้านหลัง ดวงตากลมแป๋วเบิกกว้างด้วยความตกใจกับสัมผัสเหนือความคาดหมายจากเขา กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆที่ลอยผ่านจมูกกับน้ำเสียงที่ดังอยู่ข้างหูทำให้หล่อนรู้ว่าเขาอยู่ใกล้...ใกล้มาก มากจนหล่อนสัมผัสได้ถึงแผ่นอกอุ่นร้อนที่แนบซ้อนอยู่กับแผ่นหลัง

จู่ๆอาการแปลกประหลาดที่ดาริกาไม่เคยรู้จักก็พลุ่งพล่านขึ้นมา...มันคล้ายกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนคนกำลังจะเป็นไข้ คล้ายกับว่ามีผีเสื้อที่ไหนก็ไม่รู้มาบินอยู่ในท้อง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติก็เต้นเร็วขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน...จนดาริกายังกลัวว่าความเงียบที่เกิดขึ้นมาฉับพลันระหว่างหล่อนกับกลินท์จะทำให้เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของหล่อน

หากวินาทีต่อมาคำพูดของผู้เป็นพ่อที่เคยพร่ำสอนให้หล่อนรักษาระยะห่างกับกลินท์และไม่ให้สนิทสนมกับเพศตรงข้ามจนเกินงามก็ลอยเข้ามาในหัว ทำลายความรู้สึกแปลกประหลาดที่หล่อนไม่เคยสัมผัสจนหมดสิ้น ดาริกาจึงได้สติ เริ่มไขว่คว้าอิสรภาพจากอ้อมแขนของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ปล่อยดาวนะคะพี่กลินท์”

“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อย...เราก็จั๊กจี้พี่อีกน่ะสิ”

“ปล่อยค่ะ!

 “พี่กลินท์คะ”

น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ดาริการีบดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของกลินท์จนแทบเป็นการสะบัดออก เด็กหนุ่มจึงยอมปล่อยหล่อนในที่สุด แม้จะงุนงงกับอาการของดาริกาไม่น้อย หากยังไม่ทันที่กลินท์จะได้ซักถามอะไร คู่หมั้นสาวก็เดินมาแทรกกลางระหว่างเขากับเจ้าของร่างเล็กเสียก่อน

“ทำอะไรกันอยู่หรือคะ”

“ไม่มีอะไรหรอก พี่ออกมาสูบบุหรี่น่ะ แล้วบังเอิญเจอดาวพอดี”

ความไม่พอใจปรากฏขึ้นบนดวงตาคมหวานซึ้งทันทีที่เห็นว่ากลินท์กำลังอยู่กับใคร เมื่อครู่ทำไมหล่อนจะไม่เห็นว่ากลินท์กอดมันอยู่ แม้จะรู้ว่าเขาคงไม่มีทางใฝ่ต่ำมองเห็นก้อนกรวดอย่างมันดีกว่าเพชรอย่างหล่อน แต่หล่อนก็อดระแวงไม่ได้

ทั้งที่ตอนนี้กลินท์เป็นของหล่อนแล้วเรียบร้อย หากพราวสิตางศุ์กลับไม่รู้สึกไว้วางใจความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างกลินท์กับดาริกาเลยสักนิด  ถึงมันจะเป็นเด็ก...แต่พราวสิตางศุ์ดูออกว่าถ้ามันโตขึ้น มันต้องสวยเตะตาผู้ชายแน่ๆ หล่อนกลัว...กลัวว่าหากปล่อยให้กลินท์พบดาริกาบ่อยๆ เขาจะติดกับดักของมันเข้าสักวัน  แค่เขาทำท่าเอ็นดู หล่อนก็เจ็บใจเจียนคลั่งแล้ว

หล่อนอยากให้กลินท์เกลียดดาริกา...เกลียดมันเหมือนที่หล่อนเกลียด!

และหล่อนก็จะทำให้เขาเกลียดมันให้ได้สักวัน!

เข้าไปในงานเถอะค่ะ เพื่อนของเดือนอยากถ่ายรูปคู่กับเราด้วย

พราวสิตางศุ์สอดมือเข้าไปคล้องท่อนแขนแข็งแรง ตั้งใจแสดงความเป็นเจ้าของให้บุคคลที่สามเห็น

“ไปสิ ว่าแต่...ดูท่าน้องจะเบื่อนะเดือน เดี๋ยวเดือนไปบอกคุณพ่อให้พาดาวกลับบ้านก่อนก็ได้นะ”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวเดือนจัดการให้”

พราวสิตางศุ์รับคำ รอให้กลินท์เดินนำออกไปก่อน หล่อนจึงหันมาถลึงตาใส่ร่างเล็กที่ยืนตัวลีบ ไม่กล้าสบตาอยู่ตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่จะกระชากมันมาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอนและตบสั่งสอนจนหนำใจ คนที่เพิ่งออกเดินนำไปเมื่อครู่ก็หันกลับมามองอีกครั้ง

“อ้าว ยืนทำอะไรอยู่ล่ะเดือน เพื่อนเราอยากได้รูปคู่ไม่ใช่เหรอ”

“เอ่อ...”

“ไปกันเถอะน่ะ”

กลินท์วกกลับมาดึงข้อมือของคนที่ทำท่าละล้าละลังให้เดินตาม พราวสิตางศุ์จึงได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้แล้วยอมสะบัดหน้าเดินตามหลังคู่หมั้นไปอย่างไม่เต็มใจ...ไม่เป็นไร ไม่ได้จัดการกับมันตอนนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปหล่อนจะไม่มีโอกาสจัดการกับมันอีกเสียหน่อย รอให้กลับบ้านก่อนเถอะ...น่าดู! บังอาจมายุ่งกับพี่กลินท์ของหล่อน...

ฉันไม่เอาแกไว้แน่นังดาว! 

ดาริกาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่รู้ว่ากลินท์รู้หรือไม่ว่าหากปล่อยให้หล่อนอยู่กับพราวสิตางศุ์สองคน หล่อนอาจจะต้องเจ็บตัวอีก เขาถึงได้ตัดสินใจพาพราวสิตางศุ์เข้างานไปพร้อมกัน แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้...มันก็ไม่สำคัญ เพราะตอนนี้เขาทำให้หล่อนรอดพ้นเงื้อมมือของพี่สาวต่างมารดาได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย...แม้จะชั่วคราวก็เถอะ

ริมฝีปากจิ้มลิ้มแย้มเป็นรอยยิ้มน้อยๆยามมองตามเจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินหายเข้าไปในห้องจัดงาน จู่ๆไออุ่นจากแผ่นอกแข็งแรงที่หล่อนสัมผัสได้เมื่อครู่ก่อนก็ย้อนกลับมาให้รู้สึกอีกครั้งจนดาริกาต้องสะบัดหัวและตบหน้าตัวเองแรงๆหลายๆทีให้ความรู้สึกนั้นหายไป

คิดบ้าอะไรอยู่นะยัยดาว! นั่นพี่กลินท์นะ...พี่กลินท์ที่หล่อนรู้จักมาเกือบสิบปี แถมยังเป็นคู่หมั้นของพี่เดือนอีกต่างหาก! ห้ามคิดอะไรบ้าๆกับพี่กลินท์เด็ดขาด!

ห้าม! ห้าม! ห้าม!





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า) ตอนที่ 4 : บทที่ ๔ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 9758 , โพส : 12 , Rating : 100% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 12 : ความคิดเห็นที่ 2329
อ่านแล้วสงสาร งุดงิด คืออะไรหมั้นกับเดือน ปีศาจจจจจจ
Name : WaRinIm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WaRinIm [ IP : 223.207.16.186 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2559 / 21:13
# 11 : ความคิดเห็นที่ 2104
อิเดือนมันมีดีอะไร ทำไมทุกคนต้องชอบมัน ขนาดรู้ว่ามันนิสัยยังไงยังอยากได้เอาทำเมีย
#เม้นท์นี้อินเนอร์มาเต็ม
#อิเดือนหลบไป ฉันนี่เเหละนางร้ายตัวจริง

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2559 / 01:04
Name : Paphanun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Paphanun [ IP : 171.96.170.27 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2559 / 01:04
# 10 : ความคิดเห็นที่ 1719
น้อยใจพ่อของดาวเหมือนกันบอกเลย ทำไมต้องชอบนังเดือน หมั้นกันไปเลย อย่ามาชอบดาวที่หลังนะ ตอนดาวโตเป็นสาวขอให้มีคนมาจีบเยอะๆ ทำยังไงก็ได้ให้นังเดือนเจ็บ!!
Name : Oummro < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oummro [ IP : 27.55.16.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2559 / 01:00
# 9 : ความคิดเห็นที่ 1137
เฮ้อออ ทำไมต้องชอบอิเดือน!!!!!
Name : Yummy's Love Ying'g < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Yummy's Love Ying'g [ IP : 182.232.76.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2559 / 02:49
# 8 : ความคิดเห็นที่ 309
นางร้ายจิงๆๆนะ
PS.  
Name : cerberus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cerberus [ IP : 124.120.93.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2559 / 22:14
# 7 : ความคิดเห็นที่ 19
หลงมารยานางปีศาจไม่รู้หรอนรกรอยู่นะกลินท์
Name : visr < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ visr [ IP : 180.183.48.185 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:43
# 6 : ความคิดเห็นที่ 18
รีบทำไมนะหมั้นกันแบบนี้มันผูกมัดกันอนาคตมันไม่แน่หรอก
Name : เมเปิ้ล [ IP : 171.96.176.140 ]

วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 06:04
# 5 : ความคิดเห็นที่ 17
ก็เข้าใจว่าไม่รู้จักนิสัยคู่หมั่นดีพอ แต่อย่ามาลงกับน้องดาวเราทีหลังก้อแล้วกัน ดาวเราเป็นกำลังใจให้น่ะอย่าใจอ่อนให้ยักษ์ง่ายๆน่ะ
Name : วิภาภรณ์ [ IP : 122.59.116.20 ]

วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:35
# 4 : ความคิดเห็นที่ 16
โอ่ยยย คิดถึงมากก รีบมาต่อนะ
Name : katicknam < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ katicknam [ IP : 115.84.117.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:07
# 3 : ความคิดเห็นที่ 14
ก็นะเขาสองคนมีใจตรงกันดาวก็ต้องถอยออกมาแหละถูกแล้ว อนาคตเราอาจเจอคนที่เป็นของเราจริงๆ



รอตลอดเลยนะคะ
Name : เมเปิ้ล [ IP : 171.96.177.17 ]

วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 06:08
# 2 : ความคิดเห็นที่ 13
รออยู่นะคะ
PS.  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้ามีสติและรอยยิ้ม เราจะผ่านไปได้อย่างแน่นอน
Name : หงษ์ปีกราตรี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หงษ์ปีกราตรี [ IP : 180.180.17.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:41
# 1 : ความคิดเห็นที่ 11
รออยู่นะคะ
Name : เมเปิ้ล [ IP : 61.90.84.96 ]

วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 / 11:02
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android