คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า)

ตอนที่ 2 : บทที่ ๒ 100%


     อัพเดท 3 มิ.ย. 59
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักดราม่า
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : นิลปัทม์ นลินนิภา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นิลปัทม์ นลินนิภา
My.iD: https://my.dek-d.com/senate
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 369,830
2,524 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2644 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า) ตอนที่ 2 : บทที่ ๒ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11476 , โพส : 10 , Rating : 95% / 12 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



บทที่ ๒

            กลินท์มองสภาพของพวงกุญแจตุ๊กตาเด็กผู้หญิงสวมชุดฝรั่งเศสในมือของดาริกาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แขนตุ๊กตาที่เคยประกอบติดกับส่วนของลำตัวหลุดหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้  ในขณะที่ชุดที่สวมอยู่นั้นฉีกขาดออกจากกันคล้ายกับโดนคนยื้อแย่งอย่างรุนแรง  ทรงผมที่ถูกจัดแต่งอย่างงดงาม  มาบัดนี้กลับเละเสียจนไม่เหลือเค้าเดิม

            กลินท์เงยหน้ามองเจ้าของมันทันที 

            “เอามาคืนเหรอ”

            ดาริกาพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร

            “สภาพนี้เนี่ยนะ”

            เขาขึ้นเสียงสูงคล้ายถามในตอนท้าย 

            “ค่ะ”

            กลินท์นิ่งไป  แวบแรกที่เห็น เขารู้สึกเคืองเป็นอย่างมาก  จะไม่ให้เคืองได้อย่างไรในเมื่อตุ๊กตาตัวนี้เขาเป็นคนตัดเย็บเสื้อผ้า แต่งตัวและทำผมให้มันเองกับมือโดยมีแม่อาสามาช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ  เพราะอยากให้มันเป็นของขวัญวันเกิดสุดพิเศษแก่ดาริกา  กว่าจะได้ออกมาเป็นตุ๊กตาสวมชุดฝรั่งเศสอันแสนสวย  เขาใช้เวลาเกือบทั้งอาทิตย์ 

            แต่ดูหล่อนอสิ...เอาไปแค่วันเดียวเท่านั้น  ก็เอากลับมาคืนในสภาพขยะแบบนี้ 

มันน่าเคืองไหมล่ะ!

            “คุณพ่อให้เอามาคืนค่ะ”

            “ทำไมล่ะ” กลินท์ขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ “ถ้าโดนคุณพ่อว่าก็บอกไปสิว่าพี่ให้เป็นของขวัญวันเกิด”

            “เปล่าหรอกค่ะ  คุณพ่อไม่ได้ว่า  แต่คุณพ่อไม่อยากให้ดาวรับของจากพี่กลินท์เพราะกลัวพี่เดือนจะไม่พอใจ  แล้วมาทะเลาะกับดาวอีก”

            คราวนี้กลินท์เข้าใจอย่างกระจ่างชัดทันทีว่าทำไมดาริกาถึงเดินถือตุ๊กตามาคืนเขาในสภาพนี้  หากความขุ่นเคืองที่มีในคราแรกไม่ได้มลายหายไปแต่อย่างใด  แต่เขาเปลี่ยนไปโกรธเด็กหญิงอีกคนแทน 

เขาลืมคิดเรื่องพราวสิตางศุ์ไปได้อย่างไร  ทำไมกลินท์จะไม่รู้ว่าหล่อนชอบทำตัวเหนือน้อง  ถึงเขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวของดาริกา  แต่ก็พอรู้มาบ้างว่าพราวสิตางศุ์อยากได้สิ่งของที่เป็นของน้องสาวอยู่ตลอดเวลา  ดาริกามักจะโดนตีเป็นประจำ  สาเหตุก็เนื่องมาจากหล่อนเสียเป็นส่วนใหญ่  นี่อาจจะเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้เขาดีกับดาริกาเป็นพิเศษ  

            หล่อนน่าสงสาร...อีกทั้งเขาก็ชอบที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนี่ไม่เคยมีท่าทีโกรธแค้นพราวสิตางศุ์กับแม่ของหล่อนแต่อย่างใดทั้งที่โดนกระทำเสียขนาดนั้น 

            “เอาไปอวดน้องเดือนให้เขาอิจฉาทำไมล่ะ”

            “ไม่ได้อวดสักหน่อย!  พี่เดือนเขาเห็นเองต่างหากเล่า!

            ดาริการีบบอก  หน้ามุ่ยทันควัน  หล่อนไม่ใช่คนขี้อวดเสียหน่อย...เรื่องนี้กลินท์ก็รู้ดี

            “อ้าว เหรอ ก็นึกว่าเอาไปเดินอวดเขาเสียทั่วจนเขาอิจฉาเลยฆ่ามันให้ตายด้วยความหมั่นไส้เสียอีก”

            เด็กชายพูดพลางกลั้วหัวเราะ  ดาริกาจึงทำแก้มป่องใส่อย่างแง่งอน  นึกเคืองนักที่กลินท์ชอบพูดแกล้งหล่อนอยู่เรื่อย  แต่กับพราวสิตางศุ์นั้น  เขากลับไม่เคยพูดแกล้งหรือพูดเล่นหัวหล่อนให้เห็นเลยสักครั้ง 

กลินท์วางดินสอที่กำลังใช้วาดภาพในมือลง  ก่อนจะหยิบ ซาก ของตุ๊กตาขึ้นมาพิจารณา 

            “แล้วนี่ยังอยากได้อยู่หรือเปล่า  จะได้ซ่อมให้”

            ดาริกาสั่นหัว

            “ไม่เอาแล้วค่ะ  เดี๋ยวคุณพ่อว่า”

            “งั้นก็ทิ้งมันลงถังขยะไปเหอะเนอะ”

            น้ำเสียงนั้นฟังเหมือนน้อยใจมากกว่าจะถามความคิดเห็น  กลินท์ใช้เท้าดันถังขยะใบเล็กออกมาจากใต้โต๊ะแล้วทำท่าจะทิ้งมันลงไปในนั้น  เห็นอย่างนั้น ดาริกาก็รีบคว้าแขนของเขาเอาไว้

            “อย่าค่ะ!  อย่าทิ้งนะคะพี่กลินท์!

            “ทำไมล่ะ  ก็เธอไม่ต้องการมันแล้วนี่  พี่จะเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์  ทิ้งไปเลยก็แล้วกัน”

            คราวนี้เขาหย่อนมันลงถังขยะจริงๆโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน  ก่อนจะหันกลับมาทำการบ้านที่วางทิ้งไว้ต่อ  ดาริกาลนลานเก็บมันขึ้นมาเช็ดกับกระโปรงของตัวเอง  แล้วหันไปแว้ดใส่คนที่ตอนนี้เลิกสนใจหล่อนกับตุ๊กตาไปแล้วเรียบร้อย

            “ทิ้งได้ยังไง!  นี่มันของของดาวนะ!

            “เธอเอาไปคุณพ่อก็ว่า  เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์  ทิ้งไปเถอะดาว  หรือไม่ก็ให้ป้าแมวไปขายเป็นของเก่าเสียนู้น  ได้ประโยชน์กว่าเยอะแยะ”

            กลินท์พูดพลางตวัดดินสอลงบนกระดาษไปเรื่อยๆ  เขาเอาแต่สนใจการวาดรูป  ราวกับว่าการพูดคุยกับหล่อนนั้นมันไม่น่าสนใจอีกต่อไป  และนี่เป็นครั้งแรกที่กลินท์ทำให้หล่อนรู้สึกเหมือนตัวเองนั้นไม่มีความสำคัญต่อเขา...

            “ทำไมพี่กลินท์พูดแบบนี้ล่ะ  นี่ของสำคัญของดาวนะ”

            “...”

            “แล้วพวงกุญแจของดาวก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ด้วย  พี่กลินท์มาว่าอย่างนี้ได้ยังไง”

            “...”

            “ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด!  แล้วก็ไม่ต้องมาพูดกับดาวอีกเลยนะ!  ดาวโป้งพี่กลินท์แล้ว!  ได้ยินไหมว่าดาวโป้งพี่กลินท์ดาวโป้งพี่กลินท์!

            กลินท์หันมองด้วยความแปลกใจในน้ำเสียงอันสั่นเครือของหล่อน  ทันได้เห็นใบหน้าอาบน้ำตาของดาริกาเพียงแวบเดียว  ก่อนที่หล่อนจะปาพวงกุญแจตุ๊กตานั่นใส่เขาแล้ววิ่งมุดประตูรั้วบานเล็กหายกลับไปยังบ้านของหล่อนที่อยู่เคียงข้างกัน  กลินท์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย...เหนื่อยทั้งเรื่องของหล่อนและตัวของเขาเอง 

            เขาคงพูดแรงไปจริงๆ  หล่อนถึงกับร้องไห้  แต่ที่เขาพูดไปแบบนั้นเป็นเพราะความโมโหและน้อยใจ...น้อยใจที่หล่อนทำเหมือนของที่เขาให้มันไม่สำคัญ ถึงได้เอามาคืนง่ายๆเสียอย่างนั้น  ในเมื่อเจ้าของยังไม่สนใจ  แล้วทำไมเขาจึงต้องเก็บไว้ด้วย 

เมื่อมันไร้ค่านักล่ะก็...ทิ้งมันไปสิ

            แม้จะคิดเช่นนั้น  หากตาคมก็อดก้มลงมองพวงกุญแจที่ดาริกาเพิ่งปาใส่หน้าเขาเมื่อครู่บนพื้นไม่ได้  เด็กชายทิ้งดินสอในมือลงบนโต๊ะ  แล้วเก็บมันขึ้นมามอง  ความคิดบางอย่างปรากฎขึ้นในสมอง  หนทางที่จะง้อคนขี้งอนอย่างดาริกามีอยู่หลายทางวิธีด้วยกัน...แล้วแต่ละวิธีมันก็ง่ายนิดเดียว  

     

 

 

            “ขี้แงอีกแล้ว”

            เสียงคุ้นเคยดังจากด้านหลัง  ดาริกาหันไปมอง  พอเห็นกลินท์ยืนกอดอกมองหล่อนอยู่  ร่างเล็กๆที่หลบมานั่งร้องไห้บนม้านั่งแถวสวนหลังบ้านก็รีบลุกขึ้น  เตรียมเดินหนีคนใจร้าย  แต่เดินผ่านหน้าเขาไปได้ครึ่งก้าว  หล่อนก็จำต้องหยุดเพราะประโยคถัดมา 

            “ไม่เอาแล้วใช่ไหมไอ้พวงกุญแจนี่น่ะ  จะได้ทิ้งจริงๆสักที”

            ดาริกาหันมามองสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ  ตุ๊กตาห้อยพวงกุญแจที่เคยมีสภาพไม่ต่างจากเศษขยะเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้อันตรธานหายไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย  และกลายเป็นตุ๊กตาที่มีทรงผมและเสื้อผ้าชุดใหม่แทน 

เมื่อเห็นคนตัวเล็กนิ่งอยู่นาน  กลินท์จึงทำท่าจะโยนมันเข้าโพงหญ้าข้างๆ  หากยังช้ากว่าดาริกา หล่อนรีบฉวยพวงกุญแจมาไว้ในมือก่อนที่มันจะไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นได้สำเร็จ

            “เอาสิพี่กลินท์น่ะ...ชอบทิ้งของของเค้าอยู่เรื่อยเลย”

            หล่อนบ่นปากยื่น  กลินท์จึงยิ้มออก  แม้หล่อนจะยังทำแก้มป่อง  ลูบหัวตุ๊กตาตัวเล็กในมือนั่น  แต่เขาดูออกว่าดาริกาหายโกรธเขาแล้วเป็นที่เรียบร้อย อาจจะหายโกรธตั้งแต่เห็นเขาถือตุ๊กตานี่มาง้อหล่อนแล้วด้วยซ้ำ 

ดาริกาโกรธใครไม่ได้นานหรอก...นิสัยของหล่อนข้อนี้เขารู้ดี 

            และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาชื่นชอบและเอ็นดูในตัวดาริกา  หล่อนไม่ใช่คนซับซ้อน  หล่อนอ่านออกง่าย  ไม่เคยซ่อนความรู้สึก  รักก็บอกว่ารัก  เกลียดก็บอกว่าเกลียด  หลายคนคิดว่าที่หล่อนเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาเป็นเพราะหล่อนยังเด็ก  แล้วเด็กก็ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆทั้งนั้น แต่กลินท์กลับคิดอีกอย่างว่ามันคือลักษณะเฉพาะตัวของหล่อน...เขาดูออกว่านี่คือเนื้อแท้ของดาริกา    

            “ซื้อมาใหม่เหรอ”

            ในที่สุดดาริกายอมหันมาพูดกลับเขาเสียที  หลังจากยืนพิจารณาตุ๊กตานั่นอยู่นาน

            “เปล่า  จะไปซื้อที่ไหนล่ะ  ทำเองทั้งนั้น”

            กลินท์บอก  คำถามของหล่อนอดทำให้เขาอดเคืองไม่ได้  เมื่อเช้า...พอคล้อยหลังดาริกา  เขาก็สั่งให้คนขับรถออกไปซื้อตุ๊กตาตัวใหม่มาเพื่อเอาแขนของมันมาต่อให้กับเจ้าตุ๊กตาตัวนี้  โชคดีที่แถวนี้มีขายจึงไม่ต้องไปไกลถึงสำเพ็ง  นอกจากต่อแขนแล้ว  ทั้งเสื้อผ้าและทรงผมกลินท์ยังเป็นคนออกแบบให้ใหม่หมด  เขาแทบทุ่มเวลาให้กับมันมากกว่าการนั่งทำการบ้านของตัวเองเสียด้วยซ้ำไป

            นอกจากจะไม่ซาบซึ้งในความพยายามของเขาแล้ว  คำพูดต่อมาของดาริกาก็ยังทำให้เขารู้สึกเคืองมากขึ้นไปอีก

            “แต่พี่กลินท์เป็นผู้ชายนะ  เล่นตุ๊กตาเป็นผู้หญิงไปได้”

            “ก็ใครล่ะทำให้พี่ต้องนั่งซ่อมตุ๊กตานี่น่ะ  ไม่ใช่คนแถวนี้หรือไงฮะ”

            กลินท์ขยี้หัวหล่อนอย่างเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธเคืองจริงจัง  ต่อให้เขาโกรธหล่อนจริงๆก็คงโกรธได้ไม่นาน  อย่างมากก็แค่ครึ่งวันเท่านั้น  เพราะแม่เด็กแก่นนี่ไม่มีทางปล่อยให้เขาอยู่อย่างสงบได้นานนักหรอก  เหมือนกับที่เขาเองก็ไม่ชอบให้หล่อนโกรธเขา ถึงต้องรีบซ่อมตุ๊กตามาง้อหล่อนอยู่นี่ไง

            “แม่ให้มาชวนไปกินขนมด้วยนะ  ไปไหม”

            “ขนมอะไรอ่ะคะ  มีมันฝรั่งทอดที่ดาวชอบหรือเปล่า”

            ดาริกาถามด้วยดวงตาเป็นประกาย 

            “นั่นมันอาหารขยะ  แม่ไม่ซื้อมาให้ทานหรอกนะดาว  มีแต่พวกทองหยิบ  ทองหยอด  แล้วก็ลูกชุบน่ะจะกินไหมล่ะ”

            คำพูดต่อมาของกลินท์ดับประกายระยิบระยับในดวงตากลมโต  แต่กระนั้นหล่อนก็ยังอ้อมแอ้มตอบอย่างยินดี  ที่ไหนมีขนมให้กิน  หล่อนพร้อมจะไปทั้งนั้นล่ะ  ถึงจะไม่ใช่ขนมประเภทที่ชอบ  แต่หล่อนชอบแม่ของกลินท์...เวลาที่หล่อนอยู่กับท่านมันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับแม่  มันเป็นความรู้สึกที่หล่อนโหยหามาโดยตลอด 

กลินท์โชคดีที่มีทั้งพ่อและแม่  แต่หล่อนไม่เคยคิดอิจฉาเขา  เพราะทุกครั้งที่ได้อยู่กับเขา  ดาริกาก็รู้สึกราวกับว่ากลายเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกแล้ว  ทุกคนต้องต่างอิจฉาหล่อนที่หล่อนมีเขาเป็นพี่ชาย...พี่ชายที่แสนดีและอบอุ่นกว่าใคร

            “ทานสิคะ  ดาวทานชอบทานขนมที่น้ามนต์ซื้อมาหมดนั่นแหละค่ะ  ดาวไม่เรื่องมากหรอก”

            “แล้วไป  ก็นึกว่าจะไม่กินเสียอีก”

            กลินท์อดยิ้มกับวาจาขี้ประจบนั่นไม่ได้  ดาริกาไปบ้านเขาบ่อยจนเบียดเขาตกกระป๋องไปแล้ว  ทั้งพ่อและแม่ต่างยกหล่อนขึ้นแท่นลูกรักแทนเขากันหมด  อย่างวันนี้เขามีหน้าที่แค่มาตามหล่อนไปทานขนมตามที่แม่สั่งเท่านั้น  หากเป็นคนอื่น...กลินท์คงไม่ยอม  แต่นี่เป็นหล่อน  เด็กหญิงตัวน้อยที่ทั้งน่าสงสารและน่าเอ็นดู  เขาจึงยอมให้หล่อนกลายเป็นลูกรักอีกคนของพ่อกับแม่  และเป็นน้องสาวตัวแสบของเขา

            “ไปกันเถอะ  ป่านนี้คุณแม่คงรอนานแล้ว”

            “ค่ะ”

            ดาริกาพยักหน้ารับ  พลางสอดมือเข้าไปไว้ในอุ้งมือเรียวอย่างที่ชอบทำเป็นประจำเพื่อให้เขาพาหล่อนไปยังบ้านที่อยู่เคียงข้างกับบ้านของหล่อน  ซึ่งกลินท์ก็ไม่ได้มีท่าทีคัดค้านหรือรังเกียจสิ่งที่หล่อนทำแต่อย่างใด  เขากระชับมือเล็กๆนั่นจนแน่นก่อนจะพาออกเดินไปยังจุดหมาย

            พราวสิตางศุ์มองกลินท์จับจูงดาริกาเดินออกจากบ้านไปด้วยความแค้นเคือง  พอทั้งสองร่างนั้นลับตา  หล่อนก็หันมาระบายอารมณ์กับตุ๊กตาหมีที่แย่งชิงมาได้จากน้องสาวต่างมารดาบนที่นอน  ทั้งทุบ จิก ตีจนนุ่นกระจายฟุ้งไปทั่ว  แต่กระนั้นก็ยังไม่สาแก่ใจหล่อน  มันไม่มีทางบรรเทาอารมณ์โมโหของหล่อนลงได้ตราบใดที่ตุ๊กตาตัวนี้ไม่ใช่มัน!  อีดาว!

            หล่อนเกลียดมันนัก!  ทั้งคุณพ่อ  ทั้งพี่กลินท์ต่างรักและเอ็นดูมันกันหมด  ทั้งที่หล่อนดีกว่ามัน  เหนือกว่ามันตั้งเยอะ  พ่อกับกลินท์ควรจะเอาอกเอาใจหล่อนแทนที่จะเป็นมัน...นังดาว  อีลูกเมียนักร้องข้างถนนนั่นถึงจะถูก!  พ่อเอาแต่ประคบประหงมมันเหมือนไข่ในหิน  กลินท์ก็เหมือนกัน  หล่อนเห็นเขาทำแผลให้มันทุกครั้งที่ถูกแม่ของหล่อนทำโทษ  ถึงจะไม่พอใจมากแค่ไหน  แต่พราวสิตางศุ์ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปสั่งให้เขาเลิกทำแบบนั้นได้  กลินท์เป็นลูกโทนเช่นเดียวกับหล่อน  การที่จะไปสั่งให้เขาเลิกทำนั่นทำนี่นั้นนอกจากจะได้รับอาการต่อต้านกลับคืนมา  เผลอๆเขาอาจจะเกลียดหล่อนด้วยซ้ำ 

            แล้วนี่ยังมาหามันถึงในบ้านของหล่อนอีก  กับหล่อน...เขาไม่เคยแม้แต่ที่จะจับมือเหมือนที่จับจูงมัน  พูดกันตามตรงหล่อนแทบจะไม่ได้รับความสนิทสนมหรือใกล้ชิดแบบที่มันได้เลยด้วยซ้ำ  ทั้งที่หล่อนเองก็รักและชอบเขาไม่ต่างจากดาริกา 

            แต่ทำไมมันถึงได้ในสิ่งที่เธอไม่ได้!  ทำไมกัน!

            “ทำไมทำไมทำไม!

            พราวสิตางศุ์กรีดร้องอย่างเสียจริต  พลางจับตุ๊กตาหมีฟาดกับที่นอนจนนุ่นแตกกระจายเต็มเตียง  ดวงหน้างามผ่องของเด็กสาววัยสิบสี่ปีหงิกงอด้วยความแค้นอย่างไม่น่าดู  วิไลเรขโผล่หน้าเข้ามาดูหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมเล็ก  พอเห็นท่าทางไม่ได้ดั่งใจของลูกสาวแล้ว หล่อนก็รีบเข้าไปปลอบทันที

            “เป็นอะไรลูกยัยเดือน”

            “เดือนเกลียดมันค่ะแม่!  เดือนเกลียดมัน!  เมื่อกี้เดือนเห็นพี่กลินท์เข้ามาพามันไปที่บ้าน  เดือนก็อยู่ที่บ้านเหมือนกับมัน  ทำไมพี่กลินท์ถึงไม่มาชวนเดือนด้วย  ทำไมคะแม่!  ทำไม!

            “ใจเย็นๆลูกเดือน” วิไลเรขกอดปลอบลูกสาว “กลินท์เขาอาจจะไม่รู้ก็ได้ลูกว่าลูกอยู่บ้าน”

            “พี่กลินท์ต้องรู้!  แต่พี่กลินท์ตั้งใจไม่มาชวนเดือน!

            เด็กสาวยืนยันเสียงแข็ง  ดวงตาคมสวยซึ้งฉายความโกรธแค้นยามนึกถึงภาพที่กลินท์จูงมือดาริกาพาเดินไปบ้านของเขา

            “พี่กลินท์ไม่รู้หรอกลูก  ถ้ารู้เขาคงมาชวนเดือนแล้วล่ะ”

            “คุณแม่ต้องจัดการมันให้เดือนนะคะ!  อย่าให้มันไปยุ่งกับพี่กลินท์อีก!

            พราวสิตางศุ์ไม่ฟังผู้เป็นแม่  ยามนี้หล่อนนึกอยู่แค่อย่างเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้หนามตำใจอย่างดาริกามายุ่งกับกลินท์ได้อีก  ยิ่งเห็นเขาเอาใจมันด้วยการให้พวงกุญแจตุ๊กตานั่น  หล่อนก็ยิ่งอิจฉา  ในเมื่อทำให้เขาเลิกยุ่งกับมันไม่ได้  ดังนั้นก็ต้องทำให้มันไม่กล้าไปยุ่งกับเขาเอง  ถึงตอนนั้นกลินท์ก็ไม่มีทางโต้แย้งอะไรได้อีกแล้ว!

 

 

 

            เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเคี้ยวลูกชุบตุ้ยๆเรียกรอยยิ้มเอ็นดูขึ้นจุดบนริมฝีปากของคนมองอย่าง มนฤดี  ยิ่งมองดาริกา หล่อนก็ยิ่งแย้มยิ้ม  พอจะรู้อยู่หรอกว่าแม่เด็กคนนี้เขาชอบกินขนมประเภทขบเคี้ยวมากกว่า แต่เพราะอยากเอาใจหล่อนและรู้ว่าหล่อนไม่ชอบให้กินอาหารขยะแบบนั้น  ดาริกาจึงยอมกินขนมที่หล่อนซื้อมาให้แต่โดยดี 

ดาริกานั้นหน้าตาน่ารัก...ถึงแม้ว่ายามยืนเคียงคู่กับพราวสิตางศุ์ คนเป็นน้องอาจจะถูกรัศมีความสวยสดใสของผู้เป็นพี่สาวกลบเสียมิด  แต่ในสายตาของมนฤดีแล้ว  เด็กคนนี้ก็ยังน่าเอ็นดูและน่าสงสารอยู่ดีนั่นเอง

            “อร่อยไหมดาว”

            “อร่อยค่ะน้ามนต์”

            คนถูกถามรีบตอบอย่างประจบประแจง

            “ถ้าอร่อย  งั้นก็กินเยอะๆเลยนะลูก  น้ายังมีเหลือให้ดาวทานอีกเยอะเลย”

            มนฤดีเอ่ยอย่างใจดี  ดาริกาได้ยินดังนั้นก็รีบคว้าลูกชุบในจานส่งเข้าปากให้หล่อนดูเป็นขวัญตาอีกหน กลินท์ที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างๆหันมามอง พอเห็นแม่น้องน้อยหยิบลูกชุบใส่ปากพร้อมกันทีเดียวสองลูก เขาก็ส่งเสียงแซว

            “กินมากๆ ระวังจะอ้วนเป็นหมูนะ”

            คนที่กำลังจะอ้าปากงับลูกชุบชะงักไปทันที  ถามเขาด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด

            “ฮื้อ พี่กลินท์ ถ้าดาวเป็นหมู พี่กลินท์ยังจะรักดาวอยู่ไหม”

            คำถามนั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูให้ผุดขึ้นประดับมุมปากของคนถูกถาม

            “รักสิ มีหมูกับเขาอยู่แค่หนึ่งตัว ถ้าไม่รัก...แล้วจะให้ไปรักใครที่ไหนล่ะฮึ”

            “งั้นสัญญานะคะว่าจะเป็นพี่ชายที่แสนดีของดาวแบบนี้ตลอดไป จะไม่ทิ้งดาวไปไหน และรักหมูตัวนี้ต่อไปอีกสักร้อยล้านปีเลย”

            “อืม” เขารับคำด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะเอื้อมมือไปยีหัวคนช่างพูด “จะทิ้งไปไหนได้ ทั้งพูดเก่ง ประจบก็เก่งแบบนี้  หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”

            คนฟังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ว่ากลินท์จะพูดจริงหรือแค่แกล้งพูดให้หล่อนดีใจเล่นๆ แต่ดาริกาเชื่อคำพูดของเขาไปแล้วทั้งใจ  ต่อให้เขาเปลี่ยนไปยังไง  หล่อนก็จะเชื่อเขา...เชื่อว่าพี่กลินท์ของหล่อนไม่มีวันที่จะทอดทิ้งหล่อน

            ไม่มีวันเด็ดขาด...

            มนฤดีมองทั้งสองคนหยอกล้อกันไปมาด้วยรอยยิ้มน้อยๆ เห็นสายตาของกลินท์ที่ทอดมองดาริกาอย่างเอื้อเอ็นดูแล้ว หล่อนถึงนึกรู้ได้ทันทีว่าลูกชายรักและเวทนาดาริกามากมายเพียงใด มันเป็นความรักบริสุทธิ์เหมือนพี่ชายมอบให้น้องสาว อาจจะเป็นเพราะกลินท์เป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่ ไม่มีน้องอย่างใครเขา พอเจอเด็กอ้อนเก่งๆแบบดาริกาเข้าหน่อย ลูกชายของหล่อนเลยไปไหนไม่รอด ต้องยอมแพ้ลูกอ้อนแพรวพราวของดาริกาอยู่ร่ำไป

            เหมือนมนฤดีจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันมาถามกลินท์

            “แล้วนี่ไม่เรียกเดือนมาทานด้วยกันล่ะกลินท์ น้องไม่อยู่หรือลูก”

            “ไม่ทราบสิครับ  ผมไปหาก็เจอแค่ดาวคนเดียว ไม่ได้ถามป้าเนียงหรือจำปีเลยว่าเดือนอยู่ไหม”

            ได้ยินดังนั้น มนฤดีก็อดตระหนกไม่ได้ หล่อนพอจะรู้มาบ้างว่าพราวสิตางศุ์และวิไลเรขชิงชังดาริกาเพียงใด วันแรกที่ดาริกาเหยียบเข้าบ้านวรารักษ์ วิไลเรขก็พาพราวสิตางศุ์มานั่งปรับทุกข์อยู่กับหล่อนที่บ้าน หล่อนจึงรู้เรื่องราวของดาริกากับเมียอีกคนของภูดิษฐ์ที่วิไลเรขถ่ายทอดออกมาให้ฟังเกือบหมด แต่ทั้งที่ควรจะซึบซับความเกลียดชังจากวิไลเรขจนพาลลำเอียงไม่ชอบหน้าดาริกาไปด้วย มนฤดีกลับเกลียดหล่อนไม่ลงสักนิด ออกจะเวทนาสงสารเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะทุกครั้งที่เห็นแววเศร้าโศกจากดวงตากลมแป๋วนั่น

            “ตายแล้ว วันหลังอย่าทำแบบนี้นะลูก รู้ใช่ไหมว่าถ้าเดือนอยู่แล้วรู้ว่าลูกชวนดาว แต่ไม่ยอมชวนเขา มันจะเกิดอะไรขึ้น...ดาวจะเดือดร้อนเอานะกลินท์”

            “รู้ครับแม่ แต่ตอนนั้นผมไม่ทันได้นึกถึงเรื่องนี้จริงๆ”

            กลินท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอนนั้นเขามัวแต่คิดหาวิธีง้อดาริกาจนลืมนึกถึงเรื่องพราวสิตางศุ์ไปเสียสนิท  และเขาก็ไม่ทันคิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้พราวสิตางศุ์ไม่พอใจดาริกาขึ้นมาได้...มันออกจะเป็นเรื่องไร้สาระไปสักนิดในความคิดของเด็กผู้ชายอย่างเขา

            “พาดาวกลับไปส่งบ้านแล้ว ถ้าเจอเดือนก็อย่าลืมเข้าไปทักทายน้องนะลูก บอกด้วยว่าคราวหน้าแม่ชวนมาทานขนมที่บ้าน”

            “ได้ครับแม่”

            พอเวลาล่วงเลยไปจนถึงสามโมงเย็น กลินท์ก็พาดาริกาไปส่งที่บ้านหลังติดกัน และเป็นไปตามที่มนฤดีคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด เขาเจอพราวสิตางศุ์นั่งเล่นอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกพอดีตอนที่เดินจูงดาริกาเข้าไปในตัวบ้าน

            “พาดาวไปไหนมา ไม่เห็นชวนเดือนบ้างเลยค่ะพี่กลินท์”

            พราวสิตางศุ์เป็นฝ่ายส่งเสียงทักก่อน  ดาริการีบดึงมือออกจากมือของกลินท์ แล้วยืนก้มหน้านิ่งเมื่อเห็นสายตาวาววับที่พี่สาวต่างมารดาส่งมาให้ หากกลินท์ไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด ยังคงตอบคำถามพราวสิตางศุ์อย่างเป็นปกติ

            “พี่พาดาวไปทานขนมที่บ้านมาน่ะ เห็นแต่ดาว ไม่รู้ว่าเดือนก็อยู่ นึกว่าออกไปเรียนพิเศษเสียอีก ไม่อย่างนั้นพี่ก็ชวนเดือนไปด้วยกันแล้ว คราวหน้าคุณแม่พี่ฝากชวนเดือนไปทานขนมที่บ้านด้วยนะ”

            ความขุ่นเคืองลดลงมาได้บ้างหลังได้รู้ว่ากลินท์ไม่ได้ตั้งใจจะเมินหล่อนอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก แต่กระนั้นพราวสิตางศุ์ก็ยังไม่พอใจอยู่ดีที่เขาให้ความสนิทสนมกับดาริกา หล่อนเกลียดมัน...ดังนั้นหล่อนจึงหวังให้คนที่หล่อนพึงใจต้องเกลียดมันเช่นเดียวกันกับหล่อน ไม่ใช่ไปทำดีกับมันให้หล่อนเห็นตำตาตำใจอยู่แบบนี้

            “งั้นครั้งหน้าพี่กลินท์ต้องมาชวนเดือนด้วยตัวเองนะคะ”

            “ได้สิ ไว้คราวหน้าจะมาชวนไปทานขนมทั้งสองคนเลยก็แล้วกัน”

            คนฟังทำหน้าตูม ไม่พอใจที่กลินท์ให้ความเอ็นดูดาริกาเทียบเท่าหล่อน แต่ก็ไม่กล้าโวยวายออกไปให้เสียจริต พราวสิตางศุ์มักรักษากิริยาเสมอยามอยู่ต่อหน้ากลินท์หรือญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ

            “พี่กลับก่อนนะ แล้วเจอกันนะดาว”

            ประโยคหลัง กลินท์หันมาพูดกับดาริกา เด็กหญิงพยักหน้ารับ มองตามร่างสูงเก้งก้างของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีจนลับหายออกจากบ้านไป แล้วจึงลากสายตากลับมายังพราวสิตางศุ์ พอเห็นความบึ้งตึงจากดวงหน้างดงามของผู้เป็นพี่สาว คนเป็นน้องก็ทำคอย่น

            “คุณแม่เรียกให้ไปหา ตามฉันมา”

            “ค่ะ พี่เดือน”

            พราวสิตางศุ์เดินนำดาริกาไปจนถึงห้องนอนของหล่อน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปเหยียบในห้อง ดาริกาก็เห็นวิไลเรขนั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่ปลายเตียง พราวสิตางศุ์รีบตรงหรี่ไปนั่งเคียงข้างผู้เป็นแม่ ปล่อยให้ดาริกาทรุดตัวลงนั่งพับเพียบบนพื้นเหมือนทุกครั้งที่โดนวิไลเรขเรียกเข้ามาทำโทษ

            “มาแล้วเหรอนังตัวดี”

            น้ำเสียงนั้นฟังเกรี้ยวกราดจนดาริกาเริ่มกลัวขึ้นมา ใบหน้าเล็กๆค่อยๆเงยขึ้นมองผู้เป็นแม่เลี้ยง

            “คุณแม่เรียกดาวมาทำไมเหรอคะ”

            “ฉันก็เรียกแกมาอบรมให้หัดรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ในที่ของแกน่ะสิ  ต่อไปนี้แกอย่าเสนอหน้าไปยุ่งกับกลินท์เขาอีกนะ  สำเนียกเสียบ้างว่าแกเป็นใครแล้วเขาเป็นใคร”

            “แต่พี่กลินท์เป็นพี่ชายของดาว”

            “พี่ชายเหรอ...เฮอะ!” สีหน้าคนพูดมีแต่ความเย้ยหยัน “นั่นคุณชายกลินท์ โภคโยดม ลูกชายคนเดียวของคุณกรณ์  โภคโยดม มหาเศรษฐีรวยล้นฟ้า เขาไปเป็นญาติฝ่ายไหนของคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแกกับอีเมียน้อยอย่างแม่แกกันนังดาว แกถึงกล้าบอกว่าเขาเป็นพี่ชายของแกได้เต็มปากเต็มคำ”

            คำพูดนั้นกระแทกลงกลางใจดวงน้อยอย่างแรง ดาริกาในตอนนี้อาจจะยังไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าความหมายทั้งหมดที่วิไลเรขพูดมานั้นคือสิ่งใด หากหล่อนก็พอจะเข้าใจว่าวิไลเรขกำลังบอกให้หล่อนเลิกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลินท์...กลินท์อยู่สูง สูงเกินกว่าจะให้ลูกเมียน้อยอย่างหล่อนเข้าไปคลุกคลีกับเขาได้

            ดาริกาช้อนสายตามองผู้เป็นแม่เลี้ยงด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยทีละคำอย่างกล้าๆกลัวๆ

            “พี่กลินท์เป็นคนบอกเองค่ะว่าดาวเป็นน้องสาว”

            “แกหยุดเพ้อเจ้อเสียที!” วิไลเรขตวาดลั่น “กลินท์เขาก็แค่พูดไปเพราะสงสาร แกมันไม่รู้จักเจียมตัว คิดสะเออะอยากจะไปตีสนิทกับเขา  ไอ้ท่าทางน่าเวทนาของแกน่ะ เมื่อไรจะเลิกทำ จะแกล้งตีหน้าเศร้าให้คนเขาสงสารไปถึงไหนล่ะฮึ”

            “เปล่านะคะคุณแม่ ดาวเปล่า”

            เสียงเล็กๆที่ตอบออกไปเริ่มสั่นเครือ

            “แกไม่ต้องมาปฏิเสธ แกมันก็เหมือนแม่ของแก หวังสูง คิดจะจับผู้ชายรวยๆเป็นผัวล่ะสิ โตขึ้นเชื้อก็คงไม่ทิ้งแถว...คงจะง่ายไม่ผิดอะไรจากแม่ของแกนักหรอก!

            ดาริกากำกระโปรงแน่น  น้ำใสๆค่อยๆไหลอาบแก้มเนียน ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของวิไลเรขแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังด่าว่าแม่ของหล่อนอยู่ แม่อาจจะจากหล่อนไปนานแล้วก็จริง แต่หล่อนยังจำใบหน้าอันแสนงดงามได้แม่นยำ ภาพของแม่ในความทรงจำมีแต่รอยยิ้มอ่อนโยนและความใจดี หล่อนไม่เชื่อ...ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าแม่ของหล่อนจะเป็นคนไม่ดีอย่างที่วิไลเรขกล่าวหา

            “แม่ของดาวเป็นคนดีค่ะ...

            “คนดีที่ไหนจะเอาผัวชาวบ้านไปเป็นผัวของตัวเอง! แกรับปากฉันมาเสียดีๆว่าแกจะไม่ไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆกลินท์เขาอีก”

            “...”

            “รับปากฉันมานังดาว!

            “ดาวทำไม่ได้ค่ะคุณแม่”

            คำตอบนั้นเรียกสีหน้าโกรธเกรี้ยวได้จากแม่และลูกที่นั่งอยู่บนเตียงเหนือหัวดาริกา พราวสิตางศุ์ตาวาววับยามจับจ้องร่างน้อยที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น ยิ่งเห็นใบหน้าอาบน้ำตากับแววตาที่อ้อนวอนให้คนเห็นใจนั่น หล่อนก็ยิ่งหงุดหงิด  รีบหันไปเขย่าแขนผู้เป็นแม่อย่างเอาแต่ใจ

            “คุณแม่คะ อย่าไปยอมนะคะ ยังไงคุณแม่ก็ต้องจัดการมันให้เลิกยุ่งกับพี่กลินท์ให้เดือนนะ ไม่งั้นเดือนไม่ยอมจริงๆด้วยค่ะคุณแม่”

            “แม่รู้แล้วลูก แม่กำลังจัดการให้เดือนอยู่นี่ไง”

            วิไลเรขปลอบลูกสาว ก่อนจะหันไปกระชากเสียงถามอีกคน

            “แกจะเลิกยุ่งกับกลินท์ดีๆไหมนังดาว”

            “ดาวทำไม่ได้ค่ะ คุณแม่อนุญาตให้ดาวไปเล่นกับพี่กลินท์ด้วยเถอะนะคะ”

            ดาริกายกมือขึ้นพนมอ้อนวอนให้วิไลเรขเมตตา ถ้าไม่มีกลินท์...แล้วหล่อนจะเหลือใคร ในบ้านหลังนี้ไม่มีใครยินดีต้อนรับหล่อนเลยสักคนเดียว แม้แต่ลูกหลานของคนรับใช้ยังถูกวิไลเรขสั่งห้ามไม่ให้มาเล่นกับหล่อนเลย ไม่มีเขา...หล่อนก็ไม่มีเพื่อนเล่นที่ไหนอีกแล้ว

            หากคำขอร้องนั่นไม่ได้ทำให้วิไลเรขเห็นใจเลยสักนิด มันกลับสร้างความชิงชังในใจให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

            “แกทำไม่ได้อย่างนั้นเหรอ งั้นฉันจะบังคับให้แกทำให้ได้เอง มานี่!

            วิไลเรขพุ่งตรงไปกระชากผมเปียของดาริกา  จิกจนหน้าหงายแล้วลากร่างเล็กๆนั่นให้เดินตามมาโดยมีสายตาของพราวสิตางศุ์มองทุกการกระทำของผู้เป็นแม่ด้วยความสะใจ ยิ่งเห็นดาริการ้องไห้มากเท่าไร หล่อนก็ยิ่งสาสมใจมากขึ้นเท่านั้น

            “โอ๊ย คุณแม่ ดาวเจ็บค่ะ”

            “แกเจ็บ แกก็จำเอาไว้ว่าอย่าบังอาจมาอวดดีขัดคำสั่งของฉันอีก! มานี่! ตามฉันมา!

            พอถึงตู้เสื้อผ้าอันเป็นที่หมาย วิไลเรขก็เปิดประตูตู้ออก ก่อนจะผลักดาริกาเข้าไป  เด็กหญิงตัวน้อยรู้ทันทีว่าผู้เป็นแม่เลี้ยงกำลังจะลงโทษเธออย่างไร ดวงตากลมแป๋วที่มีหยาดน้ำเอ่อล้นเงยขึ้นสบประสานสายตาของผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างอ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่นอกจากวิไลเรขจะไม่มีให้แล้ว หล่อนยังถลึงตาใส่อย่างโกรธเกรี้ยวอีกด้วย

            “จำไว้นะนังดาว ถ้าแกยังไม่เลิกเข้าไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆกลินท์  ฉันจะทำให้แกเจ็บยิ่งกว่านี้อีก!

            ทันทีที่ประตูตู้ถูกเหวี่ยงปิด  ความมืดมิดก็เข้าโอบล้อมรอบกายของดาริกา ที่แคบๆทำให้หล่อนหายใจแทบไม่ออก มองไปทางไหนก็เจอแต่สีดำมืดพาให้ความหวาดกลัวรื้นขึ้นมาไม่ได้หยุด  ดาริการัวมือไปยังประตูตู้หลายที  ร้องบอกคนด้านนอกด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะอาการสะอึกสะอื้น

            “คุณ...คุณแม่คะ  อย่าขังดาวค่ะ ดาวกลัวค่ะคุณแม่ ดาวกลัว...”

            “อยู่ในนั้นไปนั่นแหละ อยู่ไปจนกว่าแกจะสำนึกได้ว่าคนอย่างแกมันไม่คู่ควรกับกลินท์!

            สิ้นเสียงที่ตอบกลับมา  ดาริกาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านนอก  เดาได้ว่าคงจะเป็นไม้แขวนเสื้อที่ถูกวิไลเรขนำมาขัดประตูตู้เอาไว้ และไม่ว่าหล่อนจะร้องบอกอีกสักเท่าไร ประตูบานนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะถูกเปิดออกเพื่อคืนอิสรภาพให้หล่อนแต่อย่างใด ดาริกาตะโกนจนเจ็บคอ อ้อนวอนจนเหนื่อย...ถึงได้เปลี่ยนมาเป็นนั่งเงียบๆและกวาดตามองไปรอบๆแทน  หากหล่อนไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความมืดมิดที่ไม่เคยคุ้นชินเท่านั้น บรรยากาศเงียบสนิทไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆทำให้ความกลัวแล่นพล่านขึ้นมาจับใจ

            ร่างเล็กๆนั่งขดตัวอยู่มุมหนึ่ง  ดวงตากลมแป๋วมีแต่ความหวาดกลัวยามมองความมืดรอบๆกาย...มันเหมือนกับหล่อนยืนอยู่คนเดียวบนโลกนี้ไม่ผิดเพี้ยน ตอนนั้นเองภาพใบหน้าอันแสนคุ้นเคยค่อยๆปรากฎขึ้นในห้วงความคิด เป็นครั้งแรกที่ดาริกาอยากอ้อนวอนให้คนที่ไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้าหล่อนอีกครั้งหนึ่ง มาโอบกอดหล่อนไว้ด้วยอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ปลอบหล่อนว่าไม่เป็นไร...ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี

            ดาริการู้ว่ามันเป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆ เพราะตอนนี้หล่อนทำได้แค่นั่งกอดตัวเองแล้วพึมพำบอกกับความว่างเปล่าข้างกายเท่านั้น  

            “แม่ขา ดาวกลัวจังเลยค่ะ...”




    ตอนนี้พี่กลินท์ฮียังอยู่ในโหมดรักเด็กค่ะ  ฮียังไม่กลายร่างง่ายๆ กลายร่างมะไร จะส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยๆ ขออย่างเดียว ถ้าพี่กลินท์กลายร่างปุ๊บ อย่าด่าพระเอกของไรท์เตอร์ว่าโง่นะ ให้เรียกว่าเป็นคนหูเบาจะเหมาะกว่า 555555 (นึกซะว่าเห็นแก่ความดีของนางในตอนนี้ ฮา)



 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เดือนล้อมดาว (วางแผงปลายเดือน ก.ค. นี้ค่า) ตอนที่ 2 : บทที่ ๒ 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11476 , โพส : 10 , Rating : 95% / 12 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 10 : ความคิดเห็นที่ 2372
เป็นเรานะ ... กระโดดเข้าไปกระชากหัวตบไปล่ะ อายุ 14 ยังขนาดนี้ ... โตขึ้นจะขนาดไหน .. หวังว่าพระเอกโตมาจะไม่โง่นะ (อินจัด)
Name : fairy_devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fairy_devil [ IP : 182.53.23.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤษภาคม 2559 / 10:00
# 9 : ความคิดเห็นที่ 2150
ใจร้ายยย
PS.  อยากมีเพื่อนนั่งคุยเรื่องนิยาย แนะนำนิยายกันอ่าน คงมีความสุขไม่น้อย - Just You -
Name : YulSica < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YulSica [ IP : 1.1.215.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2559 / 01:01
# 8 : ความคิดเห็นที่ 1714
คืออ่านแล้วรู้สึก...เด็กในเรื่องนี้ ทำไมความคิด+คำพูดมันไม่เหมือนเด็กอายุ10,14,15เลยฟระ! พอถึงบทคุณวิไลเรข ก็มีภาพและเสียงของคุณหญิงแม่ในน้ำตากามเทพโผล่ขึ้นมารัวๆเลยจ้าาา #หืมมมม
PS.  ใครอ่าน LSK มั่งก็ยกมือขึ้น~
Name : TaMeKabTaNa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TaMeKabTaNa [ IP : 1.47.163.217 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2559 / 00:07
# 7 : ความคิดเห็นที่ 399
อย่าทำร้ายหนูดางมากก็พอค่ะ
Name : monjubjub < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ monjubjub [ IP : 125.27.209.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2559 / 17:40
# 6 : ความคิดเห็นที่ 308
ขอแค่พระเอกอย่าโง่มากกกก็พอ
PS.  
Name : cerberus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cerberus [ IP : 124.120.93.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2559 / 22:00
# 5 : ความคิดเห็นที่ 307
ขอแค่อย่าโง่มากกกกกกก็พอ...
PS.  
Name : cerberus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cerberus [ IP : 124.120.93.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2559 / 22:00
# 4 : ความคิดเห็นที่ 6
จะกลับมาอัพต่อแล้วดีใจจัง
Name : เมเปิ้ล [ IP : 171.97.89.39 ]

วันที่: 2 ตุลาคม 2558 / 14:40
# 3 : ความคิดเห็นที่ 4
มารแท้ๆเลยนะ
Name : เมเปิ้ล [ IP : 171.96.176.209 ]

วันที่: 19 ตุลาคม 2557 / 06:08
# 2 : ความคิดเห็นที่ 3
รู้แบบนี้ยังพูดให้เสียใจอีกนะพี่กลิน
Name : เมเปิ้ล [ IP : 171.96.177.131 ]

วันที่: 18 ตุลาคม 2557 / 06:17
# 1 : ความคิดเห็นที่ 2
มาต่อเร็วๆนะคะสนุกจัง เริ่มสงสารดาวแล้ว
Name : เมเปิ้ล [ IP : 115.87.153.138 ]

วันที่: 14 ตุลาคม 2557 / 06:04
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android