END [ป๋อจ้าน] Facts about Yibo #จริงหรือป๋อ

ตอนที่ 7 : Facts #6 หวังอี้ป๋อไม่ได้หึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 734 ครั้ง
    10 พ.ย. 62

Facts #6 หวังอี้ป๋อไม่ได้หึง




 “ทำไมทำหน้าตลกแบบนั้นมือหน้าเคลื่อนมาดีดตรงหน้าผาก หัวเราะเบาๆ จากลำคอดังขึ้น


โอ๊ย ฉันเจ็บนะยกมือลูบส่วนที่ถูกโจมตีมือหนักเป็นบ้า


อี้เอินดีดมาราวกับว่าคนถูกกระทำจะไม่เจ็บ เสียงดังเป๊าะบ่งบอกถึงแรงได้เป็นอย่างดี แถมยังมีหน้ามาหัวเราะเขาหน้าตาเฉยอีก ทำคนอื่นเจ็บแท้ๆ 


               แต่เดี๋ยวนะ ทำไมคุณชายต้วนอี้เอินถึงมาอยู่ที่เกาหลีได้ มาทำอะไร มาทำไม มากับใคร มาเที่ยวเหรอหรือมาทำงานให้คุณลุง?


มองหาใครอ่ะผละตัวสะดุ้งเล็กน้อย จู่ๆ ก็โผล่หน้ามาขณะที่กำลังใช้ความคิด 


ปะ เปล่า” 


วันนี้ขอนอนด้วยได้ป่ะ


ห๊ะ!” 


ฉันบุ๊คตั๋วเครื่องบินผิดวัน สมกับเป็นอี้เอินจริงๆแค่วันเดียว


คราวก่อนเขาก็บุ๊คผิดเหมือนกัน ต่างกันแค่เป็นโรงแรมไม่ใช่ตั๋วเครื่องบิน โชคดีที่ครั้งนี้แค่วันเดียวคราวก่อนตั้งสองสามวันแหนะ กลัวความลับแตกแทบแย่ ใช่แล้วล่ะ...ต้วนอี้เอินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นแฟนคลับตัวยงของศิลปินเกาหลี ทุกครั้งที่เห็นเขาอยู่ในประเทศนี้มันทำให้ผมระแวงทุกครั้ง แม้เส้นทางจะห่างกันแค่ไหนเราก็สามารถมาบรรจบพบกันด้วยความบังเอิญได้ตลอดเวลา ถึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ


เขาสนิทกับป๊าม้าผมมากกว่าผมเสียอีก คำว่าลูกรักคงใกล้เคียงที่สุดเพราะเหตุนี้ผมถึงได้กลัว หากอี้เอินรู้ว่าผมมาเรียนถึงเกาหลีใต้เพราะจะได้เจอศิลปินที่ชอบบ่อยๆ ล่ะก็คราวซวยได้มาเยือนแน่ๆ อี้เอินรู้ป๊าม้ารู้! ไม่ได้เด็ดขาดเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกปิดความลับนี้ เซียวจ้านต้องแกล้งเป็นมักเกิลเหมือนในภาพยนต์อย่างแฮร์รี่พ็อตเตอร์โดยไม่ให้ถูกจับได้  เพราะหมอนี้ขี้ฟ้องจะตาย กันไว้ดีกว่าแก้จริงไหม


ผมจำได้ไม่มีวันลืม ช่วงมอปลายถูกสั่งกักบริเวณก็เพราะเขา ที่บ้านผมเข้มงวดมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ พอขึ้นมัธยมปลายมากฎเหล่านั้นอ่อนลงบ้าง แต่ยังคงอยู่ในกรอบเสมอมา ไม่ได้ทำอะไรตามใจตัวเองมากเท่าไหร่ มีวันหนึ่งเพื่อนในกลุ่มจัดปาร์ตี้ฉลองวันเกิด มันเป็นจุดเริ่มต้นของโกหกครั้งใหญ่ ผมโกหกป๊าม้าว่ามีรายงานที่ต้องทำส่งอาจารย์จะกลับบ้านดึกหน่อย เพราะงานนี้เป็นงานเร่งที่สำคัญมากๆ พวกท่านจึงอนุญาต มันไม่ได้มีเหตุการณ์แบบนี้แค่ครั้งเดียว ผมมักใช่เหตุผลนี้หลายต่อหลายครั้ง โดยไม่เคยถูกจับได้เลยสักครั้ง


จนกระทั่งวันเกิดของเพื่อนสนิทอีกคน ผมนั่งดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลจนมีสีหน้าแดงก่ำ ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม เสียงกริ่งดังหน้าห้อง พวกเราคิดว่าเป็นอาหารที่สั่งผ่านอิเล็กทรอนิกส์มาส่ง ทันทีที่เปิดประตูเพื่อนคนนั้นผวาด้วยความตกใจ เสียงเปิดประตูกระทบกำแพงดังลั่น ร่างของป๊ามองมาตาเขียวปั๊ดด้วยความโกรธ ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก รวมกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แทบไม่หลงเหลือสติ พวกเราถูกดุกันชุดใหญ่ ป๊าลากผมกลับบ้านพร้อมกับสั่งลงโทษกักบริเวณตลอดภาคเรียน พยายามสืบเสาะหาสาเหตุว่าทำไมท่านถึงรู้ได้ ไม่นานนักก็รับรู้จากปากของผู้เป็นพ่อ


ถ้าอาอี้ไม่มาบอกป๊าป๊าคงไม่รู้หรอกว่าลื้อทำตัวเกเรแบบนี้ ป๊าน่าจะเชื่ออาอี้ตั้งแต่แรก ป๊าผิดหวังในตัวลื้อมากนะอาจ้าน


ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาเกาะกุมหัวใจ แต่ความโกรธภายในจิตใจมันมักมากกว่า ผมโกรธอี้เอินจนไม่พูดคุยสนทนากับเขาตลอดสองเดือน เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกโกรธมันลดหย่อนลงไปตามกาลเวลา อาจจะด้วยเพราะสายสัมพันธ์ระหว่างเราด้วย ตอนเด็กๆ เรามัดจะตี ถกเถียง ทะเลาะและโกรธกันบ่อยๆ ไม่นานนักความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไปแล้ว 


นายเลิกยุ่งเรื่องของฉันสักที


ฉันทำไมได้


นายก็แค่ไม่ต้องมาสนใจฉัน ทำยากนักหรือไง


ใช่!มันทำยาก แต่ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงนายไงจ้านจ้าน’ 


น้ำเสียงหนักแน่นในอดีตยังคงตราตรึงอยู่ในใจไม่จางหาย โกรธแต่ก็เข้าใจในการกระทำของเขา ผมรู้ว่าอี้เอินเป็นห่วงผมมากแค่ไหน เพราะแววตาคู่นั้นมันสื่อออกมาหมดแล้ว 


ผมกับอี้เอินเรารู้กันมาตั้งแต่จำความได้ ระหว่างเรามันเป็นความสำพันธ์ที่มากกว่าเพื่อน หากเลือกได้ผมเองก็ไม่อยากโกหก ไม่มีหลักประกันใดมารับรองว่าถ้าหากเขารู้ความลับของผมเข้ามันจะกลายเป็นความลับตลอดไปโดยไม่ถึงหูบุพการีผู้ให้กำเกิด ถ้าเกิดป๊าม้ารู้คงได้สั่งผมให้กลับจีนในสามวันเจ็ดวันแน่ พวกท่าไม่ค่อยสนับสนุนแบบนี้เสียเท่าไหร่ 


ขมวดคิ้วทำไมเสียงทุ้มปลุกให้ตื่นจากภวังค์ความคิด ส่ายหน้าตอบปฏิเสธ


จะไปหรือเปล่าเจ้าใบหน้าคมยิ้มกว้างกินข้าวมายัง


ยังอ่ะ


เดี๋ยวไปเฝ้า


ไม่กินด้วยกัน?”


ไม่ล่ะ ยังอิ่มอยู่


เราเลือกร้านอาหารภายในห้าง มาลงตัวอยู่ร้านอาหารอิตาลี นั่งรอคนตรงหน้าเขมือบของบนโต๊ะอยู่สักพัก ระหว่างนั้นได้ความมาว่า เขามาทำงานให้คุณลุงหรือพ่อของเจ้าตัวนั่นแหละโดยอยู่ไม่เกินสามวัน ส่วนกระเป๋าเอาไปฝากไว้แถวอะพาร์ตเมนท์ของผมเรียบร้อย


เลือกเอากระเป๋ามาฝากไว้ใกล้ที่พักของผมแสดงว่าต้องมั่นใจพอสมควรว่าผมจะให้อยู่ด้วย และมันก็เป็นแบบนั้น พอเห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วผมมักจะใจอ่อนทุกที ไม่ใช่แค่กับต้วนอี้เอิน มันเป็นนิสัยอย่างหนึ่งที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย นิสัยขี้ใจอ่อน มันทำให้ผมไม่กล้าปฏิเสธใครมากเท่าไหร่ พยายามปรับแก้แต่มันก็ยังเป็นแบบเดิมจรเขาปลงแล้ว


ทำไมไม่ไปนอนโรงแรมถามด้วยความสงสัย


ไม่อยากเสียเงินงกเหมือนเดิมเลยนินทากันอีกละ


แสนรู้


แน่นอน ฉันเก่ง” 


หลงตัวเองว่ะ” 


พูดว่ะได้ไง ฉันพี่นายนะ


เหอะ เกิดก่อนแค่เดือนเดียวอย่าพูดมากน่า” 


หลังจากอี้เอินจัดการอาหารตรงหน้าเสร็จ เราเดินทางมาเอากระเป๋าที่ร้านรับฝากก่อนกลับอะพาร์ตเมนท์ เท้าสองคู่หยุดอยู่ตรงหน้าประตู ขอให้เขารออยู่ตรงนั้นก่อนเพื่อสำรวจความเรียบร้อย โชคดีที่ผมเก็บของเอาไว้เมื่อวันก่อนเพราะห้องรกเกิน มีแต่อัลบั้มจากงานแฟนไซน์คราวก่อนเกลื่อนทั่วห้อง ส่วนพวกของสำคัญในตู้โชว์ก็ถูกเก็บลงกล่องยัดใต้เตียง โดยมีของประดับตกแต่งทั่วไปในลังใบเดิมมาตั้งโชว์แทน


ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินสำรวจอีกทีก่อนออกไปเรียกเจ้าของกระเป๋าใบโตหน้าห้อง อี้เอินละสายตาจากสมาร์ทโฟนในมือลากสัมภาระทั้งหมดมา มาแค่ไม่กี่วันไม่เห็นต้องหอบหิ้วมาขนาดนี้เลย ราวกับว่าจะย้ายบ้านอย่างนั้นแหละ 


นายนอนในห้องฉันได้เลยหยิบผ้านวมผืนเล็กพร้อมกับหมอนใบโตจากห้องนอนวางลงบนโซฟา 


ทำไมไม่นอนด้วยกันเหมือนทุกที” 


นายนอนดิ้นอี้เอินชอบนอนพลิกตัวบ่อยๆ มันทำให้ผมไม่อาจข่มตาหลับลงได้ อีกอย่างเขาก็เป็นแขกด้วยจะให้มานอนตรงนี้คงไม่เหมาะ


ตามใจแล้วกันคนตัวสูงกว่าผมเล็กน้อยนำสัมภาระเข้าไปในห้อง 


ลำคอเริ่มแห้งจึงหาเครื่องดื่มในครัว ตาเหลือบเห็นซองขนมที่มีหน้าของหวังอี้ป๋อติด เป็นจังหวะเดียวกับที่อี้เอินเดินเข้ามาพอดี รีบคว้าซองขนมเปิดตู้ล่างเคาน์เตอร์บาร์โยนอย่างไม่เบาแรง เสียงกระทบระหว่างซองกระทบกับผนังตู้ดังปัง หัวเราะแห้งๆ ส่งไป 


อี้ป๋อคงไม่เจ็บหรอกใช่ไหม?


เกอขอโทษนะ แต่มันจำเป็นจริงๆ


ทำอะไรของนาย


เก็บของไง” 


อี้เอินส่ายหน้า เขาเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าออกมาดื่ม สักพักถึงจะจัดการธุระส่วนตัว เรานั่งดูหนังผ่านจอโทรทัศน์ ส่วนคนข้างๆ เปิดแล็ปท็อปทำงานด้วย สีหน้าจริงจัง โหมดนี้เห็นได้แค่จากการทำงานเท่านั้นแหละ เพราะปกติแล้วมักจะไม่ได้เห็นมุมเคร่งขรึมเสียเท่าไหร่ 


อะไรยื่นจานที่เต็มไปด้วยผลไม้ให้ พอเขาเห็นสิ่งที่อยู่ใยมือก็เข้าใจได้ในทันทีขอบใจ


โรงแรมให้เช็คอินกี่โมง


บ่ายโมง


พรุ่งนี้ฉันมีเรียนถึงบ่ายสองไม่ได้ไปส่งนะ


อื้อ


อี้เอินปิดจอแล็ปท็อปลง มือขยี้ตาเล็กน้อยพร้อมกับหาววอด พอเห็นสีหน้าอิดโรยจากการเดินทาง ขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า สงสัยคงเหนื่อยน่าดู เขาเป็นประเภทชอบนอนไม่หลับบนเครื่องบินเสียด้วย ผมยังเหนื่อยแทนเลย 


ไปนอนป่ะไล่คนที่ดูท่าจะไม่ไหวไปนอน 


อื้อ ฝันดีเจ้าของร่างสูงกว่าผมเพียงไม่กี่เซ็นลาลับสายตา 


ดีดตัวยืนขึ้นรีบวิ่งไปยังส่วนห้องครัวทันที ตู้ใต้เคาน์เตอร์ถูกเปิดออกควานหาซองขนมที่เขวี้ยงเมื่อตอนเย็น  สภาพซองยับเพิ่มขึ้น อุตส่าห์ถนอมให้เรียบแต่ดันมายับเพราะกลัวความแตกเสียได้ เผลอเปิดถุงออกหยิบมันฝรั่งทอดกรอบรสบาร์บีคิวตามหน้าซองเข้าปากอย่างเซ็งๆ เสียงเคี้ยวดังกรุบบ่งบอกถึงความกรอบได้เป็นอย่างดี


ซองขนมที่ไม่หลงเหลือผลิตภัณฑ์ถูกทิ้งลงในถังขยะ ไว้จะไปหาซื้อใหม่แล้วกัน ความจริงเขาตั้งใจจะไม่กินแต่มือดันไวแกะเสียได้


จัดการทำความสะอาดช่องปาก ครีมบำรุงใกล้ๆ ถูกปาดลงบนใบหน้า ปิดท้ายด้วยการบำรุงริมฝีปาก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยตรงดิ่งทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มที่เต็มไปด้วยเครื่องนอน


                ตื่นขึ้นมาช่วงสายเพราะกลิ่นหอมของอาหารโชยคลุ้มทั่วห้อง กระพริบตาเพื่อปรับแสง ห้องนั่งเล่นอยู่เชื่อมติดกับครัวโดยไม่มีอะไรมากั้นทำให้เห็นร่างคุ้นตายืนทำอาหารอยู่ จากกินแล้วคงไม่พ้นรามยอนแน่ๆ อี้เอินยังคงไม่รู้สึกตัวว่าผมกำลังมองเขาอยู่ ขยับร่างกายตามเสียงเพลงสากลที่ดังคลอเบาๆ จนเผลอมองมาทางนี้เข้า รอยยิ้มแหย่ๆ ถูกส่งมา


                แปรงฟังก่อนมานั่งรอทานรามยอน เครื่องดูเยอะพอๆ กับเส้นเลย ใช้ตะเกียบคีบเส้นแป้งเข้าปากโดยไม่ว่าอะไร   อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้าเรียน บอกลาและสั่งเรื่องห้องกับอี้เอินก่อนออกมา


                การเรียนเป็นเหมือนกับทุกครั้งไม่มีอะไรแปลกใหม่ คลาสจบลงสูบเอาพลังงานผมไปมากพอสมควร ร่างกายตอนนี้ต้องการเติมน้ำตาล ไม่รอช้ารีบตรงไปยังร้านชานมร้านโปรดแถวมหาวิทยาลัย


                ครืดด


                ว่างไหม


                ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสำหรับสนทนาปรากฏขึ้น ส่งโดยหวังอี้ป๋อ?


                คิ้วขมวดหากันโดยอัตโนมัติ นิ้วมือสัมผัสจอตอบกลับทันที ข้อความถูกส่งกลับมาอย่างรวดเร็วราวกับว่าอีกฝ่ายเปิดหน้าแชทไว้ตลอดเวลา


                กินข้าวกัน


                ‘ไม่มีซ้อมหรือทำงานเหรอ?’


                บลัดยังอยู่ในช่วงโปรโมท มันเป็นช่วงที่ไอดอลมักจะยุ่งมากพอๆ กับทัวร์คอนเสิร์ตไม่ใช่หรือไง จู่ๆ หวังอี้ป๋อก็ทักมาแบบนั้นอดที่จะแปลกใจไม่ได้


                ‘เสร็จหมดแล้ว


                เข้าใจแล้ว ผมใช้ความคิดนิดหน่อยว่าควรทำยังไงดี  ควรจะไปหรือไม่ไป?


                เห้อให้ตายสิตัดสินใจยากชะมัด


                แต่สุดท้ายก็


                ‘เอาสิกดส่งไปแล้ว


                ผมอยากเจอหวังอี้ป๋อ


                ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจออกไปแบบนั้น ผมรู้เพียงแค่ว่าอยากจะเจอเขาเท่านั้นเอง

 


                เราตกลงเจอกันช่วง6โมงเย็น สถานที่นัดพบคือห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง วันนี้เป็นวันธรรมดาคนไม่ได้พลุกพล่านมากดังวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างวันเสาร์และอาทิตย์ แอบกังวลกลัวว่าหวังอี้ป๋อจะถูกแฟนคลับเห็นเข้า สถานที่สาธารณะอัดแน่นไปด้วยผู้คน ผมไม่รู้หรอกว่าใครจะรู้จักเขาบ้าง แต่หวังอี้ป๋อเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในประเทศนี้ ซึ่งย่อมง่ายต่อการจังสังเกตไอดอลคนดังอยู่แล้ว ได้ปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้ เสนอสถานที่อื่นที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่านี้ก็แล้ว แต่เจ้าตัวยืนกรานไม่เปลี่ยนความคิดก็ไม่อาจห้ามได้


                ขณะนี้เข็มนาฬิกาชี้ตรงเลขห้าเศษๆ ตัดสินใจเอาของไปเก็บก่อนค่อยเดินทางไปยังสถานที่นัดพบ เพราะระยะทางไม่ได้ไกลกันมากนัก ระยะทางจากตรงนี้กลับพาร์ตเมนต์ไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถพาร่างของตัวเองมาอยู่หน้าประตูของตึกสำหรับพักอาศัยได้สำเร็จ ซับเวย์อยู่ค่อนข้างใกล้แค่เดินประมาณห้าหกนาทีก็ถึง


ร่างของผมมาหยุดอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าก่อนเวลานัดสิบนาที เปิดเช็คข้อความเพื่อดูสถานที่นัดพบ มันเป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวสูงเลยทีเดียว นับว่าปลอดภัยต่อตัวของเราทั้งคู่ เดินหาร้านจนทั่วแต่ก็ไม่เจอเสียที ผมคงหลงทางอีกแล้วล่ะ มักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่เดินเที่ยวหรือหาอะไรตามห้างโดยไม่มีคนมาด้วย เซียวจ้านน่ะจอมหลงทางเลย


เหลือบตามองนาฬิกาบนข้อมือ ขณะนี้เข็มนาฬิกาชี้ตรงเลขหกพอดิบพอดี เขากำลังจะสาย รีบเปิดค้นหาแผนที่จากโทรศัพท์มือถืออย่างไม่รอช้า เมื่อแผนที่ปรากฏเขากลับหาสถานที่ที่ตัวเองอยู่ไม่เจอเสียได้ บ้าเอ๊ย เขาอยู่ตรงไหนกันแน่!


เซียวจ้านเสียงทุ้มคุ้นหูดังจากด้านหลัง


หวังอี้ป๋อเจ้าของชื่อสวมใส่ชุดสบายๆ มีหมวกบักเก็ตที่กำลังเป็นเทรนในช่วงนี้อยู่บนหัวพร้อมกับแมสสีดำ


ชู่ว อย่าเสียงดังสิยกมือทำท่าทางประกอบร้อนเหรอ?”


เปล่าๆเซียวจ้านเพิ่งรู้ว่าว่าเหงื่อออกมากขนาดนี้


หวังอี้ป๋อหยิบผ้าเช็คหน้าสีหม่นจากกระเป๋ายื่นส่งมา เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย คนอายุน้อยกว่ายื่นผ้าในมือมาใกล้กว่าเดิมทำให้เข้าใจความหมายในทันที กล่าวขอบคุณ นำมาซับเม็ดเหงื่อบนใบหน้า 


เราเดินไปยังร้านอาหารพร้อมกัน นั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน ซึ่งแต่ละโต๊ะจะมีฉากกั้นอยู่ค่อนข้างมิดชิด พื้นที่ไม่ได้กว้างแต่ก็ไม่ได้แคบมีอากาศหายใจสะดวก เห็นราคาอาหารในเมนูแทบจะยกมือมาทาบอก คิดไว้อยู่แล้วว่าแพงแต่ไม่ได้คิดว่าจะแพงมากขนาดนี้เหมือนกัน ดีไซน์ของร้านไม่ได้หรูหรามากขนาดนั้นเมื่อเทียบกับราคา 


ดูเหมือนว่าหวังอี้ป๋อจะรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ เริ่มลงมือสั่งอาหาร เลือกอาหารที่ราคาไม่ได้สูงมากนัก คราแรกคนอายุน้องกว่าจะสั่งมากเกินกว่าที่คนสองคนจะทานไหว จึงได้ห้ามปรามไป มีอาหารเพียงสี่ถึงหน้าชนิดเท่านั้น หากไม่อิ่มค่อยสั่งเพิ่มคงจะดีกว่าสั่งมาเยอะแล้วทานไม่หมด มันน่าเสียดายออก


คิดยังไงถึงชวนมา


คิดยังไงถึงตกลง


ไม่ได้ให้ถามยอกย้อนเสียหน่อย


ไม่คิดว่าคุณจะตอบตกลงคนตรงข้ามระบายยิ้มออกมาน้อยๆ หากไม่สังเกตคงมองไม่เห็นคิดถึง


ห๊ะมันเบามากจนคิดว่าตัวเองอาจจะหูฝาด


คิดถึงคุณเซียวจ้าน


ใบหน้าร้อนผ่าวอัตโนมัติ เผลอเม้มริมฝีปากเข้าหากันด้วยความขวยเขิน ใบหน้าแดงซ่านจนหวังอี้ป๋อหัวเราะเบาๆ สีหน้าผมตอนนี้คงตลกมากสินะ แต่จะให้ทำยังไงได้เป็นเพราะเขานั่นแหละที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้


ไม่คิดถึงผมหรือไง” 


เผลอสบตาเข้ากับคนตรงหน้า รีบหันหนีทีทันที เขาจ้องมาด้วยสายตาที่ตัวผมเองกผ้ไม่เข้าใจ ดวงตาคู่นั้นดูคาดหวังและต้องการสื่ออะไรบางอย่าง ตอนนี้ผมไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำพูดใด ไม่กล้าสบตา ไม่กล้าขยับตัวด้วยซ้ำ


จะไม่บอกกันจริงๆ เหรอ หื้ม?” 


อย่ามาทำเสียงอ้อนแบบนั้นได้ไหมหวังอี้ป๋อ มันทำให้หัวใจของเกอหวั่นไหว 


มันกำลังจะทำให้ความรู้สึกของเกิดเริ่มเปลี่ยนไป


ไม่เป็นไร แต่คุณรู้แค่ว่าผมคิดถึงคุณมากๆ ก็พอ


แกร๊ง


เสียงช้อนส้อมกระจบกับจาน น้ำเต็มแก้วหกออกมานิดหน่อยเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนจากการลุกพรวดขึ้น เอ่ยพูดเสียงตะกุกตะกัก เสียงสั่นราวกับลูกนกตัวน้อยๆ เหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ตัวเขา


ดะ เดี๋ยว เกอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ


วิ่งสุดขีดท่ามกลางความงงงวยของพนักงาน สายตาผู้คนบริเวณรอบข้างไม่ต่างกันนัก พาตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องน้ำ ตบหน้าเรียกสติ สางผมเล็กน้อยพลางมองตัวเองในกระจก ก๊อกน้ำถูกใช้งาน น้ำเย็นไหลลงสู่ฝ่ามือเตรียมสำหรับล้างหน้า มันช่วยเขาได้มากโข


ใช้เวลาทำใจร่วมสิบนาที นานจนหวังอี้ป๋อโทรตาม โดนบ่นนิดหน่อยจึงแก้ตัวไปว่าปวดท้องกะทันหันจะรีบกลับ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ เป็นผมผมก็ไม่เชื่อเหมือนกัน ไม่มีเหตุผลไหนดีไปกว่านี้แล้วถึงจะฟังไม่ค่อยขึ้นก็เถอะ


หายปวดท้องยัง


อื้อ ดีขึ้นแล้ว


หึ


ตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับอาหารตรงหน้า พยายามไม่สนใจสายตาของหวังอี้ป๋อที่มองมาเป็นระยะ เป็นมื้ออาหารที่เขารู้สึกเกร็งมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ปกติไปทานข้าวกับญาติผู้ใหญ่ยังไม่รู้สึกขนาดนี้


ชิ้นส่วนสเต็กเนื้อในจานของหวังอี้ป๋อถูกตักมาวางบนจานของผม จะเป็นใครไปได้นอกจากเจ้าตัว อีกฝ่ายบอกให้เขาลองชิมดูซึ่งมันก็อร่อยดี


อีกฝ่ายชวนพูดคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเกิน จริงๆ ผมไม่ใช่คนเงียบอะไรแต่เพราะวันนี้มันเกิดเหตุการณ์ที่ทำเอาผมเกร็งจึงไม่กล้าทำอะไรมากนัก


ทำไมวันนี้เงียบ


เพราะนายนั่นแหละหวังอี้ป๋อ!


โอเค เข้าใจแล้วกระดกน้ำเข้าปาก มือหนาหยิบกระดาษทิชชู่ซับปาก แต่ที่พูดไม่ได้โกหก


                “อี้ป๋อ!” เผลอขึ้นเสียงใส่คนอายุน้อยกว่าอย่าลืมตัว ขอโทษ


                “คุณชอบคิดมากอี้ป๋อยิ้ม ผมไม่เคยโกรธคุณเสียหน่อย


                “…”


                “เวลาหน้าคุณแดงแบบนี้โครตน่ารักเลย


                หยุดทำให้เขาเขินมากไปกว่านี้ได้ไหม


                ไม่แกล้งแล้วก็ได้ กลับกันเถอะ


                “อื้อ


                ขอบคุณพระเจ้าที่ยังเห็นใจเซียวจ้านอยู่บ้าง


                หวังอี้ป๋อจัดการจ่ายเงินทั้งหมดด้วยการ์ดสีดำสนิท เราตกลงกันก่อนหน้าว่าผมจะช่วยจ่าย พอมาตอนนี้เขากลับชิงตัดหน้าขณะที่ผมกำลังหยิบเงิน


                นายผิดคำพูด


                “ผมชวนคุณมา


                “ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย ก็กินเหมือนกันป่ะบ่นประโยคหลังอุบอิบ


                ถ้าจะดังขนาดนี้ทำไมไม่พูดให้ผมได้ชินชัดๆ ไปเลยล่ะ


                “อะไร ใครพูด? ไม่มีหนิ


                “อยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน เข้าใจไหม?”


                “อื้อ


                หวังอี้ป๋อทำราวกับว่าผมเป็นเด็กที่กำลังรอผู้ปกครองเข้าห้องน้ำอย่างนั้นแหละ โตกว่าตั้งหลายปีแต่กลับทำเหมือนผมเป็นเด็กน้อย


                จ้านจ้านเสียงนี้ผมเพิ่งได้ยินตอนเช้านี่นา คงไม่ใช่เขาใช่ไหม?


                พระเจ้ากำลังเล่นตลกอะไรอยู่ถึงส่งต้วนอี้เอินมาโผล่ที่นี่ ตอนนี้! ตอนที่เขากำลังอยู่กับหวังอี้ป๋อ บ้าเอ๊ย เซียวจ้านต้องทำไงยังกับสถานการณ์นี้ จะทำยังไงให้พวกเขาไม่ได้เจอกัน เพราะต้วนอี้เอินขี้เซ้าซี้จะตาย อีกอย่างคนในห้องน้ำเป็นไอดอลชื่อดังมีรูปอยู่ทั่วประเทศอี้เอินต้องเห็นผ่านตามาบ้างแหละ


                มาทำอะไรที่นี่


                “คุยงานกับลูกค้า


ชะง้อมองดูปากทาง หากจะออกมาตอนนี้ขอภาวนาให้คนตัวสูงใส่แมสออกมา อีกอย่างหนึ่งห้างสรรพสินค้าในเกาหลีมีตั้งเยอะ ทำไมต้องที่นี่ด้วยเซียวจ้านไม่เข้าใจ!


                “มองหาใคร


                “เพื่อนน่ะหวังอี้ป๋อยังไม่ออกมา ฉะนั้นเขาต้องเข้าไปตามในห้องน้ำ เข้าห้องน้ำก่อนนะ


                ทันทีที่หมุนตัว เท้าขวากำลังจะก้าวเดินร่างสูงของหวังอี้ป๋อปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ใบหน้าหล่อเหลาไร้สิ่งปกปิดทำให้คนอายุน้อยกว่าดูโดดเด่นมากกว่าปกติ สายตาดุๆ จ้องเขม็งมา จู่ๆ ร่างกายกลับรู้สึกเย็นเฉียบ


                ฉิบหายแล้ว


ให้ตายสิ  เซียวจ้านอยากพูกคอใต้ต้นถั่วงอกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย


เจ้าของร่างสูงเดินมาอยู่เคียงข้าง ทั้งคู่ต่างจ้องมองกันและกันด้วยสายตาแข็งๆ ไม่มีใครยอมใคร ผมรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างจากทั้งคู่


เซียวจ้านนี่ใครสองเสียงของหวังอี้ป๋อและต้วนอี้เอินประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย


นี่นายจะพูดแทรกฉันทำไมอี้เอินมองหวังอี้ป๋ออย่างเอาเรื่อง


คุณนั่นแหละที่แทรก


เหอะ ฉันพูดก่อน


ผมพูดก่อน ใช่มั้ยเซียวจ้าน?”


อย่ามองกันแบบนี้ได้ไหม เขากดดันนะ


หวังอี้ป๋อและต้วนอี้เอินยืนถียงกับบริเวณหน้าห้องน้ำ เสียงปะทะฝีปากไม่มีทีท่าจะหยุดลงจนผมกุมขมับ โชคดีที่ห้องน้ำชั้นนี้มีคนเข้าไม่มากนัก เรียกว่าแทบจะไม่มีเสียด้วยซ้ำ ได้แต่โค้งหัวขอโทษพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่งให้ผู้คนที่เดินผ่าน


หยุด! พอได้แล้วทั้งคู่หยุดการกระทำลง


ฉันต้วนอี้เอินเป็นแฟนของเซียวจ้าน


พูดบ้าอะไรของนาย


บ้าบอสิ้นดี เขาพูดอะไรออกไป


เราเป็นแฟนกันอี้เอินแทรกตัวเข้ามาจับมือผม ยกขึ้นให้หวังอี้ป๋อดู “เลิกยุ่งกับเซียวจ้านซะ”


หวังอี้ป๋อกัดฟันกรอด แววตาของคนอายุน้อยกว่าสั่นวูบเพียงแค่ชั่วพริบตาก่อนมันจะกลับมาปกติดังเดิม สายที่เต็มไปด้วยคำถามจ้องมองมาอย่างคาดคั้นคำตอบ เมื่อจะเอ่ยปากแต่มันสายไปเสียแล้ว หวังอี้ป๋อเดินจากไปแล้ว


หวังอี้ป๋อเขาไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย เกิดความรู้สึกปวดหนึบใต้อกซ้าย


ช่วยหันกลับมาฟังกันก่อนจะได้ไหม


มันจะเป็นเรื่องจริงได้ยังไงกันระหว่างเขากับต้วนอี้เอิน เพราะต้วนอี้เอินน่ะเป็นลูกพี่ลูกกน้องคนสนิทของเขา!





——


** เราเปลี่ยนชื่อคุณมาร์คมาใช้ชื่อจริง(ชื่อจีน)แทนนะคะ ลืมคิดไปค้าบ**


          [190929] ขอโทษที่ช้านะคะ ตั้งใจจะลงเมื่อวานแต่มีงานต้องทำเยอะมากค่ะ ฮือ หลังจากพรุ่งนี้แล้วน่าจะโอเค จากที่เราตามอ่านคอมเมนต์ขอบอกเลยนะคะว่าเรื่องนี้เราแต่งแค่คู่ป๋อจ้านค่ะ ฮ่า ส่วนเรื่องหลายด้อมนี่ล้วนมาจากความชอบเราล้วนๆ ค่ะ ตัวละครหลักๆ มีแค่ไม่กี่คนนะคะ จากที่เห็นเลยหลักๆ ก็มีแค่อี้ป๋อกับพี่จ้านค่ะ ส่วนคุณอี้ เซฮุนแล้วก็ชานยอลเข้ามาแจมบางช่วงค้าบ ไว้จะรีบมาต่อนะคะ


         [191003] งดอัปช่วง4-8นี้นะคะ เราไปต่างประเทศไม่ได้เอาแล็ปท็อปไปด้วยค่ะ แต่จะเขียนผ่านมือถือถ้าโอเคจะลงวันที่9ค่า  


#จริงหรือป๋อ


รออ่านคอมเมนต์ทุกคนอยู่นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 734 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

440 ความคิดเห็น

  1. #422 My love markbam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 23:06
    งานเจ้าแล้วจ้าน
    #422
    0
  2. #408 kukieD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 22:27
    พี่ต้วนอย่ามาสุมไฟสิเพ่ โอ่ยยยยยยยยยยยน
    #408
    0
  3. #363 0624567153 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 16:43
    พี่ต้วนระวังแบมโกธรน่ะ
    #363
    0
  4. #333 petkitty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 13:17
    น้องหึงและงอนด้วย จริงๆนะ วิ่งไปง้อสิ
    #333
    0
  5. #267 pondww♥ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 12:02
    คุณต้วนโว้ยยยยยย อยากตีๆๆๆๆ ทำอาป๋อของเราแบบนี้ได้ไง
    #267
    0
  6. #195 _Nenuu_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 23:14
    นุไม่โกดพี่ม้ากนะคะ เพราะนุรักพรี่ ;-;
    #195
    0
  7. #191 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 19:42
    ลางไม่ดีสุดๆ
    #191
    0
  8. #186 Natputtalak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 03:20
    บ....แบมแบมมาเอาแฟนเธอไปเร็ว!จัดการแฟนเธอหน่อยสิพี่มาร์คอ่ะ!จะทำครอบครัวเค้าแตกแยกแล้ววว5555
    #186
    0
  9. #166 Tarn Hathairat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 12:20
    เอิ่ม ขอพาพี่มาร์คกลับบ้านก่อนนะ น้องรอแล้วพี่ มาทำให้เขาทะเลาะกัน55555
    #166
    0
  10. #162 hallo hallo hallo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 02:56
    พี่มาร์คมาป่วนอะไรบ้านเขาเนี่ยยยย กลับไปดูแลแฟนเด็กตัวเองได้แล้วววววว
    #162
    0
  11. #161 khunciiz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 13:40
    แฟนพี่มาร์คอยู่ไหนคะ ช่วยมารับตัวกลับด่วนค่ะ บ้านจ้านเกอแตกแล้ว!!! น้องขี้งอนจุงต้องให้เกอไปง้ออีกอ่อ อรุ่ม
    #161
    0
  12. #160 Aimjung.K (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 08:41
    น้องขี้หึงนะเนี่ย
    #160
    0
  13. #159 Artemis.T (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 03:09
    เอ้าทั่น อย่าเพิ่งไปป กลับมาก๊อนนน
    #159
    0
  14. #158 Chanantikarn01 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 00:19
    พี่แบมมมมมม มาเอามาร์คต้วนไปเก็บบบบบบ โอ้ยยยยยน้ออออ กูเครียดดดด
    #158
    0
  15. #157 MTBB_puii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 23:57
    หื้ออออออ จะง้อยังไงน้ออออออจ้าน อี้เอินแสบนะเรา
    #157
    0
  16. #155 naran1977 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 22:14
    แบมมาเก็บมาร์คด่วนๆ
    #155
    0
  17. #153 LoxLun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 19:04

    จะโกรธหรือเส้าใจดีกับคำพูดของมาร์ค...
    #153
    0
  18. #152 pondbambam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 17:32
    อี้ป๋อลูกมาๆกอดๆกัน จ้านเก้อ ไม่ได้เป็นแฟนกับพี่มาร์คเน่อออ
    #152
    0
  19. #151 Lady Aki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 17:15
    พี่มาร์คก็คือแบบ5555
    #151
    0
  20. #149 HZTuktao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 17:05
    พี่มาร์ค เดี๋ยวเถอะะะะะ
    #149
    0
  21. #146 MTBB_puii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:33

    เรายังงงๆว่า อี้เอินโผล่มาเซอร์ไพรส์จ้านและใช้ชีวิตอยู่ในห้องยังกะแฟนกันนี่มันยังไง พ่อแม่รู้จักกัน สนิทกันมาแต่เด็กหรืออาราย อยู่ดีๆก็มาครุมเครือเลยยยย ส่วนป๋อจะยังไงน้ออออ หึงแน่ๆ
    #146
    2
  22. #145 bucha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 05:42
    ความแตกแน่ๆ
    #145
    0
  23. #144 NoungjuneNoung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 01:35
    แบมแบมมาเก็บมัคคึด่วนลูกกกก
    #144
    0
  24. #143 Artemis.T (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 01:05
    เหมือนแฟนกันเลยนะ เท่าที่ดูการใช้ชีวิตในห้องด้วยกันเนี่ย... แต่! ไม่อบอุ่นด้วยหรอก ! ป๋อจ้านเท่านั้นนน
    #143
    0
  25. #142 naran1977 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:24
    พี่มาร์คจะมาแย่งเกอจากป๋อไม่ได้นะ
    #142
    0